คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 23 : -Twenty two-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    5 เม.ย. 63



-Twenty two-



KACHAIN PART :


หลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ที่คอนโดฯ กับนิลกาฬชีวิตผมก็ดีขึ้นเยอะ ตื่นเช้ามามีมื้อเช้ารอ มื้อเที่ยงก็มีคนพาออกไปกิน มื้อเย็นก็มีคนทำให้ วัน ๆ แทบไม่ต้องทำอะไรเลย มีแค่กินกับนอน และก็ดูหนัง การนอนดูหนังในห้องไม่น่าเบื่อเหมือนที่เคยเมื่อมีคนมานอนดูด้วย นิลกาฬยังคงใจดีกับผมเหมือนเดิม บางทีอาจจะมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เขาตามใจผมแทบทุกอย่าง ไม่มีขัดใจเลย ผมก็ Happy ดี แต่เราก็ยังไม่ได้บอกใครถึงความสัมพันธ์นี้


ไม่รู้สิ ผมก็แค่คิดว่าเราจำเป็นต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราด้วยเหรอ? ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว จะให้เดินไปบอกกับคนอื่นว่ากำลังดูใจกับคนนี้อยู่นะ มันก็ดูแปลก ๆ ใช่ไหมครับ แม้แต่กับเพื่อนสนิทผมก็ยังไม่ได้บอก จะว่ายังไงดีล่ะ ก็ออกจะเขิน ๆ หน่อยหากต้องพูดมันตรง ๆ คนอื่นคงตกใจแน่ถ้ารู้ว่าผมกับนิลกาฬกำลังคุยกันอยู่ ก็ทั้งผมและเขาเราเคยชอบผู้ชายคนเดียวกันมาก่อน แต่ตอนนี้ดันมาชอบกันเองเสียอย่างนั้น


ตลกร้ายมาก


“เชน” ผมที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่สะดุ้งเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียทุ้มหวานที่คุ้นหูดังขึ้นข้างตัว


“ว่าไงครับ?” ผมหันมองร่างโปร่งบางที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า คุณรัชช์มองผมนิ่ง ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้ผมอย่างน่ารัก


ใจบางว่ะ


“ยินดีด้วยนะ” มือขาวยื่นมาจับมือของผมไว้ทั้งสองข้าง


“เรื่องอะไร?” ผมนั่งงงกับคำพูดและท่าทางของอีกฝ่าย


“ก็...เรื่องของเชนกับพี่นิลไง” อีกฝ่ายลากเสียงยาวกวาดสายตามองรอบ ๆ ห้องก่อนจะหรี่เสียงให้เบาลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ


“รู้ได้ยังไง!?” ผมร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เลิ่กลั่กแล้ว คุณรัชช์รู้เรื่องของผมกับนิลกาฬได้ยังไง?


หรือนิลกาฬเป็นคนบอก?


“ความลับ” เขาว่าพร้อมขยิบตาให้ หน้าตาและท่าทางดูดื้อมาก ๆ เลย เห็นแล้วอยากจับมาบีบให้หายมันเขี้ยว


“แล้ว...” ผมเม้มปากแน่นพูดต่อไม่ออก แอบปาดเหงื่อเบา ๆ ที่มีคนรู้เรื่องของผมกับนิลกาฬ ไม่ใช่ว่าอยากปิดบังแต่ผมแค่รู้สึกว่ายังไม่พร้อมจะบอกใคร ก็บอกแล้วไงว่าผมเขินหากต้องพูดเรื่องนี้ ผมอยากขอเวลาสักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าผมกับนิลกาฬจะตัดสินใจคบกัน แต่กลับมีคนรู้เรื่องนี้ก่อน แถมยังเป็นคนที่ผมอยากให้รู้เป็นคนสุดท้ายด้วย แต่ดูท่าแล้วพระเจ้าจะไม่เข้าข้างคนบาปอย่างผม แล้วแบบนี้คุณรัชช์จะคิดยังไงกับเรื่องนี้นะ?


“ไทม์กับกรินยังไม่รู้ เราว่าเชนบอกพวกเขาเองดีกว่า” คุณรัชช์ทิ้งตัวนั่งลงข้างผมพร้อมเอ่ยบอกเสียงนุ่มน่าฟัง คุณรัชช์เป็นคนที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูอ่อนโยนต่อสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ไปหมด เป็นคนที่น่าทะนุถนอมและน่าปกป้อง แม้ความจริงแล้วผู้ชายหน้าหล่อติดหวานคนนี้จะเป็นมวยก็เถอะ


“คุณรัชช์ มัน...” ผมอึกอักหมดคำจะพูด ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาจะรู้สึกแปลก ๆ หรือตกใจไหมนะ?


“อย่าคิดมากสิ กับเรื่องความรัก อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดูอย่างเรากับมารุตสิ” เขาวาดรอยยิ้มสวยส่งมาให้ คุณรัชช์ไม่ได้คิดมากอะไรและดูท่าจะไม่ได้คิดอะไรด้วย เขาพูดออกมาอย่างสบาย ๆ พาให้ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมาด้วย ผมกลัวว่าเขาจะรู้สึกแย่ แต่คุณรัชช์ก็คือคุณรัชช์ เขาใจดีกับทุกคนและเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เขามีเหตุผลมากพอและเขาก็มักจะคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นเสมอ


อย่าหาว่าอวยเลย จริง ๆ ก็อวยนั่นแหละ


“อือ ขอบคุณนะ” ผมสบายใจขึ้นเยอะแม้จะไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก แต่ก็อย่างว่าแหละ ใครที่ได้อยู่กับคุณรัชช์ก็มักจะรู้สึกสบายใจเสมอ คุณรัชช์เป็นคนที่มองแล้วก็สบายตาอยู่ด้วยแล้วก็สบายใจ เป็นคนที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ


“ถ้าเชนคิดมากพี่นิลก็จะเป็นห่วงนะ” มือเรียวบางยกขึ้นประกบสองข้างแก้มของผมให้มองหน้าสบตากับเขาตรง ๆ รอยยิ้มสวยผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อติดหวาน เขาจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองยิ้มสวยมาก แล้วเขาจะรู้ไหมว่าตัวเองทำให้โลกสดใสขึ้นเยอะเลย


“นิลกาฬเป็นคนบอกคุณรัชช์เหรอ?” ผมอดที่จะเอ่ยปากถามออกไปไม่ได้ ทั้งสองคนเป็นแฟนเก่าที่จบกันด้วยดี พวกเขายังติดต่อกันและค่อนข้างสนิทกันมาก ผมเลยคิดว่านิลกาฬอาจเป็นคนบอกคุณรัชช์ เพราะถ้าไม่ใช่นิลกาฬ ผมก็ไม่รู้แล้วว่าคุณรัชช์รู้เรื่องนี้มาจากที่ไหน


“ไม่ใช่สักหน่อย” อีกฝ่ายอมยิ้มส่ายหน้าเบา ๆ


“แล้วรู้ได้ยังไง?” ผมยิ่งสงสัยหนักขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม่ใช่นิลกาฬแล้วเขาจะรู้จากไหน ผมว่ามีคนรู้เรื่องของผมกับนิลกาฬไม่เยอะนะ


“คุณรัชช์ไม่ได้เก่งแค่เรื่องเรียนนะคเชนทร์” พูดจบก็ยิ้มกว้างจนตาหยี แต่คำพูดกับท่าทางดันสวนทางกันสุด ๆ


“ให้ตายสิ เรายอมคุณรัชช์เลย” ผมแอบเสียวสันหลังวาบทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ อยู่ดี ๆ ผมก็นึกกลัวผู้ชายคนนี้ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ผมลืมไปได้ยังไงว่าคุณรัชช์น่ะร้ายเงียบขนาดไหน เขาเป็นคนเดียวที่ผมกลัวมากที่สุด ผมไม่เคยโกหกอะไรเขาได้ และไม่เคยมีเรื่องอะไรที่เป็นความลับกับเขา ผมก็ไม่รู้ว่าคุณรัชช์รู้ได้ยังไง แต่ที่แน่ ๆ เขามักจะรู้ทันผมเสมอ คนนี้น่ะของจริงเลยนะ จะว่าไปก็แอบสงสารมารุตเบา ๆ เด็กนั่นจะรู้หรือเปล่าว่าแฟนตัวเองน่ากลัวขนาดไหน แต่อย่างมารุตคงไม่สนใจหรอก มันหลงคุณรัชช์จะตาย คุณรัชช์ทำอะไรก็เห็นดีเห็นงามไปหมด ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ บางทีก็แอบหมั่นไส้ไอ้เด็กนั่นอยู่เหมือนกันนะครับ


“เราว่าเชนกับพี่นิลก็เหมาะกันดีออก” คุณรัชช์พูดยิ้ม ๆ ท่าทางเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ผมมั่นใจเลยว่าเขากำลังแซวผมอยู่


“อย่ามาพูดอะไรที่น่าขนลุกแบบนี้สิครับ” ผมเบ้หน้าออกมา พอมาฟังคนอื่นพูดถึงผมกับนิลกาฬแบบนี้แล้วมันก็รู้สึกแปลก ๆ ทั้งเขินทั้งอาย อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะชะมัด


“เราพูดจริง ๆ นะ” เหมือนกลัวว่าผมจะไม่เชื่อเขาเลยยืนยันอีกครั้งด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจัง ซึ่งมันดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก ๆ ในสายตาของผม อย่าว่าแต่มารุตหลงคุณรัชช์เลย ผมก็หลงเขา แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกในเชิงชู้สาวแต่มันคล้าย ๆ แบบจะว่ายังไงดี ก็ทั้งชื่นชมและเอ็นดู ทั้งรักทั้งหลง เหมือนมองลูกน้อยค่อย ๆ เติบโต อืม ผมก็อธิบายไม่ถูก แต่เอาเป็นว่าผมมีความรู้สึกดี ๆ ให้คุณรัชช์แต่ไม่ได้ชอบแบบคนรัก


“เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ” ผมยกยิ้มเอ็นดู ตั้งแต่ที่มีมารุตเข้ามาในชีวิต คุณรัชช์ก็พูดเก่งขึ้น ดูมีความสุขและมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อน ผมเองก็ชอบที่คุณรัชช์เป็นแบบนี้นะ ดูสดใสและเป็นตัวของตัวเองดี แต่ผมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าคุณรัชช์กับมารุตไม่เหมาะสมกัน อย่างคุณรัชช์น่ะควรเกิดมาเพื่อเป็นที่รักของทุกคนโดยไม่เป็นสมบัติส่วนตัวของใคร


“จะบอกว่าเราพูดมากล่ะสิ” ดวงตากลมหรี่มองผมอย่างเอาเรื่อง


ดุมาก


น่ากลัวมาก


ถามจริงเถอะว่ามารุตมันยอมปล่อยคุณรัชช์ออกจากห้องมาได้ยังไง เป็นผมคงอยากจะขังเขาไว้แต่ในห้องไม่ให้ใครได้เห็นหรือพบเจอ


หวงว่ะ


แฟนเขาแต่เราหวงแทน


ก็หวงแบบเพื่อนไง คนนี้โคตรหวงเลย ทั้งหวงทั้งห่วง สมบัติของคณะนะครับ อดีตเดือนมหาลัย ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน แต่ทุกคนก็ต้องกินแห้วเพราะคุณรัชช์เลือกนายมารุต และไอ้เด็กนั่นก็โคตรขี้หวง ตามรับตามส่งตามประกบติดจนแทบจะย้ายคณะมาเรียนด้วย ผมเห็นหน้ามารุตบ่อยพอ ๆ กับที่เจอหน้าคุณรัชช์นั่นแหละ ถามสิว่าทั้งคณะมีใครไม่รู้จักมารุตแฟนคุณรัชช์บ้าง เห็นอย่างนี้แต่วีรกรรมมันก็เยอะพอตัวนะครับ ชื่อเสีย()เลื่องลือพอควรเลย


“ฮ่า ๆ เปล่าครับ แค่คิดว่าคุณรัชช์ดูสดใสขึ้นเยอะตั้งแต่ที่มีมารุตเข้ามา”  ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับว่ามารุตเป็นตัวแปรสำคัญในชีวิตของคุณรัชช์ เพราะถ้าไม่มีมารุต ความสัมพันธ์ระหว่างคุณรัชช์กับนิลกาฬก็ยังคงคลุมเครืออยู่ ผมคงไม่มีคนอกหักเป็นเพื่อน และคงไม่ได้มีนิลกาฬมาอยู่เคียงข้างเหมือนในวันนี้


“จะล้อเราเหรอ?” อีกฝ่ายทำหน้าบึ้งที่เห็นแล้วโคตรจะมันเขี้ยวเลย


“เราพูดความจริงต่างหาก” ผมอมยิ้มขำ ความจริงแล้วความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่เราเป็นกันนั่นแหละดีที่สุดแล้ว มิตรภาพระหว่างเรามันสวยงามมาตลอด จนกระทั่งที่ผมเริ่มก้าวล้ำเส้นของความเป็นเพื่อน ดีเท่าไหร่แล้วที่คุณรัชช์ไม่ตัดผมออกจากชีวิต เขายังคงนับผมเป็นเพื่อน และให้ความสำคัญเหมือนที่ผ่านมาไม่เปลี่ยน ผมไม่แปลกใจเลยหากใครหลาย ๆ คนจะพากันหลงรักเขา ก็แสนดีขนาดนี้ ใครได้ไปเป็นแฟนนี่ยิ่งกว่าถูกหวยอีกนะครับ


“เชนก็ดูมีความสุขขึ้นเยอะเลยนะตั้งแต่ที่อยู่กับพี่นิล” เขาว่าพร้อมยกมือขึ้นบีบแก้มทั้งสองข้างของผมเบา ๆ


“อย่ามาวกเข้าเรื่องเราแบบนี้สิ” ผมหลุดเสียงหัวเราะเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย พอตัวเองถูกแซวก็ตีมึนทำเนียนเปลี่ยนเรื่อง แต่เปลี่ยนเรื่องไม่ว่าดันมาเปลี่ยนเข้าตัวผมเสียอย่างนั้น น่าจับตีจริง ๆ เลยคนนี้


“ชีวิตคนเรามันสั้นนะเชน บางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยเวลาไว้นาน หรือถ้าอยากจะทำอะไรก็ทำเลย อย่ารอเวลา” เขาพูดออกมาพร้อมระบายยิ้มบางเบา


“เข้าใจแล้ว ขอบคุณนะ” ผมหยุดคิดตามคำพูดของอีกฝ่ายแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ที่คุณรัชช์ดูจะรู้อะไรเยอะแยะไปหมด ผมเลิกคิดถึงที่มาของแหล่งข่าว แล้วกลับมาคิดถึงเรื่องของตัวเองกับนิลกาฬแทน


หรือผมควรไปขอนิลกาฬเป็นแฟนเร็ว ๆ นี้ดี?


“ขอบคุณเชนเหมือนกัน” รอยยิ้มสวยยังคงไม่เลือนหายไปจากใบหน้าหล่อติดหวาน คุณรัชช์เป็นคนยิ้มเก่ง และใจเย็นมาก เพราะแบบนี้แหละถึงอยู่กับมารุตได้ รายนั้นขี้หงุดหงิดและหัวร้อนง่าย


เออ ยอมรับก็ได้ว่าลึก ๆ แล้วทั้งคู่ก็เหมาะสมกัน


ความแตกต่างที่ลงตัว เหมือนพระเจ้าจงใจสร้างพวกเขาให้มาคู่กัน


“เรื่องอะไร?” ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะขอบคุณผมเรื่องอะไร ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเขาที่ไม่จับผมโยนเข้าคุกตามพี่ชายไป บุญของนายคเชนทร์ที่เกิดมาเจอคุณรัชช์


“ก็ที่เชนทำให้พี่นิลกลับมามีความสุขได้อีกครั้งไง ขอบคุณจริง ๆ นะเชน สำหรับเราตอนนี้พี่นิลเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เราเองก็อยากเห็นเขามีความสุข เพราะที่ผ่านมาเราทำเขาทุกข์มาตลอด” คนดีของผมพูดเสียงเศร้า แววตายังคงสะท้อนออกมาถึงความรู้สึกผิด ผมรู้ดีว่าที่ผ่านมาคุณรัชช์รู้สึกแย่แค่ไหนที่เรื่องราวของเขากับนิลกาฬมันยืดเยื้อมาหลายปี


“คุณรัชช์เองก็อย่าคิดมากสิ นิลกาฬไม่เคยโกรธหรือต่อว่าคุณรัชช์เลยนะ และเราก็เข้าใจเรื่องของคุณรัชช์กับนิลกาฬดี” เป็นผมบ้างที่ยกมือขึ้นประกบสองข้างแก้มเนียนให้มองสบตากัน เห็นอย่างนี้แต่คุณรัชช์น่ะชอบคิดมาก ขี้กังวล และเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ จนหลายครั้งก็ลืมคิดถึงตัวเอง ตัวก็แค่นี้แต่คิดเยอะจังเลย


“ฝากดูแลพี่นิลด้วยนะเชน” จากที่ทำหน้าเศร้าอยู่เมื่อกี้ก็ยกยิ้มออกมาได้


“คุณรัชช์เองก็ดูแลมารุตดี ๆ นะครับ อย่าปล่อยให้ไปมีเรื่องกับใครที่ไหนอีกนะ” ผมแกล้งพูดแหย่เพื่อให้ความรู้สึกตึงเครียดเบาบางลง


“มารุตไม่ใช่อันธพาลสักหน่อย” พอถูกพูดถึงแฟนเข้าหน่อยก็ตีหน้ายู่เถียงกลับทันควัน


“ไม่รู้หรือไงว่าแฟนตัวเองโดนคนเกือบครึ่งมหาลัยเขม่นอยู่น่ะ” ผมยังคงแกล้งต่อ จริง ๆ มีเพจทวงคืนคุณรัชช์จากนายมารุตด้วยนะ หนึ่งในแอดมินเพจคือไอ้ไทม์ และเพจนี้ก็มีแอดมินหลายคน มีทั้งชายและหญิง อัพสเตตัสทุกวัน วันละหลายสิบโพสท์ เหมือนว่าง แต่ก็คงว่างจริง ๆ นั่นแหละ


“มารุตไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” มีแก้ตัวแทนแฟนด้วยครับ


“ปกป้องแฟนจังเลยนะ” ต่อให้มารุตไม่ทำอะไร แต่แค่มันเดินข้างคุณรัชช์ก็ถูกคนรอบข้างมองตาขวางแล้ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าหือกับไอ้เด็กเถื่อนนั่น อย่างที่บอกว่ามันสร้างวีรกรรมไว้เยอะ ไม่มีใครอยากเสี่ยงด้วยหรอก


“อย่าล้อสิ” ขมวดคิ้วหน้ายุ่งไปหมดแล้ว


“จริงสิ แล้วพี่มาวินกับพี่เร็กซ์เป็นยังไงบ้าง?” นึกขึ้นได้ก็ถามไถ่ถึงเร็กซ์พี่ชายของคุณรัชช์และมาวินแฟนของเร็กซ์ หลังจากที่ลากพี่ชายผมเข้าคุกแล้วผมก็ไม่ได้เจอทั้งคู่อีกเลย กับเร็กซ์อยู่คนละมหาลัยก็คงไม่แปลกที่จะไม่เจอ แต่กับมาวินที่อยู่คณะเดียวกัน แต่แทบไม่ได้เจอหน้าเลย ทั้งที่ผมก็ยังเห็นเพื่อนของเขาเดินไปมาในคณะอยู่บ่อย ๆ


ผมไม่ได้แค้นอะไรทั้งสองคนแม้พวกเขาจะเป็นศัตรูของพี่ชาย แต่ก็อย่างว่าแหละ ชินมันก็เหี้ย สิ่งที่มันได้รับในตอนนี้ก็สาสมแล้ว ผมก็ได้แต่ภาวนาให้มันกลับตัวเป็นคนดีกับเขาบ้าง ผมไม่อยากจะโทษว่าเพราะพ่อกับแม่ชินเลยทำตัวแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าชินมันพยายามเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ แต่สิ่งที่มันทำกลับไร้ประโยชน์กลับกันมันยิ่งทำให้พ่อกับแม่มองว่าพวกเราเป็นตัวปัญหา และเพราะแบบนี้ถึงไม่มีใครต้องการพวกเรา


“สบายดี รักกันมาก” ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือประชด แต่ก็ได้ยินมาว่ามาวินติดแฟนไม่น้อยเลย


“คุณรัชช์ได้ไปที่สนาม LW บ้างไหม?” มันเป็นสนามแข่งรถเถื่อน เจ้าของสนามก็คือมาวินกับพี่ชายของเขาที่ชื่อมาร์โลว์ แข่งได้ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ สนามใหญ่โตมาก กิจการรุ่งเรืองทั้งที่มันผิดกฎหมาย แต่ก็อย่างว่าแหละ พวกมีเงินมีเส้นมีสาย ถึงมันจะดูเหมือนไม่ถูกต้อง แต่ผู้คนก็แกล้งหูหนวกตาบอดกัน


“ไม่ได้ไปนานแล้ว” พอพูดถึงสนามแข่งรถท่าทีของคุณรัชช์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเองก็มีความทรงจำกับที่สนามนั่นไม่น้อยเลย


“เราก็เหมือนกัน” จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ไปก็วันที่ชินแข่งรถแพ้คุณรัชช์นั่นแหละ มันนานมากแล้ว ประมาณ 5 ปีได้แล้วมั้ง


“อยากไปเหรอ?” คุณรัชช์ที่เห็นสีหน้าของผมก็เอ่ยถามออกมา


“ก็...ใช่” อยากไปมาก ๆ เลยต่างหากล่ะ


“บอกพี่นิลสิ” ก็อยากจะทำอย่างนั้นอยู่หรอกนะ


“จะบอกยังไง นิลกาฬกับพี่มาวินไม่ถูกกันนะ” นิลกาฬถูกมาวินหมายหัวไว้ตั้งนานแล้ว และทั้งคู่คงไม่มีทางญาติดีกันได้ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจระบบความคิดของมาวินสักเท่าไหร่ แต่ก็พอจะสรุปได้ว่าไม่ควรจับสองคนนี้มาอยู่ด้วยกัน


“ถ้าอย่างนั้น...ไปกับเราก็ได้” คุณรัชช์ว่าเสียงเบา สายตาสอดส่องรอบข้างเหมือนกลัวใครจะมาได้ยิน


“คุณรัชช์จะพาเราไปเหรอ?” ผมอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ คุณรัชช์รักในการแข่งรถ ส่วนผมก็ชอบดูการแข่งขัน และนักแข่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดก็คือผู้ชายตรงหน้าผมนี่แหละ


“ความจริง เราก็อยากไปเหมือนกัน แต่มารุตไม่ค่อยอยากให้ไป” พูดไปก็ทำหน้าเศร้าไปเหมือนลูกหมาโกลเด้น รีทีฟเวอร์ที่เหงาหงอย


“เอาไงดี?” ปัญหาใหญ่เลยนะ คือไม่ต้องเดาก็พอจะรู้คำตอบ


“ลองขอดูก่อนไหม?” เป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด


“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” ผมจะไม่ใช้วิธีหนีไปเที่ยวเด็ดขาด ถ้าขอแล้วไปไม่ได้ก็ไม่ไป เพราะถ้าหนีไปแล้วมาถูกจับได้ทีหลังยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทะเลาะกันบ้านแตกแน่


“ถ้าไปได้ เราจะไปวันไหน?” สนามเปิดให้บริการทุกวัน แต่คืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์คนจะเยอะกว่าทุกวัน และมีแต่ตัวท็อป ๆ มาแข่งกัน


“วันเสาร์สิ” สำหรับตัวผมแล้วผมชอบไปวันเสาร์ ผมคิดว่ามันเป็นวันที่คึกครื้นที่สุดแล้ว


“โอเค” การเจรจาตกลงกันของเราเสร็จสิ้น พี่เหลือก็ไปขออนุมัติกับผู้มีอำนาจ


ถ้าถามว่าผมกลัวนิลกาฬไหม?


ก็คงตอบได้เลยว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกกลัว แต่เพราะเราอยู่ในสถานะของคนคุยที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันการจะไปไหนมาไหนก็ต้องบอกอีกฝ่ายให้รับรู้ และยิ่งไปในสถานที่ที่ไม่สมควรไปก็ยิ่งต้องบอก แต่มันก็เป็นการบอกกึ่ง ๆ ขออนุญาตนั่นแหละ


เอาล่ะ เรามาภาวนาขอให้ผมกับคุณรัชช์ได้ไปเที่ยวกันด้วยเถอะ

 





“นิล” ผมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นนิลกาฬนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่ ผมเห็นโอกาสที่จะได้คุยกันเลยก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งของเตียง


“หืม?” นิลกาฬละสายตาจากหน้าหนังสือขึ้นมามองหน้าผม


“นิลเคยไปสนาม LW ของพี่มาวินไหม?” ผมพูดเกริ่นออกไปก่อนค่อย ๆ เรียบ ๆ เคียง ๆ เข้าเรื่องเข้าประเด็น


“เคย แต่นานมาแล้ว ทำไม?” อีกฝ่ายพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย


“คือ...” ผมลากเสียงยาวแล้วก็เงียบไป อยู่ดี ๆ ก็ไม่กล้าพูดขอขึ้นมาเสียอย่างนั้น กลัวไม่ได้ไปจังเลยครับ


“อยากไป?” แต่นิลกาฬก็เหมือนจะอ่านใจผมออก


“อื้อ” ผมพยักหน้าน้อย ๆ


“จะให้พี่พาไปเหรอ?” นิลกาฬถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขายื่นมือมาเชยคางผมให้เงยหน้าขึ้นสบตากัน


“ผมรู้ว่าพี่ไม่ค่อยถูกกับพี่มาวิน ให้ผมไปกับคุณรัชช์ก็ได้” ผมพึมพำเสียงแผ่ว ไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่านัดกับคุณรัชช์ไว้ นิลกาฬมีพลังบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าจะต้องเกรงใจเขา ทำอะไรก็ต้องถามความเห็นเขาก่อนเสมอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ขนาดยังไม่ได้คบกันผมยังเป็นขนาดนี้ แล้วถ้าคบกันแล้วผมจะเป็นขนาดไหน บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันครับ


“รัชช์? มารุตยอมให้ออกไปไหนหรือไง?” พอได้ยินชื่อคุณรัชช์นิลกาฬก็ขมวดคิ้วฉับถามกลับด้วยความสงสัย เรื่องความขี้หวงของมารุตนี่เขารู้กันทั้งมหาลัยแล้วมั้งครับ


“ก็เห็นว่าจะไปคุยกันก่อน” ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณรัชช์คุยกับมารุตหรือยัง? จะได้ไปหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ มารุตเป็นพวกเดาใจได้ยากด้วย ผีบ้าของแท้เลยล่ะนายคนนั้น


“ถ้าเชนอยากไปพี่ก็จะให้ไป แต่พี่จะพาไปเอง” นิลกาฬว่าออกมาเสียงนุ่ม ทำเอาผมตาวาวด้วยความตื่นเต้น


“แล้วคุณรัชช์?” แต่ผมก็ฉุกคิดถึงอีกฝ่าย ถ้านิลกาฬจะพาผมไป คุณรัชช์ก็อาจต้องไปคนเดียว


“ให้ไปเจอกันที่สนาม” เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย


“อื้อ ขอบคุณนะ” แต่ผมจะเรื่องมากไม่ได้ แค่นี้ก็ถือว่านิลกาฬใจดีกับผมมากแล้ว แม้ใจหนึ่งจะอยากไปกับเพื่อน แต่อีกใจก็รู้สึกดีที่นิลกาฬเสนอตัวพาไปเองแบบนี้ เหมือนเขาห่วงผมเลยอยากเป็นฝ่ายพาไปเอง มันก็ดีนะ รู้สึกว่าเขาดูใส่ใจดี


“เชนอยากไปไหนอยากทำอะไรพี่ไม่ห้ามนะ แต่ขอให้มาบอกกันตรง ๆ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น


“เข้าใจแล้ว” ผมพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม รู้สึกดีชะมัดเลย นิลกาฬไม่เคยขัดใจผมไม่ว่าจะเรื่องอะไร เขามักตามใจ แต่การตามใจนั้นก็จะมีขอบเขต เราจะหาจุดตรงกลางระหว่างเราแล้วมาพบกันครึ่งทาง อย่างครั้งนี้ที่จะไปสนามแข่งรถ ผมรู้ว่าลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่อยากให้ผมไปหรอก แต่เขาก็ยอมตามใจ แต่จะเป็นคนพาไปเองเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงผมมากนัก ผมชอบที่นิลกาฬเป็นคนมีเหตุมีผล ชอบที่เขาเข้าใจอะไรง่าย ๆ และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง


แต่ถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้วก็คือผมชอบทุกอย่างที่เป็นนิลกาฬนั่นแหละ

 





Rrrrr~


ขณะที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น แอบตกใจเบา ๆ ที่หน้าจอโชว์เบอร์คุณรัชช์ขึ้นมา แต่พอนึกได้ว่าเรานัดอะไรกันไว้ก็รีบกดรับทันที นิลกาฬหันมามองนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขาหันกลับไปอ่านหนังสือต่อเหมือนเดิม


“ฮัลโหล”


(“เชนขอพี่นิลหรือยัง?”) คนปลายสายคงจะตื่นเต้นกับเรื่องไปเที่ยวจนลืมเรื่องการทักทายทางโทรศัพท์ไป


น่าเอ็นดูชะมัดเลย


“ขอแล้ว ไปได้ แล้วคุณรัชช์ล่ะ?” ผมเหล่ตามองคนข้างตัวนิดหน่อย นิลกาฬยังคงให้ความสนใจอยู่กับหนังสือในมือ


(“ไปได้เหมือนกัน แต่มารุตจะพาไปเองให้เราไปเจอกับเชนที่สนาม”) ปลายสายว่าเสียงเบา ให้เดาคงอยู่กับแฟนนั่นแหละ แต่ว่านะ มารุตกับนิลกาฬนี่คิดเหมือนกันเป๊ะเลยเนอะ


“นิลกาฬก็บอกเราแบบนั้นเหมือนกัน” ถ้าไม่ติดว่าสองคนนี้ไม่ถูกกันผมคงจะคิดว่าพวกเขาแอบคุยนัดแนะกันแล้วนะครับ เป็นพวกผมก็ใช้ชีวิตลำบากนะครับ ผมกับคุณรัชช์เป็นเพื่อนกันก็จริงแต่คนรักของเรากลับไม่ถูกกันเสียอย่างนั้น ถ้าเจอหน้าก็หวังว่าจะไม่ตีกันตายนะครับ


(“ถ้าอย่างนั้นเจอกันที่สนามวันเสาร์ตอน 3 ทุ่มนะ เรานัดคุณกลางไว้แล้ว”) คนนี้ก็พร้อมตลอด จัดแจงทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แถมนัดพี่ชายตัวเองไว้ด้วย แล้วคิดว่าผมจะโดนเขม่นไหม? คือเร็กซ์ก็ค่อนข้างจะรู้จักผมดีเลยล่ะ เป็นความสัมพันธ์ที่อธิบายยาก แต่ที่แน่ ๆ เลยคือผมเป็นน้องชายของศัตรูเขา หวังว่าเร็กซ์จะรู้จักการแยะแยะได้นะ


“ได้ครับ” ถึงในใจจะมีความกังวลเป็นล้านแปดอย่างแต่สิ่งที่ทำได้คือยิ้มรับและตอบตกลงแม้อีกฝ่ายจะไม่เห็นก็ตาม


เกิดเป็นนายคเชนทร์ต้องอดทน ปัญหามากมายก็ต้องผ่านไปให้ได้!


หลังจากที่วางสายจากคุณรัชช์แล้วผมก็กลับมานอนเล่นโทรศัพท์ต่อแต่คราวนี้ผมยิ้มไม่หุบเลย ดีใจมาก ไม่บ่อยนักที่ผมจะได้ไปเที่ยวกับคุณรัชช์ แล้วยิ่งเป็นสนามแข่งรถ เรายิ่งไม่เคยไปด้วยกันเลย นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้ไปในสถานที่ที่ผมได้เจอคุณรัชช์ครั้งแรก ตื่นเต้นชะมัดเลย


“อารมณ์ดีเชียวนะ” นิลกาฬที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ หันมาบีบจมูกผมเบา ๆ คล้ายมันเขี้ยว


“อะไรเล่า” ผมหันไปยู่หน้าใส่


“ชอบแข่งรถเหรอ?” เขาปิดหนังสือลงแล้วหันมาคุยกับผม


“ไม่ชอบแข่ง แต่ชอบดู” ผมปิดเกมที่เล่นอยู่แล้วขยับลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง


“รัชช์เซียนมากนะรู้ไหม?” นิลกาฬบอกยิ้ม ๆ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็รู้ดี คุณรัชช์เก่งเรื่องการขับขี่รถมาก เขาชอบในความเร็วและหลงใหลการแข่งขัน ตั้งแต่ที่เขาเริ่มแข่งรถ เขาก็ไม่เคยแพ้ใครเลย


“ชินเกลียดคุณรัชช์มาก” และเพราะคุณรัชช์โดดเด่นมาก ๆ เลยถูกชินหมายหัว ชินพยายามหาทางเอาชนะคุณรัชช์ทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะกลโกงหรืออะไรมันก็งัดเอามาใช้หมด แต่สุดท้ายมันก็แพ้คุณรัชช์อยู่ดี ฝีมือมันคนละระดับกัน ชินมันมีความสามารถในระดับหนึ่ง แต่พอเทียบกับคุณรัชช์แล้วมันเหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน ชินยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองพ่ายแพ้อีกฝ่ายไม่ได้


มันเริ่มแข่งรถมาก่อนแถมยังอายุมากกว่าคุณรัชช์อีก พอแพ้ก็รู้สึกเสียหน้า แล้วมันก็ทำเรื่องเลวร้ายอย่างการถีบรถมอเตอร์ไซค์คุณรัชช์จนเกิดอุบัติเหตุทำให้อีกฝ่ายต้องนอนโรงพยาบาลนานเป็นเดือน และเพราะการกระทำอันสิ้นคิดของมันทำให้ตัวมันถูกตำรวจจับ แต่ก็อยู่ในคุกไม่กี่ปี ได้ออกมาแทนที่จะสำนึกแต่มันกลับทำเลวซ้ำซาก ชินยกพวกไปรุมทำลายคุณรัชช์และมันก็คิดจะแทงคุณรัชช์ให้ตาย แต่โชคดีที่โดนเฉี่ยว ๆ และเร็กซ์กับมาวินก็เข้าไปช่วยคุณรัชช์ได้ทัน ผมโกรธมากที่ชินทำอย่างนั้น ในวันเดียวกันนั้นผมก็วางแผนจับตัวไอริสที่เป็นแฟนเก่าของมารุตไป แล้วหลอกล่อให้มารุตทิ้ง









-------------------------------------------------------------------









ตื่นเต้นจังเลยค่ะ ตอนหน้าจะเป็นที่มาของการรวมตัวกันของแก๊งนี้
มันก็จะวุ่น ๆ กันหน่อย แต่ละคนนี่แสบ ๆ กันทั้งนั้น
สามพี่น้องริคเร็กซ์รัชช์ก็คือเหมือนกันเลย ความลับอะไรนี่รู้หมด แล้วรู้ลึกรู้จริงด้วยนะ
รัชช์รู้รัชช์เห็นรัชช์สัมผัสได้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #131 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:48

    นิลกาฬก็คือแสนดีมาก ชั้นรักคสพ.ของทั้งสองจัง
    #131
    0
  2. #130 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:03
    รอตอนต่อไปเลยค่ะ สู้ๆนะคะ รออ่านนิยายของไรท์นะคะ
    #130
    0