คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 24 : -Twenty three-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    12 เม.ย. 63



-Twenty three-



KACHAIN PART :


และแล้ววันที่ลอยคอ เฮ้ย! รอคอย เฮ้ย! ถูกแล้ว!


กริบมาก


ขอโทษครับ วันหลังจะไม่เล่นอะไรแบบนี้อีกแล้ว


และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง ผมได้มาที่สนามแข่งรถ LW โดยที่มีนิลกาฬเป็นคนพามา(เป็นคนขับรถส่วนตัว) ก่อนออกจากคอนโดฯ ผมก็ได้โทรนัดแนะกับคุณรัชช์ไว้เรียบร้อยแล้ว อีกฝ่ายบอกว่ากำลังจะออกจากห้องเหมือนกัน ตรงนี้ขอแอบกระซิบว่าคุณรัชช์ก็ย้ายไปอยู่คอนโดฯ มารุตเหมือนกัน คู่นี้เขาตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋เลย


 “เฮ!!!” พอลงจากรถมาได้ก็ได้ยินเสียงร้องเฮดังลั่นมาจากทางด้านในสนาม ตรงนี้เป็นลานกว้างใช้สำหรับจอดรถ จากที่ไล่สายตาดูแล้วก็คือรถจอดกันเยอะมาก ผมกับนิลกาฬพากันเดินเข้ามาในสนาม แน่นอนว่าคนแน่นเลยล่ะ


“คนเยอะเหมือนเดิมเลย” ผมพึมพำเสียงเบาเมื่อเห็นผู้คนนั่งกันเต็มอัฒจันทร์ เหมือนเมื่อก่อนเลย ที่นี่คนเยอะตลอด โดยเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์


“กิจการรุ่งเรืองจนน่ากลัวเลย” นิลกาฬว่าพลางดึงผมให้หลบคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเดินไปทางไหนดี คนเยอะจนน่าเวียนหัวเลย


“เชน” ยืนงงได้ไม่นานเสียงทุ้มหวานที่แสนคุ้นหูก็ร้องตะโกนเรียกอยู่ไม่ไกล ผมกับนิลกาฬหันไปมองทางต้นเสียงแล้วก็พบคู่รักคนดังของมหาลัย คนหนึ่งเป็นอดีตเดือนมหาลัยเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนอีกคนเป็นเดือนคณะเกษตรเมื่อปีก่อน คุณรัชช์อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนสีดำ ส่วนมารุตก็แต่งคัวคล้าย ๆ กัน เพียงแต่ต่างกันแค่สีเสื้อ ของมารุตเป็นสีดำ แต่จากที่มองดูแล้วทั้งเสื้อและกางเกงเป็นแบบเดียวกัน


โห ดูไม่ออกเลยนะว่าแต่งมาคู่กัน


“คุณรัชช์” ผมกับนิลกาฬเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ และผมก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามารุตยืนกอดคอคุณรัชช์อยู่ พอมีคนหันมองคุณรัชช์มันก็หันไปแยกเขี้ยวขู่เขา ดุเหมือนหมาเลย


“คุณกลางรออยู่ตรงนู้น ไปกันเถอะ” คุณรัชช์เดินเข้ามาจับมือผมแล้วชี้ไปอีกทางหนึ่งให้ผมดูซึ่งผมก็ยังมองไม่เห็นพี่ชายของเขาเหมือนกัน คนเยอะมากจนแยกหน้าคนไม่ออกเลย


“ครับ” ผมรับคำทั้งที่ก็ยังหาพี่ชายของอีกฝ่ายไม่เจอ


“รัชช์” คุณรัชช์ทำท่าจะดึงผมให้เดินไปหาเร็กซ์แต่นิลกาฬก็เอ่ยเรียกไว้ก่อน


“ครับ พี่นิล” คุณรัชช์หันมามองด้วยความสงสัยผมเองก็เงียบรอฟังว่าเขาจะพูดอะไร


“พี่ฝากเชนแปบหนึ่งนะ” ดวงตาคู่คมมองผมแวบหนึ่งก่อนจะเลื่อนไปมองคนข้างตัวผม


“ได้ครับ” คุณรัชช์รับคำพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก


“เดี๋ยวผมตามไปนะเล็ก” มารุตเดินเข้ามาลูบหัวคุณรัชช์ด้วยสายตาที่อ่อนโยน ดูก็รู้ว่ารักมากและหลงมาก


“อื้อ” คนข้างตัวผมพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วนิลกาฬกับมารุตก็เดินหายออกไปท่ามกลางผู้คนมากมาย


“เขาจะไปไหนกันน่ะ?” ผมมองตามไปด้วยความสงสัย เห็นนิลกาฬเดินกับมารุตแล้วดูขัดตาแปลก ๆ สองคนนั้นเขาญาติดีกันได้ด้วยเหรอ?


“ไม่รู้สิ” คุณรัชช์ไหวไหล่เบา ๆ แล้วดึงให้ผมเดินตามเขาเพื่อไปหาเร็กซ์ที่รออยู่สักที่หนึ่งบนอัฒจันทร์


“คุณเล็ก” เดินผ่านผู้คนมามากมายสุดท้ายก็เจอกับพี่ชายของคุณรัชช์ที่ยืนคุยกับใครสักคนอยู่ แต่อีกฝ่ายก็ตาไวมองเห็นน้องชายตัวเองตั้งแต่ระยะไกล


“คุณกลาง” พอคนน้องเห็นพี่ชายก็วิ่งเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่น ผมยกยิ้มด้วยความเอ็นดู เวลาคุณรัชช์อยู่คนเดียวก็ดูเป็นผู้ชายหล่อ ๆ เท่ ๆ อยู่หรอก แต่พออยู่กับพี่ชายแล้วเหมือนเด็กตัวเล็กตัวน้อยมาก น่าเอ็นดูจังครับ


“สวัสดีครับ” ผมรีบยกมือขึ้นไหว้คนที่อายุมากกว่าทันทีที่เขาหันมาสบตา เร็กซ์พยักหน้ารับเบา ๆ ดูท่าคงจะยังเคือง ๆ ผมอยู่ ซึ่งผมก็เข้าใจได้ เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยทำตัวเป็น stalker เหมือนกัน เร็กซ์เองก็คงไม่พอใจที่ผมทำตัวเหมือนคนโรคจิต แล้วถ้าถามว่าเขารู้ได้ยังไงก็บอกได้เลยว่าเขาก็ทำแบบเดียวกับผมนั่นแหละ เขาให้มาวินคอยตามดูแลคุณรัชช์มาตั้งแต่เข้ามหาลัย ผมรู้ดีเพราะผมเองก็สืบเรื่องของเขาเหมือนกัน ทั้งผมและเร็กซ์ต่างรู้เรื่องของอีกฝ่ายดี แต่เราก็ไม่เคยเผชิญหน้ากันตรง ๆ ก็อย่างที่เขาบอกกันนั่นแหละว่าผีเห็นผี


“ไปนั่งตรงนั้นกันดีกว่า” เร็กซ์ผละตัวออกจากน้องชายแล้วชี้ไปทางอัฒจันทร์แถวกลางที่มีคนนั่งกันเต็มเอี๊ยด แล้วเราจะนั่งตรงไหนล่ะครับ?


“แล้วพี่มาวินล่ะครับ?” คุณรัชช์ที่ไม่เห็นแฟนหนุ่มของพี่ชายก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย


“ไปไหนก็ไม่รู้ บอกให้ออกมาก่อน” พอถูกพูดถึงแฟนตัวเองเร็กซ์ก็มีสีหน้าบึ้งตึงทันที


“มารุตกับพี่นิลก็เหมือนกัน” คุณรัชช์ว่าเสียงเบาด้วยสีหน้าหงอย ๆ นี่คืออาการของคนติดแฟนครับ พอห่างกันนิดหน่อยก็เหมือนจะเฉาตาย เฮ้ย! ผมเปล่านินทานะ แค่เล่าให้ฟังเฉย ๆ


“อย่าบอกนะว่าอยู่ด้วยกัน?” ผมกระพริบตาปริบ ๆ เมื่ออยู่ดี ๆ ในหัวก็มีความคิดนี้แล่นเข้ามา ทั้งเร็กซ์และคุณรัชช์ต่างชะงักแล้วหันหน้ามองกัน


เลิ่กลั่กแล้ว


“ไม่ตีกันตายเหรอนั่น?” คุณรัชช์เบ้หน้าออกมาเมื่อคิดตามที่ผมพูด ซึ่งผมกับเร็กซ์ก็คิดไม่ต่างกัน


“พวกหัวร้อนกับกวนประสาท มีแต่ผีบ้าทั้งนั้น” เร็กซ์บ่นพึมพำด้วยสีหน้ายุ่ง ๆ เขายกมือขึ้นขยี้ผมของตัวเองก่อนจะเสยผมขึ้นเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง ผมมองการกระทำของเร็กซ์แล้วก็ลอบมองใบหน้าของคุณรัชช์ สองพี่น้องนี้เขาหน้าตาเหมือนกันมาก ใครเห็นก็รู้เลยว่าเป็นพี่น้องกัน แต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว


“มุมไหนจะเห็นได้ชัดสุดครับ” แล้วก็เป็นคุณรัชช์ที่เนียนเปลี่ยนเรื่อง


“ตรงกลาง ๆ แต่คนเยอะ เราไปนั่งข้างบนกันดีกว่า” เร็กซ์หันมองหน้าน้องชายตัวเองเหวอ ๆ ก่อนจะชี้ไปยังตำแหน่งที่ว่าแล้วเลื่อนมือขึ้นไปทางด้านบนสุดของอัฒจันทร์ที่ว่างอยู่ ผมก็แกล้งเออออตามไปทั้งที่ในหัวยังคงคิดเรื่องที่สามคนนั้นหายไปพร้อมกันไม่หยุด


ทำตัวน่าสงสัยนะครับ


“วิวดีนะ” พอเดินขึ้นมาถึงด้านบนสุดเราก็สัมผัสได้ถึงลมเย็น ๆ ยามค่ำคืน จากมุมนี้มองเห็นทั่วทั้งสนามเลย ถึงจะไกลหน่อยแต่ก็โอเคแหละ คนน้อยดี


“นึกยังไงถึงอยากมากัน?” เร็กซ์ที่นั่งทางฝั่งขวาของคุณรัชช์หันมาถามด้วยสีหน้าสงสัยและใคร่รู้


“ก็ไม่ได้มานานแล้ว มันเลยคิดถึงแปลก ๆ” ผมหันมองหน้าคุณรัชช์ที่นั่งอยู่ตรงกลางก่อนจะมองเลยไปสบตากับเร็กซ์ สำหรับผมแล้วที่นี่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นอะไรหลาย ๆ อย่าง ผมชอบดูการแข่งรถก็เพราะชินพามาที่นี่ ผมได้เจอคุณรัชช์ครั้งแรกก็ที่นี่


“พวกเราก็มีความผูกพันกับที่นี่เนอะ” คุณรัชช์พึมพำเสียงเบา ดวงตาจับจ้องไปยังในสนามแข่งรถที่กำลังมีการแข่งขันกันอยู่ ซึ่งต่างจากผมที่ไม่มีสมาธิดูการแข่งเลย อยู่ดี ๆ มันก็รู้สึกประหม่าขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอเร็กซ์ตรง ๆ แบบนี้ แถมพี่ชายของผมยังสร้างเรื่องไว้เยอะแยะอีกด้วย ไม่โดนเกลียดขี้หน้าก็บุญแล้ว


“ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่เจอเชนนะ?” คุณรัชช์เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะหันมามองหน้าผม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อย ๆ คล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


“แต่ผมเห็นคุณรัชช์มาตลอดเลยนะ” ผมระบายยิ้มบางเมื่อเห็นสีหน้ายุ่ง ๆ ของอีกฝ่าย ผมจำได้ดีถึงครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณรัชช์ เขามากับเร็กซ์แล้วก็ถูกชินเข้าไปหาเรื่อง เร็กซ์กับชินเกือบจะต่อยกันแล้วแต่คุณรัชช์ก็ห้ามไว้ หลังจากนั้นผมก็ตามชินมาที่สนามนี้บ่อย ๆ เพื่อมานั่งมองดูคุณรัชช์


“แล้วจำเราได้ไหม พอเข้ามหาลัย?” คิ้วเรียวยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิมเมื่อได้ยินที่ผมพูด เร็กซ์ไม่ได้พูดอะไร เขาแค่นั่งฟังเงียบ ๆ


“ได้สิ น่ารักขนาดนั้นใครจะจำไม่ได้” ผมพูดพร้อมยกมือขึ้นไปหยิกแก้มทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว


น่ารักว่ะ


“อะแฮ่ม! เดี๋ยวพ่อมึงก็มาล่อหัวให้หรอก” เสียงกระแอมไอของเร็กซ์ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ หันมองรอบ ๆ ตัวก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อไม่เห็นว่ามีใครอยู่


“ไม่มีใครอยู่นี่ครับ” ผมไหวไหล่เหมือนไม่แคร์ แต่ก็แอบปาดเหงื่อเบา ๆ ผมไม่ได้กลัวมารุตหรอกครับ แต่ผมกลัวนิลกาฬต่างหาก มันก็ไม่เชิงกลัวหรอก แบบจะว่ายังไงดี มันออกแนวเกรงใจมากกว่า เออ ก็แค่เกรงใจแหละ ไม่ได้กลัว


“มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอที่พวกเรามาอยู่ด้วยกันแบบนี้” เร็กซ์พูดด้วยสีหน้าแหย ๆ


“รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันแหละ” ผมพยักหน้าตอบเขากลับไป ลองคิดกันเล่น ๆ นะ จากทางขวาสุดตรงนั้นคือเร็กซ์ คนที่เป็นรักแรกของนิลกาฬ ถัดมาตรงกลางคือคุณรัชช์ที่เป็นแฟนคนแรกของนิลกาฬ และผมที่อยู่ทางซ้ายมือคือ(ว่าที่)แฟนใหม่ของนิลกาฬ เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและวุ่นวายมาก


“อย่าทำให้บรรยากาศเสียกันสิ” คุณรัชช์ว่าเสียงดุ


“...” เร็กซ์นั่งเม้มปากแน่น คาดว่าเขาก็คงคิดไม่ต่างจากผม มันเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกมากจริง ๆ นะ


“...” ผมไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่รู้จะพูดอะไร บอกเลยว่าเลิ่กลั่กมาก


“อย่ามาเงียบใส่นะ” คนที่นั่งอยู่ตรงกลางเอ็ดหน้ายุ่ง ผมรู้ว่าคุณรัชช์เองก็คงคิดคล้าย ๆ กับผมและเร็กซ์นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นจะมีสีหน้ากระอักกระอ่วนแบบนั้นเหรอ?


“ก็...ทำตัวไม่ถูก” ผมเม้มปากแน่น โคตรประหม่าเลย


“เราควรคุยอะไรเหรอ?” เร็กซ์กระพริบตาปริบ ๆ มองหน้าผมสลับกับคุณรัชช์อย่างขอความคิดเห็น


“ไม่รู้” ผมส่ายหน้าเบา ๆ

“นั่งดูเขาแข่งกันเงียบ ๆ ก็ได้ครับ” แล้วก็เป็นคุณรัชช์ที่ดึงเรากลับมาอยู่กับสิ่งที่ควรให้ความสนใจตั้งแต่ทีแรก ตอนแรกอยากมาดูแข่งรถกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มานั่งสนทนาเรื่องน่าปวดหัวกันแบบนี้


“เป็นความคิดที่ดี” เร็กซ์พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ แล้วรีบหันกลับไปมองการแข่งขันในสนามทันที


“ครับ” ผมก็ตอบรับอย่างไวแล้วพยายามดึงความสนใจทั้งหมดของตัวเองมาอยู่ที่ในสนาม แต่เชื่อเถอะว่าผมไม่ได้มีสมาธิจดจ่อกับมันเลย ผมยังขอยืนยันอีกครั้งว่าบรรยากาศของเรามันกระอักกระอ่วนมาก แต่พวกเราก็แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกมัน จริง ๆ แล้วผมคิดว่าเร็กซ์กับคุณรัชช์คงจะไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แต่บรรยากาศมันพาไปเราเลยเผลอคิดเยอะกันไปหน่อย


“นั่นมัน...ทาโก้นี่” ผมที่นั่งมองรอบ ๆ ด้วยความสนใจระหว่างรอดูการแข่งรอบต่อไปก็บังเอิญมองไปเห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้า ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแต่ผมไม่มีวันลืมไอ้เหี้ยที่มันทำร้ายผมได้หรอก


“จริงด้วย” เร็กซ์หันขวับทันทีที่ได้ยินผมพูด


“เขามาทำอะไรที่นี่?” คุณรัชช์ขมวดคิ้วมอง พวกเราสามคนจับจ้องไปที่ทาโก้เป็นสายตาเดียว มันเดินไปยังทางออกของอัฒจันทร์แล้วไปเจอกับใครสักคน ทั้งสองยืนพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง


“ลูกน้องมันอยู่รอบ ๆ เต็มเลย” ผมละสายตามามองรอบข้างสนามแข่งรถ มีลูกน้องของไอ้ทาโก้ที่เคยเป็นลูกน้องของชินเดินป้วนเปี้ยนเต็มไปหมด แล้วก็มีคนของมาวินคคอยสังเกตการณ์อยู่ในจุดต่าง ๆ


“มันก่อเรื่องแน่” เร็กซ์ลุกพรวดขึ้นแล้วเตรียมจะวิ่งออกไปจากตรงนี้


ปัง!


“กรี๊ด!!!” แต่ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องตกใจของพวกผู้หญิง ผู้คนต่างแตกฮือทันทีที่ได้ยินเสียงปืน


“เสียงมาจากลานจอดรถ!” เร็กซ์วิ่งไปมองทางด้านหลังสนาม ผมกับคุณรัชช์ก็ลุกตามไปติด ๆ


“เร็กซ์! พารัชช์กับเชนเข้าไปรอที่สำนักงาน!” เสียงร้องตะโกนของมาวินดังสวนมากับเสียงร้องฮือฮาของทุกคน พอหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นทั้งนิลกาฬ มาวิน และมารุตยืนอยู่ตรงประตูทางออกไปลานจอดรถ สีหน้าแต่ละคนพร้อมไฟท์มาก ลูกน้องของมาวินก็วิ่งวุ่นรีบคุมสถานการณ์ให้เข้าที่


“แต่...” เร็กซ์หันมามองหน้าผมกับคุณรัชช์แล้วหันไปมองแฟนของตัวเองอย่างลังเล


“ไป!” แต่มาวินก็ตะโกนกลับมาอีกครั้ง


“อืม” เร็กซ์เลยจำต้องยอมพาพวกผมวิ่งสวนผู้คนไปอีกฝั่งเพื่อที่จะอ้อมไปออกทางด้านหลังของสนามแล้วไปที่สำนักงาน


“จะไปไหนกันเหรอ?” วิ่งมาจนใกล้จะถึงทางออกแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีลูกน้องของไอ้ทาโก้ยืนขวางทางพวกเราอยู่สามคน


“อย่าขวางทาง” เร็กซ์ว่าเสียงเข้ม ผมเริ่มรับรู้ถึงความน่ากลัวของเร็กซ์เมื่อใบหน้าของเขาไร้ซึ่งแววล้อเล่นแถมยังหักมือดังกร็อบแกร็บเตรียมพร้อมเรื่องต่อยตีเต็มที่


พลั้ก!


“โอ๊ย!” คุณรัชช์ไม่พูดพร่ำทำเพลงวิ่งแทรกมาตรงกลางเกาะไหล่ผมกับเร็กซ์แล้วกระโดดถีบลูกน้องไอ้ทาโก้หงายหลังล้มตึงพร้อมกันทีเดียวสองคน


สุดยอด!


“กระจอก” รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อติดหวาน ผมแอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นการกระทำอันผาดโผนของอีกฝ่าย


คนจริงมาก ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ


ผลั้วะ!


จังหวะที่ผมเผลอไปแค่เสี้ยววินาทีเร็กซ์ก็ยกขาขึ้นตวัดก้านคอไอ้คนที่ยังเหลืออยู่ เพียงแค่พริบตาเดียวทั้งสามคนก็ลงไปนอนกองกันเหมือนซากศพที่น่าอนาถ


จงไปสู่สุขคติเถอะ อาเมน


พี่น้องคู่นี้น่ากลัวชะมัด ใครจะคิดว่าคนที่ดูนิ่ง ๆ พูดเสียงทุ้มนุ่มสบายหู หน้าตาดูอ่อนโยนต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมโลกอย่างคุณรัชช์จะน่ากลัวขนาดนี้ เร็กซ์เองผมก็ได้ยินมาอยู่ว่าโหดมาก แต่พอมาเห็นว่าน็อคคนได้ในชั่วพริบตาแบบนี้ก็ทำเอาหนาว ๆ ร้อน ๆ เหมือนกัน ขอบคุณตัวเองที่ผมไม่เคยไปมีเรื่องกับเร็กซ์ ไม่อย่างนั้นผมคงถูกฆ่าตายไปแล้วแน่ ๆ อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกสงสารและเห็นใจมารุตกับมาวินอย่างน่าประหลาด ทั้งสองคนจะรู้ไหมว่าแฟนตัวเองไม่ได้นุ่มนิ่มอย่างที่คิด


“คุณเล็กกับเชนเข้าไปหลบข้างในเถอะ เดี๋ยวกลางไปดูมาวินก่อน” เร็กซ์ดันพวกเราให้เดินนำหน้าไปส่วนตัวเองก็ทำท่าจะวิ่งกลับไปทางเดิม


“ถ้าจะไปก็ไปกันทั้งหมดนี่แหละ” แต่ก็ถูกคนเป็นน้องคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน


“มันอันตรายนะ” เร็กซ์มีสีหน้าที่เคร่งเครียด เขาหันไปมองทางลานจอดรถเป็นระยะ คาดว่าคงเป็นห่วงมาวินที่วิ่งออกไปดูสถานการณ์ตรงนั้น ซึ่งผมกับคุณรัชช์ก็มีอาการไม่ต่างกัน นิลกาฬกับมารุตวิ่งตามมาวินไปติด ๆ ทั้งสามคนอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แล้วจะให้ผมกับคุณรัชช์นั่งรอเฉย ๆ อยู่ได้ยังไง


“พวกเราไม่ได้กระจอกนะ” ผมเตือนสติเร็กซ์ ถึงผมจะไม่ได้ถึงขั้นเรียนมวยไทยแบบสองพี่ร้องเร็กซ์รัชช์ แต่เรื่องต่อยตีผมก็เชี่ยวพอดู อยู่กับแก๊งที่ใหญ่ที่สุดของโรงเรียนมาตั้งแต่ประถมเลยนะครับ ไม่อยากจะโม้


“เออ ลืม” เร็กซ์ยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ


ปัง!


ปัง!


ปัง!


เสียงปืนยังคงดังขึ้นต่อเนื่องทำเอาพวกเราใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นึกเป็นห่วงคนรักของตัวเองจนอยากจะวิ่งย้อนกลับไปใจจะขาด


“ทาโก้ไปทำอะไรที่สำนักงาน?” จู่ ๆ คุณรัชช์ก็ร้องออกมาทำให้ทั้งทั้งผมและเร็กซ์รีบหันไปดูทางด้านหน้าของสำนักงานทันที


“ดูในมือมันสิ” ผมตาโตเมื่อเห็นแกลลอนในมือของอีกฝ่าย ไม่ต้องเดาเลยว่านั่นเป็นแกลลอนอะไร และมืออีกข้างก็เหมือนจะถืออะไรสักอย่างเอาไว้ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นไฟแช็ค


“เชี่ย! มันจะวางเพลิง” เร็กซ์ร้องเสียงหลงก่อนที่ผมจะพุ่งตัวไปทางสำนักงาน ผมไม่ได้หันไปมองว่าคุณรัชช์กับเร็กซ์จะตามมาหรือเปล่า ผมคิดแค่ว่าต้องหยุดทาโก้ให้ได้ก่อนที่มันจะทำอะไรเสียหาย ถ้ามันจุดไฟเผาสำนักงานได้นี่เป็นเรื่องเลยนะครับ ผมไม่รู้ว่าไอ้ทาโก้มันมีปัญหาอะไรกับมาวินหรือเร็กซ์ แต่ที่แน่ ๆ เลยคือครั้งนี้มันสร้างเรื่องได้ใหญ่โตจริง ๆ


พลั้ก!


“ใครวะ!?” พอเข้าไปใกล้ผมก็กระโดดถีบไอ้ทาโก้เต็มแรงจนตัวมันไปกระแทกเข้ากับกำแพงของสำนักงานแล้วเผลอปล่อยแกลลอนกับไฟแช็คให้หลุดมือ


“กูเอง” ผมเดินเข้าไปเตะไฟแช็คให้ออกไปห่าง ๆ มือไอ้ทาโก้แล้วตรงเข้าไปหาศัตรูคู่อาฆาตเก่า ครั้งที่แล้วมึงเล่นกูไว้เจ็บแสบมาก ครั้งนี้กูขอเอาคืนบ้างนะ


“ไอ้เชน!” พอมันหันมาเห็นผมก็ตวาดเสียงดังดวงตาแข็งกร้าว


โห น่ากลัวจัง


กลัวตายแหละ


“กูยังไม่ได้ชำระความกับมึงนะ” ผมยกมือขึ้นชี้หน้ามันอย่างเอาเรื่องระหว่างนั้นผมก็เห็นเร็กซ์ย่องมาทางด้านหลังของไอ้ทาโก้พร้อมกับไม้อะไรสักอย่างในมือ


“ก็มาสิ” มันดึงมีดพกออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วตั้งท่าเตรียมจะสู้กับผม


ผลั้วะ


“อั่ก!” แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้เริ่มมันก็เกมก่อนแล้ว ไม้ท่อนใหญ่เท่าแขนฟาดลงมาเต็มแรงที่หัวของมันจนร่างสมส่วนล้มตึงหน้าคว่ำไปกับพื้น


“โง่” เร็กซ์โยนไม้ลงที่พื้นอย่างไม่แยแส คุณรัชช์เดินเข้ามาเก็บมีดพกใส่กระเป๋าตัวเองกันไอ้ทาโก้ฟื้นขึ้นมาแล้วจะมาลอบกัดทีหลัง


“มีคนถูกยิง! เสียงร้องโวยวายที่ดังมาจากลานจอดรถทำเอาพวกเราทั้งสามหยุดชะงักมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก


เสียงปืนที่ดังเมื่อกี้นี้มีคนถูกยิงเหรอ?


!!!” เราทั้งสามต่างเป็นห่วงคนของตัวเองกลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นเลยคิดที่จะวิ่งออกไปดูที่ลานจอดรถ


“ซ้อ! เป็นอะไรหรือเปล่า!?” แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขยับไปไหนก็มีใครบางคนวิ่งเข้ามาเกาะแขนเร็กซ์ด้วยสีหน้าและท่าทางตื่นตระหนก


“ไอ้กราฟ! ใครโดนยิง?” เร็กซ์ร้องถามเสียงลน เขาจับแขนของคนที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของมาวินเอาไว้แน่น


“นิลกาฬจ้ะซ้อ”


“นิล!” ผมแทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินคนชื่อกราฟบอกกับเร็กซ์


ผมไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม?


เขาบอกว่านิลกาฬโดนยิงใช่หรือเปล่า?


“แต่มารุตกับวิคพาไปโรงพยาบาลแล้วจ้ะ” เขาหันมามองหน้าผมแล้วพูดรัวเร็ว ผมไม่รู้จักคนชื่อวิค แต่คิดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของมาวินกับเร็กซ์เช่นกัน ตอนนี้ใจผมไม่อยู่กับตัวแล้ว เป็นห่วงนิลกาฬมากจนทำอะไรไม่ถูกเลย ผมไม่ได้เตรียมใจมาว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้นะ แล้วถ้านิลกาฬเป็นอะไรขึ้นมาผมจะทำยังไง?


“มาวินอยู่ไหน?” เร็กซ์หันมามองหน้าผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปคุยกับกราฟ คุณรัชช์เดินเข้ามาบีบไหล่ผมเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ


“เคลียร์ข้างนอกอยู่จ้ะ”


“แล้วมีใครเป็นอะไรอีกไหม?”


“มารุตโดนมีดเฉี่ยวแขน ส่วนเฮียวินหัวแตกเลือดอาบเลยจ้ะซ้อ” กราฟพูดพร้อมชี้ที่แขนซ้ายก่อนจะเลื่อนมาชี้ที่หัวตัวเองเพื่อบอกตำแหน่งที่บาดเจ็บของแต่ละคน


“รุต!


“วิน!” สองพี่น้องหลุดเสียงเรียกชื่อแฟนตัวเองออกมาด้วยความตกใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัว พวกเขาคงไม่ได้กลัวไอ้พวกที่มาก่อเรื่องหรอก แต่น่าจะกังวลเรื่องของคนรักมากกว่า ผมเองก็เป็นห่วงนิลกาฬมากเช่นกัน ตอนแรกก็แอบคิดขออย่าให้มีใครเป็นอะไรหรือได้รับบาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็เจ็บตัวกันทั้ง 3 คนเลย


“ไอ้กราฟ มึงให้คนมาลากไอ้เหี้ยนี่ไป แม่งจะวางเพลิงสำนักงานเรา” เร็กซ์เดินไปลากไอ้ทาโก้ที่ยังสลบอยู่แล้วโยนไปให้กราฟรับช่วงต่อ


“เดี๋ยวเอาไปรวมกับไอ้พวกข้างนอกแล้วให้เฮียจัดการจ้ะ” กราฟรับคำเสียงแข็งขันหอบเอาคนที่ตัวพอ ๆ กับตัวเองเดินไปทางลานจอดรถ พวกผมก็เดินตามไปติด ๆ เห็นสภาพทุลักทุเลของกราฟแล้วผมเลยเข้าไปช่วยหิ้วปีกไอ้ทาโก้


“มึงเรียกเฮียมาร์โลว์มาเลย กูจะพาวินไปหาหมอ” เร็กซ์พูดรัวเร็วขาก็สับไว ๆ เพื่อที่จะไปดูอาการของคนรัก คุณรัชช์เดินตามมาเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ดูท่าแล้วคงจะเป็นห่วงมารุตไม่น้อยเลย


“เดี๋ยวกราฟกับโชรับช่วงต่อเองจ้ะซ้อ” กราฟรับคำเสียงจ๊ะจ๋า ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย


สถานที่เถื่อน ๆ แบบนี้มีคนแปลก ๆ อย่างนี้อยู่ด้วยเหรอวะ?


กราฟมันก็ไม่ได้ดูปวกเปียกอะไร เป็นผู้ชายหุ่นดีติดผอม หน้าตาหล่อเหลาเอาเรื่อง แต่ท่าทางมันดูเพี้ยน ๆ ยังไงชอบกล แต่สายตาของมันก็ดูจริงจังไม่น้อยเลย ผมชักสับสนแล้วว่าคนชื่อกราฟนี่เป็นคนยังไงกันแน่


“ดูแลให้ดีนะ” เร็กซ์สั่งเสียงนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น


“เชื่อมือกราฟได้เลยจ้ะ” กราฟว่าเสียงหวานขัดกับแววตาที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ผมแอบขนลุกเบา ๆ กับแววตาของอีกฝ่าย สนามแข่งรถนี้มันแหล่งรวมตัวของคนประหลาดหรือไงวะ?


“ไปโรงพยาบาลกัน” คุณรัชช์ที่เงียบไปนานก็หันมามองหน้าผม ซึ่งผมก็รีบพยักหน้ารับทันที เราเดินออกมาที่ลานจอดรถซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ก็เริ่มสงบลงแล้ว กลุ่มคนที่เข้ามาก่อความวุ่นวายถูกจับมานั่งรวมกันแล้วถูกมัดมือมัดเท้าเอาไว้ มีราว ๆ 20 เกือบ 30 คนได้ แต่ไม่รู้ว่าจับได้หมดหรือยัง


แต่จะว่าไปพวกนี้ก็ทำงานกันไวมากเลยนะ


“วิน!” เร็กซ์ที่เห็นแฟนของตัวเองก็ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ ผมหันไปมองก็ถึงกับผงะ มาวินเลือดอาบหน้าไปข้างหนึ่งจนลืมตาไม่ได้


“ออกมาทำไม?” มาวินที่หันมาเห็นพวกเราก็ว่าเสียงดุทันที


“ไปหาหมอ” เร็กซ์ไม่ได้สนใจสีหน้าดุ ๆ ของแฟนแต่กลับเดินเข้าไปดึงแขนของมาวินให้เดินตามไปที่รถ


“กูขอจัดการตรงนี้ก่อน” แต่มาวินก็ยื้อตัวเองเอาไว้ ผมกับคุณรัชช์หันมองหน้ากันทันที เลือดอาบหน้าขนาดนี้ยังจะห่วงอะไรอีก? ไปทำแผลก่อนไหม ผมกลัวเลือดเขาจะไหลหมดตัวชะมัดเลย


“กูให้ไอ้กราฟโทรหาเฮียมาร์โลว์แล้ว ส่วนมึงไปโรงพยาบาลกับกู” เร็กซ์สั่งเสียงดุ หันมองหน้าแฟนตัวเองอย่างเอาเรื่อง


“อืม” มาวินที่ตอนแรกทำเหมือนจะค้านแต่พอโดนแฟนมองหน้าก็พยักหน้ารับอย่างจำยอม


“นิลกาฬ...” ผมกำลังจะเอ่ยถามมาวินว่านิลกาฬเป็นยังไงบ้าง


“โดนยิงที่แขน ไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนี้น่าจะถึงโรงพยาบาลแล้ว” แต่มาวินก็หันมาพูดขัดขึ้นก่อนเหมือนรู้ว่าผมต้องการจะถามอะไร


“ใครยิง?” เร็กซ์ตวัดเสียงเข้มพร้อมกับลากมาวินเดินไปที่รถ ผมกับคุณรัชช์ก็สับขาไว ๆ เดินตามไปติด ๆ หน้าตาเร็กซ์ตอนนี้ดูรู้เลยว่าหงุดหงิดมาก


“ไม่รู้ว่ะ มันโดนช่วงที่กำลังชุลมุนกัน เลยไม่รู้ว่าใคร” มาวินส่ายหน้าเบา ๆ พอเดินมาถึงรถพวกเราก็รีบขึ้นไปนั่งทันที เร็กซ์เป็นคนขับ มาวินนั่งข้างหน้า ส่วนผมกับคุณรัชช์นั่งข้างหลัง


“แล้วจับพวกมันได้หมดไหม?” เร็กซ์เอ่ยถามขณะที่ถอยรถออกจากที่จอด


“คิดว่าน่าจะหมด”


“ครั้งนี้มึงต้องจัดการให้เด็ดขาดนะ” เร็กซ์ว่าเสียงนิ่งซึ่งขัดกับความเร็วในการขับรถของเขามาก แม้จะแสดงออกด้วยท่าทีที่เรียบนิ่งแต่ดูจากแววตาแล้วก็รู้ได้เลยว่าไม่ได้ใจเย็นอย่างที่เห็น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะไปถึงโรงพยาบาลในสภาพแบบไหน จะได้ไปส่งมาวินทำแผลหรือต้องพากันไปทำแผลทั้งสี่คนก็ไม่รู้ เพิ่งรู้เหมือนกันว่าเร็กซ์ก็ตีนผีใช่ย่อย


“มึงไม่ต้องห่วง กูไม่ปล่อยมันไว้แน่” มาวินตอบรับเสียงเข้ม ผมเห็นความน่ากลัวฉายชัดออกมาจากแววตาของอีกฝ่าย มาวินดูนิ่งกว่าเร็กซ์ และแม้ว่าเขาจะหัวแตกเลือดอาบหน้าไปข้างหนึ่งแต่มาวินกลับดูนิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ผมคิดว่าเร็กซ์คงร้อนใจแทนมาวินไปแล้ว ผมกับคุณรัชช์ก็มีอาการไม่ต่างกัน ใจนึกห่วงคนที่นำหน้าไปโรงพยาบาลก่อน ไม่รู้ว่านิลกาฬกับมารุตจะเป็นยังไงบ้าง


ขอให้พวกเขาปลอดภัยด้วยเถอะ








-------------------------------------------------------------------








ฝั่งเมียเขาสตรองกันมากเลยนะ

ผัวเขาว่าโหดแล้ว แต่จริง ๆ เขาโหดกว่าผัวอีก






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น