คนอกหัก [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S]

ตอนที่ 22 : -Twenty one-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    29 มี.ค. 63



-Twenty one-



KACHAIN PART :


เอาของไปแค่นี้เหรอ?” นิลกาฬมองสัมภาระที่ผมจัดเตรียมเอาไว้สำหรับการย้ายไปอยู่กับเขาที่คอนโดฯ


ก็มีแค่เสื้อผ้า ชีทเรียน แล้วก็ของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยผมชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า ไล่มาที่กระเป๋าใบใหญ่อีกใบมี่มีทั้งชีทเรียนและหนังสือ แล้วก็ไปจบที่กระเป๋าขนาดกลางอีกใบที่มีพวกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวบางส่วน ผมไม่ได้เอาของไปเยอะเพราะผมเองก็ไม่อยากทิ้งคอนโดฯ ของตัวเองไปเลย เสียเงินไปตั้งหลายล้าน จะปล่อยทิ้งไว้ก็เสียดายแย่ นิลกาฬเสนอความคิดให้ผมปล่อยเช่า แต่ผมก็ยังไม่อยากทำมันตอนนี้ เก็บเอาไว้ก่อน เผื่อวันไหนผมทะเลาะกับเขาแล้วจะได้มีที่ไป


อืมนิลกาฬพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้ากับกระเป๋าที่ใส่ชีทเรียนกับหนังสือของผม เหลือทิ้งไว้แต่กระเป๋าที่ใส่ของใช้ซึ่งมันเบามากเมื่อเทียบกับสองใบแรก แอบขัดใจเล็ก ๆ ที่นิลกาฬเอาของไปถือเองหมดไม่เหลือให้ผมได้ช่วย ทั้งที่ผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เขาทำเหมือนผมอ่อนแอกว่าเขาอย่างนั้นแหละ


เสร็จแล้วเข้าไปหาแม่กันทันทีที่นิลกาฬปิดประตูหลังรถหลังจากที่เอาของวางเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็พูดขึ้นมา


ติดแม่หรือไง?” เขาหันมามองผมยิ้ม ๆ พร้อมยกมือขึ้นมาวางบนหัวผมแล้วโยกไปมาเบา ๆ


ก็เดี๋ยวแม่เหงาผมเม้มปากแน่นพึมพำเสียงแผ่ว รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ถูกอีกฝ่ายล้อเลียน แต่เขินมากกว่ากับการกระทำของเขา ไม่ว่านิลกาฬจะทำอะไรก็ดูอบอุ่นไปหมด ต่อให้เขาด่าใครสักคนว่าไอ้เหี้ยก็ยังดูซอร์ฟกว่าผมเรียกใครสักคนว่าไอ้บ้า


หึ ๆนิลกาฬที่เห็นท่าทีของผมก็กระตุกยิ้มอารมณ์ดีทันที เขาเหมือนคนโรคจิตที่ชอบหาเรื่องให้ผมมาเขินได้ตลอดเวลา แล้วพอผมเขินผมก็จะทำตัวไม่ถูก นิลกาฬชอบที่จะเห็นผมเสียอาการ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าอายมากสำหรับผม


ผมเลือกที่จะเดินหนีมาขึ้นรถแทนที่จะพูดต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย ช่วงนี้นิลกาฬหาเรื่องแกล้งผมบ่อย ผมต้องระวังตัวเอาไว้มาก ๆ จริงอย่างที่แองจี้บอกนั่นแหละว่านิลกาฬน่ะร้ายมาก เผลอไม่ได้เลย เผลอแล้วโดนเอาเปรียบตลอด


เรากลับไปที่คอนโดฯ ของนิลกาฬก่อนเพื่อเอาสัมภาระของผมไปไว้ที่ห้อง ผมจัดของไปบางส่วนแล้วเราก็รีบออกมาเมื่อดูเวลาแล้วกลัวจะไปถึงบ้านช้า ไหนเราจะต้องแวะซื้อของกินอีก ผมให้นิลกาฬโทรไปบอกแม่ก่อนว่าพวกเราจะเข้าไปหา แม่จะได้ไม่ต้องทำของอะไร พวกเราก็ไม่อยากให้แม่เหนื่อยทำหรอกครับ เวลาไปหาแม่ที่บ้านทีก็ต้องซื้อของกินติดมือเข้าไป ต้องบอกแม่ล่วงหน้าว่าจะซื้อของกินเข้าไป ไม่อย่างนั้นแม่ก็จะลุกขึ้นมาเข้าครัวทำนั่นทำนี่ไว้รอ


นิลหลังจากที่ขับรถออกมาได้สักพักผมที่นั่งมองวิวข้างทางอยู่ก็หันไปเรียกคนขับรถส่วนตัวของตัวเอง


ว่าไง?” นิลกาฬหันมามองผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองถนนตามเดิม


ซื้อเป็ดย่างผมพูดขึ้นมาเมื่อเราใกล้จะไปถึงร้านเป็ดย่างร้านดังที่เคยซื้อไปกินกับแม่ครั้งหนึ่ง


แม่ชอบใช่ แม่ปลื้มเป็ดย่างร้านนี้มาก เนื้อเป็ดนุ่ม และน้ำราดเป็ดก็อร่อยมาก


ใช่ ซื้อไปกินกับแม่ผมพยักหน้าเบา ๆ ผมชอบเวลาที่นิลกาฬเข้าใจและรู้ทันในความคิดผม ชอบที่ไม่ต้องพูดเยอะแต่เขาก็เข้าใจ


แล้วเชนจะเอาของหวานอะไรด้วยไหม?” อดจะยกยิ้มกับตัวเองไม่ได้ที่นิลกาฬรู้ใจผมไปหมด


ไอติมกะทิผมหันไปยกยิ้มกว้างให้เขา


แม่ชอบอีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบา ๆ


อือตอนนี้ผมรู้แล้วว่าแม่ชอบอะไรบ้าง แต่ก็อย่างที่นิลกาฬบอกว่าแม่ชอบทุกอย่าง แม่กินได้หมด ไม่เคยมีปัญหากับเรื่องการกิน ผมกับนิลกาฬเลยซื้อของกินหลาย ๆ อย่างสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป จนแม่มาถูกใจเป็ดย่างเจ้าดังและไอติมกะทิมหาชัย ผมพยายามสังเกตดูว่าแม่ชอบอะไรเป็นพิเศษแล้วก็จำเอาไว้ พอครั้งต่อไปก็จะซื้อแต่ของที่แม่ดูจะชอบกว่าอันอื่น ๆ ไปให้


ตกลงแม่ใครกันแน่ เชนเอาใจแม่มากกว่าที่พี่ทำอีกนะเขาหันมามองผมในตอนที่รถติดไฟแดง ใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลา รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นและใจดี เป็นรอยยิ้มที่เหมาะกับนิลกาฬที่สุดแล้ว


ก็พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่าผมก็เป็นลูกชายของแม่น่ะผมพูดยิ้ม ๆ ผมเองก็เป็นลูกชายอีกคนหนึ่งของแม่เหมือนกันนะครับ ผมก็ต้องเอาใจแม่ให้เยอะ ๆ สิ แม่จะได้รักผมมาก ๆ


จะแย่งแม่กับผมพี่เหรอ?” เขาหรี่ตามองผมก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ


แม่รักผมมากกว่าพี่อีกผมยักคิ้วข้างเดียวแบบกวน ๆ ทำหน้าตาที่แสดงออกว่าเหนือกว่าอีกฝ่ายออกมา ทำเป็นพูดจามั่นใจ แต่จริง ๆ ผมก็แค่อยากจะแหย่นิลกาฬเล่นเท่านั้นแหละ


เดี๋ยวเถอะคนอายุมากกว่าแกล้งถลึงตามองดุ ๆ แต่ดูก็รู้ว่าไม่ได้จริงจังนัก


ผมอมยิ้มกับท่าทางของอีกฝ่ายก่อนจะหันกลับไปมองวิวข้างทางเหมือนเดิม ขับไปอีกไม่เท่าไหร่เราก็จะถึงร้านเป็ดย่างกันแล้ว พอรถมาจอดที่หน้าร้านเป็ดย่างผมกับนิลกาฬก็เดินลงไปสั่งอาหาร ร้านนี้มีทั้งเป็ดย่าง และติ่มซำ เรายังไม่เคยกินติ่มซำร้านนี้ นิลกาฬเลยบอกให้ลองสั่งไปกินดู เราทั้งคู่เลยยืนเลือกกันสนุก ถึงเวลาจ่ายเงินก็หันมามองหน้ากันนิด ๆ ค่าติ่มซำที่สั่งไปแพงกว่าราคาเป็ดย่างหนึ่งตัวอีกนะครับ แต่ก็ไม่มีใครบ่นอะไรเพราะก็ช่วยกันเลือกทั้งคู่ ออกจากร้านเป็ดย่างมาเราก็ขับไปตามเส้นทางกลับบ้าน ร้านไอติมกะทิที่จะซื้ออยู่ถึงก่อนบ้านของนิลกาฬ สามารถแวะซื้อแล้วตรงกลับบ้านได้เลย


เชนพอรถเคลื่อนเข้ามาจอดที่โรงรถของบ้านผมก็เตรียมจะลงจากรถ แต่ก็ถูกนิลกาฬคว้าแขนไว้ก่อน


หืม?” ผมหันไปมองเขาด้วยความสงสัย


ปิดเทอมมาอยู่ที่บ้านพี่ไหม?” เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่แก้มของผมพร้อมเอ่ยถามเสียงนุ่ม


พี่นิลผมพูดอะไรไม่ออก มันรู้สึกตื้นตันยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกดีที่มีคนแคร์เรามากขนาดนี้


พี่รู้ว่าที่ผ่านมาเชนต้องอยู่คนเดียวมาโดยตลอด แต่ตอนนี้เชนไม่ต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้วนะเขามองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยน นิลกาฬยังคงเป็นผู้ชายที่ใจดีกับผมมาก ๆ เป็นคนที่แคร์ความรู้สึกของผมมากกว่าใคร ๆ


ขอบคุณนะพี่นิลผมเอียงใบหน้าซบเข้ากับฝ่ามืออุ่น ผมโชคดีจริง ๆ ที่มีผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิต นิลกาฬดีกับผมมากจริง ๆ


นิลกาฬไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เขาขยับเข้ามาใกล้ผมก่อนจะประกบริมฝีปากลงมา ผมหลับตาลงแล้วจูบตอบ พยายามที่จะซึมซับความรู้สึกดี ๆ ที่อีกฝ่ายมอบให้กันให้ได้มากที่สุด เราจูบกันไม่นานก็ผละออกมามองหน้ากัน ผมอดที่จะยกยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นนิลกาฬยิ้มให้ ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเก้อเขินซึ่งเขาก็ดูออกว่าผมกำลังเขินเขาหนักมาก นิลกาฬขยับมาจูบผมเบา ๆ อีกหนึ่งทีก่อนจะเปิดประตูรถลงไป ผมเม้มปากแน่นนั่งฟังเสียงหัวใจของตัวเองเต้นระรัวเร็ว หันไปมองใครอีกคนก็เห็นเขาเปิดประตูหลังหยิบเอาของที่ซื้อมาลงจากรถ ผมนั่งสงบสติอารมณ์อีกสักพักถึงลงรถตามไป


เรื่องทำให้ผมเขินนี่นิลกาฬเก่งมาก


แม่ครับเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่กำลังนั่งอ่านเอกสารอะไรบางอย่างอยู่ตรงโซฟาในห้องนั่งเล่น


มากันเร็วจังพอหันมาเห็นเราทั้งคู่แม่ก็ยกยิ้มแล้วเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม


ก็อยากมาอยู่กับแม่นาน ๆ ไงครับผมเดินเข้าไปกอดแม่อ้อน ๆ


ปากหวานนะเด็กคนนี้แม่วาดยิ้มสวยพร้อมยกมือขึ้นมาหยิกแก้มผมเบา ๆ


หวานจริงครับแม่นิลกาฬที่เอาของกินไปไว้ในห้องครัวเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าหมั่นไส้


นิล!” ผมร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เขากล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง นี่อยู่ต่อหน้าแม่นะ!


อย่ามาหวานกันต่อหน้าแม่นะ คนแก่อิจฉาแม่ว่ายิ้ม ๆ ติดตลก แต่ผมนี่โคตรอายเลย


แก่อะไรกันครับ แม่ยังไม่แก่เลยนะครับผมร้องแย้งคำพูดของแม่ คนแก่ที่ไหนจะสวยขนาดนี้


ช่างพูดนะเราแม่หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างชอบใจ


ลูกชายของแม่พูดเก่งมากเลยครับนิลกาฬพูดเสริมขึ้นมา เขาจงใจล้อเลียนผม แต่ผมก็ว่าอะไรเขาไม่ได้ เลยทำได้แค่ถลึงตามองดุ ๆ แต่คนอย่างนิลกาฬมีหรือที่จะกลัวผม ฉีกยิ้มซะปากจะฉีกถึงหูแล้วนั่น


วันนี้ซื้ออะไรมาให้แม่กิน หืม?” แม่พาเราทั้งสองเดินมาที่ห้องครัว แม่บ้านกำลังจัดอาหารที่ซื้อมาใส่จานพอดี


เป็ดย่างกับติ่มซำแล้วก็ไอติมกะทิครับผมเดินไปยกจานเป็ดย่างมาวางที่โต๊ะ ส่วนไอติมกะทิน่าจะอยู่ในตู้เย็นแล้ว


รู้ใจจริง ๆ เลยลูกคนนี้แม่ยกยิ้มพร้อมยกมือขึ้นมาลูบหัวผมเบา ๆ


แม่พูดเหมือนผมไม่ใช่ลูกแม่อย่างนั้นแหละนิลกาฬเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามผม คำพูดคำจาฟังดูน้อยอกน้อยใจแม่ไม่น้อยเลย


แม่เบื่อนิลแล้วแต่แม่ก็ไม่ได้ง้อลูกชายของตัวเองแต่อย่างใด แถมยังพูดเหมือนไม่แคร์อีกด้วย ผมได้แต่นั่งอมยิ้มกับการหยอกล้อกันของสองแม่ลูก เป็นภาพที่ผมเห็นได้บ่อย ๆ  และมันเป็นภาพที่สวยงามมากในสายตาผม


โธ่ แม่ครับ ผมจะเป็นหมาหัวเน่าเหรอ?” คนเป็นลูกว่าเสียงงอน ๆ


ยอมให้น้องหน่อยไม่ได้หรือไง หือ?” แต่แม่ก็ไม่ยอมลงให้เลย แถมยังหันมาพยักพเยิดหน้าใส่ผมอีก


ยอมก็ได้ครับนิลกาฬหันมามองผมก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม เหมือนเขาเถียงอะไรไม่ออก ทำเอาแม่หัวเราะชอบใจใหญ่ ผมไม่ได้พูดอะไร เอาแต่นั่งยิ้มเหมือนคนบ้า ไม่น่าเชื่อว่าชีวิตผมจะมีความสุขได้มากขนาดนี้


การมีนิลกาฬอยู่ในชีวิต เป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ นั่นแหละ

 







06.08 AM


ผมรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่เช้าแต่ก็ไม่ได้ขยับลุกไปไหน นอนมองหน้าใครอีกคนที่นอนกอดผมอยู่แล้วก็อดจะใจเต้นแรงไม่ได้ คนเราจะดูดีตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนหลับเลยเหรอ? แต่นิลกาฬก็ตอบคำถามนั้นมาเรียบร้อยแล้ว


ใช่ เขาดูดีทั้งตอนหลับแล้วก็ตอนตื่น


นิลกาฬไม่ได้แค่มีหน้าตาที่หล่อเหลา แต่หุ่นของเขาก็ยังดูดีมากอีกด้วย ส่วนสูงที่เกิน 180 เซนฯ ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและมัดกล้าม โดยรวมแล้วนิลกาฬเรียกได้ว่าเข้าขั้นเพอร์เฟคเลยนะ


น่าอิจฉาใช่ไหม?


ผมก็อิจฉาเขาเหมือนกัน แต่ผมคงเป็นอย่างเขาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เอานิลกาฬมาเป็นแฟนแทนก็แล้วกัน พอคิดเล่น ๆ มาถึงตรงนี้ผมก็ต้องหลุดเบ้หน้าออกมา นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย? ผมเอาแต่นอนมองหน้าของนิลกาฬอยู่อย่างนั้น สำรวจตั้งแต่เส้นผม หน้าผาก ดวงตา จมูก แก้ม ริมฝากปาก และคาง เขาจะรู้ไหมว่าปากของเขามันน่าจูบมาก


ถ้าผมจูบเขาตอนนี้ เขาจะตื่นไหมนะ?


ผมชั่งใจอยู่นานว่าจะทำดีไหม กลัวเขาตื่นมาเจอการกระทำน่าอายของผมเหลือเกิน สุดท้ายผมก็ตัดใจไม่ทำอะไร นอนรอให้อีกฝ่ายตื่นแต่นี่ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้วนิลกาฬยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมชักเบื่อกับการนอนเฉย ๆ แล้ว ไม่ใช่อะไรหรอก นอนมองหน้าหล่อ ๆ ของนิลกาฬแล้วอดที่จะลวนลามไม่ได้ ผมกลัวตัวเองเผลอไปลักหลับเขาเข้า แต่ถ้าเป็นตอนนี้ผมอาจจะกดนิลกาฬได้ก็ได้นะครับ ลองดูดีไหม?


ล้อเล่นครับ ใครจะไปทำอย่างนั้นกัน ถ้านิลกาฬตื่นมาแล้วไม่พอใจเชือดคอผมทิ้งทำไง เห็นกล้ามแขนเขาไหม? น่ากลัวจะตาย


ผมขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงเบา ๆ เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินออกมาดูนิลกาฬอีกรอบ นิ่งสนิท นอนหรือซ้อมตาย ผมไม่ได้เดินเข้าไปปลุกอีกฝ่ายแต่ปล่อยให้เขานอนต่อไป แล้วตัวเองก็เดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้าน เสียงกุกกักที่ดังมาจากทางห้องครัวทำให้ผมเดินเข้าไปดู แล้วก็เห็นแผ่นหลังเล็กของแม่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ที่หน้าตู้เก็บอุปกรณ์ทำขนม


ทำอะไรอยู่ครับแม่?” ผมเดินเข้าไปหาแม่พร้อมกวาดสายตามองวัตถุดิบสำหรับทำขนมอะไรสักอย่างที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์กลางห้องครัว


แม่กำลังจะทำขนม เชนอยากช่วยแม่ไหม?” แม่ถือถาดขนมมาวางรวมกับวัตถุดิบที่เตรียมไว้


อยากครับ แล้วแม่จะทำอะไรเหรอครับ?” ผมตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น เกิดมายังไม่เคยเข้าครัวทำขนมเลยสักครั้ง เก่งสุดก็ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับทอดไข่เจียว อ้อ ต้มไข่ก็ทำได้นะครับ


คุ้กกี้ข้าวโอ๊ต พี่นิลเขาชอบแม่พูดยิ้ม ๆ เวลาแม่พูดถึงลูกชายเพียงคนเดียวของท่านก็มักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ ทุกครั้งที่พูดถึงนิลกาฬ แม่จะดูมีความสุขมาก ผมสามารถสัมผัสได้ถึงความรักที่แม่มีต่อลูกชายได้อย่างชัดเจน


พี่นิลยังไม่ตื่นเลยครับแม่พอพูดถึงนิลกาฬก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาทันที ปกติเขาเคยตื่นสายที่ไหน คนนั้นเขาตื่นเช้าจะตาย นิลกาฬจะต้องตื่นขึ้นมากินมื้อเช้า เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ เขาไม่มีทางพลาดหรอก แต่จะว่าไป ตั้งแต่กลับมาจากค่ายอาสาทั้งผมและนิลกาฬก็ยังไม่ได้พักกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลย เขาก็คงอยากพักผ่อนยาว ๆ บ้าง ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขานอนต่อไปเถอะ ผมเองก็ขอใช้เวลาอยู่กับแม่หน่อยละกัน


ปล่อยให้นอนไปเถอะ เรามาทำขนมกันดีกว่าแม่เหมือนไม่ได้ติดใจอะไรกับการที่ลูกชายตื่นสายกว่าทุกวัน หันมาชวนผมทำขนมด้วยสีหน้าและท่าทางที่ตื่นเต้น การได้ทำอาหารหรือขนมให้ลูกชายคงเป็นความสุขอย่างหนึ่งของแม่ล่ะนะ


ครับผมตอบรับเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปฟังแม่อธิบายขั้นตอนการทำคุ้กกี้ข้าวโอ๊ต ผมตั้งใจฟังแล้วก็ปฏิบัติตามที่แม่สอนทีละขั้นตอน การทำขนมครั้งแรกของผมผ่านไปได้ด้วยดีแม้จะเก้ ๆ กัง ๆ และเลอะเทอะไปบ้าง แต่แม่ก็ยกนิ้วโป้งให้ ผมอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่รู้สิ แค่นี้ผมก็รู้สึกมีความสุขแล้ว มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อยู่ดี ๆ ผมก็รู้สึกว่าโลกใบนี้มันน่าอยู่ขึ้นมาทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมเบื่อหน่ายและแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ตอนนั้นผมไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ แต่ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะตายเหมือนกัน แต่ในตอนนี้มันต่างออกไป ผมมีเหตุผลที่จะอยู่


อยู่เพื่อเป็นที่รักและได้รักใครสักคน


และคนคนนั้นก็คือนิลกาฬ

 





ระหว่างที่รอคุ้กกี้ในเตาสุกผมกับแม่ก็นั่งคุยกันไปหลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องของนิลกาฬนั่นแหละ แม่แอบเล่าวีรกรรมตอนเด็กของนิลกาฬให้ฟัง ผมก็เพิ่งรู้ว่าตอนเด็ก ๆ นิลกาฬก็แสบใช่เล่น แม่จะจำกัดขนมที่นิลกาฬกินในแต่ละวันไม่ให้เขากินมากเกินไป แต่ด้วยความเป็นเด็กที่ชอบกินขนมมาก ตอนกลางคืนเขาก็จะแอบลงมาขโมยขนมขึ้นไปเก็บไว้ในห้องของตัวเอง เช้ามาก็จะเอาใส่กระเป๋าไปกินที่โรงเรียน พอกลับมาบ้านก็มาร้องขอขนมจากแม่ และสิ่งที่ผมคิดว่าน่ารักมากที่สุดเลยก็คือตอนที่นิลกาฬเป็นนักบาสฯ ของโรงเรียน เขาไม่เคยบอกแม่ของเขาเลยว่ามีการแข่งที่ไหนบ้าง ตอนแรกแม่ก็น้อยใจที่ลูกชายทำเหมือนไม่อยากให้แม่ไปให้กำลังใจ แต่แม่ก็มารู้ความจริงทีหลังว่าแท้ที่จริงแล้วคนเป็นลูกเขินที่แม่จะไปดูการแข่งขันและเขาก็ประหม่าเกินกว่าจะให้แม่มานั่งเชียร์ได้ เขาเลยไม่ยอมให้แม่ไปดูการแข่งเลยสักครั้ง


กลิ่นอะไรหอมจังครับเสียงทุ้มนุ่มที่ดังมาจากทางหน้าประตูทำให้ผมกับแม่ยุติบทสนทนาลงแล้วหันไปมองทางต้นเสียง


ตื่นสายนะนิลแม่หันมองนาฬิกาก่อนจะว่าออกมาอย่างไม่จริงจังนัก นิลกาฬหัวเราะเบา ๆ อย่างเก้อเขิน เพราะไม่บ่อยนักที่เขาจะตื่นสายแบบนี้


ลงมาไม่เห็นเรียกพี่เลยเชนคนตัวสูงเดินเข้ามาหาผมพร้อมบ่นพึมพำเสียงเบา


ก็เห็นพี่หลับอยู่ ใครจะกล้าปลุกเคยได้ยินมาว่าปลุกคนหลับมันบาป ผมก็กลัวบาปเหมือนกันนะ แม้ในชีวิตนี้จะไม่เคยถือศีล 5 ได้ครบเลยก็ตาม


นอนพักเยอะ ๆ เถอะนิล แม่กับน้องไม่ว่าหรอกถ้านิลจะตื่นสายน่ะแม่บอกออกมายิ้ม ๆ


ครับ แล้วนี่ทำอะไรกันอยู่ครับเขาพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วชะโงกหน้าไปดูเตาอบที่กำลังทำงานอยู่


ของโปรดนิลไงแม่บอกสั้น ๆ


คุ้กกี้ข้าวโอ๊ตและนิลกาฬก็สามารถเดาได้ทันที


ถูกต้องแม่ยกยิ้มภูมิใจ แม่ลูกคู่นี้เขารู้ใจกันจริง ๆ เลยนะครับ


แล้วเราไม่กินข้าวเช้ากันเหรอครับ?” คำถามของนิลกาฬทำให้ทั้งผมและแม่ชะงักกันไปทั้งคู่ ผมหันมองหน้าแม่และแม่ก็หันมามองหน้าผม


นิล แม่ลืมทั้งผมและแม่ได้แต่ยกยิ้มแหย เรามัวแต่ทำขนมกันจนลืมมื้อเช้าไปเลย


อ้าวนิลกาฬหน้าเหวอร้องเสียงหลงงง ๆ ผมกับแม่ได้แต่มองนิลกาฬด้วยความรู้สึกผิดและขอโทษ ผมเองก็ลืมไปเลยว่าเรายังไม่ได้กินข้าวเช้า และผมก็ไม่ได้ถามแม่ด้วยว่าได้เตรียมมื้อเช้าไว้หรือเปล่า แม่ก็คงจะคิดถึงแต่เรื่องทำขนมเลยลืมเรื่องมื้อเช้าไป


เดี๋ยวผมออกไปซื้ออะไรเข้ามาให้นะครับนิลกาฬยกยิ้มอ่อน เหมือนเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่มันก็เกิดไปแล้วล่ะนะ ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ก็ทำเอาผมกับแม่พูดไม่ออกเลย


นิล เอาหมูปิ้งกับข้าวเหนียวนะผมเอ่ยสั่งถึงสิ่งที่ผมอยากกินและไม่ได้กินมานานแล้ว นิลกาฬเคยบ่นว่าไม่อยากให้ผมกินหมูปิ้งเพราะมันเยอะ และผมก็ไม่ได้กินเลยตลอดช่วงเวลาที่ถูกนิลกาฬพาไปกินข้าวเช้าทุกวัน


อืม แม่เอาอะไรครับ?” เขาพยักหน้าแล้วหันไปถามแม่


เอาเหมือนน้องก็ได้ลูกแม่ตอบออกมาอย่างรวดเร็ว


มันนะครับคนเป็นลูกมองหน้าแม่นิ่ง ๆ เหมือนไม่อยากให้แม่กินของแบบนี้


บุลลี่ว่ะ เป็นหมูปิ้งแล้วผิดอะไร ทำไมต้องบุลลี่หมูปิ้งวะ ไม่เข้าใจเลย


นาน ๆ กินที ให้แม่กินเถอะแม่ที่เหมือนจะโดนลูกชายขัดก็ทำหน้าเศร้าขอความเห็นใจจากลูก


ก็ได้ครับนิลกาฬยืนมองหน้าแม่อย่างชั่งใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับเบา ๆ ผมยกยิ้มด้วยความเอ็นดู นิลกาฬใจแข็งกับแม่ไม่ได้หรอก และแม่ก็รู้ดีว่าลูกจะใจอ่อนยอมให้


นิลกาฬขับรถออกไปซื้อมื้อเช้า ส่วนผมกับแม่ก็นั่งพูดคุยกันต่อ มันเป็นความรู้สึกที่ผมอธิบายไม่ถูก แม้ผู้หญิงตรงหน้านี้จะไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของผม แต่ผมก็รู้สึกรักและเคารพท่านอย่างแท้จริง ในชีวิผมจำไม่ได้แล้วว่าเคยได้นั่งคุยแบบนี้กับแม่หรือพ่อบ้างหรือเปล่า ผมเกิดมาโดยที่มีเงินรายล้อมอยู่รอบตัว ผมอยากได้อะไรก็ได้หมด ยกเว้นเวลาของพ่อกับแม่ ผมใช้เงินซื้อทุกอย่างเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป ชินทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาต่อยตีกับชาวบ้านเขาไปทั่วจนโดนเรียกผู้ปกครองตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่พ่อหรือแม่จะมาที่โรงเรียน คนที่เราเจอหน้าบ่อยที่สุดก็คือเลขาของพ่อกับเลขาของแม่ พ่อกับแม่ให้เราได้ทุกอย่าง ยกเว้นเวลาและความอบอุ่น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อกับแม่รักเราสองคนพี่น้องไหม ผมไม่รู้เลยจนกระทั่งที่พ่อกับแม่หย่ากัน พวกเขาเกี่ยงกันว่าใครจะเอาผมกับชินไปดูแล


พ่อไม่ต้องการเราสองคนพี่น้อง


และแม่ก็เช่นกัน


ผมกับชินต้องทนอยู่กับความรู้สึกไร้ค่าที่แม้แต่พ่อแม่ก็ยังไม่ต้องการเรา พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้วก็ได้ผลสรุปออกมาว่าพวกเขาจะทิ้งเงินไว้ให้ผมกับชินคนละก้อน พร้อมกับบ้านที่เราอยู่มาตั้งแต่เกิด รู้ไหมว่าผมไม่เคยต้องการมันเลย ไม่ว่าจะเงินหรือบ้าน ผมให้ชินอยู่บ้านนั้นเพียงลำพัง แล้วตัวเองก็ย้ายมาอยู่คอนโดฯ ผมกับชินไม่ค่อยได้ติดต่อกัน นาน ๆ ถึงจะเจอกันสักครั้ง ระยะห่างระหว่างพี่น้องเริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคนแปลกหน้า วันที่เชนแข่งรถแพ้คุณรัชช์ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ ผมเฝ้ามองคุณรัชช์มาตลอด ครั้งแรกผมชื่นชมในความสามารถของเขา และอะไรบางอย่างที่เป็นตัวเขาก็ดึงดูดสายตาของผม ยิ่งพอได้มารู้จักกัน ผมก็ยิ่งชอบเขามากขึ้น


ผมไม่เคยได้รับความใส่ใจจากใครสักคนจนกระทั่งมาเจอคุณรัชช์ เขาใส่ใจทุกคนและเขาก็เป็นคนดีมาก ความชอบและความรักที่ผมมีให้คุณรัชช์มันออกแนวเทิดทูนบูชา และผมก็กลัวว่าจะมีคนแย่งเขาไปจากผม ตอนที่มารุตเริ่มมีบทบาทในชีวิตของคุณรัชช์ ตอนนั้นผมกลัวมาก กลัวว่าจะเสียเขาไป แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ


ผมเสียคุณรัชช์ไปให้กับมารุต


ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองหมดหวังและสิ้นหวัง สิ่งสำคัญที่สุดถูกแย่งไป ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี มีเพียงเหล้าและบุหรี่ที่อยู่กับผมในวันที่โศกเศร้า


แล้วนิลกาฬก็เดินเข้ามา


เขาเข้ามาในชีวิต ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป นิลกาฬมอบโลกอีกใบที่ผมไม่เคยรู้จักให้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าใจผม เป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นมา ทั้งที่มันไม่ควรจะเกิด แต่มันก็เกิด บางทีผมก็คิดว่าโชคชะตาช่างเล่นตลกกับชีวิตของผมเหลือเกิน


ผมชอบนิลกาฬ


ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้แล้ว แต่ยังโชคดีที่ความงี่เง่าของผมยังไม่ทำให้เสียเขาไป ความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้มันดีมาก ถึงจะยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน แต่เราก็รู้กันดีว่าผมมีเพียงแค่เขา และเขาก็มีเพียงแค่ผม เรามีกันและกัน ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสมตอนนั้นค่อยคุยกันใหม่เรื่องคบกัน ผมไม่ได้กังวลว่านิลกาฬจะยังรักคุณรัชช์อยู่หรือเปล่า ผมรู้ว่าเขาคงเลิกรักคุณรัชช์ได้ยาก แต่เขาจะค่อย ๆ รู้สึกน้อยลง เพราะตัวผมเองก็เป็นแบบนั้น แล้วสักวันหนึ่งทั้งผมและนิลกาฬจะรู้สึกเฉย ๆ กับความรักครั้งเก่า ซึ่งผมคิดว่ามันก็คงอีกไม่นานนี้


เชนเสียงเรียกพร้อมกับแรงสะกิดที่ต้นแขนทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด


หืม?” ผมหันมองเจ้าของการกระทำนั้นแล้วก็พบว่านิลกาฬกำลังยืนมองผมด้วยสายตาที่อบอุ่นและอ่อนโยน


เหม่ออะไร?” เขาถามพร้อมกับเดินมานั่งข้างผม ผมไม่รู้ตัวเลยว่านิลกาฬเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากที่นิลกาฬออกไปซื้อหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ผมก็นั่งคุยกับแม่สักพักก่อนจะเดินออกมานั่งในสวนข้างบ้าน อาจเป็นเพราะบรรยากาศในสวนเลยทำให้ผมนั่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้วจนไม่ทันได้สังเกตหรือรู้สึกตัวว่ามีใครเดินเข้ามา


แค่คิดอะไรนิดหน่อยผมยกยิ้มบาง ยิ่งมองใบหน้าหล่อเหลาของนิลกาฬในตอนนี้มันก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเป็นจริงที่ว่าผมมีนิลกาฬอยู่ตรงนี้ และผมไม่ได้ฝันไป


คิดอะไร?” เขาถามยิ้ม ๆ พร้อมยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่อยู่บนใบหน้าของผมออก


คิดว่าโชคดีที่มาเจอพี่ผมกวาดสายตามองใบหน้าของผู้ชายที่ผมรักก่อนจะยกมือขึ้นจับมือของอีกฝ่ายมากุมไว้แล้วกดจูบที่หลังมือใหญ่เบา ๆ


หึ ๆนิลกาฬที่เห็นการกระทำของผมก็หัวเราะในลำคอเบา ๆ เขายกมืออีกข้างขึ้นมาจับที่หลังคอของผมพร้อมเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเราสัมผัสกัน ผมแกล้งขบเม้มริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายแล้วก็โดนนิลกาฬเอาคืนโดยการดูดปากแรง ๆ จนรู้สึกได้ว่ามันเจ่อบวมนิด ๆ


ร้ายว่ะ


แต่ชอบ


เราผละใบหน้าออกมามองหน้ากันในระยะประชิด นิลกาฬยกยิ้มที่มุมปากแล้วกดจูบที่ปากผมย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ อีกหลายครั้ง พอผมจะถอยหนีเขาก็จับล็อคคอผมเอาไว้แน่น แน่นมากจนหันหนีไปไหนไม่ได้


นี่มันบังคับขืนใจกัน!


แล้วถามว่าชอบไหม?


ก็ชอบนะ


นิลผมยกมือขึ้นมาปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อกันให้เขาหยุดจูบผมสักที นิลกาฬแกล้งจนผมอยากจะไหลตัวลงไปนอนดิ้นที่พื้นแล้ว ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นทำแบบนี้กับผม ผมคงต่อยหน้าหงายไปแล้วล่ะ


แต่นี่เป็นนิลกาฬ


เขาเป็นข้อยกเว้น


เป็นข้อยกเว้นของทุก ๆ อย่าง


ว่าไง?” เขาขานรับพร้อมกับจับมือของผมไปจูบรัว ๆ เออ ดี จูบปากไม่ได้ก็จูบมือแทน แล้วถามว่าคนถูกจูบเขินไหม?


ตอบได้เลยว่า ไม่


ไม่เขินก็บ้าแล้ว! ใจเหลวเป็นขี้ผึ้งลนไฟเลย


ถ้าเรียนจบแล้วนิลจะกลับมาอยู่ที่บ้านเลยไหม?” ผมดึงมือของตัวเองออกแล้วเปลี่ยนมาประคองสองข้างแก้มของอีกฝ่ายให้หันมาสบตากันตรง ๆ แทน


ยังหรอก พี่ว่าจะอยู่คอนโดฯ กับเชนจนกว่าเชนจะเรียนจบนิลกาฬทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยตอนที่ได้ยินคำถามของผม แต่แล้วเขาก็ระบายยิ้มบางออกมาคล้ายเอ็นดู แขนยาวตวัดโอบรอบเอวของผมแล้วดึงเข้าหาตัวเบา ๆ ผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ขยับขึ้นมาเกยทับบนตักแกร่งแทน


พูดแล้วนะผมนั่งคร่อมทับขาของนิลกาฬ พร้อมเลื่อนแขนไปโอบรอบลำคอขาวเอาไว้หลวม ๆ ระยะห่างของใบหน้าเริ่มลดลงเรื่อย









-------------------------------------------------------------------







เคยถามตัวเองว่าคนแบบไหนถึงจะเหมาะกับนิลกาฬ?

ตอนแรกเราก็คิดหนักมาก

พอมาไล่ดูตัวละครอีกที เรารู้สึกว่าเป็นเชนก็น่าจะได้นะ

แล้วพอมาคิดว่าคนที่จะเหมาะกับนิลกาฬควรเป็นแบบไหน?

ต้องเป็นคนที่เหมือนกับรัชช์หรือควรเป็นคนที่แตกต่างจากรัชช์โดยสิ้นเชิง?

แล้วเราก็ได้ข้อสรุปที่ว่านิลกาฬและคเชนทร์เหมาะกันมากในความคิดของเรา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

144 ความคิดเห็น

  1. #129 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 23:48

    ดีมากกกกกก ดีไปหมด
    //รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #129
    0
  2. #128 ppsira (@ppsira) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 22:42

    ใจเหลวไปหมดแล้ววว
    #128
    0
  3. #127 Thingyib (@Thingyib) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 22:24
    ดีมากเลยไรท์อ่านเเล้วรู้สึกละมุนละม่อมดีไปหมดเลยไรท์

    ชอบมากเลยค่าาา
    #127
    0
  4. #126 Anelta (@Anelta) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:43
    คือดีไปหมดเลยทั้งนิลทั้งเชน รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    #126
    0
  5. #125 AUN-KEN (@AUN-KEN) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:42
    ง่าาาา เขินเลย
    #125
    0
  6. #124 yuki5555 (@yuki352010) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 13:39
    ละมุนนนนนน
    #124
    0