จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 3 : จีบคนเถื่อน : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 583 ครั้ง
    9 ธ.ค. 63






02





ไทม์

---------------



สองอาทิตย์ต่อมา


“วันนี้กรินไม่มาเหรอ?”


“กรินไม่สบาย” ผมที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะประจำใต้ตึกเรียนละสายตาออกจากตัวหนังสือตรงหน้ามาตอบเพื่อนร่วมกลุ่มที่รู้จักกันมานานเกือบสามปี


ไทม์ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากพยักหน้ารับเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมไปเงียบๆ ระหว่างรอเวลาเข้าเรียน เพราะกรินเป็นไข้หวัดเลยทำให้มาเรียนไม่ได้ แล้ววิชาที่เรียนวันนี้ก็เป็นวิชาเลือกเสรีเลยทำให้เพื่อนอีกคนในกลุ่มที่ไม่ได้ลงเรียนเหมือนกันหายไป ทั้งกลุ่มจึงเหลือแค่ผมกับไทม์เท่านั้น ผมที่เผลอนั่งอ่านหนังสือเพลินก็ถูกไทม์สะกิดเรียกให้ขึ้นห้องเรียน บรรยากาศในการเรียนระหว่างผมกับไทม์เป็นไปอย่างเงียบสงบ ผมเองไม่ใช่คนพูดมากและมักจะตั้งใจเรียนอยู่เสมอ ผิดกับไทม์ที่ค่อนข้างพูดเก่ง ไทม์ถึงเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ที่สำคัญเลยคือเขาค่อนข้างจะยิ้มเก่ง


นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้ชอบเขา


“ไปกินข้าวข้างนอกกัน กินเสร็จก็กลับเลย” เมื่อถึงเวลาที่อาจารย์ประจำวิชาบอกว่าพอแค่นี้ไทม์ก็รีบปิดสมุดเก็บข้าวของลงกระเป๋าอย่างกระตือรือร้นก่อนจะหันมาแบมือขอสมุดเลคเชอร์ของผม


มันมักจะเป็นอย่างนี้เสมอ ระหว่างเรียนไทม์จะตั้งใจเรียนบ้างเล่นบ้างไปตามประสาของเขา ส่วนผมก็จดๆ ไป บางครั้งก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ต้องพยายามจดเนื้อหาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเอาไปอ่านในตอนสอบ


“อืม” ผมขานรับแล้วยื่นสมุดของตัวเองให้กับอีกฝ่ายแล้วเดินนำออกไปรอข้างนอกห้อง


เพราะเมื่อเช้าผมตื่นเช้ามากกว่าปกติเลยเลือกที่จะนั่งรถโดยสารมาแทนที่จะขับรถมาเหมือนทุกวัน นานๆ นั่งรถโดยสารธรรมดามันก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้เลยต้องนั่งรถของไทม์ออกไปที่ร้านข้าว ร้านที่ผมกับไทม์เลือกก็ไม่ใช่ร้านหรูหราอะไรที่ไหน เป็นเพียงร้านข้าวธรรมดาๆ ที่อยู่แถวๆ หน้ามหาลัยเท่านั้น ระหว่างทางไปร้านข้าวผมก็โทรไปหาเพื่อนอีกคนในกลุ่มที่วันนี้เขาก็มีเรียนเหมือนกัน แค่คนละวิชาเท่านั้น หลังจากที่เอ่ยชวนอีกฝ่ายเสร็จก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถของไทม์เข้าไปจอดยังหน้าร้านอาหารพอดี


ผมกับไทม์หันมองหน้ากันเล็กน้อยเมื่อเดินเข้าไปในร้านแล้วพบว่าร้านนั้นแน่นไปด้วยผู้คน ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ก็นี่มันเป็นเวลาพักนี่นา ยืนรออยู่ไม่นานก็มีโต๊ะว่างให้เราเดินเข้าไปนั่ง


“คุณรัชช์ๆ”


“หืม?” ระหว่างที่ผมกำลังนั่งไล่ดูเมนูอาหารอยู่ก็ถูกคนที่มาด้วยกันเขย่าแขนเรียกให้หันไปสนใจเขา


“คนนั้น น่ารักมาก” ไทม์พยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะข้างๆ ที่อยู่ถัดไปสองโต๊ะ


“คนไหน?” ผมมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายหน้าตาดีนั่งอยู่ด้วยกันประมาณ 5 - 6 คนด้วยความสงสัยและคิดตามว่าคนอย่างไทม์จะสนใจใครในกลุ่มนั้น


“เสื้อกันหนาวสีเทา ตัวเล็กๆ ขาวๆ ตาโตๆ ปากแดงๆ”


“อือ” ผมลอบมองสำรวจใบหน้าและท่าทางของคนที่ไทม์บอกแล้วก็ได้แต่พยักหน้ารับกับตัวเองเบาๆ เด็กคนนั้นดูท่าจะตรงสเปคไทม์อยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายไทม์ก็ชอบสไตล์นี้หมด


แน่นอนว่าผมไม่ได้ตรงหรือใกล้เคียงกับในแบบที่ไทม์ชอบเลยแม้แต่น้อย ผมไม่ได้ตัวเล็กน่ารักดูสดใสแบบนั้น ผมสูงถึงร้อย 180 เซนติเมตร ซึ่งมันเท่ากันกับไทม์พอดีเลย และใครๆ ต่างก็บอกว่าผมหล่อ ก็นะ ถ้าผมไม่หล่อจะเป็นเดือนมหาลัยได้ยังไง แล้วที่สำคัญคือผมไม่ใช่คนที่จะมองแล้วให้ความรู้สึกสดใสหรือสบายตาสบายใจได้ คงเป็นเพราะเหตุนี้ ผมถึงไม่เคยได้อยู่ในสายตาของไทม์เลย อย่างมากสุดก็คือเพื่อนที่แสนดี


แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเอามาคิดตัดพ้อตัวเองหรอกนะ


“คุณรัชช์ ไปขอเบอร์ให้หน่อย” ไทม์หันมามองผมด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างเช่นทุกครั้งที่เขาเจอใครสักคนที่รู้สึกถูกใจ ผมมักจะเป็นคนที่เดินเข้าไปหาเป้าหมายของเขาและเอ่ยปากขอเบอร์หรือไม่ก็ช่องทางการติดต่ออย่างอื่นให้เขาเสมอ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นทุกครั้งที่เขาร้องขอ อาจเป็นเพราะผมไม่สามารถปฏิเสธเขาได้หรือไม่ก็ไม่กล้าพอที่จะปฏิเสธล่ะมั้ง


“ถ้าเขามีแฟนแล้วล่ะ?” หน้าตาแบบนั้นคงหาโสดยาก


“อยากได้”


“ไทม์” ผมกดเสียงต่ำเรียกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกันอย่างอ่อนใจ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลย?


“คนนี้จริงจัง น่ารักมาก ตรงสเปคสุดๆ” มือหนายื่นมาเกาะแขนผมเอาไว้แน่น แววตาดื้อรั้นที่บ่งบอกว่าไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่มีทางยอมแพ้ต่อให้ผมหาเหตุผลอีกกี่ร้อยข้อมาอ้างก็ตามที


“ก็เห็นพูดอย่างนี้ตลอด” กี่ครั้งแล้วที่พูดว่าจะจริงจังแล้วสุดท้ายก็ทิ้งเขาไปหน้าตาเฉย


ไทม์ไม่ใช่คนหน้าตาแย่ ทั้งที่เป็นคนเฟรนด์ลี่แท้ๆ แต่เขากลับไม่กล้าที่จะเข้าหาคนที่เขาสนใจ เขาจึงมาขอให้ผมช่วยเหลืออยู่เสมอ และทุกครั้งเขาก็มักจะพูดว่าจริงจัง แต่ไทม์ก็คือไทม์ เขาจริงจังได้ไม่นานก็เบื่อ อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ตัวเองไม่ใช่หนึ่งในนั้นที่ถูกเขี่ยทิ้งเพราะคำว่าน่าเบื่อหรือรำคาญ ผมยินดีที่จะยืนอยู่ในสถานะเพื่อนเพราะรู้ดีว่าเรื่องราวระหว่างเรามันคงเป็นไปไม่ได้ และผมเองก็ไม่อยากเป็นเหมือนคนเหล่านั้นด้วย


ผมจึงไม่เคยคิดเรื่องที่จะบอกชอบไทม์ออกไป


“โธ่ คุณรัชช์ ช่วยไทม์หน่อยเถอะนะครับ นะ ไทม์ขอ” เขาแกล้งเอามือมาบีบๆ นวดๆ ที่แขนผมอย่างเอาใจด้วยใบหน้าอ้อนๆ


“ครั้งสุดท้ายแล้วนะ” ผมยื่นคำขาด คิดว่าจะเลิกยุ่งเรื่องแบบนี้อย่างเด็ดขาดแล้ว ใช่ว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรที่เห็นเขาอยู่กับคนอื่น ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่เขาชมคนนู้นคนนี้และร้องขอให้ผมเข้าไปช่วยในเรื่องความรักของเขา แต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ สิ่งที่ไทม์เห็นจึงเป็นสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกของผมเพียงเท่านั้น


“โห ก็ได้” ไทม์ทำหน้าขัดใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็หลุดยิ้มตาหยีออกมาเมื่อผมลุกขึ้นยืนพร้อมคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของเขามาถือเอาไว้แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะที่เป็นเป้าหมาย


เพียงแค่ผมลุกขึ้นยืนสายตาหลายคู่ต่างก็จับจ้องมาที่ผม ลูกค้าในร้านนี้ทั้งหมดเป็นนักศึกษาจากมหาลัยเดียวกัน มันจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะพอคุ้นหน้าผมหรือบางคนก็อาจจะรู้จักผมดีเลยด้วยซ้ำ หลายสายตายังคงจ้องมองมาที่ผมและยิ่งผมก้าวเข้าไปใกล้กับโต๊ะของเป้าหมาย ผู้คนก็ยิ่งให้ความสนใจกันมากขึ้น


“ขอโทษนะครับ” เมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะของกลุ่มที่คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นน้องผมก็ส่งเสียงเรียกออกไป


“เอ่อ ครับ? คุณรัชช์!?” ผู้ชายตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาถูกระเบียบคลุมทับด้วยเสื้อกันหนาวสีเทาแบรนด์ดังหันมามองหน้าผมด้วยความตกใจ ผมลอบมองสำรวจใบหน้าของคนตรงหน้าอีกครั้งแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อตัวเองรู้สึกคุ้นหน้าอีกฝ่ายเหลือเกิน


“ขอเบอร์หน่อยได้ไหม?” ผมปัดความสงสัยที่มีอยู่ออกไปแล้วเอ่ยเข้าตรงประเด็น ผมไม่ชอบที่จะคุยกับคนแปลกหน้านานนักหากไม่จำเป็น ยิ่งอยู่ท่ามกลางความสนใจของคนหมู่มากผมยิ่งไม่ชอบ มันน่าอึดอัดจนน่ารำคาญ


“เอ่อ คือ หมายถึงผมเหรอครับ?” ผู้ชายหน้าหวานคนนั้นย้อนถามกลับเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างมึนงง


“ใช่” ผมลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบกลับ ยิ่งอยู่นานก็ยิ่งอึดอัด เพื่อนๆ ของผู้ชายตัวเล็กคนนั้นก็อ้าปากมองหน้าผมตาโตอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง


“คะ ครับ” มือเล็กที่ออกจะสั่นเทาสักเล็กน้อยคว้าเอาโทรศัพท์ที่ผมยื่นค้างไว้ไปกดเมมเบอร์ของตัวเอง


“ขอบคุณ” เมื่อได้โทรศัพท์คืนผมก็ผงกหัวขอบคุณอีกฝ่ายเบาๆ แล้วเดินกลับโต๊ะของตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ ในใจ หงุดหงิดที่ถูกมองเป็นสายตาเดียวแบบนั้น หงุดหงิดที่ถูกซุบซิบนินทาทั้งที่ผมก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ ผมไม่ชอบที่ตัวเองเป็นจุดเด่นทั้งที่ผมนั้นรักความสงบและหวงพื้นที่ส่วนตัวมาก


“ขอเบอร์คนอื่นให้ไอ้ไทม์อีกแล้วเหรอคุณรัชช์?” พอกลับมาถึงโต๊ะเสียงร้องทักที่คุ้นหูก็ดังขึ้น ผมหันไปมองหน้าเพื่อนอีกคนในกลุ่มแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทำเพียงแค่วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่เดิม


“ไม่ต้องยุ่งน่า” ไทม์หันไปแยกเขี้ยวใส่เชนทันทีที่ถูกพูดถึง


“มึงก็เลือกวุ่นวายกับคุณรัชช์สิ จะจีบใครก็เดือดร้อนคุณรัชช์ตลอด ถ้าไม่มีปัญญาก็ไม่ต้องจีบ” เชนสวนกลับทันควัน ผมเหลือบมองทั้งสองคนเล็กน้อยก่อนจะเมินหนีมามองรายการอาหารอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้สั่งอาหารเลย


“คุณรัชช์ยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำแล้วมึงจะเดือดร้อนแทนทำไม?” ผมชะงักไปนิดกับคำพูดนั้นของไทม์ ก็จริงของเขา ผมไม่เคยว่าอะไรเขาเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่เขาขอให้ช่วย ผมก็ตกปากรับคำตลอด ไม่เคยเอ่ยปากบอกเขาเลยว่าผมรู้สึกยังไง ชอบหรือไม่ชอบ เขาไม่มีทางรู้ได้เลย


“ไอ้ไทม์!” เชนขึ้นเสียงดังจนโต๊ะข้างๆ หันมามองอย่างสนอกสนใจ


“เชน สั่งข้าวเถอะ” ผมเอ่ยปรามเชนเบาๆ เพราะไม่อยากให้เพื่อนมาทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง


ถึงแม้เชนกับไทม์จะชอบเถียงกันอยู่บ่อยๆ ก็เถอะ บางครั้งผมก็รู้สึกเหมือนว่าเชนไม่ชอบไทม์ ที่ผมคิดอย่างนั้นไม่ใช่เพราะเชนชอบขัดไทม์ แต่เป็นเพราะสายตาของเชนที่มองไทม์ต่างหาก มันดูแข็งกระด้างจนน่าแปลกใจ ทั้งที่เพื่อนกันไม่ควรจะมองกันด้วยสายตาแบบนั้น


“เราไม่กินกับมันหรอก คุณรัชช์ก็ไม่ต้องไปกินกับมัน ไปกับเราดีกว่า” ว่าจบเชนก็ยื่นมือมาจับเข้าที่ข้อมือของผมแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกไป ผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เสียหลักเซไปหาเชนจนเกือบจะตกเก้าอี้ ยังดีที่มีสติแล้วทรงตัวเอาไว้ได้ แต่เพราะยังงงๆ อยู่เลยถูกเชนลากออกมาจากร้านหน้าตาเฉย ได้ยินเสียงร้องโวยวายของไทม์ดังไล่หลังมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้เชนหันกลับไปสนใจเลยแม้แต่น้อย


“เชน” ผมร้องเรียกคนที่พยายามดันผมเข้าไปในรถของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ


ปัง!


หลังจากที่จับผมยัดเข้ารถแล้วเชนก็รีบวิ่งมาขึ้นนั่งฝั่งคนขับอย่างรวดเร็วคล้ายกับว่ากลัวผมจะเดินหนีเขาไป


“คุณรัชช์น่ะใจดีเกินไปแล้ว ต้องให้กรินดุให้เข็ด” พอขึ้นรถมาได้ก็หันมามองผมด้วยสายตาตำหนิ


“เชน” ผมเอ่ยปรามอีกครั้ง


“ขอโทษ หงุดหงิดนิดหน่อย” เมื่อเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของผมเชนก็ชะงักนิ่งไป เขาเอ่ยขอโทษเบาๆ แล้วหันไปตั้งใจขับรถต่อ ผมไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากทะเลาะกับเพื่อนตัวเอง ก็เข้าใจว่าเชนคงโมโหไทม์แทนผม แต่ผมก็ไม่ชอบที่เขามาอารมณ์เสียใส่ผมเหมือนกัน มันดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย


ใช้เวลาไม่นานเชนก็พาผมมาถึงห้างดังใกล้กับมหาลัยของเรา เขาตรงไปยังร้านอาหารเกาหลีที่ผมชื่นชอบ เห็นท่าทีที่ดูอยากจะเอาอกเอาใจผมเป็นพิเศษของเชนแล้วก็ทำเอาโกรธอีกฝ่ายไม่ลง ผมเลยปล่อยผ่านเรื่องก่อนหน้านี้ไป







 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา


วันนี้ผมมีเรียนเช้าอีกตามเคย ผมนัดกับกรินเอาไว้ว่าจะมาถึงที่ห้องเรียนก่อนเวลาเล็กน้อย ข้างๆ ที่นั่งของผมจึงมีกรินกับเชนที่มักจะมาเร็วนั่งอยู่ด้วย


“ขอบคุณสำหรับสมุดเลคเชอร์ของเมื่อวานนะคุณรัชช์” สมุดเลคเชอร์หน้าปกสีขาวที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีถูกยื่นมาตรงหน้าของผม


“อ่านรู้เรื่องใช่ไหม?” ผมรับสมุดมาเก็บลงกระเป๋าเป้สีดำใบเก่งของตัวเอง เมื่อวานเชนขอยืมสมุดของผมกลับไปจดเพราะเจ้าตัวเขาเผลอหลับไปตอนครึ่งคาบหลัง


“ลายมือคุณรัชช์อ่านง่ายแถมยังจดเข้าใจอีก สุดยอดเลย” ผมยกยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อเชนยกนิ้วโป้งให้ผมด้วยรอยยิ้มทะเล้น


ปัง!


“แม่งเอ๊ย!


ผมสะดุ้งตกใจเบาๆ เมื่อจู่ๆ ไทม์ที่เพิ่งมาถึงก็เดินเข้ามาตบโต๊ะแล้วสบถเสียงดังจนเพื่อนๆ ในห้องคนอื่นหันมามองกันเป็นสายตาเดียว ผมกับกรินหันมองหน้ากันอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป


“หงุดหงิดอะไร?” เป็นเชนที่ดูจะทนกับบรรยากาศอึมครึมแปลกๆ ที่ไทม์สร้างขึ้นไม่ได้จึงเอ่ยปากถามออกไป


“ก็แฟนเก่าไอริสน่ะสิ แม่งตามตื้อไอริสไม่เลิก” ไทม์หันมาตอบด้วยสีหน้าติดจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย


“ไอริส?” ผมทวนชื่อของใครอีกคน รู้สึกคุ้นหูกับชื่อนี้อยู่พอสมควร


“คนคุยใหม่เหรอ?” กรินที่นั่งเงียบอยู่นานขยับเข้ามาร่วมในวงสนทนาบ้าง


“อืม”


“แล้วไง? เขาเลิกกับแฟนเพื่อมาคุยกับมึงหรือไง?” เชนที่นั่งฟังอยู่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนและใครอีกคน


“เขาเลิกกับแฟนไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอม แม่งตามตื้อจนน่ารำคาญ”


“แล้วคนคุยมึงเขาว่าไง?”


“เขาก็ปฏิเสธไปหลายรอบแล้ว แต่มันไม่หยุด” ไทม์ว่าอย่างใส่อารมณ์ ผมทำเพียงแค่นั่งฟังไปเงียบๆ ไม่ได้ออกความคิดเห็นหรือเอ่ยถามอะไร มีเพียงเชนที่ดูจะสนใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษคอยซักถามอยู่ไม่หยุด


“เขาเลือกมึง?”


“เปล่า”


“หืม?” ผมละสายตาจากหนังสือที่กำลังเปิดอ่านอยู่ไปมองหน้าเพื่อนของตัวเองด้วยความสงสัย


“เหมือนเขามีปัญหาอะไรกับแฟนนี่แหละก็เลยเลิกกัน”


ผมปิดหนังสือลงแล้วหันมาให้ความสนใจกับไทม์อีกครั้ง สรุปคือคนที่ชื่อไอริสเคยมีแฟนและเลิกกันไปแล้ว แต่คนที่เป็นแฟนเก่าไม่ยอมเลิกจึงมาคอยตามตื้อตามง้ออยู่ ทำให้ไทม์ที่ตามจีบไอริสอยู่ไม่พอใจ ถ้าให้เดา บางทีคนที่ชื่อไอริสอาจจะยังคงมีเยื่อใยกับแฟนเก่าอยู่ ไม่อย่างนั้นไทม์คงไม่หัวเสียแบบนี้


“ใครวะ?”


มารุต


“อื้อหือ ชื่อเสียงดังกระฉ่อน” พอได้ยินอย่างนั้นเชนก็หลุดเสียงผิวปากออกมาเบาๆ นั่นยิ่งเรียกความสนใจจากผมได้เป็นอย่างดี


มารุตงั้นเหรอ? ชื่อเพราะดีนะ


“เออ อยากบวกแม่งอยู่ แต่ก็คิดว่าไม่คุ้ม”


“ขี้ขลาดฉิบหาย”


“มึงว่าอะไรนะ!?”


“เปล่านี่”


ผมไม่ได้สนใจว่าเพื่อนทั้งสองคนจะโต้เถียงอะไรกันอีกเพราะได้แต่นั่งคิดว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากไหน  ผมจำไม่ได้ว่าผมเคยรู้จักคนชื่อมารุตหรือเปล่า? หรือบางทีผมอาจจะเคยได้ยินจากที่คนอื่นพูดกัน เพราะจากที่เชนพูดมาอีกฝ่ายคงเป็นที่รู้จักในมหาลัยนี้อยู่พอสมควร ผมเลิกคิดเรื่องของคนที่ชื่อมารุตและไอริสหลังจากที่เห็นอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามา ความสนใจทั้งหมดของผมก็ถูกดึงไปยังเนื้อหาที่จะต้องเรียนในวันนี้ทันที

 





 “คุณรัชช์”


“หืม?” ผมชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำล้างมือแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผ่านกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ


“ช่วยอะไรหน่อยสิ” ไทม์เดินเข้ามาใกล้ผมก่อนจะหันหลังเอาสะโพกพิงกับอ่างล้างหน้าเอาไว้แล้วเงยหน้ามองสบตากับผมด้วยรอยยิ้มบางๆ


“มีอะไร?”


“เรื่องไอริส” ไม่พ้นเรื่องนี้จริงๆ สินะ


“ทำไม?” ผมลอบถอนหายใจโดยไม่ให้อีกฝ่ายเห็นแล้วเดินไปดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือ


“ก็แฟนเก่าไอริสน่ะ ตามตื้อไม่เลิกเลย ขนาดไอริสปฏิเสธไปแล้วแต่มันก็ยังตามอยู่ได้”


“แล้วยังไง?”


“อยากให้คุณรัชช์ช่วย”


“พูดมาเลย” ผมไม่ชอบที่ไทม์ยังคงอ้อมค้อมไปมาอยู่ได้ทั้งที่เขาควรจะพูดมันออกมาตรงๆ ว่าแท้จริงแล้วเขานั้นต้องการอะไรกันแน่


“คุณรัชช์ไปจีบมารุตได้ไหม?”


“อะไรนะ?” ผมชะงักค้างด้วยความตกใจก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งถึงสิ่งที่ได้ยินด้วยความไม่แน่ใจ


“ก็แค่แกล้งๆ จีบ กันให้มารุตออกไปห่างๆ ไอริสก็แค่นั้น พอไอริสยอมตกลงเป็นแฟนกับเราเมื่อไหร่ คุณรัชช์ก็ค่อยเลิกจีบมารุต” ไทม์พูดออกมาอย่างสบายๆ ติดจะดูสนุกเสียด้วยซ้ำ


“...” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะรู้สึกไม่พอใจนิดๆ ที่ไทม์พูดอะไรแบบนั้นออกมา นี่มันไม่ต่างจากการเล่นสนุกกับความรู้สึกของคนเลยนะ และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมันก็คือผม


เขากำลังบอกให้ผมไปล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นอยู่นะ


“ได้ไหมคุณรัชช์?” ไทม์ขยับเข้ามาใกล้พร้อมเร่งถามเอาคำตอบ


“มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?” ทำไมผมต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงถึงขนาดนั้น ไม่สิ ทำไมผมต้องเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับชีวิตของคนอื่นด้วย มันจะไม่ยิ่งวุ่นวายไปมากกว่าเดิมเหรอหากผมเข้าไปในชีวิตของพวกเขาน่ะ


“เราเชื่อใจคุณรัชช์นะ เราเชื่อว่าคุณรัชช์ทำได้” นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเกลียดรอยยิ้มของไทม์ รอยยิ้มที่ดูสดใสแต่ก็แฝงไปด้วยความร้ายกาจ มันดูกดดันและบีบบังคับผมเป็นอย่างมาก


“แต่นั่นมันไม่เล่นกับความรู้สึกคนเกินไปเหรอ?” ถึงจะบอกตัวเองว่าอย่าเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ แต่พอเผลอสบตากับอีกฝ่ายเข้าใจผมก็เริ่มจะเอนเอียง ผมไม่เคยปฏิเสธไทม์ได้เลยสักครั้งเดียว เพราะคิดมาตลอดว่าอยากเห็นเขามีความสุข ผมก็เลยยอมช่วยเหลือเขาทุกครั้ง ผมไม่ได้หวังอยากได้เขามาเป็นสมบัติส่วนตัว ไม่ได้หวังที่จะครอบครอง อย่างนั้นแล้วผมถึงได้อยากให้เขาสมหวังและมีความสุขมากที่สุด


“โธ่ คุณรัชช์ มันไม่ชอบคุณรัชช์หรอก คุณรัชช์เองก็คงไม่ตาถั่วตาต่ำไปชอบมันเหมือนกันนั่นแหละ ไม่ได้เล่นกับความรู้สึกหรืออะไรนะ แค่อยากให้คุณรัชช์กันมันออกห่างจากไอริสก็เท่านั้นเอง”


“...” ยิ่งไทม์พูด ผมก็ยิ่งรู้สึกแย่


คำพูดของเขาทำให้ทัศนคติของผมที่มีต่อเขาเริ่มเปลี่ยนไป จริงๆ ก็รู้มานานแล้วว่าไทม์สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นได้มากถึงขนาดนี้ เขาบอกว่ามารุตจะไม่ชอบผม และผมจะไม่มีทางชอบมารุต เขาจะรู้ได้ยังไงกับเรื่องของอนาคตและเรื่องของความรู้สึก ถ้าระหว่างผมกับมารุต หนึ่งในพวกเรามีใครสักคนเกิดมีความรู้สึกแปลกปลอมขึ้นมา ก็ต้องมีใครสักคนที่เจ็บสินะ


“ทำเป็นไปจีบ ชวนไปนู่นไปนี่ให้มันไม่มีเวลามายุ่งกับไอริสก็พอนะคุณรัชช์”


“...”


“นะคุณรัชช์ นะครับ นะ”


“ก็ได้ แต่จะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้วนะ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ” ครั้งสุดท้ายที่ผมจะช่วยเหลือเขากับเรื่องแบบนี้ และครั้งสุดท้ายสำหรับความรู้สึกที่ผมมีต่อเขา ผมคงทนชอบคนแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาเห็นแก่ตัวเกินไปจนผมรับไม่ได้ เขาคิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเองจนไม่ได้มองเห็นความรู้สึกของใครเลย แม้กระทั่งผมที่เป็นเพื่อนของเขา


“ขอบคุณนะคุณรัชช์ คุณรัชช์นี่คนดีที่หนึ่งเลย” ไทม์ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ เขาเดินเข้ามากอดผมเอาไว้แน่นอย่างดีใจ ผิดกับผมที่รู้สึกสะอิดสะเอียนกับสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำลงไป


ใครๆ ก็บอกว่าผมน่ะเป็นคนดี แต่พวกเขาจะรู้บ้างไหมว่าแท้จริงแล้วผมก็ไม่ได้ดีอะไรเลย ไม่เลยจริงๆ



---------------



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 583 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #566 AP669 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 07:26
    เกลียดไทม์แล้ว1
    #566
    0
  2. #556 LOOKSORN. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:30
    ไทม์รู้แน่ว่าคุณรัชช์ชอบตัวเองแเลยหลอกใช้ตลอดอ่ะะะ
    #556
    0
  3. #555 LOOKSORN. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:29
    ความรักบังตามาก ไทม์แม่งร้ายยย
    #555
    0
  4. #547 Natthap1719 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 07:54
    ไทม์เเบบเห็นเเก่ตัวจัง
    #547
    0
  5. #546 prewxxii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 14:12
    ไทม์นิสัยเเน่มาก เลิกเป็นเพื่อนดีกว่า
    #546
    1
    • #546-1 prewxxii(จากตอนที่ 3)
      8 มีนาคม 2563 / 14:12
      แย่*สิ
      #546-1
  6. #517 DLIM_11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 13:44
    โถ่ คุณรัชช์
    #517
    0
  7. #507 prince0409 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 10:55
    ไทม์น่ารังเกียจตั้งแค่บอกว่ามีแฟนก็จะเอาอ่ะ ตั้งแต่ตอนที่แล้ว คุณรัชช์เลิกชอบก็ดีแล้ว และก็ไม่อยากให้ไอริสชอบคนแบบนี้ด้วย
    #507
    1
    • #507-1 fsbeentaken(จากตอนที่ 3)
      8 สิงหาคม 2562 / 21:58
      เห็นด้วยมากๆ นี่จะพิมพ์คอมเม้นต์แบบเดียวกันเลย เป็นตัวละครที่น่ารังเกียจมากๆ
      #507-1
  8. #503 Lolo02 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:46

    ลำใย ไทม์

    #503
    0
  9. #496 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 22:21
    คุณรัชช์คิดถูกแล้วค่ะ ที่เลิกชอบคนอย่างไทม์ได้
    #496
    0
  10. #487 SandSeaSun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 21:18
    ไทม์นิสัยโคตรน่ารังเกียจเลยจริงๆ
    #487
    0
  11. #444 immortal_ploy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 10:36
    คนแบบไทม์นี่น่ารังเกียจสุดๆไปเลยค่ะ เห็นแก่ตัว เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ พ่อศูนย์กลางจักรวาล
    #444
    0
  12. #410 GFMB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:07
    โถลูกกกก เข้าใจน้องนะ ทำครั้ฃสุดท้ายเพื่อจบทุกอย่าง เข้าจายยย ฮือออ คนอื่นอาจจะแบบแตกหักก็แตกหักสิแต่แบ๊บ! รัชช์ไม่ใช่ อารมณ์แบบของขวัญอำลาเลยยย
    #410
    0
  13. #335 linonan_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:08
    โห ไทม์ไปสุดมากอ่ะ รัชช์ไม่น่าชอบไทม์เลย แต่จะเลิกชอบละไม่เป็นไร555555 รัชช์ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยอ่ะ บอกไทม์เล่ยกับความรู้สึกคนอื่น ตัวเองก็เล่นกับความรู้สึกตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ แต่ดีแล้วจะได้มีเวลาไปจีบมารุตแทน 55555555 ชั้นยิ้มลำพัง หัวเราะลำพัง
    #335
    0
  14. #303 Hiroyosha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:52
    อ้านเอี้ยยยไทม์อ้ายยสาดดดด อ้าย จร.!!เยสแม่!มุงทำงี้ได้ไง ขัดใจตั้งแต่ขอเบอร์ละ จะจีบใครไม่มี ปันยาไปขอเองก้ไม่ควรจีบแบบเพิ่ลอีกคนของคุณรัชบอกละถูกทั้งหมด!!เห้นรัชยอมหน่อยได้ใจไปหมด เล่นกะ ครส.รัชกุเกินไปหน่อยป่ะเยดแม่ละไอริส..พูดให้ถูกก้-ไปแย่งเเฟนชาวบ้านนั้นละ อยากได้เกินเบอร์ถ้ากุเห้นว่าเบื่อง่ายๆละซมซานกับมาหารัชกุน้ะตอนรัชกุมี รักไหม่ กุจะสาปแช่ง-!!!! ไม่มี ค พยายาม จะบ้าตายอบากไปบีบคอมุงให้ตายตอนเน้!! เค้า มี ปห กันเลย เสียบ เหอะ!!
    #303
    0
  15. #209 020540 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 19:44
    ไทม์แม่งปัญญาอ่อน แต่คนที่ปัญญาอ่อนที่สุดคือคุณรัช ดูไม่ใช่คนโง่อะ แต่ทำตาม เพื่อ!!!
    หงุดหงิด
    #209
    0
  16. #153 Lc.Jw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 13:17

    ไทม์คือเกินไปอะ เกรงใจเพื่อนบ้างไรบ้สงก็ได้ มันใช่เรื่องมั้ยอะจริงๆ คุณรัชช์อะะะ ครั้งสุดท้ายสมใจแล้วนะ(?) เลิกชอบมันไปเลยเนอะไอคนแบบนี้ รุตรอรัชช์อยู่นะ5555

    #153
    0
  17. #150 jjingg. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 11:35
    คุณรัชช์ลูกกก โอ้ย ขอฟาดไทม์ทีนึงได้มั้ยTT
    #150
    0
  18. #137 maybee23 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 19:22
    เห้ยยย มันไม่ใช่อะคุณรัชช์มันการตัดสินใจทำตามคำขอไทม์มัน จะต้องสร้างปัญหาและความซวยต่างๆเข้ามาแน่ๆคุณรัชช์ แต่ก็ดีแล้วที่จะเลิกชอบคนแบบนั้นไม่ดิต้องเลิกชอบมันเลย

    แอบเดาได้ปะว่าคนที่จะจัดการไทม์อะคือเชน..ชั้นว่าเชนนังต้องรู้อะไรบ้างอย่างอะ เดาๆเด้อออ
    #137
    2
    • #137-1 maybee23(จากตอนที่ 3)
      6 ธันวาคม 2561 / 19:25

      ขอรออ่านยาวๆได้มั้ย ใจไม่แข็งพออะ
      #137-1
    • #137-2 Hiroyosha(จากตอนที่ 3)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:54
      +1!!!!!!
      #137-2
  19. #113 Khammii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:17
    ไทม์เห็นแก่ตัวจัง
    #113
    0
  20. #90 K24J28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:24
    นิสัยยยยยย* ยิ่งแก้ ยิ่งผิด5555
    #90
    0
  21. #89 K24J28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:24
    ไทม์ นิสันอย่างงี้ ยังจะชอบอีกหรอ*
    #89
    0
  22. #88 K24J28 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:23
    ไทม์ นิสัยอย่างนี้ยีงจะชอบอีกหรอ
    #88
    0
  23. #77 Kim-kibom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:04
    ฝืนตัวเองไปมั๊ย
    #77
    0
  24. #3 Poani (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 16:58
    รู้นะว่าชอบอ่ะ แต่นิสัยนี่รับไม่ได้เลยอ่ะ ที่เล่าๆมานี่ก็หลายครั้งที่ขอให้ทำไม่ใช้หรอ คือ แบบครั้งสุดท้ายๆ ชอบเข้าไปได้ไงอ่ะถามหน่อย ไอเ--ที่รัชช์ชอบนี่ดูไม่มีไรดีเลยนะ คนที่อยากได้ก็ขอให้คุณรัชช์ไปขอเบอร์ขอไร มันก็หมายความว่าเขาชอบคุณรัชช์ไม่ได้ชอบมันอ่านไปนี่แบบ
    #3
    0
  25. #2 เรนนี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 16:54

    รู้สึกไม่ชอบความใจอ่อนของคุณรัชช์เลย รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีก็ยังยอมทำ ไทม์น่ารังเกียจมาก

    #2
    0