จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 4 : จีบคนเถื่อน : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,706
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 535 ครั้ง
    30 ส.ค. 62






03





กริน

---------------


ปัจจุบัน


Marut Part :


ไอ้หน้าอ่อนนั่นมันเป็นใครวะ!? แม่งกวนตีนฉิบหายเลย!ผมสบถอย่างหัวเสียหลักจากสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ผมหันมองเพื่อนทั้งสองของตัวเองด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินบะหมี่แห้งที่เหลืออยู่ในชามเพื่อเป็นการระบายอารมณ์


แปดสิบเปอร์เซ็นของความหงุดหงิดคือความหิว อีกยี่สิบเปอร์เซ็นคือหงุดหงิดไอ้หน้าอ่อนที่เข้ามากวนตีน ถ้าไม่ติดว่าหิวนี่จะเดินตามออกไปกระทืบมันละ คนอะไรกวนตีนหน้าตายฉิบหาย


คุณรัชช์ นิติศาสตร์ปีสาม อดีตเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อนน็อตเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมของผมหันมาตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูจะเพ้อๆ อยู่ไม่น้อย


คุณรัชช์?ผมทวนคำพูดของเพื่อนด้วยความสงสัย


คุณรัชช์ ชื่อจริงคือรัชช์ อัศวบุญโชค เกิดวันที่ 19 กุมภาพันธ์ กรุ๊ปเลือด  AB สูง  180 เซนติเมตร หนัก 58 กิโลกรัม เป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี มีพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน และมีแม่เป็นคนเกาหลีแท้ๆ เห็นว่าต้นตระกูลของทางฝั่งแม่นี่สืบเชื้อสายมาจากเชื้อเจ้าเชื้อกษัตริย์ของทางเกาหลี พวกคนทั่วไปรู้เรื่องนี้เลยเรียกแบบให้เกียรติ ถึงแม้ว่าทางเกาหลีจะไม่มีราชวงศ์อย่างประเทศอื่นแล้วก็ตาม แต่หลักๆ ที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าคุณรัชช์ก็คงเป็นเพราะลักษณะท่าทางนิสัยคำพูดคำจาอะไรแบบนี้มากกว่า ก็เหมาะสมกับการเป็นเชื้อเจ้าดีนะ สุภาพสง่างามมีชาติตระกูล ขนาดจะโดนต่อยยังใจเย็นเลยไอซ์ยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่มีรูปของคนที่เป็นหัวข้อบทสนทนามาให้ผมดู แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมมันรู้ดีนัก


ผมรับโทรศัพท์มาดูแล้วก็ต้องเบะปากคว่ำจนแทบจะถึงพื้น เลื่อนๆ ดูคอมเม้นใต้รูปภาพในเพจของมหาลัยแล้วก็ได้แต่แอบหมั่นไส้อีกฝ่ายในใจ พวกแฟนคลับก็อวยกันโอเวอร์เหลือเกิน หน้าตาก็อย่างนั้นๆ แหละ ผมยังหล่อกว่าตั้งเยอะ ตัวนี่บางเป็นกระดาษเอสี่แถมยังขาวอย่างกับแดกหลอดไฟนีออนเข้าไป หน้าตาเหมือนพวกลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นแบบนั้นผู้หญิงก็ยังจะกรี๊ดอีกเนอะ ต้องหล่อคมเข้มสูงยาวเข่าดีมีซิกแพคแบบผมนี่สิถึงจะน่ากรี๊ด


กวนตีนล่ะสิไม่ว่า!” พูดถึงแล้วผมก็หัวร้อนขึ้นมาอีก อย่างนั้นไม่ได้เรียกว่าใจเย็นหรอก เขาเรียกกวนตีนหน้าตาย ทำเป็นนิ่งๆ แต่จริงๆ คือวอนตีน


พูดก็พูดเถอะ เพิ่งรู้ว่าคุณรัชช์ชอบผู้ชายนะเนี่ยไอ้น็อตแย่งโทรศัพท์ของไอ้ไอซ์ในมือผมไปแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวไม่ต่างจากคนบ้า แถมยังพูดพึมพำอะไรอีกก็ไม่รู้ เห็นอย่างนั้นแล้วผมก็ได้แต่ถามตัวเองว่าเพื่อนกูมันปกติดีหรือเปล่า?


นี่กูเข้าใจมาตลอดว่าคุณรัชช์คบกับพี่กรินตัวละครใหม่โผล่ขึ้นมาในบทสนทนาอีก ผมหันมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนสลับไปมาอย่างสนใจ ไม่ได้อยากรู้เรื่องไอ้คุณรัชช์อะไรนั่นหรอก แต่ผมจำเป็นต้องรู้ ไม่อย่างนั้นผมจะตามไปกระทืบมันได้จากที่ไหนล่ะ?


คิดเหมือนกันเลย ว่าแต่อะไรดลใจให้คุณเขามาจีบไอ้มารุตได้วะ?”


เออ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอย่างคุณรัชช์นี่นะจะมาจีบคนอย่างนี้ไอ้น็อตว่าออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะปรายหางตามามองผมเหยียดๆ จนผมรู้สึกเริ่มจะรังเกียจตัวเองกันเลยทีเดียว


เดี๋ยว! เผื่อพวกมึงลืม นี่เพื่อนไงผมยกมือขึ้นห้ามเพื่อนทั้งสองเอาไว้ก่อนที่จะมีใครพูดจาร้ายๆ ออกมาอีก ลำพังแค่สายตาที่พวกมันมองมาผมก็รู้สึกสงสารปนสมเพชตัวเองแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้กูดูเลวร้ายไปมากกว่านี้เลย


คุณรัชช์เขาเมายาหรือเปล่าวะ?”


อย่างที่คนเขาพูดกันว่าผู้หญิงชอบคนเลว


แต่คุณรัชช์เป็นผู้ชาย


เออว่ะ จริงๆ คุณรัชช์แมนมากนะ หล่อรวยเรียนเก่ง สุภาพบุรุษ นิสัยดี พอพูดถึงคุณรัชช์ ในหัวกูนี่มีแต่คำว่าดี ดี และดีเต็มไปหมด แต่พอมอง เหอะ!” ท้ายประโยคไอ้น็อตยังคงจิกตามองผมราวกับผมเป็นสิ่งต่ำต้อยที่สุดบนโลกใบนี้


ฮัลโหล! สรุปกูนี่อยู่ชนชั้นวรรณะไหนเหรอ?


มึงเกลียดอะไรกูเหรอเพื่อน?” ถ้าขนาดนี้แล้วก็ตัดเพื่อนกับกูเลยก็ได้


ใครเพื่อนมึง!?”


อ้าว!” ผมได้แต่ร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ เพื่อนรักที่คบกันมาตั้งแต่หัวเกรียนอย่างน็อตหันมาร้องแหวเสียงดังใส่


เพิ่งเข้าใจคำว่าเพื่อนมันสั้นก็วันนี้แหละ!


ใจเย็นหนุ่ม อย่าเพิ่งตีกัน มึงมาช่วยกันคิดดีกว่าว่าคุณรัชช์ทำแบบนี้ทำไม? อย่างคุณรัชช์นี่ไม่น่าจะมาชอบหรือสนใจนักเลงอย่างมารุตได้ แล้วทำไมเขาถึงมาบอกว่าจะจีบมันวะ?” ไอซ์ดึงเรากลับมาที่ประเด็นสำคัญอีกครั้ง


หรือคุณรัชช์ชอบของแปลก?” ไอ้น็อตยังคงคอนเซ็ปกัดเพื่อนไม่เลิกอยู่


ไอ้เหี้ยนี่!” ผมเลยยกขาขึ้นถีบมันไปหนึ่งทีแรงๆ ด้วยความรักและเกลียดชัง กวนตีนไม่เลิกก็เอาตีนไปแดกซะ!


ใจเย็น~”


มันจะทำไปทำไมกูไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้ามันเข้ามายุ่งวุ่นวายกับกูเมื่อไหร่ล่ะก็ กูกระทืบไส้แตกแน่!” จะเป็นใครมาจากไหนผมไม่สนหรอก แต่ถ้ามันคิดจะหาเรื่องใส่ตัวผมก็ยินดีที่จะช่วยสงเคราะห์ให้ ช่วงนี้ยิ่งอารมณ์เสียง่ายอยู่ด้วย มีคนมาเป็นที่ระบายอารมณ์ก็ดีสิ สัญญาว่าจะตอบแทนความกวนตีนของมันให้สาสมเลย


ถ้ามึงทำอะไรคุณรัชช์มึงเจอกูแน่มารุต!” แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดไปไกล ไอ้เพื่อนตัวดีก็ร้องห้ามเสียงดังขึ้นมา


มึงจะอะไรนักหนาวะ!?” กับเพื่อนตัวเองนี่มึงเคยเข้าข้างบ้างไหม!?


กูเป็น FC คุณรัชช์ เขาเป็นคนดีมาก เพราะฉะนั้นมึงห้ามเอาสีดำของมึงไปติดเขา เด็ดขาด!”


มึงพูดถึงความเลวหรือสีผิว?” ชักไม่แน่ใจแล้วว่ามันกำลังด่าผมเรื่องไหนอยู่


ทั้งสองอย่าง


อะ ปากวอนตีนแล้วไงถ้ากระทืบเพื่อนตัวเองนี่มันจะดูเลวมากไหมครับ?


ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณรัชช์เป็นอะไรไปมึงโดนคนทั้งมหาลัยฆ่าแน่!”


มันจะอะไรนักหนาวะกับแค่คนๆ เดียวทำอย่างกับเป็นเทวดาลงมาจุติ คนเหี้ยไรจะประเสริฐขนาดนั้น ดีแสนดีเหลือเกิน แตะต้องไม่ได้เลย จะเป็นจะตายแทนเป็นเดือดเป็นร้อนกันหมด ไอ้ฉิบหาย!


เดี๋ยวมึงก็รู้ 


อะไร?” ผมขมวดคิ้วมองไอซ์อย่างไม่เข้าใจ


คุณรัชช์น่ะ ไม่ได้มีดีแค่ที่หน้าตาหรอกนะ ถึงจะไม่ใช่คนยิ้มง่าย เอาจริงๆ ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นเขายิ้มแบบที่เป็นยิ้มจริงๆ เลย ส่วนมากก็ยิ้มไปตามมารยาทแต่เพราะนิสัยที่ดีแสนดีเลยทำให้ใครๆ ต่างก็หลงรัก มีแต่คนโอ๋มีแต่คนอวย แต่ก็อย่างว่า คุณรัชช์เขาก็ดีจริงแหละไม่วายยังอวยตบท้ายให้ผมรู้สึกหมั่นไส้คนถูกอวยอีก โดนซื้อกันไปคนละเท่าไหร่วะ?


พวกมึงจะอวยอะไรมันนักหนาวะ? กูดูก็งั้นๆ แหละ ไม่เห็นจะมีอะไรเลยกับอีแค่ทำตัวเป็นคนดีใครๆ ก็สร้างภาพได้ทั้งนั้น จะดีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้? อวยเหมือนแม่งเป็นฮีโร่ผู้สร้างโลกไปได้


เชื่อเถอะ ไม่เกินหนึ่งเดือนมึงจะตกหลุมรักคุณรัชช์อย่างแน่นอนไอ้น็อตยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมจนหน้าแทบจะชนกันก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ทำเอาผมผงะถอยหนีแทบไม่ทัน


ถ้าผีผลักขึ้นมาทำไงล่ะเพื่อนเหี้ย! สยอง!


ไร้สาระ กูเพิ่งเลิกกับไอริส และกูก็ยังรักไอริสอยู่ กูไม่มีทางสนใจคนอื่นนอกจากไอริส!”


ผมพูดเสียงดังอย่างมั่นใจ ผมมีแฟนที่รักมาก แต่ผมเพิ่งเลิกกับเขาไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ผมรักไอริสแต่เพราะเรามีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันเราเลยเลิกกัน แต่ตอนนี้ผมพยายามตามง้อเขาอยู่ ไอริสเป็นผู้ชายตัวเล็ก หน้าออกหวานๆ หน่อย ตาโตๆ ปากเล็กๆ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็น่ารักน่าเอ็นดูไปหมด ผิดกับไอ้คนที่เดินเข้ามาประกาศว่าจะจีบผมอย่างสิ้นเชิง ผมไม่มีทางหลงผิดไปชอบไอ้คุณรัชช์อะไรนั่นได้หรอก โคตรไม่ใช่สเปคเลย ผมชอบคนตัวเล็กๆ ขี้อ้อน น่ารักๆ สดใส ไม่ใช่ผู้ชายตัวสูงไล่เลี่ยกันแถมหน้าตายังจืดชืดดูไร้อารมณ์แบบนั้น


ขอเถอะ แค่เห็นไกลๆ ร้อยเมตรก็หมดอารมณ์แล้ว


เออ กูจะคอยดูไอ้ไอซ์กรีดยิ้มร้ายคล้ายกับว่ากำลังรอดูเรื่องสนุกอยู่ แอบขนลุกเบาๆ เพราะนานๆ ทีไอซ์มันจะแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา


เบื่อพวกมึงว่ะ กูไปหาไอริสดีกว่า” ผมเบ้หน้าอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะคว้าเอากระเป๋าเป้ของตัวเองมาสะพายแล้วลุกเดินหนีเพื่อนของตัวเองทันที ใครจะอยู่ให้พวกมันหาเรื่องมาด่าอีกล่ะ


ก็รู้ไงว่าเลวแต่ก็ไม่ต้องตอกย้ำกูบ่อยก็ได้ เหมือนกูเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยด้อยค่าที่สุดบนโลกใบนี้เลยว่ะ

 








Rach Part :


เมื่อเดินเข้ามาถึงคณะของตัวเองผมก็ได้รับสายตาหลากหลายความรู้สึกที่มองมา ผมลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องเรียนของตัวเองไป ดูเหมือนว่าคาบนี้ไทม์จะโดด ส่วนเชน ผมไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะไปทำธุระแล้วจะรีบกลับมา แต่จนถึงตอนนี้ที่จะเข้าเรียนคาบบ่ายแล้วแต่เขาก็ยังไม่มาเลย กรินหันมามองผมเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ต้องกลืนคำเหล่านั้นลงไปเพราะอาจารย์ประจำวิชาดันเดินเข้ามาเสียก่อน เพื่อนในห้องต่างทยอยเข้ามากันมากขึ้น และส่วนใหญ่ก็หันมามองผมสลับกับโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือของพวกเขาอย่างสนอกสนใจ ท่าทางแบบนั้นไม่ต้องเดาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น


“บอกสิว่ามันไม่จริง” หลังจากที่หมดคาบเรียนสามชั่วโมงรวดผมก็ถูกกรินลากมาที่ทางบันไดหนีไฟ คนสวยของผมมีสีหน้ายุ่งเหยิงไปหมดจนคิ้วเรียวสวยแทบจะรวมร่างกันอยู่แล้ว


“อะไรครับกริน?” ผมยื่นปลายนิ้วไปคลึงที่หัวคิ้วของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มบางเบา


“คุณรัชช์ทำแบบนี้ทำไม?” กรินเบี่ยงตัวหลบแล้วยกมือขึ้นกอดอกมองผมอย่างคาดคั้น


“เห็นแล้วเหรอ?” ก็ถ้าคนทั้งมหาลัยรู้เรื่องนี้ได้แล้วทำไมกรินจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้


“ตอบมาสิคุณรัชช์”


“...” ที่ไม่ตอบไม่ใช่เพราะไม่อยากตอบแต่ผมไม่รู้จะตอบอะไรมากกว่า


“เพราะไทม์ใช่ไหม? ทำไมล่ะคุณรัชช์? ไหนบอกกับกรินว่าจะไม่ช่วยอะไรไทม์อีกแล้วไง? แล้วทำทำไม?” พอเห็นผมเงียบกรินก็ยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่


“ครั้งสุดท้ายจริงๆ แล้วครับกริน มันจะไม่มีอีกแล้ว” ผมเคยบอกกับกรินเอาไว้ว่าจะไม่ช่วยไทม์แล้วแต่ผมก็ผิดคำพูด แต่มันจะไม่ใช่กับครั้งนี้ ถ้าจบเรื่องระหว่างไอริสกับไทม์เมื่อไหร่มันจะไม่มีอีกแล้ว ผมจะเริ่มตีตัวออกห่างจากไทม์ จะไม่ปล่อยความรู้สึกของตัวเองให้ไปไกลและจะไม่ให้ไทม์เข้ามามีอิทธิพลกับผมได้อีก


“เหนื่อยไหมคุณรัชช์?” มือเล็กยื่นมาแตะที่ต้นแขนของผมด้วยสีหน้าเป็นห่วงจนผมรู้สึกผิด ผมทำให้กรินต้องคอยเป็นห่วงอยู่ตลอดเลย


“ไม่ครับ ไม่รู้สึกอะไรแล้ว” บางครั้งมันก็เจ็บจนชิน บางทีความรู้สึกของผมมันอาจด้านชาไปแล้วก็ได้ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมต้องช่วยให้ไทม์สมหวังกับใครสักคน มันหลายครั้งจนผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยรู้สึกยังไง


“โอ๋ๆ นะคุณรัชช์ ยังมีกรินอยู่นะ เดี๋ยวให้กริชพาไปกินซูชิ” คนตัวเล็กกว่าเดินเข้ามากอดผมเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะผละออกแล้วยกยิ้มทะเล้นมาให้


“กริน” ผมเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างอ่อนใจ


“กรินเชื่อว่าซูชิจะเยียวยาจิตใจคุณรัชช์ได้”


“เห็นเราเป็นคนยังไงเนี่ย?” ถึงซูชิจะเป็นเมนูโปรดของผมแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาของกินมาล่อผมได้นะ


“เป็นคนดีที่ไม่ควรเสียใจกับคนนิสัยไม่ดี” กรินว่าออกมาอย่างจริงจัง


“ใครๆ ก็ต้องเคยเสียใจกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก” ผมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอแล้วยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นมือของอีกฝ่ายอย่างหยอกล้อ ผมรู้ว่ากรินเป็นห่วงผมมากขนาดไหน เพราะฉะนั้น หลังจากนี้ผมจะไม่ทำตัวให้กรินต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องไหนหรือเรื่องของใคร


“แต่คุณรัชช์ควรเจอคนที่ดีกว่าไทม์”


“กริน” ผมเอ่ยปรามเสียงดุ ไม่อยากให้กรินมองไทม์ไม่ดี กรินเริ่มมีอคติกับไทม์มาสักพักแล้ว จริงๆ ก็ตั้งแต่ที่รู้ว่าผมชอบไทม์นั่นแหละ ผมพยายามบอกกรินหลายครั้งแล้วว่าไทม์ไม่เกี่ยว เขาไม่ได้รู้ว่าผมคิดหรือรู้สึกยังไงกับเขา เพราะฉะนั้นกรินจะไปโกรธไทม์ไม่ได้ แต่เพื่อนตัวเล็กของผมกลับไม่ฟังเอาเสียเลย


“อ๊ะ กริชโทรมา บอกให้กริชพาคุณรัชช์ไปเลี้ยงซูชิดีกว่า” โทรศัพท์เครื่องหรูถูกยกขึ้นมาจ่อตรงหน้าของผม เบอร์ของใครบางคนที่ผมรู้จักดีปรากฏอยู่บนหน้าจอ ผมได้แต่ยิ้มรับแทนคำตอบ กรินกดรับโทรศัพท์แล้วยืนพูดคุยกับคนปลายสายอยู่เกือบสองนาทีก่อนหันมายิ้มกว้างจนตาหยีให้แล้วยื่นมือมาลากผมให้เดินลงไปที่หน้าตึกคณะ

 






17.31 นาฬิกา


“จากที่ฟังดูแล้ว เราว่าคุณรัชช์ลองจีบนายมารงมารุตอะไรนั่นจริงๆ ก็ดีนะ เผื่อเคมีมันเข้ากัน” กริชว่าออกมาอย่างสบายๆ หลังจากที่กรินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฝาแฝดของตัวเองฟังจนหมด กริชเป็นน้องชายฝาแฝดของกริน ผมสนิทกับเขาพอๆ กับที่สนิทกับกริน เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว พูดง่ายๆ คือเราโตมาด้วยกัน


“ตลกเหรอกริช? มารุตน่ะป่าเถื่อนและหยาบคายมาก เขาไม่เหมาะกับคุณรัชช์เลยแม้แต่นิดเดียว” กรินเอาตะเกียบตีแปะเข้าที่หลังมือของแฝดน้องหนึ่งทีแล้วว่าออกมาด้วยท่าทางจริงจัง


“ถ้าอย่างนั้นกรินก็คงหาคนที่คู่ควรกับคุณรัชช์ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะในโลกนี้คงไม่มีคนดีแบบนั้นอยู่จริงหรอก” ผมเผลอกลอกตาไปมากับคำพูดของกริช ไม่มีใครดีราวกับเทพบุตรลงมาจุติขนาดนั้นหรอก แม้แต่ผมก็ไม่ได้ขาวบริสุทธิ์ถึงขั้นจะต้องมาอวดมายอเป็นเทวดาแบบนั้น


“ไม่ได้ช่วยอะไรเลย” คนสวยบ่นอุบแล้วคีบซูชิเข้าปากอย่างเซ็งๆ


“ขอโทษที่กริชมันมีประโยชน์แค่รูดการ์ดนะครับ” แฝดคนน้องเบ้ปากประชดออกมา


“อย่าทะเลาะกัน” ผมรีบเอ่ยห้ามทัพของสองแฝด ถึงจะเป็นฝาแฝดกันก็เถอะ แต่ก็ชอบโต้เถียงกันอยู่บ่อยๆ จนผมอดจะปวดหัวไม่ได้


“เอาจริงๆ นะ กรินไม่ควรตัดสินคนแค่ภายนอกหรือแค่ฟังคนเขาเล่ามา บางทีเรื่องความเหมาะสมอะไรแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอก จะมาตัดสินกันเพียงเพราะใช้สมองมากไปมันก็คงไม่ดี เรื่องของหัวใจก็ต้องใช้ความรู้สึก ลองดูก็ไม่เสียหายนะคุณรัชช์” กริชที่นานๆ ทีจะดูมีสาระพูดขึ้นด้วยสีหน้าและท่าทางที่จริงจังดึงความสนใจของผมไปที่เขาจนหมด


กริชเป็นผู้ชายที่หล่อมาก หล่อจนผมที่เป็นผู้ชายเหมือนกันยังอิจฉา ใบหน้าเรียวได้รูปและสันกรามที่คมชัด ดวงตาเรียวคมสีดำสนิท จมูกโด่งได้เป็นสัน ปากเรียวบางเป็นรูปกระจับ บวกกับช่วงขาที่เรียวยาวยิ่งทำให้กริชเป็นผู้ชายที่น่ามองมากยิ่งขึ้น ทั้งหน้าตาและรูปร่าง ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีไปหมด


“เป็นเรื่องที่ยากนะ” ผมว่าออกมาตามความรู้สึก


“จริงๆ เราอยากให้คุณรัชช์ลองมองคนอื่นดู ไทม์ไม่ใช่สำหรับคุณรัชช์หรอก เราว่ามีคนอื่นที่ใช่กว่า”


“ทำไมกริชดูเหมือนอยากจะยัดเยียดมารุตให้คุณรัชช์นัก”


“ไม่ได้ยัดเยียด แต่นั่นคือโอกาส ต้องลองถึงจะรู้ ถ้าพูดถึงเรื่องความเหมาะสม ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา อะไรหลายๆ อย่างนายมารุตนั่นก็สูสีกับคุณรัชช์เลยนะ” ผมอดจะแปลกใจไม่น้อยที่วันนี้กริชดูจะจริงจังกว่าครั้งไหนๆ ทั้งที่เขามักจะติดเล่นอยู่เสมอ เป็นคนที่นานๆ จะหาสาระได้สักครั้งหนึ่ง แต่พอได้มีสาระก็นับว่าพึ่งพาได้จริงๆ


“อย่ามาพูดถึงปัจจัยภายนอกสิ มารุตนิสัยเสียจะตาย ใครๆ ก็พูดกันว่าเป็นนักเลง ขนาดอยู่ปีสองแล้วยังมีเรื่องชกต่อยให้ได้ยิน โตขนาดนั้นแต่ไร้วุฒิภาวะทางอารมณ์ขั้นสุด วันนี้ก็เกือบต่อยคุณรัชช์ด้วยนะ” กรินว่าออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ยกเหตุยกผลขึ้นมาโต้แย้งทันที


“ถ้ามันกล้าคุณรัชช์ก็ก้านคอมันกลับเลย”


“ตลกเหรอกริช?”


“จริงๆ ลองเปลี่ยนแนวก็ดีนะคุณรัชช์”


“จีบเองเลยไหมล่ะ?” ไม่รู้ทำไมกริชถึงดูจะเชียร์มารุตนัก ทั้งที่ก็ไม่เคยเจอกันแต่ดูจะถูกใจเขาเหลือเกิน


“ถ้าเราไม่มีคนในใจเราจะจีบคุณรัชช์” เจ้าแฝดคนน้องว่าออกมาพร้อมร้อยยิ้มทะเล้นน่าหมั่นไส้


“เราหมายถึงให้ไปจีบมารุตต่างหาก พี่บรินกลับมาเมื่อไหร่เราจะฟ้องพี่บรินว่ากริชนอกใจพี่บริน” ผมแสร้งตีหน้าดุแล้วหันไปแท็กมือกับกรินที่หัวเราะชอบอกชอบใจอยู่ข้างๆ


“ฟ้องไปเถอะ อาบรินเขาไม่สนใจหรอก มีแต่เราคนเดียวนั่นแหละที่วิ่งตามเขา จนถึงตอนนี้เขายังไม่ตอบข้อความเราเลย ตั้งกี่ปีแล้วที่เขาไป ไม่ว่าจะอยู่หรือไปเขาก็ไม่เคยสนใจเราเลยด้วยซ้ำ” กูรูด้านความรักเมื่อกี้เริ่มเป็นฝ่ายตัดพ้อในเรื่องความรักของตัวเองแล้วครับ


แหม ตัดพ้อเก่งเชียว


“อ้าว ดราม่าเรื่องอาบรินเฉย” กรินหัวเราะจนตาหยีพลางยื่นมือไปลูบหัวปลอบน้องชายฝาแฝดตัวเองอย่างเอ็นดู


“กริชต้องให้เวลาพี่บรินหน่อยนะ ถ้าพี่บรินพร้อมเดี๋ยวพี่เขาก็กลับมาเองแหละ” กลายเป็นผมต้องขยับไปกอดปลอบเพื่อนตัวสูงแทนเสียอย่างนั้น


“แต่ไม่กลับมาก็ดีนะ อาบรินจะได้ไม่ต้องเจอพ่อ” คนที่ทำหน้าเศร้าอยู่เมื่อกี้ปรับเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นดุดันทันทีในเพียงชั่วพริบตาเมื่อเอ่ยถึงผู้ให้กำเนิดของตัวเอง ผมกับกรินหันมองสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย


“พอเถอะกริช ยิ่งพูดกริชก็ยิ่งเจ็บ” ผมลูบแขนปลอบกริชอีกครั้งก่อนจะขยับกลับมานั่งคีบซูชิกินต่อ บางเรื่องก็อย่าไปพูดถึงมันเลย ยิ่งพูดก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดเสียเปล่าๆ


“อืม สรุปแล้วคุณรัชช์ก็ลองเอาเก็บไปคิดดูก็แล้วกันนะ” กริชดึงเราทั้งสามคนกลับมาที่หัวข้อเดิมอีกครั้ง


“ก็คงจะมองคนใหม่ แต่คนๆ นั้นจะเป็นใครนั่นก็อีกเรื่องหนึ่งนะ” ผมไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง ไม่ว่าผมจะเคยคบใครมาหรือเคยมีความรู้สึกให้ใคร ถ้ามันจบก็คือจบ ถ้าไม่มีหวังก็ตัดทิ้ง ผมจะไม่มานั่งอาลัยอาวรณ์ปิดกั้นตัวเอง ปิดโอกาสหรือกันคนอื่นออกจากชีวิต ผมเองก็เปิดรับใครเข้ามาตลอด


แต่บางครั้งพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกกับพวกเขาได้เท่าที่ควรจะเป็น


“แบบนั้นก็ดี กรินอยากเห็นคุณรัชช์มีความสุข”


“ครับ”


ถ้าการคบใครสักคนจะทำให้ผมมีความสุข ผมเองก็หวังว่าจะได้สัมผัสมันอีกสักครั้งหนึ่ง

 






กลับมาแล้วเหรอคุณเล็ก?” ทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้าไปในบ้านเสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้น


อ้าว คุณใหญ่ กลับมาจากฮ่องกงเมื่อไหร่ครับ?” ผมหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องหลุดยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนที่ผมกำลังคิดถึงยืนหล่ออยู่ไม่ไกล


เมื่อเย็นครับ ไปไหนมาทำไมกลับเสียค่ำเชียว?” พี่ชายคนดีอ้าแขนออกกว้างรอให้ผมเดินเข้าไปหา แน่นอนว่าผมไม่รอช้าที่จะเดินไปสวมกอดอีกฝ่าย


ไปกินซูชิกับแฝดมาครับผมตอบไปตามความจริง ระหว่างผมกับคุณใหญ่ อ่า หมายถึงพี่ริค พี่ชายคนโตของผมน่ะครับ ผมไม่เคยมีความลับกับเขา แต่คงต้องยกเว้นเรื่องมารุตเอาไว้สักหน่อย เพราะมันค่อนข้างจะไร้สาระเกินไป


อ้อ ที่บอกว่าไม่เคยมีความลับน่ะ ก็เพราะคุณใหญ่มักจะรู้เองก่อนเสมอเลย


ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปอาบน้ำนอนนะครับ พรุ่งนี้มีเรียนเช้านี่คุณใหญ่ว่าเสียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้า


คุณใหญ่จำตารางเรียนของเล็กได้ด้วยเหรอครับ?” ผมว่าอย่างแปลกใจ เพราะผมเคยเอาตารางเรียนของตัวเองให้คุณใหญ่ดูแค่ครั้งเดียวเอง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจำได้ ก็แค่ตารางงานของตัวเองก็น่าปวดหัวแล้วนี่นา


อะไรที่เกี่ยวกับคุณเล็ก ใหญ่ก็จำได้หมดล่ะครับ


น่ารักจริงๆ เลยพี่คนนี้ผมว่าพร้อมยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มอีกฝ่าย มันออกจะดูแปลกๆ ไปสักเล็กน้อยที่พี่น้องผู้ชายอย่างเรามากอดหอมกันแบบนี้ แต่มันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเราครับ บ้านเราติดสกินชิพกันทั้งบ้าน โดยเฉพาะผม


คุณเล็กต้องรักใหญ่มากๆ นะครับ ห้ามรักคนอื่นมากกว่า


เล็กจะรักใครได้มากกว่าคุณใหญ่ล่ะครับ?” ผมตาโตมองพี่ชายตัวเองอย่างตกใจ ชาตินี้จะมีใครที่แสนดีได้เท่าคุณใหญ่อีก อ่า ยกเว้นคุณกลางกับออมม่าและอาปาเอาไว้ด้วยก็แล้วกัน


ก็พูดเผื่อไว้ ถ้าคุณเล็กมีแฟนก็คงลืมใหญ่ประเด็นนี้อีกแล้ว


โธ่ ใจน้อยจังครับยื่นมือไปประกบสองข้างแก้มของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วกดจูบเบาๆ ที่ปลายคางเรียวอย่างเอาใจ


ไปอาบน้ำเลยครับ อย่ามาแซว


ครับๆ อ่า จริงสิ คุณใหญ่ได้ติดต่อกับพี่บรินบ้างไหมครับ?” ผมที่โดนไล่ไปอาบน้ำก็กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปแล้วแต่ก็มานึกอะไรขึ้นได้จึงเดินย้อนกลับไปหาคุณใหญ่อีกรอบ


ทำไมเหรอ?” อาจเพราะเราไม่ได้พูดถึงลูกพี่ลูกน้องคนสนิทนานแล้วคุณใหญ่เลยอดจะสงสัยไม่ได้ที่ผมถามออกไปอย่างนั้น


พี่บรินเขาจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอครับ?” พี่บรินที่ผมถามถึงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผม พ่อของพี่บรินเป็นลุงแท้ๆ ของผม ลุงกับป้าสะใภ้เสียไปตั้งแต่ที่พี่บรินเด็กๆ แต่คนที่รับพี่บรินไปเลี้ยงก็คือปู่กับย่าของกรินกริช พวกท่านเป็นเพื่อนรักกัน พี่บรินถูกเลี้ยงเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านหลังนั้น และมีศักดิ์เป็นอาของกรินและกริช


ใหญ่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ บรินไม่ยอมบอกเลย แฝดให้มาถามเหรอ?” พอพูดถึงพี่บริน คุณใหญ่ก็มีสีหน้าที่เป็นกังวลทันที จากหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่บรินทำให้คุณใหญ่ต้องคอยตามดูแลอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ถ้าไม่ติดว่าพี่บรินหนีไปเรียนต่อที่อังกฤษเราก็คงได้เห็นสองเพื่อนรักตัวติดกันเหมือนเมื่อหลายปีก่อนแน่ๆ


เปล่าครับ เล็กอยากรู้เอง สงสารกริชถึงกริชจะดูกะล่อนและไหลไปเรื่อย แต่ผมรู้ดีว่าใจเขายังคงรอพี่บรินอยู่ ต่อให้ตอนนี้เขาจะทำตัวเหลวไหลเจ้าชู้จนน่าหมั่นไส้แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเจ็บปวดกับความรักมากแค่ไหน


ไม่ต้องห่วงหรอก บรินโตแล้ว ใหญ่ว่าอีกไม่นานบรินก็คงกลับมาแล้วล่ะ


จริงเหรอครับ?


ครับก็ขอให้เป็นอย่างที่คุณใหญ่พูดนะครับ หวังว่าพี่บรินจะรีบกลับมาในเร็ววัน


รีบกลับมาก่อนที่คนรอจะท้อแล้วถอยห่างออกมานะครับพี่บริน


ถ้าอย่างนั้นเล็กไปอาบน้ำนอนก่อนนะครับ ฝันดีครับคุณใหญ่


ฝันดีคุณเล็ก


ผมกดริมฝีปากที่ข้างแก้มสากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไป เดินเข้ามาในห้องได้ผมก็หลุดเสียงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่ว่าใครก็เจ็บปวดกับความรักกันได้ทั้งนั้น ทุกคนก็คงต้องเคยผ่านเรื่องราวที่เจ็บปวดมากันหมด ไม่ว่าจะผม กริช พี่บริน หรือใครก็ตาม



---------------





ถ้าใครเคยอ่าน Look at me มองฉันสิ ก็น่าจะพอคุ้นกับชื่อของกริชมาบ้างนะคะ

น้องจะไปโผล่เรื่องของคนอื่นจนกว่าจะมีเรื่องเป็นของตัวเองค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 535 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #563 timemachine20 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 17:42
    look at me คุ้นชื่อกริชอยู่แต่นึกไม่ออก ใบ้หน่อยจิไรท์คนดี
    #563
    0
  2. #471 sapphireorz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 02:48
    ชอบการเขียนของไรท์มาก ๆ เลยยย
    #471
    0
  3. #411 GFMB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:21
    อ้าววว แงงง เรื่องกริชกับพี่บริน แบบหยักอ่านนแล้วว แค่กๆ เราไม่ได้ลืมคุณรัชช์น้าาา

    เป็นการสกินชิพพี่น้องที่น่าร๊ากกเว้ยย. ชอบบบย
    #411
    0
  4. #386 ffevelyn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:19
    ชอบความติดสกินชิพ น่ารักมากเลย ฮื่อออออออ อ้อนเก่ง คนอะไรเนี่ย;_; เป็นเราเราต้องตายตรงนั้น ละลาย
    #386
    0
  5. #337 linonan_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:17
    เนี่ยยยยยย อ้อนเก่งแบบนี้ ถ้ารุตเห็นมุมนี้ของคุณรัชช์เวลาอยู่กับพี่ริคมีแต่ตายกับตาย ใช่ค่ะ เราอยากโดนคุณรัชช์อ้อนใส่แบบนี้บ้าง แงงงง ;-;
    #337
    0
  6. #156 Lc.Jw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 14:35

    ฮูยยน้องขี้ชกินชิพด้วย ถ้าอยู่กะแฟน(ในอนาคต)จะเป็นยังงายยยยยย>< ตัวละครเยอะมากๆฮือออออ ความจำสั้นแต่รักฉันยาว สนุกมากกกค่าาา

    #156
    0
  7. #6 kingkaew1221 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 19:36
    สนุก รอค่าาาาาาา
    #6
    0
  8. #5 BomBam1245 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:57
    รอออออออนะคะ
    #5
    0
  9. #4 leyjila (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 16:55
    รออ่านนะคะสนุกมากกก จะรอดูมารุตกลืนน้ำลายตัวเองง 555555
    #4
    0