จีบคนเถื่อน [YAOI] [สนพ.Lavender By B2S] : Spin-Off

ตอนที่ 14 : จีบคนเถื่อน : 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 482 ครั้ง
    30 ส.ค. 62






13




กริช

---------------




Marut Part :


“มึงทำบ้าอะไรมารุต! มึงต่อยคุณรัชช์ทำไม!?” หลังจากที่ไอ้คุณรัชช์เดินออกไปได้ไม่นานผมก็ถูกปล่อยตัวจากการจับกุมเอาไว้ ไอ้น็อตหันมาร้องโวยใส่ผมเสียงดังอย่างหัวเสีย


“...” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะกำลังหงุดหงิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ ทั้งถูกด่าทั้งถูกต่อย โคตรแย่เลย


“กูถามก็ตอบ!” ไอ้น็อตเดินเข้ามากระชากไหล่ของผมให้หันกลับไปมองสบตากับมัน


“ตกลงมึงเป็นเพื่อนใครกันแน่?” ผมขยี้หัวตัวเองอย่างอารมณ์เสีย เขาข้างกันดีเหลือเกิน กูนี่หมาเลย แม่งเอ๊ย!


“กูจะไม่เข้าข้างคนทำผิด” ไอซ์ว่าเสียงเข้ม มันเดินมาดันไหล่ผมให้นั่งลงที่เก้าอี้คล้ายกับจะบอกให้ใจเย็นก่อน


“กูผิดเหรอ?”


“นี่มึงไม่รู้ตัวเหรอ?”


“มันทำให้ไอริสไม่คุยกับกู!” พอพูดถึงเรื่องนี้แล้วผมก็ยิ่งโมโห


ผมโทรหาไอริสตั้งแต่เย็นของเมื่อวานหลังจากที่ไปส่งรัชช์ที่บ้านแล้วจนถึงเมื่อช่วงพักเที่ยง แต่ไอริสไม่ยอมรับสายของผมแม้แต่สายเดียวเลย ขนาดผมไปหาเขาที่คณะผมยังไม่ได้เจอเขาเลยด้วยซ้ำ เพื่อนของไอริสบอกว่าไอริสออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ผมไม่เชื่อหรอก ผมคิดว่าเขากำลังตั้งใจหลบหน้าผมอยู่


“มึงรู้ได้ยังไงว่าคุณรัชช์ทำ?”


“ก็เมื่อวานมันอยู่กับไอริส! ก่อนหน้านั้นไอยังดีๆ อยู่เลย แล้วเขาก็เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่เจอกับมัน!” ผมยังคงติดต่อกับไอริสอยู่ทุกวัน ที่ผ่านมาเขาก็คุยดีกับผม ถึงจะชอบย้ำว่าเราเลิกกันแล้วแต่เขาไม่เคยหลบหน้าหรือไม่เคยไม่รับสายผม ไอริสเปลี่ยนไปหลังจากที่ไปเจอกับรัชช์เมื่อวาน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมคิดว่านเป็นเพราะเขาได้ยังไง ก็รัชช์ตามจีบผมอยู่ เขาต้องไปพูดอะไรสักอย่างให้ไอริสเลิกยุ่งกับผมแน่ๆ ไม่อย่างนั้นไอริสไม่เป็นอย่างนี้หรอก


“ตอนแรกกูก็ไม่เชื่อเรื่องที่คุณรัชช์พูดหรอก แต่ตอนนี้กูว่ากูเชื่อแล้วว่ะ”


“มึงหมายความว่ายังไง?” ผมตวัดสายตามองไอ้น็อตที่จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาผิดหวัง


“คุณรัชช์อาจพูดถูก ที่ไอริสทิ้งมึงไปก็เพราะมึงมันเป็นแบบนี้ไง มึงไม่เคยโทษตัวเองเลย เอาแต่โทษคนอื่น กูแม่งโคตรผิดหวังในตัวมึงเลย มึงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณรัชช์ทำอย่างที่มึงคิดหรือเปล่า มึงก็ไปทำเลวๆ ใส่เขาแล้ว มึงแม่งแย่ว่ะ”


“ถ้ากูเป็นคุณรัชช์นะ กูไม่ต่อยเบาแบบนั้นหรอก กูจะกระทืบให้ตายคาตีนเลย” ไอซ์พูดขึ้นนิ่งๆ ต่อจากที่น็อตพูด พอมันสองคนพูดจบก็พากันเดินออกไปโดยทิ้งผมให้นั่งอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งใจ มันเหมือนมีค้อนหนักๆ มาทุบเข้าที่หัวของผมอย่างแรง คำพูดของน็อตทำให้ผมได้สติ ผมมองรัชช์ในแง่ร้ายเกินไป หนำซ้ำผมยังไปหลงเชื่อคำเสี้ยมของไอ้เพจบ้าๆ นั่นอีก


นี่ผมทำบ้าอะไรลงไปวะเนี่ย!


“มองเหี้ยไรกัน!” ไม่เคยเห็นคนหล่อหัวเสียหรือไงกัน แม่งเอ๊ย!

 





ผมกลับมาที่ห้องโดยขอหยุดซ้อมบอลหนึ่งวัน ผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งจะเข้าเรียน กลับมาถึงบ้านผมก็เอาแต่นอนโง่ๆ อยู่บนเตียงอย่างเลื่อนลอย จู่ๆ ก็นึกถึงหน้าของใครบางคนขึ้นมา ใบหน้าขาวเนียนสะบัดไปตามแรงต่อยของผม รอยช้ำที่ปรากฏขึ้นข้างแก้มเนียนมันเด่นชัดเสียเหลือเกิน


ติ้งหน่อง! ติ้งหน่อง!


ระหว่างที่กำลังนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ผมลุกขึ้นเดินอย่างคนไร้อารมณ์ไปเปิดประตูห้องให้กับผู้มาเยือน


“ไอริส” อดจะแปลกใจไม่ได้ที่เห็นว่าใครเป็นคนที่ยืนอยู่หลังบานประตู


เพี๊ยะ!


ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยถามอะไรออกไป ฝ่ามือเรียวเล็กก็ยกขึ้นฟาดเข้าที่ใบหน้าของผมเต็มแรงจนหน้าของผมสะบัดไปตามแรงตบนั้นของอีกฝ่าย


“ตบหน้ารุตทำไม?” ผมขมวดคิ้วแน่นมองใบหน้าของคนที่ผมรักมากด้วยความไม่เข้าใจ สมองเบลอไปหมดที่อยู่ดีๆ ก็ถูกตบเข้าอย่างจังแบบไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่รู้สาเหตุ


“ไปต่อยพี่รัชช์ทำไม!?” คนตัวเล็กตวาดใส่ผมเสียงดังลั่น ใบหน้าหวานดูโกรธเคืองผมมากเหลือเกิน


“...” การกระทำนั้นของไอริสทำเอาผมยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ ผมรู้ว่าทั้งสองคนรู้จักกันแต่ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นไปในทางไหน


ทั้งสองสนิทกันมากถึงขนาดที่ไอริสต้องออกมาปกป้องหรือเดือดร้อนแทนเลยเหรอ?


“ไอถามก็ตอบสิรุต! ทำร้ายพี่รัชช์ทำไม!?” มือเล็กพุ่งเข้ามากระชากปกเสื้อของผมที่ยังคงยืนงงเพราะเมาแรงตบอยู่ ผมไม่ได้ขยับหนีหรือดึงมือของไอริสออก ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม


“ไอกำลังปกป้องมัน?” นี่คือสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริงๆ


“ก็รุตทำไม่ถูก อยู่ดีๆ ไปต่อยพี่เขาแบบนั้นทำไม?”


“ก็มันทำให้ไอเปลี่ยนไป” ผมสบตากับไอริสนิ่งพร้อมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่กลม มองหาถึงความคิดและความรู้สึกของไอริสในตอนนี้ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขากำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ ทั้งที่หลบหน้าผมมาแทบจะทั้งวันแล้ว แต่ทำไมถึงได้มาหาผมเพียงเพราะผมไปมีเรื่องกับรัชช์มา


“ไม่เกี่ยวกับพี่รัชช์” คนน่ารักของผมชะงักไปนิดก่อนจะปล่อยมือออกจากปกเสื้อของผมแล้วหลุบตาลงต่ำมองพื้นไม่ยอมเงยขึ้นมาสบตากับผมอย่างในครั้งแรก


“พี่? สนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ?” ยิ่งคุยกันผมก็ยิ่งเหมือนคนโง่ ผมไม่รู้เรื่องราวระหว่างสองคนนี้ และผมคงไม่มีวันเข้าใจ ทำไมผมถึงได้รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างเรามากขนาดนี้ เป็นเพราะเราเลิกกันไปแล้วเหรอ? ทั้งที่ก็เจอทั้งไอริสและรัชช์อยู่ทุกวัน แถมยังคุยกันอยู่ตลอด แต่ผมกลับไม่รู้ถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้เลย


มันมีเบื้องหลังอะไรที่ผมไม่รู้อย่างนั้นเหรอ?


“เขาเป็นคนดีรุต เขาไม่ได้ทำอย่างที่รุตเข้าใจ” หลังจากที่นิ่งไปพักใหญ่เขาถึงยอมเปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง ผมไม่รู้ว่าที่ไอริสพูดนั้นคือเรื่องจริงหรือแค่พูดเพื่อปกป้องอีกคนกันแน่


“แล้วทำไมไอถึงเมินรุต” ไม่รับโทรศัพท์แล้วยังหลบหน้ากันอีก ผมแทบจะเป็นบ้าตอนที่ติดต่อไอริสไม่ได้ เขาคงไม่รับรู้ถึงความร้อนรนของผมเลยใช่ไหม?


“เราเลิกกันแล้ว เราควรจบ อย่าเจออย่าติดต่อกันอีกเลยนะ” สิ้นคำพูดนั้นของคนตัวเล็ก ตัวผมก็ราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองมันตื้อตันไปหมด หูก็อื้อจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นช้าลง


เจ็บแปลบไปหมดทั้งหัวใจ


“มีคนใหม่แล้วเหรอ?” ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติให้กลับมาอีกครั้ง อย่างน้อยถ้าเราจะต้องจากกันจริงผมก็อยากรู้ว่าเพราะอะไร อยากเคลียร์มันให้จบจะได้ไม่มีเรื่องค้างคาใจหรือติดค้างอะไรกัน


“ยัง แต่เราไปกันไม่รอดหรอก ตราบใดที่รุตยังไม่แก้นิสัยเดิมๆ สุดท้ายมันก็จะจบแบบเดิม” ดวงตากลมมองสบกับผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำ เสียงหวานสั่นเครือคล้ายคนที่กำลังจะร้องไห้ ผมอยากดึงร่างเล็กๆ นั่นเข้ามากอดปลอบเอาไว้แนบอกเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผมเคยทำเวลาที่ไอริสมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ถึงอยากทำมากแค่ไหนผมก็ทำไม่ได้ แรงจะยกแขนยังไม่มีเลย แค่จะยืนให้ไม่ล้มยังยาก แล้วผมจะไปพยุงใครได้ ตอนนี้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลยครับ


“สองปีที่ผ่านมามันไม่มีความหมายเลยเหรอไอ?”


ผมกับไอริสรู้จักกันตั้งแต่ม.ปลาย เราเรียนโรงเรียนเดียวกัน และผมก็ได้คบกับไอริสเมื่อสองปีก่อนหลังจากที่ตามจีบนานถึงหกเดือน ช่วงเวลาที่ได้รู้จักกันมันทำให้ผมมีความสุขมาก การมีไอริสอยู่ในชีวิตแม้จะทะเลาะกันบ้างแต่ก็เป็นเรื่องราวที่ดี ผมไม่เคยคาดคิดว่าสักวันหนึ่งผมกับเขาต้องเลิกกัน แต่ทุกอย่างมันก็พังเพราะผมทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเขาไม่ได้ ผมปกป้องเขาไม่ได้ มีคนเข้ามาทำร้ายเขา แต่โชคดีที่มีคนมาช่วยไว้ได้ทัน ไอริสเคยบอกกับผมว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ผมไปต่อยตีกับใครหรือมีใครเข้ามาระรานเขาอีก เขาจะเลิกกับผมทันที ตอนนั้นผมคิดว่ามันก็แค่คำขู่


แต่เปล่าเลย มันไม่ใช่แค่คำขู่หลอกๆ หลังจากที่ไปรับไอริสจากโรงพยาบาลในคืนนั้น ช่วงสายของวันต่อมาผมก็ถูกบอกเลิก แต่เพราะคิดว่ายังพอมีหวังผมเลยพยายามตามตื้อตามง้อเขามาตลอด ผมรู้ดีว่าเราไม่ได้เลิกกันเพราะหมดรัก เรายังรักกันอยู่ แค่เขารับไม่ได้กับการกระทำของผม ผมเลยหวังว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่มันก็ยาก


ยิ่งในตอนนี้ คงเป็นไปไม่ได้แล้ว


“เพราะมันมีไง ไอถึงอยากให้เราจบกันด้วยดี ไม่อยากให้เราเกลียดกัน” ทำไมผมถึงไม่รู้สึกดีใจเลยวะ ไม่ได้รู้สึกดีเลยที่ได้ยินอย่างนั้น ยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บ


“ไอก็รู้ว่ารุตรักไอ” ผมว่าอย่างอ่อนแรง


“การคบกันแค่ความรักอย่างเดียวมันไปด้วยกันไม่ได้ มันมีอะไรมากกว่านั้น รุตเองก็รู้ดี”


“จะไปจริงๆ ใช่ไหม?” ผมถามย้ำอีกครั้งเผื่อยังพอมีหวังให้ตัวเองบ้าง


“อืม”


“ไม่มีโอกาสให้รุตเลยเหรอไอ?” แค่นิดเดียวก็ไม่มีเลยเหรอ?


“ไอให้โอกาสรุตมาตลอด แต่มันก็เหมือนเดิม” เขาว่าเสียงสั่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มเนียน


“รุตเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้น ขอกอดเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม?” อดที่จะยื่นมือไปเช็ดน้ำตาออกให้ไม่ได้ ผมไม่ชอบเห็นไอริสร้องไห้ ถึงอีกฝ่ายจะชอบร้องไห้บ่อยๆ เพราะเป็นคนอ่อนไหวง่ายก็เถอะ


“เราเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันได้หรือเปล่า? อย่าเกลียดกันเลยนะ” ร่างเล็กโถมตัวเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานที่ผมหลงรักซบลงที่หน้าอกของผมพร้อมพูดเสียงอู้อี้หากแต่ก็ยังพอจับใจความได้อยู่บ้าง


“รุตต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามคำถามนั้น รุตกลัวไอเกลียดรุต” เพราะถ้าผมยังคงเหมือนเดิม ไอก็คงจะไม่ชอบใจที่มันเป็นแบบนั้น แต่มันไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายที่ผมจะลืมเขาได้


“ไอไม่เคยเกลียดรุต”


“ขอบคุณครับ” ผมโอบกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น พยายามที่จะซึมซับความรู้สึกในตอนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้านี่คือการจากลา มันก็ควรจะเป็นการจากลาที่สวยงามที่สุด


“ลาก่อนนะ เจอกันครั้งหน้าก็ทักกันบ้างนะ” เรากอดกันอยู่นานกว่าที่จะผละแยกออกจากกัน เหมือนว่าลึกๆ แล้วเราทั้งคู่ต่างก็ไม่อยากเดินจากกันไปไหน แต่ถ้าสุดท้ายแล้วมันไปกันไม่ได้ เราก็ต้องจบกันก่อนที่อะไรๆ มันจะแย่ไปมากกว่านี้ ดีแค่ไหนแล้วที่เรายังคงพูดคุยและส่งยิ้มให้แก่กันได้อย่างนี้


“รุตยังเป็นเหมือนเดิม อยากกลับมาเมื่อไหร่ก็มานะ”


“ไม่ต้องรอไอนะรุต ไปเจอคนใหม่เถอะ ไอก็จะไปเจอคนใหม่เหมือนกัน”


“ไม่เป็นไร ถ้าถึงเวลามันคงมีเอง” จะอยู่จนกว่าจะเหนื่อยแล้วเดินจากไป


“ดูแลตัวเองด้วยนะ แล้วก็ พี่รัชช์เป็นคนดี ถ้าไม่ชอบเขาก็อย่าทำร้ายเขาเลยนะ ปล่อยเขาไปเถอะ”


ถึงไอไม่บอกผมก็พอรู้ พอมาลองคิดดูดีๆ แล้วรัชช์พยายามใจเย็นกับผมมาก ตอนนั้นถ้าผมไม่เอาแต่ใช้อารมณ์แล้วยอมรอให้ใจเย็นลงก่อน ถ้าผมฟังรัชช์สักนิด เราก็คงไม่ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันแบบนี้ ป่านนี้คงโดนเกลียดไปแล้วมั้ง


“ครับ ไอก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ อย่าเอาแต่ใจมาก บางทีคนใหม่ของไอเขาอาจจะตั้งรับไม่ทัน” ไอริสเป็นเด็กดื้อ เขาชอบเอาแต่ใจตามประสาเด็กที่ถูกครอบครัวสปอยด์มาตลอด แต่ผมก็มองว่ามันเป็นมุมน่ารักของเขา ผมเลยไม่ได้คิดมากอะไร สิ่งไหนที่ผมทำให้เขาได้ผมก็ทำ ส่วนสิ่งไหนที่ทำให้ไม่ได้ผมก็พยายามพูดคุยถึงจะมีทะเลาะกันบ้างแต่ก็ต้องยอม


“อื้อ เข้าใจแล้ว” เขายกยิ้มพลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานก่อนจะหันหลังเดินออกไป ผมทำได้แค่ยืนมองแผ่นหลังเล็กอยู่อย่างนั้น มองจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในลิฟต์


จบแล้วสินะ

 







--------50%-------











Rach Part :


“ตายแล้ว! คุณรัชช์คะ หน้าไปโดนอะไรมาคะเนี่ย?” ผมที่กำลังจะเดินขึ้นห้องก็ต้องหยุดขาค้างไว้กลางอากาศแล้วหมุนตัวไปหาคุณป้าแม่บ้านคนสนิทที่ร้องทักขึ้นมาอย่างตกอกตกใจ


“มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยครับ” ผมว่ายิ้มๆ อย่างไม่คิดอะไร ทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรคนมองจะได้ไม่เป็นห่วงผมมากนัก


“นิดหน่อยอะไรถึงขั้นลงไม้ลงมือกันขนาดนี้คะ?” โดนดุอีกตามเคย แต่ผมว่าผมชินแล้วนะ


“เรื่องปกติของผู้ชายน่ะครับ”


“โตแล้วนะคะยังทำตัวเป็นเด็กๆ อยู่อีก”


“ขอโทษครับ”


“ดีนะคะที่คุณริคไม่อยู่ ถ้าคุณริคอยู่นี่เป็นเรื่องเลยนะคะ” ได้ยินอย่างนั้นก็โล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง


“คุณใหญ่ไปไหนครับ?” เมื่อเช้าก็เจอกันไม่เห็นบอกเลยว่าจะไปไหน


“ไปฮ่องกงกะทันหันค่ะ คุณท่านให้ไปคุยเรื่องธุรกิจ”


“ถือว่าโชคดีนะ” ผมว่าแล้วยิ้มเผล่ออกมา ขืนคุณใหญ่มาเห็นหน้าผมตอนนี้มีบ้านแตกแน่


“ยังไม่สำนึกอีกนะคะ เดี๋ยวป้าก็โทรฟ้องคุณผู้หญิงเสียหรอก” ผมตาโตทันทีที่ได้ยินคำขู่ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต


ขอเถอะครับ จะขู่อะไรก็ได้แต่อย่าเอาออมม่ามาล้อเล่น แค่ได้ยินก็ขนลุกซู่แล้ว


“ล้อเล่นครับ ขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ผมรีบยิ้มประจบแล้วหาทางเอาตัวรอดทันที


“รีบๆ ลงมานะคะ ป้าจะทำข้าวต้มไว้ให้”


“รักที่สุดเลยคนนี้น่ะ”


“ปากหวาน”


ผมรู้ดีว่าคนทั้งบ้านจะต้องแพ้รอยยิ้มของผม ก็ผมเป็นบอสของบ้านหลังนี้นี่นา

 





21.12 นาฬิกา


Rrrrr


“ฮัลโหล” ผมที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่คว้าหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากดรับทันทีโดยไม่ทันได้ดูชื่อ


(“พี่รัชช์ครับ ไอริสเองนะ”) แต่แล้วผมก็ต้องชะงักเพราะปลายสายคือคนที่ผมไม่คาดคิดว่าจะโทรมาหาผมได้


“อ่า ไอริส มีอะไรเหรอ? แล้วเอาเบอร์มาจากไหน?” ผมวางมือจากงานแล้วเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นบีบนวดขมับตัวเองเพื่อคลายอาการตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน


(“ขอโทษนะครับ ผมขอมาจากพี่ไทม์ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่รัชช์น่ะครับ”)


“ครับ มีอะไรเหรอ?”


(“อยากจะมาขอโทษพี่รัชช์แทนมารุต รุตเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาทำอะไรก็ไม่ค่อยได้คิด ใช้อารมณ์ก่อนเหตุผลตลอด ผมขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ต้องเจ็บตัวนะครับ”)


“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เอง” ผมไม่ได้ติดใจอะไรหรอก อาจเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นคนยังไงเลยไม่ได้คิดหยุมหยิมอะไรมากนัก


(“ยังไงก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดี รุตไม่ควรทำอย่างนั้น”) ปลายสายว่าออกมาอย่างอ่อนใจก่อนจะถอนหายใจยาว


“มารุตเขารักไอริสมากเลยนะ” ผมตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดออกไป ถ้าสองคนนี้กลับมาคบกันมันก็คงจะดี ผมจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อไทม์มากนัก อย่างน้อยผมก็คิดว่าตัวเองช่วยเขาอย่างเต็มที่แล้วแต่แค่มันไม่สำเร็จเท่านั้นเอง


(“พี่รัชช์”)


“ทำไมไม่ลองให้โอกาสเขาดูล่ะ คุยกันดีๆ ก็น่าจะเข้าใจกันได้” ไม่รู้ว่าระหว่างทำให้พวกเขาตัดขาดจากกันกับทำให้กลับมารักกันอันไหนมันดูจะเป็นไปได้มากกว่ากัน


(“ผมเพิ่งไปคุยกับรุตมา เราเข้าใจกันดีแล้ว พี่รัชช์ไม่ต้องห่วงนะครับ”)


แล้วทำไมผมจะต้องรู้สึกวูบไหวในอกตอนที่ได้ยินคำบอกเล่าจากไอริสด้วย นี่ผมกำลังเป็นอะไรกันแน่?


“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว นี่เริ่มดึกแล้วขอตัวก่อนนะ” อยู่ดีๆ ก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ ขึ้นมาทันที


(“อ่า ครับ เอ่อ ฝันดีนะครับพี่รัชช์”)


“ครับ ฝันดี” 


ผมถอนหายใจอย่างอ่อนแรง เก็บงานที่ทำค้างเอาไว้ก่อน ตอนนี้ไม่มีสมาธิมากพอที่จะทำงานต่อแล้ว เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ไอริสกับมารุตคุยกันเข้าใจแล้ว ทุกอย่างมันก็คงจะจบได้แล้ว ผมไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายในชีวิตของมารุตอีก ถึงจะรู้สึกผิดที่ช่วยไทม์ให้สมหวังไม่ได้แต่ก็นั่นแหละ เขาต้องยอมรับความจริง ถ้าตัดเรื่องความใจร้อน ขี้โมโหและพร้อมบวกกับทุกคนบนโลกของมารุตออกไป เขาก็เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยนะ ผมคิดว่าเขาดีมากจนไทม์เทียบไม่ติดเลย ที่เห็นชัดๆ ก็คงเป็นความพยายามและความตั้งใจ มันก็สมแล้วที่เขาจะได้รับผลตอบแทนที่ดี

 







10.49 นาฬิกา


“ทำไมหน้าเป็นแบบนี้!?


“เบาๆ สิ” ผมเอ็ดคนตัวสูงที่ชอบเล่นใหญ่ กริชมาหาผมที่บ้านเพราะมีนัดกินข้าวกัน แต่พอมาถึงก็ร้องโวยลั่นบ้านทันทีที่เห็นหน้าช้ำๆ ของผม


“ดีนะวันนี้กรินไม่ได้มาด้วย ไม่อย่างนั้นบ้านแตกแน่” ถึงปากจะบ่นไม่หยุดแต่กริชก็เดินไปหากล่องยามานั่งทำแผลให้ผม จริงๆ ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แผลนิดเดียวเอง ถึงจะโดนไปเต็มๆ จนหน้าชาแต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่เคยเจอมาแผลแค่นี้มันคันๆ เหมือนมดกัดเอง


“แล้วคิดว่ากรินจะไม่เห็นข่าวในเพจเหรอ?” ผมเบี่ยงหน้าหลบมือเรียวที่ยื่นสำลีมาแทบจะทิ่มเข้าหน้า นี่จะช่วยทำแผลให้หรือจะทำให้ผมได้แผลมากกว่าเดิมกันแน่


“เห็นแล้ว แล้วก็โวยวายใหญ่เลย ผมถึงได้มาหาคุณรัชช์นี่ไง” กริชว่าพร้อมจับล็อคหน้าผมเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับหนีไปไหนได้ ผมว่าผมจะได้แผลเพิ่มเพราะกริชนี่แหละ


“แล้วกรินไปไหน?” ปกติต้องมาบ่นให้ผมฟังตั้งแต่เช้าแล้วนะ แต่นี่ดันมีกริชคนเดียวที่มาหาผม


“ไปเดท”


“เดท?”


“ใช่ๆ กรินกำลังจะหมั้นแล้วนะ” กริชพยักหน้ารัวๆ เหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้


“กับใคร?” ข่าวใหม่ที่ได้ยินทำเอาผมตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็คิดไว้แล้วว่ามันต้องมีวันนี้ ก็คุณแม่ของแฝดชอบหาคู่ให้ลูกสาวขนาดนั้น


“ชื่อปัถย์ เรียนหมออยู่มหาลัยเดียวกับผม เป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันกับผมด้วย” แฝดคนน้องว่าออกมาสบายๆ ไม่ได้มีท่าทางซีเรียสหรือหวงแฝดพี่เหมือนที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย


“จนได้สิน่า”


“แต่คนนี้ดีจริงนะ กรินก็ดูชอบด้วย”


“ก็ดีแล้ว” ได้ยินอย่างนี้ก็สบายใจ ที่ผ่านมากรินเลี่ยงการไปดูตัวตลอด หลังๆ ก็เอาผมมาอ้าง บอกว่ารู้สึกดีกับผม กำลังดูใจกับผมบ้าง หาข้ออ้างไปเรื่อย ถึงผมกับกรินจะตัวติดกันแต่ผู้ใหญ่เขาก็คงดูออกแหละว่าไม่ได้คบกันจริง


“ผมกลัวคุณรัชช์จะคิดมาก” จู่ๆ คนที่นั่งกอดถุงขนมนั่งดูหนังอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย


“เรื่องอะไร?” ผมหันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ดูดีจนหาที่ติไม่ได้อย่างไม่เข้าใจ


“ก็ที่นายมารุตนั่นพูดน่ะ ผมไปดูคลิปที่มีคนถ่ายมา พูดแรงมากเลย” กริชถอนหายใจยาวก่อนจะหันมาสบตากับผมนิ่ง ท่าทางดูจริงจังจนผมเริ่มตามอารมณ์ไม่ทัน


“เขาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” ถึงจะดูปากร้ายแต่จริงๆ ก็ใจดีมากนะ จากช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันทำให้ผมรู้ว่าเขาแตกต่างจากใครหลายๆ คนที่ผมได้เจอมาจริงๆ


“หน้าตอนโมโหนี่เถื่อนดีเนอะ” แล้วคนที่ทำหน้าจริงจังอยู่เมื่อกี้ก็หลุดหัวเราะออกมา


“พูดมากนะ หาอะไรปิดปากหน่อยไหม?” ผมมองค้อนกริชไปที


“ปากคุณรัชช์ไหม?”


“อยากโดนจับทุ่มเหรอ?”


“ขอโทษครับ”







 

วันจันทร์ 06.49 นาฬิกา


“ความจริงไม่ต้องมารับก็ได้นะครับ” ผมมองคนข้างตัวอย่างเกรงใจ ตื่นเช้ามาก็เจอกัปตันทีมบาสคนเก่งของนิติฯ มานั่งหล่ออยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านแล้ว


“รถยังอยู่ในอู่ไม่ใช่เหรอ?”


“ครับ ช่างเพิ่งโทรมาบอกว่าจะได้ช้ากว่าเดิมเพราะเสียหายเยอะ”


“เข็ดหรือยัง?” ถึงใบหน้าหล่อจะยังคงนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียง แม้จะแค่นิดเดียวแต่ผมก็รู้สึกได้ กับคนๆ นี้ต่อให้ผิดปกติไปแค่เล็กน้อยจนคนอื่นไม่ทันได้สังเกตแต่ผมก็มักจะรู้ก่อนใครเสมอ


“เรายังไม่คุยเรื่องนี้กันได้ไหมครับ?” เช้าๆ แบบนี้ไม่ควรจะมาพูดเรื่องซีเรียสกันนะ อีกอย่างถ้าพูดไปตอนนี้ไม่มีทางจบง่ายๆ แน่


“เย็นนี้ซ้อมเสร็จค่อยว่ากัน”


“ครับ”


ผมยิ้มรับอย่างเห็นด้วย พี่นิลยังคงเป็นพี่นิล ยังคงเป็นความสบายใจของผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง






20.26 นาฬิกา


“วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายกลับได้”


“ครับ!


หลังพี่นิลบอกเลิกซ้อมของวันนี้เสร็จพวกเราก็เดินเข้ามาในห้องล็อกเกอร์เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมไปอาบน้ำเหมือนเช่นทุกวัน พี่นิลเองก็ไม่ต่างกัน ใช้เวลาไม่นานผมก็เดินกลับมาที่ห้องล็อกเกอร์อีกครั้งหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ยังมีคนเหลืออยู่อีกเยอะเพราะดูเหมือนเกือบทุกคนจะอาบน้ำกันก่อนกลับหมดเลย


“พี่นิลครับ” ผมเดินไปหาพี่นิลที่อยู่มุมด้านในสุดของห้องล็อกเกอร์ พี่นิลไม่ได้พูดอะไรแต่เดินนำเข้าไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ที่อยู่ข้างๆ แทน ผมหันมองสมาชิกในทีมแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามพี่นิลไป


“เจ็บไหมรัชช์?” ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มของผมอย่างระมัดระวัง


“ไม่ครับ มันนิดเดียวเอง มากกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้วยังไม่เห็นเป็นอะไรเลย” ผมว่าพลางระบายยิ้มบางให้คนมองสบายใจ ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่าแผลมันเล็กน้อยมากกว่าที่ผมเคยเจอมา แค่นี้มันไม่ได้หนักหนาอะไร


“เลิกทำให้คนอื่นเป็นห่วงสักทีเถอะรัชช์ ต้องเจ็บตัวอีกเท่าไหร่ถึงจะเดินออกมา” พี่นิลเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าที่เคยใจดีอยู่ตลอดเริ่มดุดันขึ้นเรื่อยๆ


“ที่พี่นิลถามว่าเข็ดไหม? จริงๆ ผมไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ก็ไม่ได้จะดันทุรังทำอะไรต่อ ผมว่าตอนนี้มันคงจบแล้ว”


มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเดินออกมา ในเมื่อทุกอย่างมันไม่มีทางไปต่อ ผมคิดไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปยุ่งกับมารุตอีก ในเมื่อเขาเข้าใจกับไอริสแล้วไทม์ก็หมดสิทธิ์และมันก็หมดหน้าที่ของผมแล้วด้วย นับจากนี้ผมก็ไม่ต้องเอาความรู้สึกของตัวเองไปเสี่ยงอีกต่อไปแล้ว แม้มันจะเริ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแล้วก็เถอะ


“แน่ใจไหมรัชช์?” พี่นิลเชยคางของผมให้เงยหน้าขึ้นไปมองสบตากันนิ่งแล้วเขาก็เงียบไปเหมือนกำลังตั้งใจที่จะมองหาอะไรบางอย่างในแววตาของผม


“ผมคิดว่าอย่างนั้น” ผมไม่เข้าใจในการกระทำนั้นแต่ก็ตอบในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป


ก๊อก ก๊อก


เสียงเคาะประตูดังขึ้นปลุกให้เราทั้งคู่ต้องแยกออกจากกันทั้งที่ยังคุยกันไม่จบดีนัก


“มีคนมาหาคุณรัชช์ครับ” ผมเดินไปเปิดประตูห้องแล้วก็เจอกับรุ่นน้องในทีมที่เป็นเด็กปีหนึ่งยืนอยู่


“ใคร?”


“กูเอง”


!!!” 




---------------



เอ๊ะ! เอ๊ะ! เอ๊ะ!
มีใครได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหมคะ?



ขอบคุณทุกๆ คอมเมนท์และทุกคนที่ติดตามนะคะ

เราปีสี่แล้ว ติดสอบติดโปรเจค ยุ่งมาก

แต่ก็พยายามจะมาลงเรื่อยๆ เราก็ไม่ได้อยากทิ้ง

อดทนกันหน่อยเนอะ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 482 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

569 ความคิดเห็น

  1. #508 ปวดขา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 21:59
    เห็นอิมเมจกริชแล้วใจสั่น!!! ความเศร้าจากตอนที่แล้วคือหายไปเลยจ้าาาา
    #508
    0
  2. #506 NamKudos (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 20:09

    พี่นิลกรีดรถรัชช์ปะ

    #506
    0
  3. #348 linonan_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:58
    กริชชชชชชชชช!!!! หัวใจของเมีย ฮื่ออออออออออ btw ไอริสพูดไม่เคลียร์อ่ะ แต่เป็นแบบนี้ดีแล้ว555555555 อยากเห็นคนเป็นหมาบ้าอีก
    #348
    0
  4. #344 0616182728 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:06
    เซฮุนของฉ้านนนนนนน
    #344
    0
  5. #186 Lc.Jw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:55

    ได้เห็นหน้ากริชแล้ววววว!!!! แต่ๆๆๆๆ กริชกับอาบริน แงงงอยากเห็นอาบรินแล้ว แล้วไหนจะอดีตรัชช์อีก สู้ๆนะคะ

    #186
    0
  6. #171 jjingg. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 18:53
    ปีสี่แล้ว สู้ๆนะคะคุณไรท์ โอ้ยมารุตหรือเปล่า รัชช์ใจแข็งไว้นะ อย่าใจอ่อนกับเขาง่ายๆ!
    #171
    0
  7. #100 heartrocker2412 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:09
    กรีดร้องงงง ค้างมั้กกกก ละครไทยที่แท้ทรู555
    #100
    0
  8. #99 zk_yueki (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:02
    กี๊ดดด แต่ค้างอะ;-; แง
    #99
    0
  9. #96 Ness (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:21
    ตัดจบแบบละครไทย
    #96
    0
  10. #95 kunkam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:09
    ค้างง ทำไมไรท์ตัดจบแบบนี้
    #95
    0
  11. #94 markbam55 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:52
    ห๊ะ! ห๊ะ! ห๊ะ! ค้างงง ไรท์ต้องรออีกนานไหมม ไม่เป็นไรนานแค่ไหนก้จะรอ
    #94
    0
  12. #93 BE_MINE1611 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:09

    ค้างงงงหนักมากกกกกกกกก มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #93
    0
  13. #92 ใจหม่น (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:52
    ค้างมากไรท์!!!!!
    #92
    0
  14. #87 TuktaWanpan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:19

    ทำไม..ทำไม...
    ตัดจบได้เจ็ดปวดนี้อะไรท์
    #87
    0
  15. #86 ha_def (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:59
    เราคิดถึงคุณนัช มากเลยยยย มาอีกนะคะ
    #86
    0
  16. #85 BellPiyanan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:53
    มาอัพอีกเด้อ รอยุ
    #85
    0
  17. #84 Hyubi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:53
    โอ้ยค้างงงงงงง นี่มันจบเร็วหรือเราเลื่อนไวไป!! เราจะรอนะไรท์
    #84
    0
  18. #83 Teetiff (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:58
    รออ ไรท์อยู่ท่าน้ำทุกวันเลย555 รีบมาต่อนะ สู้ๆ
    #83
    0
  19. #74 ParkJ097 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 19:58
    รออ่านนะคะ อย่าหักโหมจากงานมากนะคะเป็นห่วงไรท์นะคะ Loveeeee💕😳
    #74
    0
  20. #73 LUKMOO909 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 02:23
    อยากเลิกอ่านเลยมีพระเอกแบบนี้
    #73
    0
  21. #72 Chrysola (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:52

    ไม่สงสารมารุตเลย ทำตัวเองแต่ไม่โทษตัวเอง เยี่ยบไปเลย!!
    #72
    0
  22. #71 Gray jasmine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:15

    สู้ๆนะคะไรท์ ขอให้ทำโปรเจคเสร็จไวๆ แล้วรีบมาต่อนะคะ แง้งงง
    #71
    0
  23. #70 kunkam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 16:59
    ทำไมเราไม่รู้สึกเสียใจกับมารุตเท่าตอนที่มารุตต่อยรัชเลย
    #70
    0
  24. #69 Ness (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 16:47
    ก็ยังรู้สึกสมน้ำหน้ามารุตอยู่ดี 55555
    #69
    0
  25. #68 Hyubi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:42
    ทำไมรู้สึกสะใจ คุณรัชโกรธมารุตนานๆเลย รอไรท์ตั้งนานมาแล้ววคิดถึงง
    #68
    0