I am real | ฉัน... คือฉัน

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 Complete 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 688 ครั้ง
    19 เม.ย. 64






บทที่ 6







   

ถึงจะบอกว่านี่เป็นตลาดนัดของมหาวิทยาลัย แต่พ่อค้าแม่ค้าต่างก็มาจับจองเช่าสถานที่ขายของกันจนเต็มพื้นที่ และที่ตลาดนัดแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแค่นักศึกษาที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ก็เข้ามาใช้บริการเช่นกัน มันเลยทำให้ที่นี่ครึกครื้น ตลาดเป็นตลาดอย่างเต็มรูปแบบ


“ขอบคุณค่ะ” ละสายตาจากสายกีตาร์โปร่งที่กำลังดีดขึ้นไปมองเพื่อนร่วมคณะที่กำลังถือกล่องรับบริจาค ก่อนจะหันกลับมาสนใจสายกีตาร์ของตัวเองต่อ 


วันนี้ฉันรับหน้าที่เล่นกีตาร์ ซึ่งเป็นกีตาร์ของเพื่อนต่างสาขาเพราะของฉันอยู่ในรถที่กำลังส่งซ่อมอยู่ นอกจากนี้ก็มีรุ่นน้องผู้ชายคนหนึ่งตีกลองโฟล์คซอง ธนูเล่นเบส ส่วนสายฟ้ารับหน้าที่เป็นนักร้อง


พวกเราตั้งเครื่องดนตรีเล่นกันมาตั้งแต่ห้าโมงเย็น จนตอนนี้ก็หกโมงกว่าแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาเก็บของกลับบ้าน สำหรับการบริจาคก็มีมาเรื่อย ๆ คนละห้าบาทสิบบาทอะไรก็ว่าไป เงินที่จะเอาไปทำค่ายนั้นเป็นค่ายของคณะวิศวะฯ ซึ่งจะจัดหลังจบค่าย Tow U ของทุกปี ซึ่งปีนี้ฉันคงไม่ไปร่วมด้วย ไปแค่ค่าย Tow U คะแนนจิตอาสาก็น่าจะคบ


“ร่วมบริจาคเพื่อช่วยน้องซ่อมแซมอาคารเรียนใหม่กับเราได้นะคะ” ดินสอพูดขึ้นมาเสียงดัง ก่อนจะเดินไปทางพี่บรรทัด ฉันไม่คิดว่าพี่ชายของเพื่อนคนนี้จะสนใจมาเดินเล่นที่ตลาดแบบนี้ด้วย “สักพันสองพันไหมคะพี่ชาย”


“มะเหงก” ยกมือขึ้นหมายจะเขกหัวน้องตัวเองแต่ก็ไม่ทำ จากนั้นก็ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังออกมา ก่อนจะหยิบแบงก์สีเทาสามใบหย่อนลงในกล่องรับบริจาค 


โคตรป๋า...


“ขอบคุณค่า!


“ขอเพลงได้ไหม” ฉันมองคนมาใหม่สองคนด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย กับพี่ซานน่ะไม่เท่าไร แต่กับนายนักรบที่ปากพูดแล้วจ้องมาที่ฉันอย่างไม่วางตานั่น...เห็นแล้วมันหงุดหงิด “ได้ไม่ได้?


“พี่จะขอเหรอ”


“อือ ขอได้ให้หมื่นนึง”


“ได้เลยค่ะ!” ดินสอ ไอ้หน้าเงิน! “ว่าแต่พี่นักรบจะขอเพลงอะไรอะ”


“รักได้ป่าว”


“หือออ” ดินสอร้องเสียงหลง ทำตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนจะเหล่ตามองฉันที่ดีดกีตาร์ผิดไปคอร์ดหนึ่ง มันมืด...ฉันมองสายไม่ชัด แว่นสายตาก็ไม่ได้ใส่มา “รัก เอ๊ย! เล่นได้เปล่าอะตัว” 


เพื่อนเวร...


ฉันส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเลิกสนใจอย่างอื่นนอกจากสายกีตาร์ เล่นได้นะเพลงนั้นแต่ฉันไม่เล่น เงินหมื่นนั่นไม่เอาก็ได้ ยังไงซะมันก็มีคนมาบริจาคอยู่แล้ว


“หึ ไม่เล่นก็ไม่ให้” เรื่องของนายเลย ไม่ให้ก็ไม่เอาเหมือนกัน


“แต่ดินเล่นได้นะพี่”


“มันไม่ได้ให้เราเล่นไง แค่นี้ต้องให้บอก”


“เงียบไปเลยนะไอ้พี่ซาน”


“เอางี้ ถ้าดินเล่นพี่ให้สองหมื่นเลย แต่ไม่เอาเพลงไอ้รบนะ”


“ได้! ไอ้วาห์ พอจบเพลงนี้มึงมาถือกล่องรับบริจาคแทนกูเลยนะ กูจะเอาเงินสองหมื่น” ฉันถอนหายใจออกมาก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ บ้านก็รวยนะดินสอ ทำไมถึงเห็นแก่เงินนัก “แล้วพี่จะให้เล่นเพลงไรอะ”


“รักเมียที่สุดในโลก” บอกชื่อเพลง ยกยิ้มกริ่มแล้วมองหน้าดินสอที่ตอนนี้เหวอไปแล้ว...แรงอยู่นะ ไอ้พี่ซานเนี่ยรุกเพื่อนฉันแรงอยู่นะ “เล่นได้ป่ะ เล่นได้ให้สองหมื่นเลย”


“เห็นแก่สองหมื่นหรอกนะ” ทำตาเขียวใส่พี่ซานแล้วเดินมาเปลี่ยนตัวกับฉันหลังจากที่ฉันเล่นจบเพลง 


มองเพื่อนเปิดหาคอร์ดอีกครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหยิบเอากล่องรับบริจาคขึ้นมาถือ ไม่นานนักเสียงกีตาร์กับเสียงใสของดินสอก็ดังขึ้น คนขอเพลงอย่างพี่ซานก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นที่ระลึก...


ดูท่าจะชอบจริงจัง


“หันมาหน่อย” ด้วยความที่ยังไม่ได้ตรึกตรองก็หันไปตามเสียงเรียก ปรากฏว่าเป็นนายนักรบที่เรียกฉัน จะหันหนีเขาก็ใช้มือจับเข้าที่กล่องรับบริจาคเสียก่อน “คนเขาจะบริจาค”


“ก็รีบบริจาคแล้วเอามือออกไป”


“รีบเหรอ?” ฉันไม่ตอบแล้วเบนหน้าหนีไปอีกทาง ต่อมาเมื่อรู้สึกได้ว่าเขาหย่อนเงินลงกล่องรับบริจาคแล้วฉันก็เตรียมเดินไปอีกทาง แต่แล้วเขาก็มายืนขวางหน้าฉันไว้อีกครั้ง “ยังหย่อนไม่เสร็จ”


“อย่าลีลาได้ไหม” คนตรงหน้ายกยิ้มขำก่อนจะเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วหยิบแบงก์พันออกมาหย่อนใส่กล่อง เมื่อเขาหย่อนเสร็จฉันก็เตรียมจะเดินหนี แต่เขาก็มาขวางไว้แล้วบอกว่ายังหย่อนเงินลงกล่องไม่เสร็จเหมือนก่อนหน้านี้ 


ฉันมองนายนักรบหย่อนเงินลงกล่องอย่างไม่รีบร้อนด้วยความหงุดหงิด บริจาคเท่าไรก็หยิบเงินออกมาเท่านั้นแล้วหย่อนลงกล่องทีเดียวไม่ได้?


...แล้วเขาก็ลีลาอยู่อย่างนั้นจนดินสอร้องจบเพลง


“หึ”


“พอใจหรือยัง”


“อืม” ครางรับแล้วยกยิ้มกวนเบื้องล่าง 


ครึ่งนาทีต่อมาดินสอมันก็เดินมาทางฉันแล้วเอากล่องรับบริจาคไป เดินไปหยุดตรงหน้าพี่ซานที่เตรียมเงินสองหมื่นไว้รอแล้ว


“สองหมื่น”


“งก” พูดจบก็หย่อนเงินจำนวนสองหมื่นลงใส่กล่อง


“ขอบคุณค่า!



ฉันกลับมาเล่นต่อได้อีกสองเพลงก็หมดเวลาทำการแสดง กล่าวขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านก่อนจะเก็บข้าวของ ต่อจากนี้พวกเพื่อนร่วมสาขาจะเป็นคนเอาไปเก็บเอง ส่วนพวกฉันก็แยกย้ายกัน ใครจะเดินตลาดหรือจะกลับบ้านก็ตามแต่ดุลพินิจ


“ดินสอ กูกลับ...อ้าว?” ฉันที่ตั้งใจจะหันไปบอกเพื่อนว่าขอกลับบ้านก่อนก็ร้องออกมาอย่างสงสัย ไอ้ดินสอมันหายไปไหนไม่รู้ พี่ซานกับพี่บรรทัดก็ไม่อยู่แล้วด้วย จะเหลือก็แต่ไอ้คนกวนประสาทที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ไม่ไกล


“โทรศัพท์พัง?


“เปล่า”


“เน็ตหมด?


“ก็เปล่า”


“งั้นก็อ่านไลน์หน่อย” ฉันมองนายนักรบก่อนจะกลอกตามองบน ต่อมาก็กลับหลังหันแล้วเดินไปตามล็อกของตลาดเพื่อหาทางออก ระหว่างทางก็มีแวะซื้ออาหารกลับไปกินที่บ้านด้วย เดี๋ยวต้องแวะซื้ออาหารเปียกให้เจ้านายที่บ้านอีก


“ขอถุงหน่อยค่ะ” ฉันหยุดเดินที่ร้านขายอะโวคาโดก่อนจะเอ่ยกับพ่อค้า ก่อนจะเลือกแล้วหยิบใส่ถุง ไม่สนใจว่ามันจะกี่กิโลเข้าไปแล้ว เพราะยังไงซะฉันก็กินหมดอยู่ดี


“ไม่ชอบไม่ใช่?” หันไปมองคนที่มาหยุดยืนอยู่ข้างกันอย่างช่วยไม่ได้


“ใครเหรอที่ไม่ชอบ”


“เคยให้กิน ก็ไม่ยอมกิน”


“แล้วคนที่นายให้กินน่ะ ใครเหรอ?” คนโดนถามกลับชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะทำเบลอ เมินในสิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่ก่อนหน้านี้มาช่วยฉันเลือกอะโวคาโดอย่างหน้าด้าน ๆ “อย่ามายุ่งกับของของฉัน”


“แค่นี้ก็ยุ่งไม่ได้?


“แล้วนายจะมายุ่งทำไม”


“ก็จะยุ่ง”


“วุ่นวายจริง...” ว่าแล้วก็ดึงถุงอะโวคาโดออกจากมือหนาแล้วยื่นให้พ่อค้า ถัดมาก็เปิดกระเป๋าสตางค์เตรียมจ่ายเงิน ขณะที่กำลังยื่นเงินไปให้นั้น นายนักรบก็ยื่นแบงก์ห้าร้อยตัดหน้าฉันไปก่อน “อย่าวุ่นวายได้ไหม”


“ก็ช้า”


“เป็นคนยังไงกันวะนายเนี่ย”


“ไม่รู้สิ” ลอยหน้าลอยตาตอบ ก่อนจะรับถุงที่เต็มไปด้วยอะโวคาโดแล้วเดินนำฉันไปด้านหน้า จะไม่ตามก็ไม่ได้เพราะของฉันอยู่กับเขา แล้วฉันก็ยังไม่ได้คืนเงินที่เขาจ่ายให้ก่อนหน้าเลย


“นี่นักรบ”


“จะบอกเป็นครั้งที่สองว่าฉันโตกว่าเธอ”


“งั้นก็จะบอกให้ว่าฉันไม่นับถือคนอย่างนาย”


“พูดเป็นครั้งที่สามเจอดีแน่วิวาห์” หันมาบอกอย่างดุดัน ก่อนจะจับเข้าที่ข้อมือฉันแล้วออกแรงดึงให้เดินตาม 


ฉันพยายามบิดข้อมือออกจากการจับกุมอยู่หลายทีแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะยิ่งพยายามขัดขืนเขายิ่งบีบข้อมือฉันแรงขึ้น บีบจนเจ็บไปหมด นี่ถ้าปล่อยมือออกคงได้เป็นรอยแน่ 


“อยากกินไรไหม”


“ฉันจะกลับบ้าน”


“ซื้อไปกินบ้าน”


“อย่ามายุ่งกับฉัน”


“แกงจืดไหม ไม่กินเผ็ดนี่...” ท้ายประโยคเสียงเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ก็จำเรื่องวิเวียนได้ดีนี่ ใส่ใจคนอื่นก็เป็น แต่ทำไมถึงยังทำกับวิเวียนแบบนั้นอีก “คงกินไม่เหมือนกันใช่ไหม”


“ยุ่ง”


“เดี๋ยวเถอะ...”


“ไม่เจอกันนานเลยนะคะนักรบ” คนโดนทักหันไปมองแล้วถอนหายใจออกมา คนมาใหม่คืออิงฟ้าลูกติดเมียใหม่ของพ่อ มีแวบ ๆ ในความรู้สึก ครั้งหนึ่งวิเวียนเคยเจ็บช้ำน้ำใจเพราะฝีมือของผู้หญิงคนนี้ “หวัดดีวิวาห์”


ฉันไม่ตอบรับแล้วเบนหน้าหนีเพราะไม่อยากมองมัน 


“เมินพี่สาวอย่างนี้ได้ไงกัน”


“เป็นแค่ลูกเมียน้อย อย่าสาระแนมาเทียบชั้น”


“แต่เธอก็เคยเป็นเมียน้อยนี่นา...จริงไหมคะนักรบ”


“อย่าหาเรื่อง” เมื่อได้ยินประโยคที่เป็นการขู่กลาย ๆ บวกกับท่าทางเอาเรื่องของนักรบ อิงฟ้าก็แทบจะเก็บสีหน้าไม่อยู่


“ไหนว่าไม่กินของเก่าไงคะ” อิงฟ้าถามกลับอย่างประชดประชัน “กลืนน้ำลายตัวเองเหรอ”


“จะเอาแน่?


“จะทะเลาะกันก็ตามสบายนะ แต่คืนของฉันมาก่อน ฉันจะกลับบ้าน” เมื่อเห็นว่ายืนอยู่ตรงนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยเอ่ยกับคนตรงหน้าทั้งสอง “ส่วนนี่เงินนาย”


“ไม่เอา” ผลักมือฉันที่ยื่นเงินไปให้ออกห่างตัว ก่อนจะดึงฉันให้เดินตามเขาไปอีกครั้ง ส่วนอิงฟ้าก็ปล่อยทิ้งไว้ทางด้านหลังแล้วไม่หันกลับไปสนใจไยดีอะไรมันอีก “สรุปกับข้าวจะเอาไร”


“ปล่อยฉันแล้วเอาของคืนมา”


“ที่ถามไม่ได้ยิน?


“ที่พูดไม่ได้ฟัง?


“เดี๋ยวไปส่ง”         
             

“ไม่ต้อง” บอกก่อนจะสะบัดมือออกจากการจับกุม ครั้งนี้ที่ทำได้ก็เพราะว่าเขาผ่อนแรงที่จับลง เขาถอนหายใจแล้วมองมาที่ฉันอย่างเหนื่อยหน่าย “เอาของมา”


“อะ” ยื่นคืนมาให้อย่างไม่มีอิดออดเช่นก่อนหน้า เมื่อได้อะโวคาโดคืนฉันก็ยัดแบงก์ห้าร้อยลงกระเป๋าเสื้อช็อปที่เขาใส่อยู่ก่อนจะเดินจากมา “แล้วกลับไง”


“นี่นายจะตามฉันมาทำไม!” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ฉันหันไปมองแล้วถามเขาเสียงดัง


“ถามก็ตอบ”


“รถไง”


“รถเธออยู่นี่” ชูกุญแจรถของฉันขึ้นก่อนจะยักคิ้วให้สองครั้งอย่างเหนือกว่า ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะกลับรถตัวเองนะ รถที่ฉันหมายถึงน่ะคือรถเมล์ หรือไม่ก็แท็กซี่ต่างหาก


“ฉันมีปัญญากลับเองได้แล้วกัน”


“ดื้อจังวะ” พูดพร้อมกับกำมือข้างที่ถือกุญแจรถของฉันอยู่ จากนั้นก็โยกไปโยกมาคล้ายอยากเอามันมากระทบกับหน้าผากฉัน และวินาทีต่อมาเขาก็ทำมัน เขกกำปั้นนั้นลงที่หน้าผากฉันดัง ตุบ ก่อนจะพูดออกมาว่า “คนเขาจะไปส่ง”


“แล้วทำไมจะต้องไปส่งด้วย”


“ก็...” ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเขาลากเสียงยาวแล้วมองมา “หาเหตุผลไม่ได้”


“ช่างเถอะ...” มันก็ไม่แปลกนักหรอกที่เขาหาเหตุผลให้กับการกระทำของตัวเองไม่ได้ “เอากุญแจรถฉันคืนมา บอกมาด้วยซ่อมอู่ไหน แล้วเราแยกกันตรงนี้ จบนะ?


“ไม่จบว่ะ”


“พูดให้รู้เรื่องหน่อยได้ป่ะ”


“หิวข้าว”


“นักรบ...”


“ไปหาข้าวกินกัน” พูดจบก็ฉวยข้อมือฉันไปจับ แล้วลากให้เดินตามเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ของวัน ฉันที่วันนี้หนื่อยมากแล้วก็เลิกต่อต้าน 


จะพาไปไหนก็พาไปเลย แต่อย่าพาไปตายก็พอ...


ห้านาทีต่อมาเราสองคนก็มาหยุดอยู่ที่รถหรูคันหนึ่ง เมื่อเช้าขับบิ๊กไบค์ ตกเย็นขับลัมโบร์กินี...คนเรามันจำเป็นต้องใช้รถถึงสองคันต่อวันเลยเหรอวะถามหน่อย


“อาหารอิตาเลียนนะ?” พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยขณะติดไฟแดง ฉันจึงพยักหน้ารับเบา ๆ เพราะไม่อยากคุยกับเขามาก รีบกินรีบกลับ จะได้ไม่ต้องอยู่เห็นหน้ากันให้เหนื่อยใจไปมากกว่านี้ “ทำหน้าทำตา”


“ยุ่งไรกับหน้าตาฉัน”


“บูดเป็นตูดหมาเลย”


“ยุ่งว่ะ” สิ้นคำก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนข้างกาย 





ต่อมาไม่นานรถก็จอดลงที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง การตกแต่งภายนอกก็บอกได้เลยว่าอาหารต้องโคตรแพง ก็ไม่แปลกมั้ง...คนมีเงินอย่างเขาจะกินจะอยู่อย่างนี้ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าตกใจ


ฉันลงจากรถแล้วเดินตามนายนักรบเข้ามาด้านใน เขาพูดกับพนักงานสองสามคำ ก่อนจะเดินตามพนักงานมาที่ห้องอาหารที่อยู่ด้านในสุดของร้าน...


นี่แค่หาข้าวกินจำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย?


“ชอบไหม”


“เอาความจริงหรือตอแหลล่ะ”


“อย่างหลัง”                      

“ชอบมากกก...” ลากเสียงยาวอย่างประชดประชัน ก่อนจะได้รับเสียงหัวเราะจากคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ไม่รู้ว่ามันมีอะไรให้เขาหัวเราะนักหนา ถึงได้หัวเราะไม่หยุด บ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ “หัวเราะบ้าอะไรของนาย”


“ทำไมตอนนั้นไม่เป็นเธอวะ”


“ประสาทหรือไง”


“ถ้าเป็นเธอที่มาเจอฉันก็คงดี”


“ใครมันจะไปอยากเจอคนอย่างนาย” ต่อให้ตอนนั้นเป็นฉันที่เจอเขา ฉันว่าฉันก็คงไม่สนใจคนอย่างเขาแน่นอน เผลอ ๆ กวนประสาทกันแบบทุกวันนี้ ฉันคงเอาเลือดหัวเขาออกด้วยซ้ำ


...ว่าแต่ร้านอาหารที่นี่ไม่มีเมนูให้เลือกเหรอวะ พามานั่งแล้วพนักงานก็หายต๋อมไปเลยเนี่ย บริการไม่ดีหรือว่ามันเป็นรูปแบบของทางร้าน ประมาณว่าให้ลุ้นเองว่าจะได้กินอะไรทำนองนี้


“ขออนุญาตค่ะ” บ่นในใจได้ไม่ถึงนาทีพนักงานก็เข้ามาพร้อมกับอาหารนับสิบจาน ก็คือทางร้านบังคับให้กินตามนี้หรือว่าไง แล้วบางคนไม่ได้อยากกินเยอะขนาดนี้ล่ะจะทำยังไง “นี่เป็นสเปเชียลดินเนอร์เซตที่คุณผู้ชายสั่งนะคะ”


“หืม?” ร้องออกมาอย่างแปลกใจก่อนจะมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไปสั่งมาเมื่อไหร่ทำไมฉันไม่เห็นได้ยินเลย แล้วสั่งมาอะถามความคิดเห็นของฉันหรือยัง บางทีฉันอาจจะไม่ได้อยากกินในสิ่งที่เขาสั่งก็ได้นะ


“ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อยนะคะ” กล่าวอย่างยิ้มแย้มก่อนจะออกจากห้องอาหารไป


“เต็มที่ ฉันเลี้ยงเอง”


“หารสอง”


“ก็บอกว่าจะเลี้ยง”


“ก็ฉันจะหาร”


“กิน ๆ ไปเหอะ”


“ไม่หารก็ไม่กิน” ยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ถึงจะดูไม่มีมารยาทไปหน่อย แต่ว่ากับคนอย่างเขาฉันจำเป็นต้องมีมารยาทด้วยเหรอ จำไม่เห็นได้


“พูดง่าย ๆ เหมือนคนน้องหน่อยดิ”


“เสียใจด้วยที่ฉันไม่ใช่วิเวียน” ฉันไม่ใช่คนที่เขาจะชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้...ฉันน่ะ ไม่เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเหมือนเด็กนั่นหรอก ถ้าเขาบอกขวาฉันจะไปซ้าย ถ้าเขาบอกไม่ให้ทำฉันก็จะทำมันทุกอย่าง “สรุปหารนะ”


“เออ ๆ” ตอบรับอย่างไม่เต็มใจก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้า 


ผ่านไปได้ห้านาทีเขาก็เริ่มตักนั่นตักนี่มาใส่ในจานจนต้องเงยหน้าขึ้นมองอยู่หลายต่อหลายรอบ ฉันว่าฉันก็ไม่ได้เป็นง่อยนะ ยังสามารถตักอาหารเข้าปากได้ตามปกติ...


“เลิกตักมาให้สักที”


“มีปัญหา?


“มันเสียรสชาติ”


“ฉันไม่ได้ตักให้ใครง่าย ๆ หรอกนะ”


“งั้นเหรอ? โทษทีนะ ที่ฉันไม่อยากให้คนอย่างนายตักให้...กินไม่ลง” ว่าแล้วก็เขี่ยอาหารที่เขาเป็นคนตักให้ไว้ที่ขอบจาน แน่นอนว่าการกระทำของฉันทำให้คนตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะผูกกันเป็นโบอยู่รอมร่อ


“ปากดีนัก” เงยหน้ามองคนที่ปรามาสตัวเอง


“ขอบคุณ” จากนั้นก็ตักอาหารเข้าปากแล้วยักคิ้วส่งไปให้อย่างกวนเบื้องล่าง ท่าทางของฉันมันคงทำให้เขาอยากข้ามโต๊ะอาหารมาบีบคอไม่น้อย




              

หลังจบมื้อเย็นที่แสนเงียบงัน...มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากที่ฉันกวนประสาทเขาสำเร็จ นายนักรบก็นิ่งแล้วกินในส่วนของเขาเงียบ ๆ ไม่ตักอะไรมาใส่จานให้ฉันอีก สำหรับค่าอาหารก็ออกกันคนละครึ่งอย่างที่ฉันได้พูดไว้ ซึ่งราคามันก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน สมกับเป็นสเปเชียลเมนูของร้าน


Ringtone ~


-พี่เปอร์-


โทรศัพท์ของฉันแผดเสียงร้องดังขึ้นมาขณะที่กำลังเดินออกจากร้านเพื่อไปที่รถ ดังนั้นจึงหยิบขึ้นมาดูอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเป็นพี่เปอร์ก็กดรับสาย


[วิวาห์ครับ] เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยทักทาย


“ว่าไงคะ” ฉันเองก็ตอบรับกลับไปอย่างมีมารยาท


[พรุ่งนี้เราว่างไหม พี่จะชวนไปเดต ช่วงเที่ยง ๆ] จะชวนไปกินข้าวเที่ยงก็ดันมาใช้คำว่าเดต หรือเพราะว่าฉันไม่ยอมไปเดตกับเขาอย่างจริงจังสักที เขาเลยต้องใช้คำว่าเดตในสถานการณ์ปกติแทน


“เดตอีกแล้วเหรอคะ” เอ่ยเย้าด้วยความขบขัน “วาห์คิวเยอะนะ”


[ว่างเถอะ นาน ๆ จะได้กินข้าวด้วยกัน]


“จะคุยอีกนานไหม”


“แป๊บนะพี่เปอร์” บอกกับคนในสายก่อนจะเอามือป้องลำโพงไว้ จากนั้นก็ขยับปากพูดกับเขาด้วยเสียงปกติว่า “รีบนักก็เอาของฉันออกมา คืนกุญแจรถมาด้วย”


“ก็บอกอยู่ว่าจะไปส่ง”


“ไม่จำเป็น”


[วิวาห์] เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากพี่เปอร์ ฉันก็เอาโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอีกครั้ง [ถามได้ไหมว่าอยู่กับใคร]


“พี่เปอร์ เดี๋ยวไลน์คุยกันเนาะ ตอนนี้วาห์ไม่สะดวก” พูดพร้อมกับมองนายนักรบที่กอดอกยืนพิงรถรอด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ แล้วเรื่องอะไรต้องไม่สบอารมณ์ด้วย หรือเพราะต้องรอไปส่งฉัน?


...ก็บอกไปแล้วนะว่าไม่จำเป็นต้องไปส่ง


[โอเคครับ เดี๋ยวพี่ทักไปนะ]


“ได้ค่ะ” ตอบรับก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกจากหู กดวางสาย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถเอาของของตัวเองออกมา


“ทำอะไรอีก” มองตามการกระทำของฉันแล้วถามขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ ก็น่าจะเห็นอยู่นะว่าฉันทำอะไร ทำไมต้องถามซ้ำด้วยวะไม่เข้าใจ


“เอากุญแจรถฉันคืนมาได้แล้ว” เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะส่งกุญแจรถคืนมาให้ “หลังจากนี้ถ้าบังเอิญเจอกันก็กรุณาอย่าทักทาย แม้แต่ตามมารยาทก็อย่าทำ เลิกยุ่งกันไปซะ”


“ขอเหตุผล”


“เพราะว่าฉันเกลียดนาย” พูดไม่เบาไม่ดัง แต่ทุกคำนั้นมั่นคง เกลียด เป็นคำที่อธิบายเหตุผลของการไม่อยากเห็นหน้าเขาได้ทั้งหมด “เข้าใจนะ”


“พอดีว่าเข้าใจอะไรยาก”


“อันนั้นมันก็เรื่องของนาย” พูดจบก็เดินออกมา ก่อนจะวิ่งไปขึ้นแท็กซี่ที่มาส่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ร้านอาหาร คนขับดูจะไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรออกมา ฉันจึงบอกจุดหมายที่ต้องการจะไป ก่อนจะนั่งเงียบมาตลอดทาง


ฉันให้แท็กซี่ส่งที่หน้าหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากยังคงต้องซื้ออาหารเปียกเข้าไปให้เจ้านายที่กำลังรออยู่ที่บ้าน หลังจากนี้ก็ต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์เข้าไป เพราะระยะทางนั้นเป็นกิโลเลยทีเดียว ถ้าให้เดินมันก็ได้ แต่ตอนนี้มันมืด ยุงก็เยอะ ยอมเสียเงินยี่สิบบาทเพื่อความสะดวกสบายดีกว่า


ตื๊อดึ่ง!


XXX :: Send location to you...


XXX :: พรุ่งนี้เข้าไปเอาเองแล้วกัน


อ่านแล้วไม่ตอบนั่นคือสิ่งที่ฉันทำกับเจ้าของข้อความ ถือว่าฉันรับรู้แล้วเรื่องรถ จากนี้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก



เมี้ยว ~   

              
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในตัวบ้านก็กดเปิดสวิตช์ไฟให้สว่างขึ้น เจ้าวุ้นที่นอนอยู่บนพื้นพรมนุ่มนิ่มก็ส่งเสียงร้องแล้วเดินนวยนาดเข้ามาพันแข้งพันขา ฉันมองอย่างเอ็นดู ก่อนจะก้าวเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเอาอะโวคาโดไปเก็บไว้ในตู้เย็น


เมี้ยว ~


“แป๊บนะเจ้านาย ขอล้างมือก่อน เดี๋ยวเอาข้าวให้กิน” 


เมื่อเข้าใจที่ฉันพูดแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม ส่วนฉันก็ไปล้างมือให้สะอาด ก่อนจะหยิบอาหารเปียกออกมาหนึ่งซอง จากนั้นก็เดินไปอุ้มเจ้าวุ้นขึ้นมานั่งบนตัก แกะซองอาหารแล้วป้อนให้กิน 


ด้วยความน่ารักของเจ้าวุ้น ฉันเลยเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันอินสตาแกรม จากนั้นก็ถ่ายวิดีโอเจ้าตัวน่ารักลงสตอรี่ เพื่อนฉันชอบเข้ามาดูเวลาที่ฉันถ่ายเจ้าวุ้นลง หลายคนก็ส่งข้อความมาชมว่าน่ารัก...


เมี้ยว ~


“จะเอาอีกเหรอ”


เมี้ยว ~


“อ้วนแล้วนะเจ้านาย” เมื่อเห็นว่าฉันจะไม่ยอมให้กินอีกก็สะบัดหน้าหนีราวกับบอกให้รู้ไว้ว่าเจ้าตัวเล็กบนตักนี่กำลังจะงอน ดังนั้นฉันจึงลุกขึ้นไปหยิบอาหารเปียกมาให้อีกซอง “ให้แค่นี้นะ โอเคไหม”


เมี้ยว ~


หลังจากให้อาหารแก่เจ้าแมวอ้วนจนอิ่มแปล้ ฉันก็เข้าห้องมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะกระโดดลงบนเตียงเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่เสียงไลน์ที่ดังขึ้นก็ทำให้ฉันนึกได้ว่ายังคุยกับพี่เปอร์ค้างไว้ ดังนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ที่กำลังชาร์จแบตเตอรี่อยู่ที่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมาตอบรับคำชวนกินข้าวเที่ยงในวันพรุ่งนี้ โดยไม่ลืมบอกพี่เปอร์ไปด้วยว่าจะขนเพื่อนตัวดีทั้งสามคนไปกินข้าวด้วยกัน พี่เปอร์เองก็ไม่มีปัญหาอะไร...หรือจริง ๆ อาจจะมีแต่ไม่อยากขัดฉันก็ไม่รู้





 

วันต่อมา...


“ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังคะคุณหนู”           
              
“วาห์มีธุระต้องไปทำก่อนน่ะค่ะ” ฉันตื่นเช้ากว่าปกติเล็กน้อย รีบจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนออกมาด้านนอกแล้วเจอกับแม่นมดอกไม้เนี่ยแหละ “วาห์ฝากนมให้อาหารเจ้าวุ้นด้วยนะคะ วาห์รีบ”


“ไม่ทานข้าวเช้าก่อนหรือคะ นมกำลังจะทำข้าวต้มให้คุณหนูเลย”


“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยววาห์สาย”


“แล้วรถคุณหนูไปไหนแล้วซะล่ะคะ”


“เนี่ยแหละค่ะธุระของวาห์ ต้องไปเอารถที่อู่เลยต้องรีบออก”


“นมทำกับข้าวไว้ให้ในตู้เย็นนะคะ กลับมาจากมหาวิทยาลัยคุณหนูจะได้อุ่นทาน”


“ขอบคุณมากค่ะ” จากนั้นก็เข้าไปกอดแม่นมแล้วเรียกแกร็บมายังอู่ที่นายนักรบส่งโลเคชันมาให้เมื่อคืน 


เมื่อถึงก็จ่ายเงินค่าโดยสารก่อนจะเดินไปยังด้านใน โชคดีที่อู่เปิดเร็ว ไม่อย่างนั้นต้องเสียเวลารออู่เปิดแน่ 


“ขอโทษนะคะ”


“ติดต่ออะไรครับ” ชายคนที่ฉันร้องทักหันมาถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดูเหมือนว่าเขากำลังจะลงมือทำอะไรสักอย่าง หวังว่าฉันคงไม่ได้มาผิดจังหวะนะ


“พอดีว่าฉันเป็นเจ้าของรถคันนั้น”


“บีเอ็มสีขาวนะครับ” ฉันพยักหน้ารับเบา ๆ “นี่บิลครับ”


“ไม่ทราบว่าโอนได้ไหมคะ”


“ค่าซ่อมคันนี้จ่ายแล้วนะครับ” ฉันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินแบบนั้น นายนั่นชักจะทำเกินไปแล้วนะ รู้จักกันดีแค่ไหนถึงมาออกค่าซ่อมรถราคาเหยียบหมื่นให้กันน่ะ


“หนูฝากคืนเงินให้คนที่จ่ายให้ได้ไหมคะ”


“คุณนักรบเขาไม่ได้เข้ามาบ่อยหรอกครับ ถ้ารถไม่เสียเขาก็ไม่มา


ฉันเม้มปากแล้วมองตามหลังคนพูดจนลับหายเข้าไปยังห้องกระจก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตัวเองแล้วรีบขับมาที่มหาวิทยาลัยเพราะกลัวจะสาย ที่ต้องรีบไม่ใช่เพราะกลัวอาจารย์ล็อกห้องหรือมีสอบ แต่ว่า...


“เจ๊วิวาห์!” ฉันต้องมาเจอน้องรหัสก่อนจะขึ้นเรียน


น้องรหัสฉันชื่อคิว มันทักมาหาเมื่อคืนหลังจากที่คุยกับพี่เปอร์เสร็จ เห็นบอกว่ามีของจะให้เลยให้ฉันมาแต่เช้าหน่อย 


“เห็นว่าชอบกิน ผมเลยเอามาฝาก”


“ขอบใจ” ยื่นมือไปรับอะโวคาโดถุงใหญ่มาไว้กับตัว เปิดท้ายรถแล้ววางของไว้ด้านใน ก่อนจะปิดมันให้สนิทดังเดิม ยังดีที่มันนัดที่ลานจอดรถ ไม่อย่างนั้นคงต้องหอบไปหอบมาอยู่ครึ่งวันแน่ “แต่งตัวงี้คือไม่เรียน?


“จะไปหาแม่ที่ชลบุรีอะเจ๊ นี่ลงจากเขาค้อก็มาหาเจ๊ก่อนเลยนะเนี่ย”


“ยังไงก็ขอบใจมาก แกก็ขับรถดี ๆ ล่ะ”


“ครับ” ตอบรับก่อนจะโบกมือลาฉันหย็อย ๆ ก่อนขึ้นรถแล้วขับออกไปจากลานจอด 


ฉันกดล็อกรถแล้วเดินเข้ามายังใต้ตึกคณะ นั่งรอเพื่อนอยู่ที่ประจำเมื่อมาครบแล้วค่อยขึ้นไปเรียนพร้อมกัน ระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแชตของคนแปลกหน้าที่เจอกันมาสี่วันติด ก่อนจะกดที่ช่องข้อความ แล้วพิมพ์บางสิ่งบางอย่างลงไป


วิวาห์ :: ขอเลขบัญชีหน่อย


รอไม่นานนักข้อความของฉันก็ถูกกดอ่าน ก่อนจะมีข้อความส่งมา


XXX :: เอาไปไม


วิวาห์ :: จะโอนค่าซ่อมรถคืน


XXX :: ไม่เอา


XXX :: เก็บไว้กินขนมเหอะ


วิวาห์ :: ฉันไม่เอา


ข้อความของฉันไม่ถูกอ่าน แสดงว่าฝ่ายนั้นจงใจบีบบังคับให้ฉันรับเงินของเขา แต่ฉันมีตั้งหลายวิธีที่จะคืนเงินเขา ในเมื่อขอดี ๆ ไม่ให้ก็ต้องใช้คนอื่นแทน


“ไอ้วาห์ เป็นไรวะ” ดินสอนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยทัก


“เปล่า”


“อย่ามาเถอะ หน้ามึงนี่อย่างกับคนไปกินรังแตนมา”


“ขอเลขบัญชีพี่บรรทัดหน่อยดิ” เมื่อได้ยินในสิ่งที่ฉันพูดก็ชะงักกึก จากนั้นก็มองหน้าฉันด้วยความสงสัย แต่ก็ยังส่งเลขบัญชีของพี่ชายตัวเองมาให้ฉัน ดังนั้นฉันจึงโอนเงินจำนวนหนึ่งไปให้พี่บรรทัด ก่อนจะพูดกับดินสอ “ฝากบอกพี่บรรทัดโอนเงินเข้าบัญชีนายนักรบให้หน่อยดิ”


“ทำไมต้องโอนให้พี่นักรบวะ”


“มีเรื่องนิดหน่อย”


“อ่อ ได้ เดี๋ยวจะบอกให้” รับปากก่อนจะกดโทรศัพท์ของตัวเองยิก ๆ ต่อมาไม่กี่นาทีดินสอมันก็หันโทรศัพท์ที่แสดงสลิปการโอนเงินออกให้ฉันดู “พี่ทัดบอกว่ามันโดนพี่นักรบด่ายับเลย”


“โทษทีแล้วกัน มันจำเป็นจริง ๆ”


“ช่างมันเถอะ แล้วเมื่อวานมึงกลับยังไงอะ ตอนแรกกูกะว่าจะไปส่ง แต่ไอ้พี่ซานแม่งลากกูออกไปก่อน” พูดมาถึงตรงนี้ดินสอก็เหมือนจะหัวเสียขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็ทำตาโตแล้วยกมือขึ้นชี้หน้าฉัน “อย่าบอกนะว่ามึง...”


“กูกลับเอง”


“แน่ใจนะ พี่นักรบไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรกับมึงใช่ไหม”


ยุ่ง ยุ่งมาก ๆ เลยด้วย แต่ว่า...


“ไม่ได้ยุ่ง” บอกความจริงไปก็เท่านั้น พูดถึงแล้วมันอารมณ์เสียเปล่า ๆ


เวลาต่อมาเพื่อนชายทั้งสองของฉันก็มากันพร้อมหน้า แปลกใจอยู่ที่ธนูมันมาเรียน แต่ฉันก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ไม่ได้ถามอะไรออกไป ก่อนจะกอดคอดินสอแล้วเดินนำสายฟ้ากับธนูที่หาวหวอดขึ้นมายังห้องเรียน


เรียนในช่วงเช้าก็ไม่ได้รู้เรื่องมากเท่าไรนัก อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง เหมือนมานั่งอ่านสไลด์ให้ฟังมากกว่า ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยสนใจ ไอ้ธนูกับไอ้สายก็ฟุบหลับกับโต๊ะเลกเชอร์ไปแล้ว ส่วนดินสอก็เอาหูฟังขึ้นมาเสียบแล้วเล่นเกมเงียบ ๆ


“เอาล่ะนักศึกษา อาจารย์มีงานให้ไปทำ”


“สอนไม่รู้เรื่องยังจะเสือกให้งาน” สายฟ้าเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์ก่อนจะเอนตัวมากระซิบกระซาบ ฉันที่เห็นด้วยเลยพยักหน้ารับเบา ๆ ให้มันทุกคาบเลยงานน่ะ ให้เยอะกว่าวิชาอื่นด้วย


“ส่งพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงนะคะ” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ส่วนใบงานเพื่อนก็กำลังส่งต่อกันมา เมื่อเปิดดูใบงานฉันก็ถึงกับถอนหายใจ คำนวณยับเยินเลยทีเดียว 


ความรู้ในสมองมีแค่เสี้ยว จะเอาที่ไหนมาแก้สมการบ้าบอนี่กัน...


“สายฟ้า กูขอไฟแช็ก”


“เอาไปทำไร”


“เผาแม่ง ไม่อยากทำแล้วของวิชานี้”


“ใจเย็นไอ้วาห์ ถ้ามึงไม่ทำกูจะลอกใคร”


“สันดาน”


“หิวข้าว ไปหาข้าวกินกัน” ตื่นมาก็หาของกินเลยนะไอ้ธนู แรงก็ไม่ได้ใช้ สมองก็ไม่ได้ใช้ ทำไมถึงดูหิวโหยกว่าคนที่นั่งเรียน “วันนี้พี่เปอร์จะไปด้วยใช่ไหม”


“อืม ร้านเดิม”


“ร้านไหน”


“ร้านเดิม”


“ร้านเดิมน่ะร้านไหน”


“ไอ้ธนู...” เมื่อเห็นว่ามันกวนตีนก็กดเสียงให้ต่ำลง ร้านเดิม คือร้านที่ชื่อว่า เดิม ไม่ใช่ร้านเก่าร้านประจำอะไรแบบนั้น ฉันล่ะเบื่อมากเวลาพูดถึงร้านที่มีชื่อแบบนี้แล้วโดนกวนตีน “เก็บของ พี่เปอร์ไปรอร้านแล้ว”


“ครับแม่” เพื่อนเวร



ใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึงสิบห้านาทีเราก็มาถึงร้านอาหารที่ได้นัดกับพี่เปอร์ไว้ นอกจากฉันจะพาเพื่อนมาด้วย พี่เปอร์เองก็พาเพื่อนมาด้วยเช่นกัน ความจริงกลุ่มฉันกับกลุ่มพี่เปอร์ก็รู้จักกันอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องจากช่วงที่พี่เปอร์ขยันมาขายขนมจีบฉัน เพื่อนเขาก็คอยเป็นพ่อยก ชงเพื่อนตัวเองกับฉันอยู่เรื่อย เพื่อนฉันเองก็ไม่น้อยหน้า คำเดียวเลยคือ อยากให้เพื่อนมีผัว มันเลยขยันชงฉันให้ได้กับพี่เปอร์


“อย่างน้อยก็ได้นั่งใกล้กัน” พี่เปอร์พูดขึ้นมายิ้ม ๆ จะไม่ให้นั่งใกล้กันได้ยังไง ในเมื่อเพื่อนฉันและเพื่อนเขาจงใจเหลือที่นั่งไว้ให้ฉันแค่ที่เดียว “ถือว่าเดตเป็นกลุ่มแล้วกันเนอะ”


“ยังไม่เลิกเล่นอีกเหรอพี่เปอร์”


“ก็ไม่ยอมเดตด้วยนี่นา”


“บราเธอร์โซนเขาไม่เดตกันหรอกนะ”


“เจ็บจี๊ดเลยนะวิวาห์”


“สั่งอาหารเถอะ” อมยิ้มให้ก่อนจะบอกกับคนข้างกาย เพราะคนอื่นเริ่มจดเมนูอาหารลงกระดาษกันแล้ว ถ้าเรามัวแต่คุยกันอาจจะสั่งไม่ทันเพื่อน ผลที่ตามมาก็คือจะได้อาหารช้า แล้วก็จะเข้าเรียนในภาคบ่ายไม่ทัน “บอกให้สั่งอาหารไงพี่เปอร์”


“ครับ ๆ สั่งเดี๋ยวนี้แหละครับ”


“แหม ๆ สวีตกันจนมดขึ้นโต๊ะแล้วครับเพื่อน”


“ธรรมดา” ตอบกลับเพื่อนตัวเองโดยไม่แก้ข่าวเรื่องที่โดนกล่าวหาว่าสวีตกันก่อนจะสั่งอาหารต่อ พี่เปอร์ก็แบบนี้...แต่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ว่ากัน “มีกุ้งกระเทียมนะวาห์ เอาไหม พี่สั่งให้”


“วาห์เขียนไปแล้วพี่”


“อ้อ ใจตรงกันดีเนาะ”


“ตรงไรล่ะ วาห์จะกินอยู่แล้ว”


“ให้ความหวังกันหน่อย”


“ไม่เอา เดี๋ยวแห้วมาแล้วจะมาว่าวาห์ให้ความหวังแล้วเทพี่อีก”


“ใครจะว่าเรา”


“เยอะแยะไป” หน้าอย่างพี่เปอร์น่ะคนชอบน้อยเสียที่ไหน คณะที่มาขายขนมจีบให้ฉัน คนอื่นก็มาขายขนมจีบให้พี่เขาเหมือนกัน ที่พูดให้ฟังเนี่ยฉันไม่ได้ติดใจอะไรหรอกนะ แค่จะบอกว่าพี่เขาก็เป็นที่ต้องการของตลาดเหมือนกัน...







Complete 120%






Talk




เปิดตัวพระเอกคนใหม่... อ้าว ไม่ใช่

ฮ่า ๆ ๆ

เอาล่ะนะ ใครที่รอเห็นนักรบเจ็บตัว

บอกเลยว่าตอนหน้านี่แหละ เตรียมของเยี่ยมคนป่วยได้เลย

เดี๋ยวไรท์ก็จะโทรจองโรงพยาบาล โทรเรียกรถพยาบาลไว้รอ







สำหรับใครที่รอ E-book อยู่นะคะ

ตอนนี้มีโปรโมชันพิเศษ

จากราคาปกติ 459 บาท ลดเหลือ 400 บาท

จำนวน 680 หน้า A5

ประมาณ 186,246 คำ

ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 25 เมษยน นี้เท่านั้น

**ดำเนินการพิสูจน์อักษรแล้ว**



Thumbnail Seller Link
I am real ฉันคือฉัน
Departure
www.mebmarket.com
“เธอ...หลอกฉัน”“ฉันมีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำแบบนั้น”“น้องเธอตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วไม่ใช่? แล้วคนที่อยู่กับฉันเม...
Get it now








Character






รูปภาพจาก Pinterest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 688 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

456 ความคิดเห็น

  1. #260 To-toey (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 09:20
    พี่บรรทัด

    รักนะคะ
    #260
    0
  2. #259 mielovekie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 01:15

    นักรบจะหาข้องอ้างอะไรอีกนะ รอเข้ารพไม่ไหวแล้ว55555

    #259
    0
  3. #258 ttut12345678 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 22:57
    เป็นเรื่องแรกที่รอให้พระเอกเข้าโรงบาล555เจอแน่นักรบทำอะไรไว้กับลูกสาวชั้นนน
    #258
    0
  4. #257 Helane (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 21:52
    พร้อมจองให้นานแล้วค่ะ555
    #257
    0
  5. #256 Panther Navy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 20:16
    รอต่อออสนุกม้วก
    #256
    0
  6. #255 Nana_Night (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 12:37
    ไรท์..เมื่อไหร่จะถึงตอน"วาห์"ทำ"นักรบ"เข้าโรงพยาบาล...อิอิอิ555
    #255
    0
  7. #253 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 23:51
    สายเปย์
    #253
    0
  8. #252 iinm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 21:23
    จ่ายค่าซ่อมรถให้อีกกกก สายเปย์นะคะ
    #252
    0
  9. #251 Panther Navy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 20:47
    หึ้ยยยยย
    #251
    0
  10. #250 iinm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 08:43
    หึงเขาหรอคะ
    #250
    0
  11. #249 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 01:06
    สมน้ำหน้านักรบ
    #249
    0
  12. #248 Rich99 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 00:42
    ตื๊อ ยากมากๆเลยนะ นักรบกับการกระทำแย่ๆที่ผ่านทาของคุณ
    #248
    0
  13. #247 StronglyLoaom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 22:07
    เห~~~ นักรบชั้นรอแกโดนทิ้ง ขอให้โดนทิ้ง~~~ เเต่ว่านะ หึงเหรอ???
    #247
    0
  14. #246 suawadee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 21:46
    น้องวุ้นน่ารัก

    หึงหราาเราอ่ะ
    #246
    0
  15. #244 mielovekie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 20:55

    ฟังบรรทัดแล้วเอาไปคิดต่อยังไงเนี้ย555 ถึงกวนวิวาห์แบบนี้

    #244
    0
  16. #243 baebaeaomsm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 20:16
    เหมือนจะมีคนโดนทิ้ง5555
    #243
    0
  17. #242 NNNNB_NINJANORAH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 13:26
    อยู่กับวิวาห์พูดเก่งโน๊ะ
    #242
    0
  18. #241 iinm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 10:48
    ตามติดยิ่งกว่าเงาเลยนะคะ
    #241
    0
  19. #240 Memew888 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 09:42
    คุณนักรบค้องการอะไรน้าาาา เหอะๆ เขาดวงสมพงกับวิวาห์เนอะเลยวอแว ถ้าเป็นวิเวียนเลยไม่ถูกตาถูกใจ
    #240
    0
  20. #238 Npupu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 04:23
    พอเป็นวิวาห์แล้วคุณพี่ดูวอแวจังนะ
    #238
    0
  21. #237 Rich99 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 22:07
    ต้องโดนวิวาห์เอาคืนหนักๆ ไม่มีสำนึก
    #237
    0
  22. #236 ttut12345678 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 21:06
    ชอบเขาละสิ😏🤣
    #236
    0
  23. #235 mielovekie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 20:57
    รำคาญแทนวิวาห์555
    #235
    0
  24. #234 baebaeaomsm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 20:38
    ตามเค้าจังเลยอะเรา แล้วไม่รู้สึกอะไรบ้างหรอกับสิ่งที่เคยทำไปอะ🤨
    #234
    0
  25. #233 firstzy93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 20:34
    ยังไงๆ ยุ่งจริง
    #233
    0