I am real | ฉัน... คือฉัน

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 Complete 130%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 714 ครั้ง
    25 เม.ย. 64






บทที่ 7







   

หลังจากที่กินข้าวเสร็จฉันกับพวกพี่เปอร์ก็แยกย้ายกันที่หน้าร้าน พวกฉันต้องกลับเข้ามหาวิทยาลัยมาเรียนในภาคบ่ายต่อ ส่วนพวกพี่เปอร์เห็นว่ามีงานกลุ่มที่ต้องทำส่งอาจารย์ พี่เปอร์ดูหัวเสียไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ามาส่งฉันในมหาวิทยาลัย ฉันที่เห็นท่าทางงุ่นง่านนั่นของรุ่นพี่เลยตบไหล่ให้กำลังใจไปสองสามที


“เลิกเรียนแล้วไปไหนต่อกันวะ”


“กูกลับบ้าน” ดินสอ


“กูก็กลับบ้าน” นี่ฉัน


“กู...ร้านเหล้า” นี่ไอ้ธนูผู้เป็นมิตรกับร้านเหล้า


“ไปแต่หัววันเลยนะมึง” สายฟ้าเอ่ยแซว


“ก็พี่เจ้าของร้านให้ไปช่วยชิมเมนูใหม่” ฉันส่ายหัวให้กับเพื่อนก่อนจะเดินมาที่รถ 


ตื้อดึ่ง


ขณะใส่เกียร์อาร์เพื่อจะถอยรถข้อความเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ดังนั้นฉันจึงดันเกียร์กลับไปอยู่ที่ตัวพีดังเดิม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วเปิดดู


XXX :: พ่อแกเข้าโรงพยาบาล


เป็นเบอร์แปลกที่ไม่โชว์รูปโปรไฟล์ส่งข้อความมา แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว พอจะเดาได้ว่าเป็นใคร ถ้าไม่เป็นอัมพรเมียใหม่พ่อ ก็ต้องเป็นลูกสาวติดเมียใหม่อย่างอิงฟ้า 


ว่าแต่พ่อเข้าโรงพยาบาลเหรอ...


เราไม่ได้ติดต่อกันมาเป็นปีแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่าพ่อเป็นยังไงบ้าง


XXX :: Send location to you


XXX :: มาเยี่ยมหน่อย เขาถามหา


“เฮ้อ” ถอนหายใจออกมาแล้วโยนโทรศัพท์เข้ากระเป๋า กดเปิดเพลงจนดังลั่นรถก่อนจะขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย ขณะติดไฟแดงก็ดันเหลือบเห็นคนขายพวงมาลัยพอดี ฉันเลยถอนหายใจออกมาอีกรอบหนึ่ง เมื่อได้ไฟเขียวก็ออกตัวรถ ดูจังหวะรถว่างแล้วเปลี่ยนเลน...


ไปเยี่ยมหน่อยก็ได้




เมื่อมาถึงโรงพยาบาลฉันก็แวะเข้าไปซื้อดอกไม้สำหรับเยี่ยมคนป่วยที่ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาล เดินเลือกดอกไม้อยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เลือกดอกลิลลี่สีขาวให้พนักงานจัดเป็นช่อใหญ่ ที่เลือกดอกลิลลี่สีขาวเพราะแม่ชอบ ที่รู้เพราะว่าแม่นมเล่าให้ฟังนั่นแหละ เรื่องที่แม่เคยเป็นครูสอนดนตรีแม่นมก็เป็นคนเล่าให้ฟังเหมือนกัน


“ดอกไม้ได้แล้วนะคะคุณลูกค้า”


“ทั้งหมดเท่าไรคะ”


“สองพันห้าร้อยบาทค่ะ” 


ฉันพยักหน้ารับก่อนจะหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นไปให้พนักงานขาย รับช่อดอกไม้มาไว้กับตัว ก่อนจะเดินไปสอบถามที่ประชาสัมพันธ์ เมื่อได้เลขห้องพักก็ไม่รอช้า เดินเข้าลิฟต์แล้วกดยังชั้นที่ต้องการ ไม่นานนักฉันก็มาอยู่ที่หน้าห้องพักฟื้นของพ่อ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก!


เคาะประตูตามมารยาทก่อนจะเปิดเข้าไป นอกจากพ่อแล้ว ในห้องก็มีอิงฟ้ากับแม่ของมันอยู่ด้วย 


“มาแล้วเหรอลูก แม่กำลังจะออกไปรับเลย”


“แม่ฉันตายไปแล้ว” บอกกับหญิงมีอายุตรงหน้า ก่อนจะยกมือไหว้พ่อที่มองมาด้วยแววตาตื้นตัน แน่นอนว่าฉันไม่คิดจะไหว้เมียใหม่พ่อหรอก ฉันไม่อยากนับญาติด้วย ถึงจะทำเป็นพูดดี แต่รู้ไหมว่าลับหลังมันทำตัวเป็นอสรพิษขนาดไหน “เป็นไงมาไงถึงมานอนเล่นนี่ได้”


“เมื่อเช้าพ่อหน้ามืดแล้วตกบันไดน่ะ”


“แล้วหมอว่าไง”


“ก็ขาหักน่ะลูก” มองขาที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยเฝือกสีขาวแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ วินาทีต่อมาก็เดินตัดหน้าสองแม่ลูกอสรพิษเพื่อเอาช่อดอกไม้ไปใส่ไว้ในแจกัน “วาห์เป็นไงบ้างลูก พ่อ...พ่อไม่ได้ไปหาเลย”


“ไม่ต้องไปแหละดีแล้ว”


“วิวาห์...”


“พ่อใช้ชีวิตของพ่อไปเถอะ วาห์ดูแลตัวเองได้”


“พ่อขอโทษ”


“จำไม่เห็นได้ว่ามีเรื่องอะไรที่พ่อต้องขอโทษวาห์” สีหน้าของพ่อดูเจื่อนลงเมื่อได้ยินคำพูดของฉัน จะด่าว่าฉันเลวก็ได้ ฉันไม่ว่าหรอก เพราะยังไงฉันก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว จะมีแค่พ่อที่ดูเปลี่ยนไปหลังจากที่ฉันเข้าโรงพยาบาลในครั้งนั้น “เห็นว่าต้องไปคุยกับหมออีกรอบใช่ไหม”


“ใช่ เดี๋ยวมะ...”


“เดี๋ยวฉันไปคุยเอง” บอกก่อนจะเดินออกจากห้องพักฟื้นผู้ป่วย 


สอบถามกับพยาบาลแถวนั้นแล้วเดินมาที่ห้องตรวจของแพทย์ที่ทำการรักษาให้พ่อ เมื่อมาถึงก็เคาะประตูห้องสามครั้ง...


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


“เชิญค่ะ” เมื่อได้ยินเสียงตอบรับก็เปิดเข้าไปอย่างไม่รีรอ “ญาติคุณวัชระใช่ไหมคะ”


“ใช่ค่ะ”


“หมอได้ผลตรวจเลือดของคุณวัชระมาแล้วนะคะ” แค่ตกบันไดขาหักต้องตรวจเลือดด้วยเหรอ “ตอนมาถึงคนไข้มีอาการชัก ร่วมกับอาการกระตุกและเกร็งของกล้ามเนื้อ หมอเลยเก็บเลือดไปส่งตรวจ ปรากฏว่าพบสารสตริกนินในเลือดของคนไข้ ซึ่งสารนี้เป็นสารตัวเดียวกันกับยาเบื่อสุนัขค่ะ”


“ยาเบื่อเหรอคะหมอ”


“ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคนไข้เผลอไปรับประทานเข้าหรือเปล่า เพราะนอกจากสารสตริกนินก็ตรวจไม่พบสารเสพติด”


“เกี่ยวอะไรกับสารเสพติดคะ”


“สารตัวนี้มักมีคนเอาไปผสมกับสารเสพติดเพื่อให้ได้ปริมาณยาที่มากขึ้นค่ะ แต่คนไข้ไม่ได้เสพสารเสพติด ยังไงก็ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดนะคะ เพราะหากมีอาการรุนแรงอาจจะเกิดระบบหายใจล้มเหลว กล้ามเนื้อสลายตัว ตามมาด้วยอาการไตวาย จนสุดท้ายก็ถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ”


“หมอคะ สารที่ว่าเนี่ยหน้าตาเป็นยังไงเหรอคะ”


“สตริกนินมีลักษณะคล้ายเม็ดยาค่ะ มีสีเขียวหรือไม่ก็สีแดง แบบผงแป้งก็มี ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น รสชาติจะออกขม”


“ขอบคุณมากนะคะหมอ”


“ยินดีค่ะ”


“หมอคะ” ก่อนที่จะลุกจากเก้าอี้ฉันก็นึกอะไรออก “หมออย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับคนอื่นนะคะ เผื่อมีใครแอบใส่สารนั่นในอาหารให้พ่อหนูกิน หนูกลัวคนร้ายรู้ตัว”


“ถ้าเกิดว่าเป็นฝีมือของคนใกล้ตัวก็ต้องระวังด้วยนะคะ สารนี้นิยมเอามาใช้ก่อคดีฆาตกรรม”


“ค่ะหมอ”


“แจ้งตำรวจไว้ก่อนก็ดีนะคะ เพื่อความปลอดภัย”


“ขอบคุณที่แนะนำค่ะ” ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วออกมาจากห้องตรวจ จากนั้นก็ตรงกลับมายังห้องพักฟื้น 


สองแม่ลูกนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่คนละมุม ส่วนพ่อที่ยังไม่หลับพอเห็นฉันก็ยกยิ้มออกมาอย่างดีใจ 


“อยากกินไรป่ะ วาห์จะไปซื้อให้”


“อัมพรเขาเตรียมไว้ให้พ่อแล้วล่ะลูก” ฉันพยักหน้ารับแล้วส่งเสียงว่า อ้อ ออกไป “แล้วหมอว่าไงบ้างลูก”


“ก็บอกให้พ่ออยู่นิ่ง ๆ จะได้หายไว ๆ”


“ฮ่า ๆ หมอพูดแบบนั้นจริงหรือวิวาห์”


“สรุปได้แค่นี้แหละ” พูดจบก็มองอัมพรที่เดินไปจัดอาหารใส่จานให้พ่อ ฉันว่าต้องเป็นมันแน่ ๆ ที่ใส่ยาเบื่อให้พ่อฉันกิน เพราะคนที่ดูแลอาหารการกินของพ่อก็มีแค่มันคนเดียว “วาห์ว่าพ่อกินโจ๊กเถอะ วาห์จะไปซื้อให้”


“ไม่เป็นไรลูก”


“อย่าเถียงได้ไหมเนี่ย”


“แต่อัมพรเขาทำมาแล้ว พ่อไม่กินเขาก็เสียใจแย่”


       “ก็เก็บไว้กินเองดิ ให้ลูกมันกินก็ได้” สองแม่ลูกหันมามองฉันด้วยสายตาอ่านยาก ก่อนจะหันกลับไปแล้วทำตัวปกติ “เอาตามนี้นะ วาห์จะไปซื้อให้ ถ้ากลับมาแล้วพ่อกินของมัน วาห์จะไม่มาให้เห็นหน้าอีก”  
              
               “ก็ได้ลูก” เมื่อพ่อตอบรับฉันก็หยิบกระเป๋าขึ้นมา ก่อนจะกวาดสายตามองสองแม่ลูกอสรพิษอีกครั้งแล้วเดินจากมา 

               ฉันเลือกซื้อโจ๊กที่ขายอยู่หน้าโรงพยาบาลเพราะไม่อยากไปไกล กลัวว่าพวกมันจะบังคับให้พ่อกินของที่มันใส่ยาเบื่อไว้


ปรี๊น ปรี๊น


มองตามเสียงแตรก็พบว่าเป็นนายนักรบที่นั่งคร่อมบิ๊กไบค์ซึ่งจอดอยู่ข้างฟุตพาท ก็บอกชัดเจนแล้วนะว่าถ้าเจออย่าได้ทักกันอีก แล้วนี่มันคืออะไร ยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดีก็ทักกันเสียแล้ว...


น่ารำคาญ


“เป็นไรถึงมาโรงพยาบาล”


“เป็นคน”


“ถามดี ๆ”
             

 “แล้วฉันตอบไม่ดีตรงไหน” กลอกตาใส่เขาก่อนจะหันกลับมามองแม่ค้าที่กำลังตักโจ๊กใส่ถุงให้ เมื่อได้แล้วฉันก็ยื่นเงินไปแลกกับของ ก่อนจะเดินกลับเข้ามาด้านในของโรงพยาบาล แล้วก็ไม่วายมีไอ้บ้านักรบขับรถตามหลังมาติด ๆ “จะตามฉันมาทำไมนักหนา กลับหลุมนายไปได้แล้ว”


“ใครว่าฉันตาม”


“ไม่ได้ตามก็ไปขี่ไกล ๆ”


        “ก็นี่มันทางเข้า น้องอะเดินขวางทางพี่เอง”          
              
                  “งั้นนายก็ไปก่อนเลย” หลบเข้าข้างทางก่อนจะพยักพเยิดหน้าให้เขา เมื่อเห็นท่าทางของฉันเขาก็นิ่วหน้าแล้วขี่รถไปตามทางแล้วจอดตรงที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ หันมามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินหายเข้าไปในตึก “น่ารำคาญ”


ใช้เวลาไม่นานฉันก็กลับขึ้นมาบนห้องพักฟื้นที่พ่ออยู่ แกะโจ๊กใส่ชาม ก่อนจะลากโต๊ะเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้าพ่อ คนถูกปรนนิบัติยกยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนลงมือจัดการกับอาหารมื้อเย็น


“เดี๋ยววาห์จะให้คนของท่านยายเข้าไปช่วยดูแลพ่อนะ” คิดมาตลอดทางเลยว่าจะเอายังไง สุดท้ายก็นึกออกว่าคนของท่านยายมีคนที่เคยทำงานในหน่วยงานราชการอยู่ ดังนั้นฉันจึงจะขอให้เขามาดูแลพ่อ แล้วจับตาดูสองแม่ลูกอสรพิษไว้ด้วย


“ไม่รบกวนท่านหญิงดีกว่าลูก พ่อไม่เป็นไร”


“อย่าขัดได้ไหมพ่อ คนของท่านยายก็แค่ตัวนิดเดียว ไม่รกบ้านพ่อหรอก”


“พูดจาหวาน ๆ กับพ่อบ้างไม่ได้หรือไง”


“หวานอาบยาพิษน่ะเหรอ” ขณะพูดก็เหลือบมองสองแม่ลูกที่เริ่มอยู่ไม่สุขไปด้วย “ไม่เอาหรอก”


“เอาเถอะ ๆ พูดแบบนี้ก็ดี จะได้สนิทกัน” มันก็คงจะสนิทกันอยู่หรอกถ้าพ่อไม่ไปมีเมียใหม่แล้วทิ้งฉันให้อยู่ที่บ้านของแม่คนเดียว “แต่วาห์ใส่ช็อปแล้วเท่มากเลยลูก”


“ของมันแน่อยู่แล้วป่ะ”


“ฮ่า ๆ แล้วเรียนเป็นไงบ้างล่ะ”


“ใกล้บ้าแล้ว” ไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด เรียนจบนี่บอกเลยว่าจะไปเที่ยว ไปพักผ่อนให้หนำใจ “เดี๋ยววาห์ต้องกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่ อาหารเช้าจะให้นมไม้เอามาให้ ห้ามกินอย่างอื่น”


“อายุก็แค่นี้ทำไมสั่งเก่งจัง”


“มันเกี่ยวกับอายุที่ไหนกัน” บ่นออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือไหว้พ่อบังเกิดเกล้าแล้วเดินออกจากห้องมา 


เมื่อเห็นว่าห่างจากห้องพักฟื้นพอสมควรก็ต่อสายหาท่านยายแล้วก้าวเดินต่อ


[ว่าไงลูก]


“ท่านยายคะ วาห์มีเรื่องจะขอ”


[ว่ามาเลยลูก]


“คือว่า...” จากนั้นก็เล่าเรื่องที่ได้รับรู้มาจากหมอให้ท่านยายฟัง ก่อนจะขอคนมาช่วยดูพ่อที่บ้าน แล้วก็ขอคนให้ตามดูพฤติกรรมของสองแม่ลูกนั่น เผื่อว่าบางทีมันจะมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง “ก็ประมาณนี้ค่ะท่านยาย วาห์ไม่ไว้ใจใครนอกจากคนของท่านยาย รบกวนด้วยนะคะ”


[รบกวนอะไรลูก เรื่องแค่นี้เอง]


“ขอบคุณมากค่ะ”


[แล้วหนูไม่โกรธพ่อเขาแล้วเหรอลูก] 


โกรธงั้นเหรอ? 


ไม่หรอก ฉันไม่เคยโกรธพ่อ เพียงแต่...


“วาห์ไม่เคยโกรธพ่อค่ะ วาห์แค่น้อยใจที่พ่อไม่สนใจวาห์อย่างที่คนเป็นพ่อควรจะทำเท่านั้น แล้ววาห์ก็เสียใจ ที่พ่อโทษว่าแม่กับน้องตายเพราะวาห์...”


[หนูโตขึ้นมากเลยนะวิวาห์]


“ก็วาห์เป็นหลานท่านยายนี่คะ”


[ช่างพูดนักนะเด็กคนนี้]


“ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะคะท่านยาย วาห์ขับรถกลับบ้านก่อน”


[จ้ะลูก ขับรถดี ๆ นะ]


“ค่ะ สวัสดีค่ะท่านยาย” วางสายจากท่านยายก่อนจะปลดล็อกรถแล้วขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ตเครื่องยนต์ก่อนจะขับออกมา มุ่งหน้าสู่บ้านที่มีเจ้านายที่แสนน่ารักรออยู่



เมื่อมาถึงบ้านฉันก็เอาอะโวคาโดที่รุ่นน้องให้มาไปเก็บ จากนั้นก็ออกมาฟัดเจ้าวุ้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอาอาหารเปียกมาให้กิน เมื่อเจ้านายอิ่มหนำสำราญก็ถึงเวลาของทาสอย่างฉัน ดีนะที่เมื่อเช้านมดอกไม้ทำกับข้าวใส่ตู้เย็นไว้ให้ฉันเลยไม่ต้องหากินเอง จะว่าไปก็คิดถึงรสมือนมดอกไม้เหมือนกันนะ ถึงจะได้กินอยู่บ่อย ๆ ก็เถอะ


หลังจากกินข้าวกินปลาเรียบร้อยฉันก็เอาจานไปล้าง นั่งเล่นกับเจ้าวุ้นรอให้อาหารย่อยอยู่สักพัก จากนั้นก็ไปอาบน้ำอาบท่า ออกมาก็เปิดหาซีรีส์ดูเนื่องจากยังไม่ง่วง


แกร๊ก


เสียงด้านนอกทำให้ฉันสะดุ้ง ก่อนจะกดปิดซีรีส์แล้วเงี่ยหูฟัง ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มสิบแปดนาที ถ้าไม่ใช่ผีก็ต้องเป็นโจร ที่คิดแบบนั้นเพราะเจ้าวุ้นก็นั่งอยู่บนตักฉัน ไม่มีทางที่มันจะวิ่งชนนั่นชนนี่แน่นอน


แกร๊ก


      เมี้ยว ~               

          “เงียบก่อนเจ้านาย” พูดจบก็ลุกขึ้นไปหยิบแจกันขนาดใหญ่ที่มุมห้อง เปิดประตูห้องด้วยความเบามือ มองเงาตะคุ่ม ๆ ที่อยู่หลังโซฟา ก่อนจะทุ่มแจกันไปทางนั้น


เคล้ง!


...ตายซะเถอะมึง


“โอ๊ย!” ความแม่นของฉันยังไม่เคยจางหายไปไหน หลังจากทุ่มแจกันโดนโจรใจหมาได้สำเร็จฉันก็เปิดไฟสว่าง คว้าเข้ากับเก้าอี้ไม้ที่อยู่ใกล้มือ ยกขึ้นสูงก่อนจะฟาดใส่โจรสุดแรงเกิด “อั้ก!


“เป็นไงล่ะมึง!


       “ธะ เธอ...” มันเรียกฉันขึ้นมาก่อนจะสลบไป        
              

          “เชี่ย!” ส่วนฉันก็ร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเห็นว่าคนที่ฉันตีจนสลบนั้นไม่ใช่โจรที่ไหนแต่เป็นไอ้บ้านักรบนั่น 



นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย ทำไมไอ้บ้านี่ต้องมาปีนเข้าบ้านฉันด้วย!


“เอาไงดีวะกู”


เมี้ยว ~


1669 เท่านั้นแหละวินาทีนี้”  


ฉันวุ่นวายอยู่กับการพานายนักรบส่งโรงพยาบาลจนลืมไปเลยว่าตัวเองใส่ชุดอะไรอยู่...เสื้อสายเดี่ยวสีดำกับกางเกงผ้าขาสั้นสีเดียวกัน ดีนะที่เห็นเสื้อช็อปนายนั่นพาดอยู่ที่เบาะรถเลยยืมมาใส่ก่อนจะกระโดดขึ้นรถพยาบาลมา ไม่อย่างนั้นล่ะบันเทิงกันทั้งโรงพยาบาล 


พูดถึงโรงพยาบาล...ถึงแม้ว่าจะเป็นคนละที่กับที่พ่อพักรักษาตัว แต่จำเป็นไหมที่ต้องมาถึงสองครั้งติดในวันเดียวกัน


“มี้ต้องใจเย็นก่อนนะ”


“ใจเย็นได้ไง น้องเราเข้าโรงพยาบาลเลยนะข้าวหอม”


“นักรบมันไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้อาจารย์หมอกำลังเย็บแผลให้อยู่ อาเบลล์ก็เข้าไปดูให้แล้วด้วย”


“เฮ้อ...ไปเจอเรื่องอะไรมากันแน่นะ” 


ฉันมองไปยังกลุ่มคนจำนวนหนึ่งหน้าห้องฉุกเฉิน ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วลุกขึ้นเดินไปยังจุดที่พวกเขาอยู่ คงจะเป็นพ่อแม่พี่น้องของไอ้บ้าที่ฉันทำร้ายร่างกายอย่างไม่ต้องสงสัย


“สวัสดีค่ะ หนูชื่อวิวาห์เป็นคู่กรณีของนักรบ”


“คู่กรณี?” ทุกคนร้องขึ้นมาพร้อมกันแล้วมองฉันอย่างพิจารณา ก่อนจะมองมายังเสื้อช็อปสีกรมท่าที่ฉันใส่อยู่


“อ้าว มากันแล้วเหรอ”


“นักรบเป็นไงบ้างเบลล์”


“ก็หัวแตก ตัวช้ำ แล้วแขนก็ต้องใส่เฝือกอ่อนสองอาทิตย์ ผลเอ็กซเรย์สมองก็ไม่มีปัญหาอะไร หัวแข็งใช้ได้” พูดขึ้นมาอย่างสบายอารมณ์ราวกับนายนั่นโดนแมวข่วน ไม่ได้โดนตีจนเกือบตาย “ส่วนหนูก็ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ได้ฆ่าคนตายหรอก”


“ค่ะ” ตอบรับคุณหมอก่อนจะหันไปยังครอบครัวของนายนักรบ จากนั้นก็ยกมือขึ้นประนมแล้วเอ่ยขอโทษตามที่ควรจะเป็น “หนูขอโทษด้วยนะคะที่ทำร้ายร่างกายเขาจนเข้าโรงพยาบาล”


“เล่าให้ฉันฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”


“หนูนึกว่าโจรขึ้นบ้านค่ะ ก็เลย...ฟาดเข้าให้”


“นี่มันปีนบ้านหนูเหรอ”


“ค่ะ”


“ไอ้รบ ไอ้ลูกบ้านี่...” หญิงมีอายุตรงหน้ายกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองดัง ป้าบ จนสามีของเธอต้องจับมือออก “ฉันขอโทษแทนลูกฉันด้วยนะ ที่มันบ้าถึงขั้นปีนบ้านหนู ว่าแต่หนู...เป็นแฟนมันเหรอ”


“เป็นคู่อริค่ะ”


“คู่อริ?


“ค่ะ” 


คู่อริ ตอนนี้คำนี้บ่งบอกสถานะของเขาได้ดีที่สุด เพราะฉันไม่อยากเป็นคนรู้จัก ไม่อยากเป็นเพื่อน ไม่อยากเป็นอะไรดี ๆ กับหมอนั่นหรอก




ต่อมานายนักรบก็ถูกย้ายขึ้นมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษ...มันก็ดูจะพิเศษเกินไปด้วย เพราะมันโคตรจะกว้าง ฉันนึกว่าคอนโดเถอะ มีครบทุกอย่างเลย ทั้งเครื่องครัว เครื่องนอน โซนนั่งเล่น


“งามหน้านักนะแก”


“ไรล่ะมี้”


“ยังไม่สำนึกอีก เป็นบ้าหรือไงถึงไปบุกบ้านคนอื่นเขาแบบนั้น”


      “คนอื่นที่ไหน นั่นเด็กผม...”   
              
          “พูดอีกทีสิ ฉันจะตีให้ตายต่อหน้าพ่อแม่พี่น้องนายให้ดู” เมื่อได้ยินคำพูดของฉันก็ขมวดคิ้วแล้วมองมาอย่างหาเรื่อง ส่วนคนอื่นก็เหมือนจะ...

          ยืนขำ

          มันมีอะไรตลกไม่ทราบคะ ไม่เห็นหรือไงว่านายนักรบนั่นมันปากเสียแค่ไหน แล้วไม่เห็นกันหรือไงว่าฉันเริ่มจะอารมณ์เสียแล้ว


“เอาให้ตายนะวิวาห์ พี่ฝากด้วย”


“เงียบเลยข้าวหอม” เขาปรามพี่สาวตัวเอง


แกร๊ก


“ยังไม่ตาย?


“ปากหมาแล้วไอ้สัตว์ทัพ”


“จองวัดแล้วนะ”


“ไอ้เหี้ยขุน มึงก็อีกตัว” ฉันมองคนมาใหม่สองคนแล้วมองกลับไปยังคนเจ็บเหมือนเดิม ยอมรับก็ได้ว่าพี่น้องบ้านนี้หน้าตาดีกันหมดทุกคน ขนาดพ่อแม่ก็ยังสวยหล่อไม่สนอายุกันเลย “ไอ้กีย์ล่ะหายหัวไปไหน”


“กูทำไม?


“เฮียกีย์!” ฉันมองน้องเล็กของบ้านวิ่งไปกระโดดกอดพี่ชายด้วยความรู้สึกเอ็นดู เด็กทำอะไรก็น่ารัก 


แต่ว่านะ...คนเยอะไปไหมล่ะบ้านนี้ 


“ไหนขนมของโรซี่ล่ะ”


“ดึกแล้ว”


“ดึกแล้วก็กินได้ค่ะ”


“ไม่ได้”


“เฮียกีย์ขี้งกอ่า”


“เฮียป่วยแทนที่จะมาอ้อนเฮีย” คนป่วยท้วงน้องสาวคนเล็กขึ้นมา ท่าทางนั้นไม่ได้ดูน่ารักเลย น่ากระทืบให้ตายมากกว่า และดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่คิดแบบนั้นคนเดียว “แล้วเธอน่ะ เป็นเมียฉันเหรอถึงเอาเสื้อฉันไปใส่”


“ขออนุญาตนะคะ” บอกกับคนที่โตกว่าทุกคนพร้อมยกมือไหว้ จากนั้นก็ถอดเสื้อที่ใส่ออกแล้วเขวี้ยงใส่หน้าคนที่นอนอยู่บนเตียง 


“เรื่องค่าใช้จ่ายหนูจะรับผิดชอบเองค่ะ ขอโทษที่ก่อเรื่อง แล้วก็ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าหนูขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินออกมาจากห้องนั้นทันที



ตลอดทางเดินผู้คนที่เดินสวนกันก็มองฉันด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินมาจนถึงหน้าโรงพยาบาล เรียกแท็กซี่จะดีไหมเนี่ย ดึกขนาดนี้จะจอดรับฉันหรือเปล่า แล้วด้วยชุดที่ล่อแหลมแบบนี้จะโดนฉุดไหม...


“คุณวิวาห์ใช่ไหมครับ” หันไปมองชายสูงอายุที่ดูภูมิฐาน ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างหวาดระแวง “ผมชื่อเหยี่ยวครับ เป็นคนสนิทของคุณแม่ของคุณนักรบ”


“สวัสดีค่ะ” ยกมือขึ้นไหว้ทักทายก่อนจะถามออกไป “คุณลุงมีธุระอะไรกับหนูหรือเปล่าคะ”


“คุณใบข้าว...หมายถึงคุณแม่ของคุณนักรบ เธอให้ผมไปส่งคุณวิวาห์ที่บ้าน”


“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”


“ไม่ได้รบกวนอะไรหรอกครับ ยังไงตอนนี้ก็ดึกแล้ว ให้ผู้หญิงกลับแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย ผมไปส่งน่ะดีแล้วครับ”


“แล้วหนูจะแน่ใจได้ยังไงว่าไปกับคุณแล้วหนูจะปลอดภัย”


คนตรงหน้ายกยิ้มแกมหัวเราะก่อนจะหยิบโทรศัพท์ เปิดเข้าหน้าแชตแล้วส่งมาให้ฉันดู มันเป็นข้อความจากคุณแม่ของไอ้บ้านักรบจริง ๆ รูปโปรไฟล์นั้นยืนยันได้


“หายสงสัยแล้วนะครับ” ฉันพยักหน้า ส่วนเขาก็รับโทรศัพท์คืนไป ก่อนจะผายมือไปทางรถคันหรู “เชิญครับ”


“ขอบคุณนะคะ”


     “ยินดีครับ” ตอบรับแล้วเดินนำฉันไปที่รถคันดังกล่าว   
       
              
      เวลาต่อมาฉันก็มาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ก่อนจากกันก็ยกมือไหว้เป็นการขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน มองเศษซากของแจกันแล้วถอนหายใจออกมา...

     เมื่อเช้านมดอกไม้เพิ่งจะให้คนทำความสะอาดบ้านไปแท้ ๆ ตกกลางคืนก็เละเทะไม่มีชิ้นดีเลย แถมฉันยังต้องสละเวลาพักผ่อนมาเก็บกวาดอีกต่างหาก


      ...นักรบนะนักรบ

หลังทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เข้ามาอาบน้ำอีกครั้งเพราะเหงื่อซึมออกมาชุ่มไปทั้งแผ่นหลัง ใช้เวลาในการวิ่งผ่านน้ำไม่นานก็ออกมากระโดดลงบนเตียงเป็นครั้งที่สอง ปิดไฟ ปิดตา แล้วปล่อยให้ตัวเองหลับไปเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวัน 


วันนี้เจอแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ 


บ้าบอจริง

 







บทพิเศษ :: นักรบ


“ไอ้ตัวดี!


“โอ๊ยมี้ อย่าบิดหู!” 


หัวก็แตก ตัวก็เขียว แขนก็ซ้น นี่ยังต้องมาโดนมามี้บิดหูอีก 


พูดเรื่องหัวแตกแล้วนึกถึงคำพูดของไอ้บรรทัด วันก่อนมันยังบอกให้ผมจองโรงพยาบาลอยู่เลย แต่ใครจะไปคิดว่าผมจะได้เข้าโรงพยาบาลเพราะฝีมือวิวาห์อย่างที่มันพูดจริง ๆ ตัวก็แค่นั้น เอาแรงมาจากไหนเยอะแยะวะ 


ผู้หญิงอะไรถึกฉิบหาย!


“ฉันไม่น่าให้แกไปอยู่กับไอ้เมฆมันเลยจริง ๆ!” ชำเลืองมองมามี้ที่ยังไม่ปล่อยมือออกจากหูของผม ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ออกแรงบิดหูผมอีกรอบ บิดจนมันจะหลุดติดมือมามี้อยู่แล้ว “แต่ละอย่างที่ทำก็ดี ๆ ทั้งนั้น!


“ดีแล้วมาว่าผมทำไมอะ”


“ไอ้รบ!


“พอแล้ว” เป็นแด๊ดที่เข้ามาดึงมือมามี้ออกจากหูผม ตอนแรกก็คิดว่าจะช่วยลูกนะ แต่ที่ไหนได้...มาทำร้ายผมแทนเมียตัวเองโดยการหยิกเข้าที่สีข้างผมสุดแรง ไอ้ผมก็ตัวบิดเป็นไส้เดือนเลยดิ 


แด๊ดเป็นคนแก่ที่แรงโคตรเยอะ


“โอ๊ย ๆ พอแล้วแด๊ด”


“ทำทำไม” แด๊ดเลิกหยิกแล้วกอดอกถามผมหน้านิ่ง...


ที่ผมทำไปมันมีเหตุผลนะ ใครจะบ้าปีนเข้าบ้านคนอื่นมั่วซั่วแบบนั้น ผมไม่ใช่โจรสักหน่อย 


“ว่าไง?


“บังเอิญเจอกันก่อนหน้านี้ เห็นว่าโดนตามมาหลายวันแล้วเลยตามไปดูถึงบ้าน แต่ใครจะคิดว่าจะโดนตีหัวแตก” เล่าสั้น ๆ ก็ประมาณนี้ 


แต่ถ้าจะให้เล่ายาว ๆ ล่ะก็...


ก่อนหน้านี้ที่เจอวิวาห์ก็เห็นว่าโดนตามอยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่เจอกันที่สนามกีฬาของ ม. ผมนั่นแหละ พอได้เจอกันอีกก็ยังเห็นว่าโดนตามอยู่ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนของที่บ้านเขาเพราะตายายก็เป็นถึงเจ้าถึงนาย 


แต่วันนี้ที่เจอที่โรงพยาบาลเห็นท่าไม่ดีเลยเข้าไปทัก...ส่งเข้าโรงพยาบาลได้ก็ยังอยู่แถว ๆ นั้นแล้วตามไปส่งที่บ้าน รอดูอยู่สักพัก แล้วให้ลูกน้องคอยดูต้นทางที่หน้าหมู่บ้าน และพอลูกน้องส่งข่าวมาบอกว่ามันกำลังจะเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว ผมจึงเข้าไปในบ้านวิวาห์ก่อน เผื่อเกิดอะไรไม่ดีขึ้น 


ผู้หญิงอยู่คนเดียวไว้ใจได้ที่ไหน...


เพราะที่บ้านมีพี่มีน้องเป็นผู้หญิงเหมือนกันนั่นแหละเลยอดห่วงขึ้นมาไม่ได้


“แกไม่ใช่คนที่จะสนใจคนอื่นขนาดนี้นะเจ้าน้องชาย”


“ยุ่งว่ะข้าวหอม”


       “ชอบเหรอ”           

             “ตลกป่ะ?” มองหน้าพี่สาวอย่างระอาแล้วส่ายหัวเบา ๆ 

      อย่างผมเนี่ยนะจะชอบเด็กนั่น 

      ดื้อแม่งก็โคตรดื้อ พูดก็ไม่เคยรู้เรื่อง มันน่าชอบตรงไหนกันวะ 


     “เด็กนั่นเป็นเพื่อนน้องสาวบรรทัด รู้จักกันก็ต้องช่วยดิ รู้จักป่ะคำว่ามนุษยธรรมอะ”


“ตอแหลฉิบหาย”


“เดี๋ยวเถอะ เห็นเจ็บหน่อยก็ใช่ว่าไม่มีแรงนะเว้ย”


“แกจะทำอะไรฉันฮะไอ้น้องบ้า”


“เอาล่ะ ๆ เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่างมันก่อน เขากลับตัวคนเดียวในสภาพนั้นอะไม่ห่วงเหรอ” นึกถึงสภาพของวิวาห์ก่อนออกจากห้องไปก็อดหัวเสียขึ้นมาไม่ได้ 


แม่งเอ๊ย! หยอกเล่นแค่นิดเดียวเอง ไม่คิดว่าจะถอดเสื้อมาปาใส่หน้ากันแล้วเดินดุ่ม ๆ ออกไปแบบนั้น แต่ก่อนทำก็ยังไม่วายมีมารยาทขอโทษพ่อแม่พี่น้องผมล่วงหน้า 


“ดีนะที่บอกเหยี่ยวให้ไปส่งแล้ว”


“ขอบคุณครับ”


“ดี ๆ นะนักรบ”


“อะไรล่ะมี้”


“เรื่องเด็กคนนั้นน่ะทำให้มันดี ๆ เขาไม่ได้ชอบขี้หน้าแกเหมือนผู้หญิงคนอื่น แล้วก็อย่าเอาสันดานพ่อกับอาแกมาใช้ด้วย” พูดมาถึงตรงนี้คนโดนพาดพิงอย่างแด๊ดก็เลิกคิ้วขึ้นสูง หันมองมามี้อย่างเอาเรื่อง “มีปัญหาอะไรโลกันต์”


“แบบฉัน...ไม่ดีตรงไหน”


“ยังต้องให้พูดอีก?” 


โหแด๊ด พอเป็นมามี้ทำไมถึงหงอล่ะ ที่กับลูกนะเอะอะตบ เอะอะเตะ


“ผมไม่ทำไรหรอกน่า”


“ฉันจะคอยดู ทำนิสัยไม่ดีเมื่อไหร่จะด่าให้หูดับเลย” ขู่ซะน่ากลัวเชียวนะมามี้





ครอบครัวผมอยู่ดูอาการอยู่สักพักใหญ่ถึงพากันกลับ ตอนแรกมามี้จะอยู่เฝ้าแต่ผมก็บอกให้กลับไปเพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก ถึงแขนซ้ายจะต้องหยุดใช้งานสักระยะ แต่แขนขวาที่ถนัดไม่ได้เป็นอะไร การใช้ชีวิตประจำวันของผมก็ไม่มีปัญหาอะไร


แกร๊ก     
             

มองไปยังประตูที่ถูกเปิดออกกว้างด้วยฝีมือของไอ้ซาน และตามหลังมาด้วยไอ้บรรทัด แทนที่พวกมันจะสงสารที่เห็นผมเจ็บ แต่ดันหัวเราะกันเสียงดังลั่นห้อง 

พวกเวรตะไล...


ปึก!


เขวี้ยงหมอนใส่คนที่ยืนอยู่ปลายเตียงแล้วพูดขึ้นเสียงเขียว “มึงจะหยุดได้ยังไอ้ซาน”


“ขอหน่อยเหอะ นาน ๆ ทีกูจะเห็นพี่นักรบคนเก่งเดี้ยงแบบนี้” ไอ้เวรนี่ เดี๋ยวกูก็ฝังมึงกลบดินซะหรอก “ผ่านมาสิบสมรภูมิไม่เห็นเป็นห่าอะไร เจอผู้หญิงฟาดทีเดียวจอดสนิทคาที่เลยมึงเอ๊ย ไอ้ทัดมันพูดอยู่แหม็บ ๆ ว่ามึงจะเข้าโรงพยาบาล เห็นผลทันตาเลยไหมล่ะมึง”


“ไอ้เหี้ยซาน”         
              
“อะ ๆ กูไม่ล้อแล้วก็ได้” ตอแหลไปอย่างนั้นแหละคนอย่างไอ้ซาน เดี๋ยวสักพักมันก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาล้อผมใหม่อยู่ดี “ว่าแต่พ่อหมอบรรทัดครับ รอบหน้าไอ้ท่านนักรบมันจะเจออะไรอีกครับ”


“ก็...ให้บอกไหม?


“เออ กูจะได้บอกมี้ล่วงหน้า” ผมอยากแนะนำให้เพื่อนไปเปิดสำนักดูดวงทำนายอนาคตอะไรพวกนี้จริง ๆ มันคงรวยตายห่า พูดอะไรมาก็เป็นอย่างนั้นหมด “ว่าแต่มึงเห็นแล้วเหรอ”


“ราง ๆ” 


ราง ๆ อีกแล้วเหรอวะ รอบที่แล้วก็ราง ๆ...รางจนกูได้เลือด ถ้าเห็นชัดกูไม่ไปนอนเล่นในห้องดับจิตเลยเหรอถามหน่อย 


“ไม่ถึงกับเข้าโรงพยาบาล แต่ก็ยังต้องเจ็บอยู่”


“กูเจ็บอีกแล้ว?


“ไม่ใช่มึงจะเป็นใครอีก”


“เวรเถอะ”                          

“แล้วมึงเป็นเหี้ยไรถึงไปปีนบ้านน้องมันวะ” คิดไว้แล้วว่าต้องมีสักคนถามขึ้น 

ดังนั้นผมจึงเล่าให้พวกมันฟังโดยละเอียด พวกมันจะได้ไม่มองว่าผมโรคจิตแอบปีนบ้านคนอื่นจนโดนเจ้าของบ้านตีหัวแตก และเหตุผลอีกข้อที่เล่าให้ฟังทั้งหมดก็เพื่อจะให้พวกมันเป็นหูเป็นตาให้ด้วย ผมว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ 

ถามว่าทำไมผมต้องยื่นมือเข้าไปยุ่ง...บอกเลยว่าตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แค่ว่าจะยุ่งอะ มีปัญหาอะไรไหม


“มึงออกโรงพยาบาลวันไหนนะ”


“อีกสองสามวัน” ตอบไอ้ซานก่อนจะทำหน้าเซ็ง ใจจริงอยากออกวันนี้แต่มามี้ไม่ยอม ดังนั้นผมจึงยังนอนเป็นผักอยู่ตรงนี้ บอกเลยว่าโคตรเบื่อ นี่ต้องงดใช้แขนตั้งสองอาทิตย์ ขี่บิ๊กไบค์ก็ไม่ได้ ขับรถยนต์ก็ไม่ถนัด สงสัยคงต้องให้การ์ดมาขับให้


ไม่ดิ...ผมว่าผมให้คนทำผมเดี้ยงมารับผิดชอบดีกว่ามั้ง


“ทำหน้าโรคจิตอีกไอ้เวร”


“กูทำเหรอ?


“หมาทำมั้ง คิดเหี้ยอะไรไม่ดีอีกล่ะมึง”


“เยอะแยะ” ตอบอย่างไม่เดือดไม่ร้อนก่อนจะหยิบรีโมตมาเปิดหนังดู 


ไอ้พวกเพื่อนเวรก็อยู่ต่อแค่สิบนาทีแล้วขอตัวกลับหลุม ซึ่งกลับไปก็ดี เพราะผมโคตรรำคาญไอ้ห่าซานเลย พูดมากฉิบหาย


ตื๊อดึ่ง!


ละสายตาจากโทรทัศน์แล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนส่งข้อความมาก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มันต้องแบบนี้สิ ทำเขาเจ็บแล้วก็ต้องรู้จักดูแล...


เด็กบ้า :: พรุ่งนี้จะกินไร จะทำไปให้


เด็กบ้า :: เอาง่าย ๆ นะ ของมีไม่เยอะ   
              
“หึ ๆ” เห็นแค่ตัวอักษรก็นึกหน้าและน้ำเสียงออกเลย ตอนนี้เด็กนี่ต้องทำหน้าหงุดหงิดอยู่แน่ ๆ แต่นี่มันก็ดึกแล้วนะ วิวาห์กลับไปก็สองชั่วโมงกว่าแล้วมั้ง ทำไมยังไม่หลับไม่นอนอีก


นักรบ :: ทำไมไม่นอน


เด็กบ้า :: ตอบมาก่อนว่าจะกินไร ลีลานักฉันไม่ทำแล้วนะ


นักรบ :: อะไรก็ได้


เด็กบ้า :: อ่อ เค แค่นี้แหละ


นักรบ :: มาตอนไหน


เด็กบ้า :: เห็นตอนไหนก็ตอนนั้น


“กวนตีนกูอีก...” ส่ายหัวเบา ๆ แล้วล็อกหน้าจอโทรศัพท์ หยิบรีโมตมาปิดโทรศัพท์แล้วหลับตาลง มันก็ดึกแล้วนี่เนาะ ผมเองก็ควรที่จะพักผ่อนได้แล้ว ถึงจะบอกว่าควรพักผ่อน แต่นอนไปได้ครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่หลับ จะพลิกตัวนอนตะแคงข้างซ้ายก็ไม่ได้เพราะแขนเจ็บ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก      
              
เหลือบมองบานประตูที่ถูกเคาะอย่างมีมารยาทก่อนจะเปิดเข้ามา ไม่รู้ว่ามาในยามวิกาลขนาดนี้ยังจะเรียกว่ามีมารยาทได้อยู่ไหม แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะคนที่เข้ามานั้นคือลูกน้องคนสนิทของผมเอง


“เรื่องที่คุณนักรบให้จัดการ ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ”


“การก่อสร้างไปถึงไหนแล้ว”


“การก่อสร้างเสร็จไปแล้วกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ คิดว่าสิ้นปีทุกอย่างน่าจะเข้าที่เข้าทาง” พยักหน้ารับอย่างพอใจ ไว้การก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่จะพาไปทัวร์แล้วกันนะ


“มึงไปซื้อบ้านข้าง ๆ วิวาห์หน่อยดิ”


“คุณนักรบจะซื้อไปทำไมครับ”


“ซื้อให้มึงอยู่”


“ครับ?


“งานใหม่มึง ไปจัดการซะ” 


มันมองหน้าผมแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่กี่วินาทีต่อมาก็กลับหลังหันแล้วเดินออกไปจากห้อง ได้ยินมันบ่นกระปอดกระแปดมาแว่ว ๆ ว่า...


“งานกูก็ท่วมหัว ทำไมถึงขยันหางานให้เพิ่มจังวะเจ้านาย”


...มันน่าฆ่าทิ้งนักนะ ไอ้โต้ง


จบบทพิเศษ





 




Complete 130%






Talk


แกจะทำอะไรอีกคะนักรบ

ไม่ใช่ว่าจะย้ายไปอยู่ข้างบ้านเขาแล้วเอาชื่อลูกน้องมาอ้างนะ

ไว้ใจไม่ได้เลยจริง ๆ ผู้ชายคนนี้





ฝากถึงนักรบ









สำหรับใครที่รอ E-book อยู่นะคะ

วันสุดท้ายแล้วสำหรับโปรโมชั่น

จากราคาปกติ 459 บาท ลดเหลือ 400 บาท

จำนวน 680 หน้า A5

ประมาณ 186,246 คำ

**ดำเนินการพิสูจน์อักษรแล้ว**



Thumbnail Seller Link
I am real ฉันคือฉัน
Departure
www.mebmarket.com
“เธอ...หลอกฉัน”“ฉันมีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำแบบนั้น”“น้องเธอตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วไม่ใช่? แล้วคนที่อยู่กับฉันเม...
Get it now








Character






รูปภาพจาก Pinterest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 714 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

437 ความคิดเห็น

  1. #334 fonthanya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 19:04
    จากวันนั้นถึงวันนี้ หลงรักเขาเข้าแล้วล่ะซี้~~
    #334
    0
  2. #333 iinm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 08:24
    ถึงขนาดซื้อบ้านข้างสาวเลยหรอออ
    #333
    0
  3. #332 Rich99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 23:54
    5555 ซื้อบ้านใกล้เด็ก ที่ ไม่ ชอบบบบบ
    #332
    0
  4. #331 NNNNB_NINJANORAH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 22:50
    55555 ชอบความสนิทของลูกน้องกับเจ้านาย เพื่อนกันทุกรุ่น
    #331
    0
  5. #330 mielovekie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 21:45
    ลูกน้องคนสนิท

    เป็นแบบนี้ทุกคนเลยหรอ5555
    #330
    0
  6. #329 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 21:38
    จ้าาา ซื้อบ้านข้างๆเลยเนอะ
    #329
    0
  7. #328 StronglyLoaom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 20:57
    ่อ่านเรื่อยๆลงมานะ คือไม่มีไรนอกจากเรื่อง ไอโต้งละ คือมันติดอ่ะ ติดมาก คนอื่นอาจจะไม่เเต่ชั้นเอามาขำ คือรุ่นพ่อเเม่ก็เเคน คูณ เหยี่ยว ลูกมานี่มาเป็นไก่เลย555
    #328
    0
  8. #327 Panther Navy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 20:34
    อะจ้าาาาาคนรวย
    #327
    0
  9. #326 mielovekie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 02:40
    ตามวิวาห์ทำไม
    #326
    0
  10. #325 NNNNB_NINJANORAH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 23:38
    อาเมฆเลี้ยงมากับมือ 5555 โลกันตกลัวใบข้วเหมือนเดิมมมม
    #325
    0
  11. #324 iinm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 22:02
    ชอบก็ต้องยอมรับนะครับบบ
    #324
    0
  12. #323 cafe milk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 21:27
    สมกับเป็นหลานรักอาเมฆอยู่ด้วยกันมากไปถอดกันมาเป๊ะๆ //ชอบความครอบครัวนี้จัง
    #323
    0
  13. #322 nuttha1990_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 21:02
    ใครตามวิวาห์
    #322
    0
  14. #321 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 20:54
    55555 โดนรุม
    #321
    0
  15. #320 d_khimmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 20:54

    ชอบพาร์ทครอบครัวจังเลย น่าร้ากกกก
    #320
    0
  16. #319 Panther Navy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 20:54
    ไม่ไหวๆ
    #319
    0
  17. #318 StronglyLoaom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 20:09
    นักรบเเกควรฟังเเม่เเกนะ จะว่าไปเรื่องของนิสัยมันถ่ายทอดกันจากอาเมฆสู่หลานรึเปล่า กวนติงเหมียนกันเลยย
    #318
    0
  18. #317 Sasichi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 15:24
    ของเค้าแรงถึงใจ
    #317
    0
  19. #316 iinm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 08:27
    เอ็นดูเจ้าวาร์ หนูน่าจะเอาเสื้อฟาดหัวอีกสักที 5555555
    #316
    0
  20. #315 mielovekie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 04:23
    พ่อแม่น่าจะเห็นเเวว มวยถูกคู่จริงๆ555
    #315
    0
  21. #314 Npupu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 04:16
    ไม่มีใครสงสารนักรบเลยนะคะ เราก็เช่นกัน5555
    #314
    0
  22. #313 mewcha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2564 / 00:46
    ครอบครัวบันเทิง 5555
    #313
    0
  23. #312 firstzy93 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 22:46
    มีแต่คนสมน้ำหน้า 555
    #312
    0
  24. #311 G'DayCutie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 21:44

    ถึงขั้นใส่เฝือกอ่อน 5555
    น้องเดินออกจากห้องสภาพนั้น รบไม่สติแตกเหรอ
    #311
    0
  25. #310 Rich99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2564 / 21:23
    ทำไมรู้สึกหมั่นไส้นักรบอยู่เลย
    #310
    0