I am real | ฉัน... คือฉัน

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 Complete 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 623 ครั้ง
    13 เม.ย. 64






บทที่ 5







   

เรื่องน่าเบื่อของวันอาทิตย์คือฉันต้องออกมานอกบ้าน ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจไว้ว่าจะนอนเล่นอยู่ที่บ้านกับเจ้าวุ้นสักหน่อย และเหตุผลที่ต้องออกมาก็เพราะว่าต้องเอากีตาร์มาเปลี่ยนสายใหม่ ดันลืมไปว่าต้องเอาไปเล่นดนตรีเปิดหมวกวันพรุ่งนี้เพื่อหาเงินมาใช้ในค่ายอาสา


“สวัสดีค่ะ” ผลักประตูเข้ามาในร้านขายอุปกรณ์รวมทั้งเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ แล้วเอ่ยทัก พี่เจ้าของร้านที่ง่วนกับการเช็กกลองชุดอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มกว้างส่งมาให้ “พี่เต้เปลี่ยนสายกีตาร์ให้วาห์หน่อยสิ มันขาดอะ”


“เล่นยังไงให้ขาด”


“เล่นมันไปหน่อยมั้งพี่”


“เออ เดี๋ยวเปลี่ยนให้ เอ็งเล่นนั่นเล่นนี่รอไปก่อน” ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินดูเครื่องดนตรีในร้าน 


พี่เต้เปิดร้านนี้ตั้งแต่ฉันเรียนอยู่มัธยมต้น ฉันใช้บริการร้านนี้จนสนิทกับพี่เขา เวลามีอะไรใหม่ ๆ เข้าร้านพี่เต้ก็จะทักมาบอกตลอด เผื่อฉันอยากได้พี่แกจะได้เก็บไว้ให้ 


“เออไอ้วาห์ มีกีตาร์ไฟฟ้าตัวใหม่เข้ามาเมื่อเช้า ลองไปเล่นดูดิเผื่อถูกใจ”


“หาเรื่องขายของว่ะพี่”


“นิด ๆ หน่อย ๆ น่า”


“ตัวนี้ป่ะ” หยิบกีตาร์ไฟฟ้าสีดำตัดแดงให้พี่เต้ดู เมื่อพี่เขาพยักหน้ารับฉันก็เสียบแจ็กต่อสายเข้ากับแอมป์ นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดแล้วเริ่มโซโล่กีตาร์ บอกเลยว่าเสียงดีถูกใจนังวิวาห์คนนี้มาก 


อยากได้...แต่ที่บ้านก็มีอยู่แล้วสี่ตัวไม่รวมกีตาร์โปร่ง เบสอีกสอง กลองชุดหนึ่ง คีย์บอร์ดหนึ่ง 


แต่ซื้อไปเพิ่มก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง เด็ก ๆ ที่บ้านจะได้มีเพื่อนเล่น


“เจ๋งนี่” หยุดมือที่กำลังดีดสายกีตาร์แล้วเงยหน้ามองตามเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใครฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่ไว้หน้าจนคนมองขมวดคิ้วมุ่น ทำไมฉันต้องมาเจอนายนักรบที่นี่ด้วย 


นี่ฉันเจอหน้าเขามาสามวันติดแล้วนะ มันจะบังเอิญเกินไปแล้วมั้ง 


“ทำหน้าทำตา”


“พี่เต้ เสร็จยัง”


“มาไม่ถึงสิบนาทีเอ็งจะมาเร่งพี่แบบนี้ไม่ได้นะวิวาห์” ส่ายหัวให้ฉันแล้วมองไปที่นายนักรบ จากนั้นก็เอ่ยถามว่า “เอ็งมาเอาไม้กลองรุ่นลิมิเต็ดที่สั่งไว้ใช่ไหมนักรบ”


“ใช่พี่”


“พอดีเลย พี่เพิ่งแกะสลักชื่อเสร็จเมื่อเช้า”


“พี่เต้...” ฉันกดเสียงเรียกพี่เต้ ไหนบอกว่าไม่มีไง “ทำไมตอนหนูถามบอกไม่มี”


“ก็นักรบมันสั่งก่อน ของก็เข้ามาที่ร้านแค่ชุดเดียว”


“จำไว้เลยนะพี่”


“ให้ยืมเล่นก็ได้นะ”


“ไม่จำเป็น” ฉันวางกีตาร์ลงกับขาตั้ง จากนั้นก็เดินเลี่ยงมาที่มุมหนึ่งของร้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเปียโนสีขาวตัวใหญ่ นั่งลงแล้วไล่มือไปตามโน้ตจนเกิดเป็นเสียงเพลงขึ้นมา


“ไหนว่าเล่นไม่เป็น” มารับของไม่ใช่เหรอ ได้ของแล้วก็กลับไปสักทีสิ จะมายุ่งวุ่นวายกับคนอื่นทำไมนัก ก็น่าจะเห็นอยู่ไม่ใช่หรือยังไงว่าฉันไม่อยากเสวนาด้วย “อ้อ ลืมไปว่าไม่ใช่วิเวียน”


ตึ๊ง!


“จะยุ่งอะไรกับฉันนักหนา”


“วิเวียนไปไหนเหรอ”


“ฉันบอกว่ามันตายไปแล้วไง!” ตะโกนใส่หน้าเขาเสียงดังจนพี่เต้ที่กำลังเปลี่ยนสายกีตาร์ให้ฉันเงยหน้าขึ้นมามอง นี่เขายังคงเชื่อว่าฉันคือวิเวียนสินะถึงได้มาถามอะไรแบบนี้ 


“นายลองไปหาดูนะ ว่าวิเวียน รัตนภาษิต มีอยู่บนโลกนี้หรือเปล่า!


“ถ้าฉันหาเจอเถอะจะให้อะไร”


“ถ้านายหาเจอก็รบกวนเอาน้องฉันมาคืนให้ด้วยแล้วกัน” ที่วิเวียนหายไปมันก็เป็นเพราะนาย!


“ได้” เขาตอบรับแล้วล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็กดอยู่ไม่กี่ครั้งแล้วโทรออก ซึ่งไม่นานคนที่อยู่ปลายสายก็รับ “มึงหาประวัติของวิเวียน รัตนภาษิต มาให้กูอย่างละเอียด และกูต้องได้ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้”


“...” ฉันจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา


“เป็นไปได้ก็รีบหาตัวให้เจอภายในวันนี้ด้วย”


“หึ” ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ “ต่อให้ตามหาทั้งชาติ...นายก็ไม่มีวันเจอตัววิเวียนหรอกนักรบ”


“คอยดู...” กระตุกยิ้มอย่างร้ายกาจแล้วเดินออกจากร้านไป มั่นใจนักนะ ถ้ารู้ว่าวิเวียนตายไปตั้งแต่เกิดนายยังจะมั่นได้อย่างที่เป็นแบบนี้อยู่ไหมนะ แล้วไอ้อีเมลที่วิเวียนเคยส่งไปหานั่นน่ะ...เคยอ่านบ้างไหม






หลังจากเปลี่ยนสายกีตาร์เสร็จฉันก็เข้ามาหามื้อเที่ยงกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่น สั่งนั่นสั่งนี่แล้วรีบกิน ฉันว่าฉันจะไปซื้ออาหารเปียกให้เจ้าวุ้นด้วย ช่วงนี้กินเปลืองมาก เกิดหมดขึ้นมาแล้วจะโดนเจ้านายตัวแสบงอนเอาได้


พึ่บ!


ฉันตวัดสายตามองคนที่ทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ชอบใจนัก นี่มันก็เกือบชั่วโมงแล้วนะ ทำไมเขายังไม่ออกไปจากห้างสักที แล้วเขาน่ะรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ส่วนไหนของห้าง ทำไมถึงหากันเจอได้ง่ายดายเช่นนี้


“มีเรื่องสงสัย”


“เรื่องของนาย”


“เธอ...หลอกฉัน”


“ฉันมีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำแบบนั้น”


“น้องเธอตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วไม่ใช่? แล้วคนที่อยู่กับฉันเมื่อปีก่อนมันจะเป็นใครถ้าไม่ใช่เธอ”


“ถ้าแค่ร่างกายล่ะก็ใช่...” เมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว 


ก็มันจริงไหมล่ะ...ร่างกายน่ะเป็นของฉัน แต่จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างตอนนั้นมันไม่ใช่ฉัน ก็ถือว่าฉันไม่ได้หลอกเขา คนที่หลอกเขาคือวิเวียนต่างหาก 


“ไปนึกดี ๆ นะว่าวิเวียนมันบอกอะไรนายไว้บ้าง”


“เธอจะเล่นตลกอะไรอีก คนตายมันจะมาบอกอะไรฉันได้”


“นั่นสิ...คนตายมันจะบอกอะไรได้ถ้าไม่ใช่ความจริง”


“คิดว่าฉันจะโง่เชื่อเธอเหรอวิวาห์” แววตาของคนตรงหน้ามืดครึ้มขึ้นมาทันควัน ฉันที่ไม่เคยเจอแบบนั้นก็ตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย แค่เล็กน้อยเท่านั้นนะ... “เธอกล้าดียังไงถึงมาหลอกฉัน”


“แล้วนาย...กล้าดียังไงมาทำร้ายน้องฉัน”


“เลิกอ้างน้องเธอสักทีวิวาห์ เธอเป็นคนทำเธอก็ยอมรับมา” เรื่องอะไรฉันต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ “ถ้ายอมรับมาตรง ๆ ว่าเธอหลอกฉันตั้งแต่ปีก่อน ฉันจะยกโทษให้ก็ได้”


“ฉันไม่มีอะไรต้องยอมรับทั้งนั้น”


“รอรับชะตากรรมของเธอได้เลย” เขาว่าก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินหายออกไปจากร้านอาหาร ฉันจะคอยดูว่าคนอย่างเขาจะทำอะไรฉันได้


หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ออกจากร้านอาหาร แบกกีตาร์กลับมาที่บ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ว่าจะไปหาซื้ออาหารเปียกให้เจ้าวุ้นก็ไม่ได้ไป เนื่องจากมีคนมาทำให้อารมณ์เสียเป็นรอบที่สองของวันซะก่อน และเหมือนเจ้าวุ้นจะรู้ว่าฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี เลยเข้ามาออดอ้อนฉันอยู่พักใหญ่จนฉันอารมณ์ดีขึ้น และนี่คือข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการเลี้ยงแมวตัวนี้


“ดูสิ ไม่ได้ซื้อขนมมาให้เลย”


เมี้ยว ~


“พรุ่งนี้แล้วกันเนาะเจ้านาย”


ตื๊อดึ่ง!


          เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือทำให้ฉันต้องหยิบขึ้นมาดู อาจารย์ประจำวิชาส่งข้อความอะไรสักอย่างมาในกลุ่มไลน์ที่รวมนักศึกษาชั้นปีที่สองสาขาคอมพิวเตอร์ไว้

ภาคคอมฯ ปีสอง (58)


อ.วรรณา :: นักศึกษาที่เรียนกับอาจารย์คาบบ่ายพรุ่งนี้ มาเรียนรวมกับเพื่อนในคาบเช้าแทนนะคะ เนื่องจากอาจารย์ติดธุระตอนบ่าย


Thanatat :: ไม่ไปไม่ได้เหรอจารย์


พฤกษ์ :: +1


อ.วรรณา :: สอบเก็บคะแนน เจอกันแปดโมงตรง


อ.วรรณา :: ขาด ลา มาสาย ปรับตกค่ะ


Thanatat :: โหจารย์...


ฉันได้แต่มองข้อความของอาจารย์วรรณาตาปริบ ๆ ไม่นานนักก็ต้องรีบปิดเสียงแจ้งเตือน เพราะเพื่อนในกลุ่มต่างร่วมใจกันส่งสติกเกอร์และข้อความโอดโอยกับอาจารย์


เรื่องไปเรียนเช้าไม่มีปัญหานะ แต่พวกฉันนัดกันไว้ว่าจะตั้งดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดนัดของมหาวิทยาลัยตอนห้าโมงเย็น นั่นหมายความว่าหลังเลิกเรียนคาบเช้า พวกฉันต้องสิงสถิตอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนถึงเย็น จะให้ขับรถกลับมาบ้านก็ขี้เกียจ เพราะถ้าได้กลับบ้านแล้ว ฉันมั่นใจเลยว่าฉันไม่ออกไปที่มหาวิทยาลัยเป็นรอบที่สองแน่





 

บทพิเศษ :: นักรบ


โคตรหงุดหงิด...


ตั้งแต่ไปคุยกับเด็กวิเวียนหรือวิวาห์อะไรนั่น ความหงุดหงิดมันก็ถาโถมเข้ามาใส่ ตอนแรกว่าจะแหย่เล่นตามประสาคนเคยรู้จักเพราะเห็นว่าเมินผมตั้งแต่ที่เจอกันวันแรกในรอบปี แถมยังโดนหลอกว่าเป็นคนที่ตายไปแล้วยี่สิบปีอีก 


จะบอกว่าปีก่อนนู้นผมอยู่กับผีเหรอ? 


ตลกเถอะ!


“เป็นเหี้ยอะไร อยู่ ๆ ก็เรียกมาที่สนาม” เหลือบขึ้นมองไอ้ซานที่เดินมาทิ้งตัวนั่งที่โซฟาตรงกันข้าม ก่อนจะตามมาด้วยไอ้บรรทัด พอดีผมมีเรื่องสงสัย และต้องการไขข้อสงสัยนั้นเดี๋ยวนี้ “ไม่ตอบกูอีก”


“ไอ้ทัด”


“มีไร มองหน้าแบบนี้คือ?


“เพื่อนน้องมึงชื่ออะไรแน่”


“วิวาห์ไง”


“แล้วคนที่อยู่กับกูใช่เพื่อนน้องมึงคนนี้ไหม” ไม่รู้ว่าคำถามมันยากไปหรือยังไง ไอ้บรรทัดมันเลยมองหน้าผมแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จากนั้นก็นิ่งเงียบจนต้องกระตุ้น “ว่าไง ใช่คนนี้ไหม”


“มันไม่ใช่เรื่องที่กูจะต้องพูด”


“แต่มึงต้องพูด ไม่งั้นกูจะไปเค้นคอถามน้องมึงเอง” พี่น้องบ้านนี้มีสัมผัสแปลก ๆ น้องมันเห็นวิญญาณและรับรู้ชะตาของคนรอบข้างได้ ส่วนตัวไอ้บรรทัดมันเห็นวิญญาณและหยั่งรู้อนาคต “จะตอบกูไหม”


“ตอนนั้น...ไม่ใช่วิวาห์” ไม่ใช่...จริง ๆ เหรอวะ 


ถ้าเป็นคนอื่นพูดคงไม่เชื่อสักเท่าไร แต่นี่เป็นไอ้บรรทัด เพื่อนที่คบกันมานาน แถมยังเคยพิสูจน์มาแล้วว่าที่มันเห็นเนี่ยจริงหรือไม่จริง 


“แต่ก็ว่าไม่ได้”


“พวกมึงคุยเหี้ยอะไรกันวะ” ไอ้ซานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ท้วงขึ้นมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจมัน


“มึงหมายความว่าไง”


“ร่างใช่...แต่วิญญาณไม่ใช่” สิ่งที่ได้ยินทำเอาขมวดคิ้วหนัก “ดินสอเคยเล่าให้ฟังว่ามีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง แต่เพื่อนคนนั้นพิเศษตรงที่มีสองจิตวิญญาณอยู่ในร่างเดียวกัน”


“เรื่องแบบนี้มันมีจริงเหรอวะ” ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับไอ้ซาน


“อารมณ์เดียวกับโดนผีสิง” งั้นแสดงว่าวิเวียนสิงวิวาห์ตอนอยู่กับผมเหรอ เป็นไปได้จริง ๆ เหรอ “แต่ของวิวาห์คือยอมให้น้องอาศัยร่างอยู่เอง ตอนที่อยู่กับมึง วิวาห์อยู่ไหนไม่รู้...”


“แสดงว่าที่ไอ้รบอยู่ด้วยก็ผีดิวะ” เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับผมจริง ๆ เหรอ ทำไมถึงมองไม่เห็นถึงความสมเหตุสมผลของสิ่งที่บรรทัดมันพูดมาเลยวะ 


แต่แม่ง...ขนลุกแล้วสัตว์ 


“รบ...มึงเอากับผีเหรอวะ”


“ไอ้สัตว์ซาน!


“เรื่องหนึ่งที่พูดได้” ละสายตาจากไอ้ตัวกวนประสาท หันกลับมามองบรรทัดที่ขมวดคิ้วเหมือนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้สักเท่าไร “ความจริงคนที่ต้องเจอมึงคือวิวาห์ แต่มันดันไม่ใช่ ตอนนั้นมันเลยเกิดเรื่อง”


“เรื่องไร?


“ถ้าตอนนั้นคนที่เจอมึงคือวิวาห์ ตอนนี้มึงสองคนน่าจะแฮปปี้ แต่เป็นเพราะวิเวียนมาแทรก ชะตามึงสองคนเลยเปลี่ยน” ชะตาเปลี่ยน? หมายถึงผมกับยัยเด็กวิวาห์เนี่ยนะ “ดินสอบอกมาแบบนั้น”


“แล้วตอนนี้มึงเห็นอนาคตกูไหม”


“เห็นราง ๆ” ผมพยักหน้ารับ รอฟังในสิ่งที่เพื่อนจะพูด “ทุลักทุเลเอาการ ทะเลาะกันฉิบหาย แค่นั้น”


“มึงมองไม่เห็นเหรอวะว่าไอ้รบมันจะได้ครองคู่กับน้องเขาหรือเปล่า” มึงนี่ก็คิดไปไกลจังนะไอ้ซาน เอาปัจจุบันเวลาเจอหน้าไม่ตีกันตายก่อน


“ไม่เห็นถึงขั้นนั้น แต่...”


“แต่อะไร?” ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนขมวดคิ้วมองมาที่ผม


“จองโรงพยาบาลเลย วิวาห์ทำมึงเข้าโรงพยาบาลแน่...ไม่ช้านี้”


“เวรเถอะบรรทัด” ตัวก็แค่นั้นจะทำให้ผมเข้าโรงพยาบาลได้ยังไงวะ เพื่อนผมมันแหย่เล่นหรือเปล่า ผมส่ายหัวแล้วหันไปหาไอ้ซาน “มึงไปแข่งกับกูไหมซาน”


“เออ เอาดิ” 


เมื่อเพื่อนตอบรับผมก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปดูรถแข่งที่กำลังเช็กเครื่องยนต์อยู่ สนามนี้เป็นสนามที่ผมเปิดขึ้นเอง รายได้ก็ดีระดับหนึ่ง เพราะค่าเข้ารวมทั้งเงินเดิมพันสูงเอาการ



ต่อมาเมื่อรถพร้อมที่จะลงสนามก็ขับมาจอดประจำที่ รอไม่นานนักไอ้ซานมันก็ขับรถมาจอดเทียบข้าง การแข่งขันครั้งนี้ไม่มีการวางเงินเดิมพันเพราะแข่งกันเล่น ๆ รอบที่จะมีการเดิมพันกันจะเริ่มขึ้นหนึ่งทุ่มตรงของวัน ซึ่งผมคงไม่ได้อยู่ดู เนื่องจากว่ามามี้เรียกตัวกลับบ้านไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว     


          บรื้น!                  

     เร่งเครื่องทักทายกันก่อนจะรอสัญญาณออกตัว เมื่อได้รับสัญญาณรถก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่ารอบนี้ใครจะชนะเหมือนกัน เพราะทั้งผมและไอ้ซานผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด จะบอกว่าใครเก่งกว่าก็บอกยาก เพราะว่าฝีมือสูสีกันทั้งคู่


ผ่านไปหนึ่งรอบสนามเป็นผมที่ขึ้นนำ แต่ไอ้ซานไม่ปล่อยให้ผมทิ้งห่าง รีบเร่งเครื่องตามกันมาติด ๆ รถสองคันไล่บี้กันอยู่จนครบสามรอบสนาม ผลออกมาว่าเป็นผมที่ชนะไอ้ซาน รอบนี้ยกเครื่องใหม่ แรงกว่าเดิมมากโข ไม่ชนะก็ให้มันรู้ไปสิวะ เสียเงินกับการยกเครื่องรอบนี้ไปตั้งหลายแสน


“ไอ้ห่า! มึงเอากูมาทดสอบเครื่องใหม่นี่หว่า”


“โง่เอง”


“คราวหน้ากูจะเบียดให้ตกสนามตายเลยมึง”


“ทำได้ก็ลองดู” ยักคิ้วให้เพื่อนที่ยืนหน้ามู่สองสามที จากนั้นก็เข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเตรียมกลับบ้าน ส่วนไอ้เพื่อนสองตัวนี้ก็ช่างมัน เพราะธุระที่ผมเรียกพวกมันมาคุยก็จบลงไปตั้งแต่ชั่วโมงก่อนแล้ว


“กลับเลยเหรอไอ้รบ”


“เออ มี้เรียก”


“ไปด้วยดิ อยากเจอเจ๊ข้าวหอมคนสวย” มองคนที่พูดถึงพี่สาวตัวเองอย่างนึกหมั่นไส้ ไอ้นี่มันจริง ๆ เลยนะ ทั้ง ๆ ที่พี่ชายของคนที่มันจีบนั่งอยู่ข้าง ๆ ยังกล้าพูดถึงผู้หญิงคนอื่นขึ้นมาต่อหน้าต่อตา


“อยากโดนแด๊ดกับไอ้กีย์ไล่ฆ่าก็เอาดิ” เมื่อพูดแบบนั้นไอ้ซานก็ออกอาการหน้าซีดหน้าเซียว 


มันเคยเจอแด๊ดอยู่ไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งที่เจอมันก็ไม่กล้าเล่นทะลึ่งตึงตังอะไรมากเพราะกลัวแด๊ดเด็ดหัวเอา ส่วนโลกีย์มันก็เจอบ่อย เพราะไอ้กีย์มันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แถมพวกผมกับเพื่อนของมันก็สนิทกันพอควร แต่ถึงจะเจอบ่อยไอ้ซานก็ไม่กล้ากวนตีนโลกีย์มากหรอก เพราะโลกีย์มันโคลนนิ่งมาจากแด๊ด


“ขนลุกเลยครับ”


“ไปไหมสรุป?


“ไม่ไปครับ ฝากสวัสดีพ่อแม่พี่น้องมึงด้วยแล้วกันครับ”


“เออ” พยักหน้ารับแล้วเดินมาคร่อมบิ๊กไบค์คันงามที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆ ผมเล่นทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์นั่นแหละ วิธีการเลือกใช้งานก็แล้วแต่อารมณ์และสภาพอากาศของวันนั้น


ใช้เวลาขับรถกลับบ้านเกือบสี่สิบนาทีก็ถึง ตอนนี้รถที่จอดอยู่บ้านนั้นครบทุกคน นั่นก็หมายความว่าเหลือแค่ผมคนเดียวเท่านั้น เข้าไปคงโดนมามี้บ่น แล้วก็คงจะโดนแด๊ดมองแรงใส่แน่


“เฮียรบ!” เสียงใสดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวเล็กที่วิ่งลงมาจากบันไดชั้นสองแล้วกระโดดกอดผมจนเสียหลัก 


น้องสาวบุญธรรมคนเล็กของบ้าน...จำได้ว่ามีคนเอาโรซี่มาทิ้งไว้ที่บ้านตอนผมอายุได้เก้าขวบ ข้าวหอมขอให้มามี้เลี้ยงไว้ จนตอนนี้อายุได้สิบเอ็ดปีแล้ว 


“เฮียรบไม่เห็นกลับมาเล่นกับโรซี่บ่อย ๆ เหมือนที่พูดไว้เลย”


“ก็เฮียมีเรียนไง”


“สตอนัก” เสียงพี่สาวคนสวยดังขึ้นจากทิศทางของห้องครัว


“ไรล่ะ หาเรื่องเหรอ”


“หาเรื่องอะไร ฉันไปหาแกที่คณะไม่เคยเจอแม้แต่เงาหัว”


“ก็ไปวันที่มีเรียนดิวะ”


“เถียงกันอีกแล้ว โรซี่ไปหาเฮียขุนดีกว่า!” เจ้าตัวเล็กว่าแล้ววิ่งแจ้นไปอีกทางห้องนั่งเล่นฝั่งที่มีตู้ปลา เห็นดังนั้นผมก็เลยส่ายหัวให้เบา ๆ ด้วยความเอ็นดู


“มาแล้ว?” หันไปมองพี่ชายที่เดินลงมาจากชั้นสองแล้วพยักหน้าให้ คนที่หน้าเหมือนแด๊ดคนนี้คือโลกีย์ พี่ชายของผมเอง แต่บ้านผมไม่มีใครเรียกพี่ว่าพี่สักคน มันชินตั้งแต่เด็กแล้วแหละมั้ง “ตัวเล็กไปไหน”


“อยู่กับไอ้ขุน” โลกีย์มันพยักหน้ารับแล้วเดินเบี่ยงไปทางที่โรซี่วิ่งไป ดังนั้นผมจึงเดินไปเกี่ยวคอข้าวหอมแล้วเดินตามไอ้กีย์มันต้อย ๆ ตรงห้องนั่งเล่นนี่อยู่ครบทุกคนเลย ทั้งแฝดผม แล้วก็แด๊ด ส่วนมามี้น่าจะกำลังทำกับข้าวอยู่ล่ะมั้ง


“แด๊ด...คิดถึงจัง ขอตังค์หน่อย”


“ตีนนี่” เมื่อหยอกจนคนแก่นิ่วหน้าอย่างหงุดหงิดผมก็ยกยิ้มขึ้นมา เชื่อไหมว่าอีกไม่ถึงชั่วโมงจะมีเงินเข้าบัญชีผมอย่างต่ำหนึ่งล้าน ถึงจะว่านั่นว่านี่ แต่พอขอเงินก็ได้ทุกรอบอะ แด๊ดผมน่ารักที่สุด “มาก็สาย”


“นี่บิดหูตั้งแล้วนะ”


“หึ”


“แด๊ดขา โรซี่อยากไปเที่ยวทะเล” เจ้าตัวเล็กที่นั่งตักไอ้ขุนดูสารคดีอยู่เงยหน้าขึ้นมาบอก ส่งสายตาออดอ้อนวิบวับไปให้ ใครเห็นก็ต้องยอมอะบอกเลย ตั้งแต่เด็กจนโตทุกคนในบ้านแพ้สายตาแบบนี้ของโรซี่หมด “แด๊ดขา โรซี่อยากไปจริง ๆ นะ”


“ปิดเทอมก่อน” เห็นไหม...ขนาดแด๊ดที่ว่าแข็งกระด้างยังยอม


“เย้!” ร้องออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะลุกจากตักไอ้ขุนแล้วพุ่งเข้าไปหอมแก้มของแด๊ดฟอดใหญ่ ต่อมาไม่นานเจ้าตัวเล็กของบ้านก็ถูกไอ้กีย์หิ้วปีกขึ้นไปนั่งบนตักแล้วกอดไว้แน่น “ไรอ่า...โรซี่ยังหอมแก้มแด๊ดไม่เสร็จเลยนะเฮียกีย์”


“พอแล้ว”


“มาหอมเฮียบ้างสิ” พูดจบก็ได้รับสายตาฟาดฟันมาจากพี่ชายคนโตของบ้าน ส่วนคนอื่นส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ แล้วมองสถานการณ์ต่อ เพราะผมมีแววโดนไอ้กีย์เตะในไม่ช้านี้ “วันนี้ยังไม่ได้หอมแก้มเฮียเลยนะ”


“จริงด้วย! เหลือเฮียรบคนเดียวนี่นา” ทำท่าจะปีนลงจากตักไอ้กีย์แล้วมาหาผม แต่ก็โดนรัดไว้แน่นกว่าเดิม “เฮียกีย์ปล่อยโรซี่เลยนะ โรซี่จะไปหาเฮียรบ”


“ไม่ต้องไป” บอกกับน้องก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม “อย่าหาเรื่อง”


“เชอะ งั้นคืนนี้ไปนอนกับเฮียที่ห้องดีไหม”


“แต่ว่าโรซี่สัญญากับเฮียกีย์ไว้แล้วว่าจะนอนเป็นเพื่อนเฮียกีย์”


“โหไอ้กีย์ มึงจะงกน้องไว้คนเดียวแบบนี้ไม่ได้ไง ก็แบ่ง ๆ กันบ้างเถอะ”


“เรื่อง?” ไอ้ขี้หวงเอ๊ย!


“มาถึงก็ก่อกวนเลยนะนักรบ”


“คิดถึงมี้จัง” พูดแล้วลุกขึ้นไปกอดคนสวยเอวบาง ถึงอายุอานามจะปาเข้าไปเกือบจะห้าสิบแล้ว แต่ว่ามามี้ของผมยังสวยใสอยู่เลย ไปเดินนอกบ้านทีแด๊ดนี่หวงแทบไม่หวาดไม่ไหว “สวยขึ้นหรือเปล่าเนี่ย”


“ไม่ต้องมาพูดดี”


“โธ่มี้...”


“มึงจะออกมาดี ๆ หรือให้กูยิง?” พอเป็นเรื่องมามี้ล่ะพูดยาวเหยียดเชียวนะแด๊ด และพอเห็นว่าแด๊ดเริ่มควันออกหูผมก็หอมแก้มมี้โชว์ไปสองสามที เรื่องขี้หวงเนี่ยไม่แพ้กันเลยนะทั้งแด๊ดทั้งไอ้กีย์ “ไอ้เวร!


“เลิกตีกันแล้วไปกินข้าว” 


เมื่อมามี้ออกปากสั่งทุกคนก็โยกย้ายกันไปที่ห้องอาหาร ระหว่างกินข้าวก็มีพูดคุยกันบ้าง ไม่ได้เคร่งเรื่องมารยาทอะไรขนาดนั้น แต่กับคนนอกที่ไม่ใช่ญาติสนิทมิตรสหายผมก็ไม่พูดนะ นั่งกินเงียบ ๆ เหมือนคนเคร่งเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารไปเลย


“นี่เฮียกีย์จะทำแกงโฮะให้โรซี่กินเหรอคะ” ยัยตัวเล็กของบ้านบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนัก ผมมองจานข้าวของน้องมันก็พบว่าไอ้กีย์ตักนั่นตักนี่ให้น้องจนเต็มจาน เกือบจะเป็นแกงโฮะอย่างที่น้องมันว่านั่นแหละ


“เดี๋ยวกินไม่ทัน”


“หูย กินแบบนี้โรซี่ก็อ้วนสิ”


“ตัวก็แค่นี้”


“อ้วนเป็นถังแก๊สพวกเฮียก็อุ้มไหวน่า” เอ่ยเย้าเมื่อเห็นน้องมันทำหน้ามู่ทู่ ตัวแค่นี้จะเอาอะไรมาอ้วนอย่างที่ไอ้กีย์มันว่านั้นแหละ ขึ้น ป.ห้า แล้วแต่ตัวนิดเดียวเอง


“โรซี่ไม่ได้อ้วนสักหน่อยนะเฮียรบ”


“กินข้าว”


“ค่า...” ตอบรับเมื่อไอ้กีย์มันสั่ง




หลังจากจบมื้ออาหารพวกเราก็ย้ายมาที่ห้องนั่งเล่นเหมือนเดิม เมื่ออาหารเริ่มย่อยข้าวหอมก็เป็นคนแรกที่ขึ้นไปบนห้อง รายนั้นน่ะต้องอ่านหนังสือเรียนทุกวัน ตอนนี้ก็อยู่ปีห้าแล้ว ต้องขึ้นวอร์ดแล้วก็เรียนไปพร้อม ๆ กัน ส่วนไอ้กีย์ก็เข้าไปทำงานกับแด๊ดที่บริษัท เดี๋ยวอีกสักพักไอ้ทัพมันก็ต้องเข้าไปช่วยไอ้กีย์อีกแรง

บ้านผมน่ะเป็นมาเฟียเกือบเก่า...ที่ว่าเกือบเพราะว่าแด๊ดเริ่มจะวางมือแล้ว พวกอาวุธที่แด๊ดกับพวกอาเมฆอาหมอกเคยทำก็เลิกกันไปหมดแล้ว ตอนนี้มีกิจการเกี่ยวกับกาสิโน ซึ่งพวกผมก็เข้าไปดูแลส่วนนี้แทนบ้าง ในอนาคตผมมีแผนจะทำอะไรสนุก ๆ เกี่ยวกับพวกการพนันด้วย แต่ไม่บอกหรอกนะว่าเป็นอะไร เอาไว้ลุ้นกันในอนาคต


จบบทพิเศษ








ซวยฉิบหาย...


ทั้ง ๆ ที่รีบออกจากบ้านเพราะกลัวรถติดแล้วจะไปไม่ทันสอบเก็บคะแนน แต่รถดันมาตายเอากลางทาง นี่ฉันโทรเรียกช่างแล้วแต่ช่างยังไม่มาเลย บอกให้รอสักสี่สิบนาที แต่อีกยี่สิบนาทีฉันจะสอบแล้วไง สุดท้ายก็ตัดสินใจจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ แล้วโบกแท็กซี่ไปมหาวิทยาลัยแทน แต่แท็กซี่ก็กวนตีน ไม่จอดรับสักคัน!


ปรี๊น ปรี๊น!


หันไปมองบิ๊กไบค์คันใหญ่ที่จอดอยู่ท้ายรถฉันอย่างเหนื่อยใจ ทางมันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ จะมาจอดบีบแตรใส่ทำไมก็ไม่รู้ ฉันว่าฉันก็ไม่ได้จอดขวางถนนสักหน่อย


ปรี๊น ปรี๊น!


“โว้ย!” สบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินไปยังจุดที่บิ๊กไบค์คันโตจอดอยู่ จากนั้นก็ส่งเสียงถาม “มีปัญหาไรคะ”


“รถเป็นไร” ถามออกมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่เปิดหน้ากากขึ้น


“เสียค่ะ”


          “เสียแล้วขับมาทำไม” ก็ถ้ารู้ว่ามันจะเสียกลางทางฉันจะขับออกมาทำไมล่ะเว้ย! แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คนตรงหน้าก็เปิดหน้ากากหมวกกันน็อกขึ้น เผยให้เห็นช่วงตาคมทั้งสองของเขา “ไปส่งป่ะ” 

           “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย” บอกแล้วเดินกลับมายืนหน้ารถ โบกมือเรียกแท็กซี่ที่กำลังมา...แต่แล้วแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับผ่านหน้าฉันไปโดยไม่มีการชะลอแม้แต่น้อย เวรเอ๊ย! คนยิ่งรีบ ๆ อยู่


“ไม่ไปแน่?


“นายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาวะนักรบ”


“ฉันเป็นพี่เธอ พูดให้มันดี ๆ”


“ก็ฉันจะพูดแบบนี้” 


บอกแล้วเดินกลับมายืนหน้ารถ โบกมือเรียกแท็กซี่ที่กำลังมา...แต่แล้วแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับผ่านหน้าฉันไปโดยไม่มีการชะลอแม้แต่น้อย 


เวรเอ๊ย! คนยิ่งรีบ ๆ อยู่


“ไม่ไปแน่?


“นายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาวะนักรบ”


“ฉันเป็นพี่เธอ พูดให้มันดี ๆ”


“ก็ฉันจะพูดแบบนี้” เหล่สายตามองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด เรียกแกร็บก็ไม่รู้ว่าจะทันไหม แต่มันก็ดีกว่าเรียกแท็กซี่ล่ะวะตอนนี้ และระหว่างกำลังจะเรียกแกร็บ ดิหหนสอก็โทรเข้ามาก่อน ฉันจึงกดรับแล้วส่งเสียงเบา ๆ


[มึงอยู่ไหนเนี่ย มันจะได้เวลาเข้าห้องแล้วนะ]


“รถกูเสีย แท็กซี่ก็ไม่จอด นี่กูกำลังจะเรียกแกร็บ”


[จะทันเหรอมึง แถวนั้นไม่มีวินมอเตอร์ไซค์เหรอ]


“ถ้ามีกูก็โบกไปแล้วดิ” ไม่มีหรอกวินมอเตอร์ไซค์ มีแต่ไอ้บ้าบิ๊กไบค์ที่ยังคงจอดมองหน้าฉันอย่างกวนเบื้องล่างเนี่ย จะให้ไปกับเขาก็ไม่ใช่เรื่อง สนิทกันหรือก็ไม่ แถมไม่ถูกขี้หน้ากันอีกต่างหาก “ไม่เอาคะแนนก็ได้วะแม่ง”


[มึงจะบ้าเหรอ ห้าคะแนนเลยนะเว้ยรอบนี้]


“แล้วมึงจะให้กูทำไง”


“จะถามใหม่นะว่าจะให้ไปส่งไหม” หันไปถลึงตาใส่คนที่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงเขาต้องดังลอดไปให้ดินสอได้ยินแล้วแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นมันไม่เงียบแบบนี้หรอก “ว่าไงน้อง จะไปไหม”


“อย่ายุ่งได้ไหม!


[นี่มึงอยู่กับพี่นักรบเหรอ] ฉันถอนหายใจออกมาแล้วส่งเสียงตอบรับเพื่อนว่า อือเบา ๆ และคำพูดต่อมาของมันก็ทำให้ฉันอยากจะทะลุโทรศัพท์เข้าไปบีบคอ [มึงให้พี่นักรบมาส่งได้ไหมอะ กูไม่อยากให้มึงขาดสอบ]


“ให้กูตายเหอะดิน”


[กูขอ...นะ]


“มึงไม่ได้อ่านหนังสือใช่ไหม”
              
[แหะ ๆ] เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ที่ลอดมาให้ได้ยินนั้นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ฉันคิดน่ะถูกต้องแล้ว ถึงว่าทำไมคะยั้นคะยอให้กูไปสอบให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ถึงขาดห้าคะแนนนี้ไปฉันก็ไม่มีทางสอบตก [มึงให้เขามาส่งเถอะ ชีวิตกูขึ้นอยู่กับมึงเลยนะ]


“กูไม่ไป...เฮ้ย!” ฉันที่กำลังจะปฏิเสธเพื่อนก็ร้องขึ้นอย่างตกใจ นายนักรบที่เคยนั่งคร่อมอยู่บนรถ บัดนี้ลงมาอุ้มฉันขึ้นสูงก่อนจะพาไปนั่งบนรถเขาแล้วเรียบร้อย “ทำบ้าอะไรของนาย!


“มีสอบไม่ใช่?


“ฉันไม่ไปกับนาย!


“คิดมากไรวะ เอาคะแนนก่อนไหม”


“มันก็คะแนนฉัน ไม่ใช่คะแนนนาย” เมื่อฉันยังคงเถียงไม่เลิก เขาก็ทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกที่สวมอยู่ออก แล้วสวมลงให้ฉันอย่างเชี่ยวชาญ ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ขึ้นคร่อมตัวรถ เตะขาตั้งขึ้น สตาร์ตเครื่องแล้วออกตัวรถ 


เขาทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว...เร็วจนฉันไม่ทันได้ต่อต้าน


ฉันได้แต่นั่งตัวเกร็งเกาะถังน้ำมันแน่น ความเร็วที่เขาใช้บนท้องถนนมันเกินที่กฎหมายกำหนดไปมากโข ไหนจะต้องคอยหนีบขาเพื่อไม่ให้หวอออก ไหนจะอกแกร่งที่แนบชิดกับหัวไหล่ฉันผ่านเนื้อผ้านั่นอีก ฉันไม่อยากให้กลิ่นเขาติดเสื้อผ้าฉันหรอกนะ แต่มันเลี่ยงไม่ได้เพราะเขาต้องโน้มตัวมาจับแฮนด์รถเพื่อบังคับให้รถไปในทิศทางที่เขาต้องการ จะขยับตัวเพื่อให้เกิดช่องว่างสักเล็กน้อยก็ไม่กล้า 


ตกรถตายขึ้นมามันไม่คุ้มกัน...


ปึก!


“นายจะเบียดฉันทำไมนัก!


“พูดไรไม่ได้ยิน” โน้มตัวลงมาพูดชิดกับหมวกกันน็อก


“ฉันบอกว่านายจะเบียดฉันทำไม!      
              

“ว่าไงนะ?!” ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วเลิกพูดกับเขา ไม่รู้ว่าไม่ได้ยินจริง ๆ หรือแกล้งไม่ได้ยินกันแน่ และทุกครั้งที่เขาถามซ้ำ...จำเป็นต้องเบียดฉันมามากกว่าเดิมไหม 

เบียดขนาดนี้ไม่ผลักฉันตกรถเลยล่ะ!


“เมื่อกี้ว่าไง?” เขาถามขึ้นอีกครั้งขณะติดไฟแดงที่หน้ามหาวิทยาลัย


“เปล่า” พูดแล้วใช้มือดันอกเขาให้ถอยห่างออกไป


“เปล่าไร ได้ยินอยู่” ฉันมองไปยังตัวเลขจราจรที่กำลังนับถอยหลัง และไม่สนใจคำพูดของเขาอีก “เมินเก่งนัก”


ใช้เวลาไม่นานเขาก็พาฉันมาส่งถึงหน้าคณะอย่างปลอดภัย ทันทีที่กระโดดลงจากรถเขาได้ก็ถอดหมวกกันน็อกส่งให้แก่เจ้าของที่กำลังนั่งยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้มองมาที่ฉัน


“ขอบใจ” พูดเป็นมารยาทก่อนจะกลับหลังหันเตรียมวิ่งขึ้นตึก แต่...


หมับ!

             

               ...ติดตรงที่นายนักรบคว้าแขนฉันไว้ก่อน “เอากุญแจรถมา”


“ทำไมฉันต้องให้”


“จะซ่อมไหม”


“ฉันจัดการเองได้ แค่นายมาส่งฉันมันก็มากพอแล้ว”


“บอกให้เอามาก็เอามา อย่าให้พูดซ้ำซาก” แล้วมันเรื่องอะไรที่เขาต้องมาพูดกับฉันเสียงดุแบบนี้ ฉันไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลานของเขาสักหน่อย แล้วอีกอย่างฉันมีอะไรให้เขาต้องดุกัน “เอามา”


“ฉันไม่ให้”


“ก็ไม่ต้องไปสอบ”


“นี่!


“เอามา...” เขาได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมเนี่ย!


“ฉันเอาไปซ่อมเองได้”


“วิวาห์...” ฉันได้แต่ถอนหายใจแล้วใช้มือข้างที่ไม่โดนจับกุมล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋าเสื้อช็อป จากนั้นก็โยนให้เขาสะบัดแขนออกจากการจับกุมแล้ววิ่งขึ้นมาบนห้องเรียนเพราะกลัวไม่ทันเวลา





 

ต่อมา...


ตื๊อดึ่ง!


XXX :: เย็นจะไปรับ


XXX :: ไม่เจอโดน


ฉันมองข้อความจากการแจ้งเตือนแล้วถอนหายใจออกมา จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าดังเดิมโดยไม่แม้แต่จะเปิดดูข้อความที่สอง ที่สาม ที่ถูกส่งมาในเวลาไล่เลี่ยกัน อยากจะมาก็มา แต่ฉันไม่อยู่รอเจอนายหรอก


“วิวาห์ลูกรัก” ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะถอนหายใจออกมา เป็นพี่กิ๊บซี่หรือพี่กระทิง ผู้ที่ดันดินสอจนได้รับตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง “เห็นหน้าคุณแม่แล้วไม่ดีใจเหรอลูก”


“เรียกอย่างนี้มีเรื่องเดือดร้อนวาห์ทุกทีอะ”


“แกก็พูดไป...”


“แล้วสรุปมีไรอะเจ๊”


“พอดีว่าขาขาด”


“วาห์ไม่เล่นไพ่” รู้อยู่ว่า ขาขาดในความหมายของเจ๊แกไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ที่พูดไปแบบนั้นก็เพื่อเป็นการปฏิเสธทางอ้อม ไม่รู้ว่าจะสรรหาอะไรมาให้ฉันทำอีก “ไปหาคนอื่นนะเจ๊”


“ไม่ได้ ตอนนี้นาทีนี้มีแค่แกคนเดียวเท่านั้น”


“อะไรอีกอะ”


“เรื่องค่าย Tow U Too Me อะ” ค่าย Tow U Too Me เป็นค่ายที่ GU จัดขึ้นร่วมกับ LU ทุกปี ซึ่งปีนี้ยังไม่เห็นมีกำหนดการอะไรออกมา แต่ถ้าพี่กิ๊บซี่มาพูดแบบนี้ แสดงว่าทางสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัยก็น่าจะเริ่มคุยกันแล้ว “เมื่อเช้ามีคนตาดีเห็นแกมากับนักรบ วิศวะฯ LU ทางนั้นก็เลยให้คุณแม่มาทาบทามลูกสาวขึ้นเล่นดนตรีในค่ายกับทางนั้น”


“วาห์บอกเมื่อไหร่ว่าจะไปค่าย”


“แน่ใจเหรอว่าจะไม่ไป รอบนี้ถ้าไป คะแนนจิตอาสาก็ครบพอดีเลยนะ”


“วาห์ไปรอบหน้าก็ได้”          
              
“รอบหน้าคะแนนก็อาจจะไม่เท่าเดิมก็ได้นะวันวิวาห์” ทำไมวันนี้มีแต่เรื่องคะแนนวะ ถ้าไม่ใช่เพราะคะแนนเมื่อเช้าฉันก็คงไม่ต้องให้นายนั่นมาส่ง และถ้าไม่ใช่เพราะคะแนนฉันคงไม่โดนทาบทามให้ไปเล่นดนตรีกับเด็ก LU แต่...นายนั่นอาจจะไม่ได้ไปค่ายก็ได้นี่ ปีสามแล้ว คะแนนจิตอาสาน่าจะครบแล้ว


“ขอคิดดูก่อนได้ป่ะ”


“ตกลงเถอะ นี่กูใส่ชื่อเด็กดนตรีไปแล้วคนหนึ่ง”


“ใครอะเจ๊”


“ไอ้บอมพ์ไง มันไปเล่นเบส ถ้ามึงไปก็เล่นกีตาร์ เพราะทางนั้นเขาส่งรายชื่อมือกลองแล้ว” ไม่ได้ตีกลองก็ไม่ค่อยอยากเล่นเท่าไรแฮะ “รับเหอะวิวาห์ แค่เล่นกีตาร์กับร้องเพลงเอง”


“ร้องเพลงด้วย?” เมื่อกี้ก็ไม่บอกให้ครบด้วยนะ “นี่จะหลอกวาห์ให้ทำไรเนี่ย”


“จะหลอกให้ไปร้องเพลงเนี่ยแหละ แต่โป๊ะแตกก่อน”


“ทางนั้นคือรุ่นเดียวกันใช่ไหม”


“ไม่อะ เห็นว่ามีปีสามคณะวิทย์ฯ คนหนึ่งมาตีกลองให้”


“อ้อ งั้นก็ได้อยู่หรอก”


“น่ารักมากลูก!” เมื่อฉันตอบรับพี่ชายใจสาวก็พุ่งเข้ามากอดคอ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นแล้ววิ่งออกจากใต้ถุนคณะไป ฉันมองตามด้วยความขบขัน ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนสามคนที่นอนฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะ


หลังเลิกเรียนในช่วงเช้าพวกฉันก็ออกไปหาข้าวเที่ยวกินกันนอกมหาวิทยาลัย ก่อนจะกลับมานั่งเล่นที่คณะจนถึงตอนนี้ อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงพวกฉันต้องเตรียมของไปตั้งที่ตลาด เล่นถึงหนึ่งทุ่มก่อนจะเก็บของแล้วแยกย้ายกันกลับไปพัก...




Loading 120%






Talk




ใครที่ลืมลำดับญาติบ้านคุณนักรบ วันนี้ไรท์จะมาเรียงให้

ข้าวหอม อายุ 23 ปี

โลกีย์ อายุ 22 ปี

นำทัพ นักรบ ขุนพล อายุ 21 ปี

โรซี่ (ลูกบุญธรรม) อายุ 11 ปี





สำหรับใครที่รอ E-book อยู่นะคะ

ตอนนี้มีโปรโมชันพิเศษ

จากราคาปกติ 459 บาท ลดเหลือ 400 บาท

จำนวน 680 หน้า A5

ประมาณ 186,246 คำ

ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 25 เมษยน นี้เท่านั้น

**ดำเนินการพิสูจน์อักษรแล้ว**



Thumbnail Seller Link
I am real ฉันคือฉัน
Departure
www.mebmarket.com
“เธอ...หลอกฉัน”“ฉันมีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำแบบนั้น”“น้องเธอตายไปตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้วไม่ใช่? แล้วคนที่อยู่กับฉันเม...
Get it now








Character






รูปภาพจาก Pinterest

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 623 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

458 ความคิดเห็น

  1. #221 Reksew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2564 / 06:04
    คณะวิทย์=คณะวิศวะ รึป่าวววว!~ แผ่มมม
    #221
    0
  2. #220 StronglyLoaom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 21:56
    ฮือออ ติดหนักมากรอตอนต่อไปจะไม่ไหวลิ้วว///รอก่อนนะอีบุ๊ค ตังไม่พอตำ
    #220
    0
  3. #219 Panther Navy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:48
    น้องไม่เเผ่ววว
    #219
    0
  4. #218 Noonaacc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:47

    ❣️❣️❣️
    #218
    0
  5. #217 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:01
    ตื้อจังนะ
    #217
    0
  6. #216 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 20:01
    ตื้อจังนะ
    #216
    0
  7. #215 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 02:08
    โตกันหมดแล้ว
    #215
    0
  8. #214 mielovekie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 00:45
    นักรบใกล้เข้ารพ.แล้ว555
    #214
    0
  9. #213 Rich99 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 00:06
    คงต้องไปกะเขาล่ะ เดี๋ยวเข้าสอบไม่ทัน
    #213
    0
  10. #212 Noonaacc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 21:24

    ❤️❤️❤️
    #212
    0
  11. #211 Sasichi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 21:02
    ขึ้นๆไปเหอะเดี๋ยวไปไม่ทัน ลงรถจ่ายเงิน จบค่ะ
    #211
    0
  12. #210 NNNNB_NINJANORAH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 20:49
    ถามจริงโลกีย์หวงโรซี่สเต็ปเดียวกับโลกันต์ใบข้าวจริงๆใช่ป่าว ส่วนข้าวหอมเรียนหมอเหมือนเบลล์ซะด้วยตามความฝันตอนเด็กเป๊ะๆ
    #210
    0
  13. #209 Panther Navy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 20:40
    ฆ่ามันนนนวิวา
    #209
    0
  14. #208 AomOonnalin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 20:02
    รอกีย์กับโรซี่ จริงๆนะ เหมือนคู่เเด๊ดกับม๊ามี้ 55555555
    #208
    0
  15. #207 naanaa2532 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 21:58
    ไรท์ช่วยเรียงลำดับอายุเด็กๆให้หน่อยได้ไหมคะพอดีลืมว่าใครเกิดก่อนเกิดหลัง
    #207
    1
    • #207-1 -kitten(จากตอนที่ 6)
      12 เมษายน 2564 / 00:43
      +ค่าาา ลืมจริงๆ55555
      #207-1
  16. #206 mielovekie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 21:16
    นึกว่าเข้ามาแล้วนักรบจะเข้ารพ555
    #206
    0
  17. #205 firstzy93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 20:05
    บ้านนี้เค้าน่ารัก
    #205
    0
  18. #204 natty2338 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 20:05
    เอาโลกีย์บ้างนะรอบหน้า
    #204
    0
  19. #203 Panther Navy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:55
    ก็ดูน่ารักดีนิครอบครัวก็อบอุ่นไม่น่าทำกับน้องขนาดนี้เลย
    #203
    0
  20. #202 nuttha1990_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:41
    คนรักเยอะนะนักรบ555
    #202
    0
  21. #201 StronglyLoaom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 19:38
    อ้าวนึกว่านักรบจะเข้ารพ.รีบกดอ่านเลย5555 //ชั้นรอเเกเข้ารพ.นะอิรบ
    #201
    0
  22. #199 Rungru (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 13:39

    แหมมมม..รอวันที่นักรบจะนอน รพ.

    #199
    0
  23. #198 MlnMomin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 00:57
    กรี๊ด รีบมาต่อเลยค่ะ อยากเห็นคนอข้าโรงบาล55555
    #198
    0
  24. #197 4786_1303 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 00:38
    อนากเห็นอินายนักรบเข้าโรงบาลลบล
    #197
    0
  25. #195 mielovekie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 00:02

    ขำมากตอนจองรพ. ตายแน่นักรบ555

    #195
    0