โซ่รักกำราบร้าย (E-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,647 Views

  • 269 Comments

  • 2,434 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    199

    Overall
    328,647

ตอนที่ 3 : บทที่1 [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    8 ม.ค. 62

โหลดอีบุ๊คได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ



จักรยานยนต์สีชมพูคันงามเบรกกึกจอดสนิทในที่จอดรถสำหรับจักรยานยนต์โดยเฉพาะ พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบตามเข้ามาจัดการลากโซ่ล็อกรถให้ เมื่อผู้จัดการคนงามก้าวลงมายืนขนาบข้างรถคู่ชีพเรียบร้อย

สวัสดีจ้ะลุงเป็นคแรกประจทุกวันที่ณัฐนิชาจะต้องเอ่ยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยวัยห้าสิบห้าคนนี้ ซึ่งเป็นอีกคนที่เห็นกันมาตั้งแต่เธอยังเป็นสาวโรงงานท้องโย้หนูเอามาฝากค่ะ

น้ำเต้าหู ปาท่องโก๋ ก็มักจะเป็นของฝากติดมือที่เธอจะหยิบยื่นให้เพื่อตอบแทนน้ำใจในทุกวันเช่นกัน เธอยื่นไปให้ชายสูงวัยพร้อมรอยยิ้ม

รีบกินนะคะ เดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยเรือพ่วงคนงามไม่ลืมกชับกลับเช่นทุกวัน ก่อนร่างแบบบางในชุดสูทสีน้ำตาล ผมเรียบเหยียดตรงมัดลวกๆ ไว้กลางหลัง จะฉวยกระเป๋าสะพายราคาถูกและแฟ้มเอกสารจากตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์เพื่อเข้าออฟฟิศ

นักงานใหญ่เทโวทัยเป็นตึกสูงยี่สิบห้าชั้น ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าเว้าแหว่งด้านบนเสมือนเป็นที่ตั้งของบางสิ่งซึ่งหายไป ตัวตึกเป็นกระจกสลับเลื่อมขาวฟ้า ชั้นล่างแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นส่วนของเคาน์เตอร์ต้อนรับ และอีกส่วนเป็นส่วนของโชว์รูมรถที่ไว้จัดแสดงรถรุ่นใหม่ๆ ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาด หรือที่ออกตลาดไปแล้วไม่นาน ผู้จัดการสาวคนงามไม่รีรออ้อยอิ่งเพราะใกล้จะได้เวลาประชุมเต็มแก่ เธอสาวเท้าเร็วๆ เข้าไปในลิฟต์แล้วกดไปที่เลขแปด ซึ่งเป็นชั้นที่แบ่งสัดส่วนไว้หลายฝ่าย ซึ่งหลักๆ ก็ฝ่ายขายและฝ่ายดูแลลูกค้า โดยจัดให้มีห้องทำงานผู้จัดการเป็นการส่วนตัวทางด้านซ้ายมือ ส่วนทางด้านขวาจัดวางโต๊ะไว้สำหรับพนักงาน

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออก ณัฐนิชารีบก้าวออกมา ดวงตากลมโตเหลือบลงมองนาฬิกาข้อมือ ขณะสาวเท้าตรงไปยังห้องทำงานตัวเองด้วยความเร่งรีบ จึงไม่เห็นว่ามีใครอื่นเดินตามเข้ามาจากทางด้านหลัง จนเมื่อมือบางเกือบจะผลักประตูเปิดอยู่แล้ว จึงค่อยรับรู้ว่าหาได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่เข้าใจ

“มาสายอีกตามเคยนะ แบบนี้สิน่ะ ถึงได้ว่าไม่เคยจะได้รางวัลแห่งปีกับเขาสักที จริงไหมเอย”

ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสดำคลุมทับเสื้อสูทลูกไม้สีแดง รองเท้าส้นสูงสีแดงแปร๊ด ทำท่าเหมือนว่าพูดกับลูกน้องตนเอง ซึ่งเป็นหญิงสาวร่างผอมบางเก้งก้าง ผมหยิกหย็องและแต่งกายไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นหัวหน้าในชุดแส็กสีแดง

หากคำพูดเหล่านั้นณัฐนิชาฟังยังไงๆ ก็ตีความเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก...จงใจหาเรื่อง!

“เฮ้อ...”

ณัฐนิชาถอนใจฟืด...มันจะมีไหมสักวันที่มารสองตนนี้จะไม่มาผจญ คงไม่มี เธอตอบได้เองทันที ในเมื่อ ปานรี ผู้จัดการฝ่ายดูแลด้านการขาย เจ้าของร่างเพรียวระหงฉายา สาวเปรี้ยวสุดเซ็กซี่ ของบริษัท แถมพ่วงดีกรีเป็นถึงนักเรียนนอก จบปริญญาถึงแคลิฟอร์เนีย มีบิดาเป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตกรุงเทพมหานคร ได้รับตำแหน่งเดียวกับพนักงานระดับล่างที่มีความรู้แค่มัธยมปลายอย่างเธอ จากวันแรกที่เข้ารับตำแหน่งพร้อมกัน เธอคิดว่าสักวันเวลาจะทำให้อะไรๆ ที่ปานรีไม่ชอบใจเปลี่ยนไปได้บ้าง แต่ตอนนี้ ปัจจุบันนี้เธอก็ได้รู้แน่ชัดว่าไม่มีทาง ศึกนี้จะไม่มีวันเลิกรา หากว่าเธอจะไม่กระเด็นออกไปจากที่นี่และนับวันดูท่าจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เธอก็ไม่เคยคิดจะต่อกร เหมือนกับเรื่องที่ทั้งสองหยิบยกมาหาเรื่องในเช้าวันนี้

“ฉันจะบอกเธออีกครั้งนะปานรี และฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ว่าฉันไม่เคยหวังรางวัล ฉันรู้แต่ว่าต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ เธอได้รางวัลทุกปีนี่ ไม่น่าจะมาเสียเวลาที่หน้าห้องทำงานของคนอื่นแบบนี้ เพราะหากปีนี้ชวดขึ้นมาจะแย่ยิ่งกว่าฝ่ายที่ไม่เคยได้”

ณัฐนิชาไม่ได้โต้เพื่อหวังให้อีกฝ่ายเดือดดาลหรือเจ็บแสบ เธอเพียงหวังว่าจะทำให้อีกฝ่ายหยุดละลาน แล้วกลับไปทำงานของตัวเองซะเป็นพอ เพราะเท่าที่เป็นอยู่นี้ เธอก็มีเรื่องให้ต้องคิดมากมากพออยู่แล้ว

หากอีกฝ่ายไม่ได้คิดเช่นนั้น...ณัฐนิชาจึงรู้สึกเจ็บที่ข้อมือทันที แฟ้มเอกสารในอ้อมแขนหล่นเต็มพื้น

“โอ๊ย! ปานรีฉันเจ็บนะ”

“เจ็บสิดี จะได้รู้ว่าคนต่ำๆ อย่างแกไม่มีสิทธิ์มาผยองกับฉัน แกก็แค่คนกระจอกที่ไม่รู้ว่าใช้อะไรๆ ไปแลกตำแหน่งมา จะตกอับวันนี้พรุ่งนี้ก็ยังไม่รู้ รอแค่วันที่เขาเขี่ยทิ้ง อย่าจองหองให้มันมาก เดี๋ยวจะโดนดีไม่รู้ตัว”

“จริงที่สุดค่ะพี่นรี กำพืดก็ต่ำ การศึกษาก็น้อย ระริกระรี้มาเป็นผู้จัดการ ของมือสองเน่าๆ ไม่รู้ว่าเอาไปประเคนใคร”

อรอุมา ผู้ช่วยสาวของปานรีช่วยสมทบสายตาหยามเหยียด  เธอกวาดมองศัตรูของหัวหน้าจากบนลงล่างอย่างดูหมิ่น ไม่เคยมีความหวั่นเกรงในตำแหน่งหน้าที่ที่อีกฝ่ายมีมากกว่าตน ตั้งแต่ที่รู้ว่าอีกฝ่ายมีวุฒิการศึกษาแค่มัธยมปลาย

“อย่าลามปามนะ จะด่าฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าว่าไปถึงคนที่ให้โอกาสฉัน เพราะไม่มีใครคิดทำเรื่องชั่วๆ แบบนั้น”

“ใครจะรู้” ปานรีบิดข้อมือย้ำๆ อีก จนใบหน้าผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าบิดเบี้ยว “ผู้หญิงอย่างเธออาจจะประเคนของมือสองครบทุกคนในบริษัทแล้วก็ได้”

“โดยเฉพาะกับคุณปิน” อรอุมาช่วยเสริมอีกตามเคย แต่ครั้งนี้กลับโดนหัวหน้าตวัดสายตาดุกร้าวมาให้ เลยต้องรีบแก้แบบนี้ “อย่าริอ่านเชียว เพราะคุณปินเขาของสูง เขาไม่มองคนอย่างแกหรอก นังกระจอก”

“นั่นสินะ เพราะเขาก็ไม่มองพวกแกเหมือนกัน”

“นังบี!

อรอุมากรีดเสียงแหลมทันทีที่หันไปเห็นใครอีกคนวิ่งโล่เข้ามาฟาดฝ่ามือใส่แขนหัวหน้าของเธอ จนแขนผู้จัดการณัฐนิชาหลุดออกมาจากการควบคุมของหัวหน้า

“ว่าไงนังเอย!

นิลกานต์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าหรือเลขานุการกลายๆ ของณัฐนิชา ผู้ภูมิใจในใบหน้าอันละหม้ายคล้ายดาราถึงขั้นเคยจะไปเปลี่ยนชื่อจาก นิลกานต์ อันเป็นชื่อเดิมมาเป็น มาติกา นับครั้งไม่ถ้วน สวนกลับอย่างไม่ยี่หระขลาดกลัว

“เผลอเป็นไม่ได้เชียวนะ อย่างนี้สินะที่เขาเรียกกันว่า...หมาลอบกัด”

“แกว่าฉันเหรอนังบี!”

“เปล่า...ฉันว่าหมา ใครรู้ตัวว่าเป็นหมาก็รับไปสิ”

“อ๊ายยย!!! นังบี!

“โอ๊ยยย หนวกหู” หัวหน้าถนัดแบบผู้ดีแต่คนอย่างนิลกานต์ไม่ถนัด ใครร้ายมาเธอร้ายตอบ ใครแรงมาเธอแรงตอบเป็นสองเท่า...  “อย่าคิดจะมารังแกพี่ปรางอีกนะ ไม่งั้นฉันเอาพวกแกตายแน่” ผู้ช่วยสาวชี้นิ้วตราหน้า ก่อนจะก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นเกลื่อนลวกๆ

“ไปค่ะพี่ปราง ไปใช้น้ำลายให้เป็นประโยชน์ดีกว่า อย่าไปเสียเวลาฟังเสียงสุนัขเห่าหอนให้เสียสุขภาพหูเลย มันไม่คุ้ม!” ผู้ช่วยสาวจัดการคว้ามือหัวหน้ารีบพาหนีออกมาให้พ้นเสียงที่แน่นอนว่ามันจะต้องตามมาอีกระลอกใหญ่ๆ ให้ระคายหู

“กรี๊ดดด!!” 

เป็นไปตามคาด เสียงกรีดร้องตามหลังมาติดๆ จนนิลกานต์ต้องยกมือป้องหู ทั้งที่ออกมาไกลพอสมควร

“ไอ้พวกบ้า” นิลกานต์หันไปสบถเสียงฉุน ณัฐนิชาเลยพานได้รอยยิ้ม

“พี่คิดว่าเราจะไม่โกรธแล้วซะอีก เห็นเล่นเอยเขาไปขนาดนั้นแล้ว”

“โธ่ พี่ปราง นั่นน่ะยังน้อยไป ถ้าไม่ติดว่ามีประชุม บีจะโชว์ฝีปากเล่นมันให้เละกว่านี้อีก”

นิลกานต์ยกมือขึ้นกำหมายมั่น ถ้าไม่เทียบอายุและความสามารถเวลาทำงาน ณัฐนิชาจะฟันธงว่าผู้ช่วยคนนี้ไม่น่าจะมีอายุเกินกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์แน่

“ไม่ต้องมายิ้มเลยค่ะ พี่ปรางน่ะใจดียอมพวกมันตลอด พวกมันถึงได้ใจหาเรื่องพี่ไม่เลิก หัดเอาอย่างบีบ้างสิคะ นังเอยเป็นอันต้องร้องกรี๊ดตลอดเลยเห็นไหมคะ”

“ย่ะ พี่เชื่อ”

นิลกานต์ยืดอกรับคำชมก่อนริมฝีปากจะยกยิ้มแล้วเอ่ยบางสิ่งตามมา “แค่เชื่อไม่พอค่ะพี่ปราง จากนี้เราต้องร่วมมือกันทำให้พวกมันหลาบจำ”

“บีหมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่า...” นิลกานต์ชักสีหน้ามุ่งมั่น “ปีนี้เราจะตีตั๋วเข้าชิงรางวัลฝ่ายแห่งปีกับพวกมันน่ะสิคะ พี่ปรางต้องทำให้ได้”

“ไม่ไหวมั่งบี พี่ยอมรับว่าพี่โกรธ แต่พี่มีภาระหน้าที่มากกว่าพวกเขา พี่คงทำไม่ได้หรอก”

“งั้นก็แสดงว่าพี่ปรางชอบให้พวกมันดูถูกแบบนี้ตลอดไป อย่าลืมนะคะว่าพี่ได้ตำแหน่งนี้มาด้วยความเหนื่อยยากลำบาก ด้วยผลงานหาใช่เอาอะไรๆ ไปแลกมาอย่างที่พวกมันพูด” คราวนี้นิลกานต์จงใจจี้เข้ากลางจุด เพื่อใช้มันกระตุ้นหัวหน้าตนเองบ้าง ซึ่งมันก็ค่อนข้างได้ผลสีหน้าณัฐนิชาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด

“เชื่อบีนะคะพี่ปราง ทำให้พวกมันรู้ว่าที่เราไม่ได้เพราะเราไม่อยากได้ แต่ถ้าเราอยากได้ พวกมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแอบมอง”

“แต่พี่...พี่...”

“ไม่มีแต่ค่ะพี่ปราง งานชิ้นใหญ่ที่ท่านประธานจะประชุมวันนี้ เราได้อภิสิทธิ์เต็มๆ ถ้าสำเร็จผลงานของฝ่ายเราจะเกินคาด แล้วรางวัลฝ่ายแห่งปีจะไปไหนพ้น มันต้องเป็นของเราค่ะ”

นิลกานต์ทำท่าคว้าสิ่งของในอากาศมากอบกุม สีหน้าเกินบรรยาย คนเป็นหัวหน้าโดนยุหนักขนาดนี้ก็เกือบจะใจอ่อนครามครัน

“แต่มันจะไม่เป็นการเพิ่มปัญหาให้พวกเขายิ่งเกลียดเราเหรอบี ถ้ามันเป็นอย่างนั้นพวกเราก็ยิ่งจะอยู่ด้วยกันยากนะ”

“พี่ปรางคะ!” เป็นครั้งแรกที่ผู้ช่วยสาวกล้าตวาดทำเอาหัวหน้าสะดุ้ง “เป็นคนดีน่ะได้ดีค่ะ แต่เป็นคนโง่ไม่ได้อะไรเลยนะคะ”

นิลกานต์หารู้เลยว่านี่ต่างหากที่เรียกว่าจุดสำคัญ จุดยุทธศาสตร์ในชีวิตของหัวหน้าโดยแท้และเธอก็จี้เข้าไปแบบจังๆ ณัฐนิชาจุกในอก รู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนโดนหอกทิ่มเข้ากลางลำตัวทันทีนั้น...ใช่ มันใช่ที่สุด นิลกานต์พูดถูก ถูกทุกคำ ถูกทุกอย่าง ความโง่ไม่เคยให้คุณอะไรกับใคร นอกจากความเสียใจ ความเจ็บปวดซ้ำๆ เหมือนแผลช้ำหนองที่มีแต่จะเรื้อรัง แล้วเธอ...จะยอมเป็นคนโง่ตลอดไปหรือ...


______________________________________________

โหลดอีบุ๊คได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

0 ความคิดเห็น