โซ่รักกำราบร้าย (E-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,605 Views

  • 269 Comments

  • 2,437 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    157

    Overall
    328,605

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15878
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    15 ม.ค. 62



          “เสียงโทรศัพท์พี่ปรางนี่คะ”

นิลกานต์เปรยขึ้นเมื่อทั้งสามเดินกันมาถึงแผนก ก่อนจะถือวิสาสะผลักเข้าไปเพื่อหยิบโทรศัพท์มาส่งให้หัวหน้าด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ แต่หัวหน้าของเธอก็มิวายออกฤทธิ์เบี่ยงตัวหลบจากอ้อมแขนคนช่วยทันทีที่มาถึง โดยที่ผู้บริหารหนุ่มยังไม่ทันวางแฟ้มของเธอลงเสียด้วยซ้ำ นิลกานต์แอบเคืองในอาการไม่สานต่อการทอดสะพานแถมด้วยบ้าน บริษัท และตำแหน่งภรรยาว่าที่ท่านประธานของหัวหน้า ถ้าเป็นเธอหน่อยนะ จะรีบวิ่งผ่านไปอย่างเร็วทีเดียว

ผู้ช่วยสาวเบ้ปากน้อยๆ ก่อนจะเอาโทรศัพท์ที่ร้องไม่หยุดยื่นให้หัวหน้า “น้องตาลค่ะ”

“ตาล...” หัวคิ้วณัฐนิชาผูกเป็นโบขณะรับมาดูหน้าจอแล้วกดรับ “ว่าไงจ๊ะตาล...ปะ... เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ค่อยๆ ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ บอกพี่” อาการหน้านิ่วคิ้วขมวดทำให้อีกสองคนนิ่งสงบรอฟังการโต้ตอบที่ณัฐนิชาจะตอบกลับไป

“ว่าไงนะ!” ภักวินกับนิลกานต์ถึงกับสะดุ้ง “อา...อามี่ ถูกรถชน!

“น้องอามี่” นิลกานต์ยกมือทาบอก ดวงตาก้างกว้างทีเดียวกับประโยคที่ได้ยิน

“มะ...ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหมตาล บอกพี่สิว่าไม่จริง” ปากพยายามเค้นคำว่า ไม่จริง แต่น้ำตาก็หลั่งรินลงมาเป็นสาย “อามี่” ร่างบางทรุดลงในอ้อมแขนที่เข้ามารับได้พอดีของภักวินอีกครั้ง

“อามี่ของแม่ อามี่”

“ตอนนี้อยู่ที่ไหนน้องตาล” เห็นหัวหน้าไม่ไหวแล้ว นิลกานต์จึงดึงโทรศัพท์จากมือหัวหน้ามาสอบถามเอง เมื่อได้ความเธอจึงกรอกเสียงกลับไป “พวกพี่จะรีบไปนะ น้องตาลใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัว น้องอามี่ต้องปลอดภัย”

“ค่ะ ตะ...ตาลจะรอ” เสียงปลายสายขาดห้วงเป็นลอนๆ แทบจะขาดใจอยู่รอมร่อ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ปลายสายสะอื้นไห้ คนยังไม่มีภาระแต่ก็จิตใจอ่อนไหวกับเรื่องพวกนี้อย่างนิลกานต์ก็ไม่อาจหักห้ามหยดน้ำที่รินลงได้เหมือนกัน

ด้วยระยะทางจากบริษัทมาถึงโรงพยาบาลใกล้บ้านไม่ไกลนัก เพียงแค่ยี่สิบนาทีพวกของณัฐนิชาก็สามารถฝ่าการจารจรที่ติดขัดของเวลาช่วงพักกลางวันมาถึงโรงพยาบาลได้สำเร็จ ทั้งสามก้าวลงจากรถวิ่งเข้าไปข้างในอย่างเร็วรี่

 

ยาบาลสาวๆ ต่างเหลียวมองร่างสูงสง่าของชายหนุ่มร่างสูงผู้ซึ่งก้าวเร็วๆ แทบจะวิ่งผ่านไปยังห้องฉุกเฉินตาวับวาวในความหล่อเหลา สง่างาม คมคายของอีกฝ่าย บ้างถึงกับลืมทำหน้าที่ของตัวเองไปชั่วขณะ แต่ไม่มีอะไรหรือสิ่งใดในตอนนี้จะสามารถฉุดความสนใจให้ร่างนั้นหยุดอยู่นิ่งสักเสี้ยววินาที

“อนิน”

ร่างสูงที่กำลังลังเลระหว่างซ้ายขวาผินตามเสียงเรียกอันคุ้นเคย

“แม่!” ใบหน้าหล่อเหลาหลอหลา เมื่อเห็นมารดายังปกติไม่ได้บุบสลายหรือบาดเจ็บ...ก็ไหนปกรณ์โทร.บอกว่ารถชน ตอนนี้มารดาเขาอยู่โรงพยาบาล เขารีบขับรถมาแทบตายทั้งที่กำลังจะได้เวลานัดกับลูกค้าเอาไว้ แต่มารดาเขา...

“เกิดอะไรขึ้นครับแม่”

คุณหญิงฉายเดือนลุกจากที่นั่งขึ้นจับแขนบุตรชาย เธอเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เห็นลูกโผล่มาหน้าตาตื่นทั้งที่จนป่านนี้มือเธอยังไม่ได้สัมผัสโทรศัพท์แจ้งอะไรกับใคร

“อุบัติเหตุนิดหน่อย ว่าแต่อนินมาได้ยังไงลูก”

“ปกรณ์โทร.บอกครับ ว่าแต่แม่ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม”

“แม่ไม่เป็นไร แต่เด็ก เด็ก...” คุณหญิงฉายเดือนสะเทือนใจเกินกว่าจะเอ่ยถึงสภาพอาการอันน่าห่วงของเด็กน้อยผู้น่าสงสาร หญิงวัยกลางคนมองกลับไปที่หน้าห้องฉุกเฉินเป็นเชิงบอกกล่าวแทน

อนินเบือนสายตาคมไปยังประตูห้องฉุกเฉินที่ยังปิดสนิทไม่มีความเคลื่อนไหวอย่างพอเข้าใจ ว่า เด็ก ในที่นี้ของมารดาน่าจะเป็นคู่กรณีหรือผู้โดนลูกหลงจากเหตุรถชน จมูกโด่งถอนใจยาวขณะเลื่อนสายตาไปยังเก้าอี้สีฟ้าอีกฝั่งตรงข้ามที่เด็กสาวหรือหญิงสาวไม่แน่ชัดกำลังซบหน้ากอดเข่าสะอื้นตัวโยน...


________________________________


โหลดอีบุ๊คได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ




ฝากผลงานอีบุ๊กอีกเรื่องค่ะ


เมื่อเขา (รัก) หมดใจ แต่เธอ (แค้น) หมดใจ บทสรุปสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งใดจะเป็นฝ่ายชนะ ‘ความรัก’ หรือ ‘ความแค้น’
______

          พลกฤต โชติกุล ไม่คิดว่าน้องสาวจะโกหกคำโตเพื่อให้เขาทำผิดต่อนางผู้เป็นดวงใจ เพียงเพราะต้องการแย่งชิงคนรักของเธอ ความสุขชั่วข้ามคืนที่เขาได้รับจึงได้ก่อเกิดเป็นความแค้นอันมากล้นแก่หัวใจอีกดวง เปลี่ยนเขาจากรุ่นพี่ที่เคยรู้จักเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่เธอจะตามทวงแค้นคืนอย่างสาสม!

          “ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าจะแต่งก็แต่งไป แต่ผมจะขวางให้ถึงที่สุดและวิธีที่ผมทำได้ก็มีแค่นี้” พลกฤตถอนริมฝีปากออกมา แตะหน้าผากกับหน้าผากเธอ จ้องดวงตาฉ่ำหวานปนขุ่นโกรธด้วยสายตามีความหมาย “พี่แจ๊คไม่มีวันจะปล่อยคุณ แม้คุณจะเป็นของผม แต่พี่แจ๊คจะปล่อยคุณถ้าในท้องของคุณมีลูกของผมนอนอยู่ในนั้น”
          “นายมันชั่วร้ายที่สุด” เธอไม่รู้จะสรรค์หาคำด่าไหนมาบริภาษให้เพียงพอแก่ความร้ายกาจของเขาได้อีกแล้ว
          “ผมทำได้ทุกอย่าง ถ้าสิ่งนั้นคือการได้คุณกลับมาลินลดา” ต่อให้ต้องฆ่าคน เขาก็คิดว่าสุดท้ายเขาก็ต้องทำมันได้ ถ้าสิ่งนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำได้เพื่อให้ได้เธอคืนมา “กินข้าวซะ เราต้องใช้กำลังอีกเยอะเพื่อทำลูกของเรา”
          “ไอ้พลกฤตบ้า! ไอ้พลกฤตทุเรศ! ฉันไม่กิน! ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้นกับนาย! ฉันจะกลับบ้าน” ลินลดากระหน่ำกำปั้นใส่อกเขา พลกฤตไม่ห้ามด้วยการปัดป้อง ทว่าเขาทำมันด้วยคำพูด
          “ผมรักคุณนะลิน ผมพร้อมจะทำให้คุณทุกอย่างยกเว้นแค่ปล่อยคุณไป แต่ถ้าคุณจะไปจริงๆ โดยที่ผมไม่ยินยอม มันก็มีแค่วิธีเดียวเท่านั้น...คือฆ่าผมให้ตายซะ” 
          “อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ” กำปั้นน้อยหยุดลง เปลี่ยนเป็นกำกันแน่นอย่างหมายหมาด 
          “ผมรู้ว่าคุณกล้าที่รัก เพราะคุณเกลียดผม แต่ผมก็รู้ว่าคุณจะไม่ทำ ถ้าในท้องของคุณมีลูกของเรา คุณไม่อยากให้ลูกกำพร้าพ่อหรอก ผมรู้” น้ำคำเหมือนเขากำลังยียวนเธอชัดๆ ทว่าน้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเศร้าของการถูกเกลียดชัง
          “เลิกพูดเรื่องลูกสักทีได้ไหม มันไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก”
          “มีสิ ผมกำลังจะทำให้คุณเห็นอยู่นี่ไง” และเขาไม่ได้ล้อเล่น เขาจะทำจริงๆ “กินข้าวซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจจากการทำลูกกับคุณในฐานะเจ้าสาวเป็นเชลย ซึ่งลูกของเราคงไม่ชอบใจนัก”
          “ฉันจะหนี คอยดูนะ...ฉันจะหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้”
          “ผมก็จะไม่ยอมให้คุณหนี ไม่ยอมให้คุณหนีออกไปได้เหมือนกัน”
          “ฉันเกลียดนาย!”
          “แต่ผมรักคุณ!”







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

0 ความคิดเห็น