เจียงเทียนชาวสวนไร้เทียมทาน

ตอนที่ 12 : นัดแนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    15 ก.ค. 63

 

          " เอาล่ะองค์หญิง ข้าเล่าเรื่องให้ท่านฟังก็เพราะข้าไว้ใจท่าน เรื่องนี้ท่านรู้สึกหรือไม่? "

          เจียงเทียนไม่ได้สังเกตุท่าทีแอบจ้องขององค์หญิงสาว เมื่อเดินมาถึงสระก็ได้ทำการล้างคราบเลือดและคราบสกปรก และในเวลาเดียวกันก็เปิดประเด็นพูดคุยอีกเรื่อง

          " รู้ ท่านช่วยเหลือข้าและยังจริงใจเปิดเผยตัวตนเช่นนี้ ข้าก็ไม่รู้เหตุผลใดที่ท่านจะประสงค์ร้ายต่อข้าเช่นเดียวกัน "

          " งั้นก็ดี ข้าได้ยินกิตติศักดิ์น้องชายท่าน องค์ชายที่ 5 แห่งแคว้นจู ว่าเป็นองค์ชายไร้ประโยชน์ไม่ต่างกับตอนที่้ข้าเป็น เป็นไปได้หรือไม่หากท่านนำพาเขามาหาข้า "

          คำพูดของเจียงเทียนดูเรื่อยๆเอื่อยๆ ทว่าพอจูเหยียนฟังถึงตอนนี้ นางก็เหมือนเข้าใจในอะไรบางอย่าง ก่อนที่พอนางคิดออก ดวงตานางเบิกกว้างมองไปยังเขา

          " ใช่เป็นอย่างที่องค์หญิงคิดนั่นล่ะ เขาถูกวางยา และคงจะตายไม่เกินครึ่งปีนี้แน่นอน ดังนั้นนำพาเขาออกมาจากวงโคจรแย่งชิงสมบัติซะ "

          เจียงเทียนพูดอย่างไร้เรื่องราว โดยที่ใบหน้าของจูเหยียนยังดูอึ้งๆอยู่

          " อ้อ ลืมบอก เป็นไปได้ข้าอยากให้ท่านปลอมตัวนะองค์หญิง พี่ชายท่านครอบครองอำนาจในแคว้นจูเหนือกว่าที่ท่านจินตนาการไว้มาก ดังนั้นการที่ท่านถูกลักพาตัวมา ย่อมทำให้เขาคลายใจ ส่วนองค์ชาย 5 ถูกพิษขนาดหนักไป ตายในครึ่งปีคงไม่ถูกจ้องมองมากนัก นำตัวมาได้ไม่ยาก เจอกันที่ถ้ำที่เดิมเมื่อกี้ 1 เดือนให้หลัง หากท่านมาข้าจะช่วยถอนพิษ แต่หากท่านไม่มาตามนัด ท่านก็เลือกได้เช่นเดียวกัน "

          เจียงเทียนทิ้งท้าย ก่อนเริ่มใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นต้นไม้ หายไปกับป่าทึบเหล่านั้นชั่วลมหายใจ ปล่อยให้จูเหยียนนางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานอยู่หลายนาที

          " สมแล้วเป็นบุตรของมังกรเหนือคนเจียงเกา มองขาดจริงๆ...เฮ้อ...พี่ใหญ่หนอพี่ใหญ่ ท่านทะเยอทะยานเสียจริง ดูแล้วเราคงต้องพาน้องห้าหนีออกมาจากหลังฉากแล้ว "

          

          อิสตรีในเกมการเมืองเขาว่ามีหลายใบหน้า และในเวลาเดียวกันปัญญาของพวกนางก็หาอย่าดูถูก จูเหยียนที่แสดงท่าทีบริสุทธิใสต่อหน้าเจียงเทียน กลับแปรเปลี่ยนเป็นคน ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเฉกเช่นงูพิษเห็นทางหมดแล้วว่าใครหมายหัวนางเพราะอะไร และตัวนางควรทำอะไรต่อไป

          ไม่รอช้าตัวจูเหยียนใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นต้นไม้หนีหายมุ่งไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง

          และจูเหยียนก็ไม่ได้สังเกตุว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองนางมาจากที่ไกลๆ

          " เป็นไปตามคาด อย่างที่เราคิดจริงด้วย ศพที่อยู่ตรงน้ำเต้าเป็นโครงสตรี และมีรูปร่างคล้ายองค์หญิงจู แต่ท่าทางของนางที่นั่งพิงน้ำเต้าตาย ไม่น่าจะใช่คนถูกโจรไล่สังหาร หากแต่น่าจะเป็นการถูกพิษกัดกร่อน.....ดังนั้นการที่เราช่วยนางในตอนนี้เกี่ยวกับการบอกสถานการณฺ์ในแคว้นจู ย่อมทำให้นามระวังตัวดีขึ้น.....ในเวลาเดียวกันเราต้องตอบแทนไอเกลอเก่าด้วย หากไม่ได้มันคนนี้เราคงมีชีวิตไม่รอดในแคว้นบ้าบอพวกนี้แน่ "

          เจียงเทียนนึกคิดออกมาว่าบางทีการที่นางยอมเข้าไปรังโจรเมื่อกี้เพื่อสืบข้อมูล แต่ท้ายสุดเขาก็เข้าไปสอดในตรงจังหวะ ทว่าท้ายสุดทุกอย่างก็เอื้อให้เขาอยู่ดีเจียงเทียนไม่คิดต่อ ก่อนที่เขาจะหันหลังมุ่งกลับไปยังบ้านตัวเองทันที

          ซึ่งพอมาถึงบ้าน ก็ช่วงเย็นแล้วพอดี ตอนนั้นภายในบ้าน เจียงเทียนก็เห็นมารดาและบิดาตัวเองกำลังร่ายรำเพลงกระบี่อยู่อย่างแข็งขัน

          และเจียงเทียนเองไม่รอช้าเข้าไปสมทบด้วยทันที และการฝึกระหว่างครอบครัวก็ดำเนินไปอย่างช้าๆ โดยที่พลังการต่อสู้ของทุกคนกำลังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จากการฝึกสอนและการซ้อมต่อสู้ที่ดูเอาจริงเอาจัง

          1 เดือนผ่านไป

          ทางด้านถ้ำน้ำเต้าที่เจียงเทียนเคยมาเก็บ

          ฟุ่บบบ! ฟุ่บบบบ!! ฉั่บบบบ! ฉั่บบบบ!!!

          เสียงฝีเท้า ผสมกับเสียงธนูดังออกมาทั่วทั้งป่า เมื่อตอนนี้มีชายร่างสูงกำลังแบกชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาผู้หนึ่งขี่หลังวิ่งหนีอยู่ 

          โดยด้านข้างของเขาก็มีสาวงามอีกคนที่วิ่งและใช้วิชาตัวเบาตามอยู่ไม่ห่าง 

          ทว่าด้านหลังของด้านหลังอีกที กลับมีกลุ่มคนสวมชุดผ้าคุลมปิดบังใบหน้าและร่างกายวิ่งตามอยู่ไม่ห่างเช่นเดียวกัน โดยพวกเขาวิ่งพลางใช้อาวุธลับ เช่นมีดสั้น กรรไกรแหลมคม พุ่งปาใส่กลุ่มคนตรงหน้าอย่างไร้ปราณี

          " พวกเรามาถึงถ้ำตรงนี้แล้ว ไหนผู้ที่จะช่วยเหลือพวกเราองค์หญิง? "

          

          ชายร่างสูงพูดอย่างใจร้อน ระหว่างหอบเหนื่อย เมื่อต้องแบกคนด้วยวิ่งหนีไปด้วย 

          ส่วนทางสาวงามที่วิ่งตามมา นางดูไม่มีเวลาตอบ ใช้กระบี่ปัดป้องอาวุธลับไม่ให้เข้ามาทำร้ายตัวนาง และชายหนุ่มที่ขี่หลังชายร่างสูงได้

          " พวกท่านนำพาองค์ชายห้ามาในป่านี้มีเหตุอันใด? รู้ไหมการลักพาตัวองค์ชายเป็นความผิดมหันต์โทษถึงตายเลยนะองค์หญิง... "

          ชายสวมผ้าคลุมที่ดูเป็นนักฆ่าพูดออกมาเสียงเย็นยะเยือก และแผ่พุ่งไปทั่วรังสีสังหาร เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าหยุดหนี พวกตนจึงไม่ได้รีบเร่งพุ่งเข้าไปจับ

          " โทษถึงตายสิ่งใด ข้าไม่คิดแม้แต่หน่วยลงทันฑ์ของทางราชวังก็ยังถูกซื้อตัวไป "

          เวลานี้จูเหยียนที่นำพาน้องชายมาตามคำสัญญาของเจียงเทียนเถียงกลับกลุ่มคนตรงหน้า

          ความเป็นจริงตัวนางก็ได้นำพาน้องชายตัวเองมาอย่างเงียบเชียบและแยบยลยิ่ง

          ทว่าในท้ายสุดนางไม่คาดคิดว่าแม่เลี้ยงนางที่นางไว้ใจที่สุดคนหนึ่งกลับหักหลังนางแอบแจ้งข่าวนี้ต่อคนของรัชทายาท และถ้าไม่ใช่นางเคลื่อนไหวทันคงถูกล้อมสังหารตั้งแต่อยู่เมืองหลวงแล้ว

          " สามหาว!! เป็นเพียงองค์หญิงที่ไม่มีอำนาจใดๆเลยแท้ๆ กลับกล้าใส่ร้ายคนสำนักลงทันฑ์ได้ ข้าเกรงว่านางคงร่วมมือกับคนต่างแคว้นลักพาตัวองค์ชายห้าเพื่อคิดต่อรองสร้างความยากลำบากให้แคว้นจูเป็นแน่ พวกเราต้องสังหารนางเสียก่อน เพื่อที่จะไม่ทำให้องค์ชายห้านั้นลำบากไปมากกว่านี้ ฆ่า!! "

          เสียงคำรามของหัวหน้าผู้ลงทันฑ์สั่งออกมา ก่อนที่นักฆ่ากว่า 15 คนเริ่มทำการชักกระบี่ออกมา และพุ่งเข้าหาหญิงสาวตรงหน้าหมายจะคร่าชีวิตในเดี๋ยวนั้น

          ซึ่งใบหน้าของจูเหยียนซีดทันทีเมื่อได้ยินอย่างนี้ คนเหล่านี้เหลวไหลยิ่ง และสามารถปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายนางได้แบบต่อหน้าต่อตา 

(จบ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น