ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 13 : บทที่ ๖ หวั่นไหว ๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 342 ครั้ง
    3 พ.ค. 63


บทที่ ๖ หวั่นไหว


ตอนที่ ๒


ยามพลบค่ำหิมะตกหนักไม่มีทีท่าจะหยุดตก กอปรกับสายลมทางเหนือพัดโชยหนาวเหน็บถึงกระดูก เกล็ดหิมะเล็ก ๆ โปรยปรายทับถมสูงจนฝังกลบถนนเสียจนมิด ดูเหมือนด้านนอกอากาศหนาวเย็นจนน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง ทว่าภายในจวนเจ้าเมืองเว่ยกลับร้อนรนดังเพลิงผลาญทุ่ง


ท่ามกลางความเงียบงัน ไส้ตะเกียงมีประกายไฟปะทุดังเปรี๊ยะ ๆ เปลวไฟสาดแสงสะท้อนวูบไหว ปรากฏเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดุจวิญญาณ เพียงพริบตาเดียวเงาร่างสูงสวมอาภรณ์กลมกลืนพลิ้วตัวหายไปกับม่านราตรี หากแต่ชั่วลมหายใจต่อมาพลันเกิดความโกลาหลขึ้น


“กรี๊ดดด!


หม่าชิงจูกรีดร้องเสียงแหลมบาดหู ลำคอเย็นวาบพลันรู้สึกได้ถึงรสฝาดเฝื่อนของโลหิตยามปลายลิ้นสัมผัสริมฝีปากสั่นระริกร่างสั่นเทิ้มสองมือสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองศีรษะโชกชุ่มโลหิตกลิ้งหลุน ๆ ออกมาจากกล่องไม้ใบหนึ่งก่อนตวาดขึ้นเสียงดัง


เอาออกไป! เอามันออกไป!


ซูอีเหลือบตามองศีรษะที่ถูกบั่นขาด ดวงตาเบิกโพลงผมเผ้ารุงรัง ซ้ำยังมีคราบโลหิตเลอะเกรอะกรังจนดูน่าสะพรึงกลัว บ่าวผู้ภักดีถึงกับขวัญหายสองขาสั่นระริก สีหน้าตื่นตระหนกตกใจเต็มที่ จู่ ๆ แข้งขาพลันอ่อนยวบทิ้งร่างลงพื้นราวกับไร้กระดูก


มะมิใช่ว่าคนของเราที่ส่งไปถูกสังหารจนหมดสิ้นแล้วหรือเจ้าคะ


หม่าชิงจูเดือดดาลจนสุดระงับ ภายใต้ความเกรี้ยวกราดฉายผ่านแววตาโกรธแค้นระคนหวาดกลัว เพลิงโทสะในอกคุกรุ่นร้อนรุ่มราวกับไฟสุมขอน ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวเสียรูปจนดูหน้าเกลียดน่ากลัว แม้ยามที่สบถออกมาจึงแฝงไว้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย


มันผู้ใดกล้าสอดมือช่วยนังหญิงแพศยาสารเลวนั่นกัน!


ซูอีหน้าถอดสียามเห็นสีหน้าแววตาดุดันของคุณหนูตวัดมองมาด้วยท่าทางคุกคามจนดูน่ากลัว พลันรีบถอยหลังกรูด ในใจหวาดผวาไม่คลายก่อนละล่ำละลักเอ่ยว่า ปะ...เป็นท่านอ๋องเจ้าค่ะ


หลิงชินอ๋องอีกแล้วรึ!” คนผู้นี้เหมือนหนามทิ่มแทงใจนางเสียเหลือเกิน


หม่าชิงจูหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลางย่ำเท้าเดินวนไปมา สองมือกำแน่นจิกฝังปลายเล็บลงกลางฝ่ามือระบายความคั่งแค้นที่คุกรุ่นในโพรงอก “นับตั้งแต่หญิงผู้นั้นปรากฏตัว ใจข้าไม่เคยอยู่เป็นสุขแม้แต่น้อย คราแรกก็เกือบทำลายวันอันเป็นมงคลของข้า มาวันนี้ท่านพี่ยังมีใจต่อมันไม่แปรเปลี่ยน แม้แต่หลิงชินอ๋องผู้ที่ได้ชื่อว่าปีศาจร้ายแห่งกองทัพยังพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์เล่ห์กลของหญิงแพศยาผู้นั้น!


โธ่...คุณหนูของบ่าว ซูอีรีบคลานเข้าไปกอดขาคุณหนูอย่างลืมตาย


หม่าชิงจูรู้สึกเจ็บแค้นในใจยิ่งนัก แววตาฉายความอาฆาตมาดร้ายพลางใช้สองมือเล็กปัดกาน้ำชาบนโต๊ะร่วงลงพื้นแล้วกัดฟันเอ่ยเสียงหยัน ทำไม! ข้ามีสิ่งใดเทียบมันมิได้ หรือว่าหญิงผู้นั้นมีอะไรดี ท่านพี่ถึงได้หลงใหลมันนัก


ซูอียังหวาดผวาไม่ยอมคลาย แต่ก็กลั้นหายใจเอ่ยประจบว่า แค่บุตรสาวนายอำเภอมีสิ่งใดเทียบคุณหนูของบ่าวได้ล่ะเจ้าคะ เพียงแต่...เอ่อ...” 


ถ้อยคำสอพลอของสาวใช้คนสนิทมิได้ทำให้หม่าชิงจูรู้สึกดีขึ้น ในทางกลับกันมันคล้ายเปิดบาดแผลแล้วทาเกลือเสียมากกว่า ในใจบังเกิดความเคียดแค้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี


“เพียงแต่อะไร! ยังไม่รีบเอ่ยออกมา หรือต้องรอให้ข้าดึงลิ้นของเจ้าออกมาเสียก่อน”


ซูอีตกใจตัวสั่นเทาพลางลอบกลืนน้ำลายยามเห็นสีหน้าแววตาของคุณหนูฉายแรงอาฆาตโกรธแค้นมาดร้ายจนน่ากลัว ในใจจึงเต็มไปด้วยความร้อนรนก่อนละล่ำละลักเอ่ยเสียงเบา  คนของเราถูกท่านอ๋องสังหารจนสิ้นซากซ้ำยังส่งศีรษะกลับมา มิใช่ว่าท่านอ๋องกำลังเตือนคุณหนูอยู่หรือเจ้าคะ


ได้ฟังเช่นนั้น แววตาของหม่าชิงจูพลันลุกวาว ในใจมีแต่ความริษยาโกรธแค้นนึกอยากถลกหนังหญิงแพศยาผู้นั้นเสียให้ได้ แค่สุนัขหนีตายตัวหนึ่งที่เคราะห์ดีก็เท่านั้น แต่ต่อให้หลิงชินอ๋องเจ้าเล่ห์เพทุบายก็ใช่ว่าท่านพ่อของข้าจะรับมือมิได้


เดิมทีหม่าชิงจูคิดว่า จัดการกับบุตรสาวนายอำเภอเมืองเล็ก ๆ ย่อมไม่ต่างจากบดขยี้แมลงตัวหนึ่ง หากแต่ไม่คิดว่าคราแรกที่ส่งคนลอบตามไปสังหาร ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงทำไม่สำเร็จ กระทั่งวันนี้นางส่งนักฆ่าฝีมือดีไปลอบสังหารกลับเป็นหลิงชินอ๋องที่ยื่นมือเข้ามาสอด


ซูอีพยักหน้าคล้อยตาม แต่ไม่คิดว่าประโยคต่อมาจะกลายเป็นการเปิดบาดแผลของผู้เป็นนายให้กว้างขึ้น


ก็จริงเจ้าค่ะ ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาท่านอ๋องไม่เคยยินดียินร้ายต่อผู้อื่น เหตุใดถึงออกโรงปกป้องคุณหนูเถียนอย่างโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ด้วยล่ะเจ้าคะ”


หม่าชิงจูสะสมความแค้นไว้เต็มท้อง พอได้ยินสาวใช้คนสนิทเอ่ยเช่นนี้ก็คล้ายเปลวไฟที่สุมอยู่ในโพรงอกแผดเผารุนแรงยิ่งกว่าเดิม จนกลายเป็นความโกรธแค้นจนสุดระงับ แล้วหันมาถลึงตามองสาวใช้คนสนิทอย่างดุดัน กัดฟันแค่นเสียงหยันในลำคอ


“ปกป้องอย่างนั้นรึ! ต่อให้ท่านอ๋องมีสิบกรสิบเศียรยังจะนับเป็นตัวอะไรได้ ข้างกายข้ามีท่านพี่ซึ่งฝ่าบาททรงให้ความสำคัญไม่น้อย อีกทั้งข้ายังมีท่านพ่อที่คอยสนับสนุนท่านพี่ เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามข้าจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้นังแพศยาผู้นั้นแน่!


ด้านนอกบ่าวรับใช้ต่างพากันถอยร่นไม่เป็นขบวน เมื่อเห็นท่านเจ้าเมืองสาวเท้าเดินอย่างเร่งรีบจนดูผิดวิสัย ทั้งยังมีสีหน้ามืดครึ้มเหมือนท้องฟ้าในยามราตรี กอปรกับสีหน้าแววตาดุร้ายเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกยั่วโมโห อันที่จริงเว่ยซิ่นสือมาทันเห็นบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งขนกล่องไม้สีดำออกไป และเขาย่อมรู้ดีกว่าผู้ใดว่าข้างในกล่องใบนั้นมันคือสิ่งใด...


ในคราแรกเขาคิดจะต่อว่านางสักคำ หากแต่ร่างสูงยังไม่ทันก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปด้านในปลายเท้าก็พลันชะงักค้างเมื่อได้ฟังถ้อยคำที่นางเอ่ยกับสาวใช้ข้างกาย จึงอดทอดถอนใจออกมาคำรบหนึ่ง


เจ้าไม่รักชีวิตก็แล้วไปเถิด เวลานี้ยังคิดลากผู้อื่นลงหลุมไปด้วย ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาเสียจริง ครั้นพอคิดถึงอดีตคนรักดวงตาคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความเฉลียวฉลาด มาถึงตอนนี้พบว่าตนเองได้สูญเสียสิ่งใดไปก็คงไม่ทันแล้ว กระทั่งยามที่ร่างเล็กบอบบางตกอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษอื่น หัวใจก็คล้ายได้รับความสะเทือนใจอย่างรุนแรงจากความพ่ายแพ้ ในขณะเดียวกันราวกับมีเปลวไฟแห่งความแค้นลุกไหม้


ความทรงจำดี ๆ ที่ผ่านมาระหว่างเขากับหรูเอ๋อร์ได้เลือนหายไปจากดวงตาคู่นั้นแล้ว ซ้ำร้ายในแววตาของนางเคยสะท้อนเพียงเงาของเขาในเวลานี้มันกลับว่างเปล่า  น่าขำที่เขาสมควรดีใจแต่กลับมีน้ำตา เว่ยซิ่นสือพยายามครองสติเอาไว้ แล้วบังคับเท้าที่กำลังจะข้ามผ่านธรณีประตูพลันหมุนตัวกลับไปยังอีกทิศทาง ร่างสูงเดินจากไปคล้ายวิญญาณได้ปลิวออกจากร่าง


ไม่สิ! ตอนนี้เขาคล้ายสัตว์ที่กำลังบาดเจ็บ ที่ผ่านมาคิดว่าตนเองฉลาดปราดเปรื่อง แต่ในเวลานี้กลับพบว่าแท้จริงแล้วช่างตื้นเขินยิ่งนัก พลางก้มมองมือที่พยายามไขว่คว้ามาตลอด น่าขันที่เขาคว้าเอาไว้ได้เพียงแค่อากาศ ขณะที่ร่อยรอยความสุขในอดีตย้อนกลับมาประหนึ่งกระบี่คมกริบค่อย ๆ กรีดเถือเนื้อของเขาออกเป็นริ้ว


มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน...


ผู้อื่นคล้ายมดวิ่งวนอยู่ในกระทะที่มีน้ำมันเดือดพล่าน ต่างจากเถียนชิงหรูกลับรู้สึกว่าตนเองคล้ายลูกนกที่ได้รับการปกป้อง ร่างเล็กไม่รู้ว่าตนเองหมดสติไปนานเท่าใด รู้เพียงร่างทั้งร่างคล้ายถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยรังไหม มันอบอุ่นลึกล้ำจนนางล่องลอยอยู่ในห้วงฝัน


แต่ดูเหมือนว่า...เวลาได้ผ่านไปนานชั่วกัปชั่วกัลป์

 

*****************************
 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 342 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #566 huawei71314 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 12:36
    สงสารน้อง
    #566
    0
  2. #548 1988yongsi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 20:37
    อิอ๋องเตือนแล้วยังไม่สำนึกอีก
    #548
    0
  3. #411 Tippawan36 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 10:46
    มีe-book.ไหมคะ มันค้างงงงง
    #411
    2
  4. #410 mano26282331 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 09:48
    สจรีฉลาดกับสตรีโง่เขลา. 555
    #410
    1
  5. #409 MonthikanPookpha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 09:33

    รออออ่านตอนต่อไปจ้า
    #409
    1
  6. #41 RatanaDokkhaoram (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 09:11
    รอท่านอ๋อง
    #41
    0
  7. #40 Nickyminimadgirl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 12:06
    น่ารักกกกกก เข้มแข็งไว้ รออยู่นะจ๊ะ
    #40
    0
  8. #39 Hubfinfin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 14:45
    สนุกมากเลยค่ะะะะ ชอบเรื่องนี้มากกกก นิยายบางเรื่องยังเขียนไม่ได้เท่านี้เลยค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ :-) สู้ๆค่ะ!
    #39
    0
  9. #38 Wawa26 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 21:10

    พ่อของแม่เป็นคุณตาไม่ใช่หรอค่ะ????????

    #38
    1
  10. #35 KnksLukgolf (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 18:20
    สนุกค่ะ เลือกใช้ได้คำสละสลวย และแทบไม่มีคำผิดเลย เดินเรื่องเดินได้กำลังดี ไม่มากไม่น้อย 👍👍👍
    #35
    1