ชายาตัวร้าย ชินอ๋องลวงรัก สนพ.Dbooks

ตอนที่ 12 : บทที่ ๖ หวั่นไหว ๑

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 350 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

บทที่ ๖ หวั่นไหว


ตอนที่ ๑


รถม้าที่มีตราประทับจวนชินอ๋องชะลอตัวก่อนจอดหยุดนิ่งด้านหน้าประตูจวน พ่อบ้านหวงยืนรออยู่ก่อนแล้ว จึงเร่งฝีเท้าเดินตรงมายังรถม้าภายใต้สายตาจ้องมองด้วยความใคร่รู้ พอเหลือบตามองเห็นโม่ฮวนองครักษ์เงาที่จู่ ๆ ปรากฏกายอย่างโจ่งแจ้งซ้ำยังเป็นสารถีบังคับรถม้าเสียเอง


ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวสมอง ด้วยประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวติดตามรับใช้ท่านอ๋องมาจนเส้นผมเปลี่ยนสีย่อมคาดเดาเรื่องราวได้ไม่ยาก แต่คราวนี้กลับพบว่าท่านอ๋องผู้มีนิสัยเย็นชาและมักมองข้ามศีรษะผู้อื่น ไม่ยินดียินร้ายต่อคนรอบข้าง กลับรีบเร่งออกไปทันทีที่องครักษ์รายงานว่าคุณหนูเถียนตกอยู่ในอันตราย


ทว่ายืนรอนานครู่หนึ่งยังไม่มีทีท่าว่าท่านอ๋องจะก้าวลงจากรถม้า พ่อบ้านหวงลอบปาดเหงื่อที่ขมับสูดหายใจลึก ก่อนรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยว่า ท่านอ๋อง อู่เจียนเดินทางมาถึงนานแล้วพ่ะย่ะค่ะ


อืม


หลิงชินอ๋องตอบรับในลำคอสีหน้าแววตาไม่เปลี่ยน แม้แต่ยามสั่งการโม่ฮวน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาล้วนแฝงความเย็นชาดุดันและเฉียบขาด แต่กับสตรีตัวเล็กเท่าแมวท่าทางขี้อ้อนของนางทำให้หัวใจแกร่งพลันอ่อนยวบคล้ายดินเลน คงเพราะนางมารน้อยขยับตัวขยุกขยิกพลางซุกไช้ถูไถใบหน้าลงบนแผ่นอกกว้างราวกับลูกแมวเชื่องที่สมควรได้ปลาย่างเป็นรางวัล อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าตนเองเผลอคลายหัวคิ้วที่ขมวดขึ้นเป็นปมตั้งแต่เมื่อใด แต่พอเห็นคนตัวเล็กหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง ก็แทบไม่อยากขยับตัวเพราะกลัวว่าจะทำให้นางให้ตื่น ยิ่งแลเห็นสองมือเล็กกำขยุ้มสาบเสื้อไม่ยอมคลายคล้ายว่าอ้อมกอดของเขาได้กลายเป็นที่พึ่งพิงของนางไปเสียแล้ว


นางมารน้อย ข้าควรทำอย่างไรกับเจ้าดี


มือใหญ่ลูบไล้พวงแก้มแดงระเรื่อไร้ความกระด้างอย่างสิ้นเชิง เขาเหลือบตามองสตรีร่างเล็กบอบบางยามหลับใหล ทำให้รู้สึกว่าสตรีผู้นี้แข็งนอกอ่อนใน ภายนอกนางดูแข็งแกร่งแต่ความจริงแล้วอ่อนแอเปราะบางจนน่าทะนุถนอมดุจแก้วบางใส ครั้นยิ่งเพ่งพิศใบหน้างาม ก็เห็นว่านางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดปานหิมะ จมูกโด่งปลายเชิดรั้นรับพวงแก้มแดงระเรื่อคล้ายผลท้อสุก ยามริมฝีปากอวบอิ่มฉ่ำวาวเหมือนผลอิงเถาเผยขึ้นน้อย ๆ แลดูเย้ายวนจนเขาเผลอยกปลายนิ้วลูบไล้สัมผัสกลีบปากหวานปานน้ำผึ้ง


ครั้นยิ่งมองคนตัวเล็กก็ยิ่งรู้สึกวุ่นวายใจ แต่เมื่อใดกันที่เขารู้สึกกับนางเช่นนี้...


หลิงชินอ๋องเลือกที่จะพานางกลับมายังจวนของเขาแทน เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ครานี้ ก็ไม่อาจวางใจปล่อยให้นางอยู่เพียงลำพัง เพราะเชื่อว่าคนพวกนั้นย่อมไม่มีทางปล่อยนางไว้เป็นเสี้ยนหนามตำใจแน่


นัยน์ตาคู่คมวูบไหว เดิมทีเขาหมายจะใช้ประโยชน์จากนางปลุกปั่นพวกคนตระกูลหม่า ด้วยจุดประสงค์แน่วแน่มีเพียงประการเดียว เพื่อให้จิ้งจอกเฒ่าหม่ากงซุนโผล่หาง จากนั้นเขาจะถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากในคราเดียว


     ทว่าไม่คิดว่าทันทีที่ได้พบสตรีที่มีลูกนัยน์ตาสีน้ำผึ้งความคิดนั้นได้แปรเปลี่ยนไป บางสิ่งบางอย่างเริ่มผุดขึ้นในหัวสมองอันปราดเปรื่อง จากนั้นเขาลอบส่งคนคอยติดตามนางจนสืบรู้ว่านางคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังร้านสวี่หลิว อีกทั้งยังเป็นผู้ปรุงกำยานหอมหมื่นลี้ที่น้อยคนนักจะรู้ว่ามีเพียงตำราปรุงกำยานโบราณของชนเผ่าตงเซียงที่สามารถคิดค้นและปรุงกำยานมีกลิ่นหอมรัญจวนยาวนานเช่นนี้ได้


ความจริงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากสืบรู้ว่านางคือบุตรสาวนายอำเภอเถียน สตรีผู้มีลูกนัยน์ตาสีน้ำผึ้งเฉกเช่นพระมารดาของเขา จะว่าไปนางไม่เพียงได้รับถ่ายทอดความงามมาจากมารดา สตรีผู้นี้ยังมีดวงตาคู่งามเฉกเช่นชนเผ่าตงเชียงอีกด้วย


เขาส่งคนให้ไปตามสืบจนรู้ว่า ตู้ฮูหยินลี้ภัยมาพร้อมครอบครัวเมื่อคราวที่เผ่าตงเซียงถูกรุกราน กระทั่งได้พบรักกับนายอำเภอเถียน แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเท่าบิดาของนางคือผู้เฒ่าตู้ยาย่า ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ผู้คุมกฎ


หากย้อนกลับไป ชนเผ่าตงเซียงเป็นเพียงชนเผ่าเล็ก ๆ ยามถูกรุกรานก็พากันเร่ร่อนรอนแรมไปเรื่อย ไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง จนกล่าวได้ว่าใช้เวลาในการเดินทางตลอดชีวิต ชนเผ่าตงเซียงมักย้ายไปทั่วทุกที่และทุกครั้งที่ถูกรุกราน ความอดอยากแร้นแค้นทำให้คนในเผ่าล้มตาย บางคนสูญหายไร้ร่องรอยในทะเลดำ กระทั่งผู้นำรุ่นต่อมาซึ่งคือท่านตาของเขาสามารถพลิกฟื้นและสร้างอาณาเขตในดินแดนเล็ก ๆ ตรงรอยต่อระหว่างสองแคว้น อาจเพราะชนเผ่าตงเซียงเดิมทีสืบเชื้อสายมาจากชาวมองโกล


พวกเขาถูกกล่าวขานว่าเป็นทัพนักรบบนหลังม้าที่โหดเหี้ยม มากด้วยฝีมือในการรบ ไม่เพียงเท่านั้น เผ่าตงเซียงยังมีตำราปรุงกำยานโบราณที่มีพิษร้ายสามารถปลิดชีวิตผู้คนนับพันได้โดยไม่เสียโลหิตแม้แต่หยดเดียว


หลังจากชนเผ่าตงเซียงได้สร้างดินแดนของตนเองขึ้น พวกเขายังทำข้อตกลงขึ้นระหว่างสองแคว้นด้วยการส่งตัวประกันซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระมารดาของเขาที่ถูกส่งตัวเข้ามาเป็นพระสนมในฮ่องเต้เฉียนหลิงไท่หวง หลายปีที่ผ่านมาชนเผ่าตงเซียงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุขเรื่อยมา แต่ความสงบสุขมักเป็นดังคลื่นลมที่พัดเข้ามาเป็นระลอก


ไม่นานชนเผ่าตงเซียงได้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้งหลังถูกรุกรานจากแคว้นจ้าว ด้วยหมายจะขยายอำนาจและยึดครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ในที่สุดน้ำเพียงถ้วยเดียวไม่สามารถดับไฟได้ทั้งป่าได้ วันที่เผ่าตงเซียงล่มสลายเป็นวันเดียวกับที่ผู้นำและสี่ผู้คุมกฎถูกแขวนคออยู่สี่มุมเมืองแคว้นจ้าว ทั้งนี้เพื่อประกาศศักดาและยกฐานะขึ้นเป็นแคว้นมหาอำนาจ


ชาวเผ่าตงเซียงที่เหลือต่างก็หนีตายซ่านเซ็นไปคนละทิศทาง เกาเจาอี๋ต้องการช่วยเหลือคนในเผ่า พระนางฉวยโอกาสยามที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานคุกเข่าขอพระเมตตาถึงสามวันสามคืน อันที่จริงใช่ว่าฝ่าบาทจะทรงพระทัยดำดังปีกอีกา แต่การเปิดประตูเมืองให้ผู้ลี้ภัยย่อมหมายถึงแคว้นเสิ่นได้ตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่อแคว้นจ้าว พระองค์จำต้องคำนึงถึงประชาชนแคว้นเสิ่นเป็นอันดับหนึ่ง ในทางกลับกันพระองค์ไม่อาจทนมองสนมรักทุกข์ระทมใจจนล้มป่วย


เมื่อหญิงอันเป็นที่รักเจ็บปวดทุกข์ใจ พระองค์ยิ่งปวดใจมากกว่าเป็นเท่าทวี


ในที่สุดฝ่าบาทไม่อาจทนมองสนมคนโปรดประท้วงด้วยการทรมานตนเองเช่นนี้ได้อีก พระองค์มีรับสั่งให้เปิดประตูเมืองสามวัน เมื่อครบสามวันให้ปิดประตูเมืองทันทีโดยไม่รั้งรอ เช่นนี้ก็นับว่าฝ่าบาททรงผ่อนปรนให้พระสนมเกาเจาอี๋มากแล้ว


ระยะเวลาเพียงสามวัน นับว่าไม่มากแต่ก็สามารถช่วยชนเผ่าตงเซียงลี้ภัยเข้ามายังแคว้นเสินได้ส่วนหนึ่ง ทว่าน่าเสียดายชนเผ่าตงเซียงที่ผู้อื่นต่างก็กล่าวขานว่า เป็นหนึ่งในทัพนักรบบนหลังม้าเก่งกาจที่สุดได้ถูกกลืนหายและลืมเลือนเช่นเดียวกับข่าวลือเกี่ยวกับตำราปรุงกำยานโบราณที่สาบสูญมานานนับสิบปี


เหตุนี้เขาจึงเข้ามาพัวพันกับนาง แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของนางมารน้อย เขาเลือกที่จะเปิดเผยความจริงให้นางได้รู้ ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่มีความจำเป็นอันใดต้องเผยตัวตนหรือแม้กระทั่งเปิดหมากบนกระดานให้นางล่วงรู้ถึงแผนการของเขา เพราะมิใช่มีเพียงเขาที่อ่านความคิดของนางได้ทะลุปรุโปร่ง แต่ความเฉลียวฉลาดของนางย่อมคาดเดาความคิดอ่านของเขาได้เช่นกัน


เช่นนั้น เรื่องบางเรื่องจึงไม่จำเป็นต้องคิดให้สลับซับซ้อนมากนัก



*****************************
 ปลายนิ้วสะกิดหัวใจเป็นกำลังใจให้นักเขียน คอมเมนต์คุยกันค่า ^^

ติดตามมะปราง/ฟางซิน ผ่าน Facebook

https://www.facebook.com/maprangloykaew

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 350 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

566 ความคิดเห็น

  1. #547 1988yongsi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 20:29
    หลงน้องแหละดูออก... คิกๆ
    #547
    0
  2. #408 MonthikanPookpha (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 10:28

    รออออออสนุกมากรอออ่านตอนต่อไป
    #408
    0
  3. #30 mydear26 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 10:48

    ขออีกกกกกกกกก
    #30
    0
  4. #29 Chomphoonutzioon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 10:26
    สะใจ เอาให้หนักเลยท่านอ๋อง
    #29
    0