YOU'RE MY DAZZLING POISON ปิ๊งรักหล่อตัวร้าย[จบแล้วจ้า]

ตอนที่ 6 : DAZZLING POISON : 2 : see you again...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    21 พ.ย. 58





We care       

          “เร็วสุดน่าจะสองวันน่ะครับคุณหนู” ลุงบรรทัด ช่างอาวุโสของร้านฉันบอกหลังจากที่เช็คสภาพรถของฉันแล้ว ฉันพยักหน้ารับก่อนจะถอนหายใจ

          “คงต้องเอาคันอื่นไปขับก่อน แต่เรื่องนี้ห้ามบอกพ่อพิมมี่เด็ดขาดนะคะ” ฉันกำชับซึ่งลุงบรรทัดก็ตอบรับอย่างดี ฉันจึงค่อยสบายใจหน่อยก่อนจะเดินเข้าไปในออฟฟิตเพื่อตากแอร์ดื่มกาแฟเย็นๆ


          ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมใช่ปะล่ะ เพื่อนๆ ในสาขาหลายคนไปเรียนครอสออกแบบซัมเมอร์ที่เมืองนอก แต่พวกฉันสามคนไม่มีใครไปไหน หญิงลีก็ติดผู้ชาย ตอนนี้ไม่รู้จะเลิกสรรหาสาระมีหรือยัง แต่นิสัยอย่างมันคงไม่เข็ดแน่ๆ อัลญ่าก็ตัวติดกับเฮียจอมพลจนเขาไม่ต้องเอาเวลาไปอ่านหนังสือแล้ว เทอมหน้าเกรดตกชัวร์! สาธุ! หมั่นไส้พวกอินเลิฟ ฉันไม่ได้อิจฉานะ อย่าๆ ฉันแค่รู้สึกขัดหูขัดตานิดหน่อย

          โสดน่ะสบายจะตาย ดูสิ จนจะเที่ยงแล้วยังไม่มีใครโทรมารบกวนเวลาพักผ่อนเลย เอาจริงๆ นะ... มันก็เหงา ฮือๆ


          เฮ้ย! บ้า! ใครเหงา สบายดีจะตาย เพราะฉันว่างพ่อเลยให้มาดูแลร้านให้ ส่วนท่านก็ไปพักผ่อนสบายๆ กับเพื่อนฝูงที่อายุมากแล้ว ปกติที่นี่จะมีผู้จัดการใหญ่ดูแลอยู่แล้ว พ่อฉันจึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาอยู่ร้าน ไอ้เรื่องร้านพ่อไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก เพราะฉะนั้นฉันจึงลักไก่เอารถมาซ่อมแบบเงียบๆ เนียนๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ฉันเดินเข้าไปนั่งในห้องรับรองของตัวเองก่อนจะหยิบสมุดสเก็ทภาพกับดินสอขึ้นมาร่างคิดชุดใหม่

          ฉันทำๆ ไปสักพักก็เริ่มปวดหัวเพราะมันคิดไม่ออก สมองไม่แล่นเลยแหะ ฉันจึงเดินไปเปิดมู่ลี่ตรงกระจกออกแล้วต้องชะงักไปเมื่อมองไปเห็นใครบางคนกำลังด่อมๆ มองๆ อยู่แถวโซนซ่อมเครื่องยนต์ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นั่นมันไอ้พี่เนสท์จอมม่อนี่นา เขามาทำอะไรที่นี่ ฉันกอดอกแล้วครุ่นคิด มาร้านซ่อมรถก็ต้องมาซ่อมรถปะวะ


          ฉันยืนรอจนกระทั่งเขาเดินไปที่หน้าร้านแล้วโบกแท็กซี่ออกไปจึงเดินไปที่โซนซ่อมเครื่องยนต์

          “พี่คะ ผู้ชายเมื่อกี้เขามาทำไมคะ?” ฉันถามพี่ผู้ชายที่กำลังหันไปหยิบอุปกรณ์อะไรสักอย่างอยู่ เขาหันกลับมาก่อนจะทำหน้างงๆ


          “คนไหนครับคุณหนู”


          “คนสูงๆ หล่อๆ ผิวขาวๆ ท่าทางรวยๆ ผมสีส้มอ่ะค่ะ” ทำไมพอนึกถึงเขาเพื่อจะบอกลักษณะแล้วก็ใจเต้นแรงแปลกๆ คงไม่ได้กำลังจะเป็นโรคหัวใจหรอกนะ ได้โปรด อนาคตฉันยังสดใสอยู่

          “อ๋อ... คุณเนสท์อ่ะเหรอครับ”


          “พี่รู้จักด้วยหรือคะ”


          “ลูกค้าประจำครับ เอารถมาซ่อมบ่อย นี่ไงครับ” พี่ช่างชี้ไปยังรถยนต์สีขาวคันหนึ่งที่จอดนิ่งเปิดฝากระโปรงอยู่ ว้าว! ขับแลมโบกินี่เลยเหรอ รุ่น Aventador LP700-4 ราคาแพงหูฉี่เลย

          “รถเขาเป็นอะไรคะ?”


          “ก็หลายอย่างครับ โดนกระแทกมาหนัก แต่โดนประจำแหละครับ ซ่อมบ่อยจนชินมือละ คุณเนสท์เป็นนักแข่งครับ แต่รู้สึกจะแข่งในสนามเถื่อน สภาพเลยอย่างที่เห็นแหละครับ ว่าแต่คุณหนูมีอะไรหรือครับ รู้จักเขาเหรอครับ?”


          “รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยน่ะค่ะ แล้ว... กี่วันคะถึงจะเสร็จ?”

          “วันนี้ก็เสร็จแล้วครับ ผมซ่อมมาก่อนหน้านี้แล้ว เดี๋ยวเย็นๆ คุณเนสท์ก็กลับมาเอา”


          ฉันชะงักไปอย่างพอเข้าใจเรื่องราว เมื่อวานเขาเอารถฉันไปแข่งแทนเพราะรถของเขามาจอดรอตายอยู่ที่นี่เอง หือ! หมอนี่นี่มัน...

          พี่ช่างหันไปค้นหาอุปกรณ์อะไรสักอย่าง ฉันยืนอยู่สักพักก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ฉันมองไปเห็นกรรไกรวางอยู่แถวๆ นั้นจึงหยิบมาแล้วชะโงกหน้าไปมอง สายอะไรเป็นสายอะไรบ้างวะเนี่ย หลากหลายสีจนตาลายไปหมด เกิดมาในร้านซ่อมรถแต่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ฉันเหลือบไปมองทางโน้นทีทางนี้ทีก่อนจะอาศัยจังหวะที่พี่ช่างหันไปคุยกันเอื้อมมือลงไปในกระโปรงรถแล้วตัดฉึบเอาสายอะไรสักอย่าง ฉันยังไม่พอใจจึงตัดไปอีกเป็นกำมือ ฉันรีบวางกรรไกรไว้ที่เดิมแล้วค่อยๆ คืบคลานออกไปจากโซน


          โทษฐานที่ทำรถฉันเสียหาย! แล้วสนามดีๆ ก็มีให้แข่ง จะไปแข่งสนามเถื่อนเพื่อ? ไอ้พวกไม่มีความคิด! เอาชีวิตไปเสี่ยงตายชัดๆ แล้วทำไมฉันต้องรู้สึกโมโหเขาด้วยเนี่ย พอๆ เลิกคิดเรื่องเขาดีกว่า รกสมอง!

 




 

          ฉันขับBMW Z4สีส้มออกมาจากโรงรถก่อนจะเห็นพี่เนสท์ยืนโวยวายอะไรสักอย่างอยู่ที่โซนซ่อมเครื่องยนต์ สีหน้าของเขาเรียบตึงเหมือนกำลังโมโหมาก อูย... ขอโทษด้วยนะคะพี่ช่าง ฉันรีบขับออกไปก่อนจะหยิบมือถือออกมาส่งไลน์ให้อัลญ่ากับหญิงลี ฉันจะไปจัดการนายเนตั้น! โทรไปถามวิณณ์ว่าวันนี้เขาเข้าไปซ้อมเต้นหรือเปล่าวิณณ์ก็บอกว่าไม่ หน็อย! คิดจะหนีงั้นเหรอ ต่อให้นายหนีไปสุดฟากฟ้าฉันก็จะตามไปจัดการนายโทษฐานที่ทำให้ฉันทำพลาดมาสองหน

          อะ! ถึงละฉันลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในซอยที่คุ้นเคยก่อนจะหยุดลงที่หน้าบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง ฉันชะงักไปก่อนจะกลับหลังหันแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นี่มัน... บ้านเก่าของฉันนี่ แล้วนี่... บ้านที่ฉันกำลังตามหาก็คือบ้านที่อยู่ตรงข้ามของบ้านฉัน บ้านเนตั้นเนี่ยนะ ฉันรีบเดินไปกดออดรัวๆ ด้วยความร้อนใจอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เนตั้นเป็นใคร? ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้

          ฉันรอนานพอสมควรเจ้าของบ้านก็ยังไม่ยอมมาเปิด ฉันจึงกดนิ้วรัวๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากข้างในบ้าน

          “ครับ รู้แล้วครับ รอแป๊บนึง!!!” เสียงเนตั้นนี่นา ฉันควรจะทำยังไงดี ฉันรีบหยิบเอาแว่นตากันแดดสีดำขึ้นมาสวม สักพักเขาก็เดินออกมา คราวนี้ใส่เสื้อผ้าครบทุกส่วน แต่พอเขาเดินมาใกล้ฉัน เขาก็หยุดเท้าไปเสียดื้อๆ

          “เธอ...”


          หือ? เขาจำฉันได้เหรอ ฉันอุตส่าห์ใส่แว่นอำพรางหน้าตาเอาไว้แล้วนะ แหม! แบบนี้แหละคนมันสวย ต่อให้เอาอะไรมาปิดมันก็กระแทกออกมาอยู่ดี เพลีย!

          “ห้ามหนีเลยนะเนตั้น ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจแน่!” ฉันร้องบอกข้ามรั้ว เนตั้นที่กำลังจะก้าวเท้ากลับเข้าไปในบ้านเบรกกึกแทบไม่ทัน เขาทำหน้าลังเลสักพักก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินมาที่ประตู

          “มาทำไม จะมาฆ่าฉันให้ได้เลยเหรอยัยจอมโหด!

          ฉันดึงแว่นตาออกก่อนจะทำหน้าเซ็งๆ


          “นี่ขนาดฉันอำพรางตัวแล้วนะ เฮ้อ~

          “ขอโทษเถอะ ผมเธอเนี่ยเด่นจนอยู่ดาวอังคารยังเห็น”


          จริงดิ! ฉันยกมือขึ้นจับผมนุ่มลื่นมือของตัวเองแล้วทำหน้าเบื่อโลก ลืม! ฉันทำสีผมที่ชาวบ้านเขาไม่ทำกันอ่ะนะ อันนี้คงต้องทำใจของจริง ฉันชี้ปลายนิ้วเรียวยาวใส่ประตูรั้วบ้านของเขา

          “อะไร นี่อย่าบอกนะว่าจะโชว์เล็บน่ะ พวกคนรวยนี่จริงๆ เลยนะ เอาเงินไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้หรือไง $@)*&^+()@+#!^%@)+)” เนตั้นทำปากขมุบขมิบสาปแช่งฉันต่อ

          “ฉันจะบอกให้นายเปิดประตู”

          “เปิดทำไม ไม่ต้อนรับ” เนตั้นทำหน้าหวาดๆ ใส่ฉัน นี่ฉันเหมือนยักษ์เหมือนมารมากหรือไง หมอนี่นิ! ฉันอยากจะอัดเละเป็นโจ๊กแล้ว อดไม่ไหวแล้วนะเว้ย

          “เลือกเอาว่าจะให้ฉันไปจัดการนายในบ้านดีๆ หรือจะให้ฉันเอาตำรวจมาลากคอนายเข้าคุก!

          “!” เนตั้นอ้าปากหวอจนน้ำลายจะไหลก่อนจะรีบลนลานมาเปิดประตูให้ฉัน ฉันเดินกระแทกส้นสูงเข้าไป เนตั้นปิดประตูก่อนจะเดินนำห่างกันไปเป็นวา ฉันทำหน้าเอือมๆ จริงๆ ฉันก็ตั้งใจจะมาเล่นงานเขาเพื่อแก้แค้นให้หญิงลีนั่นแหละ เพราะเธอยังมีอาการอาลัยอาวรณ์หมอนี่อยู่ แต่พอฉันมาเห็นว่าเขาอยู่ที่ไหน ฉันก็เกิดเปลี่ยนใจเสียดื้อๆ ฉันรู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้

          “นายมาอยู่บ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”


          “จำเป็นต้องตอบเหรอ?”


          “ถามก็ตอบ ไม่ใช่ให้ถามคืน ตอบมา”


          “สามปี”


          “ทำไม...”


          “เสือกอะไรด้วยวะ” โหย! ของขึ้นเลยเว้ย เนตั้นนี่เหมือนไม่ใช่เนตั้นที่ฉันเห็นที่ห้องซ้อมเมื่อวานเลย วันนี้เขาดูเป็นผู้ชายที่จริงจังกับชีวิตมาก คิ้วนี่ชิดกันจนจะหลอมรวมเป็นอันเดียวกันอยู่แล้ว

          ฉันถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปในบ้านที่เปิดประตูไว้อยู่


          “เฮ้ย! เข้าไปทำไม!” เนตั้นรีบตามฉันมาแล้วคว้าแขนฉันก่อนจะรั้งไว้ ฉันสะบัดออกแล้วดื้อดันจะเข้าไปให้ได้ “นี่เธอจะบ้าเหรอ จู่ๆ จะมาบุกเข้าบ้านคนอื่นเขาน่ะ ไม่ใช่ตำรวจนะเว้ย”

          ฉันไม่สนใจเขาแล้วเดินจ้ำอ้าวเข้าไปภายในบ้าน


          “ใครมาน่ะเนตั้น” คุณยายสูงวัยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกถามขึ้น ใบหน้าที่ดูอ่อนล้าและริ้วรอยของวัยทำให้ฉันหันไปมองเนตั้นแว๊บหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหาท่าน


          “เฮ้ย! กรุณาถอดรองเท้าด้วย!” เนตั้นคว้าแขนฉันแล้วบอกด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังดุเด็กอยู่ ฉันสะบัดแขนออกแล้วก้มลงไปถอด แค่นี้ก็ต้องโวยวาย เขาเดินเข้าไปหาคุณยายคนนั้นก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยอยากจะบอกนัก “เพื่อนผมน่ะยาย”

          “ยาย?” ฉันทวนคำที่เรียกคุณยายท่านนี้ของเนตั้นพร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง เนตั้นเป็นหลานของท่านงั้นเหรอ ฉันเดินเท้าเปล่าไปยืนตรงหน้ายายของเนตั้นก่อนจะยกมือไหว้ เนตั้นทำหน้างงๆ

          “สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ นม”


          ยายของเนตั้นจ้องหน้าฉันเหมือนกำลังคิดก่อนจะเบิกตากว้าง แล้วดวงตาที่หม่นหมองก็ทอแสงประกายด้วยความดีใจ


          “คุณหนูพิมมี่!” ฉันยิ้มรับ “คุณหนูจริงๆ ด้วย นมจำไม่ได้เลย”

          ฉันนั่งยองๆ ลงก่อนจะจับมือนมแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา


          “นมเป็นยังไงบ้างคะ?”


          “โธ่! คุณหนู” นมแก้ว... แม่นมที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เด็กๆ ดึงฉันเข้าไปกอดก่อนจะลูบหัวเบาๆ ฉันกอดท่านตอบแล้วซบหน้าอย่างคิดถึง ตั้งแต่ย้ายออกไปจากที่นี่ฉันก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย มันก็นานมากแล้วนะ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะมาตามหาเนตั้นฉันก็คงลืมที่นี่ไปแล้ว “นมสบายดีค่ะ แล้วคุณหนูล่ะคะ”

          “สบายดีค่ะ”


          เราสองคนค่อยๆ ผละออกจากกันก่อนที่นมแก้วจะรีบหันไปหาหลานชายที่ทำหน้ามึนงงจนแทบจะเอ๋อไปเลย

          “เนตั้น นี่คุณหนูพิมมี่ ส่วนนี่เนตั้นหลานนมเองค่ะ”


          “รู้จักกันแล้วยาย” เนตั้นบอกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ดูเหมือนเขาจะกังวลไม่น้อยที่ฉันดันรู้จักกับยายของเขาด้วย ฉันจ้องหน้าเขาอย่างคาดโทษและยกมุมปากขึ้นโดยที่น้ำตายังไหลอยู่


          นายไม่รอดแน่เนตั้น!

          “คุณท่านเป็นยังไงบ้างคะ นมก็ไม่ได้ติดต่อไปเลยหวังว่าจะสบายดี” นมแก้วถามถึงพ่อฉัน ไม่ต้องคิดว่าถามถึงแม่ฉันเลยนะ แม่ฉันเสียตั้งแต่ฉันอยู่ที่นี่แล้ว เสียไปตั้งแต่ฉันอายุห้าขวบด้วยโรคหัวใจ

          “พ่อก็สบายดีค่ะ” ฉันเหลือบไปเห็นซองยาที่กองอยู่บนโต๊ะก่อนจะเลิกคิ้วสูง เช็ดน้ำตาเบาๆ “ยาของใครอ่ะนม เยอะแยะเต็มไปหมดเลย”


          “ของนมเองค่ะ”


          ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอ่อนล้าของนมแก้วทันที


          “นมเป็นอะไรคะ?”

          “นมป่วยน่ะค่ะ”


          “นม!


 


 

          “ยายฉันป่วยโรคไต”


          ฉันเม้มปากแน่นก่อนจะหันไปมองเนตั้นที่ตอนนี้ยืนหันข้างให้ฉันอยู่ เราสองคนออกมาคุยกันหน้าบ้านโดยที่นมแก้วนอนหลับพักผ่อนอยู่ข้างใน ฉันรู้สึกตกใจมากที่รู้ว่านมแก้วป่วย ตอนฉันเด็กๆ นมแก้วก็ดูแข็งแรงดีออก ฉันรู้จากนมแก้วว่าพ่อกับแม่ของเนตั้นหย่ากันแล้วต่างฝ่ายต่างไปมีสามีใหม่เนตั้นเลยย้ายมาอยู่กับท่านที่นี่ แต่ท่านก็ดันมาป่วยภาระหน้าที่ทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่เขา เนตั้นเงยหน้าขึ้นมองฟ้า


          “ยายต้องไปฟอกไตทุกอาทิตย์ ฉันต้องหาเงินมารักษายาย ฉันเลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงิน” เนตั้นบอกเบาๆ แล้วหันมาสบตาฉัน “จะเอาไงต่อว่ามาเลย แต่ขออย่างเดียวอย่าให้ยายฉันรู้เรื่องนี้ ฉันบอกยายแค่ว่าไปเต้นได้รางวัลมา”


          ฉันยกแขนขึ้นกอดอกอย่างคิดหนัก เนตั้นหาเงินมารักษายายก็จริง แต่เขาทำไม่ถูกที่ไปหลอกลวงคนอื่นแถมคนนั้นยังเป็นเพื่อนสนิทฉันอีก หญิงลีเสียใจมาก จะปล่อยผ่านไปเลยก็ไม่ได้ แต่จะเอาผิดก็ไม่ควร เนตั้นทำเพื่อยายของเขา ซึ่งเป็นอดีตนมของฉัน ผู้ที่เลี้ยงดูฉันไม่ต่างอะไรไปจากแม่ เอายังไงดีวะ! ทำไมมันต้องยุ่งยากแบบนี้เนี่ย คนสวยปวดหัว!

          “ฉันไม่เอาเรื่องนายก็ได้” ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจบอกออกไป เนตั้นเลิกคิ้วสูงเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะยอมง่ายๆ แบบนี้ เออ! ฉันเองก็งงตัวเอง

          “จริง?”


          “แต่นายต้องไปขอโทษหญิงลี แล้วสัญญากับฉันว่าต่อไปนี้จะไม่ทำแบบนี้อีก นายต้องหาเงินด้วยวิธีสุจริต นายคิดว่าถ้ายายนายรู้จะดีใจไหมที่เงินพวกนั้นต้องแลกกับน้ำตาของคนอื่น”


          “ขายตัวนี่ก็ไม่สุจริตเหรอ”


          “จะบ้าหรือไง!” ถ้ามันสุจริตเค้าก็เปิดให้ทำแบบถูกกฎหมายแล้วสิ ฉันหรี่ตามองเนตั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว นี่เขาเป็นผู้ชายขายน้ำจริงๆ น่ะเหรอ ไม่อยากจะเข้าใกล้เลยว่ะ

          “มองแบบนั้นทำไม รังเกียจฉันงั้นสิ นี่! ถ้าชีวิตนี้ฉันรวยล้นฟ้าวันๆ ไม่ต้องทำงานเดินลอยหน้าลอยตาแต่งตัวสวยๆ แต่มีเงินใช้เหมือนเธอฉันก็คงไม่ต้องมาทำแบบนี้หรอก คิดว่าฉันภูมิใจมากหรือไง คิดว่าฉันไม่ขยะแขยงตัวเองงั้นเหรอ! คนเรามันมีทางเลือกไม่เหมือนกันนะ!

          “ฉะ...ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย


          “สรุปจะไม่เอาเรื่องกันใช่ไหม ขอบใจ!” เนตั้นกระแทกเสียงใส่จนฉันที่เริ่มเห็นใจเขาต้องโมโหอีกครั้ง

          “ไอ้เนตั้น!

          พลั่ก!!!

          “โอ๊ย!!!” ไวกว่าความคิดฉันก็ซัดหมัดใส่เขาไปหนึ่งหมัด เนตั้นถึงกับเซไปด้านหลัง เขายืนยัดได้แล้วยกมือขึ้นกุมมุมปากพร้อมกับมองฉันหวาดๆ “ทำเชี้ยไรวะยัยบ้านิ!”   

      

          “ยังจะมาปากดี ฉันไม่เอาเรื่องนายก็บุญเท่าไหร่แล้ว นี่ฉันอดไม่ไหวจริงๆ นะเนี่ยถึงได้ชกนาย อยากโดนอีกไหม!” ฉันเงื้อหมัดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาถอยหลังไปหลายก้าวเร็วๆ

          “พอแล้ว พรุ่งนี้ฉันต้องไปพบลูกค้านะ เสียโฉมราคามันตกเว้ย!

          “ไอ้เนตั้น!” ฉันเพิ่งบอกเขาอยู่แหมบๆ ว่าให้เลิกอาชีพแบบหลอกลวงแบบนี้

          “ไม่ได้สนิทกันมาก ถึงเธอจะเป็นคุณหนูของยายฉันแต่ไม่ใช่ของฉัน” กรอด!!! ฉันกัดฟัน อยากจะฆ่าหมอนี่จริงๆ

          “นายต้องเลิกทำเรื่องบ้าๆ นี่”


          “พวกเจ๊ๆ เขาเต็มใจให้เงินฉัน ฉันไม่ได้หลอกลวงเหมือนอีกระเทยโง่ๆ เพื่อนเธอซะหน่อย ฉันไม่นับรวมว่าเรื่องบ้าๆ หรอกนะ” เนตั้นบอกแล้วเช็ดมุมปากแรงๆ เขาพ่นล้ำลายลงพื้นก่อนจะจ้องหน้าฉันอย่างเดือดดาล “แต่ถ้าเธออยากให้ฉันเลิกทำแบบนี้จริงๆ ก็มีอยู่ทางหนึ่ง”


          “อะไร?” ฉันถามอย่างช่วยไม่ได้ จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่ถ้ามันจะทำให้เขาเลิกทำเรื่องอย่างว่าฉันก็อยากจะช่วยน่ะนะ ยังไงเขาก็เป็นหลานนมฉัน


          “เธอเลี้ยงฉันแทนสิ รวยมากไม่ใช่เหรอ”


          “อะ...ไอ้” ฉันชี้นิ้วอ้าปากอยากจะด่าแต่ด่าไม่ออก หาคำพูดไม่ได้จริงๆ ฉันแทบไม่เชื่อหูว่าจะได้ยินหมอนี่พูดอะไรที่มันทุเรศๆ ออกมา


          “จริงๆ ฉันก็ไม่ได้ปลื้มหรอกนะที่ต้องโดนพวกป้าแก่ๆ จับโน่นจับนี่ แต่ถ้าเธอ...” เนตั้นลากสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา “โคตรฟิน!

          “อยากโดนอีกหรือไง!” ฉันตะคอกใส่แล้วสะบัดหน้าอย่างอารมณ์เสีย เนตั้นหัวเราะร่าก่อนจะชี้ไปที่ประตู

          “กลับไปได้แล้ว ถ้ายังอยู่ฉันจะถือว่าเธอตกลงรับเลี้ยงฉันนะ”


          “ฮึ้ย! นายเป็นคนนะเนตั้น ฉันรับเลี้ยงคนทั้งคนไม่ได้หรอก ถ้าเป็นหมาก็ว่าไปอย่าง ชิ!” ฉันย่นจมูกใส่เขาก่อนจะเดินออกไป

          ฉันไม่รู้หรอกว่าเนตั้นจะมองฉันยังไง แต่ฉันถือว่าฉันได้ช่วยนมแก้วไม่ให้ต้องมาเป็นทุกข์เพราะหลานหรอก

 




 

We care         


          ฉันกลับมาที่ร้านเพราะผู้จัดการร้านโทรตาม ฉันถามว่าให้เข้ามาทำไมเพราะฉันจะกลับบ้านเลยก็บอกเข้ามาแล้วจะรู้เอง ฉันเลยต้องมาเนี่ย คาดคั้นเท่าไรก็ไม่ยอมบอก จะอะไรนักหนาไม่เข้าใจเลย ฉันเดินเข้ามาในออฟฟิตก็ต้องตกใจที่เห็นพ่อตัวเองนั่งรออยู่ที่โซฟารับรอง ฉันมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย ทำไมคนมารวมกันที่นี่เยอะจังเลยล่ะ


          “เรียกพิมมี่มามีอะไรหรือคะพ่อ?” ฉันถามด้วยสีหน้าสงสัย แต่ในใจกลับรู้สึกกังวลแปลกๆ คงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันทำไว้หรอกนะ


          “ลูกทำอะไรไว้หรือเปล่าล่ะ” พ่อเอนตัวพิงกับโซฟาแล้วมองฉันอย่างกดดัน ฉันรีบส่ายหน้า หรือว่าพ่อจะรู้เรื่องรถฉันที่แอบซ่อมเอาไว้อ่ะ “แน่ใจ?”


          “แน่ใจค่ะ!” ฉันบอกเสียงดังฟังชัดก่อนที่พ่อจะจับโน้ตบุ๊คหันหน้าจอมาทางฉัน ในนั้นมีวิดีโอที่เปิดค้างเอาไว้ ฉันอ้าปากค้างก่อนจะหันขวับไปมองผู้จัดการของร้านเพราะในนั้นมีภาพวงจรปิดของร้านอยู่ แล้วนั่น... ฉันก็อยู่ในนั้นด้วย แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องรถของฉันหรอก เพราะมัน... เกี่ยวกับพี่เนสท์เต็มๆ

          ลืม! ลืมว่ามีกล้องวงจรปิดทั่วร้าน ชะตาฉันขาดก็วันนี้แหละค่ะ

          “ลูกค้าเจ้าของรถที่ลูกไปตัดสายเครื่องยนต์เนี่ยมาโวยวายว่าซ่อมรถเสร็จช้ากว่ากำหนด แล้วช่างก็เจอว่าสายเครื่องยนต์ถูกตัด โดยลูกไงพิมมี่”

          “อูยยย” ขนลุกซู่เลยแหะ

          “ทำไมทำแบบนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ตอนนี้เขาจะเอาเรื่องเราใหญ่ ร้านเราไม่มีหนูที่ไหนมากัดสายเครื่องยนต์ได้เป็นมืออาชีพเรียบกริบขนาดนั้นหรอก  เขาบอกให้หาคนผิด ช่างก็เดือดร้อน นี่ผู้จัดการรีบโทรเรียกพ่อกลับมาจากสนามกอล์ฟเลย ไหนบอกมาสิ ขอเหตุผลดีๆ ที่ฟังขึ้น”


          “คือ...” ฉันจะบอกว่ายังไงดีล่ะ


          “บอกมาสิ” พ่อจ้องหน้าฉันอย่างกดดันอีกครั้ง ฉันมองไปที่คนอื่นๆ พวกเขาก็จ้องมาที่ฉันเหมือนกัน อุ๊ย! สะดุ้งเล็กน้อย รู้สึกผิดเลยล่ะที่ทำให้คนอื่นๆ เดือดร้อน ก็ตอนนั้นฉันโมโหแล้วมือมันก็ไปเอง สมองห้ามไม่ทันอ่า ฉันรีบยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ แม้แอร์จะเย็นฉ่ำแต่ใจฉันมันร้อนรน

          “พ่อคะ... เรื่องทั้งหมดมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”


          ฉันต้องบอกพ่อตั้งแต่ต้นใช่ไหม อุตส่าห์หลีกเลี่ยงแล้วนะ ฉันว่าฉันโคตรของโคตรฉลาด ทำไมช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองโง่จังวะ หรือฉันมัวแต่กินผักผลไม้ อาหารคลีน จนลืมลืมกินอาหารเสริมบำรุงสมอง โง่ตั้งแต่ต้น... ขออย่าโง่จนจบเหอะ เจ้าพ่อคุณ!




 


เนตั้น : สนใจใช้บริการผมปะล่ะครับ???



TALK : บางทีนางเอกเราก็อาจจะแค่... คิดไม่ได้งี้ 555 ไม่ได้โง่หรอก ....จริงๆ นะ >O<
ตอนหน้ามาดูต่อว่าพี่เนสท์จะทำยังไงน๊า พิมมี่นางก็แสบมาก
นางเอกหรือตัวประกอบ โก๊ะเว่อได้ใจอีก





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,045 ความคิดเห็น

  1. #3040 alonezaza19 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 15:54
    ถึงขนาดตัดสายรถนี่ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ เป็นเรื่องจริงนี่ตายได้เลยนะ 

    #3,040
    0
  2. #2395 Yayeeyoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:42
    ถ้าโดนสายเบรกขึ้นมาถึงตายเลยนะ ถ้าจะแก้แค้นนิดๆหน่อยๆก็พิมั้ง อย่างทุบรถเงี้ย..-0-
    #2,395
    0
  3. #393 NAnaA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 00:24
    นางเอกนี่เกินคำบรรยาย
    #393
    0
  4. #391 zzibso (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 18:39
    พิมมี่!!!! ไม่ได้โง่หรอก แต่แค่สุดโต่งไปหน่อยเท่านั้นเอง

    โถ่ววว ต่อไปเป็นไงละทีนี้
    #391
    0
  5. #390 ใข่มุก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 14:10
    เนตั้นน่ารักกกกกกกกกกก
    #390
    0
  6. #389 ใข่มุก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 14:09
    อยากอ่านเรื่องนี้มากกกกกกกกกก ชอบ
    #389
    0
  7. #388 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 11:57
    นางคงไม่โง่นะแต่ชอบทำอะไรผิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆน่ะ
    #388
    0
  8. #387 keerapan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 08:40
    พิมมี่นางได้ใจจริงๆๆ
    #387
    0
  9. #386 knomtal19031 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 00:11
    เนตั้น เราอยากใช้บริการเธอ555555
    #386
    0
  10. #385 exofinite (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 22:07
    เย้ๆ มาแล้ววว ทำไมซีวิตเนตั้นมันน่าสงสารจังเลยยยย แง่~__
    #385
    0
  11. #384 aey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 21:18
    รออ่านอยู่นะคะ. นางไม่โง่หรอกมั้งนะ👅:-P
    #384
    0
  12. #383 moozar55 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 20:57
    ตอนทำละไม่คิด เป็นไงละพิมมี่
    #383
    0
  13. #382 Kk_Jk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 20:37
    เพลียจิตกับพิมมี่
    #382
    0
  14. #381 BamBam13846 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 19:11
    มาต่อเร็วๆน่ออออ
    #381
    0
  15. #380 Olivier_mm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 19:05
    ไม่ชอบนางเอก ทำเป็นเก่งนักนะ
    #380
    0
  16. #378 Taew_RINO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 18:23
    รออยู่นะค่ะ <3
    #378
    0
  17. #377 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 16:10
    นางไม่ได้โง่นะคะ นางแค่ไม่ฉลาดเท่านั้นค่ะ
    กร้ากกกกก
    #377
    0
  18. #376 แม่แบบแผ่นพิมพ์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 15:34
    อัพแล้วนะคะ
    #376
    0