Teacher you’re my love ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

ตอนที่ 7 : ผิดหลักทฤษฎี (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มิ.ย. 59

6

**ผิดหลักทฤษฎี**

 

     ท่ามกลางสถานการณ์กดดัน กว่าร้อยสายตาจับจ้องมายังฉัน เพียงคำตอบเดียวเท่านั้น กล้า หรือ ไม่กล้า อาจจะใช่ที่บีบีตบได้เดือดเลือดสาดมาก แต่ฉันไม่กลัวหรอกถ้าไปตบกับนางแล้วเรื่องมันจบ แต่ฉันกลัวว่ามันจะไปเป็นแบบนั้นไง แล้วถ้าเกิดเรื่องรู้ถึงหนูป๊าขึ้นมาฉันจะโดนป๊าเทศแค่ไหน


     แล้วฉันก็รู้สึกว่ามันก็ไม่คุ้มด้วยที่จะมาตบกันเพื่อ...แย่งผู้ชาย

                “ว่าไง กล้ารึเปล่าเปียโน!

 


                “ฉันตบพวกนางแทนแกได้มั้ย คันไม้คันมือจริง” นี่คือคำพูดของน้ำอิงนะ ขนาดคนที่ถ้าไม่จำเป็นจะไม่มีเรื่องกับใครอย่างหล่อนยังทนไม่ไหวเลยอ่ะ


                “เรื่องมันจะจบใช่มั้ย?” ฉันถาม


                แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบต้นเหตุของเรื่องก็ปรากฏตัว เขาเดินเข้าไปหาบีบีแล้วลากนางออกไปคุยด้วย แต่นางสะบัดมือพี่เขาออกแล้วตบหน้าพี่เขาฉาดใหญ่ ให้ตายสิ! นี่พวกเราแสดงละครกันอยู่หรอ เล่นเอาผู้ชมที่อยู่ในเหตุการณ์อ้าปากเหวอไปตามๆ กัน


                “นี่พี่ชอลลีนอกใจพี่บีบีมาจีบน้องคนนี้จริงๆ หรอ?”

                “หล่อนแย่งพี่ชอลลีมาจากพี่บีบีแหละ”

                “วันนั้นฉันเห็นหล่อนขึ้นแท็กซี่ไปกับพี่คีย์บอร์ดด้วยนะ”

                “หล่อนคงอยากเป็นแฟนกับใครซักคนในคิวท์บอยส์เหมือนเพื่อนของหล่อน ก็เลยอ่อยทุกคนเลยไง”

    “เมื่อวันก่อนฉันเห็นหล่อนอ่อยพี่เจนัสด้วย หล่อนคงกะเอาให้หมดทั้งคิวท์บอยส์นั่นแหละ” ไม่นะ! คนผิดไม่ใช่ฉัน ถ้าอยากวิจารณ์นักก็ไปวิจารณ์สองคนนั้นสิ ฉันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สักหน่อย ทำไมต้องพากันรุมว่าฉันแบบนี้ล่ะ


     “คนพวกนี้นี่มันชักจะมากไปแล้วนะ” น้ำอิงเริ่มกัดฟัน แล้วเบนต้าร์ที่ยังพอมีสติอยู่ก็พาพวกเราออกไปจากเหตุการณ์

                “ไปกันเถอะแก อย่าไปสนใจเลย” ขณะที่เสียงวิจารณ์ก็ดังตามมาไม่หยุด

 


                “หน้าไม่อายอ่ะแก”

                “นั่นสิ หน้าไม่อายทั้งกลุ่มเลย”


 


                ใครจะไปคิดล่ะว่าวันนั้นฉันกลับบ้านมาร้องไห้ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้ ฉันโดนตบเพราะผู้ชายที่ช่วยฉันไว้ในวันนั้น แล้วฉันก็ยังโดนคนพวกนั้นหมายตาในวันนี้อีก ที่ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อนๆ ก็ยังต้องมาเจอสถานการณ์เดียวกันกับฉันอีก แม้ว่าพี่ชอลลีจะโทรมาขอโทษในทุกอย่างแทนยัยบีบีให้...แต่ฉันรู้สึกแย่อยู่ดี

                และฉันก็ไม่มีสมาธิมากพอที่จะทำแบบทดสอบที่นายครูหนุ่มหน้าใสนั่นเตรียมมาให้ด้วย


                “ทำไม ไม่ได้หรอ?” หมอนั่นเลิกสนใจการบ้านตรงหน้าแล้วหันมาถามฉัน ไม่ผิดหรอก...คีย์บอร์ดหอบการบ้านของเขามานั่งทำระหว่างที่สอนภาษาอังกฤษไปด้วย ถึงตอนนี้ฉันก็ไม่เข้าใจกลไกสมองของเขาว่ามันแยกประสาทออกได้กี่ส่วน เขาถึงได้ทำกิจกรรมหลายๆ อย่างๆ ได้ในเวลาเดียวกันแบบนี้

                “ฉันก็แค่รู้สึกไม่มีสมาธิน่ะ ล้าๆ ยังไงก็ไม่รู้” ฉันว่าพลางแทรกมือผ่านเส้นผมไปลูบท้ายท้อยของตัวเพื่อคลายความล้า

     “อย่าเพิ่งสิ นี่มันยังไม่สามเท่าของวันนั้นเลยนะ เธอบอกฉันเองไม่ใช่หรอว่าอึดน่ะ” ก็นั่นมันวันนั้น มันไม่ได้ไม่สบายใจเหมือนวันนี้นี่

     “ความจริงฉันกับนายก็เจ็บกันทั้งคู่นะ ทำไมวันนี้ไม่หยวนๆ กันไปล่ะ แขนนายเจ็บอยู่ข้างหนึ่งด้วย นายดูสอนไม่สะดวกนะฉันพูดพร้อมกับมองไปยังแขนของนายนั่นที่เข้าเฝือกยาวไปถึงข้อศอกนั่น ซึ่งมันก็เต็มไปด้วยลวดลายที่วาดโดยเพื่อนๆ ของเขาเช่นกันกับเฝือกของฉัน

     ฉันสอนภาษาไม่ได้สอนพละ ไม่จำเป็นต้องใช้แขนทั้งสองข้างหรอกชิ!

     แต่ฉันเห็นว่านายควรพักบ้าง แล้วการบ้านนายยังไม่เสร็จนี่ว่าพลางชำเลืองตามองตัวเลขยุ่งเหยิงบนหน้ากระดาษสมุดฟิสิกส์ของนายคีบอร์ด เขาคงกำลังคำนวณอะไรบางอย่างอยู่แหละ ฉันเคยเรียนวิชานี้มาผ่านๆ ตอนอยู่ ม.ต้น เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ขึ้นพื้นฐานไม่ได้เจาะลึกอะไรเท่าไหร่ แต่ฉันก็มีความคิดว่าวิชานี้ยากมากสำหรับฉัน

     ห่วงตัวเองก่อนเถอะ! ว่าจะมีชีวิตรอดจนจบมอปลายรึเปล่า O_O!!! หมายความว่ายังไง

                 นี่ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เหมือนนายกำลังแช่งฉันเลย!”

                 “ฉันเตือนเธอต่างหาก เจอเหตุการณ์พวกนั้นมาแล้วยังจะติดต่อกับไอ้ชอลอยู่อีก”

     “นายรู้ได้ยังไงว่าเราติดต่อกัน แล้วรู้รึไงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกฉัน”

     ฉันเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แล้วก็รู้สาเหตุของมันด้วย!” เขาว่าแล้วโชว์มือถือของฉันที่ยึดไปตอนต้นชั่วโมงตริวให้ฉันดู มันโชว์เบอร์พร้อมชื่อของพี่ชอลลีที่ฉันเมมไว้อยู่บนหน้าจอ ให้ตายเถอะ อะไรพี่เขาจะโทรมาได้จังหวะขนาดนี้

                “พี่ชอลลีโทรมา” ฉันรีบแย่งโทรศัพท์กลับมา แต่เขารีบยัดมันลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเองทันที

                “มันน่าภูมิใจตรงไหน ที่จะมาทะเลาะกันเรื่องผู้ชาย?” ฉันไม่ได้จะทะเลาะ ผู้หญิงคนนั้นมาหาเรื่องฉันเอง!...อย่างว่าหลังจากวันนั้นเราก็เพิ่งจะเจอกัน และเขาก็คงค้างคาใจแหละถึงได้ใส่ฉันเป็นชุดแบบนี้

     ถ้านายอยู่ในเหตุการณ์นายก็น่าจะเห็นนะ ว่าพวกนั้นทำกับเพื่อนฉันยังไง! อันที่จริงฉันควรจะตอบกลับไปด้วยซ้ำ”

                 “ฉันไม่ได้สนใจว่าจะตอบกลับหรือจะถอยออกมา แต่จุดพีคมันอยู่ที่ว่าเธอยังติดต่อกับมัน

     “ก็ตอนแรกพี่เขาโทรมาแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าเบอร์ใคร ฉันก็รับสาย แล้วทีนี้พอฉันรู้ว่าเป็นเบอร์พี่เขา แล้วถ้าฉันไม่รับสายพี่เขาจะมองฉันว่ายังไง”

     “มันก็จะรู้ไงว่าเธอไม่อยากติดต่อกับมันแล้ว การที่มันโทรมาถามไถ่ความรู้สึกเธอมันแค่ต้องการใช้ช่วงเวลานี้สานต่อความสัมพันธ์กับเธอเท่านั้นแหละ แล้วพอมันได้เธอมันก็จะทิ้งเธอไปมีคนอื่น”

     “ทำไมนายพูดถึงพี่เขาแบบนั้นล่ะ พี่ชอลลีเป็นเพื่อนนายนะ” ในบางครั้งความรู้สึกหมั่นไส้ก็เกิดขึ้นในหมู่เพื่อนฝูง แต่หมั่นไส้ยังไงฉันก็ไม่เคยเอาเพื่อนมาพูดถึงในทางไม่ดีแบบนี้นะ

     “กับคนอื่นฉันไม่พูดหรอก แต่นี่เป็นเธอ” ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องร้อนวูบวาบกับคำพูดของเขาด้วยนะ นี่เขาจะเป็นห่วงฉันรึเปล่านะ เขาเคยเอาตัวเข้าบังฉันตอนถูกนักเลงทำร้าย แล้วเขาก็เรียกฉันว่า แฟนเพื่อปกป้องฉันจากคนพวกนั้น

     ใช่ เพราะห่วงไงเขาถึงได้ด่า

     “เธอมันซื่อบื้อ ไม่มีวันทันคนเจ้าเล่ห์อย่างมันหรอก”....จบ!!~ เขาว่าแกซื่อบื้อเปียโน เพราะแกซื่อบื้อ!!~

     “บางทีการโง่ อาจจะมาจากการยอมก็ได้” ฮึ่ย! เกือบรู้สึกดีด้วยแล้วนะ อีตาบ้านี่! ไหงมาหลอกด่ากันซะงั้น

     “เธอชอบมันจริงๆ หรอ?”

     “พี่เขาตรงสเปคฉันที่สุดในคิวท์บอยส์แล้วล่ะ” ถ้าไม่นับบุคคลที่มีเจ้าของแล้วอย่างพี่ดราก้อนนะ “เขาใจดีกับฉันที่สุดแล้ว” ถ้าไม่มีเรื่องแฟนของเขาเข้ามาแทรกกลางเสียก่อน ฉันก็คงจะชอบเขามากกว่านี้

     ทุกคนมีด้านลบของตัวเอง เธอชอบมันฉันไม่ว่า แต่อย่าจริงจังอะไรมาก เพราะสุดท้ายคนที่มันจะแต่งงานด้วยจะไม่ใช่เธอ ชอลเป็นเพื่อนฉัน และฉันก็รู้ว่ามันแค่แหย่เธอเล่นไปเท่านั้น ตราบใดที่มันยังไม่เลิกกับแฟนแบบจริงๆ จังๆ เธอจะเสี่ยงต่อการถูกทำร้าย”

     ใครจะไปคิดล่ะว่าคีย์บอร์ดจะส่งสายตาจริงใจเว่อร์แบบนั้นมาให้ฉัน ทันทีที่ได้สบตากับแววตาคู่นั้น มันทำให้หัวใจฉันเต้นรัวแปลกๆ

     “หรอ...ใครสนใจกัน” ฉันแกล้งพูดไปอย่างนั้น 

     อันที่จริงฉันรู้ว่าฉันควรถอยออกมา เพราะฉันก็ไม่อยากจะเอาหัวใจอันบริสุทธิ์ดวงนี้ไปเสี่ยงกับความรักของคนมากรักอย่างพี่ชอลลีเหมือนกัน แต่ฉันก็แค่พูดเพื่อเอาชนะคนข้างๆ เฉยๆ โดนขู่ โดนประจานอยู่อย่างนั้นขืนยังกล้าไปคบกับเขามีหวังชาตินี้ไม่ได้เกิดแน่นะสิ เรื่องอะไรฉันจะต้องเอาศักดิ์ศรีการเป็นลูกนักธุรกิจครีมเท้าแตกพันล้านไปแปดเปื้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนั้นด้วย!


     “ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ไม่อยากให้เธอชอบมัน”

     เอาแล้วไง!! นายนั่นค่อยๆ หลุดออกมาแล้ว ตึกตัก ตึกตัก! หัวใจฉันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว...ถึงเขาจะพูดโดยไม่สบตาฉัน มันก็ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง

     ร้อน...

     มันร้อนวูบวาบไปหมด!

 

     ถ้าไม่อยากให้ฉันชอบพี่ชอลลีจะให้ฉันชอบใครในคิวท์บอยส์ดีล่ะ” ฉันเอามือเท้าคางถามคุณครู

     “...” คีย์บอร์ดเงียบไปประมาณ 3 วิฯ “ชอบใครก็ได้ที่ไม่ใช่คิวท์บอยส์” ให้ตาย ฉันนึกว่าเขาจะตอบว่าให้ชอบเขาซะอีก หมอนี่ไม่เข้าใจฉันซะเลยอ่ะ

     “ทำไมล่ะ ผู้ชายในคิวท์บอยส์ไม่มีใครคบได้เลยสักคนหรอ?” ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดอะไรแบบนั้นกับเขา แต่หลังจากเขาใช้คำ แฟนบ้างแทนฉันเวลาพูดกับคนอื่น ฉันก็อยากสนิทกับเขา

                 “ฉันว่าเราเข้าสู่บทเรียนกันดีกว่านะเสียเวลามากแล้ว ถ้าไม่มีสงสัยอะไรก็ทำแบบทดสอบไป  เสียเวลามามากแล้ว” ครูตัดบทโดยการหยิบหูฟังขึ้นมาใส่หู ฉันไม่รู้ว่าเขาฟังเพลงหรือฟังอะไรนักหนาถึงได้ไม่ยอมเอาหูฟังออกจากหูเลย

     แต่รู้สึกว่าเวลามองเขานั่งอยู่นิ่งๆ แบบนี้มันทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจยังไงก็ไม่รู้อ่ะ อย่างที่น้ำอิงพูดก็จริง คีย์บอร์ดเป็นคนหน้าตาดีที่น่าสนใจ แต่เขาจะดูดีกว่านี้ถ้ารู้จักเฟรนด์ลี่และทำตัวให้เหมือนคนมากกว่านี้ใช่แล้วล่ะ ตอนแรกน้ำอิงประทับใจคีย์บอร์ดเพราะเขาถูกต้องตามหลักสเปคที่นางตั้งไว้ คือตี๋ ขาว สูงและมาดแมน แต่ด้วยสไตล์ที่ไม่เหมือนชาวบ้านบวกกับฝีปากที่จัดจ้านเกินกว่าผู้หญิงอย่างนางจะรับไหว ครั้งแรกที่ได้สนทนากันหรือครั้งที่สองที่เจอกันจึงทำให้หล่อนเปลี่ยนมาหมั่นไส้ผู้ชายคนนี้แทน

     ตรงกันข้ามกับฉัน ที่พอได้รู้จักเขา ได้อยู่ใกล้เขา มันยิ่งกับทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาดูดีมากๆ เลย ทั้งความหล่อจากภายนอก สู่ภายใน โดยเฉพาะวันนั้น วันที่เขาเข้ามาช่วยฉันไว้


 ...


กริ๊ง!~


                เสียงเตือนที่คีย์บอร์ดตั้งไว้ในโทรศัพท์มือถือดังได้จังหวะพอดิบพอดี เหมือนมันกำลังรู้ว่าฉันกำลังมึนกับการแปลศัพท์ที่เพิ่งท่องมาเมื่อ 15 นาทีก่อนเลยอยากให้ฉันพัก ฉันรีบปิดหน้าแบบฝึกหัดแล้วยกแขนเอี้ยวตัวบิดขี้เกียจทันที

                “เป็นคนตรงเวลานะเธอน่ะ” หมอนั่นถอดหูฟังพลางหันมาแขวะฉัน

                “แน่นอนค่ะครู หนูหิวข้าวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวอยู่แล้ว ไปกินข้าวกัน” ในฐานะเจ้าของบ้านฉันรีบลุกเชื้อเชิญเขา ป่านนี้พี่แจ๋วแม่บ้านแผนกอาหารคงเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

                “ฉันว่าจะบอกเธออยู่เหมือนกัน ช่วงพักหนึ่งชั่วโมงนี้ฉันจะออกไปธุระข้างนอก ฉันจะรีบกลับมา แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ อาจจะเลตสักสิบถึงยี่สิบนาที” เขาพูดพลางคืนมือถือให้ฉัน ว่าแต่ธุระอะไร มีเลตด้วยหรอ?

                “อืม ตามใจสิ ไปไหนก็เรื่องของนาย” ฉันยักไหล่ แต่จริงๆ แล้วก็รู้สึกแย่หน่อยๆ ที่มื้อนี้เขาไม่อยู่ทานข้าวด้วย แต่จะไปเซ้าซี้อะไรเขามากล่ะไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

และยังไม่ทันที่เราจะแยกกันเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

                “อื้ม จะออกไปแล้ว รอก่อนน่ะ...อย่าใจร้อนสิ ยังไงก็ไปทานข้าวด้วยทันอยู่แล้ว อืม ในคอนโดนั่นแหละจะได้คุยกันต่อด้วย ...อื้ม” เขาพูดระหว่างเก็บของบนโต๊ะไปด้วย อะไรกันเนี่ย? คีย์บอร์ดกำลังจะไปหาใครที่คอนโดฯ งั้นหรอ? ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์นะ แต่ฉันบังเอิญได้ยินขณะที่กำลังเช็คฟีดข่าวในเฟสบุ๊กไปด้วยต่างหาก

                “คิดถึงสิ ใครจะลืม แฟนทั้งคนได้” อย่าบอกนะว่านอกจากพี่ชอลลี กับพี่ดราก้อนแล้ว หมอนี่เป็นอีกคนในคิวท์บอยส์ที่มีแฟนแล้วอ่ะ

                “คีย์บอร์ด!” ฉันหันไปเรียกเขาที่กำลังจะสะพายเป้

                “อะไร?” เขาเก็บมือถือที่หมดประโยชน์แล้วใส่ประเป๋ากางเกง

                “ในแก๊งนายใครโสดบ้างเนี่ย” จู่ๆ ฉันก็อยากรู้ขึ้นมา นอกจากมันจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ฉันแล้วมันยังช่วยแบ่งเบาความอัดอั้นที่ถาโถมเข้ามาในอกฉันตอนนี้ได้ด้วย

                “จะอ่อยใครในคิวท์บอยส์อีกล่ะ” ตอนแรกกะจะอ่อยนายนั่นแหละ แต่เริ่มคิดหนักแล้วว่านายอาจมีเจ้าของ

                “อ่อย....อ่อยใครก็ได้ที่ยังไม่มีแฟนอ่ะ” ฉันพูดติดๆ ขัดๆ เมื่อเขาย่ำเท้าเข้ามาใกล้ ความสูงของเขาทำให้ฉันต้องเงยหน้าสบตากับนัยน์ตาว่างเปล่าดวงนั้น

                “คำเตือนของฉันไม่มีผลกับเธอเลยสินะ”

                “ไม่เห็นจะสนใจกับที่นายพูดเลย ฉันถามว่าใครโสดนายก็แค่ตอบคำถามฉัน”

                “หรือที่เขาว่าเธอจะอ่อยผู้ชายให้ครบทั้งคิวท์บอยส์จะเป็นเรื่องจริง ...แกล้งอ่อยฉันบ้างสิ แล้วฉันจะบอกว่าใครโสด” โห่เชื่อเขาเลยคีย์บอร์ด นายไม่รู้สึกเลยรึไงว่าฉันพยายามอ่อยนายตั้งแต่ต้นชั่วโมงที่เรียนด้วยกันมาละ ฉันยอมรับนะว่าฉันซื่อบื้อ แต่มาตอนนี้ฉันหาคนที่เป็นขั้นกว่าของฉันเจอแล้ว

                “ฉันจะอ่อยเฉพาะคนที่ฉันมั่นใจว่าโสดเท่านั้น นายโสดมั้ยล่ะ”

                “ไม่” อะไรกัน ฉันรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ

                “แล้วมาท้าให้ฉันอ่อยทำไมกันเล่า!” ฉันผลักเขาออกไปอย่างหมั่นไส้ ฉันคิดมาตลอดนะว่าเขาโสดอ่ะ คิดว่าที่เขาบอกนักเลงพวกนั้นว่าเป็นแฟนฉันจะมาจากความรู้สึกเล็กๆ ของเขาซะอีก

                “ไม่รู้ล่ะ ก็คิดว่าเธอชอบอ่อยแฟนชาวบ้านนี่” หมอนั่นเลิกคิ้วกวน ฮึ! นอกจากจะไม่ปฏิเสธว่ามีแฟนแล้ว ยังมองหน้าหาเรื่องฉันด้วยนะ คนบ้า! กวนประสาทที่สุด!!

                “เฮอะ...ถึงไงก็ช่างแฟนชาวบ้านที่ว่าต้องไม่ใช่นาย” ฉันกอดอกเมินหน้าหนี ขณะที่เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ชิ เริ่มอยู่ไม่สุขแล้วสิ กลัวจะไปไม่ทันนัดแฟนละสิ!

     “เหลือบดูแต่นาฬิกา กลัวไปไม่ทันนัดแฟนสินะ หรือวันที่ชิ่งสอนฉันวันนั้นนายตั้งใจจะไปหาผู้หญิงคนนั้นกันแน่” หนอย...ทำเป็นปิดบังไม่ให้ฉันรู้เรื่องคงกลัวฉันจะเอามาล้อสินะ แต่ขอโทษที่ฉันประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดเองได้แล้ว

                “ฉันไม่จำเป็นต้องบอกเธอ เสียเวลามากแล้ว ไว้จะมาเถียงด้วยใหม่” พูดจบหมอนั่นก็เดินออกไปเลย ใจหนึ่งก็คิดว่าปล่อยๆ เข้าไปมีความสุขกับแฟนเขาบ้างเถอะ แต่อีกใจก็อยากเป็นนางมารร้ายแย่งเขามาจากผู้หญิงคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไป


                ทำไมกันนะ ผู้ชายที่ฉันชอบแต่ละคนถึงพร้อมใจกันมีแฟนไปซะหมด หนุ่มหล่อเลือดมังกรอย่างพี่ดราก้อนก็ดันเป็นแฟนกับเพื่อนรักฉัน หนุ่มล่ำสันขวัญใจมหาชนอย่างพี่ชอลลีก็ดันมีแฟนดุอย่างกับกระทิง!(?) อุตส่าห์ปิ๊งรักกับครูหนุ่มหน้าใส เขาก็ดันมีเจ้าของหัวใจแล้วซะงั้น



                เฮ้อ...บางทีตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เนื้อคู่แกจะมาหาก็ได้เปียโน

                รอไปก่อนนะ

 


……………………



'ฉันพยายามอ่อยแล้วนะ จีบฉันหน่อยสิ'


v

v

v

'

  'พักหลังนี้เธอดูไม่ตั้งใจเรียนเลยนะ'


Loading 100%


.........................................................

>>> 1 คอมเม้นท์ <<<

>>>ถือเป็น 1 กำลังใจนะคะ<<<



Teacher you’re my love 

ปิ๊งรักครู(หนุ่ม)หน้าใสหัวใจเย็นชา

  

-ตริวเตอร์หนุ่มสุดเย็นชา ปะทะ ยัยศิษย์บ๊องจอมทะลึ่ง-

คีย์บอร์ด & เปียโน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #12 Melon_cherry (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2559 / 12:32
    มาต่อเร็วนะ รอนานมากเลย
    #12
    0
  2. #11 _SongJoongki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 13:08
    ต่อๆๆ อยากอ่านแล้วค่ะ
    อ๊ายยชอบๆๆพระเอก>< หนุกๆๆ
    #11
    0