Ghost Effect รักจะตายนาย (เห็น) ผี : [Yaoi]

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : แมลงสาบสื่อรัก (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,998
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    25 เม.ย. 59

Chapter 2

แมลงสาบสื่อรัก

 

9: 45 P.M.

ไนท์กับซันไชน์กลับถึงอพาร์ตเมนต์ตั้งแต่ห้าโมงเย็น ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง ทุกอย่างดูราบรื่นจนผิดปกติสำหรับไนท์ เพราะตลอดวันเขายังไม่เห็นผีหรือวิญญาณสักดวงให้ต้องสั่นประสาท

จนกระทั่ง...เวลานี้

จู่ๆ เสียงร้องตะโกนก็ดังลั่นขึ้นจากห้องของซันไชน์ ทำให้นิ้วเรียวยาวที่กำลังรัวลงบนคีย์บอร์ดชะงักกึก เด็กหนุ่มรีบลุกจากเก้ากี้ เดินออกจากห้องไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้อง 213 ด้วยความเป็นห่วง

ดึกป่านนี้แล้ว...ห้องนี้ไม่ใช่ห้องที่ไนท์ควรจะย่างกรายเข้าไปใกล้ แต่เสียงร้องโหวกเหวกที่ดังออกมาจากในห้อง ก็ทำให้คนตัวเล็กต้องข่มกลั้นความกลัว ยกมือขึ้นเคาะประตูห้องรัวติดกันสามครั้ง

รออยู่หลายนาทีจนไนท์คิดจะเคาะซ้ำ เจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยสภาพเปลือยท่อนบน อวดกล้ามแขนกับหน้าท้องที่มีซิกแพ็กได้รูปสวย สวมเพียงผ้าขนหนูสีขาวหมิ่นเหม่อยู่ที่สะโพก ไม่รู้ว่าหยดน้ำหรือเหงื่อเปียกชุ่มไปทั้งตัวและใบหน้า

“น...ไนท์” ซันไชน์พูดเสียงตะกุกตะกัก

“มีอะไรรึเปล่า?” ไนท์ขนวดคิ้วถามอย่างเป็นห่วง พยายามไม่มองเข้าไปในห้องของอีกฝ่ายเพราะกลัวจะเห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็น

ซันไชน์ทำสีหน้าลำบากใจ ยกมือขึ้นเสยผมทีหนึ่งแล้วก็ตัดใจพูดออกมาว่า “เปล่า ไม่มีอะไร เราแค่ตกใจอะไรนิดหน่อยน่ะ”

“มีอะไรก็บอกมาสิ” ไนท์คาดคั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังมีปัญหา “นายเห็นอะไรงั้นเหรอ ถ้ากลัวคืนนี้ไปนอนห้องเราก่อนก็ได้” เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจเพราะเขาเข้าใจดีว่าการต้องมาเจอกับ ผีหรือ วิญญาณ มันน่ากลัวแค่ไหน

ปกติแล้วคนธรรมดาจะไม่เห็นผีกันหรอก นอกจากผีตนนั้นจะเหี้ยนจริงๆ ซึ่งจากที่ไนท์เคย เห็นและได้ยินมา วิญญาณหญิงสาวในห้อง 213 ก็มาไกลกว่าคำว่าเหี้ยนแล้ว

ซันไชน์นิ่งอึ้ง...ไนท์ชวนเขาไปนอนที่ห้อง...ด้วยกัน?

“ไม่เหมาะมั้ง เราจะไปนอนห้องเดียวกับไนท์ได้ไง”

ชายหนุ่มอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ นี่ไนท์ไม่คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองบ้างเลยเหรอ ถึงจะเป็น ทอมแต่ยังไงก็คือผู้หญิงอยู่วันยังค่ำ กล้าชวนผู้ชายไปนอนห้องเดียวกันได้ยังไง แล้วนี่...เคยชวนคนอื่นด้วยรึเปล่า!?

ไนท์ขมวดคิ้วงงๆ กับท่าทีของซันไชน์ “โอเค ไม่นอนก็ไม่นอน แล้วซันมีปัญหาอะไรรึเปล่า จู่ๆ ก็ร้องลั่นห้อง เราตกใจนะเนี่ย”

“คือว่า...”

เห็นท่าทางอึกอักของชายหนุ่มแล้ว ไนท์ก็พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่สะดวกใจจะพูด “งั้น ถ้าไม่มีอะไร เรากลับห้องก่อนนะ” เขาทำท่าจะหมุนตัวกลับ แต่ก็ถูกซันไชน์คว้าแขนไว้

“คือว่า...”

จะบอกดีไหมนะ...ซันไชน์ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ถ้าบอกก็กลัวจะขายหน้าต่อหน้าคนที่ชอบ แต่ถ้าไม่บอก ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะจัดการปัญหานั้นอย่างไร อีกอย่างเขาก็ยังอาบน้ำไม่เสร็จด้วย

“คือ...”

“....”

“ไนท์เข้ามาดูเองดีกว่า”

ซันไชน์ตัดสินใจลากแขนไนท์เข้าไปในห้อง แต่ไนท์รีบใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงไว้ แล้วส่ายหน้าสุดชีวิต

“ม...ไม่ดีกว่า คือนายมีอะไรก็บอกเรามาเถอะ ยืนคุยกันข้างนอกนี่แหละ”

หรือไนท์จะคิดว่าเป็นผู้หญิงเข้าห้องผู้ชายคงไม่ดี แต่ทำไมถึงกล้าชวนเราไปนอนที่ห้องตัวเองล่ะ

            ในระหว่างที่ซันไชน์กำลังคิดไม่ตกอยู่นั้นเอง ไนท์ก็เผลอเหลือบมองข้ามไหล่ของซันไชน์เข้าไปในห้อง เด็กหนุ่มต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อไม่เห็นวิญญาณผีสาวประจำห้อง 213          

ไนท์ลองผลักประตูให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย ทำใจกล้าชะโงกหัวเข้าไปมองสำรวจด้านใน แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของวิญญาณตนดังกล่าว ทั้งที่เมื่อวานตอนกลับเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ เด็กหนุ่มยังเห็นเธอยืนอยู่ที่ระเบียงห้องนี้อยู่เลย

เท้าของไนท์ก้าวเข้าไปในห้องอย่างไม่รู้ตัว เดินสำรวจทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่พบ ทว่าถึงอย่างไรก็ยังไม่กล้าออกไปดูที่ระเบียงเพราะถ้าในห้องไม่อยู่ บางทีวิญญาณผีสาวอาจกำลังยืนอยู่ที่ระเบียงอย่างทุกทีก็ได้

            “มีอะไรรึเปล่า” ซันไชน์ถามขึ้นอย่างงงงัน เมื่อเห็นไนท์เดินสำรวจห้องตนด้วยสีหน้าหวั่นๆ

            “เอ่อ...เปล่า” ไนท์รีบส่ายหน้าปฏิเสธ เลิกสนใจห้องที่ว่างเปล่าแล้วหันมาคุยกับเจ้าของห้องแทน “อะไรที่นายบอกจะให้เราดูล่ะ”

            “ในห้องน้ำน่ะ” ซันไชน์บอกพร้อมกับชี้ไปที่ประตูไม้ที่มีรอยผุตรงส่วนล่างจากการโดนน้ำกระเด็นใส่ บ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลาหลายปี

            วิญญาณผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ในห้องน้ำรึเปล่านะ...ไนท์เดินไปที่ประตูห้องน้ำอย่างลุ้นระทึก ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปที่บานประตู...

            “ระวังมันบินนะ!” ซันไชน์ตะโกน แล้วรีบถอยไปหลบหลังไนท์

            “บ...บินเหรอ?” ไนท์ถามย้ำอย่างงงๆ พอเห็นซันไชน์พยักหน้ายืนยัน เด็กหนุ่มก็ยื่นมือไปผลักประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างสงสัย เขากวาดตามองรอบห้องน้ำหนึ่งรอบจึงเห็นสิ่งแปลกปลอมอยู่บนพื้นกระเบื้อง

มันคือ...แมลงสาบหนึ่งตัว

            “นี่นายกลัวแมลงสาบเหรอ?” ไนท์หลุดหัวเราะขำ

            “ไม่ได้กลัว” ซันไชน์ปฏิเสธเสียงแข็งแทบจะทันที “เราแค่ไม่ชอบเวลามันบิน”

            “อ๋อ...” ไนท์พยักหน้าติดกันหลายครั้ง “มีไม้กวาดกับที่โกยขยะรึเปล่า เดี๋ยวเราจัดการให้”

            ซันไชน์เดินไปหยิบไม้กวาดกับที่โกยขยะแล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะรีบถอยห่างออกไปหลายก้าว เขาชะโงกหัวมองอย่างลุ้นๆ แต่ในขณะที่ไนท์ปัดไม้กวาดไปถูกตัวแมลงสาบนั้นเอง เรื่องสยองขวัญก็เกิดขึ้น...

            แมงสาบตัวสีน้ำตาลเข้ม ขนาดโตเต็มวัย กางปีกออกบินหวือมายังจุดที่มนุษย์ทั้งสองคนยืนอยู่!

            “ว้ากกก!” ซันไชน์แหกปากร้องอย่างขวัญเสียแล้วผวาเข้ากอดไนท์ทันที ชายหนุ่มหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ “น...ไนท์ มันเกาะหลังเรา เอาออกไปที เอาออกไปๆ” เสียงซันไชน์สั่นเครือ

            ภาพชายหนุ่มร่างกายสูงกำยำทำท่าหวาดกลัวแมลงมีปีกตัวเล็กๆ ทำให้ไนท์หลุดยิ้มขบขัน เขาใช้ด้ามไม้กวาดเขี่ยแมลงสาบออกจากแผ่นหลังของซันไชน์ ทำให้แมลงสาบตัวต้นเรื่องบินหนีออกไปทางประตูห้อง

            “ปล่อยได้แล้ว” ไนท์บอกยิ้มๆ

            “ม...มันไปรึยัง”

            “ไปแล้ว”

            “ฟู่” ซันไชน์เป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ทว่าสองมือยังกอดร่างนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น “สยดสยองสุดๆ”

            “ไหนบอกว่าไม่กลัวแมลงสาบไง” เสียงพูดของเด็กหนุ่มอู้อี้เพราะปากชนอยู่กับแผ่งอกกำยำ           

ราวกับเพิ่งรู้สึกตัว ซันไชน์รีบผละออกจากไนท์ ถอยไปยืนห่างอีกครึ่งก้าว “เอ่อ...ก็ไม่ได้กลัวไง แค่ไม่ชอบเวลามันบิน” จู่ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาเสียเฉยๆ มือทั้งสองข้างก็เกะกะจนไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนดี

            ไนท์ไม่คิดว่าชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ ท่าทางขี้เล่น แถมยังดูมั่นใจในตัวเองสูงอย่างซันไชน์จะมีมุมแบบนี้ เขาจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายช่าง น่ารักน่าเอ็นดู

            “อื้อ เชื่อก็ได้” ไนท์ยกแขนขึ้นกอดอก แกล้งพยักหน้าเออออแล้วชี้ไปที่เอวของอีกฝ่าย “ประตูยังเปิดค้างไว้ แถมข้างนอกมีกล้องวงจรปิด นายรีบนุ่งผ้าเช็ดตัวให้มิดชิดกว่านี้จะดีกว่า”

            ซันไชน์ก้มลงมองที่เอวของตัวเองอย่างงงๆ แต่แล้วก็ต้องรีบตะคลุบจับปมผ้าพร้อมกับหันหลังให้ไนท์แทบจะทันที ใบหน้าของชายหนุ่มเห่อแดงถึงใบหูขณะจัดการคาดผ้าเช็ดตัวให้สูงขึ้นและแน่นหนากว่าเดิม เพราะก่อนหน้านี้...มันหมิ่นเหม่จนแทบจะหลุด แถมยังต่ำพอให้เห็นไรขนกับอะไรๆ ได้วับๆ แวมๆ

            ไนท์จะเห็นรึเปล่านะ ยิ่งคิดซันไชน์ก็ยิ่งวิตกและเขินจนไม่กล้าหันไปเผชิญหน้า ทั้งที่เขาไม่ใช่คนแบบนี้เลย กับผู้หญิงคนอื่นชายหนุ่มแทบจะภูมิใจที่ได้อวดสัดส่วนของตัวเองด้วยซ้ำ ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหญิงสาวสวยๆ หุ่นสะบึมสักคน เขาก็คงพูดจาทะเล้นๆ แล้วชวนเธอขึ้นเตียงเท่านั้นล่ะ

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เรากลับห้องล่ะ”

            “อือ” ซันไชน์ขานรับเบาๆ

เผี๊ยะ!

ซันไชน์นิ่งอึ้ง มองมือเรียวเล็กของไนท์ที่เพิ่งตบลงบนหน้าท้องของตัวเอง แถมยังลูบๆ คลำๆ อยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ทำเอาชายหนุ่มเสียววาบที่ท้องน้อยพิกล

“กล้ามหน้าท้องนายนี่แข็งแรงดีจัง คงฟิตหุ่นนานเลยกว่าจะได้มาแบบนี้ใช่ไหม?

“....” ซันไชน์ถึงกับพูดไม่ออก

“อยากมีกล้ามหน้าท้องแบบนี้บ้างจัง สงสัยต้องขยันออกกำลังกายบ้างแล้ว” ไนท์บอกยิ้มๆ แล้วเดินออกจากห้องไป

ซันไชน์ยังคงยืนค้างอยู่กับที่ กระทั่งได้ยินเสียงปิดประตู ชายหนุ่มจึงเพิ่งรู้สึกตัว เขาไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ ร้องไห้หรือควรจะยิ้มดี ที่ไนท์สัมผัสร่างกายของเขาอย่างชื่นชม แต่ดันเห็นเขาเป็นแค่เพื่อนชาย ที่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ ลูบคลำแค่ไหนก็ไม่ได้มีจิตพิศวาสเกินเลยสักนิด

แต่เขานี่สิ...แค่ไนท์ลูบเบาๆ ก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวแล้ว

“ไนท์นะ ไนท์”

ซันไชน์บ่นพึมพำ ก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำต่อให้เสร็จและจัดการกับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของตัวเอง

 

8.15 A.M.

วันนี้ซันไชน์กับไนท์เริ่มงานวันแรก แต่ซันไชน์ก็ดันตื่นสายทั้งที่ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ กว่าชายหนุ่มจะก้าวเท้าออกจากห้องก็เหลือเวลาแค่สิบห้านาทีก่อนเข้างาน จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะชวนไนท์ไปกินข้าวเช้าด้วยกัน เป็นอันต้องพับแผนเก็บเข้ากระเป๋า แล้วมายืนตะโกนเรียกไนท์อยู่หน้าห้อง เพื่อให้ไปทำงานได้ทันเวลาแทน

“ไนท์! ไนท์อยู่รึเปล่า” หลังจากทั้งเคาะและตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ซันไชน์ก็ล้วงมือถือออกมาโทรหาไนท์ ด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับลึกจนไม่ได้ยินเสียงเขา หรือออกจากห้องไปแล้วกันแน่

สัญญาณรอสายดังเพียงสามครั้ง ไนท์ก็กดรับ

“ว่าไงซัน”

“ไนท์ตื่นแล้วเหรอ ยังอยู่ในห้องรึเปล่า”

“เราออกมาที่ทำงานแล้ว”

“อ้าว” ซันไชน์รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่ไนท์ออกไปโดยไม่ได้บอกเขาก่อน ถึงจะไม่ได้นัดกันไว้แต่พวกเขาก็เป็นเพื่อนร่วมมหาลัยที่พักอยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกัน อย่างน้อยก็น่าจะไลน์มาบอกสักนิด “ออกไปตั้งแต่กี่โมงล่ะ” ชายหนุ่มถามต่อขณะเดินไปที่บันได

“เจ็ดโมงห้าสิบน่ะ เกือบเข้างานสายแน่ะ”

“เดินข้ามสะพานลอยไม่ถึงห้านาทีนะ จะสายได้ไง”

ที่ทำงานของพวกเขาอยู่ตรงข้ามอพาร์ตเมนต์นี่เอง ใช้เวลาเดินข้ามสะพานลอยแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง

“เราเข้างานแปดโมง ต้องมาก่อนแบงค์เปิด แล้วนี่ซันยังอยู่ที่ห้องเหรอ เราเคาะประตูห้องเรียกอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นซันมาเปิด เลยคิดว่าไปทำงานแล้ว”

“อ้าวเหรอ นึกว่าจะเข้างานพร้อมกันซะอีก เราเข้างานแปดโมงครึ่ง” ซันไชน์ยิ้มออก “เมื่อเช้าตื่นสายน่ะ สงสัยจะหลับลึกจนไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูมั้ง”

“อ๋อ...ซัน เราวางก่อนนะ กลัวหัวหน้าจะมาเห็นอะ เรายังไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้ว่าที่นี่ห้ามใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานรึเปล่า”

“เดี๋ยวไนท์ อย่าเพิ่ง...” ชายหนุ่มกำลังจะชวนไนท์ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่พูดไม่ทันจบอีกฝ่ายก็กดตัดสายไปเสียแล้ว เขาจึงได้แต่เก็บมือถือเข้ากระเป๋าอย่างเซ็งๆ

 

อีกทางด้านหนึ่ง ไนท์ที่เพิ่งวางสายจากเพื่อนใหม่ นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ยาวที่ใช้รองรับลูกค้า ขณะรอหัวหน้าแผนก MO. (Marketing Officer หรือเจ้าหน้าที่การตลาด) นำเอกสารส่งตัวเข้าฝึกงานไปให้ผู้จัดการสาขาที่ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง

รออยู่ไม่ถึงห้านาที เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นก็ดังมาจากบันได ก่อนที่ผู้หญิงผิวขาว รูปร่างอวบ อายุประมาณสามสิบต้นๆ จะเดินออกมาจากห้องที่มีไว้สำหรับถ่ายเอกสาร ซึ่งอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นชั้นบน เธอก็คือก็คือหัวหน้าแผนก M.O. ที่รับหน้าที่ดูแลเด็กฝึกงาน

“ไนท์ ผู้จัดการเรียกขึ้นไปพบแน่ะ” หญิงสาวบอกก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง

“ห้องผู้จัดการอยู่ทางไหนครับ”

“เดินขึ้นบันไดไปก็เจอเลยจ่ะ ชั้นสองมีอยู่ห้องเดียว ผลักประตูฝั่งซ้ายมือนะ”

ไนท์พยักหน้าอย่างงงๆ แล้วลึกเดินไปยังบันไดทางขึ้น ระหว่างทางเด็กหนุ่มยกเท้าหลบไม้ถูกพื้นแทบไม่ทัน เมื่อป้าแม่บ้านรุนไม้ถูพื้นมาที่เท้าของเขาพอดี แต่พอไนท์เงยหน้าขึ้น เขาก็ต้องรีบก้มหน้าหลบแล้วเดินต่อด้วยขาที่สั่นเล็กน้อย เพราะป้าแม่บ้านคนนั้นมีผิวสีเทาซีดโปร่งแสง แบบที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คน

มาถึงชั้นสอง ด้วยความประหม่าและยังไม่หายกลัวคุณป้าสีเทาตรงชั้นล่าง ไนท์ก็ลืมไปสนิทว่าหัวหน้าแผนกบอกให้เปิดประตูทางฝั่งซ้าย ซึ่งประตูเข้าห้องผู้จัดการสาขาเป็นประตูกระจกบานคู่ เด็กหนุ่มผลักประตูอยู่หลายครั้งแต่มันกลับไม่ขยับ จนคนในห้องต้องตะโกนบอกให้เปิดประตูอีกฝั่ง เขาจึงจะเข้าไปได้

“อ๊ะ...พี่...”

ไนท์ชะงักไปนิดเมื่อเห็นผู้จัดการที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เด็กหนุ่มจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือคนเดียวกับที่ทำกระเป๋าเงินตกในร้านขายต้นไม้ แต่นึกชื่อเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เพราะดันเป็นคนจำพวกที่ชอบจำหน้าคนมากกว่าจำชื่อ เมื่อกี้ตอนเข้ามา หน้าห้องก็มีป้ายชื่อแปะอยู่ แต่ไนท์ก็แค่มองผ่านๆ ไม่ได้ตั้งใจอ่าน

“ไนท์จริงด้วย” ผู้จัดการยิ้ม “เห็นชื่อเล่นกับรูปในโปรไฟล์ก็แปลกใจอยู่”

“เอ่อ...สวัสดีครับ” ไนท์รีบยกมือไหว้เมื่อนึกได้ว่าตัวเองกำลังเสียมารยาท

“นั่งก่อนสิ” เนวินผายมือไปที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน เมื่อไนท์นั่งลงเขาจึงเริ่มชวนคุยเพื่อไม่ให้ไนท์รู้สึกประหม่า “พี่เพิ่งย้ายมาเป็นผู้จัดการสาขาที่นี่ได้ไม่ถึงเดือนเลย พวกเราเด็กใหม่กันทั้งคู่”

“.....” ไนท์ได้แต่พยักหน้ารับรู้ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดต่ออะไรดี ปกติเขาก็ไม่ใช่คนคุยเก่งอยู่แล้ว

“เรียกพี่ว่าพี่วินก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกผู้จัดการหรอก พี่เพิ่งจะอายุยี่สิบเจ็ด เรียกผู้จัดการมันฟังดูแก่ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ”

ยี่สิบเจ็ด? ไนท์นึกว่าเนวินจะอายุยิบสิบเก้าหรือสามสิบซะอีก เพราะบุคลิกของชายหนุ่มดูน่าเชื่อถือ เป็นผู้ใหญ่กว่าวัย และไนท์ยังไม่เคยเจอผู้จัดการสาขาที่อายุน้อยขนาดนี้มาก่อน แม้แต่หัวหน้าแผนกต่างๆ ที่ไนท์เคยเจอตอนถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์ก่อนเข้ามาฝึกงานที่นี่ ก็ดูอายุมากกว่าสามสิบกันทั้งนั้น เขาจึงอดรู้สึกทึ่งกับความสามารถของเนวินไม่ได้

“ครับ ผู้จัดการ” ไนท์หลุดปากพูด แล้วก็ต้องหัวเราะแห้งๆ เมื่อนึกได้ว่าเรียกผิด “ครับพี่วิน”

ฟังแล้วเหมือนพี่วิน...วินมอเตอร์ไซด์เลยแฮะ ไนท์คิดอย่างขำๆ

“มองเผินๆ ไนท์ดูเหมือนทอมมากเลยนะ นี่ถ้าไม่เห็นชื่อเรานำหน้าว่า นาย ในโปรไฟล์ พี่ก็ยังไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไนท์เป็นผู้ชาย”

“ผมดูไม่เหมือนผู้ชายเหรอครับ” ไนท์ยกมือลูบหน้าอกที่แบนราบของตัวเองอย่างงงๆ โดนคนเข้าใจผิดบ่อยเข้า เขาก็ชักไม่มั่นใจในตัวเองแล้วสิ

“บุคลิกน่ะเหมือนอยู่หรอก แต่รูปร่างหน้าตาของเรามันชวนให้สับสน” เนวินถึงกับหลุดหัวเราะขำ “ผิวขาว หน้าหวานๆ แถมยังตัวผอมบางแบบนี้ ใครเห็นครั้งแรกก็คงเข้าใจผิด”

“แต่...ยังไงไนท์ก็เป็นผู้ชายนะครับ” ได้คุยกันไปสักพัก ไนท์ก็เริ่มแทนตัวเองด้วยชื่อเพราะความเคยชิน เด็กหนุ่มอ้อมแอ้มตอบ ความมั่นใจที่มีอยู่น้อยนิดหดน้อยลงเข้าไปอีก

พูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง เนวินก็ยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วลุกจากเก้าอี้ เดินไปยังผนังกระจกที่สามารถมองลงไปชั้นหนึ่งได้ ซึ่งห้องนี้มีผนังกระจกสองด้าน ด้านหนึ่งถูกทำเป็นประตูทางเข้า ส่วนอีกด้านไว้สำหรับให้ผู้จัดการตรวจตราความเรียบร้อยของพนักงานที่อยู่ชั้นล่าง

ไนท์ถือโอกาสเหลือบมองเนวินโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เด็กหนุ่มมักจะไม่กล้ามองหน้าคนอื่นตรงๆ แต่เขาก็ชอบสังเกตรูปร่าง หน้าตา และการแต่งตัวของคนรอบข้างเพื่อเอาไปเขียนเป็นตัวละครในนิยาย

เนวินเป็นผู้ชายรูปร่างกำยำ สูงชะลูดเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวสีแทนสุขภาพดี ใบหน้าคมคาย มีรอยหนวดจางๆ บริเวณเหนือริมฝีปาก คาง และแนวกราม เส้นผมและดวงตาสีดำสนิท แววตาแฝงแววเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากบางเฉียบหยักได้รูป เขาดูดีมากในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขนาดพอดีตัวที่รัดรูปเล็กน้อยทำให้เห็นมัดกล้าม กับกางเกงสแล็คสีดำ โดยรวมแล้วเนวินเป็นผู้ชายที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่อาจเพราะเขาอายุยังน้อยเมื่อเทียบกับหน้าที่การงานจึงต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือ

“วันอังคารถึงวันศุกร์ พี่จะลงไปบรีฟงานทุกเช้า ประมาณสิบห้านาทีก่อนแบงค์เปิด” เนวินพูดขณะมองออกไปนอกกระจก “ไนท์ก็ไปนั่งรวมกันกับพี่ๆ ที่เก้าอี้สำหรับลูกค้าตรงนั้นนะ” ชายหนุ่มชี้ไปที่เก้าอี้บุหนังเทียมสีน้ำเงินที่วางเป็นแถวอยู่หน้าเคาน์เตอร์ของแผนก CSO. (Customer Service Officer หรือเจ้าหน้าที่อำนวยบริการ)

“ครับ”

“อ้อ ไนท์ พี่ยังติดเลี้ยงข้าวไนท์มื้อนึง งั้นเที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ”

“จะดีเหรอครับ” ไนท์รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะ เพราะถึงแม้จะเป็นช่วงพักเที่ยง แต่ก็ยังอยู่ในเวลาทำงาน เขาไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับผู้จัดการเกินไปจนออกนอกหน้า

“ดีสิ แต่จะว่าไป...ถ้าจะกินร้านอร่อยๆ ก็ต้องออกไปไกลหน่อย คงกลับมาทำงานไม่ทัน งั้นมื้อนี้ไม่นับแล้วกัน ถือว่าเลี้ยงต้อนรับเด็กฝึกงาน”

“เอางั้นก็ได้ครับ”

“แบงค์เปิดแล้ว ไนท์ลงไปทำงานเถอะ ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามพี่มิกซ์นะ”

“พี่มิกซ์?

“หัวหน้าแผนก MO. น่ะ เราเป็นเด็กฝึกงานต้องคอยถามรุ่นพี่ว่ามีงานอะไรให้ช่วยเหลือไหม อย่าเอาแต่นั่งเล่นมือถือนะ มันผิดระเบียบพนักงาน”

“ครับ” ไนท์พยักหน้ารับ รู้สึกขอบคุณที่เนวินให้คำแนะนำ

หลังจากเด็กหนุ่มเดินออกจากห้อง เนวินก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมาป่าโชคดีพบลูกแกะน้อยใสซื่อพลัดหลงจากฝูง ที่นอกจากจะหลอกเอามากินได้ง่ายๆ เนื้อยังหวานมากอีกด้วย

Pie2Na

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

451 ความคิดเห็น

  1. #451 Kunjira-99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 14:14

    ชอบเรื่องนี้มากกกกกhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #451
    0
  2. #428 Satan ONE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 02:21
    แอบน่ากลัวเบาๆตอนเจอป้าแม่บ้าน TT
    #428
    0
  3. #422 Nannapas Peerasakmatee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 06:52
    โมเมนนี้..น่ารักกกกก
    #422
    0
  4. #66 Hye_kiki (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 07:55
    ถ้าซันน่ารักก็รักซะสิไนท์ ฮืออออออ คุณเนวินนนนนน ทำไมๆๆ พี่ซันต้องสู้นะ
    #66
    0
  5. #20 pang ping pong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 16:48
    ทำไมพระเอกโ ่งอย่างนี้ ยังไม่รู้อีกว่าเขาเป็นผู้ชายน่ะ
    #20
    1
    • #20-1 P.I.E Area(จากตอนที่ 3)
      13 มีนาคม 2558 / 21:38
      อีกเดี๋ยวก็รู้แล้วครับ ><
      #20-1
  6. #17 pwsa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 13:29
    สนุกกกกกกกกกก
    #17
    0
  7. วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 10:30
    น่ารักอ่ะ สู้นะคะไรต์
    #13
    0
  8. #12 zenbongsakura (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 14:53
    ซันดูเสียหน้าไปเลย อิอิ กลัวแมลงสาบ><
    #12
    0
  9. วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 21:59
    อิอิ ยังไม่รุ้อีกหรอว่าไนท์เป้นผช.
    #10
    0