[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 25 : [What If]7(เด็ก)เทพโจรสลัด โจมตี!— (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    10 มิ.ย. 58

[What If…]7(เด็ก)เทพโจรสลัด โจมตี!— (Kid’s Night time)

 

 






 

 

            “พนันว่าคุมะโดนแน่ๆ 10เบรี...”

 

            “ไม่กล้าพนันกับแกเลยว่ะดูท่าทางแล้วเนี่ย”

 

            “เราว่าเจ้าต้องโกงแน่ๆ ดูจากท่าพาราไซท์ที่เจ้าทำได้เนี่ย”

 

            “โกงมันไม่ดีนะ”

 

            “เอ๊า!ฉันไม่ใช้พาราไซท์ก็กับคุมะก็ได้ รับรองว่ายังไงก็โดน!”

 

            เสียงเถียงกันเล็กๆน้อยๆกลางดึกของเด็กหกคนดังมาจากห้องพัก— ซึ่งขณะนี้เจ้าของห้องได้ออกไปประชุมกับเหล่าจอมพลเซ็นโงคุอย่างสบายใจ หารู้ไม่ว่าเด็กๆทั้งหมดที่เขานึกว่าจะสลบไสลกันไปแล้วยังตื่นเต็มตาตั้งวงรอบฟูกนอนกันอยู่โดยมีไฟฉายตั้งไว้ตรงกลางต่างกองฟืน(....)

 

            หัวข้อก็สดๆร้อนๆเลยเมื่อครู่ เรื่องที่ว่าเจ็ดเทพโจรสลัดคนสุดท้ายที่ยังไม่กลายเป็นเด็กจะถูกแตะตัวโดนหรือไม่— แน่นอนว่าโดฟลามิงโก้เป็นคนพนันว่าหมีใหญ่ของกลุ่มต้องโดนล้มแน่ ในขณะที่พวกที่เหลือระแคะระคายพลังชักใยของตัวมากจนไม่อยากจะเล่นด้วย

 

            เด็กผมทองที่นั่งซุกเฟอร์ขนนกสีชมพูของตัวเองทำหน้ายู่ “ไรว้า พวกแกนี่— ไม่สนุกกันซะเลย”

 

            “คือไอ้สนุกก็สนุกได้ แต่พอแกมาทุกอย่างมันชวนให้อยากยำตีนยังไงไม่รู้”ไม่อ้อมมากหลายซอย จระเข้น้อยเอาเท้ายันเจ้าเด็กแว่นดำด้วยความหมั่นไส้ทันที ส่วนคนโดนยันก็เกาะขาเขาไว้ไม่ยอมล้มอีก “ปล่อยเว้ย ไอ้เด็กนกตุ๊ด!”

 

            “อย่าหยาบคายเด้ คร็อกซี่!”

 

            “นี่! เงียบหน่อยสิยะ เดี๋ยวก็มีคนรู้หรอกว่าพวกเรายังไม่นอนน่ะ”แฮนค็อกฟาดมือใส่ไหล่ทั้งคู่ดังเพี๊ยะๆจนยอมเลิกรากันไปก่อนจะเริ่มประเด็นใหม่อีกครั้ง “เรื่องของคุมะน่ะ ยังไงก็ต้องรอดูนั่นแหล่ะ— แต่ถ้าแม่นั่นมาร่างเด็กก็คงเผลอใจอ่อนยอมให้แตะตัวล่ะนะ...”

 

            “เออ ฉันก็ว่างั้นอ่ะ”โมเลียที่นอนตะแคงฟังเกาหัวแกรกๆ “แทนที่จะมาพูดเรื่องที่มันต้องเกิดขึ้นแน่อยู่แล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนเรื่องพูดกันวะถามจริง”

 

            “เป็นเด็กเป็นเล็กพวกเธอก็ควรนอนได้แล้วนะ”

 

            “แกก็เด็กเหมือนกันล่ะเว้ย ไอ้จิมเบย์”โดฟลามิงโก้ตบมุขทันที “ชิ ปกติฉันไม่ใช่พวกหลับง่ายถ้าไม่ได้ออกแรงหรือเจออะไรสนุกๆซะด้วยสิ— พวกแกล่ะ?”

 

            “ฉันจะหลับได้ก็ต่อเมื่อห้องมันเงียบ ไม่ก็เหนื่อยจริงๆ”คร็อกโคไดล์พูดเนือยๆพลางมองรอบตัว แน่นอน เขานอนไม่ได้แน่ถ้าไอ้พวกนี้มันไม่ยอมนอนกันเงียบๆดีๆน่ะนะ

 

            “เราหลับไวต่อเมื่อห้องเงียบเช่นกัน”แฮนค็อกสนับสนุนข้างเด็กชายอีกเสียง

 

            “ของฉันตอนดึกนี่เวลาตื่นว่ะ”โมเลียเปลี่ยนมาเกาหลังแทนแล้ว(....)

 

            “โอเค พวกเราไม่ได้นอนแน่เพราะต้องระแวงเจ้าเนี่ย”แฮนค็อกลุกพรวดกระทืบเท้าปั้กๆใส่เด็กชายตัวโย่งร่วมตำแหน่งเทพโจรสลัดจนเจ้าตัวแทบกลิ้งหลบไม่ทัน

 

            ไอ้เด็กโย่งตีแขนตีขาปึงปังโวยวาย

 

            “เฮ้ย แล้วจะมาโทษอะไรข้าวะเนี้ย!?!”

 

            คราวนี้จระเข้น้อยเองก็ลุกขึ้นมายืนกอดอกข้างจักรพรรดินีจิ๋วเช่นกัน มองหน้าไอ้เด็กโย่งของกลุ่มด้วยสีหน้าละเหี่ยใจประมาณว่า ขนาดนี้แล้วเอ็งยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง อะไรประมาณนั้น เรียกน้ำโหจากเจ้าเด็กโย่งได้เป็นอย่างดีทีเดียว

 

            “ขืนพวกฉันหลับเงาหายขึ้นมาชีวิตคงเละเทะกว่านี้แหง”อธิบายให้อย่างชัดเจนเสริม เด็กหญิงเองก็พยักหน้าสนับสนุน— ไม่ยักรู้ว่าพวกผู้ใหญ่อีโก้สูงสองคนก่อนหน้านี้จะเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

 

            เจ้าเด็กตุ๊กแกฮึดฮัดบ้าง “เอาเงาพวกแกตอนเด็กมาก็เอาไปทำอะไรไม่ได้หรอก! แถมยังต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมให้พวกซอมบี้อีก ข้าไม่เอาโว้ย!”

 

            “เปลี่ยนผ้าอ้อมใครไหนพูดอีกทีเด๊ะ!!” “เจ้าตุ๊กแกบ้านี่!!”

 

            “โหย พอได้แล้วน่านะ!”

 

            เกือบจะเกิดการตะลุมบอนตุ๊กแกกันขึ้นอีกสามคนที่เหลือจึงลุกพรวดมาห้ามมวยทันที มิฮอว์คล็อคตัวคร็อกโคไดล์ที่ส่วนสูงวัยเด็กไล่เลี่ยกัน ส่วนจิมเบย์ดึงไหล่ของเจ้าเก้งก้างโมเลียเอาไว้ ทางด้านโดฟลามิงโก้ก็ลุกมาอย่างเสียไม่ได้เพื่อล็อคแขนของยัยเด็กปากจัดแฮนค็อก

 

            ห้ามกันอยู่ได้เกือบ 5 นาทีทั้งกลุ่มก็ลงไปนอนหอบ— เพราะสู้แรงกันและกันในวัยเด็กไม่ค่อยจะไหว ทางด้านจระเข้น้อยกับเจ้าตุ๊กแกดูจะยอมง่ายหน่อยเพราะเป็นเด็กน้อยที่เติบโตมาเยี่ยงคุณชาย ไม่ค่อยได้ออกแรงฟาดปากกันบ่อยๆเท่ามิฮอว์คหรือจิมเบย์ที่ฝึกคาราเต้เงือก

 

            แต่ตอนนี้เด็กชายผมทองคนเดียวของกลุ่มลงไปถอนหายใจแฮ่กๆบนเฟอร์นุ่มของตัวเอง แฮนค็อกวัยเด็กนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ สมกับเป็นเผ่าคุจาที่รู้จักการใช้ฮาคิมาสู้ตั้งแต่ยังเด็ก “อะ เอางี้นะ...มีข้อเสนอดีๆที่จะทำให้ทุกคนนอนได้แน่ เพราะงั้น แฮ่ก— โว้ย ยัยผู้หญิงบ้านี่ก็ถึกจริง”

 

            “เจ้านกจิตหลุด อยากปากหลุดตามสมองใช่ไหม!”หวีดลั่นทันที

 

            “โอ้ย จ้าๆ ไม่ว่าแล้วๆ— ยอมแล้วจ้า”รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี ท่องไว้ในใจก่อนที่อดีตเสี่ยใหญ่จะเริ่มกระแอมเปลี่ยนเรื่อง “ไหนๆก็เป็นเด็กกันแล้ว ทำอะไรแบบที่เด็กๆมันควรจะทำแล้วกัน—...”

 

            “ไม่อยากขัดหรอกนะ แต่นายตอนเด็กก็เอาแต่ด้ายมาขึงคนอื่นไม่ใช่เหรอ”มิฮอว์คซึ่งกลัวกลีบพิกุลทองจะร่วงอยู่นานยอมเอ่ยปากแซะบ้าง(...)

 

            เด็กชายแว่นดำตีขาป้าบๆ “เว้ย!ฉันก็ทำอย่างอื่นนะ!” เขาไม่ได้โตมากับความซาดิสม์อย่างเดียวสักหน่อย พวกเด็กๆในแฟมิลี่เขาก็มี ก็ต้องรู้จักการละเล่นแบบเด็กเหมือนกันนั่นแหล่ะน่า! “อะแฮ่ม...ที่ฉันจะพูดก็คือ เราจะมาเล่าเรื่องผีกัน”

 

            “โว้ะ ไร้สาระ”จระเข้น้อยแกว่งปากหาเท้าทันที(....)

 

            “เรื่องผีเผออะไรไม่เห็นจะน่ากลัวเลย”แฮนค็อกเบ้หน้า เรื่องหลอกเด็กทั้งนั้นแหล่ะ— เกิดมายี่สิบเกือบสามสิบปีไม่เห็นได้เคยเจอสักกะตัว

 

            “เคี้ยกๆๆๆ เล่าไปข้าก็ไม่สะทกสะท้านหรอกน่า”เจ้าตุ๊กแกนอนตะแคงที่เดิม เขาเกิดมากับเมืองผีและเรื่องผีๆอยู่แล้ว จะเอาอะไรมากลัวกัน?

 

            “...แค่ผี”ส่วนเจ้าเหยี่ยวน้อยพูดน้อยคำลงทันที ไม่ต่างจากจิมเบย์ที่พยักหน้าหงึกๆด้านหลัง

 

            เด็กชายเจ้าของเสื้อเฟอร์เลยตบขาป้าบๆอีกรอบ “เฮ้ยยยย ไม่จำกัดแค่เรื่องผีเด้!เอาเรื่องน่ากลัวๆมาเล่าก็ได้ ฉันจะทำให้พวกแกขี้หดตดหายกันเลยคอยดู!”ที่คิดข้อเสนอนี้ขึ้นมาก็ไม่มีอะไร เขาแค่เคยเห็นพวกเด็กๆแถวโบสถ์อะไรเทือกนั้นนั่งเล่ากันแล้วน่าสนใจดีเท่านั้นเอง

 

            มองหน้ามองตากัน อีก5ชีวิตที่เหลือกำลังคิดอยู่ว่าจะทำไงกับไอ้ข้อเสนองี่เง่านี่ดี— แน่นอน อยู่มาสามสิบสี่สิบปีไม่เคยเห็นผี จะเอาอะไรมากลัว...ไม่ต้องไปนับซอมบี้ในบ้านของโมเลีย พวกนั้นมีแต่ความบ้องตื้นไม่ได้มีอะไรที่ผีควรจะมีอยู่เลยสักนิด

 

            สุดท้ายก็ต้องยอมลงในเมื่อก็นอนกันไม่หลับ “เอ้าๆ...ว่ามา— ใครน่ากลัวน้อยสุดโดนดีดมะกอก”

 

            “เราก็คงต้องตามจระเข้ทรายนั่นแหล่ะ”แฮนค็อกลงไปนั่งปุเงียบๆกับงูตัวเขื่อง(ที่หลับไปแล้ว)

 

            “พวกแกแพ้ฉันอยู่แล้ว ยอมรับเถอะ”ส่วนไอ้เด็กผีก็นอนเนือย

 

            “คอยดูแล้วกัน...ฟุฟุฟุฟุ”

 

            มือเล็กๆขยับไปหรี่ไฟฉายที่เหมือนกองไฟกลาง(...)ให้หรี่ลง บรรยากาศดูมืดลงถนัดตา มีแค่แสงสลัวๆให้เห็นหน้าของเหล่าเด็กๆที่ตั้งวงล้มรอบฟังเรื่องผีกันอยู่— ไม่รู้ว่าจะมีอะไรให้น่ากลัวแต่ก็ฟังๆเจ้าเด็กลูกไก่ไปคงไม่เสียหายน่ะล่ะ...

 

            โดฟลามิงโก้กรีดยิ้มพลางค่อยๆเล่าด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มชวนสยอง “ว่ากันว่า...ที่เกาะแห่งหนึ่งอันห่างไกลในแกรนด์ไลน์นี้ มีหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่ที่นั่น

 

            “ยามเช้าตรู่มันช่างเป็นหมู่บ้านที่คึกคัก มีผู้คนมากมายเดินกันขวั่กไขว่และเหล่าโจรสลัด นักเดินทางต่างก็พากันจอดเทียบเมืองท่าแห่งนั้นเพื่อชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงาม เกาะที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้และหุบเขาสีเขียวขจี...

 

            “แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า— ยามตกกลางคืน จะเกิดอะไรขึ้น...”

 

            การเว้นจังหวะถือเป็นทริกธรรมเนียมเพิ่มมนต์ขลังให้แก่เรื่องเล่า สังเกตดูสีหน้าของแต่ละคนผ่านเลนส์แว่นก่อนจะเริ่มเล่าความต่อ “เมื่อราตรีมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ ผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย— เหล่านักเดินทางที่ไม่สังเกตสังกาคงไม่ถือกระไร ทว่ากับคนที่ตื่นกลางคืนนั้นมันเป็นภาพที่ชวนขนหัวลุก...!

 

            “ในคืนนั้น กัปตันจอห์น ฮิกกิ้นส์— โจรสลัดนักเดินทางได้ตื่นขึ้นมาและพบว่าหมู่บ้านนั้น—...”

 

 

 

 

 

            “ตื่นมาแล้วพบว่าหมู่บ้านนั้นกลายเป็นสุสานและไม่มีคนอาศัยอยู่ กลัวจนขนหัวลุกจะหนีออกมา แต่สุดท้ายแม่งก็โดนตัวอะไรไม่รู้จับไปกินใช่ไหมล่ะ?”

 

            เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!

 

            เสียงขัดที่แทบทำให้เด็กชายผมทองลุกพรวดมาจากคร็อกโคไดล์คู่ปรับตัวดีน่ะเอง และตอนจบที่เขาหมายมาดซะดิบดีว่าจะทำให้พวกที่เหลือกลัวก็ดันออกมาจากปากอีกฝ่ายด้วยเสียงซังกะตายด้วย! อะไรกันเนี่ย เจ้าจระเข้นี่มันแกล้งเขาเหรอ! “คร็อกซี่ยยยย์! อย่าขัดกันอย่างนี้เซ่!”

 

            “ก็ไม่อยากขัดว่ะ แต่เรื่องมันเก่าแล้ว ไปไป๊— ตาคนอื่นเขาเล่า”พอเจอคำว่าเก่าปักหัวเจ้านกชมพูถึงกับสะอึกเบะปากทันที ผิดกับร่างสูงกว่าที่นั่งขัดสมาธิซึ่งใช้ดวงตาไล่มองไปทางพวกที่เหลือ “มีอะไรเล่าไหม ใครจะเล่าต่อ?”

 

            จิมเบย์เกาแก้ม “น่าเสียดาย เมืองเงือกไม่ค่อยมีเหตุการณ์แบบนี้นักหรอก...เกี่ยวกับผีๆน่ะ”

 

            “ลองเล่ามาก่อนไม่เสียหาย อะไรก็ได้ที่แค่น่ากลัวน่ะ”จระเข้ทรายไม่ใส่ใจอยู่แล้ว— เขาแค่อยากจะให้พวกนี้มันหลับๆกันไปเสียทีเขาจะได้หลับบ้างก็เท่านั้นเอง

 

            เมื่อถูกว่ามาอย่างงั้น มนุษย์เงือกตนเดียวจึงถอนหายใจแล้วกอดอกเล่า

 

            “เรื่องนี้เกิดที่อาณาจักรเงือกเมื่อหลายปีมาแล้ว มีเรื่องเล่าว่าหากผู้ได้เดินทะลุเข้าไปในป่าหลังสุสานของราชวงศ์จะถูกปิศาจร้ายกินไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่โหยหวน...”เกริ่นเรื่องมาคร่าวๆก็ทำให้หลายชีวิตอยู่สนใจ— เรื่องจากอาณาจักรเงือกมีไม่ค่อยมากนัก ไม่แปลกที่มีคนเล่าก็ต้องน่าสนใจกว่าหมู่บ้านสุสานกินคนที่โดฟลามิงโก้ยกของเก่ามาเล่าน่ะล่ะ

 

            จิมเบย์เล่าต่ออีกว่า “ในเรื่องนั้น ตอนเด็กฉันก็ไม่เชื่อนักหรอก...เพราะยังไงออกด้านหน้าถอยด้านหลังไปก็เป็นทะเลอยู่ดีสำหรับอาณาจักรเงือก คงจะเป็นเจ้าสมุทรที่ซ่อนอยู่ที่นั่นก็ได้— อยู่มาวันหนึ่งเด็กๆที่อยู่ในหมู่บ้านมนุษย์เงือกก็เลยมีความคิดแผลงๆขึ้น

 

            “พวกเราไปหาสมบัติที่อยู่ด้านหลังสุสานกันเถอะ เพื่อนฉันตะโกนแบบนั้น— ตอนนั้นยังเด็กก็เลยเออออเห็นด้วยนั่นล่ะ...พวกเราสี่ตนก็เลยออกเดินไปที่ด้านหลังสุสานทันที

 

            “ตระเตรียมอุมปกรณ์กันพร้อมเลยล่ะ... กระเป๋าเครื่องมือ แล้วก็วิ่งโร่เข้าไปในพงหญ้าที่เราไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง เราเดินกันลึกเข้าไปเรื่อยๆ...ลึกเข้าไป จนไม่เห็นทางกลับด้านหลังแล้ว ข้างในนั้นรกทึบไปด้วยกองต้นไม้ทะเลต่างๆแถมยังมืดมัวเพราะแสงส่องไปไม่ถึง

 

            “ในตอนนั้นฉันเป็นคนแรกที่เริ่มคิดว่าบรรยากาศไม่น่าไว้ใจ พอจะบอกให้พวกเพื่อนๆที่มาด้วยกันกลับไปที่บ้าน ตอนนั้นเองก็มีเสียง— อ๊ากกกกกกกก!!

 

            “เหวอ!” “อุ่...” เสียงโหวกเหวกของจิมเบย์ทำให้บางคนจิตอ่อนผงะกันไปบ้าง...แฮนค็อกกอดงูของตัวเองแน่นส่วนมิฮอว์คลอบเกร็งตัวตามสัญชาตญาณ อนึ่ง— เขาโดนจักรพรรดินีตัวจ้อยเขยิบเข้ามาเบียดอีกต่างหาก

 

            “หลังจากนั้น เกิดอะไรขึ้นล่ะ?”โมเลียที่เงียบฟังยิ้มๆถาม

 

            แต่ปฏิกิริยาจากมนุษย์เงือกกลับทำแค่ถอนหายใจแล้วแบมือออก “ก็วิ่งปาราบกลับบ้านน่ะสิ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้เสียงบ้าๆนั่นมันอะไร แต่ถึงยังไงก็ยังไม่มีใครกล้าพิสูจน์ถึงปัจจุบันล่ะ”

 

            “เคี้ยกๆๆๆๆๆ ป๊อดชิบเป๋ง!”

 

            เจ้าเด็กโย่งขำพรืดออกมากับสิ่งที่จิมเบย์วัยเด็กทำ ฝ่ายจระเข้ทรายกอดอกพลางกลอกตามองเจ้านกชมพูที่ทำแค่ยักไหล่— แต่ก็นะ นับว่าน่ากลัวกว่าเรื่องเก่าๆอยู่ ตอนนี้โดฟลามิงโก้คงต้องโดนหมายหัวแล้ว

 

            คนเล่าต่อมาคือจักรพรรดินี แฮนค็อก “เกาะคุจาเองก็ไม่ค่อยมีเรื่องเล่าแบบนี้เช่นกัน— ที่น่ากลัวหน่อยก็คงจะเป็นงูยักษ์ที่เป็นแค่ตำนานน่ะ”

 

            “โอ๋? เล่ามาหน่อยซิ”เด็กชายหัวทองทำท่าเหมือนสนใจ เอนหลังเบียดตัวเจ้าเด็กหัวดำใกล้ๆด้วยความหมั่นไส้— แต่อีกฝ่ายก็ทำได้แค่รำคาญนั่นแหล่ะเพราะเขาใช้พาราไซท์ทำให้เจ้าตัวนั่งนิ่งๆไปแล้ว(...)

 

            แฮนค็อกกอดอกนึกเล็กน้อย...

 

            “เมื่อสมัยก่อนตั้งแต่ยังไม่กำเนิดโลก เกาะแห่งนั้นมีงูตัวใหญ่เกือบเท่าเจ้าสมุทรอยู่ตนหนึ่ง นางเป็นปิศาจงูผู้ปกครองเกาะบุบผาของเหล่าคุจามาตั้งแต่โบราณกาล...

 

            “แต่อยู่มาวันหนึ่งนางได้พบกับสิ่งมีชีวิตประหลาด— มันคือปิศาจงูที่มาจากโพ้นทะเลที่เราไม่รู้จัก ตัวดำมันเลื่อมและฟันแหลมคม ตัวยาวกว่านางเกือบสิบยี่สิบเท่า มีสามหัว...และมาพร้อมกับความมืดแสนชั่วร้าย ตัวของมันรายรอบไปด้วยกระดูกและเศษเนื้อเน่าของศพมนุษย์

 

            “งูยักษ์ผู้ปกปักษ์ดินแดนของเราพยายามปัดไล่มันให้ไปจากดินแดนแห่งนี้ แต่กลิ่นของความตายนั้นรุนแรงเฉกเช่นเดียวกับกลิ่นซากเน่า สุดท้ายแล้วนางก็ถูกสังหารตายไปเสีย— เหลือไว้เพียงซากร่างของนางอยู่บนพื้นดิน...

 

            “เจ้างูร้ายสามเศียรตนนั้นไม่ทำเพียงแค่เข้ามาบุกเกาะของเรา— ในตอนนั้นเผ่าคุจาได้ถือกำเนิดแล้วจึงได้ใช้กำลังขับไล่มันออกไป— มันเห็นว่าพวกเราพยายามต่อต้านมันจึงใช้สติปัญญาของตัวเอง เข้าสิงสู่ร่างศพของงูยักษ์แห่งเผ่าคุจาเพื่อเข้ามาหาพวกเราในคราบนั้น

 

            “ทุกยามย่ำรุ่งที่หมอกหนาทึบมันจะออกมา— หากเหล่าสตรีของเกาะเราผู้ใดย่างกรายออกไปจากหมู่บ้านจะไม่มีวันได้กลับมาอีก จะมีเพียงเสียงฉีกกระชากเหยื่อและหายไปอย่างลึกลับ...นั่นเป็นเหตุให้เราเหล่าคุจาย้ายขึ้นมาอยู่บนเขาเศียรงูตั้งแต่นั้นมา เพื่อหลบการโจมตีของปิศาจนั่น”

 

            จบเรื่องเล่าเพียงสั้นๆเหมือนกับตำนานหนึ่งบท จิมเบย์กับมิฮอว์คไม่ได้มีท่าทีกลัวอะไรนัก— อาจเพราะมันเป็นตำนานก็ได้ ไม่เหมือนกับเรื่องเล่าก่อนหน้านี้ที่เป็นประสบการณ์ตรง— ฝ่ายเจ้าหนูจระเข้(ที่ปลงตกกับเจ้านกตุ๊ดแล้ว)ก็ทำหน้าเฉยๆกับเรื่องนี้

 

            “ก็ อืม ไม่เท่าจิมเบย์ แต่ก็ดีกว่าไอ้นกตุ๊ดล่ะ”

 

            ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยและปล่อยเบลอกับเจ้านกตุ๊ดที่ว่าซึ่งโวยวายง้องแง้งอยู่ไป “โมเลีย แกเล่าไหม?...เห็นว่ามาจากเมืองผี”

 

            “ของดีมาทีหลังดิว้า”เปล่าหรอก จริงๆขี้เกียจ(...)

 

            “...ตามใจ มิฮอว์คล่ะ?”เปลี่ยนไปสนใจเจ้าหนูตาเหยี่ยวที่นั่งเงียบบ้าง

 

            “....”เขาทำท่านึกเล็กน้อย “....วันหนึ่งตอนที่คนในบ้านของฉันออกไปข้างนอก ฉันลงไปเปิดห้องใต้ดินที่ถูกปิดมานานเข้า— มันมืดมาก มองไม่เห็นอะไรใต้นั้นเลยล่ะ”

 

            พอเปิดปากพูดปุ๊บทุกคนก็เงียบ เงี่ยหูฟัง— นานทีเจ้านี่จะมีอะไรให้เล่าสักหน่อยนี่นา

 

            “ฉันเลยตัดสินใจว่า...”

 

            “...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ไม่ลงไปมันละกัน...”

 

            ก๊องงงงงงง พรืดดดดดดดด!! หน้าเอ๋อเสียสมดุลกันไปเป็นแถวกับข้อสรุปที่แทบจะออกมาทันทีจากนักดาบที่เก่งกาจที่สุดในโลก คนแรกที่ลุกมาโวยวายคือโดฟลามิงโก้

 

            “เฮ้ย!!ไอ้อย่างงี้มันน่ากลัวตรงไหนวะไอ้เหยี่ยว!!”

 

            “ไอ้นี่มันตลกฝืดแล้ว!!”ตามมาด้วยเจ้าเด็กตุ๊กแกที่เห็นเรื่องผีเป็นเรื่องจริงจังไปแล้ว(...)

 

            ตามมาด้วยแฮนค็อกที่ลุ้นตัวโก่งอยู่นานก็ลุกมาตีแขนเด็กชายป้าบๆ นี่มันการตัดมู้ดที่แย่ที่สุดในโลกเลยก็คงว่าได้!ทำกันแบบนี้กลางวงเล่าเรื่องสยองขวัญนี่มันทำให้เสียสุขภาพไปยาวๆเลยนะ!

 

            “ไอ้คร็อก!แบบนี้ให้มันโดนดีดมะกอกเหอะ!”ไหนๆก็รู้ผลอยู่แล้ว

 

            “...ให้อภัยเพราะสินบนลอลี่ป๊อบแล้วกัน— ...”

 

            โครม!!! จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เด็กนกกระโจนเข้าฟัดจระเข้ทรายขลุกขลักอยู่บนฟูกกันทันที มีทั้งเสียงสบถด่า เสียงโวยวาย เสียงตุ้บตั้บ ผั่วะ เพี๊ยะมาบ้างเป็นจังหวะ กระทั่งทั้งคู่เหนื่อยจึงเลิกฟัดกันกลับมาฟังทางด้านของโมเลียบ้าง

 

            ไอ้คนที่อวดอ้างตัวว่ามีของดีที่สุดจึงหัวเราะเคี้ยกๆนำประเดิม “เอาล่ะ งั้นเราก็มาฟังเรื่องที่น่ากลัวที่สุดของคืนนี้กันเลยดีกว่า...”

 

            บรรยากาศเหมือนเป็นใจ มีลมหวิวๆพัดผ่านกับเสียงแซ่กๆของต้นไม้จากด้านนอกชวนให้ขนหัวลุก ไหนจะไฟฉายที่กระพริบติดๆดับๆก็อีก— ถ่านคงใกล้หมดแล้วล่ะสิ...(....)

 

            “เรื่องนี้ฉันจงใจเลือกมาให้เลยล่ะนะ— พวกนายน่ะ เคยรู้จักตำนานเกี่ยวกับแลฟิงค์ แจ๊ค(Laughing Jack หรือ แจ๊ค จอมหัวเราะ)มาบ้างหรือเปล่า?”

 

 

 

            ในวันหนึ่งของฤดูร้อนอันแสนสดใส มีชายคนหนึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มเล็กๆในเมืองแห่งหนึ่ง— เขาอยู่กับลูกชายหนึ่งคนชื่อว่าเจมส์ ในวันนั้นเขาทำงานบ้านอยู่ที่สวนและพบว่าลูกชายของตัวเองก็เล่นอยู่ข้างนอกเช่นเดียวกัน— แต่ที่น่าแปลกคือ ลูกชายของเขากำลังเล่นและพูดคุยอยู่คนเดียว

 

            เจมส์ ลูกเล่นกับใครอยู่หรือ— ผู้พ่อถามด้วยความฉงนสงสัย

 

            เด็กน้อยวัยเพียง 5 ขวบปีของเขาจึงตอบกลับมาว่า ผมกำลังเล่นอยู่กับเพื่อนใหม่ของผม เขาชื่อแลฟิงค์ แจ๊ค— คำตอบนั้นทำให้ชายเจ้าของฟาร์มแค่ชะงักก่อนจะส่ายหน้ากับตัวเอง อย่างไรเสียเด็กๆก็มักจะมีเพื่อนในจินตนาการของตัวเองอยู่แล้ว

 

            ถ้าอย่างนั้นฝากบอกแจ๊คของลูกด้วยว่า ลูกต้องไปกินข้าวแล้ว นั่นคือประโยคต่อมาที่เขาเอ่ย

 

            เด็กชายหัวเราะคิกคักแต่ก็ทำตามอย่างที่ผู้พ่อได้สั่ง— เป็นอย่างนั้นอยู่ราวสามสี่วัน... จนน่าเอะใจ ทำไมเดี๋ยวนี้เจมส์ถึงได้ดูแปลกไป เล่นกับเพื่อนในจินตนาการของตนอย่างแผลงๆ...เช่นเดี๋ยวก็ปีนต้นไม้ เดี๋ยวก็ออกไปเที่ยวเล่นนอกฟาร์ม ทำในสิ่งที่เด็ก5ขวบหลายคนไม่อาจทำได้

 

            เริ่มใจหาย เขาเดินไปเช็คเด็กชายในวันที่ 5 ขณะเล่นอยู่นอกบ้านเช่นเดิม ลูกรัก...ทำไมยังไม่เข้าบ้านอีกล่ะ นี่มันค่ำแล้วนะ...

 

            เจมส์ลูกชายยิ้มให้เขา ผมเล่นกับแลฟิงค์ แจ๊ค... นั่นเป็นคำตอบแบบเดิมที่เขาได้รับ

 

            ไม่คิดรอช้า ชายเจ้าของฟาร์มเลิกสนใจคำพูดของลูกชายก่อนจะอุ้มเขาไปยังห้องอาหาร ให้เขากินข้าวเย็นและนมก่อนนอนแล้วจึงพาไปนอนที่เตียง จูบหน้าผาก ห่มผ้าผ่อนเช่นปกติ หลังจากนั้นตัวเขาจึงแยกไปเข้านอนที่ห้องของตัวเอง

 

            แล้วสิ่งผิดปกติก็ได้เกิดขึ้น... ในคืนนั้นชายเจ้าของฟาร์มได้ยินเสียงเพลงประหลาดที่ชวนขนหัวลุก

 

            All around the mulberry bush.

 

          The monkey chase the weasel

 

          The monkey though it was all in fun,

 

            ทำนองเพลงหยุดลงก่อนที่จะถึงจุดจบของบทเพลง ชายผู้พ่อจึงลุกพรวดขึ้นมาท่ามกลางความมืดเพราะเสียงกรีดร้องโหยหวนของเจมส์ที่อยู่อีกห้อง รีบวิ่งไปเปิดประตูพรวดพราด— แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็ต้องทำให้ร่างกายแข็งกลายเป็นหินด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง

 

            ผู้ชายในชุดตัวตลกสีขาวดำปรากฎอยู่ในห้องของลูกชายเขา และยังจับขึงร่างเล็กๆนั่นไว้กับเพดานสูงทั้งยังมีเลือดอาบ เจมส์ตายแล้ว...

 

            แล้วสิ่งมีชีวิตตรงหน้านี่คืออะไร— ไม่มีคำตอบ เจ้าของฟาร์มรวบรวมสติเท่าที่ตนยังคงมีอยู่ออกวิ่งหนี แต่มีหรือ เสียงหัวเราะชวนสยองนั้นประชิดเข้ามาอย่างรวดเร็วกับเพลงที่มันร้อง

 

            Pop goes the weasel!

 

 

 

 

 

 

 

            อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!

 

            “ว้าย!!” “เหวยยยยย!!”

 

            เสียงร้องที่จู่ๆนึกจะร้องก็ร้องออกมาทำเอาแฮนค็อกและจิมเบย์ที่พยายามจะนั่งนิ่ง ตอนนี้หลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจเข้าซะแล้ว— ทางด้านเด็กตาเหยี่ยวของกลุ่มนั้นลอบหน้าซีดเขยิบตัวเข้าไปหลบในเฟอร์สีชมพูแหววเป็นเพื่อนโดฟลามิงโก้แล้ว เหลือคนเดียวที่นั่งนิ่งข้างเจ้าเด็กโย่งนั่นได้ก็มีแค่จระเข้คุง

 

            “จากนั้นหลายๆปีถัดมาก็มีเรื่องนี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านที่มีเด็กอยู่ เด็กๆที่เล่นกับแลฟิงค์ แจ๊คจะต้องตายอย่างน่าสยดสยอง และ ผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยก็จะถูกฆ่าเช่นเดียวกับเด็กคนนั้น— มีเรื่องเล่ามาอีกว่าศพพวกนั้น แลฟิงค์ แจ๊คได้นำไปเป็นทาสในคณะละครผีบ้าง เอาเลือดเนื้อของพวกนั้นมาทำลูกอมล่อเด็กรายต่อไปบ้าง”

 

            แค่นั้นก็ทำหน้ายี้หน้าซีดกันไปเป็นแถว

 

            “เคี้ยกๆๆๆ ติดอันดับน่ากลัวสุดๆแหงเลย— อ่า แต่มันก็แค่เรื่องที่มีคนแต่งขึ้นล่ะนะ”โมเลียแคะหูอย่างสบายอารมณ์ ตอนนี้ก็คงเหลือแค่พ่อเจ้าประคุณที่นั่งใกล้ๆเนี่ยแหล่ะที่ต้องเล่าเรื่อง “ไงต่อล่ะ คร็อก— มีอะไรสู้ไหม?”

 

            “....”

 

            นิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบสนองอะไร...น่าประหลาดใจถึงแม้ว่าเด็กชายจะเป็นคนนิ่งแค่ไหน ยังไงก็ต้องออกปากคุยมาบ้างล่ะเวลาโดนดูถูกแบบนี้ “...เฮ้ย ไอ้เข้ทราย...?”

 

            ทุกคนเริ่มเห็นความผิดปกติ โดฟลามิงโก้โผล่หัวพรวดมาจากเฟอร์มองสังเกตเด็กชาย มิฮอว์คเองก็เกาะหลังอีกฝ่ายออกมาดูเช่นกัน... จักรพรรดินีตัวจ้อยกับพ่อมนุษย์เงือกของกลุ่มเองก็เกรงๆอยู่

 

            คร็อกโคไดล์ไม่ตอบอะไร นั่งก้มหน้าก้มตาจนเริ่มทำคนอื่นเลิ่กลั่ก “คร็อกซี่?”

 

            “...แย่ล่ะสิ”

 

            ประโยคแผ่วเบาที่หลุดมาจากปากทำให้ทุกคนนิ่วหน้า พลันเมื่อเด็กชายผมดำเงยหน้าขึ้นมา— มันก็กลับซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ ใบหน้าแสดงความรู้สึกที่ช็อคสุดขีด...

 

            คำพูดต่อมาแทบทำให้ทุกคนลมจับยิ่งกว่า...

 

            “ฉันเองก็มีเพื่อน ชื่อ แลฟิงค์ แจ๊ค เหมือนกันน่ะสิ...”

 

 

 



























 

 

 

 

 

 

 

            ปึง ปึง ปึง!!!

 

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” “จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก” “ว้ากกกกกกกกกกกกกก ผีหลอก!!!!!!

 

            เพราะเสียงกระแทกประตูกั้นห้องด้านหลังคร็อกโคไดล์ดังปึงปังราวกับมีตัวอะไรกำลังจะพุ่งออกมา ทำเอาเหล่าเด็กเจ็ดเทพโจรสลัดร้องหลุดมาดกันออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็น— คนวิ่งหนีออกประตูข้างนอกคนแรกคือมิฮอว์คผู้เคยสุขุม ซึ่งตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปแล้ว ตามมาด้วยจักรพรรดินีและโดฟลามิงโก้ที่วิ่งเร็วอย่างกับลิง ทางโมเลียกับจิมเบย์ก็ตามมาด้วย

 

            ทิ้งไว้เพียงห้องว่างๆกับเด็กชายจระเข้ที่ไม่ขยับไปไหน— กระทั่งแน่ใจดีแล้วว่าเด็กพวกนั้นวิ่งป่าราบไปจนถึงห้องของเซ็นโงคุเรียบร้อยจึงหัวเราะลั่น

 

            “คุฮ่าฮ่าฮ่า! ชนะซะแล้วทำไงดี...แกก็เล่นแรงจริงๆนะ นึกว่าจะทำแค่ขูดประตู”

 

            เอนตัวมองไปด้านหลัง ประตูกั้นที่ต่อกับอีกห้องค่อยๆเปิดออก ปรากฎร่างสูงในชุดนอนสีสว่างกำลังนั่งขัดสมาธอยู่ “ไอ้คุณพลเอกคิซารุ— ชอบแกล้งเด็กมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?”

 

            “โอ๋ ก็เห็นพวกเธอไม่ยอมนอนกันสักทีเลยแค่แอบมาดูเฉยๆ”ส่วนเรื่องแกล้งเมื่อครู่มันเป็นผลพลอยได้เพราะดันโดนจระเข้ทรายเห็นเงาลอดใต้ประตูน่ะสิ ดีนะตอนเล่าเรื่องกันอยู่เจ้าตัวแอบร่อนกระดาษมาใต้ประตูนัดแนะไว้พอดี ไม่งั้นเขาคงแกล้งผิดจังหวะแน่ๆ

 

            คิซารุเกาหัวพลางหันมาทางเด็กชาย “แล้วเป็นเรื่องจริงเหรอ— มีเพื่อนเป็นแลฟิงค์ แจ๊คน่ะ”

 

            “...”

 

            แลบลิ้นเผล่อย่างยโสก่อนจะย้ายร่างออกจากห้องไปตามพวกที่เหลือทันที ทิ้งให้คุณพลเอกห้องใกล้เรือนเคียงหัวเราะ “ร้ายกาจ ร้ายกาจ...ยกนี้ยอมเธอเลยจริงๆ” จากนั้นจึงปิดประตูห้องกลับไปพักผ่อน— ป่านนี้คุซันกับอาคาอินุคงพึ่บพั่บตื่นเพราะเสียงเด็กกรี๊ดกันแล้วล่ะนะ

 

            อยากเห็นหน้าตอนพวกเขาไปเจอจอมพลเซ็นโงคุโดนเด็ก5คนรุมเกาะพร้อมกับร้องไห้กระจองอแงหมดมาดกันจริงๆเลย พับผ่าสิ ฮึๆ...











-------------------------------------------------------------------

ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

หลังจากอาทิตย์นี้อาจจะหายยาวไม่ลงตรงเวลานะคะ เพราะเราต้องไปนู่นนี่นั่น

ยิ่งพอเข้ากรกฎาคมแล้วจะตารางแน่นเอี๊ยดเพราะรับน้องเลยล่ะค่ะ

อ๊ะ ส่วนคนที่รุ่นเดียวกับคีสแล้วแอดมิดชั่นติดแล้วยินดีด้วยนะคะ!

ส่วนเด็กๆที่เรียนอยู่ก็พยายามเข้านะ ช่วงนี้ต้องเป็นช่วงที่ยุ่งยากพอดูแน่ๆถ้าจำไม่ผิดล่ะก็?

ด้วยรัก จาก คีสนะคะ!


Cr. ภาพ >>> นี่ๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #316 RENJI_ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 05:27
    เอ็นดูเบบี๋มิฮอว์คจังเลยค่ะ หลุดมาดหมดแล้วพ่อคุณเอ้ยย55555
    #316
    0
  2. #314 acarezoro (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 12:40

    น้องเข้น่ารักที่สุดดอฟฟี่ก็น่ารัก

    อยากเอามาเลี้ยงจุงเรามี โลลี่ป๊อปน่าาาามามะ, ❤️❤️❤️😁😁😍😍🤭😊

    #314
    0
  3. #308 55384 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 15:30
    555 น้องเข้มาแรงแซงแหกโค้งชาวบ้านเลยวะ
    #308
    0
  4. #299 kam1846 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 22:07
    น้องเข้เล่นแรงแซงทุกโค้งเลย 55555
    #299
    0
  5. #279 Chanya Chavalitanon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:41

    เมื่อไหร่คุมะจะโดนมั่งอ่ะคะ~

    #279
    0
  6. #274 Manatsanan2005 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:27
    รางวัลนึ้ยกให้ใครดี?
    #274
    0
  7. #253 __Tong (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 10:28
    ป๊าเข้เล่นแรงง่าาาา 555 ตะมุตะมิ>\\\<
    #253
    0
  8. #249 nadiapaopom2004 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 22:22
    คร็อกซี่!!!แกมันร้าาาายยยยยยยยย
    //เสี่ยนกไม่เคยได้กล่าวไว้
    #249
    0
  9. #244 &#12298;PanG&#12299; (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 15:54
    555 น้ำตาจิไหล

    สงสารตาเหยี่ยวจัง คร็อกร้ายเกิน
    #244
    0
  10. #233 zmbyun (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:02
    เล่นซะตาเหยี่ยวหลุดกันเลย 55555555555
    #233
    0
  11. #231 monne starangle (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:59
    5555ตลกอะนึกภาพออกเลยน่าร้ากกกกก
    #231
    0
  12. #206 นักจิ้นคู่แรร์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 11:24
    ไรเตอร์อยู่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย // โหยหวนสุดชีวิต

    กลับมาแต่งต่อเถอะนะ T_____________________T
    #206
    0
  13. #203 LoveLuhan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 11:31
    ชอบมาก ท่านเซอร์น่ารักมากมาย มาอัพต่อนะ
    #203
    0
  14. #201 sec_chan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 กันยายน 2558 / 23:52
    จระเข้น้อยร้ายที่สุด ฮ่าๆๆๆ เด็กๆน่ารักเชียว
    #201
    0
  15. #190 ลูซี่นามิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 15:39
    อัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพเถอะ พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    #190
    0
  16. #187 ลูซี่นามิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 17:58
    อยากดูลูฟี่กับเอสแล้วอ่ะ
    #187
    0
  17. #186 ลูซี่นามิ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 17:57
    คิๆ คร็อกซี่เล่นแรงไปนะ แต่ก็ฮาดี(หมดกันตาเหยี่ยวผู้เคยสุขุม)

    อัพเร็วๆนะคะรีดจะรอทุกเมื่อ
    #186
    0
  18. #184 hello world (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 19:55
    เรื่องนี้สนุกมาก! 555+ >[]
    #ชอบแฮนค็อกตอนเด็ก น่าร้ากก~





    สู้ๆนะ อยากให้แต่งฟิคนี้ต่อ ถึงตะเปิดเทอมแล้วก็เหอะ

    》แต่ฟิคนี้แก้เครียดได้ดีมาก ขอบคุณนะ:)
    #184
    0
  19. #183 Sorasora24 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 00:28
    ร....ร้ายกาจเกินไปแล้วคร็อกซี่ Q_Q
    #183
    0
  20. #182 หนูเอง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 22:26
    คร็อกร้ายกาจมาก
    #182
    0
  21. #181 korumi_toy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 22:24
    เอิ่มมมมมม.... คร็อกซี่เธอทำได้เเสบมากเลยนะจ้ะหนู.... สนุกมากค่ะไรต์รีบอัพตอนต่อไปนะค่ะ รออยู่ๆ 😄😄😄แต่ว่านะเค้าคิดถึงเอสคุงจังเลยอ่ะ~~~ อัพให้หน่อยจิ😍😍😍    
    #181
    0
  22. #180 korumi_toy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 22:22
    เอิ่มมมมมม.... คร็อกซี่เธอทำได้เเสบมากเลยนะจ้ะหนู.... สนุกมากค่ะไรต์รีบอัพตอนต่อไปนะค่ะ รออยู่ๆ 😄😄😄แต่ว่านะเค้าคิดถึงเอสคุงจังเลยอ่ะ~~~ อัพให้หน่อยจิ😍😍😍    
    #180
    0
  23. #179 korumi_toy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 22:21
    เอิ่มมมมมม.... คร็อกซี่เธอทำได้เเสบมากเลยนะจ้ะหนู.... สนุกมากค่ะไรต์รีบอัพตอนต่อไปนะค่ะ รออยู่ๆ 😄😄😄แต่ว่านะเค้าคิดถึงเอสคุงจังเลยอ่ะ~~~ อัพให้หน่อยจิ😍😍😍    
    #179
    0
  24. #178 ~.oOBaM...bAmOo.~ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 21:11
    โอ๊ยยยย คือทำเรากลัวไปด้วยเลย 5555 แค่ฟังเรื่องของโมเลียก้กลัวแล้วอะ พอเจ้าจระเข้เล่นนี่ แกมันร้ายกาจจจจ แต่แฮปปี้มากค่ะที่มีคิซารุมาร่วมวงด้วย เปนตัวละครโปรดของเราเลย คุณลุงบอลซาลีโน่ววว แต่ตลกจริงๆนะ 555555555555
    #178
    0
  25. #177 AquaMINT (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 12:23
    หมดเเล้วซึ่งความสุขุมของท่านตาเหยี่ยว ถถถถถถถถถ ขำกลิ้งเลยคะ

    ปล.นึกภาพออกเลยฮาทวีคูณเลยคะ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 / 12:24
    #177
    0