[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 10 : [What If]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    6 พ.ค. 58

[What If…]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (6)

 

 

  

 

 

 

 

  

*โปรดเปิดเพลงฟังเพื่ออรรถรสของท่าน*

 

 

 


            ย้อนกลับไปก่อนเอสและมาร์โก้จะแยกกันประมาณครึ่งชั่วโมง

 

            หลังเรือลำประหลาดเข้าจอดเทียบท่าอย่างลับๆก็มีชายคนหนึ่งเดินขึ้นฝั่งมาอย่างเนิบช้า รองเท้าสีดำมันวับและเสื้อโค้ทสีดำส้มมีฮู้ดปิดใบหน้าอย่างมิดชิด บนแผ่นหลังมีสัญลักษณ์ประหลาดที่ดูคุ้นตาสำหรับคนหลายคนบริเวณนั้น รอยยิ้มที่เหมือนกับเย้ยหยันโลกใบนี้

 

            ดาบเล่มยาวถือพาดไหล่ด้วยท่วงท่าสบาย มืออีกข้างซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทชายยาว

 

            ด้วยความที่เป็นที่เด่นสะดุดตาจนกระทั่งมาถึงลานด้านหน้าทางเข้าศูนย์บัญชาการกลางกองทัพเรือ ทำให้ทหารหลายสิบนายออกมาตั้งแนวกั้นขวางไว้พร้อมกับปืนในมือที่กระชับแน่น

 

            “...ha”เจ้าของเสียงแค่นหัวเราะออกมาพลางเปลี่ยนท่าจับดาบทันที “looks like we gonna do this in a hard way.”(ดูท่าเราจะต้องจัดการแบบยากๆซะแล้วแฮะ)

 

            “Intruder , Identify yourself!”หัวหน้าระดับพันโทตะโกนกร้าว

            (ผู้บุกรุก... ระบุตัวตนของแกซะ)

 

            “Eh he…what for?”

            (เฮะ...เพื่ออะไรล่ะ?)

 

            ควับ ผลั่ก!!

 

            ชั่วพริบตาร่างโปร่งสูงก็พุ่งเข้าถลันใส่พันโทผู้นั้น มองตามแทบไม่ทันกับความเร็วปุบปับนั่นก่อนจะถูกด้ามดาบกระทุ้งท้องด้วยแรงมหาศาลขนาดที่สามารถกระเด็นกลับเข้าไปด้านในศูนย์บัญชาการได้ง่ายๆ เหล่าลูกน้องทหารเรือในสังกัดตีหน้าเหวอลังเลกันอยู่พักหนึ่ง

 

            เมื่อแน่ใจว่าร่างที่ยืนนิ่งนั่นไม่ได้มาดีก็ทำการขึ้นนกปืนและ ปังๆๆๆๆ!!!

 

            “ROOM!!!!

 

            ก่อนที่กระสุนจะได้ถึงตัวของร่างโปร่ง ม่านพลังสีฟ้าก็แผ่ขยายตัวล้อมรอบทุกสิ่งไว้ มือหยาบยกขึ้นขยับนิ้วชี้และนิ้วกลาง “Shambles!!

 

            ทุกร่างลอยคว้างในอากาศ ทุกชิ้นส่วนถูกผ่าตัดแยกออกไม่เว้นแม้แต่อาวุธที่ถือไว้ก็ยังแยกเป็นชิ้นๆ มือที่เต็มไปด้วยรอยสักขยับหมุนสลับไปมาสร้างพายุวนและเสียงโหยหวนของเหล่าทหารเรือที่ไม่รู้ทิศรู้ทาง ชิ้นส่วนของร่างกายเชื่อติดกันใหม่อย่างผิดเพี้ยนจนต้องลงไปกองกับพื้น

 

            เสียงฝีเท้าวิ่งหนักหน่วงตรงดิ่งมาจากด้านในศูนย์บัญชาการจากทั้งด้านหลังประตูและระเบียงด้านบนอาคารด้านหน้า ทุกหน่วยเล็งปืนและหยิบคว้าอาวุธคมยาวทุกอย่างพร้อมล้อมตัวของเขาเอาไว้ วงล้อมของทหารหมู่มากทำให้ชายร่างสันทัดดูกระจ้อยร่อยไปถนัดตา

 

            ดูท่าจะไม่เอาจริงคงฝ่าเข้าไปไม่ถึงไหนเสียที ชิ้ง...

 

            ดาบเล่มยาวกระกายปลาบกระทบแสงสะท้อน ตั้งท่าคิดใช้เพียงดาบเพียวๆฝ่ากลุ่มทหารเพื่อเข้าไปทำภารกิจที่เขาหวังมันมานาน

 

            “From shadows ,we’ll descend upon the world.

                                                            Take back what you stole.”

            (เรามาจากความมืดมิด, พวกเราจะโลดแล่นไปบนโลกใบนี้

                                                            เอาทุกสิ่งที่พวกเจ้าขโมยเราไป)

 

            “From shadows ,we’ll reclaim our destiny.

                                                            Set our future free.

            (เรามาจากความมืดมิด, พวกเราจะทวงคืนโชคชะตา

                                                            ให้อิสระภาพแก่อนาคตของพวกเรา)

 

            And we’ll rise!! And we’ll rise!!! (พวกเราาจะยืนหยัด พวกเราจะรุ่งโรจน์)

 

            ตูม!! แรงฟันที่ผนวกกับพลังของผลปิศาจโอเปะ โอเปะทำเอาตึกด้านหน้าผ่าครึ่งเป็นซีกก่อนจะถูกมือหยาบบังคับมันดึงลงมาดังลั่นสนั่นสะเทือน เหล่าทหารยศผู้น้อยต่างโดดหนีหลบการโจมตีกันโกลาหลในขณะที่เหล่าทหารระดับสูงตะโกนคำรามกร้าวสั่ง มือไม้หหยิบอาวุธถลาตัวเข้าใส่

 

            “That’s brat…(ไอ้ตะไลนั่น)”ร้อยตรีคนหนึ่งคำรามในลำคอระหว่างมองการต่อสู้ที่ใหญ่โตนั่น

 

            “Trafalgar Law…he’s a Rookie from North Blue, captain of Hearts Pirate

             (ทราฟาลก้า ลอว์...หมอนั่นเป็นรุกกี้จากนอร์ธบลู, กัปตันของกลุ่มโจรสลัดฮาร์ท!)

 

            ตูมๆๆ! เสียงระเบิดพังทลายของบริเวณโดยรอบยังคงดังต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวที่แม้แต่ลูกปืนยังตามมันไม่ทันทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก ควันฟุ้งหนาเตอะ ไฟไหม้ลามสิ่งที่ระเบิดโครมครามแถวนั้น

 

            เสียงหนวกหูและการต่อสู้ระหว่าง 1 ต่อ 1000 ไปถึงหูของใครบางคนเข้าากไม่สังเกตให้ดีคงไม่เห็นเจ้าตัวกำลังนั่งดูการต่อสู้จากที่สูงเลยสักนิด

 

            “Let’s see, how aggressive he is…(อ้า ดูความก้าวร้าวนั่นของเขาสิ)”ชายแก่กอดอกยืนอยู่ใกล้เคียง

 

            “Aggressive?(ก้าวร้าวหรือ?)” เสียงของเด็กหนุ่มเอ่ยถามพลางขยับ “I think his power’s really strange and powerful… I can’t stand here, wanna fight with him.(ฉันว่าพลังของเขาประหลาดแถมแข็งแกร่งจะตายไป...ฉันไม่อยู่ตรงนี้แล้วดีกว่า,อยากออกแรงจริงๆ)

 

            ไม่ให้การ์ปได้กล่าวห้ามปรามใดๆ ร่างเพรียวเล็กๆก็ใช้พลังของตัวเองดีดตัวเข้าสู่วงตะลุมบอนตรงนั้นทันที ทิ้งให้ชายชราร่างใหญ่กุมขมับ “Should I pray to god not let that idiot kid get himself killed ?(ฉันควรภาวนาต่อพระเจ้าไม่ให้เจ้านั่นไปฆ่าตัวตายไหมเนี่ย?)

 

            ภาวนาไปก็เท่านั้น

 

            ตึก! รองเท้าแตะกระแทกพื้นพร้อมกับเสื้อคลุมสีขาวพริ้วสะบัดไหว เรียกสายตาของชายหนุ่มผู้ถือดาบให้หันมองด้วยความสงสัย แต่ก็คิดว่าคงเป็นเพียงทหารหนุ่มไร้ฝีมือเหมือนพวกที่แล้วๆมานั่นล่ะ

 

            ลูฟี่กระชับหมวกฟางขึ้นพลางยิ้ม “Oi, didn’t you want a fight? You Tra-guy(โฮ้ย! นายอยากสู้มากงั้นเหรอเจ้าทรา!)

 

            “...”ศัลยแพทย์หนุ่มไม่ตอบ ควงดาบกระชับให้อยู่ในท่าโจมตีเป็นสัญญาณให้ลูฟี่เตรียมตั้งท่าทันควัน

 

            “Right. You want a fight  ,you get it.(ได้!อยากจะมีเรื่อง นายได้เรื่อง!)

 

            ตูม!! ไม่ต้องรอระฆังสัญญาณ มวยคู่เองก็เริ่มขึ้นทันทีด้วยการโจมตีของลอว์ เขาใช้นิ้วขยับก้อนมวลซากตึกขนาดยักษ์ลอยมาพุงชนใส่ตัวของลูฟี่จากด้านหลัง แต่เพียงแว่บเดียวที่กระพริบตาร่างเล็กเพรียวเจ้าของใบหน้าหวานก็หายไปเสียแล้ว

 

            ดาบยาวฟันมวลขยะดังฉับ ผ่าครึ่งซากตึกพร้อมสอดส่อสายตาหาตัวศัตรู

 

            “Gomu Gomu no…(หมัดยางยืด...)

 

            Up there! เงยหน้าทันควัน เงาที่ทาบทับดวงอาทิตยจ้าจนเห็นเป็นเพียงแค่เงารางๆกำลังทำอะไรสักอย่าง หมัดเล็กนั่นกำลังขยับรัวรวดเร็ว

 

            “Jet Gatling gun!!!(ปืนกลเจ๊ท!!!)”

 

            หมัดหนักหน่วงและรวดเร็วดั่งปืนกล ดวงตาคมเบิกกว้างก่อนจะก้าวเท้าหลบหมัดที่โจมตีเข้ามาไม่หยุดหย่อนเหมือนพายุคลั่งนั่น ฝีเท้าแม้จะรวดเร็วและคมเฉียบทว่าการโจมตีที่เป็นระยะกว้างหวังผลขนาดนี้ แถมยังเร็วแบบนี้ ลอว์แทบจะไม่มีสิทธิ์หลบมันพ้นเลย

 

            แต่เขาไม่ยอมหรอก— ถ้าจะมาแพ้กับแค่ทหารระดับนี้ล่ะก็

 

            คนที่เขาต้องการจะเด็ดหัวมันในอนาคตคงหัวร่องอหายอยู่ในเงามืดเป็นแน่

 

            “I born with no life…into subjugation,

                                    Treated like a worthless animal.

            (ฉันเกิดมาเหมือนไร้ชีวิต...อยู่ภายใต้การกดขี่

                                    ถูกปฏิบัติใส่ไม่ต่างจากสัตว์ไร้ค่า)

 

            “Stripped of all rights, Just a lesser being.

                                    Crushed by cruel ruthless human rule!

            (ถูกปลดจากสิทธิทุกอย่าง เป็นแค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ

                                    ถาโถมด้วยความเหี้ยมโหดทารุณจากกฎของมนุษย์)

 

            อัดอั้น หงุดหงิด เลือดลมพุ่งพล่านสูบฉีดไปทั่วร่าง เขาจะไม่ยอมแพ้ต่อพวกทหารเรือเฮงซวยพวกนี้อย่างเด็ดขาด ดาบคมตวัดยกขึ้นรับหมัดที่กำลังจะพุ่งเข้ามาโดนลำตัว แรงปะทะทำให้เขาไถลเถลือกไปเป็นทางยาว

 

            ฝ่ายเจ้าของหมัดก็ลงสู่พื้นอย่างง่ายดายพลางมองชายหนุ่มที่ยังคงตั้งท่าจะต่อสู้ การ์ดตั้งพร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อทุกสวนของร่างกาย และเป็นอย่างที่คาดเมื่อการใช้ทักษะสลับที่ของศัลยแพทย์เริ่มทำงานเจ้าตัวร่างสูงก็มาอยู่หน้าของพลตรีหนุ่มน้อย

 

            เคร้ง! ดาบปะทะแขนเคลือบฮาคิอ่อนๆจนเกิดประกายไฟ

 

            “What do you want from doing this…(นายต้องการอะไรจากการกระทำแบบนี้น่ะ)”ลูฟี่เกริ่นถามเสียงเรียบ

 

            รอยแสยะยิ้มเย้ยหยันชีวิตแตะริมฝีปากของผู้บุกรุก “When it started, all we wanted was a change to live our lives!!(ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการคือโอกาสที่จะมีชีวิต!!)

 

            “So ,that’s your answer…(งั้นเหรอ นั่นคำตอบของนายสินะ)

 

            เงาหมวกฟากปกคลุมใบหน้าหวานที่ฉาบไปด้วยความเครียดขึง จริงจัง...ความเงียบที่ปกคลุมขณะที่ออกแรงดันกันอย่างสูสีทำให้ลอว์นิ่วหน้าด้วยความฉงนสงสัย

 

            เจ้าเด็กนี่ต้องการจะทำอะไร เขาไม่รู้— แต่เขาจะทำการฟาดมันให้กระเด็นไปเหมือนกับทหารอื่นๆ

 

            ช่วงจังหวะนั้นเองที่เขากำลังจะเพิ่มแรงใส่ดาบ ตัวของพลเรือตรีแห่งกองทัพเรือก็ชิงดีดตัวเองถอยออกมาอยู่ให้ห่างจากแนวระยะของดาบเล่มยาว

 

            การ์ดยังตั้งสูงเหมือนจะชกมวย แต่ตัวของชายหนุ่มอ่อนวัยกำลังขยับขาไม่หยุดนิ่ง...เหมือนเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของพวกคาราเต้ ให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา

 

            มันจะทำอะไรของมัน ลอว์เริ่มเหงื่อตกเพราะพละกำลังที่เริ่มลดลงจากการใช้พลังของผลปิศาจ รูมของเขาไม่สามารถหั่นเจ้านี่ได้ น่าประหลาดดี... หรือเป็นเพราะเขาเองกันแน่ที่ไม่ยอมใช้พลังทั้งหมดกับคนตรงหน้า ไม่กล้าแยกส่วนร่างเล็กๆนั่น

 

            ทั้งที่บอบบางแต่แข็งแกร่ง ดูโง่เง่าแต่มีบางอย่างดึงดูดและตราตรึง...

 

            ฟุ่บ ๆ ๆ!

 

            “!!”เบิกตากว้าง คุณหมอหนุ่มผู้บุกเดี่ยวมาจนถึงศูนย์ใหญ่กองทัพเรือเหม่อไปเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเด็กหนุ่มร่างเตี้ยคนนั้นก็หายไปจากคลองสายตาเสียแล้ว กัดฟันคำรามพลิกหันมองหารอบตัว— เห็นผลุบโผล่อยู่ ก้าวขาเป็นจังหวะซิกแซกที่ระยะสั้นยาวไม่เท่ากันทำให้ปวดหัว

 

            เสียงเล็กยังไม่แตกหนุ่มดีกล่าวท่ามกลางเสียงดาบของเขาที่ฟันพลาดไปทั่ว “Come at me and you’ll see. I’m more than meets the eye.(เข้ามาเลยสิ แล้วนายจะได้รู้. ฉันน่ะมีดีกว่าที่ตานายเห็น)

 

            มันเร็วมาก ได้ยินเพียงเสียงกล่าวกับเขาอยู่ไวๆเท่านั้น

 

            “You think that you’ll break me, you’re gonna find in time,

                                    You’re standing too close to a flame that burning.

            (นายคิดว่านายสามารถบดขยี้ฉันได้, แต่เดี๋ยวนายก็จะรู้

                                    ว่านายกำลังเข้าใกล้เปลวไฟที่กำลังลุกโหมไหม้โชติช่วง)

 

            “Hotter than the sun in the middle of July.”

            (ไฟที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดวงตะวันในฤดูที่แผดเผา)

 

            ร่างสูงฟาดดาบและตัวพลังทำลายเฮือกสุดท้ายทั้งหมดไปทิศทางที่อยู่ด้านหลัง อาคารที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตรงนั้นจึงกลายเป็นเครื่องรองรับความพิโรธของเพลงดาบไปโดยปริยาย ครืน!!

 

            “What…!

 

            He’s not here…but where!?(หมอนั่นไม่ได้อยู่นี่ แต่จะไปที่ไหนได้!?)

 

            “Torao!!”

 

            “!!”ช้าไปเสียแล้วกว่าจะหมุนตัวหันกลับไป รูมที่กางอาณาเขตไว้สลายไปเพราะพลังที่ใช้มากเกินขีดจำกัดของร่างกาย

 

            “Gomu Gomu no…(ยางยืด...)”

 

            แขนขวาเหยีดรั้งยืดไปด้านหลังด้วยแรงเหวี่ยง ฮาคิเคลือปกคลุมหมัดที่หนักหน่วงนั่นอย่างแน่นหนากว่าครั้งก่อน แรงเสียดสีกับผิวนั้นมากล้นจนเกิดประกายความร้อน

 

            หรือว่าเจ้าพลตรีหมวกฟางนี่!

 

            “Fire Fist: Red Hawk!!!!(หมัดเพลิง เรดฮอว์ค!!!!)”

 

            ตูม!!! แรงอัดของหมัดหนักหน่วงที่พ่วงกับพลังจากไฟที่ลุกโชนนั่นทำเอาลอว์เกือบเอาดาบรับไม่ทัน ชายร่างสูงตัวปลิวไปกระแทกกำแพงด้านหลังเข้าอย่างจัง กระอักเลือดคำโตเพราะเครื่องในที่รับแรงกระแทกพ่วงเมื่อครู่ กำแพงด้านหลังแตกร้าวเป็นรอยใหญ่โต

 

            นี่เขาแพ้เด็กนี่ได้อย่างไร!

 

            แค่ระดับเด็กที่อ่อนกว่าเขาห้าเกือบหกปีพรรค์นี้น่ะเหรอ!

 

 

 

 

 

            “ฮึ...”ลูฟี่กลับมาสู่ท่วงท่าปกติขณะที่หันมองคนแปลกหน้าที่บุกมาในฐานะรุกกี้หน้าใหม่ที่มีแววจะข้ามนิวเวิล์ดไปได้ กำปั้นชกกับฝ่ามืออีกด้านของตัวเอง “ชิชิชิ นายนี่เก่งเป็นบ้าเลยนะ โทราโอะ...เล่นซะหนักมือเลย”

 

            “เฮ้!!”

 

            “หืม?”ชายหนุ่มตาหวานหันกลับไปมองฝ่ายผู้พี่ที่กระหืดกระหอบใช้ร่างโลเกียพุ่งมาหาน้องตัวดีอย่างเขาด้วยความเป็นห่วง “โอ้! เอส! หิวแล้ว เลี้ยงข้าวหน่อยดิ้!”

 

            “เจ้าบ้า! ทำคนเขาเป็นห่วงนะพลโทหมัดเพลิงลงมายืนบนพื้นด้วยสีหน้าโล่งอกเมื่อเห็นว่าสภาพการณ์ดีขึ้นกว่าที่คาด— อย่างน้อยก็ไม่ได้ถึงขั้นทำศูนย์บัญชาการแหลกทลายไปล่ะน่า ดวงตาหวานกึ่งคมเหลือบมองร่างที่หอบหนักหน่วงไม่มีแรงยืนอีกฟาก “เจ้านั่นเองเหรอ...จะจัดการยังไงล่ะ?”

 

            “...”

 

            ตามที่คิดไว้ ผู้พี่รู้ดีอยู่แล้วว่าระดับการบุกมาที่นี่— ต่อให้เป็นรุกกี้อย่างไรก็ต้องโดนส่งไปยังอิมเพลดาวน์ ตั๋วมีแต่ขาไปไม่มีกลับมาเสียด้วยน่ะสิ...

 

            ระหว่างที่กำลังใคร่ครวญอยู่ น้อยชายต่างสายเลือดก็เดินไปนั่งยองๆมองร่างที่กำลังสำลักเลือดนั่นแล้ว “เฮ้ นี่...นายน่ะ ยังมีเรื่องที่อยากจะทำงั้นใช่ม้า”

 

            ดวงตาที่คล้ำคล้ายอดนอนเหลือบมองอย่างอ่อนแรง

 

            “นายบอกเองไม่ใช่เหรอ ระหว่างสู้กับฉันน่ะ”เจ้าหนุ่มพลตรีหน้าหวานพูดต่อพร้อมกับเขยิบเข้าไปใกล้ร่างที่เหมือนกับสิงห์บาดเจ็บนั่น แม้อ่อนแอแต่อันตราย— กระนั้นก็ไม่สามารถทำให้ดวงตากลมใสสีดำสนิทไหวริกด้วยความกลัวได้ “ว่านาย ต้องการเอาทุกสิ่งทุกอย่างคืน— ถึงฉันจะไม่รู้ก็เถอะนะว่าพวกเราขโมยอะไรไป แต่ถ้ามันทำให้นายเจ็บแค้น ฉันก็ยินดีช่วยเหลือนะ”

 

            ผงะค้างเบิกตากว้างมองร่างตรงหน้าอีกครั้ง เด็กนี่...ทำไมทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอเลยนะ

 

            “เฮ้ย ลูฟี่...”

 

            “นายมาเป็นทหารเรือกับฉันไหมล่ะ”

 

            คำเอ่ยชวนทำให้บริเวณโดยรอบที่มีเหล่าทหารเรือระดับล่างและระดับกลางพากันร้องฮือออกมา ไม่เว้นแม้แต่เอสผู้เป็นพี่ชายสุดรักสุดหวงยังต้องหลุดอ้าปากเหวอทันที นึกยังไง๊!ไปชวนโจรสลัดที่กล้าแม้กระทั่งบุกเดี่ยวเข้ามากะทำลายศูนย์บัญชาการกลางเนี่ย!

 

            ว่าฝ่ายไทยมุงวงนอกตกใจแล้ว คนตกใจกว่าคือคนถูกชวน “อะไรนะ...”

 

            “ถ้านายมาเป็นทหารเรือล่ะก็ ฉันจะปกป้องนายจากพวกคนที่มาทำร้ายนายเอง!”

 

            คำสัญญาหนักแน่นออกมาจากปากของพลตรีหนุ่ม สีหน้าและท่าทางที่แสดงออกมาก็แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเขาพูดเรื่องจริง “ถ้าคนที่ทำร้ายนายมันเป็นพวกทหารเรือ ฉันจะตามไปเตะตูดมันยันบ้านเกิดเลย เอาให้สำนึกเลยว่าความยุติธรรมไม่ใช่การกดขี่ผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล!”

 

            “...พูดบ้าๆ แกจะไปเข้าใจอะไร”

 

            “เพราะไม่เข้าใจฉันถึงพยายามจะเข้าใจนายให้ได้ไงเล่า เจ้าบ้าโทราโอะ!!”

 

            “!!”สะดุ้งเฮือกทันที

 

            “ฉันพยายามจะเข้าใจนายอยู่นี่ไงเล่า! เพราะถ้ามีใครสักคนเข้าใจนายแล้วช่วยเหลือนายได้ล่ะก็ นายก็จะไม่ต้องทำหน้าเศร้าๆเหมือนชีวิตวันๆมันไม่มีอะไรดีนอกจากไปตายแบบนั้นน่ะ!”

 

            ไม่เคยมีสักครั้งที่ร่างสูงจะโดนเทศนายาวเหยียดแบบนี้— ยิ่งคนเทศน์เป็นเด็กเอาแต่ใจงุ้งงิ้งแบบนี้ด้วย ลอว์ยิ่งรู้สึกมึนตึ้บขึ้นมาที่หัวอย่างบอกไม่ถูก... แต่ทำไมกันนะ

 

            เขารู้สึกว่าเขาอบอุ่น...

 

            หัวใจที่มีแต่ความแค้นและความอ้างว้างมีใครบางคนสามารถทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นได้อีกครั้ง ไม่เหมือนกับทหารเรือที่เคยปิดประเทศของเขาและฆ่าผู้คนอย่างโหดเหี้ยม ไม่เหมือนกับคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นต้นแบบที่จะทำให้เขาทำลายโลกเน่าเฟะแบบนี้ได้—

 

            แต่หมอนี่ทำให้เขา รู้สึกเหมือนได้อยู่กับเขาคนนั้นอีกครั้ง...

 

            เขาคนนั้นที่เป็นเจ้าของเสื้อโค้ทตัวนี้ และ นามที่เขาแบกรับไว้บนแผ่นหลัง

 

            “...นายนี่มันขี้ตื๊อชะมัด มุกิวาระยะ...”

 

            คนถูกเรียกด้วยฉายาใหม่ละจากการเถียงกับพี่ชายสุดรักกลับมามองเขา ใบหน้าหวานฉีกยิ้มแป้นแล้นทะเล้นให้ “นั่นล่ะฉัน— แล้วนายล่ะ ตกลงจะยอมให้ฉันช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดนั่นไหม!?”

 

            “ฮึ...”

 

            ก็ตามใจแล้วกัน พลตรีมังกี้ ดี ลูฟี่...

 

 






 

 

            “What a troublesome kid…”

 

            เงามืดที่หลบอยู่บนยอดตึกนานสองนานมองดูภาพเบื้องล่างผ่านแว่นตาสีไลลิคคมของตนอย่างสนใจ “ฉันนึกว่าเด็กนั่นจะเป็นแค่ลิงค่างที่ไม่รู้จักโลกซะแล้ว...ไปๆมาๆ ดันทำให้เจ้าลอว์ตัวปัญหากลายไปเป็นพวกซะได้... เป็นหนามยอกอกไม่หายเหมือนโรซินันเต้จริงๆ”

 

            จะให้ทำยังไงดีล่ะ ดอฟฟี่…’ แมลงสื่อสารพูดจากปลายสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

            “ฟุฟุฟุ... เด็กน่าสนใจพรรค์นี้— อยากได้จริงๆว่ะ”

 

            แต่ก็ชะงักคำพูดเหลือบขึ้นเหนือศีรษะหลังได้ยินเสียงฝีเท้าและลมที่หอบพัดทรายมาแต่ไกล “แต่ท่าทาง จะไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวด้วยสิที่เล็งมันไว้— เวอร์โก้ แกทำหน้าที่ของแกต่อไปแล้วกัน”

 

            ฉันอาจจะต้องใช้เวลาสักพักเพื่อหว่านล้อมหมวกฟางมาเป็นของตัวเอง

 

            “ฟู่ว...”ฝ่ายผู้ที่มาสังเกตการณ์เองก็ได้ยินเรื่องที่คนข้างล่างพูด ดวงตาคมกริบดั่งนักล่าจ้องสบกันด้วยความท้าทายก่อนที่ฝ่ายละสายตาออกจะเป็นท่านเซอร์หนุ่มที่กำลังสูดควันซิกก้าเข้าปอด

 

            ภาพสะท้อนของเด็กชายหมวกฟางนั้นไม่อาจหายไปจากสายตาและความทรงจำ

 

            มังกี้ ดี ลูฟี่...ยุคใหม่อาจจะมีเจ้าเด็กนี่เป็นตัวแปรสำคัญก็ได้...

 

 

 

Cr. Pic //  Here

     Song// Law- From Shadows( Rooster Teeth's RWBY [Black])

               Luffy- I Burn ( Rooster Teeth's RWBY [Yellow])

--------------------------------------------------------------------------------
ใครเดาหมอลอว์ไว้ตรบมือเลยค่ะ ฮา
ขออภัยที่ลิ้งไปหน้ายูทูปไม่ได้นะคะ คอมไรเตอร์ติดไวรัส มันไม่ให้เข้ากูเกิ้ลกับยูทูปค่ะ
บอกว่าแฟลชเพลย์เยอร์ไรต์เสีย...น่าจะต้องไปล้างเครื่องแล้วล่ะนะคะY_Y)

ขออภัยที่ภาษาอังกฤษเพี้ยนๆมาทั้งดุ้นด้วยค่ะ แง มันไม่ได้ฟีลลิ่งจริงๆO HQ)
แล้วพบกันใหม่นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ!//ล้างคอมด่วน


*มาอีดิธนิดหน่อยค่ะ เพิ่มภาษาไทยให้ทุกท่อนแล้วนะคะ

เพลงของลอว์เป็นเพลงที่แปะไว้ต้นบทความค่ะ แต่ของลูฟี่

จะเป็นท่อนท้ายของอันนี้น่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #306 PT.BMX.NN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 01:39

    ผมผู้ให้ความสนใจไปที่เอสคนเดียว'^'

    #306
    0
  2. #297 BKZ11 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 06:31

    ทำเป็นภาษาอังกฤษเพื่อ?

    #297
    0
  3. วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 19:11
    แอบตกใจที่บทพูดเป็นภาษาอังกฤษ สนุกมากค่ะ
    รักลูฟี่ อร๊ายยยยย ถูกเล็งไว้หลายๆคนแบบนี้สิดี//ยิ้มโรคจิต
    #89
    0
  4. #64 Sono Chieri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 20:39
    มีภาษาอังกฤษด้วยชอบจัง
    #64
    0
  5. #57 g-jy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 22:50
    เราตกอังกฤษนะ แต่ไม่เป็นไรเสิร์ชอากูเกิลได้

    เพื่อลูฟี่
    #57
    0
  6. #56 hello world (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 19:31
    เฮ้!!! เราขอบโทราโอะๆ #ในที่สุดก็โผล่ซะที เราเข้ามาดูทุกวันเลยนะ แบบรออ่านต่อ55+



    ป.ล. คือ เราขอโทษนะ ไม่ได้เกลียดภาคอังกฤษหรอก แต่เราว่ามันอ่านยากTT #อย่าโกรธนะ ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้
    #56
    0
  7. #55 •Deuculia• (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 19:01
    คุณหมอลอว์จริงๆด้วย >< เฮฮฮฮ /ไรท์เก่งจัง บรรยายอังกฤษก็ได้ฟิลไปอีกแบบ :D
    หืมมมม ฟี่น้อยถูกเสี่ยเล็งซะแล้ว ศึกชิงนาย(?)นี่ยังอีกยาวไกล555555
    #55
    0
  8. #54 Yui-ya (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 18:15
    โทราโอะ!!!! T[   ]T สุดท้ายนายก็แพ้ใจและสายตาของลูฟี่สินะ
    ดูจากฤกษ์แล้ว Allluffy จะยาวแน่เบย .___. // ก็ลูฟี่น่ารักยังไงหล่ะ
    เปิดมาอ่านนี้เงิบนิดๆ ภาษาอังกฤษเลยหรือครัช แต่ก็ไม่มีอะไรจะมาเป็นอุปสรรคความฟินของเราได้หรอก >__<
    รอลุ้นๆๆ พอลอว์มาเป็นทหารเรือแล้วคงหนุกแน่
    #54
    0
  9. #44 พิ๊กกี้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 14:32
    โทราโอะโผล่มาแล้วววว ไรเตอร์สู้ๆค้าบ สนุกมากเลยยย

    #44
    0
  10. #43 Sorasora24 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 13:22
    นี่ลอว์จะเป็นทหารเรือด้วยเหรอ ><
    #43
    0
  11. #42 BarMeeYen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 11:53
    กรี๊ดดโทราโอะคุงมาเเล้ววว

    ใช้ภาษาอังกฤษได้เลิศไปเลยค่าเราชอบบบ >[]<

    #42
    0