[One Piece] If ...สมมติว่าเหล่าโจรสลัด [Au Fic Yaoi]

ตอนที่ 9 : [What If]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    5 พ.ค. 58

[What If…]ลูฟี่และเอสเป็นทหารเรือ— (5)

 

            เด็กหนุ่มยศพลโทตอนนี้กำลังรับหน้าที่เป็นเด็กร้านซักรีดและพ่วงด้วยหน้าที่ไกด์พาเที่ยว

 

            ตอนแรกเขามาเดินที่แหล่งชุมชนดีๆอยู่หรอก แต่เดินเสร่อไปชนกับคนแปลกหน้า— ซึ่งตอนนี้ทำความรู้จักกันแล้วว่าชื่อมาร์โก้— จนทำเสือเขาเลอะนั่นล่ะ เจ้าหนุ่มเลยต้องลากอีกฝ่ายมาที่บ้านเพื่อใช้เครื่องซักอบแห้งให้เลยไม่เสียเวลาพาเที่ยว

 

            น่าจะใช้เวลานานหน่อย... ไม่หน่อยล่ะ ดูจากที่ฝ่ายคนต่างถิ่นไม่ยอมถอดเสื้อให้สักที “นี่ ถอดออกมาให้ฉันซักให้เถอะน่า!ไม่ลำบากอะไรหรอก!”

 

            ไม่ได้กลัวลำบาก แต่ไม่อยากโดนเตะเฟ้ย! เจ้าของเสื้อยังรั้นดึงเสื้อตัวเองเอาไว้ “ไม่เป็นไรหรอกเอส!ฉะ ฉันไม่ถือจริงๆนะ!”

 

            “เถอะน่า ถอดม๊า!!!”

 

            พรึ่บบบบบบ

 

            แทบจะเหลือกตาด้วยความตกใจ เจ้าเด็กหน้าสวยนี่แรงช้างชะมัด!มาร์โก้ไม่น่าดูถูกรูปร่างผอมบางนั่นเลย สมแล้วจริงๆที่อีกฝ่ายได้ตำแหน่งพลเรือโทของกองทัพเรือมาแบบนี้— มองตามหลังไวๆที่หยิบเอาเสื้อเข้าไปลงเครื่องซักหน้าตาเฉยพร้อมกับโยนเสื้อแขนยาวให้เขาอีกตัว

 

            ชายร่างสูงรับไม่ทันผลสุดท้ายเลยเข้าเต็มหน้า... “อ่า เอ่อ...ขอบคุณ” มือดึงเสื้อออกจากหน้าพึมพำเสียงเบาหวิว— เสื้อของเจ้าเด็กนี่หอมชะมัด นุ่มด้วย...ตัวคนใส่ก็ตัวนุ่มนิ่ม...

 

            อ่า นี่คิดอะไรฟุ้งซ่านอีกแล้วเจ้าบ้ามาร์โก้

 

            “ไม่เป็นไร เท่านี้ก็ออกไปเดินเที่ยวแบบไม่เสียเวลาได้แล้วล่ะนะ!”เอสพูดพลางยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เขายืนรอร่างสูงหันหลังแต่งตัวตรงหน้าระหว่างนั้นก็พูดเจื้อยแจ้ว “อืม งั้นไปที่ไหนกันก่อนดีล่ะ...อยากไปย่านที่ร้านอาหารอร่อยไหม หรือ อยากจะไปดูพวกร้านขายเสื้อผ้า อ่า!ที่นี่น่ะมีร้านเหล้าเจ๋งๆอยู่เพียบเลย แต่ไกลหน่อยด้วยล่ะ”

 

            “ฉันอยากแค่เดินรอบๆน่ะ ยังไม่หิวเท่าไหร่เลย”

 

            เสียงนุ่มๆเอ่ยขัดจังหวะเล็กน้อยพอมีมารยาท ตอนนี้ใส่เสื้อเรียบร้อยแล้วด้วยจึงไม่มีท่าทีกระโตกกระตากหรือเก้อเขินอีกฝ่ายมากนัก

 

            ฝ่ายพลโทหนุ่มเมื่อได้ยินก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “งั้นไปกัน” จบคำก็ดึงมืออีกฝ่ายพาออกนอกบ้านอย่างสนิทสนมเช่นเดิม มาร์โก้ยิ้มรับจางๆขณะที่ในใจแอบกระโดดโลดเต้นอย่างกับได้รับพลังงานมากมายเข้ามาในตัว จับมือครั้งที่สองแล้ว ชีวิตลูกผู้ชายอย่างฉันโคตรเป็นสุขเลย! เขาคิดอย่างนั้น

 

            ระหว่างนั้นพวกเขาก็เดินเล่นต่อกันบนท้องถนนทางเดินที่มีผู้คนอยู่มากมาย ได้ฟังเอสเดินชี้นู่นอธิบายนี่ให้ฟังรื่นหู(แม้ว่าจะไม่ได้เก็บใจความพวกนั้นมาจำเลยสักนิด)— เดินไปเรื่อยๆส่วนใหญ่ในพื้นที่ชุมชนส่วนนี้เป็นร้านรวงขายอาหารและของใช้เสียส่วนใหญ่

 

            “แล้วร้านนี้น่ะขายเนื้อวากิวอร่อยมากเลยล่ะ”

 

            มองหน้าชายร่างเพรียวข้างตัวก่อนจะแทรก “เอสอายุเท่าไหร่เหรอ?”

 

            “หืม?”เขาชะงักเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นกุมคางคิด “ปีนี้ 19น่ะ...”

 

            โอเค เขายังไม่ได้พรากผู้เยาว์? มาร์โก้ลอบยิ้ม

 

            “จริงเหรอ? ทำไมหน้าดูไม่เหมือนคนอายุ 19 เลยล่ะ?”

 

            “เบบี้เฟสล่ะสิ ฮี่ๆ...”เจ้าตัวคนโดนชมก็ยิ้มแป้นน่าเอ็นดู “อาจจะเพราะฉันยิ้มบ่อยล่ะมั้ง? เขาว่ากันว่าถ้ายิ้มบ่อยๆหน้าจะเด็กลงด้วย”

 

            ก็ว่าไปนั่น

 

            “มาร์โก้ล่ะ ดูจากหน้าน่าจะใกล้เลขสามล่ะสิ?”

 

            “เฮ้ย! ฉันห่างกับนายแค่ไม่กี่ปีเหอะ!”คนตัวสูงกว่ารีบแย้งทันที เรียกเสียงหัวเราจากเด็กหนุ่มพลเรือโทได้เป็นอย่างดีกับท่าทางทักท้วงแบบนั้น “ไม่ตลกนา ฉันไม่ได้แก่ขั้นนั้นสักหน่อย”

 

            “คร้าบๆ ล้อเล่นน่า อย่างอนสิ มาร์โก้ล่ะก็!”

 

            อึ่ก... โดนคำว่างอนปักเข้าที่เข่า

 

            “นายนี่...เลือกใช้คำยังไงกันเนี่ย ให้ตาย”ได้แต่ตัดพ้อกับตัวเองพลางหัวเราะไปกับเด็กหนุ่ม เอาเถอะ— เจ้าตัวน่าจะถูกเลี้ยงมาในสังคมดีๆ?ล่ะมั้ง ถึงได้เลือกใช้คำแบบนี้มาพูดได้

 

            เดินเลี้ยวลัดไปที่อีกฝั่ง เจอกับถนนที่เป็นร้านรวงขายดอกไม้และของตกแต่งกระจุ๋มกระจิ๋มในครัวเรือน สีสันสวยสดละลานตาแถมยังมีผู้คนจำพวกแม่บ้านและครอบครัวเดินด้วยกันมากมายหนาตา แต่เบาบางกว่าถนนสายการค้าหรือร้านอาหารที่ผ่านมา

 

            นอกจากนี้ยังมีร้านอัญมณีเล็กๆอยู่แถวนั้นเสียด้วย “หืม...ที่นี่อย่างกับเป็นคนละโลกจากถนนเมื่อกี้เลยนะเนี่ย หลุดมาในเทพนิยายรึไงหว่า”

 

            “ฮะๆ ที่นี่น่ะค่อนข้างดังและเป็นที่ภาคภูมิใจของพวกเราเลยล่ะ”

 

            เอสเดินนำต่อไป ไม่ลืมจะดึงมือของมาร์โก้ให้ตามมาด้วย “ถนนสายนี้น่ะรวบรวมดอกไม้จากหลายๆที่มาขายล่ะ แต่ละดอกทั้งสวยและมีความหมายทั้งนั้น— ถ้านายจะจีบสาวที่ไหนซื้อดอกไม้ที่ถนนนี้ได้เลยนะ ถามความหมายคุณลุงคุณป้าเขาเดี๋ยวก็หยิบมาให้เลย”

 

            แสดงว่าร้านดอกไม้ถือเป็นจุดพีคงั้นสิ? คนต่างถิ่นคิดกับตัวเอง แต่ถ้าพูดแล้ว ถึงมาร์โก้จะดูว่าดอกไม้เป็นของขวัญที่อ่อนโยนและหอมหวน ดูแล้วสวยงาม— แต่กลับโรยราและแห้งเหี่ยวง่าย เปราะบาง ต้องทะนุถนอมมัน...

 

            เขามองเอสครู่หนึ่ง— ใช่ เด็กหนุ่มเป็นคนน่าทะนุถนอม แต่ไม่ได้เปราะบางเฉกเช่นสตรีใด

 

            ดังนั้นเขาจะไปให้ดอกไม้ธรรมดาๆทำไมกันล่ะ?

 

            “หือ...? เอส ขอแวะแป๊บนะ”

 

            “เอ๋?”พลโทปริบมองหลังของร่างสูงที่เดินตรงไปยังร้านค้าใกล้ๆ สังเกตดีๆคือร้านขายอัญมณีร้านหนึ่งและเป็นร้านที่ลุงเจ้าของร้านสนิทกับเด็กหนุ่มมากเสียด้วย “หวัดดีฮะลุง...”

 

            “โอ้ พลโทของเรานี่เอง ฮ่าๆๆ”ชายวัยกลางคนละจากลูกค้าอีกคนที่กำลังดูอัญมณี— น่าจะเป็นมรกต— กันอยู่อีกด้านเพื่อหันกลับมาคุยกับเด็กหนุ่ม สังเกตว่าพาคนแปลกหน้ามาด้วยกัน “นี่พาลูกค้ามาให้ร้านลุงเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ”

 

            “ทำนองนั้นล่ะจ้ะ”เอสยิ้มตอบ

 

            “คุณลุง... เจ้านี่คือหินอะไรน่ะ”เสียงทักของลูกค้าต่างถิ่นพร้อมกับเรียวนิ้วที่ชี้มายังสร้อยคอที่คล้ายนกสยายปีกสีประหลาดนั่น

 

            “โอ้ ตาถึงนี่นา...นี่เป็นฟินิกส์ที่ทำจากอเล็กซานไดรท์หรือที่เรียกกันว่าเจ้าสามสี”

 

            มาร์โก้แอบไม่กล้าจับมันเลยทีเดียว ว่ากันว่าอเล็กซานไดรท์เป็นหินที่มีราคาสูงและแพงมากในตลาดอัญมณีของแกรนด์ไลน์ ถึงมันจะไม่แพงเท่าเพชรหรืออัญมณีหายากอย่างเพไนท์(Painite) แต่ก็นับว่าราคาสูงมากหากได้คนเจียระไนดีๆมาทำ

 

            และไอ้เจียระไนดีๆที่ว่าก็อยู่นี่แล้วด้วย...ทำเป็นรูปฟินิกส์ขนาดหนึ่งกะรัต

 

            พ่อ วันนี้ผมจะกินแกลบเพื่อว่าที่?สะใภ้สักวันนะครับ... ปลอบตัวเองอย่างหนัก “สวยมากเลยล่ะลุง...เจ้านี่ราคาเท่าไหร่เหรอ?”

 

            “มันเป็นมือสองน่ะน้า ถ้าไม่มากไม่มายก็สัก 40,000 เบรีแล้วกัน”

 

            มือสองแต่ก็ปาไปเกือบครึ่งแสน “เฮ้ๆ อย่าทำหน้างั้นน่า...มือแรกยอมปล่อยมันขายก็ดีจะตายแล้วนา”

 

            “หือ? ใครปล่อยขายน่ะลุง— ว่าไปแล้วอเล็กซานไดรท์ไม่น่าแพงขนาดนั้นนะ?”เอสแทรก

 

            “อ้อ... คนปล่อยขายน่ะ ก็เจ็ดเทพโจรสลัดคร็อกโคไดล์ไง”

 

            พรูดดดดดด! สำลักอากาศไปทั้งหน้าร้านนั่นล่ะคร็อกโคไดล์เนี่ยนะปล่อยขายอัญมณีมีราคาค่างวดแบบนี้กับร้านของชุมชนเล็กๆ ถ้าวางประมูลคงไม่ว่า— แล้วมือสองนี่หมายความว่าคร็อกโคไดล์เคยใส่งั้นสิ ทั้งที่มีแหวนเต็มมือแล้วแท้ๆเนี่ยนะ

 

            พอตาลีตาเหลือกหน้าเหวอกันหมดลุงเจ้าของร้านก็หัวเราะ “ไม่ใช่ของเจ้าตัวหรอก เห็นว่าเจ้าของเก่าให้ไว้แทนค่างวดอะไรสักอย่าง— แล้วเขาเองก็ไม่ใช่คนชอบใส่สร้อย เลยเอามาปล่อยขายแบบที่ได้เงินเร็วที่สุดน่ะ ก่อนเข้าประชุมนี่เองที่มายัดเยียดให้ฉันขาย”

 

            งั้นก็ค่อยยังชั่ว มาร์โก้โล่งใจ “เอาเถอะ ของมือสองสภาพดีแบบนี้ก็ชอบล่ะ...ซื้อนะลุง” มือควักหยิบเงินสดในกระเป๋าออกมา แต่เจ้าเงินที่มีติดตัวมันแค่ไม่กี่เบรีเองเนี่ยสิ “บ้าจริง...”

 

            “...”

 

            เอสมองท่าทางแอบหัวเสียของคนที่มาด้วยก่อนจะยิ้มขำ มือหยิบใบเช็คออกมาเซ็นยุกยิกๆในมือพร้อมกับยัดมันใส่มือชายแก่เจ้าของร้าน “อ่ะ ผมออกให้”

 

            “เฮ้ย! ได้ไง...”นั่นเขาจะซื้อให้เอสนะ ให้อีกฝ่ายออกเงินให้มันจะไปน่าภูมิใจอะไร!

 

            “น่า เอาเป็นว่าฉันออกให้นายแล้วกัน!”พลโทหัวเราะเสียงใส่หลังชายแกรับไปพร้อมกับเอาสร้อยใส่กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินอย่างดีให้ “เห็นนายชอบมันมาก เรื่องเงินแค่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาด้วย”

 

            โคตรเป็นปัญหาสำหรับฉันเลย...! “ไม่เอาล่ะ ฉันกะจะซื้อให้นะแต่นายออกเงินงี้— ...”

 

            “หือ ซื้อให้ฉันทำไมกันล่ะนั่น?”

 

            “ก็แบบ...”ฉันอยากให้เป็นของแทนใจไง... เก็บคำพูดท่อนหลังไว้เงียบๆทั้งหน้าเจือสีชมพูอายๆ “ฉันอยากจะขอบคุณที่อุตส่าห์มาเที่ยวเป็นเพื่อนนี่นา”

 

            “ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย ยิ่งของแพงๆอีก...ฉันเต็มใจมาเป็นเพื่อนนายนา!”

 

            เอสกอดอกทำหน้าบุ้ยใส่ คนกันเองแท้ๆทำไมมาร์โก้ถึงทำตัวห่างเหินอย่างกับคนแปลกหน้าใส่เขากัน ส่วนฝ่ายที่ถูกนินทาในใจเมื่อหันมองท่าทางของอีกฝ่ายก็หัวเราะเบาๆ “เอางี้ ฉันใช้เช็คฉันจ่ายอเล็กซานไดรท์เอง— ส่วนเงินที่นายออกไปอันนั้นนายช่วยเลือกให้ฉันอันหนึ่งสิ”

 

            “เห?”

 

            “แบบว่า แลกกันน่ะ ไม่งั้นฉันรู้สึกทะแม่งๆจริงๆนา”ฟินิกส์หนุ่มยิ้ม

 

            “อืม...ก็ได้ล่ะมั้ง”โดยรวมแล้วไม่นับว่ามีอะไรเสียหาย แถมเงิน40,000เบรีถือว่ามากโขที่จะซื้อเครื่องทองของเพชรอะไรได้เหมือนกัน ไหนจะหินสีแปลกๆที่หาได้ทั่วจากแกรนด์ไลน์อีก

 

            ดวงตาหวานสีนิลกวาดมองแผงร้านทั่วๆ— เอสไม่มีประสบการณ์เรื่องหินจึงกะเอาแค่เข้าตาเป็นพอ ก่อนจะไปสะดุดกับของชิ้นหนึ่งบนแผง “ลุงๆ ไอ้ขาวๆประกายๆนี่คืออะไรน่ะ...”

 

            “โอปอลน่ะ”

 

            ร่างสูงอ้าปากเหวอรีบสั่นหน้าดิก โอปอลโดนความร้อนแล้วแตกง่ายมาก ตัวเขาเป็นไฟฟินิกส์ทั้งตัวรังแต่จะทำมันพังเปล่าๆ “ไม่ดีมั้ง...เอส อย่าเอาอะไรแนวๆโอปอลเลย”

 

            “ทำไมล่ะ...ไหนนายบอกให้ฉันเลือก”

 

            มันก็ใช่ แต่เลือกอย่างอื่นได้ไหมล่ะ!

 

            “ฉันว่าเขาก็มีเหตุผลนะเอสคุง โอปอลน่ะแตกง่ายมากเพราะข้างในมันเป็นน้ำ โดนความร้อนนิดหน่อยก็พาลจะพังแล้ว”ลุงเจ้าของร้านช่วยแก้ต่างให้

 

            เอสอ้าปากร้องว้าออกมาอย่างเสียดาย มือที่กวาดบนแผงกำมะหยี่เลื่อนไปแตะโดนหินอีกอัน— ที่ดูแล้วน่าสนใจไม่แพ้กัน มันเป็นจี้หินรูปผลึกห้อยกับเชือกสีดำ ตัวหินเป็นสีน้ำเงินมีลายคล้ายหมอกสีขาวหม่นๆพลิกกับแสงแล้วดูสวยงาม “เอ้อ...นี่ล่ะ โดนไฟไม่แตกนะ?”

 

            “ไคยาไนท์เหรอ? อื้ม อันนั้นก็ทนอยู่เหมือนกันนะ”

 

            เมื่อเลือกได้และไม่มีท่าทีว่าคนจะแย้งก็เลยหยิบมันมาทันทีพร้อมกับใส่ให้ร่างสูง โจรสลัดหนุ่มผงะทันทีเมื่ออีกฝ่ายเข้าประชิดตัวแถมไอ้ท่าคิดลึกอย่างโอบรอบคอนี่มันก็... “นิ่งๆนะ แล้วเดี๋ยวนายใส่ให้ฉันมั่ง”

 

            “อะ อื้ม...”

 

            ไม่รู้ว่าปกเชือกสีดำนั่นมันคับไปหรือเอสหาไม่เจอ ใช้เวลานานสองนานกว่าจะใส่สร้อยไคยาไนท์นั่นได้แล้วค่อยผละออกจากร่างสูง— ที่ตอนนี้หน้าแทบกลายเป็นลูกแอ้ปเปิ้ลแดงก่ำไปแล้ว— จากนั้นก็ยืนเท้าเอวมองผลงานอย่างภูมิใจเป็นนักหนา

 

            ถึงคราวมาร์โก้ต้องใส่สร้อยอเล็กซานไดรท์ให้บ้าง น่าจะลำบากน้อยกว่าเพราะตัวสร้อยเป็นสร้อยเงินมีตะขอแน่นหนาใช้ง่าย— แต่แล้วก็คิดผิดเมื่อพบว่ามือมันสั่นกึกๆเวลาใส่สร้อยให้รอบคอเล็กระหงส์นั่น มือที่ต้องจับตะขอเจ้ากรรมก็จับใส่กันไม่ถูก

 

            ไหนจะต้องจ้องหน้าระยะประชิดอีก อ๊าก...!เอส นายก้มหน้าลงไปเลยนะ เขินว้อยยยยย

 

            “นี่ ใส่เสร็จรึยังอ่ะ...”

 

            “ที่เกี่ยวมันเล็ก ใจเย็นๆ...”ทำหน้านิ่งตอบ แต่ควันแทบลอยออกมาเพราะหน้าที่ร้อนผ่าว เหมือนกับโดนความน่ารักนั่นทรมานหัวใจทั้งเป็นเลยมั้งเนี่ย

 

            กระทั่งใส่ได้สำเร็จ กริ๊ก

 

            “เสร็จ…!”ในใจนี่กำหมัดชูขึ้นฟ้าไปแล้ว “เท่านี้แหล่ะเนอะ...ขอบใจมากสำหรับไคยาไนท์นะ”

 

            “น่า...แต่ฉันเลือกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าหินนั่นความหมายอะไรบ้าง ขอโทษจริงๆนะ”ถ้าภาษาดอกไม้เอสยังพอรู้เรื่อง แต่หินสี อัญมณีนี่ความรู้เขาโบ๋เบ๋ไม่ต่างจากเจ้าลูฟี่มันสักนิด...

 

            จะว่าไปป่านนี้ลูฟี่มันทำอะไรอยู่นะ—

 

            ตูม!!!!

 

            “!!!?” “ห้ะ!!?”

 

            เสียงระเบิดโครมครามดึงสติของทุกคนให้หันไปมองทางศูนย์บัญชาการใหญ่ทันที ควันดำลอยขึ้นฟ้าชัดเจนแถมยังเห็นเงาสองสามเงากำลังต่อสู้กันอีกแน่ะ นี่มันอะไรกัน?

 

            ด้วยความที่เป็นหน้าที่และสัญชาตญาณพี่ชาย เอสจึงรีบตั้งสติพร้อมกับก้าวเท้าเตรียมออกวิ่งไปทางต้นเหตุทันที— เสียแต่ว่ามือใหญ่ของคนที่มาด้วยดันจับเขาเอาไว้เนี่ยสิ “อะ อะไรมาร์โก้?” เขากำลังรีบแถมกังวลสวัสดิภาพของทหารเรือด้วย ดันมาโดนรั้งไว้เสียนี่

 

            “จะกลับมาอีกหรือเปล่า?”ไม่ได้กลัวอะไรนอกจากไม่ได้เจอกัน

 

            ชายหนุ่มฉีกยิ้มพราว “น่า ไม่นานหรอก!นายรอที่บ้านฉันก็ได้!”

 

            “เอางั้นนะ?”

 

            “อื้ม”เขาพยักหน้าพร้อมกับกระชับหมวกคาวบอยสีแสบตา “จะกลับมาให้ทันข้าวเย็นนะ”

 

            เป็นอันว่าสัญญารวบรัดเสร็จสรรพ เอสใช้พลังของตัวเองแปลงเป็นไฟพุ่งไปยังศูนย์บัญชาการกลางกองทัพเรือทันที ทิ้งชายร่างสูงโปร่งไว้ข้างหลังกับสีหน้าท่าทางอึ้งๆของคนโดยรอบ

 

            ให้ทันข้าวเย็นงั้นเหรอ...

 

            เปเด็ป...เปเด็ป...เปเด็ป

 

            แกรก... แมลงสื่อสารถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ฉันเอง...”

 

            มาร์โก้ รีบกลับมาด่วนเลยนะ— ตอนนี้มีแววว่าไคโดกำลังจะผ่านบริเวณเกาะที่เราคุ้มครองอยู่ น่าจะกำลังตามหาอะไรสักอย่างเสียงของอิโซราบเรียบขึงขังมากเมื่อกล่าวถึงชายที่เป็น 1ใน4จักรพรรดิ

 

            มาร์โก้คิ้วกระตุก ไคโดเพิ่งทำข้อตกลงกับโดฟลามิงโก้เรื่องผลปิศาจประดิษฐ์ไป คราวนี้มันจะเอาอะไรอีกล่ะ— ดูจากที่มันฆ่าแชงคูสตาไม่กระพริบ บางทีอาจจะหมายหัวพ่อกับบิ๊กมัมที่เหลืออยู่ก็ได้

 

            “จะไปเดี๋ยวนี้ เลิกกัน...”

 

            แกรก นึกไพล่ขอโทษถึงเด็กหนุ่มพลโท เขาอาจจะต้องกลับอย่างเร่งด่วนโดยไม่มีเวลาแวะไปเอาเสื้อคืนหรือแม้แต่จะวางจดหมายทิ้งลาเอาไว้

 

            ชายหนุ่มวิ่งออกไปบริเวณลับตาคนพร้อมกลับเปลี่ยนร่างเป็นนกฟินิกส์สีฟ้าวูบไหวบินกลับไปที่เรือของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาวทันที



---------------------------------------
ตอนนี้แต่งแล้วเมามาก ฮา
ไรเตอร์เป็นคนชอบภาษาดอกไม้นะคะ แต่ความคิดส่วนตัวคือดอกไม้บอบบางไป!(.....)
ก็เลยเปลี่ยนมาให้พวกหินสีแทนแล้วกันค่ะ; u ;

อ้อ แล้วก็ตอนหน้าของซีรี่ส์นี้//ชะวิ้ง คนที่ทุกท่าน?อยากเจอ ปรากฎตัวแล้วค่ะ- แต่ว่า...
มีภาษาอังกฤษใส่เข้าไปด้วยค่ะ//ตึ่งโป๊ะ(....) คือ แต่ภาษาไทยเฉยๆไม่ได้ฟีลลิ่ง;u; 55555
(คนที่ทุกคนอยากเจอคือใคร เดากันเอานะคะ ฮา)


*มาอีดิธนิดหน่อยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 18:58
    ไคโด๊!!! แกทำอะรายยยย

    สามเงาตะครุ่มๆนั่นใช่ผู้ใหญ่อยากฟาดเด็กหรือเปล่าคะ
    #88
    0
  2. #59 korumi_toy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 10:39
    เฮือก!!!โดนดาเมจ ความฟรุ้งฟริ้ง(?).... เอาตามจริงนะมาร์โก้ค่ะ ถ้ามองกันแบบนี้ไม่สนใจเหวียงน้องเอสเขาลงเตียงเลยล่ะ แหม่ //ถูกเตะกระเด็น
    สุดท้ายนี้ ไรต์สู้ไต่อไปนะ ค่ะจะรอตอนต่อไปคะ ^ ^

    #59
    0
  3. #53 Yui-ya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 18:10
    หวานกันเจงงง !!! พวกนายรีบแต่งๆกันเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระของกองอวย ถถถ
    มาร์โก้ นายก็หวานเลี่ยนในหัวซะแบบ... กรี๊ดดดด >W<
    #53
    0
  4. #41 Sono Chieri (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 03:08
    แล้วจะได้เจอกันอีกไหมนิ
    #41
    0
  5. #40 Sorasora24 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 21:32
    อดทานข้าวเย็นด้วยกันเลย TT
    #40
    0
  6. #39 hello world (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 19:22
    มีของให้กันด้วยน่าอิจฉาสุดๆ -..-
    #39
    0
  7. #38 •Deuculia• (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 18:16
    ถึงจะจากกันแต่ก็ยังมีของแทนใจ(?) ><
    ใครจะมาาาาา /เราเดาว่าคุณหมอลอว์?
    #38
    0