ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 9 : คลุมถุงชน 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    5 พ.ค. 63

 

 

 

“เอางั้นเหรอ แล้วหล่อนจะไปเมื่อไหร่ล่ะ ฉันจะไปเป็นเพื่อน”

“แกไม่ต้องไปกับฉันหรอก คอยประสานงานทางนี้เพื่อช่วยไอ้ครามดีกว่า”

“ไอ้ครามมาเกี่ยวอะไรด้วย” จักรินทร์ถามทันควัน ทิฆัมพรหรือฟ้าครามเป็นสาวเท่ประจำกลุ่มที่เกลียดผู้ชายเจ้าชู้มาก และยังรักสันโดษ โลกส่วนตัวสูง จนยากจะเชื่อว่าทิฆัมพรจะยอมช่วยปรีชญาณ์ในเรื่องนี้

“ฉันตั้งใจว่าช่วงที่คุณป๋าให้ไปช่วยงานอาธัช ฉันจะให้ไอ้ครามไปทำงานแทน ส่วนตัวฉันจะไปหาพี่ริศร์และบอกรักเขาแล้วปรับความเข้าใจกัน พอสมหวัง สมรักแล้ว ฉันก็จะกลับมาหาคุณป๋า มาบอกยกเลิกการแต่งงาน แต่ถ้าไม่สำเร็จ ฉันก็จะยอมแต่งงานกับอาธัชตามที่คุณป๋าต้องการ”

 

 

จักรินทร์อ้าปากค้างเมื่อฟังถึงตรงนี้ แค่รู้ว่าปรีชญาณ์จะหนีว่าที่สามีไปตามหารักแท้เธอก็ว่ามันสุ่มเสี่ยงแล้ว แต่ยายเปรียวตัวแสบยังวางแผนส่งทิฆัมพรหรือฟ้าครามไปเป็นตัวประกันไว้อีกชั้น ไม่ด่าเสียบ้างก็คงไม่ใช่จุ๊บแจง

“คิดแผนได้เลวมากนังเปรียว” จักรินทร์ลงเสียงหนักให้รู้ว่าจริงจัง “มีอย่างที่ไหน ตัวเองหนีการแต่งงานแต่กลับส่งเพื่อนไปเข้าถ้ำเสือ ถามจริง หล่อนไม่ห่วงไอ้ครามบ้างหรือไงหะฮะถ้าคุณธัชเขารู้ว่ามันสมคบคิดให้หล่อนหนีการแต่งงาน หล่อนคิดว่าเขาจะเอามันไว้ไหม”

คำตอบของปรีชญาณ์คือ‘ห่วง’ซึ่งเพราะความห่วงและกังวลในตัวทิฆัมพรนี้เองที่ทำให้เธอตัดสินใจบอกเล่าแผนการให้อีกสองเพื่อนรักฟัง เพื่อว่าระหว่างที่เธอไม่อยู่ ทิฆัมพรจะได้มีที่ปรึกษา แต่เรื่องอะไรกันล่ะที่เธอจะบอกความกังวลของตนเองให้เพื่อนรับรู้

 

 

“แกดูปากฉันให้ดี ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่หาความสุขใส่ตัวก่อนที่จะต้องจำคุกติดคุกตลอดชีวิตต่างหาก เรื่องเห็นแก่ตัวฉันยอมรับ แต่ก็ไม่ได้คิดจะหาประโยชน์ฝ่ายเดียวหรอกนะ เพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะตอบแทนน้ำใจด้วยการช่วยไถ่บ้านของแม่ไอ้ครามที่ติดจำนองไว้ ส่วนเรื่องงาน แกเป็นคนเล่าเองไม่ใช่หรือว่าไอ้ครามมันถูกหัวหน้างานแกล้งประจำ และมันก็บ่นอยากจะเปลี่ยนงานอยู่แล้ว น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า มันช่วยฉัน ฉันให้เงินมัน วิน-วินทั้งสองฝ่าย มีแต่ได้กับได้ ไม่มีใครเดือดร้อนสักคน”

พูดเหมือนท่อง เหมือนสะกดใจตัวเองให้เชื่อตามนั้นแล้วปรีชญาณ์ก็รู้สึกโล่งใจขึ้น ไม่มีอะไรหรอกน่า หรือถ้ามี...ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของทิฆัมพรหรอก!

 

 

เห็นความดื้อดึงของปรีชญาณ์แล้ว จักรินทร์ก็แสนจะกังวลใจ หนุ่มใจสาวหันไปหาสาวร่างท้วมนามว่ามาริษาด้วยหวังให้ช่วยกันห้ามปราม ติดแต่เพียงตอนนี้กูรูด้านความรักของผองเพื่อนกำลังเพลิดเพลินกับมินิแซนด์วิชทูน่าสเปรดและคานาเป้หน้าไข่กุ้งจึงยังไม่สามารถอาจแสดงความเห็นได้

“กลัวไตรกลีเซอไรด์ในเลือดต่ำหรือไงยะนังเหมียว โหมกินเป็นสามล้อถูกสามตัวตรงเชียวนะหล่อน”

มาริษาหรือเหมียวยักไหล่ไม่แคร์กับการจิกกัดของจักรินทร์ นิ้วอวบคว้าคานาเป้ปูอัดมาถือไว้พลางบอก “ฉันไม่ได้กินเพราะตะกละย่ะ แต่ที่กินๆ อยู่เนี่ยเพราะต้องการให้สารอาหารขึ้นไปเลี้ยงสมองต่างหาก ไม่เคยได้ยินรึไง ไอเดียดีๆ จะมีได้ก็ต่อเมื่อท้องอิ่ม”

 

 

จักรินทร์ส่ายหน้าระอาแม่สาวร่างอวบที่เฉียดคำว่าอ้วนไปทุกขณะ แล้วตัดสินใจดันจานอาหารว่างออกห่างเพื่อนก่อนทำเสียงเข้มใส่ “งั้นก็อิ่มเสียทีแล้วก็ช่วยผุดไอเดียดีๆ ออกมาด้วย เพื่อนรอฟัง”

มาริษาหัวเราะเพราะนานๆ ครั้งจะเห็นจักรินทร์เครียด โดยส่วนตัวแล้วมาริษามองว่าการตัดสินใจของปรีชญาณ์ใช้หัวใจนำทางมากเกินไป แต่ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะห้ามปรามกันเพราะต่างก็โตๆ กันแล้ว ส่วนเรื่องที่ปรีชญาณ์จะดึงทิฆัมพรไปช่วยนั้น มาริษาก็เห็นว่าเหมาะ เพราะทิฆัมพรกำลังทุกข์ใจเรื่องหัวหน้างานและไม่มีเงินไถ่ถอนบ้านที่ติดจำนอง อีกทั้งในจำนวนเพื่อนทุกคน สาวเท่อย่างทิฆัมพรน่าจะปลอดภัยจากเสน่ห์ของมนต์ธัชมากที่สุด

“แกรู้ใช่ไหมเปรียว ถ้าพ่อแกกับคุณธัชรู้ว่าแกหนีไปหาผู้ชาย เรื่องนี้อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ของพ่อแกกับคุณธัช ไหนจะเรื่องการเงินของบริษัทอีก และต่อให้คุณธัชเขายอมเข้าพิธีแต่งงานกับแก ชีวิตคู่ที่เริ่มต้นด้วยความคลางแคลงใจก็มักจบด้วยการเลิกรา”

 

 

 

อัปเพิ่มค่ะ

 

 

 

ถึงจะเป็นคนเอาแต่ใจตามประสาลูกคนเดียวที่บิดาปล่อยปละละเลยไว้กับพี่เลี้ยง แต่ปรีชญาณ์ก็ไม่เคยทำให้บิดาเดือดเนื้อร้อนใจเพราะรู้ว่าที่บิดาทำงานหนักก็เพื่อให้เธอสุขสบาย และตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาปรีชญาณ์พยายามแล้วที่จะตัดความรู้สึกที่เธอมีต่อบุริศร์ แต่ก็ทำไม่ได้ ยิ่งบิดาพยายามโน้มน้าวให้เธอครองคู่กับมนต์ธัชมากเท่าไร เธอยิ่งกระวนกระวายมากเท่านั้นอีกอย่างเธอแค่เอาตัวไปใกล้ชิดคนที่เธอรัก โดยไม่ได้ทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรม ในขณะที่มนต์ธัชนั้นมีเมียอยู่แล้วถึงเจ็ดคน ฉะนั้น ถ้าว่ากันด้วยคำว่าเคลือบแคลงใจ ปรีชญาณ์จึงอดยิ้มหยันไม่ได้

“ฉันยอมรับผลของทุกการกระทำของตัวเองได้ รู้ตัวว่ากำลังจะทำให้พ่อผิดหวัง รู้ตัวว่าอาธัชจะต้องโกรธ แต่...ถ้าไม่ทำวันนี้ สักวันฉันก็คงหนีไปหาพี่ริศร์อยู่ดี ทำตอนนี้ยังแค่ลูกอกตัญญู แต่ถ้าทำวันหน้าจะได้ชื่อว่าวันทองกากีเพิ่มด้วย”

 

 

แววตาเด็ดเดี่ยวของปรีชญาณ์ทำให้มาริษาพยักหน้า ปรีชญาณ์เป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึก คิดอย่างไรทำอย่างนั้น และกล้าหาญพอจะยอมรับผลในการทำผิด

“ถามอีกข้อ แกไม่คิดบ้างหรือว่าตัวเองทำเพื่อพี่ริศร์มากเกินไป เขาสำคัญกับแกขนาดนั้นเชียวรึ?”

ปรีชญาณ์นิ่งคิดเพียงนิดก็อธิบายว่า “สิบสองปีก่อนมิตรไมตรีของพี่ริศร์สร้างปรีชญาณ์คนนี้ขึ้นมาความโอบอ้อมอารีของเขาขัดเกลานิสัยก้าวร้าวของฉันออกไป พี่ริศร์เป็นทั้งแรงใจและแรงผลักให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ ฉันอยากให้เขารักฉันตอบก็จริงนะเหมียว แต่ยิ่งกว่านั้นคือฉันอยากมีโอกาสตอบแทนพี่ริศร์บ้าง และต่อให้เขาไม่รักฉัน พี่ริศร์ก็ยังจะเป็นคนสำคัญของฉันอยู่ดี”

มาริษายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น “เอาละ ถ้าแกยืนยันว่าเขาสำคัญจริง ฉันก็จะไม่ห้าม อยากทำอะไรก็ทำ ชีวิตเป็นของแกนะเปรียว จะก้าวกระโดดหรือล้มลุกคลุกคลาน แกเท่านั้นที่กำหนดได้ แต่...แกต้องบอกสิ่งที่แกคิดจะทำให้ไอ้ครามรู้ จะจับมันมัดมือชกไม่ได้ ไอ้ครามมันรักงานที่ทำอยู่มากนะ และคงไม่อยากให้กรรมการบริหารอย่างคุณธัชหมายหัวนักหรอก”

 

 

เห็นแววตามุ่งมั่นของปรีชญาณ์แล้วจักรินทร์ก็ได้แต่ถอนใจ จะว่ากันตามตรง เขาเองก็ผิดตั้งแต่ต้นที่สนับสนุนให้ปรีชญาณ์ไปจัดการเรื่องบุริศร์ให้จบ คือ...ตอนคิดน่ะเอาอารมณ์เป็นตัวตั้งแต่พอจะทำ เหตุผลสารพันก็ประดังประเดมาหมด จะย้ายข้างเปลี่ยนไปค้านก็ไม่ทันแล้ว คนอย่างปรีชญาณ์เมื่อตั้งใจจะทำ ต่อให้เห็นว่าทางข้างหน้าตัน เจ้าหล่อนก็จะหาทางขุด เจาะ ถากถางทางหาวิธีไปต่อจนได้ ห้ามไม่ไหว รั้งไม่ได้ ก็เหลือแต่ช่วยประคับประคอง

“งั้นลองเล่าให้พวกฉันฟังหน่อยสินังเปรียวว่าหล่อนจะพิชิตใจพี่ริศร์ได้อย่างไร เขาจำหล่อนไม่ได้ไม่ใช่รึ”

ปรีชญาณ์หลบสายตา แสร้งตอบแบบขอไปทีว่า “จำไม่ได้ก็ทำให้จำได้ไง แล้วพอจำได้เดี๋ยวก็รักกันเองละ”

มาริษากับจักรินทร์มองหน้ากันก่อนที่ทั้งสองจะพร้อมใจกันเรียกชื่อปรีชญาณ์เสียงเข้ม

“ไอ้เปรียว”/

“นังเปรียว”

 

 

 

ปรีชญาณ์เหลือบตามองเพื่อนแล้วก็รู้ตัวว่าเธอไม่มีทางหลอกทั้งสองคนได้ เสียงที่บอกจึงอ่อยลงอย่างคนรู้ตัวว่าผิด “เออ สารภาพก็ได้ว่าไม่มีหรอกแผนกงแผนการ ฉันแค่พูดหรูๆ ให้ไอ้ครามมันวางใจเท่านั้น มันจะได้ยอมไปขัดตาทัพแทนก่อน พี่ริศร์เขาเข้าถึงยากจะตาย และฉันก็ลองมาหมดแล้ว ทั้งโทร.โทร.หาทุกวัน ตามไปฝึกงานที่บริษัทไม่รู้สิ ครั้งนี้ฉันอาจจะดับเครื่องชน เดินไปบอกรักเขาตรงๆ ก็ได้ มันไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่”

จักรินทร์ฟังแล้วก็ถอนหายใจ บ่นว่า“หล่อนสิ้นคิด บ้าบิ่นผิดจากยายเปรียวจอมเจ้าเล่ห์ที่ฉันรู้จักอย่างกับคนละคนเลยนะปรีชญาณ์ ขืนทำอย่างที่หล่อนว่าก็เท่ากับเดินไปให้เขาปฏิเสธหล่อนเท่านั้น ยิ่งฟัง ฉันก็ยิ่งสงสารไอ้คราม มันไม่น่าเสียเวลามาช่วยแกเลย”

 

 

 

แววตาเศร้าของปรีชญาณ์ทำให้มาริษารู้ว่าเพื่อนเองก็ทุกข์ใจเช่นกัน ทั้งกังวลเรื่องงานแต่งงานและเคร่งเครียดกับความรักที่แทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้

“หยุดบ่นได้แล้วนังจุ๊บ มาช่วยกันคิดแผนเริดๆ ช่วยชะนีน้อยเพื่อนรักของพวกเราดีกว่า ส่วนเปรียว แกช่วยเล่าประวัติ นิสัยใจคอ หน้าที่การงานของพี่ริศร์แบบละเอียดที่สุดให้ฉันฟังหน่อย แล้วเรามาวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ความเสี่ยงและโอกาสที่จะพิชิตใจด้วยกัน ฉันกับนังจุ๊บจะทุ่มเทกำลังกาย กำลังสมองช่วยแกอย่างถึงที่สุด”

จักรินทร์กลอกตาเมื่อสองสาวจอมแสบของกลุ่มผนึกกำลังกัน เขาไม่รู้หรอกว่าความสำเร็จจะรออยู่ปลายทางหรือไม่ แต่มั่นใจว่าความวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!

 

 

Talk

ดำเนินเรื่องมาถึงปัจจุบันกันแล้วจ้า เปรียวศรีผู้น่าสงสาร รักพี่ริศร์ พี่ริศร์ก็ไม่รักตอบ จะสวยโสดแบบสบายใจ คุณป๋าก็จะจับแต่งงานเสียอย่างนั้น และคนที่จะให้แต่งด้วย ก็ดันเป็นเพื่อนพ่อ!!!o_Oเท่านั้นไม่พอ คุณมนต์ธัชเขายังมีเมียอยู่แล้วเจ็ดคนจ้า เจ็ดคน! อ่านไม่ผิดค่า คุณธัชแกเมียเยอะจริงๆ และแต่ละเมียก็แซ่บๆ แสบๆ ใครสนใจเรื่องเต็มๆ ก็ "หัวใจสำรอง" เลยจ้า (โฆษณาแฝงเสียอย่างนั้น)

 

สปอย ไว้ว่า พี่ริศร์ในเวอร์ชั่นอายุสามสิบกว่าๆ จะไม่ใช่ผู้ชายใจดี ขี้อาย ที่ยายเปรียวคิดจะจีบ จะแอ๊วได้ง่ายๆ แต่เป็นผู้ชายเคร่งๆ ขรึมๆ ไม่ว่อกแว่กเรื่องผู้หญิง และก็หัวโบราณอย่างร้าย มาดูกันว่าแผนที่ยายเปรียวเตรียมไว้ จะสำเร็จกี่มากน้อย และจะมีใครเปลี่ยนใจมาสงสารยายเปรียวกันบ้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น