ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 10 : คู่ปรับ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

 

 

3

คุณคือภาพจำที่เห็นได้แจ่มชัดแม้ว่าจะหลับตา

 

 

“แกมีเวลาเปลี่ยนชุดห้านาที ลอกคราบไฮโซออกให้หมดแล้วเอาของมีค่า เอกสารสำคัญ โทรศัพท์โทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋าใบเล็กนั่น เสร็จแล้วก็ทิ้งทั้งหมดไว้ในห้องน้ำนั่นละ เดี๋ยวพอแกไปแล้ว ฉันจะเข้าไปเคลียร์และเก็บของทั้งหมดให้เอง อ้อ...อย่าลืมล่ะว่าแกต้องไปถึงจุดนัดหมายภายในยี่สิบนาที โชคดีเพื่อน”

มาริษาพูดเร็วปรื๋อและเมื่อพูดจบก็หันมองซ้ายขวาข้างละสองครั้งก่อนจะกระชับคอเสื้อโค้ทโคตตัวยาวให้ปิดมาถึงคาง ซึ่งเมื่อรวมกับหมวกใบใหญ่และแว่นดำอันโต ปรีชญาณ์ก็อดหัวเราะในความเพี้ยนของเพื่อนไม่ได้

“นังเหมียว แกถอดแว่นตา หมวกและเสื้อโค้ทคตออกดีไหม แผนหนีจะพังก็เพราะแกแต่งตัวพิลึกเป็นจุดสนใจของคนทั้งห้างนี่แหละ”

ก้มลงมองตัวเองแล้วมาริษาก็เริ่มเห็นว่าจริง แม้อากาศในห้างสรรพสินค้าจะเย็นฉ่ำแต่การสวมเสื้อโค้ทโคตหนังตัวยาวในประเทศไทยก็ดูเด่นเกินไปจริงๆ แต่แล้วไง... เสื้อตัวนี้ให้ความรู้สึกเป็นนักสืบและเธอก็อยากใส่มันปฏิบัติภารกิจลับอะไรสักอย่างมาตั้งนานแล้ว ฉะนั้นสาวอวบของกลุ่มจึงขอแสดงจุดยืน

 

 

“ไม่ถอด...ให้คนมองแต่ฉันก็ดีแล้วไง จะได้ไม่มีใครสนใจแก อย่ามัวโอ้เอ้อยู่เลย เข้าไปเปลี่ยนชุดและทำตามแผนได้แล้ว เดี๋ยวจะคลาดกับนังจุ๊บ”พูดจบมาริษาก็รุนหลังปรีชญาณ์เข้าไปในห้องน้ำส่วนตนเองก็ยืนปักหลักสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่ายืนหันหลังสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวยาว ณ ตำแหน่งหน้าห้องน้ำนั้นสะดุดตาใครบางคนเข้าอย่างจัง

เพราะห้องน้ำที่ปรีชญาณ์เข้าไปใช้ไม่มีคนพลุกพล่านนัก มาริษาจึงสบโอกาสซ้อมแอคติ้งกติงนักสืบอัจฉริยะอาชีพในฝันที่เธอคาดหวังว่าสักวันจะต้องได้สวมชุดนี้ออกปฏิบัติภารกิจลับบางอย่าง สาวร่างอวบกระชับปีกหมวกให้กดลงต่ำ มือสองข้างเลื่อนมาจับสาบเสื้อก่อนกางออกตามจินตนาการว่ามีปืนและมีดพร้อมสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด ไม่ได้เอะใจคิดเลยว่าท่ายืนกางขา เปิดเสื้อคลุมตัวยาวโชว์อ้าซ่า มันไม่ได้คล้ายท่านักสืบแต่เหมือนท่าทางของคนโรคจิตมากกว่า และบังเอิญว่าคนที่ก้าวมายืนอยู่ด้านหลังเธอก็คิดว่าเธอคือคนจำพวกนั้น

 

 

ปัณณ์หรือสารวัตรปัณณ์ รัตนสุชาติหรี่ตามองภาพที่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความสนใจ ราวสองสัปดาห์ก่อนเขาได้รับแจ้งว่าที่ห้างแห่งนี้มีบุคคลโรคจิตเข้ามาก่อกวนด้วยการแอบซุ่มโชว์ของลับหน้าห้องน้ำและหากสบโอกาสก็จะทำอนาจารลูกค้าสาวๆ ด้วย แต่เมื่อส่งตำรวจเข้ามาติดตามก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จนเขาเริ่มคลายใจว่าไอ้โรคจิตมันเลิกก่อกรรมทำชั่วแล้ว นึกไม่ถึงว่าบทจะเจอก็เจอง่ายถึงเพียงนี้

ใช่แน่ๆ ปัณณ์สรุปกับใจตนเมื่อร่างท้วมสวมเสื้อคลุมตัวยาวขยับเสื้อเข้ารัดตัวแล้วกางออกโดยไวพลางหัวเราะชอบอกชอบใจบางอย่าง ไม่มีคนปกติดีคนไหนหรอกจะมายืนเปิดเสื้ออ้าซ่าแล้วหัวเราะร่าอย่างนั้น ติดเพียงว่าไม่เห็นหน้า และรูปร่างก็ดูบอบบางเกินกว่าจะเป็นชายอกสามศอก ช่างเถอะ...จะเป็นใครอย่างไรก็ช่าง จับก่อนถามทีหลัง ดีกว่าปล่อยให้ประชาชนตาดำๆ ต้องเป็นตากุ้งยิง

 

 

“หยุด! ชูมือขึ้นแล้วหันหน้ามาช้าๆ” ปัณณ์ร้องสั่งอ้ายไอ้โรคจิตด้วยเสียงดังและเข้มจัด พลางระแวดระวังภัยเต็มที่หากมันมีอาวุธมาด้วยแล้วก็ไม่ผิดจากที่คาดนัก เพราะแทนที่อ้ายไอ้โรคจิตจะหันมาโดยดีเพื่อเจรจาแต่มันกลับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบบางอย่างออกมาต่อสู้

เสี้ยววินาทีที่อ้ายไอ้โรคจิตหันกลับมาพร้อมอาวุธในมือ ปัณณ์ก็พุ่งตัวเข้าชาร์ตชาร์จมันจนเสียหลัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักหรือส่วนสูงเขาเหนือกว่าทั้งนั้น พริบตาเดียวอ้ายไอ้โรคจิตก็ถูกเขารวบตัวไว้ได้แต่มันก็ไม่วายต่อสู้ยิบตา

 

 

“ย๊ากย้าก”

เสียงร้องแหลมเกินกว่าชายทำให้ปัณณ์ชะงักในทีแรก ก่อนจะแสบไปทั้งตาทั้งปากและคอเมื่อไอบางอย่างถูกพ่นออกจากกระป๋องขนาดเล็กแต่ถึงกระนั้นปัณณ์ก็ยังไม่ยอมปล่อย เขาพลิกตัวเจ้าวายร้ายไปชิดผนัง ก่อนจะขู่เสียงเข้ม

“วางอาวุธทุกอย่างที่แกมี แล้วอยู่นิ่งๆ ไม่งั้นพ่อยิงไส้แตก”

 

 

อัปต่อนะคะ

 

 

 

“แกต่างหากปล่อยฉันเสียดีๆ เพราะถ้าแกไม่รีบไปล้างตาตอนนี้ สเปรย์ที่ฉันพ่นใส่จะเข้าไปทำลายเยื่อบุทุกอย่างที่มันซึมผ่าน ไม่ถึงสิบนาทีทั้งดวงตา จมูก ปอด ปาก หลอดลม ไปจนถึงอวัยวะภายในจะกลายเป็นเนื้อตายทั้งหมด”

ปัณณ์ไม่มีเวลาใส่ใจว่าทำไมอ้ายไอ้โรคจิตเสียงใสและแหลมเกินกว่าบุรุษเพศ เพราะตอนนี้เขากำลังรู้สึกขมคอและวิงเวียนกลิ่นสารเคมีที่รับเข้าไปเต็มกำลัง ฉับพลันที่สมองคิดภาพตามที่ไอ้โรคจิตว่า ปัณณ์ก็คลายแรงที่รัดอีกฝ่ายลง จังหวะนั้นเองที่ร่างค่อนข้างท้วมหากแต่ปราดเปรียวใช้เป็นโอกาสในการต่อสู้

เพราะมึนงงจากกลิ่นสเปรย์เป็นทุนเดิมจึงทำให้ปัณณ์กลายเป็นหุ่นให้อีกฝ่ายใช้เข่ากระทุ้งจนตัวงอ หนำซ้ำยายตัวร้ายที่เขารู้แน่ว่าไม่ใช่ผู้ชายยังร้องแรก่แหก่กระเชอเรียกคนทั้งห้างให้เข้ามาดูอีกด้วย

“เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา มาดูอ้ายโจรวิตถารลวนลามผู้หญิงหน้าห้องน้ำค่า” มาริษาเต้นเหยงๆ ร้องเรียกให้คนในห้างเข้ามามุงดูตัวเธอเองกับคู่กรณีร่างสูงใหญ่ ซึ่งเพราะอีกฝ่ายกำลังจุกจึงก้มหน้า เธอจึงยังไม่เห็นหน้าตา สังเกตแต่เพียงว่าผิวคล้ำและรูปร่างก็คุ้นพิลึก

 

 

“เฮ้ย! ใครวิตถารกัน แกต่างหากที่เป็นโรคจิต จงใจยืนโชว์ของลับหน้าห้องน้ำ” ปัณณ์เถียงดังลั่นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่อหวังเอาเรื่อง จังหวะนั้นเองที่ต่างฝ่ายต่างมีโอกาสเห็นใบหน้ากันและกันชัด และเพียงเลนส์ตาโฟกัสแก้มอูมใสกับดวงตาเรียวรีร้ายกาจชัด ปัณณ์ก็ร้องลั่น

“ยายแมวอ้วน!”

“นายดำเหนี่ยง!”

เมื่อมาริษาเองเมื่อเห็นหน้าไอ้วิตถารชัด ก็รู้ได้ทันทีว่าคือเหตุการณ์เข้าใจผิด คนตรงหน้าของเธอคือนายปัณณ์ คู่อริตลอดกาลที่หากนับความเกี่ยวดองกันเขาคือเพื่อนของสามีของเพื่อนสนิทเธออีกทีหนึ่ง แต่... รู้ว่าเข้าใจผิดแล้วไง รู้ว่ารู้จักกันแล้วไง ใช่ว่าจะลบล้างแรงกระแทกจนเธอจุกกับข้อกล่าวหาว่าเธอเป็นโรคจิตได้ ดีเสียอีก การทำให้นายปัณณ์อับอาย เป็นเรื่องที่เธอพอใจอยู่แล้ว

 

 

“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย ตำรวจหน้าดำรังแกประชาชนค่า ทั้งยัดเยียดข้อหา ตั้งศาลเตี้ย ข่มขู่ ข่มเหง แถมยังคิดเคลมความสาวของหนูด้วยค่า”

ฟังเสียงร้องปาวๆ แล้วปัณณ์ก็อยากเอาหัวโขกกำแพงนัก นึกชังความใจร้อนของตนเองที่ไม่ไตร่ตรอง พิจารณายายแมวอ้วนตรงหน้าให้นานอีกนิด ใครจะนึกว่าเขาจะมาเจอคู่อริอีกครั้ง และยังเจอกันในสภาพที่เขาเป็นฝ่ายผิด เปิดโอกาสให้แม่คุณเล่นงานเต็มๆ

“เบาหน่อยสิยายแมวอ้วน แค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ก็ใครใช้ให้เธอแต่งตัวพิลึกแบบนี้มายืนทำลับๆ ล่อๆ หน้าห้องน้ำกันเล่า”ปัณณ์ร้องห้ามพลางจุปาก ใบหน้าคร้ามคล้ามคมที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ดำ’ ซับสีเลือดจนคล้ำขึ้นไปอีก รอบตัวเขาตอนนี้มีทั้งเด็กสาว สาวรุ่น ไปยันคนแก่ ซึ่งทุกคนกำลังรอฟังการแก้ต่างของเขาอยู่

“อีกอย่าง... ผมได้รับแจ้งมาว่าห้างนี้มีคนโรคจิตชอบโชว์ของลับหน้าห้องน้ำหญิง ดังนั้นเมื่อผ่านมาเห็นเธอในชุดนี้กับอาการด้อมๆ มองๆ สอดส่องเข้าไปด้านใน ผมจึงต้องขอตรวจสอบ”

 

 

ฟังคำอธิบายแล้วมาริษาก็ยิ้มเย็นใส่ นอกจากจะไม่เห็นแววนักสืบอัจฉริยะในตัวเธอแล้ว หมอนี่ยังกล้ากล่าวหาว่าเธอเป็นคนโรคจิต อย่างนี้ต้องสั่งสอนกันเสียหน่อย

“เอาล่ะ ละ ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดฉันก็จะให้อภัยละกัน แต่นี่แน่ะ ช่วยขยับเข้ามาใกล้ๆ หน่อย จะบอกอะไรให้”

เมื่อท่าทีเกรี้ยวกราดของแม่สาวร่างอวบกลายเป็นมิตร ปัณณ์ก็คลายใจ และมันคงไม่กระไรนัก หากเขาจะยอมลงให้เธอบ้าง เพราะจะว่าไปแล้ว เขากับยายแมวอ้วนตรงหน้าก็คนกันเองทั้งนั้น คิดได้อย่างนั้นแล้วปัณณ์ก็สาวเท้าเข้าใกล้คู่อริอีกนิด ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อมาริษายิ้มหวานพร้อมพยักหน้าให้เขาก้มเข้าไปใกล้ๆ และจะด้วยเวทมนตร์กลใดก็ตาม ณ ขณะที่ปลายนิ้วขาวอวบยื่นมาประคองใบหน้าเขาไว้ ปัณณ์ก็เริ่มเห็นว่ายายแมวอ้วนตรงหน้า จัดว่าขาวอวบอัดน่าฟัด และฟันเกๆ ที่มุมปากก็ดูน่ารักใช่หยอก

ความน่ารักคงอยู่เพียงเสี้ยววินาทีเพราะความแสบทบทวีมีมากกว่า มาริษารอจนปัณณ์ก้มหน้าเข้ามาใกล้จนได้ระยะ นิ้วอวบก็จิ้มเข้าที่ตาทั้งสองข้างอย่างไม่ออมมือ ก่อนจะหัวเราะร่าใส่

 

 

 

Talk 2

ฮี่ๆๆๆ พี่ปัณณ์กับยายเหมียวขโมยซีนพระเอกกับนางเอกมากมาย แต่ต้องขออภัยคนที่จิ้นคู่นี้ไว้ล่วงหน้าค่ะ เพราะว่าในเรื่องจะมีฉาก ปะฉะดะ ของทั้งสองคนอยู่หลายฉากก็จริง แต่จะไม่มีฉากหวานและไม่มีบทสรุปของทั้งสองคนในเรื่องนี้ค่ะ จาใส่ทั้งสองคนมาเพื่อเพิ่มความสนุกเฮฮา ทำให้แผนของเปรียวศรีมันยุ่งยากยิ่งกว่าเก่า ^^

ใครคิดถึงพี่ริศร์ อยากเจอพระเอกแสนดี อดใจอีกนิดค่า ขอตัวประกอบปูเรื่องกันอีกแป้บนึงนะจ๊ะ รับรองว่าพี่ริศร์แกมีบทในตอนนี้นี่แหละ เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมพนมมือสาธุรอเลยจ้า จะให้ดีอย่าลืมเตรียมแบงก์เทารอติดกัณฑ์เทศน์กันด้วยนะจ๊ะ#พี่ริศร์ไม่ได้กล่าว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น