ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 23 : การไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

 

 

ปรีชญาณ์และบุริศร์หันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน ภาพที่ทั้งสองเห็นคือชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว หน้าตาหล่อเหลาคมสันชนิดสะกดตาสะกดใจ ปรีชญาณ์มองเขาซ้ำด้วยความตื่นตะลึงก่อนจะเร้นกายหลบอยู่ด้านหลังของบุริศร์ โลกมันกลมเกินไปไหม ผู้ชายตรงหน้าคือสามีของเพื่อนสนิท!

“ก็เกือบมาไม่ทันเหมือนกัน” บุริศร์ตอบและเลิกคิ้วขึ้นเมื่อศิวัชเขม้นมองไปด้านหลังของเขา ซึ่งจากประสบการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้บุริศร์เลือกจะแนะนำแม่สาวปริศนาให้เพื่อนรู้จักก่อนที่เธอจะแนะนำตัวของเธอเองอีกครั้ง

“ปริศนานี่เพื่อนสนิทผมเอง ชื่อศิวัช วัชผู้หญิงที่เราเล่าให้แกฟังไง ตอนนี้เราเรียกเธอว่าปริศนา”

 

 

เสียงแนะนำตัวเธอให้คนชื่อ‘ศิวัช’ รู้จักทำให้ปรีชญาณ์จำต้องยื่นหน้าออกมา ซึ่งเมื่อศิวัชได้เห็นหน้าเขาเธอก็เกือบร้องทัก แต่ปรีชญาณ์รีบส่ายหน้าและยกมือไหว้ท่วมหัวแทนการบอกว่าขอร้องศิวัชเขม่นจึงเขม้นมองเธอครู่หนึ่งจึงแล้วทักทาย

“สวัสดีครับ ผมชื่อศิวัชนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณปริศนา”

บุริศร์มองเพื่อนด้วยแววตาเคลือบแคลงเมื่อเสียงทักทายทุ้มนุ่มเกินเหตุและดวงตาคมของศิวัชก็เต็มไปด้วยประกายวาววาม เห็นอย่างนั้นแล้วบุริศร์ก็เริ่มไม่สบายใจนัก โดยเพราะมีเหตุผลกับตัวเองว่า ‘ชู้สาวเป็นเรื่องผิดศีลธรรม’

 

 

“วัช...เราขึ้นไปบนศาลากันดีกว่า”

เสียงบอกขรึมกับสีหน้าเคร่งเครียดทำให้ศิวัชเหล่ตามองเพื่อนสลับกับมองปรีชญาณ์ แล้วใบหน้ารอยยิ้มขันก็ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาก็เปิดยิ้มขัน‘น่าสนุกดีนะ ฤๅษีตบะกล้ากับแม่มดสาวจอมป่วน’

เมื่อศิวัชเอาแต่มองปริศนาทีด้วยดวงตาพินิจพิจารณา บุริศร์ก็ให้รำคาญใจ จึงตัดสินใจจัดการกับคนที่น่าจะเชื่อฟังกันมากกว่า“ปริศนา คุณตามผมมาทางนี้” พูดจบบุริศร์ก็พยักหน้าให้ปรีชญาณ์เดินตามไปพบคุณน้าร่างอวบคนหนึ่งก่อนยัดเยียดงานสำคัญให้กับเธอ

ปรีชญาณ์กัดฟันกรอดเมื่อบุริศร์สั่งงานเสร็จแล้วก็เดินดุ่มทิ้งเธอไป ก็น่าโกรธน้อยอยู่เมื่อไหร่เมื่อไรเรื่องเก่ายังเคลียร์ไม่จบก็ตัดบทเดินหนีหน้า เท่านั้นไม่พอ...บุริศร์จงใจกีดกันเธอไม่ให้ติดสอยห้อยตามเขาด้วยการส่งเธอเข้าไปทำงานในโรงครัว แล้วงานปอก หั่น สับ ผัดยังพอว่า เขากลับส่งเธอมาล้างจานคอยดูนะ ถ้าจบงานแล้วมือเธอเป็นผื่นแดงแม้แต่นิดเดียว ปรีชญาณ์จะฟ้องศาลเรียกร้องสินไหมทดแทนด้วยการให้นายบุริศร์แต่งงานกับเธอ!

 

 

 

ศิวัชที่เดินตามหลังบุริศร์ครุ่นคิดถึงท่าทีของปรีชญาณ์ด้วยความกังขาเขามั่นใจว่าปรีชญาณ์จดจำเขาได้ เธอจึงไม่น่าจะมีอาการความจำเสื่อมอย่างที่บุริศร์เล่าให้ฟัง ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจึงแปลความได้ว่าปรีชญาณ์จงใจปลอมตัวเข้ามาอยู่ในบ้านของบุริศร์ ซึ่งมูลเหตุจูงใจของปรีชญาณ์ไม่ใช่เรื่องเงินแน่นอนเพราะเท่าที่ศิวัชเขาทราบบิดาของปรีชญาณ์มีฐานะดีและมีเธอเป็นบุตรสาวคนเดียว

“แม่สาวปริศนาของแกหน้าตาดีกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยว่ะ ฉันนึกว่าจะเป็นน้องนางบ้านนาตัวดำ ฟันห่าง ผมหยิกอะไรอย่างนั้น สวยอย่างนี้...ไม่รู้ฤๅษีชีไพรจะตบะแตกบ้างหรือเปล่า” แซวยิ้มๆ พลางจับสังเกตสีหน้าของบุริศร์ในฐานะเพื่อนที่รู้จักกันมานาน แต่นอกจากไม่มีอาการผิดปกติแล้ว บุริศร์ยังยิ้มเยื้อนเป็นปกติ

 

 

“ถ้าพูดดีไม่ได้ก็ควรหัดปิดวาจา คิดให้ดีให้ถ้วนถี่แล้วจึงพูดออกมา ตอนไม่พูดเราเป็นนายของถ้อยคำ แต่พอพ่นคำ มันเป็นนายเรา”

“เทศน์คล่องขนาดนี้บวชเลยไหม ผ้าไตรว่าง” ศิวัชเย้าเอาขำแล้วก็ไม่สนใจหน้าเคร่งของบุริศร์ กระเซ้าต่อว่า “น่าแปลกไหม เขาจำแกได้ แต่จำฉันที่แทบจะตัวติดกับแกตลอดไม่ได้เลยว่ะ เป็นไปได้ไหมที่เขาอาจเป็นคนแถวๆ บ้านเก่าของแก หรือไม่ก็รุ่นน้องตอนเรียนมหาวิทยาลัย ไม่แน่นะเว้ย เขาอาจเป็นเนื้อคู่ที่ตามแกมาจากชาติที่แล้วก็ได้”

“นายวัช บุญน่ะไม่ใช่แค่ใส่บาตรพระแล้วก็จบนะ แกต้องสำรวมกาย วาจา ใจให้ตั้งอยู่ในศีลห้า อย่าเอาเรื่องอกุศลมาทำให้ใจมัวหมองไม่เอาละ คุยกับแกแล้วเสียเวลา ฉันไปกราบท่านพระครูดีกว่า”

ศิวัชทำหน้าเมื่อยที่ถูกดุอีกครั้ง ตอนเรียนเป็นเพื่อนกัน ไหงเรียนจบแล้วมันกลายเป็นพ่อไปได้! แต่ถึงจะถูกดุ ถูกเทศนาอย่างไร ศิวัชก็ยังไม่วายตะโกนไล่หลัง

 

 

“แกไม่คุยกับฉัน ฉันไปคุยกับน้องปริศนาเองก็ได้วะ ดีเหมือนกัน เผื่อว่าเขาจะจำได้ว่ารู้จักเราเหมือนกัน จะได้พาไปพักที่บ้านบ้าง ไปล่ะละ!”

ศิวัชคงหัวเราะงอหาย ถ้าหันกลับมาเห็นว่าคนที่สำรวมกาย วาจา ใจเป็นอย่างดีมองตามจนกระทั่งเห็นว่าศิวัชเขาปรี่ไปช่วยปรีชญาณ์ล้างจาน

ด้านบุริศร์นั้นพอเห็นว่าทั้งสองคนสนทนากันถูกคอก็พยายามข่มใจว่า‘สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม’ เขาทำได้แค่แนะนำในฐานะมิตร ไม่สามารถอาจบังคับให้ทั้งสองคนกระทำหรืองดเว้นได้

 

 

เดี๋ยวมาต่อให้ช่วงค่ำนะคะ

 

 

ฝ่ายศิวัช หลังจากเดินหันหลังให้บุริศร์แล้ว เขาก็สลัดท่าทีทะเล้นอารมณ์ดีของตัวเองออก เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมเคร่งเครียดใส่ปรีชญาณ์ที่รีบยกมือไหว้พร้อมแก้ตัว

“ขอบคุณที่คุณวัชช่วยตามน้ำให้นะคะ คือ เปรียวจะเรียนให้ทราบว่าเปรียวมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ ไม่ได้ทำเพราะต้องการเล่นแผลงๆ หรือกลั่นแกล้งใครจริงๆ นะคะ” 

ปรีชญาณ์รีบบอกเพราะครั้งแรกที่เจอกันนั้น ศิวัชรู้จักเธอในฐานะต้นคิดจัดงานสละโสดให้ชลดา เจ้าสาวของศิวัชเขาด้วยการจ้างผู้ชายกล้ามใหญ่นุ่งน้อยห่มน้อยมาเอาอกเอาใจเจ้าสาวและผู้หญิงในงาน ทั้งที่เธอพยายามอธิบายแล้วว่ามวลหมู่ผู้ชายกล้ามโตที่เธอคัดสรรมาล้วนดำรงสปีชีส์เก้งกวาง เป็นชายรักชายทั้งสิ้น แต่ศิวัชก็ยังโมโหจัดและโกรธเธอมาก ซึ่งเขาอาจเอาคืนเธอด้วยการทำให้แผนเธอพังพินาศก็เป็นได้

“ครับ...  ผมรอฟังเหตุผลอยู่” ศิวัชปั้นหน้าเครียดใส่เพื่อนสนิทของภรรยา ทั้งไม่ไว้ใจและจับผิด

 

 

ปรีชญาณ์กัดริมฝีปากอย่างยุ่งยากใจ คือจะให้เธอบอกศิวัชตามตรงก็พอได้ แต่ก็มานึกกระดากใจที่ตนเองเป็นหญิง แต่วางแผนจีบผู้ชายเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ ปัญหาคือโอกาสสำเร็จยังเป็นศูนย์นี่สิ น่าอายจะตาย!

“ว่าอย่างไรครับคุณเปรียว เหตุผลจำเป็นแค่ไหนกัน ถึงต้องปลอมตัวมาอยู่กับนายริศร์มัน หรือว่า... หาอะไรทำสนุกๆ ตามประสา โดยมีเพื่อนของผมเป็นเหยื่อให้คุณต้มตุ๋น” เมื่อปรีชญาณ์ไม่ยอมบอกเหตุผล ศิวัชก็แกล้งยั่วให้โมโห แต่ปรีชญาณ์ที่ตั้งสติได้แล้วก็ไม่ได้เต้นตาม เธอรู้ตัวว่าตนเองเคยทำผิดจึงอธิบายช้าชัด

“ไม่ใช่นะคะ เปรียวทำเพราะ... เพราะ เพราะรักพี่ริศร์ค่ะ” โพล่งออกไปแล้วปรีชญาณ์ก็หายใจโล่งท้องขึ้น เออหนอ หรือว่าเธอควรจะบอกบุริศร์อย่างนี้บ้าง บอกออกไปโต้งๆ วัดใจกันไปเลย

 

 

ศิวัชฟังคำสารภาพรักของปรีชญาณ์ที่มีต่อบุริศร์อย่างไม่อยากจะเชื่อหูนัก คิดภาพไม่ออกว่าโลกกลมๆ ใบนี้หมุนโคจรในองศาใด ผู้หญิงเปรี้ยวจี๊ดจอมป่วนจึงรักปักใจต่อฤๅษีอย่างบุริศร์ได้ แถมไม่ใช่แค่หลงใหลได้ปลื้มธรรมดา แต่ถึงขั้นปลอมตัวมาใกล้ชิดเพื่อนของเขา หนักกว่านั้นคือ... ศิวัชมั่นใจว่าบุริศร์ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย

มองดวงตาเปี่ยมความหวังของปรีชญาณ์แล้วศิวัชก็ยอมใจร้ายตั้งคำถามที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริงว่า “ถ้าผมบอกคุณว่านายริศร์ไม่มีทางรักคุณล่ะ คุณเปรียวจะทำอย่างไรต่อไป”

ปรีชญาณ์เบิกตาโพลงใส่ กลัวสุดใจว่าจริงๆ แล้วบุริศร์จะคือเป็นชายรักชายในคราบฤๅษีมาดเคร่ง แต่ศิวัชก็รู้ทันเสียก่อน รีบขยายความให้เธอฟังชัดๆ “ผมหมายถึงถ้านายริศร์มันต้องการอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต ไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงคนใดในโลกนี้ คุณจะยังรักมันไหม”

 

 

ปรีชญาณ์หายใจไม่ออกไปครู่ใหญ่กับเพราะคำถามนั้น เพราะมันเป็นคำถามที่เธอถามตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ที่ยังรออยู่และยังมีพลังจะรักเขาอยู่ก็เพราะเธอ ‘เชื่อ’ ว่าตนเองจะทำให้เขารักได้ เชื่อว่าความสำเร็จมาจากความทุ่มเทและตั้งใจ ซึ่งตอนนี้ปรีชญาณ์ให้เขาหมดแล้วทั้งสองสิ่ง และคาดหวังว่าจะได้ใจเขาตอบแทนกลับมา

“เปรียวรักพี่ริศร์ และจะไม่เลิกรักเขาเด็ดขาด แต่ถ้าพยายามจนถึงที่สุดแล้ว พี่ริศร์ยังยืนยันว่าไม่ต้องการมีเปรียวในชีวิต เปรียวก็จะยอมรับการตัดสินใจของเขา”

 

 

คำตอบหนักแน่นกับน้ำตาที่คลอคลองหน่วยตาของปรีชญาณ์ทำให้ศิวัชยอมเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้ารักเพื่อนเขาจริงๆ และนั่นก็ทำให้ศิวัชยอมเปิดใจด้วยการแนะนำว่า

“นายริศร์มันเป็นคนชอบสร้างกฎ กำหนดเกณฑ์ให้กับตัวเอง และเคร่งครัดต่อทุกแผนที่ได้วางไว้ หลังจากสนใจเรื่องธรรมะนายริศร์มันก็ตั้งมั่นจะถือศีลแปด และไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”

“พี่ริศร์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงทุกคนก็ดีแล้ว แต่ควรยกเว้นเปรียวไว้สักคนสิคะ เปรียวก็แค่ผู้หญิงที่รักเขาเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลยที่พี่ริศร์จะต้องกังวลใจ บางครั้งพี่ริศร์ก็ทำอย่างกับว่าเปรียวจะสร้างความเสื่อมเสีย หรือทำให้ชีวิตเขาเสียหายพังพินาศไปอย่างนั้นล่ะ ละ เฮอะ! ทำเป็นเคร่งศีลดีนัก สักวันเถอะ เปรียวจะกระโดดกอดให้ศีลขาดเลย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น