ร้อยรักดลใจ (ตีพิมพ์กับ สนพ. Sugar beat)

ตอนที่ 24 : การไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

 

 

 

 

ศิวัชฟังปรีชญาณ์ฟ้องฉอดๆ เหมือนน้องสาวฟ้องพี่ชายแล้วก็ยิ้มขันออกมา ยิ่งเมื่อพูดจบแล้วเจ้าตัวถูมือคล้ายมันเขี้ยวบุริศร์นักหนา ศิวัชก็อดหัวเราะท่าทีของเธอไม่ได้ คิดไกลไปว่าหากบุริศร์ได้ผู้หญิงแสบสันอย่างปรีชญาณ์ไปเป็นคู่ครอง ชีวิตคงเหมือนตีลังกาอยู่บนสายรุ้งเจ็ดสี!

“ผู้ชายบางคนยิ่งไล่เขาก็ยิ่งหนี ยิ่งผู้ชายที่มีศีลธรรมเต็มขั้นอย่างนายริศร์ด้วยแล้ว หมอนี่ไม่มีทางตกลงในหลุมเสน่ห์ของคุณเปรียวเด็ดขาด และนายริศร์ก็เป็นคนหัวโบราณมาก ขืนคุณเปรียวกระโดดกอดมันตามที่พูด ถูกนายริศร์โยนออกนอกบ้านไม่รู้ด้วย”

ปรีชญาณ์ทำแก้มป่องทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น ศิวัชเห็นเข้าก็ยิ้มกว้าง มองซ้ายมองขวาก่อนพูดด้วยเสียงเบาลง

 

 

“รักของผู้ชายคนอื่นอาจเป็นรักที่ใช้ความใคร่เป็นตัวนำ แต่นายริศร์ไม่ใช่คนแบบนั้น คุณเปรียวต้องชนะใจเพื่อนของผมด้วยศีลด้วยธรรมที่เท่าเทียมกันครับ”

ปรีชญาณ์กะพริบตาปริบๆ ฟังอย่างไม่เข้าใจนัก ศีลนั้นพอท่องได้ห้าข้อ ส่วนธรรมนั้นจำได้แค่ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ เฮ้อ! ใครจะนึกล่ะว่าการจะรักผู้ชายสักคนจะต้องแม่นวิชาพุทธศาสนาขนาดนี้

“เรื่องศีลเรื่องธรรม เปรียวจะพยายามสำรวมกาย วาจา ใจให้ทัดเทียมพี่ริศร์ค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้าทำได้แล้วพี่ริศร์แกจะนึกรักตอนไหน ผู้ชายอะไรไม่รู้ความรู้สึกช้าจัง” ปรีชญาณ์บ่นอุบอิบ

 

 

ศิวัชฟังแล้วหัวเราะเบาๆ “นายริศร์มันไม่ได้ความรู้สึกช้าหรอกครับ แต่มันเป็นพวกกดความรู้สึกเก่งมากกว่า เอาเถอะ...ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมา ถ้าช่วยได้ผมจะช่วยเต็มที่”

เมื่อศิวัชเสนอมาอย่างนั้น ปรีชญาณ์ก็ไม่ขัดศรัทธา รีบเล่าเรื่องที่ต้องการให้ช่วยเสียยาวเหยียดก่อนแบไพ่ที่มีให้รู้เลยว่า“เปรียวมีเวลาเหลืออีกไม่มาก เพราะถ้าเปรียวทำให้คุณบุริศร์รักไม่ได้ เปรียวต้องกลับไปแต่งงานกับคู่หมั้นปลายเดือนหน้า”

ศิวัชครางอะไรบางอย่างออกมาก่อนถาม“คุณเปรียวคิดว่าถ้านายริศร์รักแล้ว มันจะช่วยล้มงานแต่งให้หรือ”

 

 

ปรีชญาณ์ส่ายหน้าทันทีเมื่อฟังจบ ไม่มีทางเธอรู้ดี การทำให้เขารักว่ายากแล้วแต่การจะให้เขาทำให้คนอื่นเดือดร้อน ร้อนใจ เป็นทุกข์ บุริศร์ไม่มีทางยอมทำได้ เขาอาจมองว่ามันคือการผิดศีลที่เขาจะแย่งชิงของรักของผู้อื่นด้วยซ้ำ

“พี่ริศร์ไม่ต้องล้มงานแต่งให้เปรียวหรอกค่ะ ขอแค่เขารักและต้องการให้เปรียวอยู่เคียงข้างก็พอ ที่เหลือเปรียวจัดการเองได้” ถ้าจัดการแปลว่าหนี ปรีชญาณ์คิดว่าเธอก็ได้จัดการไว้บ้างแล้วล่ะละ

ศิวัชพินิจพิจารณาเธออยู่ครู่ก่อนถามคำถามที่ปรีชญาณ์ไม่เคยคิดถึงมัน“คุณเปรียวไม่คิดบ้างหรือว่าตัวเองกับนายริศร์ต่างกันมาก คุณยังชอบสังคม ชอบการสังสรรค์ แต่นายริศร์มันเจ้าแห่งความสันโดษเลยนะครับ เคยลางานไปถือศีลครึ่งเดือนก็ยังมี”

 

 

ปรีชญาณ์คิดตามแล้วก็ยอมรับ จริงอยู่ว่าเธอชอบพบปะสังสรรค์กับญาติมิตรที่สนิทสนมกัน ซึ่งการสานสัมพันธ์ในหมู่กัลยาณมิตรไม่น่าจะใช่ปัญหา และขวบปีที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเฉียดกรายไปงานปาร์ตี้ปาร์ตีรื่นเริงสักครั้ง ด้วยใจไม่ได้ต้องการความสนุกสนานชั่วครู่ชั่วคราวอีกแล้ว

“คนเราไม่จำเป็นต้องฟังเพลงอยู่แค่จังหวะเดียวนี่คะ ร็อกอาจจะฟังมัน ฟังสนุกในบางโอกาส แต่แจ๊ซแจ๊สหรืออคูกูสติกก็ฟังเพลินเมื่อยามต้องการพักผ่อน เปรียวแน่ใจค่ะว่า...ความสุขของเปรียวมีชื่อว่าบุริศร์ และเปรียวก็พร้อมจะก้าวในจังหวะเดียวกับเขา”

แม้ปรีชญาณ์จะตอบได้ถูกใจตัวเองขนาดไหนแต่ก็ดูเหมือนจะไม่พอสำหรับศิวัช เพราะเขายังมีคำถามต่อมาอีกว่า “ผมไม่ได้ดูถูกความรู้สึกของคุณนะ แต่คุณเปรียวมั่นใจได้อย่างไรว่าความรู้สึกนี้คือความรัก ไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะเพียงเพราะนายริศร์เคยไม่สนใจคุณมาก่อน”

ปรีชญาณ์สบตากับศิวัชแล้วยิ้มให้ บอกจากก้นบึ้งของหัวใจว่า “เปรียวไม่ได้เชื่อว่าสิ่งที่รู้สึกคือรัก แต่เพราะเปรียวรัก จึงเชื่อว่าความรู้สึกที่ส่งไปจะทำให้พี่ริศร์รักตอบได้ในสักวัน ซึ่งถ้าถึงสุดท้ายแล้วพี่ริศร์ไม่ได้คิดเหมือนกัน เปรียวก็ไม่คิดว่าตัวเองแพ้ แค่รักก็ชนะแล้วค่ะ”

 

 

“ผมไปก่อนนะครับปริศนา แล้วเจอกันเร็วๆ นี้ครับ”

“รอด้วยใจจดใจจ่อเลยค่ะ” ปรีชญาณ์เอนตัวไปกระซิบ ก่อนจะกลับมายืนตรง เปิดยิ้มกว้างโบกมือตอบให้ศิวัชแววนัยน์ตาของเธอเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความสุขใจ เพราะนอกจากศิวัชจะไม่ขัดขวางเธอแล้ว เขาบอกว่าจะชวนเธอและบุริศร์ไปเที่ยวในสัปดาห์หน้า แค่คิดว่าจะมีทริปแสนโรแมนติกกับบุริศร์ ปรีชญาณ์หญิงสาวก็อยากจะเร่งวันเร่งคืนให้โลกหมุนไปถึงเวลานั้นเร็วๆ

“มารยาทไทย การลาผู้ใหญ่เขาให้ไหว้ ไม่ใช่โบกมือ”

เสียงเรียบเย็นจากด้านหลังทำให้ปรีชญาณ์สะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปยิ้มแหยให้บุริศร์ที่วางหน้านิ่งคงที่คงวา บางทีเธอก็อยากลองโยนงูยางใส่สักครั้ง อยากรู้นักว่ายังตกใจเป็นไหม

 

ต่อจ้า

 

 

 

เสียงเรียบเย็นจากด้านหลังทำให้ปรีชญาณ์สะดุ้งตกใจ ก่อนจะหันไปยิ้มแหยให้บุริศร์ที่วางหน้านิ่งคงที่คงวา บางทีเธอก็อยากลองโยนงูยางใส่สักครั้ง อยากรู้นักว่ายังตกใจเป็นไหม?

“ค่ะ... ฉันจะจำค่ะ ว่าแต่... ธุระพี่ริศร์เสร็จแล้วหรือคะ หรือว่าจะให้ฉันไปช่วยที่โรงครัวต่อ”

ท่าทางกระตือรือร้นของคนตรงหน้าทำให้บุริศร์มองอีกฝ่ายนิ่งนาน เมื่อครู่ตอนที่เดินออกมา เขาเห็นว่าเธอกระซิบกระซาบบางอย่างกับศิวัช และทั้งสองก็ยิ้มให้แก่กัน ซึ่งมันจะไม่ใช่เรื่องของเขาเลยถ้าศิวัชไม่ใช่เพื่อน และผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่คนในความดูแล

“งานเสร็จหมดแล้ว กลับบ้านดีกว่า”

 

 

คนพูดคิดอะไรไม่รู้ แต่คนฟังยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงเพียงเพราะแอบเติมคำว่า ‘เรา’ ให้กลายเป็น ‘กลับบ้านเราดีกว่า’ โดยไม่รู้ตัวว่าอาการตาลอยฝัน ยิ้มหวานหยดของตัวเองนั้น ทำให้คนมองหน้าเครียด

กว่าปรีชญาณ์จะออกจากฝัน บุริศร์ก็นั่งหน้าเคร่งอยู่หลังพวงมาลัย ซึ่งสีหน้าเครียดๆ ของเขาก็ทำให้ปรีชญาณ์เริ่มรู้ตัวว่าเธอน่าจะทำอะไรไม่เหมาะ ไม่ดีสักอย่าง ซึ่งถ้าพิจารณาจากทำจานแตกไปหนึ่ง แก้วสอง กับเด็ดขั้วมะเขือใส่แกงแล้วทิ้งผลลงถังขยะ ก็... สมควรโดนดุอยู่เหมือนกัน คิดแล้วปรีชญาณ์ก็ยิ้มจืดเจื่อนให้ และรีบก้าวขึ้นรถด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว

 

 

บนรถขากลับบรรยากาศในรถเงียบกว่าขามา เหตุเพราะตอนขามาปรีชญาณ์ซักถามเรื่องนั้นนู้นเรื่องนี้ราวกับเด็กเพิ่งเคยออกมาเจอโลกกว้าง และบุริศร์ก็มีแก่ใจจะตอบ ในขณะที่ขากลับ ปรีชญาณ์กลัวถูกดุจึงนั่งหันหน้ามองข้างทาง โดยไม่รู้ว่าคนขับสามารถเห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผ่านเงาสะท้อนของกระจก!

“ยิ้มอะไรนักหนา ชอบ... วัด ขนาดนั้นเลยรึ”

เสียงขรึมจากคนที่ขับรถเงียบๆ มาตลอดทางทำให้ปรีชญาณ์ไม่กล้าตอบในทันทีทันใด ชอบวัดไหม? ตามตรงแล้วเธอก็ค่อนข้างศรัทธาท่านพระครูที่วัดนี้นะ เพียงแต่... เธอเพิ่งมา ยังไม่คุ้นเคยกับแนวทางการปฏิบัติ และการสนทนาธรรมนัก แต่ถ้าเทียบกับวัดอื่นๆ ที่เคยไป ปรีชญาณ์ก็รู้สึกว่าวัดนี้ให้ความรู้สึกสงบและร่มเย็นกว่า

“ก็น่าสนใจนะคะ แต่จะให้บอกว่าชอบไหม คงต้องค่อยๆ ศึกษาไปค่ะ สัปดาห์หน้า ฉันขอติดรถพี่มาอีกนะคะ”

คำตอบไม่มี มีแต่แววตาเคร่งๆ ที่มองเธอแวบหนึ่ง ก่อนเขาจะหันไปสนใจถนนตรงหน้า เห็นอย่างนั้นแล้วปรีชญาณ์ก็ไม่กล้าเซ้าซี้ถาม แต่แอบนินทาในใจว่า ‘พี่ฤๅษีของเราก็อินดี้เหมือนกันนะ ถามเขาก่อนเองแท้ๆ แต่พอเขาถามกลับบ้าง ทำเป็นไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น’

 

 

 

จนเมื่อรถแล่นมาถึงบ้านและเข้ามาจอดในโรงรถเรียบร้อยแล้วนั่นละ บุริศร์จึงหันมาสนทนากับเธออีกครั้ง

“ครั้งหน้า นายวัชจะพาภรรยามาร่วมทำบุญด้วย คุณยังสนใจจะไปไหม”

“สนใจค่ะ ฉันอยากไป” ปรีชญาณ์ตอบแทบจะทันที อยากไปวัดกับเขา อยากไปทำบุญร่วมกัน และคงดีมากๆ ถ้าเธอได้เจอกับชลดา ภรรยาของศิวัช ว่าแต่... เธอตอบอะไรผิดหรือเปล่านะ?

ปรีชญาณ์ไม่ต้องสงสัยนานนัก บุริศร์ก็เตือนด้วยน้ำเสียงเครียดว่า “ผมเข้าใจว่าคุณลืมเรื่องราวความเป็นมาในชีวิตของตัวเองและลืมความสามารถที่เคยทำได้หลายๆ อย่าง แต่ศีลธรรม จริยธรรม เป็นสามัญสำนึกพื้นฐานที่ผมเชื่อว่าสมองจะไม่ลบเลือนส่วนนี้ไป อย่าเพิ่งคิดว่าผมตำหนิ ผมเพียงแค่อยากให้คุณไตร่ตรองให้ดี ไม่อยากให้คุณเสียใจหรือเสียความนับถือตัวเองไป ยิ่งถ้าคุณมีใครรออยู่ข้างหลัง ปัญหามันจะไม่จบไม่สิ้น”

 

 

ปรีชญาณ์นิ่งอั้นอยู่นานอย่างพยายามทำความเข้าใจทีละประโยค เขาบอกว่าเข้าใจที่เธอความจำเสื่อม แต่เชื่อว่าเธอจำเรื่องศีลธรรม จริยธรรมได้ เขาไม่ตำหนิ แต่พูดคล้ายไม่พอใจสักเท่าไร แล้วคนที่รอเธออยู่ข้างหลังคือใครล่ะ?

เป็นอีกครั้งที่ปรีชญาณ์ขยับตัวอย่างอึดอัด รู้สึกเหมือนยืนอยู่หน้าครูห้องฝ่ายปกครองระเบียบจัด ที่พร้อมจะฟาดก้นและสั่งให้เธอวิ่งรอบสนามฟุตบอลถ้าทำผิด เดี๋ยวนะ ทำผิดเหรอ?

“พี่ริศร์คิดว่าฉันชอบคุณวัชหรือคะ”

 

 

บุริศร์อึ้งไม่น้อย เพราะนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถามตรงๆ และไม่มีท่าทีเขินอาย มีแต่แววตาคล้ายผิดหวังเสียใจ แววตาที่ทำให้เขารู้สึกผิด

ปรีชญาณ์ยิ้มขื่นออกมา พยายามจะเข้าใจเขาว่าเธอคือคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้หัวนอนปลายเท้า จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่ไว้ใจเธอ แต่ไม่มีสักเสี้ยวใจเชียวหรือ ที่เขาจะรับรู้ว่าเธอรู้สึกต่อเขาอย่างไร แววตาของเธอ ท่าทีของเธอชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว เขายังเข้าใจผิดว่าเธอชอบศิวัชได้ หัวใจของพี่อยู่ที่ไหนกันนะ พี่ริศร์!

“ถึงฉันจะพร่องศีลพร่องธรรมไปบ้าง แต่เรื่องผิดผัวผิดเมียคนอื่น ฉันไม่ทำแน่นอนค่ะ และถ้าฉันชอบคนอื่นได้จริงก็คงไม่มาอยู่ที่จุดนี้หรอกค่ะ พี่ริศร์อย่ากังวลไปเลย” พูดจบปรีชญาณ์ก็ก้าวลงจากรถไป ปล่อยให้บุริศร์นิ่งขึงอยู่กับคำบอกรักที่ยากจะคาดเดาว่าเขาเข้าใจมันบ้างหรือไม่ หรือบางที เขาอาจจะเข้าใจ... แต่ไม่ใส่ใจจะรับรู้

 

 

 

Talk

อยากบอก >>>> ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทำปกแล้วนะคะ แต่ยังไม่เสร็จเนาะ เสร็จแล้วจะเอามาอวด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น