[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 67 : ตอนที่ 65 ดวงใจหวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    12 ม.ค. 63







    

      10 ปีต่อมา






      ณ หลันหลิง จิน








   
      เหล่าประมุขทั้งหลายต่างเดินทางมาเพื่อร่วมงานการแต่งตั้งประมุขคนใหม่ของตระกูล ทุกอย่างดูโอ่อ่าอลังการสมกับที่เป็นตระกูลจิน โดยมีประมุขเจียงเฉิงคอยจัดการพิธีต่างๆให้ ส่วนจินหลิงก็ไปคอยต้อนรับแขกพร้อมกับเพื่อนสนิทจากตระกูลหลานอย่างซือจุย

     "ซือจุย แล้วจิ่งอี๋ล่ะ...เขาไม่มาด้วยหรือ?"

     "เขาบอกว่ายุ่งเลยจะมาวันพรุ่งนี้...อาหลิง เจ้าเป็นอะไรไป?" ซือจุยเอ่ยยถามเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายหม่นลง

     "เขาทำใจได้แล้วหรือ? เรื่องของฟูหยาง..."

     "ยังหรอก แต่ก็ไม่หนักหนาเหมือนเมื่อก่อน สองสามปีมานี้เขาออกมาพบปะผู้คนบ้างแล้ว ถึงแม้จะกลับมาร่าเริงดังเดิม...แต่ในใจของจิ่งอี๋ก็ยังคงเหมือนเดิม" ซือจุยอธิบาย จินหลิงพยักหน้าเข้าใจ


   






    
     เวลาผ่านไปจนเมื่อใกล้ถึงฤกษ์งามแต่งตั้งเสียงฆ้องดังสนั่นเรียกให้ทั้งสองเข้าไปในงานแล้วแยกกัน  ซือจุยเดินมาอยู่กับกลุ่มของโอวหยาง และมองไปยังบัลลังค์ของตระกูลจิน
    
     "บัดนี้! ได้เวลาการแต่งตั้งประมุขคนใหม่ของตระกูลจิน...คือ"





     "ประมุขจินไท่จือ!!" พวกซือจุยถึงกับยิ้มค้าง หันขวับไปยังบนบัลลังค์ด้วยความไม่เข้าใจ ชายสูงอายุคนหนึ่งเดินขึ้นบนบัลลังค์แล้วยิ้มเยาะก่อนจะนั่งลงบนบัลลังค์

     "นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน! ผู้อาวุโส!!" เจียงเฉิงรีบแย้งด้วยความไม่เข้าใจ

     "จินหลิงนั้นยังเด็กเกินกว่าที่จะรับช่วงต่อ ครานี้ข้าจะขอรับหน้าที่แทนไปก่อนจนกว่าเขาจะพร้อมมากกว่านี้" ชายแก่บนบัลลังค์เอ่ย ก่อนที่หลานซีเฉินจะแย้งขึ้นบ้าง

     "เรียนผู้อาวุโส แต่ในยามนี้จินหลิงก็อายุเหมาะสมจะขึ้นเป็นประมุขแล้ว เหตุใดท่านถึง---"

     "ฮึ! นี่เป็นคำตัดสินของเหล่าคนในตระกูลแล้ว หากใครจะคัดค้านข้าก็จะตอบให้หมด"

     "..."

     "...ฮึ เป็นอันว่า--"

    






      ตึงงงง!!






     "ข้าขอคัดค้าน!"



      เสียงดังลั่นหน้าประตูทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง

     ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดสีเขียวทิวไผ่ปักดิ้นเงินลวดลายไม้เถา ด้านหลังของเด็กหนุ่มวัยสิบสามคือสัตว์ประหลาดที่มีอานสำหรับนั่งบ่งบอกว่ามันคือพาหนะ ท่วงท่าดูเกรงขามไม่น้อยก้าวเข้ามาในท้องพระโรงจ้องมองประมุขแก่ของตระกูลจิน

     "เจ้าเป็นใคร!"

     "...ขออภัยที่ข้าแนะนำตัวช้าไป"

     "..."

     "ข้าคือประมุขหลิว และข้ามาที่นี่เพื่อคัดค้านการขึ้นเป็นประมุขของท่าน!!" เด็กหนุ่มชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงอำนาจ พวกเขาถึงกับสะอึกไม่น้อย

      

   เจียงเฉิงและจินหลิงถึงกับนิ่งอึ้งด้วยความสับสน กับการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ แต่ในใจอีกส่วนหนึ่งพวกเขากลับรู้สึกอุ่นใจอย่างน่าประหลาด

     "น หน้าไม่อาย! เจ้าเด็กน้อยอย่างเจ้าจะมาคัดค้านได้---"

     "ก็ยังดีกว่าพวกท่านที่หน้าไหว้หลังหลอก...ข้ามาที่นี่มีเหตุผลอยู่สองประการให้ท่านได้เลือก"

     "..."

     "หนึ่ง จะเป็นศัตรูกับเรา หรือสอง..."

     "..."

     "จะเป็นพันธมิตรกับเรา"

     "..."

     "เคยมีคนบอกท่านไปแล้ว ท่านอย่าคิดว่าเมื่อคนผู้นั้นมิได้อยู่ก็เป็นโมฆะ ผิดแล้ว...พวกข้านี่แหละที่จะสานต่อเอง!" เด็กหนุ่มว่าก่อนที่เกราะแขนหนิงอันจะปรากฏออกมา ทุกคนต่างตกตะลึงไปตามๆกัน



     "ตระกูลหลิวจะยอมเป็นพันธมิตรกับตระกูลจิน...ก็ต่อเมื่อผู้ที่สืบตำแหน่งประมุข คือจินหลิง บุตรของจินจื่อเซวียนและแม่นางเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่งเท่านั้น!!!"









    ทุกอย่างคลี่คลายลงด้วยดี จนกระทั่งงานเลี้ยงฉลองวันแรกได้จบลง ประมุขน้อยตระกูลหลิวได้ขอเดินทางกลับโดยไม่ลืมที่จะมอบของกำนัลให้  เหล่าชายหนุ่มต่างมองจินหลิงรับหีบใบเล็กมาแล้วมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย


     

     "ประมุขหลิว ลำบากท่านแล้ว..."

     "ไม่เลยขอรับ ข้าเองก็มาเพราะเป็นหน้าที่ของข้าซึ่งเป็นผู้นำของตระกูล...พวกท่านอาวุโสกว่าข้า โปรดเรียกชื่อของข้าเถอะขอรับ" เด้กหนุ่มตัวน้อยกล่าวด้วยวาจาสุภาพ

     "แล้วนามของเจ้า..."


     "ลู่หลง ขอรับ.....ข้าชื่อ หลิวลู่หลง"












  



     ณ อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่



     เสียงฉินบรรเลงยามพลบค่ำ เหล่าศิษย์ตระกูลหลานต่างรู้สึกชินชาเสียแล้ว

 


     "จิ่งอี๋...ยังเล่นอยู่อีกเหรอ" เว่ยอิงว่าขณะมองออกไปข้างนอกบานหน้าต่าง โดยที่ตนนั้นนอนบนตักของคนรักในชุดขาวพิสุทธิ์

     "..."

     "หลานจ้าน...เจ้าเข้าใจเขาหรือ?"

     "อืม"

     "...เหมือนกับตอนที่เจ้าเล่นฉินเรียกหาข้าไหม?" อีกฝ่ายก็พยักหน้าแล้วคว้ามือบางไปกุมไว้

     "รอ แม้จะผ่านไปจนมิอาจกลับมา เขาก็จะรอ...จนกว่าจะได้พบกัน"










     ณ เขตชายแดนของชิงหลินหรง


     "ท่านรองประมุข...." ศิษย์คนหนึ่งโค้งคำนับเด็กสาวที่เดินมาทักทายและรับคำรายงาน 

     "วันนี้เดินลาดตระเวนเป็นอย่างไรบ้าง?" เด็กสาววัย 12 ปีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะมองผ่านหลังของศิษย์คนนั้นก็เห็นพวกเด็กสี่ห้าคนถูกพามาหา

     "เราพบตัวเด็กที่เคราะห์ร้ายเหล่าขอรับ"

     "..."

     "พวกเขา...มาจากที่ใด แล้วพ่อแม่พวกเขาล่ะ?"

     "...พวกเขาถูกขายเป็นทาสขอรับ ส่วนเด็กคนนี้ก๋เช่นกันแต่จะถูกขายให้หอแดง"

     "ส่วนเด็กชายสองคนนี้ บ้านถูกโจรปล้นและฆ่าล้างตระกูลขอรับ"

     "....เฮ้อ พวกเจ้าไม่มีที่ไปแล้วหรือ?" ทุกคนส่ายหน้าพร้อมเพรียง เด็กสาวมองนิ่งก่อนจะยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเมื่อมีเด็กชายตัวน้อยเดินมากอดขาแล้วเอ่ยถามด้วยความใสซื่อ

     "พี่สาว ที่นี่จะมีข้าวให้ข้ากินไหมขอรับ?"

     "อืม มีสิ พวกเจ้าจะได้กินเต็มอิ่ม ได้ที่นอนอุ่นๆ แล้วก็ได้เรียนด้วยนะ" เด็กน้อยตาเป็นประกายก่อนจะบอกให้ศิษย์นำทางพวกเขาไปยังที่พักรับรอง


     เด็กสาวเดินทางมองซ้ายขวาราวกับหาใครบางคนจนกระทั่งมีสาวใช้กลุ่มหนึ่งเดินทางผ่านแล้วก้มหัวเคารพ

     "ท่านรองประมุข"

     "ท่านป้าซือซือ'เหนียงเหนียง'ล่ะเจ้าคะ?"

     "เห็นว่าจะออกไปหาอสูรที่ป่าชายแดนหลันหลิงน่ะเจ้าค่ะ มีเรื่องด่วนอันใดหรือไม่เจ้าคะ?" 

     "ไม่มีหรอกเจ้าค่ะ อ้อ ข้าวานให้ท่านป้าซือซือกับเด็กๆไปดูแลคนที่มาใหม่ด้วยนะเจ้าคะ" ซือซือพยักหน้ารับทราบก่อนที่จะเดินสวนกันไป 











     ตุบ!


     เด็กสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าน้ำตกก่อนจะนั่งบนก้อนหินมองพวกศิษย์ทั้งหลายฝึกวิชากันอย่างคึกคัก ในตอนนั้นก็มีสัมผัสของบางสิ่งมานั่งข้างๆ ซึ่งนั่นก็คือชายหนุ่มถือไหน้ำเต้าแล้วยกขึ้นดื่ม

     "นางหนีเที่ยวอีกแล้วหรือ?"

     "ก็ประมาณนั้นแหละ เอาเถอะ ให้ท่านพักบ้างก็ดี...ข้าไม่ได้ห่วงนักหรอก" เด็กสาวเท้าคางพูดลอยๆ ชายหนุ่มหัวเราะก่อนจะยกมือวางบนกลุ่มผมนิ่มด้วยความเอ็นดู

     "พวกเจ้านี่เป็นเด็กดีกว่าที่คาดเลยนะ ข้าล่ะนับถือใจนางจริงๆที่สามารถกำราบพวกเจ้าได้"

     "ข้าก็มิได้คิดว่าจะได้มีชีวิตขึ้นมีอีกครั้งหรอกนะ แต่ว่าการกระทำของนางทำให้พวกเราอยากที่จะเชื่อใจดูบ้าง....ท่านก็คิดเช่นนั้นไช่ไหมล่ะ หลิวซิ่นซือ?" มือเรียวนุ่มยกขึ้นจับยินเชิงฮัวสีเขียวเข้มแล้วเอ่ยถามวิญญาณข้างๆ

     "...อืม เป็นเช่นนั้น พวกเจ้ามิได้เป็นอย่างที่ใครๆเขาเล่าลือกันสักนิด"

     "ฮิๆๆ ต้องขอบคุณนางเลยนะ" เด็กสาวยิ้มกว้างก่อนจะผุดลุกขึ้นถ้าชายที่นั่งอยู่ไม่รั้งไว้เสียก่อน

     "เดี๋ยว..."

     "...?"

     "แล้ว...ตอนนี้เจ้ามีความสุขดีหรือไม่ ลี่เฮย?" เด็กสาวมองอีกคนตาปริบๆก่อนที่ซิ่นซือจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า

     "...อื้อ! ข้ามีความสุขมากเลย"


   "ข้า...ขอโทษ ที่ผ่านมาพวกข้าทำกับพวกเจ้า--"

     "ข้าไม่โกรธพวกท่านแล้ว และตอนนี้ ข้าไม่ได้ชื่อลี่เฮยแล้วนะ" เธอยกยิ้มกว้างแล้วพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น ที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยกยิ้มคลายความกังวล

     "?"

     "ลู่หลิน...หลิวลู่หลิน คือชื่อของข้า(^^)" เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังหมู่บ้าน 













      หลิวซิ่นซือมองแผ่นหลังเล็กๆด้วยความรู้สึกเป็นสุข ก่อนที่จะมีร่างระหงของผู้เป็นน้องสาวเดินมานั่งข้างกายแล้วมองแผ่นกลังเล็กๆนั้นเช่นกัน

     "ท่านพี่คิดสิ่งใดอยู่หรือ?" ซิ่นซือเหลือบมองน้องสาวแล้วยิ้มถอนหายใจ

     "ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆ อสูรที่ตระกูลเราต่างตราหน้าว่าเป็นปีศาจที่ร้ายกาจ...แท้จริงแล้วพวกเขานั้นทั้งหวาดกลัว และโศกเศร้ามากเพียงใด"

     "..."

     "เราฆ่าพวกเขา ทั้งที่พวกเขาปกป้องโลกของเรามานับตั้งแต่พวกเราไม่เกิด...พวกเขาไร้ทางสู้ ไร้อาวุธ และมิได้ทำร้ายเรา" เหม่ยเจี้ยนก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิดบาป ก่อนจะเงยหน้ามองเด็กสาวอดีตครึ่งอสูรที่กำลังคุยกับพวกศิษย์อย่างสนุกสนานและหัวเราะ

     "พวกเราทำกับพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม..."

     "ยามนี้ครึ่งอสูรได้สาปสูญไปตลอดกาลแล้ว...เหลือแค่เพียงเครื่องเตือนใจอย่างพวกเขา ไม่ให้เดินทางผิดอีก"














    

     ในเย็นวันนั้น 


    หลิวลู่หลงเดินทางกลับมาถึงตระกูลโดยที่มีเด็กสาว และคนรับใช้ออกมาต้อนรับ และทั้งคู่ก็เข้าไปพูดคุยกันตามประสาพี่น้อง ลู่หลงเล่าเรื่องทุกอย่างให้กับน้องสาวของตนฟัง เด็กสาวแผลกใจไม่น้อยกับคำบอกเล่าของเขา

     "คุณชายหลานผู้นั้นเป็นหนักถึงขนาดนั้นเลยหรือ?"

     "อืม"

     "แล้วเจ้าไปที่หลันหลิง...เป็นอย่างไรบ้างล่ะ?"

     "เจ้าตาแก่พวกนั้นเล่นไม่ซื่อ ข้ารู้สึกได้ตั้งนานแล้วว่าพวกมันเจ้าเล่ห์...ข้าก็เลยขู่ไปว่าหากพวกมันไม่ยอมให้จินหลิงขึ้นเป็นประมุข ข้าจะยกกองทัพอสูรไปถล่มมันซะเลย" ลู่หลินระเบิดหัวเราะชอบใจทันที

     "ฮ่าๆๆ! ต้องแบบนี้สิ...อ้าว อาหลง เจ้าเป็นอะไรไป?" ลู่หลินเอ่ยถามคนตรงหน้าที่มองซ้ายมองขวา

     "แล้วเหนียงเหนียงล่ะ?"

     "เห็นท่านป้าซือซือบอกว่าไปเที่ยวที่ป่าเขตหลันหลิงแน่ะ ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่...ทำไมหรือ?"

     "...ข้าว่าคงถึงเวลาแล้วล่ะ พวกประมุขจินเป็นห่วงสภาพจิตใจของคุณชายหลานผู้นั้นไม่น้อย" ลู่หลงว่าพลางจับเข่าตัวแน่นขึ้นไปอีก

     "เกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง?"

     "พวกเขาบอกว่าสองสามปีมานี้อาการดีขึ้นมาก หากเป็นเมื่อก่อนช่วงสามเดือนแรกเขาไม่ออกจากเรือนสำนึกตนเลย อีกทั้งยังถูกโบยด้วยแส้วินัย 50 แส้ ข้าวปลาไม่ยอมทาน แล้วคุณชายหลานซือจุยบอกว่าก่อนเขาจะรับโทษ...เขาขอให้สอนเล่นฉิน แต่ขอให้สอนเพียงบทเพลงเดียว"

     "...บทเพลงเดียวหรือ?"

     "อืม บทเพลงถามไถ่วิญญาณ เขามิยอมให้สอนบทเพลงชำระจิตหรืออะไรเลย...มันทำให้ข้านึกถึงหลานวั่งจีที่เคยทำเช่นนั้นหลังจากที่เว่ยอู๋เซี่ยนตายจากไป" เด็กสาวนั่งนิ่งแล้วหลับตาถอนหายใจก่อนจะลืมตาขึ้น

     "อาหลง ข้ามีความคิดดีๆอย่างหนึ่ง"

     "อะไรล่ะ? เจ้าว่ามาสิ"

     "เราลองส่งสาส์นเทียบเชิญเขามาเป็นการส่วนตัวดีไหม"

     "เขาจะยอมมาหรือ อาหลิน?" เด็กสาวยิ้มแฉ่งแล้วพูดขึ้นต่อ

     "เจ้าก็น่าจะรู้...หากเป็นสาส์นเทียบจากเจ้าโดยตรงพวกเขาคงไม่กล้าปฏิเสธแน่นอน ออกจะยินดีเลยด้วยซ้ำไปนะ"

     "แบบนี้นี่เอง เจ้านี่ฉลาดจริงๆนะ อาหลิน"

     "ก็เหมือนกับเจ้านั่นแหละ อาหลง!" ทั้งสองยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปทานมื้อเย็นที่ถูกจัดเตรียมไว้ในโถง ก่อนที่จะแยกกันไปนอนแต่ละตำหนักขอตัวเอง ลู่หลงก็เอ่ยถามน้องสาวอีกครั้ง

     "อาหลิน"
    
     "หืม?"

     "แล้วเหนียงเหนียงควรจะทราบหรือเปล่า?"

     "ข้าจะคุยกับให้เอง เจ้าน่ะจัดการเชิญเขามาเถอะ"

     "เข้าใจแล้ว แต่เราจะเชิญเขามาเมื่อไหร่ดีล่ะ?" เด็กสาวยกยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

     "วันมะรืนนี้เลย ถ้ากะทันหันเกินไปข้าคิดว่าเหนียงเหนียงของพวกเราจะตั้งตัวไม่ทันน่ะ" อาหลงพยักหน้าเข้าใจก่อนจะบอกน้องสาวแล้วหมุนตัวเดินจากไป

     "Good night อาหลิน"

     "You too อาหลง"
















     วันต่อมา 


    
     ณ อวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ 


     ก๊อกๆๆ!

     "เข้ามาได้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังสะสางงานตรงหน้าอย่างสงบเงียบ

     ศิษย์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับมีหนังสือเทียบเชิญในมือก่อนจะนำมันวางบนโต๊ะของชายหนุ่ม ดวงตาคมเข้มละจากงานตรงหน้าหยิบเทียบเชิญขึ้นมาอ่าน

     "หนังสือนี่ถึงข้าหรือ?"

     "ขอรับ ส่งถึงท่านจิ่งอี๋โดยตรงเลย" หลานจิ่งอี๋นั่นนิ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วบอกให้เขาออกไป 

     หลังจากที่ประตูปิดสนิทแล้วตนจึงหยิบเทียบเชิญมาเปิดอ่าน ลายมือที่ไม่คุ้นเคยเขียนเชิญตนมาเพื่อร่วมดื่มน้ำชาและพูดคุย ก่อนจะลงนามว่าผู้เขียนคือ ประมุขของตระกูลหลิว ทำให้ตนผุดลุกขึ้นนั่งแทบไม่ติดพื้น ในหัวเริ่มตีกับสับสนไปหมด

     "เป็นไปได้อย่างไร...ซือจุย! ซือจุยเจ้าอยู่ที่ไหน?" จิ่งอี๋เดินออกจาหเรือนสำนึกตนเพื่อไปหาเพื่อนสนิทที่อยู่อีกเรือน















     "ซือจุย!"

     "จิ่งอี๋?!...เกิดอะไรขึ้น เจ้าดูแตกตื่นมากนะ" ซือจุยที่กำลังนั่งอ่านตำราเอ่ยถามเพื่อของตน อีกฝ่ายเดินมานั่งอีกฝั่งแล้วส่งหนังสือเทียบเชิญให้ดู

     "ประมุขหลิว นี่หมายความว่าอย่างไร? ตระกูลหลิวฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือ?"

     "...อาจจะใช่"

     "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

     "เมื่อวานข้าพบประมุขหลิว เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มตัวน้อยแต่ดูเฉลียวฉลาดพอดู...เด็กคนนั้นเป็นประมุขหลิวนี่คือสิ่งที่พวกข้ารู้ แต่ที่น่าแปลกขึ้นพวกเขาถามถึงเจ้าด้วย"

     "ถามถึงข้า?"

     "อืม ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจ้าและสิ่งที่เจ้าเป็นในยามนี้ให้พวกเขาฟัง...พวกเขาคงกังวลเลยอยากจะชวนเจ้าไปพูดคุยกระมัง"

     "ทำไม?"

     "ข้าก็ไม่รู้...บางทีหากเจ้าตอบรับคำเชิญอาจจะมีคำตอบรอเจ้าอยู่ก็ได้" จิ่งอี๋นิ่งงัน มองปกที่ทำจากไม้ไผ่และทาเคลือบไว้อย่างเรียบง่ายก่อนจะสบมองสหายที่ยกยิ้มให้

     "อืม ข้าจะไป..."

     "ขอให้เจ้าได้คำตอบที่เจ้าต้องการนะ ท่านว่าที่รองประมุข"

     "ขอบคุณท่านมาก ว่าที่ประมุขหลาน"
















     ณ ชินหลินหรง




     จิ่งอี๋ได้เดินทางมายังชิงหลินหรงตามคำเชิญเพียงลำพัง ก่อนจะมีศิษย์คนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับและพาเขาไปยังสำนักเซียนที่อยู่ท่ามกลางทิวไม่ไผ่ล้อมรอบ ชายหนุ่มมองไปรอบๆด้วยความแปลกตา เขามองเห็นอสูรอยู่ประปรายแต่กลับอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ทำให้ตนนั้นพลันคิดถึงเจ้าของเสียงใส ที่เคยพูดคุยกับพวกมันอย่างอ่อนโยน

     "ขอต้อนรับสู่ชิงหลินหรงขอรับ คุณชายหลาน" เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น จิ่งอี๋ประสานมือทักทายตอบกลับอีกฝ่าย

     เด็กหนุ่มและเด็กสาวคำนับทักทายแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินลงมาจากบัลลังค์ จิ่งอี๋พินิจมองด้วยความสงสัยและมีคำถามมากมาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร

     "ข้าน้อยมีนามว่า 'หลิวลู่หลง' ขอรับ ส่วนทางนี้น้องสาวข้า 'หลิวลู่หลิน' ต้องขอขอบคุณท่านที่ตอบรับคำเชิญจากผู้น้อยขอรับ"

     "ไม่เลย เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านเชิญข้ามา..."

     "ท่านเรียกพวกข้าด้วยชื่อก็ได้เจ้าค่ะ พวกข้าเป็นผู้น้อยถึงแม้จะมีตำแหน่งสูงกว่าแต่พวกข้ามินับ" จิ่งอี๋มองเด็กทั้งสองแล้วพยักหน้ารับ

     "อืม ลู่หลง ลู่หลิน"

     "ท่านคงเบื่อหน่าย ต้องขออภัยด้วยเพราะตอนนี้เรามีงานเร่งด่วน...ขอให้ท่านเดินเที่ยวชมตามสบายก่อนนะขอรับ ข้าจะให้อาหลินน้องสาวข้าพาท่านเที่ยวชม"

     "เชิญประมุขหลิวตามสบาย" เด็กหนุ่มคำนับลาก่อนจะเดินตามเด็กสาวที่ผายมือเชิญเขาไปเที่ยว

















     เวลาผ่านไป


   
     "ทางข้างหน้านี่จะมีน้ำตกอยู่เจ้าค่ะ ที่แห่งนั้นสงบมากท่านคงชอบ---"

     ตึกๆๆ!

     "ท ท่านรองประมุขขอรับ!" ในตอนนั้นก็ศิษย์คนหนึ่งวิ่งมาหาทั้งสอง จนลู่หลินต้องเอ็ดเบาๆ

     "ชู่ว! เสียมารยาท เรามีแขกนะ!"

     "ข ขออภัยขอรับ แต่เรามีเรื่องด่วนที่ต้องให้ท่านไปช่วย!" เด็กสาวถอนหายใจก่อนจะหันไปเพื่อจะขอดทษ แต่จิ่งอี๋ยกยิ้มแล้วพูดขึ้น 

     "ไปเถอะ ข้าจะไปเองก็ได้..."

     "ต้องขออภัยจริงๆเจ้าค่ะ! หลังจากข้าเสร็จงานแล้วจะให้คนยกน้ำชาไปให้นะเจ้าคะ!...นำทางไปเร็ว!" เมื่อทั้งสองจากไปชายหนุ่มจึงเดินไปยังน้ำตกเพียงลำพัง







     ซ่าาาาาาาาาา

 
     เสียงน้ำตกดังแว่วพร้อมกับบรรยากาศที่เย็นลง กลิ่นชื้นอบอวลชวนให้รู้สึกสดชื่นตรงหน้าของชายหนุ่มคือน้ำตกขนาดหลางที่แสนเงียบสงบและงดงาม แต่ทว่าเขานั้น...

     กลับมิได้อยู่เพียงลำพัง...


     ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โขดหินริมผา ด้านข้างนั้นมีนกยูงสีขาวนวลตัวจ้อยคล้อยเคลียไม่ห่างก่อนที่มันจะบินจากไป เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกมัดรวบสูงและถักเปียทับผ้าผูกผม ทันทีที่อีกฝ่ายผุดลุกขึ้นแล้วหันหน้าสบมองดวงตาคมเข้ม....แค่นั้นก็มากพอที่ทำให้ชายหนุ่มที่เงียบขรึมมาตลอดถึงกับน้ำตาคลอ   

     "น...นี่"

     "..."

     "ตอนนี้...ข้าโตกว่าเจ้าแล้วนะ เจ้าจะตอบรับข้าได้หรือยัง?" 

     "..."  หญิงสาวตรงหน้านิ่งเงียบก่อนจะยกยิ้มให้แล้วเดินไปใกล้อีกฝ่ายจนระยะห่างเพียงแค่ฝ่ามือ มือเรียวยกขึ้นทาบแก้มของอีกฝ่ายใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาของชายหนุ่มใบหน้าคมแต่แสนขี้เล่นอย่างเบามือ 




   










     "โตแล้วทำไมยังร้องไห้อยู่ล่ะ?"










เป็นปลื้มที่เห็นเม้นตอนที่แล้ว ขึ้น 30 กว่าเม้นต์ 

เตี้ยเป็นปลื้มมมมมมมม

อ่ะ แถมให้อีกตอนค่ะ!

เจอตอนต่อไปวันศุกร์นะคะ (^3^)




























เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1610 Rosemarie (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 25 มีนาคม 2564 / 20:37
    ซือซือนี่ใช่คนที่น้องรักษาหน้าให้ปะ
    #1,610
    0
  2. #1597 icesupicha (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 00:25

    10 ปี ยังมาเร็วกว่าคู่หลานจ้านอีกนะ

    #1,597
    0
  3. #1476 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:14

    เยี่ยมมมมในที่สุดก็เจอกันแล้วววว
    #1,476
    0
  4. #1400 รินเจ้าค่ะ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 08:10
    ไรท์! ร้ายกาจมาก! ฟูหยางตาย! ใช่ฟูหยางตาย! แต่! นางเอกไม่ใช่ฟูหยาง! นางยังมีร่างของตัวเอง! อ๊ากกกกกกกก ไรท์นิสัยเสียยย
    #1,400
    0
  5. #1349 Olivia1112 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:41
    โอ๊ยยยย ขนลุกอ่ะ แงงงงงงง
    #1,349
    0
  6. #1348 ljoy (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 21:59

    แงงงงงงงงงงงงงง
    #1,348
    0
  7. #1347 Artidtaya (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 18:41

    รอค่าาา
    #1,347
    0
  8. #1345 Bts k-pop (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 17:40
    ค้างงงงงมากกกกกกค่ะ จะรออ่านนะคะ
    #1,345
    0
  9. #1344 Ying_Io..V (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 08:51

    มันค้างงงงงงงงงง //ต้องการความหวานนนน
    #1,344
    0
  10. #1343 Black Sakura addiction (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 01:08

    ต้องการน้ำตาลในเส้นเลือดด่วนค่ะ แบบนี้มันค้างงงงงง
    #1,343
    0
  11. #1342 0815367323 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 20:25

    อยากรู้โว้ยยยยยยยยยยยยย
    #1,342
    0
  12. #1340 Namloly (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 17:36

    ตาย กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดอีนี่ใจไม่ดีเลยคร่า~
    #1,340
    0
  13. #1339 polytome (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 14:48
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ กรี้ดดดดดดดดดดดดดหยางกลับมาเเล้ววววววว
    #1,339
    0
  14. #1338 polytome (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 14:04
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ กรี้ดดดดดดดดดดดดดหยางกลับมาเเล้ววววววว
    #1,338
    0
  15. #1337 magiamp59013 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 13:12

    กี้ดดดดดดดดดดดดด
    #1,337
    0
  16. #1336 Smile~Bunny (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 11:33

    กรี๊ดดดดดสู่ขิตแล้วแม่ไม่ไหวแล้ว หยางๆน้อย
    #1,336
    0
  17. #1334 mizenjizaza (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 08:14
    Good!!!!ต่อๆๆๆสตุกมากกกหยางๆยังอยู่~~~~~~
    #1,334
    0
  18. #1333 Nine1296 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 07:41
    ว่าหยางๆยังอยู่
    ถึงบอกไงนิยายยังไม่จบอยากพึ่งนับศพตัวละคร
    #1,333
    0
  19. #1332 DukDik C. (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 07:32
    ฮือออออออแอออออออออสมเมเอสอมทอแอออออออออออออออออ
    #1,332
    0
  20. #1331 chanagarn2002 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 07:09
    เจอกันอีกทีไกลจังอ่าาาาา หมดกำลังใจเรียนเลย
    #1,331
    0
  21. #1330 oporlove7754 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 07:03
    วู้วววววววหยางหยางกลับมาแล้ววววว
    #1,330
    0
  22. #1329 thanannt (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:49
    เย้ยยยยยเจอกันแล้วววว
    #1,329
    0
  23. #1328 554910140 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:45
    แล้วจิ่งอี๋จะอยู่ที่กูซูเป็นรองประมุขต่อ
    รึว่าหยางหยางจะกลับไปกูซู
    รึจิ่งอี๋จะอยู่กับหยางหยางที่นี่
    รึว่าจะหนีไปด้วยกัน55555555
    ถึงจะเจอกันแล้ว แต่ทางเราก็ยังคงคิดไปเรื่อยเหมือนเดิม ^^
    #1,328
    1
    • #1328-1 Phatusanime(จากตอนที่ 67)
      13 มกราคม 2563 / 21:39
      โยงไปทั่วห้องเลยนะคะ
      #1328-1
  24. #1327 0621810668 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:42

    ชอบมากๆ
    #1,327
    0
  25. #1326 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:35
    ในที่สุดเจอกันแว้ว สงสารคนรอคอย
    #1,326
    0
  26. #1318 aey5555 (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 00:12

    กราบขอบพระคุณไรท์มากๆเลย
    #1,318
    1
    • #1318-1 Dark_Sheen(จากตอนที่ 67)
      13 มกราคม 2563 / 14:24
      คนตระกูลหลานนี่เป็นเหมือนกันสินะ (หลานจ้าน&จิ่งอี๋: ...)
      หยางกลับมาแล้ววววววว แล้วๆๆๆร่างกายหยางเป็นยังไง ไม่มีผลกระทบใดๆสินะ (T_T) สมน้ำหน้าพวกผู้อาวุโสสกุลจิน โดนเด็ก(?)ตอกหน้าหงายไปเลย55555
      #1318-1