[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 68 : ตอนที่ 66 ช่วงเวลาที่หายไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    17 ม.ค. 63










     ให้ตายสิ เขาตัวสูงกว่าฉันขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย...แต่พอเขาผมยาวแบบนี้แล้วดูดีไปอีกแบบแฮะ


     "ฟูหยาง..." เขาเบะปากน้ำตาไหลอาบแก้มทำให้ฉันอดที่จะขำเอ็นดูไม่ได้จริงๆ ก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาให้เขาไปขำไป

     "อะไร...เจ้าเด็กนี่ จะร้องไห้ทำไมเนี่ย โตขนาดนี้แล้วนะ"

     "เจ้าหายไปไหน...เหตุใดถึงไม่ยอมตอบข้าเลย" หน้าเขาเอียงซบฝ่ามือของฉันแล้วร้องไห้เหมือนเด็กสามขวบที่งอแงเวลาได้ของเล่นช้ากว่าที่คิด

     "..."

     "ข้านึกว่าเจ้า...จะไม่กลับมาอีกแล้วนะ"

     "ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ตอบกลับ ตกใจแย่เลยล่ะสิ ไม่นึกเลยนะว่าจะเล่นบทเพลงถามไถ่เพื่อหาแบบนี้น่ะ" ฉันยิ้มรู้สึกผิดมองสบดวงตาคมคู่นั้นที่ดูจะมีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก 

      อ๋า ตอนเขาร้องไห้แบบนี้  ทำไมมันน่ารักจังเลยน้าาาา

     "อืม แล้วเจ้าหายไปไหนมา"

     "..."

     "..."

     "กลับไปที่โลกของฉันมาน่ะ....แต่พอกลับมาที่นี่ มันก็ผ่านไปตั้ง 5 ปีแล้ว" เขานิ่งไปด้วยความตกใจนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ตื่นตูมเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

     "..."

     "พอจะมีเวลา---"

     "อืม ข้าจะฟังเจ้า" ฉันยิ้มกว้างก่อนที่เราจะเดินมานั่งที่โขดหินริมผา เขานั่งข้างๆแล้วมองหน้าฉันราวกับว่าจะตั้งใจฟังทุกอย่างที่ออกมาจากปาก

     "จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ...หลังจากที่ร่างของฉันสลาย ฉันถูกพากลับมายังที่นี่"















     ย้อนกลับไป

     
     ตุบ!

     "...นี่มัน"

     "ที่แห่งนี้คือชินหลินหรง...มีคนผู้หนึ่งอย่างพบกับท่าน" ฉันมองเหล่ายมฑูตก่อนจะหันไปมองต้นไม้แก้วตรงหน้า ไม่นานนักร่างของหญิงสาวอมนุษย์ก็ปรากฏขึ้น

      ฟิ้วววววว

     "ฟูหยาง..."

     "คุณจิวเหลี่ยง...มาที่นี่ได้ยังไงคะ?" หญิงสาวเดินมาหาฉันก่อนจะเหลือบมองยมฑูตทั้งสองที่โค้งคำนับให้

     "พาเพื่อช่วยเจ้าอย่างไรล่ะ เจ้าเลือกแล้วใช่หรือไม่?" ฉันพยักหน้าก่อนจะมองเด็กๆทั้งสองแล้วย่อตัวลงคุยกับพวกเขา

     "ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่กับพวกเธอเอง..." พวกเด็กๆโผกอดคอฉันก่อนที่ฉันจะรวบทั้งสองขึ้นอุ้มแล้วมองหญิงสาวตรงหน้า เธอยิ้มอ่อนโยนแล้วลูบหัวพวกเขา

     "ฟูหยาง พวกเขารอเจ้ามาตลอดเลยนะ.."

     "รอฉันเหรอคะ?" จิวเหลี่ยงพยักหน้าก่อนจะมองเด็กน้อยที่จ้องตนตาไม่กะพริบ

     "รอคนที่จะยอมรับในตัวตนของพวกเขา ไม่ปล่อยผ่าน...และพร้อมที่จะสู้เพื่อพวกเขา ดูสิ พวกเขาติดเจ้ามากเลยนะ" จิวเหลี่ยงยิ้มขำก่อนจะมองเจ้าตัวน้อยสองคนกอดคอฉันแน่น

     "..."

     "ท่านผู้ส่งวิญญาณ พวกท่านคงมาเสียเที่ยวแล้วล่ะเจ้าค่ะ..."

     "มิได้ หากนางเลือกแล้วเราก็คงต้องทำตามหน้าที่จะเบื้องบนอยู่ดี" ยมฑูตคนหนึ่งกล่าวก่อนที่จะยื่นมือมาหาฉัน กลางอกของฉันส่องแสง ก่อนที่จะมีลูกแก้วสองดวงลอยออกมา

     "นี่มัน..."

     "ลูกแก้วจินตานของเจ้า เพราะเจ้าเป็นคนสองโลก...พลังจินตานจากโลกทั้งสองจึงตีรวนกันทำให้เจ้ามีพลังที่มิอาจควบคุม จินตานดวงหนึ่งคือโลกใบนี้ และอีกดวงคือโลกที่เจ้าจากมา"

     "หากท่านเลือกแล้ว เราต้องทำเพื่อรักษาสมดุลของพลัง" เขาว่าก่อนจะทำลายลูกแก้วจินตานลูกหนึ่งก่อนที่อีกดวงจะคืนกลับสู่อกของฉัน

     เพล้งงง!!
    

     หลังจากนั้นพวกเขาก็หายตัวไป เหลือแค่เพียงฉันกับจิวเหลี่ยง และเจ้าพวกเด็กน้อยสองคน หญิงสาวยิ้มก่อนจะมอบสิ่งหนึ่งให้

     "อะไรเหรอคะ?"

     "นี่คือรางวัลจากข้า คำขอบคุณจากอสูรสวรรค์ที่เจ้าช่วยปลดปล่อยสัตว์เทพจากพลังมืด..." ฉันรับของในกล่องไม้เล็กๆมาก่อนจะเปิดมันออก

     ของด้านในนั้นทำให้ฉันตาโตก่อนจะมองเธอสลับกับของในมือด้วยความไม่เข้าใจ เธอได้มันมาได้ยังไงกัน...

     "โคโลญจ์ของฉันนี่..." ฉันหยิบขวดแก้วหัวฉีดออกมามอง ไม่ผิดแน่ๆ ฉันจำรอยตำหนิได้ แต่ทำไมกัน?

     "ฟูหยาง นี่คือรางวัลจากข้า...ข้าจะให้เจ้ากลับไปที่โลกนั้นเป็นเวลา 1 ปีของที่นั่น กลับไปหาเหล่าคนที่เจ้ารักและคิดถึง" คำตอบของเธอทำให้ฉันให้ฉนหัวใจพองโตอย่างหยุดไม่อยู่ 

     "ข ขอบคุณค่ะ...แต่ว่าคุณจิวเหลี่ยง"

     "หืม?"

     "ขอฉัน...พาเด็กๆสองคนนี้ไปเที่ยวด้วยได้มั้ยคะ?"




























     ณ อีกโลกหนึ่ง


     ฉันกลับมาเพียงร่างวิญญาณพลางมองแต่ละสิ่งที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งแรกที่ฉันมองหาหลังจากมาถึง...ก็คือปฏิทิน ถ้านับจากช่วงเวลาที่เราตาย มันก็ผ่านมาได้ 3 ปีแล้ว ทุกอย่างดูสงบสุขเหมือนเดิม พวกเราเที่ยวไปทุกที่ ทั้งเข้าโรงหนัง เดินห้าง เที่ยวสวนสนุก สวนสัตว์ รู้สึกว่ามันดีมากๆที่ไม่ต้องมีความหิว หรือความง่วง 

     "ก กูดดดดด"

     "กูด? อ๋อ Good กู๊ด!" และการพาเจ้าพวกเด็กๆมาทำให้พวกเขาเริ่มซึมซับคำพูดของคนในโลกนี้ไปด้วย ฉันเลยกลายเป็นคุณครูจำเป็นให้กับพวกเขาไปด้วย

     แถมเพราะเราลอยไปไหนมาไหนได้ ฉันเลยเหาะมันไปเที่ยวซะทั่วโลกเลยล่ะ สนุกดีนะว่ามั้ย!

     'ดา'

     "...หือ?" ระหว่างที่ฉันมองพวกเด็กๆกำลังเล่นกับน้องแมวอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนมีคนเรียกหาแต่พอรู้ตัวอีกที่...

     ฉันก็มายืนอยู่ในสุสานของวัดแห่งหนึ่ง และตรงหน้าของฉันคือแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นหน้ามากๆแต่ว่ารูปร่างที่แปลกไปจากเดิมทำให้ฉันแปลกใจ

     "ดา สามปีแล้วนะ ที่แกจากไป..." 

     "ยัยกานต์..." ฉันอึ้งเมื่อได้เห็นหน้าเธอชัดๆ แต่ที่อึ้งกว่านั้นก็คือ...หน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างชัดเจนในชุดคลุมสีเทาลายตาราง

     "ฉันแต่งงานมาได้ปีกว่าแล้วนะ เธอรู้มั้ยว่าคนที่เป็นพ่อของลูกฉันคือใคร?" ฉันส่ายหน้าหวือมองเธอที่กำลังยกยิ้มกว้าง ฉันรู้ว่าเธอไม่เห็นฉันแต่มันก็มากพอแล้วล่ะ

     "เธอจำลูกชายของเจ้าของที่ดินใกล้กับกรมอุทยานฯที่ทำงานเป็นหมอ ใกล้กับสำนักงานที่เราเคยประจำการได้มั้ย?...เขาน่ะคือพ่อของลูกฉันเอง" ฉันถึงกับอึ้ง ได้คุณชายหน้าตาปลาตายที่แม้แต่ยิ้มก็คงจะสะกดไม่เป็น แถมปากหนักจนนึกว่าเป็นใบ้นั่นอ่ะนะ?

     "ชอบเขาไปได้ไงวะ? ไอ้กานต์"

     "แกกำลังคิดว่าฉันชอบได้ไงใช่มั้ยล่ะ?" รู้ด้วยวุ้ย! กานต์หัวเราะก่อนจะเล่าต่อ "หลังจากที่เผาแกได้สองเดือนกว่า ฉันเองก็กำลังจะปลดประจำการ ในวันเลี้ยงส่งฉันคุณนนท์เขาเป้นคนช่วยจัดงานให้ แถมเขาถามหาแกด้วยว่าแกหายไปไหน เขาไม่มีคนชวนตีด้วย"

     "ฉันคงเป็นประสาทตายแทนอ่ะนะ"

     "พอฉันบอกว่าแกเสียไปแล้ว เขาก็ตกใจมากเลย...แต่ไม่รู้ทำไม หลังจากที่จบงานเลี้ยงเขาขอไลน์ กับ ไอจีฉันไว้ วันไหนว่างๆเขาก็จะเข้ามาในเมืองเพื่อที่เราจะได้ไปเที่ยวกัน" ฉันเลิ่กคิ้วมองเพื่อนที่กำลังเขินตัวม้วน ช่อดอกไม้ในมือแทบจะแหลก

     "เขาบอกว่าสนใจ...ฉันมานานแล้วล่ะ งานแต่งงานของเราก็อยู่ริมทะเลแบบที่ฉันอยากได้ด้วย แกไม่ต้องห่วงนะ ดา เขาดูแลฉันดีมากแล้วก็เด็กคนนี้...เป็นผู้หญิงนะ กำหนดคลอดอีก 3 วัน" 

     "..."

     "ฉันอยากให้แกมารับขวัญลูกฉันจังเลย ดา...ฉันกลัวว่ะแก ฉันกลัวเจ็บ" ฉันหลุดขำพรืดทันที ก่อนที่ในตอนนั้นจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านตัวฉันไปแล้วโอบไหล่เธอเอาไว้

     "เราต้องไปกันแล้วนะ...กานต์"

     "จ้ะ เราไปก่อนนะ ดา...ไว้จะพาลูกสาวมาเยี่ยมแกบ้างนะ" เธอว่าก่อนจะเดินกลับไป ฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาแล้วเดินตามไปส่งถึงที่รถ





     "จังหวะเหมาะเลยนะ ว่ามั้ยนนท์?" กานต์เอ่ยถามผู้เป็นสามีที่แสนอบอุ่นของเธอ เขาเลิ่กคิ้วก่อนจะเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่ง

     "ยังไงล่ะ?"

     "ก็...วันเกิดของลูกเรา" หญิงสาวยกมือลูบหน้าท้องอย่างทะนุถนอมแล้วยิ้มกว้าง ฉันมองด้วยความแปลกใจแต่ก็ได้รับคำตอบในเวลาต่อมา

     "ตรงกับ'วันเกิด'ของยัยดาพอดีเลยล่ะ"












     สามวันต่อมา


     ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
   

     "อ โอ๊ยยยยยยยยยยย!!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากห้องคลอด หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงร้องไห้กรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน 

     "กานต์ ไม่เป็นไรนะ ผมอยู่นี่...เป็นยังไงบ้าง?"
    
     "ปากมดลูกยังเปิดไม่เต็มที่ค่ะ หมอ"

     "เจ็บ..อือออ ฉันเจ็บบบบบบบบ!!" กานต์กรีดร้องมือเรียวชื้นเหงื่อกำมือของสามีไว้จนยับย่น 

      จนเวลาผ่านไปได้สักพักหมอทำคลอดส่งสัญญาณบอกว่าให้เตรียมเบ่งคลอด เสียงกรีดร้องและลมหายใจหนักหน่วงดังลั่น หญิงสาวเริ่มหมดแรงที่จะเบ่ง น้ำตามากมายรินอาบแก้มสวย

     "อีกนิดนึงนะครับคุณแม่..1...2..3!!"

     "อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!"

     อุแว๊ๆๆๆ!!

     "เด็กคลอดแล้วนะคะ! เวลา 6.46 น. ค่ะ!!" เสียงร้องของชีวิตใหม่ที่ถือกำเนิดทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ยกยิ้ม แต่ว่าหญิงสาวเหนื่อยเกินกว่าที่จะพูดหรือขยับตัว



     ทันทีที่เห็นใบหน้าของเด็กสาวตัวน้อยเธอก็หมดสติไปทันที










     หญิงสาวลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองอยู่บนดาดฟ้าของโรงพยาบาลแต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้น คือมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า หญิงสาวยกยิ้มกว้างโผเข้ากอดเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างแรง

     หมับ!!

     "ยัยดา!...แกมาหาฉัน"

     "อืม ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่มือใหม่..ลูกสาวแกอ้วนตุ้ยนุ้ยใช้ได้เลยนะ" เธออึ้งเมื่อฉันพูดถึงลูกสาวของเธอก่อนจะพยักหน้ารับ

     "ขอบคุณนะ ดา"

     "ฉันมารับขวัญหลานของฉันตามที่แกต้องการแล้วนะ" กานต์ยกมือปาดน้ำตาแล้วพยักหน้า

     "แกเป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า?" ฉันยิ้มก่อนจะพยักหน้า แล้วก้มมองเด็กน้อยสองคนที่ค่อยๆเดินออกมาจากด้านหลังของฉัน เธอถึงกับอึ้งมองฉันสลับกับเด็กสองคนด้วยความตกตะลึง

     "ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมีความสุขดี...จากนี้ฉันคงไม่ได้เจอกับแกอีกแล้วนะ"

     "ต้องไปแล้วเหรอ?"

     "อืม...มานี่มะ มากอดกันก่อน" ยัยตัวดีเบะปากแล้วเดินเซมากอดฉันแน่น เสียงสะอื้นไห้ทำให้ฉันต้องลูบหลังปลอบเธอ

     "โชคดีนะ ยัยดา..."

     "แกด้วยนะ เป็นแม่คนแล้วก็อย่าขี้แยล่ะ" ฉันว่าก่อนจะลอยขึ้นฟ้า ร่างของยัยกานต์เริ่มหายไปแสดงว่าใกล้เวลาที่เธอจะฟื้นแล้ว

     "ฉันดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับแกนะ"

     "ฉันก็เหมือนกัน...ไปก่อนนะ"










      ณ วัดแห่งหนึ่ง


     หญิงวัยกลางคนกำลังกรวดน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากที่ทำบุญมา ริมฝีปากพูดบทอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับพร้อมกับมีผู้เป็นสามี และหญิงชราอีกหนึ่งคนมาด้วย

     "...ฟึด!"

     "คุณ...อย่าร้องไห้สิ ลูกเราคงไปไหนไม่ได้กันพอดี"

     "ฉันทำใจได้ยังไงกันคุณ...ฉันมีแค่ยัยดาคนเดียวนะ ฮึก ทำไมแกไม่มาหาบ้างเลยล่ะ"

     "ฤดี  อย่าสร้างบ่วงอีกเลย ไม่อย่างนั้นดาก็ไปเกิดไม่ได้หรอกนะ" หญิงชราเอ่ยสมทบลูกชายของตัวเอง ก่อนจะวางมืออบอุ่นลงบนบ่า

     "แต่คุณแม่คะ ไม่ว่าฉันจะมองไปทางไหน...ทุกที่ก็มีแต่ภาพของยัยดาอยู่ทุกที่เลย"

     "...ฉันรู้ แต่ว่าวันนี้เป็นวันดี ทำให้แกมีความสุขแล้วก็หมดห่วงเถอะ" 


     ฉันมองพวกเขาที่ใต้ต้นไทรต้นใหญ่ด้วยความรู้สึกวูบโหวง พวกเขามองไม่เห้นหรือไม่ได้ยินเราเพราะอยู่คนละโลกกันแล้ว...ฉันรู้สึกเข้าใจแล้ว ว่าคนตายไม่เจ็บปวดเท่ากับคนอยู่ ไม่จริงเลย

     วิญญาณก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน...

     "พ่อ...แม่...อาม่า ไม่ต้องห่วงหนูแล้วนะ หนูมีความสุขดี" ฉันยิ้มให้กับพวกเขาที่ยังคงก้มหน้ามองรากต้นไทรอยู่อย่างนั้น

     "ตอนนี้หนูได้มีชีวิตใหม่ในอีกโลก หนูเลยจะมาลา" ว่าแล้วก็เดินเข้าไปหาพวกเขา ทรุดตัวลงคุกเข่ายกมือขึ้นพุ่มแล้วก้มลงกราบพวกเขาก่อนจะยิ้มให้

     "อาม่า...อากงตอนหนุ่มๆหล่อมากเลยนะ หนูเชื่อแล้วล่ะว่าอาม่าตกหลุกรักอากงได้ยังไง"

     "พ่อ อย่าโหมทำงานกลางแดดมากเกินไปนะ แล้วก็แม่...บางครั้งอ่ะ แม่ก็นั่งดูซีรี่ส์ทำอะไรที่มันผ่อนคลายบ้าง" ฉันว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเด็กทั้งสอง

     พวกเขากำมือฉันคนละข้าง ชุดที่เป็นของโลกนี้ถูกเปลี่ยนเป็นชุดจีนโบราณสีเขียวอ่อนอีกครั้งก่อนที่เราจะกลับไปโลกเดิมฉันเผลอสบตาของอาม่า และมันน่าแปลกที่เธอเห็นฉัน

     "...หนูดา"

     "อาม่า...หนูมีความสุขดีนะคะ ไม่ต้องห่วงแล้ว" ฉันหันไปยิ้มและพูดด้วย หญิงชรามองฉันอึ้งๆสลับกับเด็กน้อยทั้งสองแต่ว่าบางอย่างทำให้อีกฝ่ายยกยิ้มน้ำตาคลอ



     และพูดคำอวยพรที่ทำให้ฉันมีความสุขที่สุด
    

     "สุขสันต์วันเกิดนะ...โชคดีนะลูก"
























     แต่ทันทีที่ฉันกลับมายังโลกปรมาจารย์อีกครั้ง 

     ฉันฟื้นขึ้นมาเพียงลำพังในเขตแดนชิงหลินหรงโดยที่มีพวกเหลียงซายืนล้อมรอบอยู่ บางสิ่งบางอย่างมันบ่งบอกฉัน...เพลงของซีรี่ส์เรื่องหนึ่งลอยเข้ามาในหัว 'กลบฝังเซียน'

     "ฟูหยาง! เจ้าเป็นอะไร...แล้วจะไปไหนน่ะ!"

     "ล เหลียงซา พาฉันไปที!" ชายหนุ่มปรี่เข้ามารับตัวฉันที่ร่างกายยังคงอ่อนแรง เขามองฉันด้วยความงุนงง

     "เกิดอะไรขึ้น เจ้าจะไปไหน?!"

     "คุนหลุน...หุบเขาเซียน! ฉันต้องไปที่นั่น!!"









     ตุบ!


     แงๆๆ!!!

     "เสียงเด็กนี่ ฟูหยางเจ้าจะวิ่งไปไหนน่ะ!" ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นฉันรีบวิ่งไปยังเสียงร้องทันที ก่อนจะต้องหยุดลงเมื่อเห็นเด็กชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งจุมปุ๊กอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

     เด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้โฮ โดยที่เด็กชายนั้นช่วงปลอบอยู่...ฉันไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปหาพวกเขาแล้วทรุดลงนั่งมอง พวกเขามองฉันและบางอย่างที่กำลังเรียกหาทำให้ฉันกางแขนทั้งสองข้างออก เด็กน้อยทั้งสองผุดลุกขึ้นค่อยๆเดินเตาะแตะมาหาแล้วโผเข้ากอดฉันทันที น้ำตาของฉันไหลบ่ากอดเด็กทั้งสองไว้แน่น

     "ฮึก แงๆๆ!!"

     "ไม่ต้องร้องแล้วๆ...ฮึก ฉันอยู่นี่แล้วนะ ไม่ต้องร้องแล้วนะ เด็กๆ" ฉันกอดปลอบ ทั้งลูบหน้าลูบหัว หอมหัวและเช็ดน้ำตาให้พวกเขาก่อนจะหันไปมองเหลียงซาที่กำลังอึ้งอยู่

     "ฟ ฟูหยาง...นี่หรือว่าพวกเขา"

     "ฉันจะเลี้ยงดูพวกเขาเอง จะไม่มีอสูรแห่งการชำระอีกต่อไปแล้ว....ตั้งแต่นี้ไป"

     "..."

     "พวกเขาคือ 'ลูก' ของฉัน"
















     พอเล่าทุกอย่างจนจบจิ่งอี๋ก็ยังคงนั่งนิ่งจนฉันเริ่มใจเสีย แต่ว่ามือใหญ่ของเขาก็เลื่อนมากุมมือของฉันไว้แล้วบีบเบาๆ มืออีกข้างจับปอยผมของฉันไปม้วนเล่นด้วยความอาลัย

     "ข้าขอถามเจ้าได้ไหม?"

     "อืม ได้สิ"

     "เหตุใด...เจ้าถึงเลือกที่จะไม่อยู่ที่โลกของเจ้า? เจ้าคิดถึงพวกเขา เจ้ารักพวกเขา...แต่เหตุใดเจ้าไม่กลับไป"

     "...เพราะหากฉันเกิดใหม่ คนที่ฉันรักจะไม่รู้จักฉัน และฉันก็จะจำพวกเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"

     "..."

     "ที่เลือกที่จะอยู่ต่อ ก็เพราะว่าฉันถูกเลือกให้พามาที่นี่...อากงจากที่นี่ไปและต้องการพาสายเลือดกลับมา เพราะฉะนั้นฉันจะสานต่อเอง และอีกอย่างหนึ่ง..." ฉันว่าก่อนจะเงยสบมองดวงตาคมคู่นั้นแล้วยิ้มให้

     "ฉันไม่อยากจากคนที่รักฉันไปอีกเป็นครั้งที่สองหรอกนะ" จิ่งอี๋ยกยิ้มก่อนจะโน้มตัวลงมาปิดปากของฉันด้วยริมฝีปากของเขา 

     ฉันไม่ขัดขืนปล่อยให้เขาทำตามใจชอบก่อนที่จะให้เขาผละออกเอง ฉันยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วจูบเขากลับอีกฝ่ายยิ้มขันแล้วหอมหลังมือฉันเบาๆ

     "ขอบคุณ ขอบคุณที่เจ้ากลับมาหาข้า"

     "..."

     "ทีนี้ ข้าจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเถียงกับท่านอาจารย์หลานแล้วล่ะ"

     "ท่านอาจารย์หลานทำไมเหรอ? แล้วนายจะทำอะไรน่ะ?" จิ่งอี๋ยกยิ้มก่อนจะจับมือฉันไว้แล้ววางปลายของผ้าคาดหน้าผาก แล้วตอบคำถามที่ทำเอาฉันอ้าปากค้าง

     "ถ้าข้าจะสู่ขอเจ้า มาเป็นฟูเหรินของข้า...เจ้าจะตกลงหรือไม่ล่ะ?"

    
















     ณ  กูซู หลาน


     จิ่งอี๋กลับมาที่สำนักพร้อมกับพาฉันมาด้วย แต่ไม่มีใครจำฉันได้เพราะที่นี่เปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว และอีกอย่างร่างหใม่นี่ก็แปลกไปจากเดิมนิดหน่อย ผมของฉันกลายเป้นสีน้ำตาล ตาของฉันก็สีอ่อนลงจนจะเป็นสีเทาเข้ม และรูปร่างก็อยู่ในช่วง 24 ซึ่งตอนนี้ฉันก็อายุน้อยกว่าจิ่งอี๋แล้วล่ะ

     "ศิษย์พี่จิ่งอี๋"

     "ผู้อาวุโสหลานเล่า?"

     "อยู่ในห้องน้ำชาขอรับ...ข้าจะไปรายงานว่าท่านมานะขอรับ" เขาพยักหน้าก่อนที่ศิษย์ตัวน้อยจะเดินนำไปก่อน

     "แล้วตอนนี้ใครเป็นอาจารย์ล่ะ?"

     "ท่านเจ๋ออู๋ กับท่านหานกวงน่ะ แต่ตอนนี้ท่านหวงกวงกับผู้อาวุโสเว่ยไปอวิ๋นเมิ่งอดพบหน้าเจ้าเลย" ฉันแอบขำก่อนที่เราจะมาถึงหน้าห้องของหลานฉี่เหริน

     "ผู้อาวุโส...จิ่งอี๋มาแล้วขอรับ"

     "เข้ามาได้" เสียงแหบของชายคนหนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออก พวกเราก้าวเข้าไปข้าในก็เห็นชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังจิบชาอยู่ที่ริมหน้าต่าง

     ทันทีที่เขาหันมามองแล้วเห็นฉันก็คิ้วขมวดแล้วเอ่ยถามเสียงแข็งทันที

     "จิ่งอี๋...แม่นางผู้นี้เป็นใคร" เขาไม่ตอบก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วหันกลับไป

     "ผู้อาวุโส ข้าอยากแต่งงานกับแม่นางผู้นี้ขอรับ" ฉันหันขวับมองเขาตาแทบถลน จนหลานฉี่เหรินตวาดลั่นแล้วตบโต๊ะ!

      ปึงง!!

     "หลานจิ่งอี๋!"

     "รายชื่อคู่ดูตัวที่ท่านให้กับข้า ข้าขอปฏิเสธขอรับ...หากไม่ใช่ฟูหยาง ข้าก็จะครองพรหมจรรย์ของข้าตลอดชีวิต!!" เขาว่าแล้วคว้ามือของฉันไป จนตัวเองได้แต่ยกมือปิดหน้าด้วยความอับอาย

      เจ้าเด็กบ้า! ใครใช้ให้พูดอย่างนั้นกัน!!

     "ว่าอย่างไรนะ?"

     "ท่านอาจารย์...นางผู้นี้คือฟูหยาง ท่านจำนางได้หรือไม่?" หลานฉี่เหรินนิ่งงันก่อนจะหันมามองฉัน ฉันทำใจกล้าก้าวออกไปแล้วประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม

     "ท่านหลานฉี่เหริน  ข้าฟูหยาง...หลิวฟูหยางเองเจ้าค่ะ"

     "ฟูหยาง..."

     "ท ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ!" ฉันร้องลั่นรีบรั้งตัวเขาไว้ เมื่อจู่ๆเขาก็ทรุดลงคุกเข่าจะก้มลงแทบเท้าตรงหน้าฉัน

     "ข้าทำผิดต่อเจ้า ตระกูลหลานทำผิดต่อเจ้าใหญ่หลวงนัก...ได้โปรด ให้ข้าทำเถิด"

     "ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะ  พวกท่านทำเพราะกฏเกณฑ์ที่พวกท่านยึดมั่น...ข้ารู้ว่ามันยากที่พวกท่านจะฝ่าฝืน ข้ายอมรับว่าข้าเคยโกรธเคือง แต่ยามนี้มันหายไปแล้วเจ้าค่ะ" หลานฉี่เหรินเงยหน้าขึ้นมองฉัน ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ทำได้แต่ก้มหน้าลง
    
     "ข้าขอโทษ..."

     "มันผ่านมาแล้ว ปล่อยวางเถอะเจ้าค่ะ"

     "...อย่างน้อยข้าก็อยากจะทำ ข้าจะได้ต้อนรับเจ้าอย่างไม่ติดขัด"

     "ต้อนรับข้า?" นั่นเป็นครั้งแรกที่หลานฉี่เหรินยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเอ่ยตอบออกมาแล้วมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน













     "ในฐานะสะใภ้ตระกูลหลาน"












เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,619 ความคิดเห็น

  1. #1598 icesupicha (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 มีนาคม 2564 / 00:37

    งือออออ ดีใจ

    #1,598
    0
  2. #1527 YUGI_CHAN (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 17:15

    แแง😭😭😭😭😭😭

    #1,527
    0
  3. #1523 Tidvita (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:43
    มันซึ้งจนน้ำตาไหล บ้าเอ้ย!!!!
    #1,523
    0
  4. #1513 Bao_Bao (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 20:51
    วู้วววว เป็นการต้อนรับที่อเมซิ่งมากค่ะ!!555+

    ตอนที่แล้วก็สงสัยอยู่ว่าไอ good night กับ you too มาจากไหน;-;))
    #1,513
    0
  5. #1489 I'am maimai (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 20:56
    อ่านตอนที่แล้วก็สงสัยอยู่ว่าเด็กๆไปเอา good night

    กับ you tooมาจากไหน
    #1,489
    0
  6. #1477 รากต้นโพธิ์ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 00:30
    งุ้ยยย~อ่านไปยิ้มไปอะเป็นตอนที่อบอุ่นมาก อ่านไปยิ้มจนแก้มจะฉีกอ่านเองเขินเอง อร๊ายยย~แม่!เข้าได้อยู่ด้วยกันแล้ว!กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!
    #1,477
    0
  7. #1377 Mikase Mizuki (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 20:46
    ตื้นตันมากแม่ ในที่สุดมาม่าก็หมดสักที หวังว่านะ
    #1,377
    0
  8. #1375 ljoy (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:15

    งางงงงงง
    #1,375
    0
  9. #1374 trximsudx1 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 19:05

    ถ้าจบเรื่องนี้เมื่อไหร่แต่งภาคซือจุยต่อนะคะ
    #1,374
    0
  10. #1373 l-1485 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:32
    งื้อออออออออ
    #1,373
    0
  11. #1372 Reconcile -. (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 17:53
    อุแงงงง ตอนนี้น่ารักมากๆเลย พี่เว่ยจ๋า หยางหยางกลับมาแล้วววววว
    #1,372
    0
  12. #1371 0621810668 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 17:51

    ชอบมากๆเลย
    #1,371
    0
  13. #1370 Olivia1112 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 16:25
    รอตอนต่อไป
    #1,370
    0
  14. #1369 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 16:07
    ขอตอนพิเศษลูกนางกับจิ่งอี่ค่า
    #1,369
    0
  15. #1368 magiamp59013 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 14:35

    รอตอนต่อไปนะคะ;-;
    #1,368
    0
  16. #1367 Thangmo95 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 13:31
    รอค่ะรอ
    #1,367
    0
  17. #1365 chyanin (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 10:17
    เอาละ งานต้อนรับสะใภ้ต้องมาละนะ แต่รอก่อน อาเตี่ยอาเหนียงของฟูหยางยังไม่มา อย่าเพิ่งรีบจัดงานละ รอขอกับอาเตี่ยอาเหนียงก่อน
    #1,365
    0
  18. #1364 polytome (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 07:26
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1,364
    0
  19. #1363 tamtamzaza (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 07:12

    รู้สึกดีใจเเทนฤดูหนาวอ่าาาาา มาต่อไวไวนาาาาา คิดถึง55555
    #1,363
    2
  20. #1362 จันทิรารัตน์ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:46

    อร๊ายยยย มีความสุขมากๆเลยค่าาา
    #1,362
    0
  21. #1361 Hira_ri (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 06:08

    ดีใจค่ะและตอนนี้เขินจนตัวบิดแล้วเนี่ย!!

    #1,361
    0
  22. #1360 Namloly (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 05:12
    ในที่สุด!! ลุงเต่าก็ยอมลดทิฐิลง!! แงงงงงง~
    #1,360
    0
  23. #1359 Artidtaya (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 04:42

    ดีมากกก
    #1,359
    0
  24. #1358 Dark_Sheen (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 02:14
    ฮื่ออออ ร้องไห้แล้วววว

    อืม เป็นสะใภ้ที่ไม่ถูกครอบครัวสามีกีดกันล่ะเจ้าค่ะ แถมด้วยการต้อนรับขับสู่อย่างดีด้วยสินะ อิอิ^^ อาเตี่ยกับอาเหนี่ยงจะเจอฟูหยางตอนไหนเนี่ย
    #1,358
    0
  25. #1357 Bamrungkun2562 (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 01:30
    อ๊ายยยยยยย!!!! ตระกูลหลานจะมีสะใภ้แล้ว อะฮิ อะฮิ
    #1,357
    0