[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 21 นำวิญญาณกลับคืนสู่บ้านเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    17 ก.ย. 62



     วันต่อมา



     พวกเราเดินทางต่อเพื่อออกจากป่าแห่งนี้ แต่ว่ามันค่อนข้างจะกว้างและกินพื้นที่ภูเขาไปประมาณสามสี่ลูกได้ ตลอดทางนั้นถือว่าโชคดีที่ไม่ได้เจอกับพวกผี ปีศาจอะไรร้ายกาจมากมายจึงกำจัดได้สบาย ทุกคนดูจะตื่นเต้น และสนุกสนาน ต่างจากฉันนี่ซึมไปมากเพราะเพิ่งรับรู้บางอย่างมา และมันค่อนข้างหนักหน่วงจนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน





     เราแวะพักที่ริมน้ำตก โดยที่พวกจื่อเจินและจินหลิงเป็นคนไปหาปลา ส่วนพวกซือจุยก็ก่อไฟ ฉันจึงแยกออกมาเพื่อไปหาฟืน



     ฟุ่บ!


     "ฟูหยาง...เจ้าเป็นอะไรไป วันนี้เจ้าดูไม่ร่าเริงเลยนะ? " ระหว่างที่กำลังก้มเก็บกิ่งไม้แห้งที่ตกพื้น จิ่งอี๋ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้จนฉันตกใจเกือบเอากองฟืนฟาดใส่เขา


     "ป เปล่า"


     "เจ้าไม่ยิ้มเลย พวกจินหลิงชวนเจ้าคุย เจ้าก็ถามคำตอบคำ...เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าร้องไห้เมื่อวานหรือเปล่า? " จิ่งอี๋จี้ถามตรงจุดจนมือที่กำลังควานหากิ่งไม้แห้งถึงกับชะงัก "ทุกข์ใจอยู่หรือ? "


     "...ข้าไม่บอกพี่ได้ไหมว่าเรื่องอะไร"


     "มันทำให้เจ้าทุกข์ใจขนาดนั้นเชียว? " ฉันพยักหน้าแล้วถอนหายใจก่อนจะก้มลงเก็บกิ่งไม้แห้งอีกหน่อย แล้วหมุนตัวไปประจันหน้ากับเด็กหนุ่มสกุลหลาน


     เขาเท้าเอวมองฉันด้วยสายตาที่คาดเดายากก่อนจะเดินมาแล้วยกนิ้วเรียวจิ้มหน้าผากฉันแรงๆ สองที ฉันผงะตกใจจนรู้สึกตัวแล้วสบตาคมกล้าที่อยู่ห่างกันไม่มากนัก


     "พวกข้าเป็นห่วงเจ้านะ อย่าทำหน้าแบบนั้นนานนักล่ะ....ออกไปกันเถอะ" ฉันพยักหน้าก่อนจะเดินตามจิ่งอี๋ออกไป จนเมื่อออกมานอกป่าก็เห็นผู้ชายทุกคนกำลังลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน


     "โอ้ จิ่งอี๋ ลงมาสิ น้ำกำลังเย็นสบายเลย! "


     "แล้วปลาล่ะ พวกเจ้าจับมาได้แล้วหรือ?! " พวกเด็กหนุ่มต่างชี้ไปที่กองไฟซึ่งมันกำลังลุกไหม้ มีปลาประมาณ 6-7 ตัวตั้งไว้อยู่ เมื่อจิ่งอี๋เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งลงเล่นน้ำทันที






     ฉันมองพวกเขาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินมานั่งหักกิ่งไม้ใส่กองเพลิงแล้วพลิกปลาให้ ดวงตากลมมองกองเพลิงด้วยความเหม่อลอย ก่อนจะก้มลงมองมือของตัวเอง คำพูดของต้าจี๋ยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัว





     เพราะเจ้าเป็นเลือดผสม...





     ได้แต่ถอนหายใจแล้วก้มลงลูบกระบี่ของตัวเอง...ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเฟยหงก็ไม่ตอบสนอง แต่กระบี่ก็ยังสามารถใช้การได้ ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธออีกรึเปล่า


     ถ้าอากง คือลูกของมู่ผิง แม่ของเธอแล้ว...ก็เท่ากับว่าอากงคือ 'น้องชาย' ของเธอ และฉัน....





     ก็เป็น'หลาน' ก็เฟยหงด้วยสิ











          "ฟูหยาง ปลาจะไหม้แล้ว!! " เสียงตะโกนของจื่อเจินทำให้ฉันรู้สึกตัวก่อนจะมองปลาที่มันไหม้ดำไปด้านหนึ่งแล้ว ฉันรีบพลิกปลาไปอีกด้านแล้วมองด้านที่ไหม้จนดำเหมื่อม


          ก่อนจะลองฉีกผิว และเกล็ดของมันออก รู้สึกโล่งใจที่เนื้อมันไม่ไหม้...อีกทั้งยังสุกกำลังดีด้วย


          "...."


          "ฟูหยาง มันไหม้แล้ว?! ....เจ้าเป็นอะไร? " จื่อเจินรีบวิ่งมาถามทั้งที่ขากางเกงนั้นเปียกชุ่มจนน้ำหยด เมื่อเห้นว่าฉันนั่งจ้องปลาตัวยาวขนาดสองฝ่ามือ


          "...ปลาเผา"


          "หะ? เจ้าจะทำอะไรน---ว๊ากกกกก เจ้าเผาปลาไม่ได้นะ!! " จื่อเจินร้องลั่นก่อนจะรีบรั้งฉันที่กำลังจะโยนปลาเข้ากองไฟ


          "เผาได้สิ! ไม่ไหม้หรอกน่า! "


          "ไหม้สิ ครัวบ้านเจ้าสอนเจ้าย่างปลาเช่นนี้หรือไง! "


          "ก็บอกแล้วว่าจะกินปลาเผาอ่ะ ครัวบ้านข้าก็กินกันแบบนี้นี่ ปลาเผามันอร่อยมากเลยนะ!! "


          "เอาไปย่างสิ! เอาไปเผาคงได้กินแต่เถ้ามันจะไปอร่อยได้ยังไง" จื่อเจินแย้งกลับ ฉันเริ่มหงุดหงิดก่อนจะตอบกลับ


          "ต้องเผาสิ! "


          "ย่าง! "


          "เผา! "


          "ย่าง! "


          "โว๊ยยยยย! ก็ข้าบอกว่าเผาไง! "


          "งั้นเจ้าก็เชิญเผาไปคนเดียวก็แล้วกัน! แต่พวกข้าจะกินปลาย่าง" จื่อเจินยื่นคำขาด แต่แล้วกำลังจะเถียงกลับพวกซือจุยมาห้ามไว้ซะก่อน


          "พวกเจ้าทะเลาะอะไรกัน? พอได้แล้วนะ"


          "พี่ซือจุย นางจะเอาปลาพวกนี้ไปเผา...แต่ข้าห้ามไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้กินกันแล้ว"


          "ได้! งั้นเชิญพวกเจ้ากินปลาย่างกันไป! แต่จับปลามาให้ข้าตัวหนึ่งด้วย เดี๋ยวข้ากลับมา!! " ฉันโพล่งขึ้น พองแก้มจนจะแตกแล้วก้าวฉับๆ เข้าไปในป่า ทิ้งให้พวกเด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่กับที่











          เมื่อเข้าป่ามาได้ลึกพอสมควร ฉันก็เริ่มมองหาพวกสมุนไพรที่ใช้ทำปลาเผา ไม่มีพวกตะไคร้ กับมะกรูดเลยแฮะ...จริงสิ ควบคุมและเรียกพืชได้


          ว่าแล้วก็มองหาที่โล่งๆ หลับตาลงนั่งตั้งจิตให้มั่นแล้วถูฝ่ามือเข้าด้วยกัน ไม่นานนักละอองบางอย่างก็ร่วงลงมาจากมือ ฉันเพียงนึกเล่นๆ ว่าอยากได้ต้นตะไคร้ ข่า และมะกรูด


          ฟุ่บ!!


          "...เอาจริงดิ? " ฉันตกใจเมื่อจู่ๆ พุ่มของต้นตะไคร้ ต้นข่า และต้นมะกรูดก็ผุดขึ้นมาจากดินที่ไม่มีอะไรเลย แต่ว่าตอนนี้ลองเอาไปใช้ก่อนละกัน


          จริงสิ  เกลือ


          แต่ที่นี่ไม่มีทะเลนี่นา....ฉันหลับตานั่งนึกข้อมูลในหนังสือที่เคยศึกษามา แล้วก็การลงพื้นที่ การอบรมสัมมนาต่างๆ แล้วไปเที่ยวที่ต่างประเทศ





          มุเหยียนซู่ (木盐树)



          เมื่อนึกชื่อออกฉันก็ลงมือถูฝ่ามืออีกครั้ง ไม่นานนักต้นไม้ต้นเตี้ยก็ปรากฏขึ้น ใบไม้ของมันมีสีเขียวอ่อนแต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆ ....มันมีบางอย่างเป็นสีขาวเกาะตัวอยู่


          และเมื่อลองใช้นิ้วแตะและมาสัมผัสที่ลิ้น ก็ยิ้มกว้างก่อนจะหยิบใบไม้ยาวๆ มารองใต้แล้วขูดเอาผงขาวจากใบไม้ไป













          เมื่อออกมาจากป่าฉันก็เห็นว่าพวกเขากำลังนั่งกินปลาย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะหันมามองฉันด้วยความสงสัย ฉันเดินผ่านพวกเขาไปยังตรงที่มีปลาตัวหนึ่งอยู่ มันถูกชำแหละขวักเครื่องในออกไปแล้วล้างจนสะอาด...ปลานิลซะด้วยแฮะ





          ฉันเริ่มลงมือทันที ท่ามกลางความสนใจของทุกคนที่กินกันจนอิ่มแล้วเดินมาดู ก่อนที่ฉันจะนำเกลือมาทาที่ตัวปลาแล้วนำไปย่างไฟจนมันใกล้จะติดกับถ่านแล้วเดินกลับไปยังแม่น้ำเพื่อล้างมือ และกลิ่นคาวของปลาออก แต่โชคดีที่ตะไคร้ยังเหลือเลยเอามาขยี้ทามือซะเลย หวายยย กลิ่นตะไคร้พุ่งขึ้นจมูกเลย!







          เวลาผ่านไป...




          กลิ่นหอมของปลาเริ่มลอยมาปะทะจมูก ฉันจึงค่อยๆ พลิกมันไปมาแล้วพัดถ่านให้แดงขึ้นเรื่อย ไม่สนใจพวกผู้ชายที่กำลังเล่นน้ำอยู่ไม่ไกล มันหอมจนฉันน้ำลายสอ แอบกลืนลงคอไปหลายครั้ง โชคดีนะ ที่เคยช่วยคุณยายทำปลาเผาเลยพอรู้มาบ้าง


          "เสร็จแล้วววว...ฟู่วๆ จืดไปหน่อย แต่แค่นี้ก็ได้แล้วมั้ง" ฉันวางมันลงบนใบไม้แล้วค่อยๆ ลอกหนังปลาออกแล้วฉีกเนื้อมาเป่าแล้วกิน


          ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อสุกกำลังดีแถมยังได้กลิ่นสมุนไพรไทยจางๆ รสชาติไม่ได้จืด เค็มกำลังดีเลย! งั้นก็ได้เวลา....สวาปามจ้าาาาา!!!


          ฉันลงมือเลาะเนื้อปลาแล้วเป่ากินอย่างมีความสุข และกินอย่างเพลิดเพลินล่อหน้าล่อตาพวกเด็กหนุ่มที่มองมาน้ำลายไหล ฉันมองก่อนจะเรียก


          "ใครอยากกินปลาเผาของข้าบ้าง? "


          "ข้า!! "


          ทุกคนล้วนตอบทันทีแม้กระทั่งจื่อเจินที่เมื่อกี้ยังเถียงฉันไฟแลบยังรีบวิ่งมาหาแล้วพยายามจะแย่งกันกิน ท่าทีซื่อตรงของพวกเขาทำให้ฉันยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน























          หลังจากที่พวกเรากินปลา (ของฉัน) กันจนอิ่มแล้ว ก็ออกเดินทางต่อ แถมดูท่าว่าพวกนี้จะติดใจปลาเผาของเราซะแล้วสิ...ไว้กลับอวิ๋นเซินปู้จือฉู่แล้วไปชวนเว่ยอิงมาร่วมวงด้วยดีกว่า อ้อ หลังจากนั้นจื่อเจินก็ขอโทษฉันที่ดูถูกฝีมือการทำปลาเผา จะว่าไปเราพูดมันตีความไปได้หลายอย่าง ไม่แปลกใจหรอกที่เขาคจะคิดว่าฉันจะเอาปลาไปเผาทิ้ง





          เกือบสองชั่วยามที่เราเดินทางข้ามเขากัน ทุกคนเริ่มหอบอีกครั้งเพราะว่าทางที่เราเดินผ่านมาเป็นเนินสูงชัน อีกทั้งสภาพพื้นดินก็ขรุขระ สะดุดหินต้นไม้กันไปหลายคน แม้แต่ฉันเองก็ด้วย...



          ปึ่ก! โครมม!!



          "โอ๊ยยยย อีกแล้วเหรอ!! " ฉันโวยลั่นหน้าคะมำลงกับพื้น เพราะเท้าเกี่ยวเข้ากับเถาไม้อย่างแรงรอบที่สิบล้าน ซือจุยพยุงฉันให้ลุกขึ้นยืนแล้วปัดเนื้อตัวให้


          "ระวังหน่อย ฟูหยาง...ไหน เจ็บหรือไม่? "


          "ไม่เจ็บหรอกพี่ซือจุย ดินที่นี่มันนิ่มข้าเลยไม่แข้งขาแตกจนเลือดออก"


          "แต่หน้าเจ้าลงพื้นเลยนะ ไม่เป็นไรแน่หรือ? " ฉันพยักหน้าให้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะมองทุกคนที่อยู่ด้านหลังซึ่งเริ่มเหนื่อยหอบและนั่งพักกันแล้ว


          "ซือจุย พวกจื่อเจินไปต่อไม่ไหวแล้วพักสักเดี๋ยวเถอะ" จิ่งอี๋เดินตามทันพวกเราพูดขึ้นก่อนจะปาดเหงื่อที่ปลายคางได้รูป ซือจุยพยักหน้าก่อนจะเดินกลับไปหาพวกเขา


          "พี่จิ่งอี๋ไม่เหนื่อยบ้างหรือ? "


          "ไม่เท่าไหร่...หน้าเจ้าเปื้อนแน่ะ" เด็กหนุ่มชี้หน้าฉันก่อนจะยกชายแขนเสื้อเช็ดๆ ถูๆ ที่แก้มและจมูกของฉัน แล้วเผลอหลุดหัวเราะใส่ "พรึด! หน้าเจ้าตลกจริงๆ หกล้มอีกแล้วล่ะสิ"


          "อย่าหัวเราะข้านะ! งื้ออออ พี่ทำอะไรเนี่ย! " ฉันปัดมือจิ่งอี๋ออกพัลวัน อีกฝ่ายก็ยิ้มแล้วใช้มืออีกข้าวางหมับกลางกระหม่อมให้ฉันอยู่นิ่งๆ


          "ก็หน้าเจ้าเปื้อน มา ข้าเช็ดให้"


          "ข้าเช็ดเองก็ได้ เดี๋ยวเสื้อพี่เปื้อนกันพอดี อื้ออออ!! " ฉันมุ่ยหน้าแล้วพยายามดันอีกฝ่ายออก แต่เขาก็ยังคงดึงดันแล้วเช็ดหน้าฉันแบบ (ไม่) เบาๆ


          "ไม่ต้องห่วงหรอก มากกว่านี้ข้าก็เจอมาแล้ว...แค่ชายแขนเสื้อเอง" เมื่อเช็ดเสร็จเขาก็พูดขึ้นแล้วตบหัวฉันเบาๆ ก่อนที่พวกเราจะเดินไปรวมกลุ่มกับพวกซือจุย


          "พร้อมจะเดินทางต่อหรือยัง? " ซือจุยถามทุกคนเมื่อเราสองคนเดินกลับมา ทุกคนพยักหน้าพร้อมเพรียงก่อนที่เราจะเดินไปกันต่อ





          แต่ว่าไปได้ไม่ไกล จินหลิงก็เหมือนจะเห็นบางอย่างเข้าจึงรีบหยิบศรยิงทันที แต่ก็พลาดจนมันรีบหายลึกเข้าไปอีกทาง


          "คิดจะหนีหรือ! "


          "คุณชายจิน อย่าเพิ่งไป! " ซือจุยรีบตะโกนรั้งก่อนจะรีบวิ่งตามจินหลิงไป




          เหวอออออออออออออออ!!




          เสียงร้องของจินหลิง และซือจุยดังก้องจนพวกเราเริ่มใจไม่ดีพวกเราที่ได้ยินขึ้นก็รีบวิ่งตามเสียงนั้นไปทันที จนไม่ทันสังเกตว่ามันเป็นทางลาดชัน ฉันที่วิ่งนำมาก่อนใครเพื่อนจึงลื่นล้มแล้วไถลลงไปตามร่องตะไคร่น้ำ


          "พี่ซือจุย จินหลิ--- ว้ายย!! "


          "ฟูหยาง! " จิ่งอี๋รีบคว้ามือฉันไว้แต่ก็ไม่ทันทำให้พวกเราลื่นลงไปทั้งคู่ ไม่ต่างกับพวกจื่อเจินที่ไถลตามหลังพวกเรามาจนกระทั่งทางมันผงกขึ้นจนพวกเราที่ลื่นลงมาอย่างแรงไถลขึ้นแล้วปลิวลอยกลางอากาศ



          ด้านล่างเป็นบึงใส ที่น่าจะลึกพอสมควรจนพวกเราต้องรีบกลั้นหายก่อนที่จะตกลงในน้ำ



          ตูมๆ ๆ ๆ ซ่าาาาาาาาาาา!!




          "ฮ่า! ฟูหยาง ไม่เป็นไรนะ? " จิ่งอี๋ที่รีบว่ายพาฉันขึ้นบนผิวน้ำเอ่ยถาม ฉันพยักหน้าตอบแล้วลูบหน้าตัวเองก่อนจะมองไปรอบๆ บึง


          "แต่คนอื่นๆ ล่ะ? "


          "จื่อเจิน! พวกเจ้าอยู่ไหน?! "


          พรวดๆ ๆ! ซ่าาา!!


          "น นี่มันอะไรกันเนี่ย! " พวกจื่อเจินที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำร้องลั่นด้วยความตกใจ แล้วรีบว่ายมาหาฉันกับจิ่งอี๋ทันที


          "พวกข้าก็ไม่รู้...แล้วซือจุยกับจินหลิงล่ะ? "


          "จิ่งอี๋! จื่อเจิน! ฟูหยาง!" เสียงของซือจุยดังขึ้นก่อนที่พวกเราจะหันไปมองยังต้นเสียง ไฟจากยันต์ที่ถูกจุดในมือของจินหลิงเห็นว่าเขาอยู่บนฝั่ง พวกเราทั้งหมดจึงรีบว่ายไปหาทันที


          "จินหลิง พี่ซือจุยล่ะ? " จินหลิงไม่ตอบได้แต่ปรายตาไปมองด้านหลัง เห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังนั่งกุมไหล่ของตัวเองแน่น ใบหน้าคมคายนิ่วเข้าหากัน


          "เกิดอะไรขึ้นซือจุย? " จิ่งอี๋รีบรุดไปดูเพื่อน แต่ทันทีที่ขยับไหล่ซ้าย อีกฝ่ายก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดทันทีจนจิ่งอี๋ต้องผละออก


          "ข้าไม่เป็นไร"


          "...พี่ซือจุยข้าขอดูหน่อย" ฉันว่าก่อนที่ซือจุยจะพยักหน้าให้ฉันเดินเข้ามาดู มือยกขึ้นลูบไปตามบ่าแล้วก็ต้นแขนซ้ายเบาๆ แล้วประเมินสภาพ


          "ไหล่หลุด..."


          "ไหล่หลุด!! " ทุกคนร้องลั่นด้วยความตกใจ จินหลิงเม้มริมฝีปากแน่นแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา แต่ฉันก็รู้ว่าเขาอาจจะกำลังรู้สึกผิดก็ได้


          "เกิดอะไรขึ้นซือจุย เล่าให้ข้าฟังหน่อย! "


          "ข้าแค่---"


          "หึ โง่สิ้นดี ใครเค้าขอให้เจ้าช่วยกันล่ะ! " จินหลิงบอกเสียงฮึดฮัดแล้วกอดอกสะบัดหน้าหนี จิ่งอี๋กัดฟันกำลังจะต่อว่าแต่ก็ถูกฉันห้ามไว้เสียก่อน


          "ถ้าไม่ได้เขา เจ้าอาจจะเป็นหนักกว่าเขาก็ได้ อย่างน้อยก็ขอบคุณเขาสิจินหลิง" จื่อเจินช่วยประนีประนอมให้จินหลิง แต่อีกฝ่ายก็ยังหัวแข็งจนเขาจนปัญญา


          ฉันถอนหายใจก่อนจะเขียนบางอย่างลงบนพื้นดินแล้วเรียกเขา


          "จินหลิงๆ "


          "อะไรล่ะ? " เมื่อเขาขานรับฉันก็ชี้ลงบนพื้น เขาขมวดคิ้วแล้วมองฉันเหมือนกับจะเยาะเย้ย


          "นี่อ่านว่าอะไร"


          "เหอะ! แค่คำง่ายๆ อย่างนี้เจ้ายังอ่านไม่ออกอีกหรือ เจ้าเป็นคนเขียนเองแท้ๆ นะ? " ฉันกลอกตาแล้วถามซ้ำ


          "มันอ่านว่าอะไรล่ะ? "


          "ก็'ขอโทษ'ไง"


          "ก็พูดได้นี่..." จินหลิงเลิ่กคิ้วหน้าเหวอ ไม่ต่างกับทุกคน ฉันถอนหายใจแล้วหลีกทางให้จินหลิงและซือจุยประจันหน้ากันแล้วผายมือไปทางเด็กหนุ่มสกุลหลาน "เช่นนั้นลองใช้คำพูดเมื่อครู่ที่เจ้าพูดกับพี่ซือจุยอีกครั้งสิ"


          "ทำไมข้าต้อง--"


          "อย่าทะนงตนว่าเก่งนักจินหลิง ข้าไม่อยากจะสอนเจ้าหรอกนะ แต่ครั้งนี้ข้าทนไม่ได้จริงๆ ...พี่ซือจุยยอมเจ็บตัวแทนเจ้า จนไหล่หลุด หากว่าไหล่ของเขาคือหัวของเจ้า ป่านนี้เจ้าคงไม่มายืนเถียงข้าฉอดๆ อยู่ตรงนี้หรอก" คำพูดของฉันทำให้จินหลิงถึงกับชะงัก หลุบตาลงต่ำ


          "...ขอโทษ" คำพูดอ้อมแอ้มในลำคอของขนมเข่งน้อย ถึงจะไม่เห็นหน้า แต่ว่าปลายหูทั้งสองข้านั้นมันแดงแจ๋ไปหมด


          "ดังกว่านี้อีก เสียงของคุณชายจินแห่งหลันหลิงมีเพียงแค่นี้หรืออย่างไร? " ฉันพูดแซ็วตอกย้ำจนได้ยินเสียงกัดฟันกรอด ก่อนที่ตวัดสายตาขึ้นมามองฉันอย่างคาดโทษ แล้วหันไปมองซือจุย


          "ข้าขอโทษ! " ซือจุยพยักหน้ารับคำขอโทษเจื่อนๆ ทุกคนเองก็พยักหน้าพอใจที่จินหลิงยอมขอโทษ ฉันยิ้มบางก่อนจะเห้นบางอย่างบนหัวของขนมเข่งน้อย


          "ก็แค่นี้แหละ จินหลิงข้าขอยืมผ้าผูกผมเจ้าก่อนนะ! " ฉันว่าก่อนจะฉวยถอดผ้าผูกผมสีแดงออก จนผมที่มันรวบไว้ปล่อยยาวสยายน่าสะดุดตา


          "เจ้า! "


          "เอาน่า แค่เดี๋ยวเดียวเอง...อยู่นิ่งๆ นะ พี่ซือจุย อย่าขยับแขนล่ะ" ฉันว่าก่อนจะคล้องผ้าผูกผมกับคอของเขาแล้ค่อยๆ นำแขนมาสอดเอาไว้ ซือจุยยิ้มแล้วเอ่ยชมฉัน


          "เก่งมาก ฟูหยาง..."


          "เล็กน้อยเจ้าค่ะ! จินหลิง โทษฐานที่เจ้าทำพี่ชายของข้าบาดเจ็บ เจ้าต้องดูแลเขาด้วย" ใบหน้าหวานหันขวับมามองฉันแล้วจะแย้ง แต่ฉันยิ้มแล้วพูดขึ้นตัดหน้าซะก่อน


          "พี่ข้าไหล่หลุดเพียงนี้ ถ้าเราเจอพวกปีศาจกลางทางข้าจะโทษเจ้าเป็นคนแรก ที่ทำให้พี่ชายของข้าสู้ไม่ได้ (^^) +"


          "ฮึ่ย! ก็ได้" จินหลิงสะบัดหน้านี เส้นผมของเขาที่มักจะมัดรวบไว้ตลอดปล่อยสยายดูสะดุดตา บางทีเพราะเด็กคนนี้ได้แม่มาเยอะละมั้ง พอปล่อยผมแบบนี้แล้วรู้สึกว่า...


          "น่ารัก..." ฉันและซือจุยพูดขึ้นพร้อมกัน จนจินหลิงหน้าแดงเป็นมะเขือเทศแล้วค้อนขวับ ฉันรีบยกมือปิดปากกลั้นรอยยิ้มที่แทบจะหลุดกริ๊ด









          ก่อนที่เราจะเดินทางต่อ โดยที่ครั้งนี้ฉันขอเป็นคนนำทางกับจิ่งอี๋ โดยมีจินหลิงค่อยพยุงซือจุยตามหลังพวกเรามา ไม่นานนักเราก็มาโผล่ยังสถานที่แห่งหนึ่ง มันเหมือนกันโดมที่เป็นต้นไม้ล้อม แสงแดดจากด้านบนส่องลงมายังที่พวกเรายืนอยู่ ตรงหน้าของพวกเรามีกระบี่เล่มหนึ่งที่ปักอยู่ และมีต้นหญ้าขึ้นคลุม ด้านข้างนั้นเหมือนมีหินที่รูปร่างคล้ายคนนั่งขัดสมาธิ


          ซ่าาาาาาาาาาาาา!


          เสียงใบไม้เสียดสีกันเพราะลมพัดดังก้อง ฉันหลับตาสูดกลิ่นอายของดินลอยอบอวลรู้สึกสดชื่น ก่อนที่ฉันจะลืมตาขึ้นมาพบว่ารูปปั้นหินตรงหน้า กลายเป็นร่างของชายแก่คนหนึ่ง ยืนมือไพล่หลังอยู่ก่อนจะโค้งคำนับพวกเรา


          "ขอต้อนรับกลับขอรับ...คุณหนู" ในตอนนั้นกระบี่เสี่ยวเฟยมันสั่นระริกก่อนจะพุ่งออกมาจากฝังแล้วลอยมาตรงหน้าของฉัน


          ตุบ!


          "ผู้เฒ่าเหวินจื่อ" จางหยินออกมาจากกระบี่แล้วทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ฉันตกใจก่อนจะมองไปรอบๆ แต่ก็รู้สึกแปลกๆ เมื่อคนข้างกายกลับ


          ไม่ขยับตัว...


          "นั่นมันอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น"


          "วางใจเถิด แม่นาง...ข้าเพียงแค่หยุดเวลาไว้เท่านั้น"


          "ต้องการอะไรกันคะ? " ชายแก่ตรงหน้าไม่ตอบก่อนจะหลุบตามองจางหยินที่ก้มหัวแนบพื้น อีกฝ่ายถอนหายใจก่อนจะตอบฉัน


          "พันธะที่พาเจ้ามายังโลกนี้ จะยังคงอยู่...แต่จากนี้ไปเจ้าต้องเลือกเส้นทางเองแล้ว"


          "หมายความว่ายังไงคะ? "


          "หลิวจางหยิน..."


          "..."


          "เจ้าเป็นอิสระแล้ว...หยุดสิงสู่กระบี่ของสายเลือดน้องชายเจ้าเสียเถอะ" ฉันตาเบิกโพล่งเมื่อชายแก่ตรงหน้ารู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเรา จางหยินเงยหน้าขึ้นมองชายแก่ช้าๆ น้ำตาคลอก่อนจะหันมาสบมองฉัน


          "สายเลือด...ของน้องข้า ดา นี่เจ้า..."


          "อากง คือน้องชายของเธอ..." จางหยินน้ำตาไหลอาบทันที่ฉันตอบ ก่อนจะรวบฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ฉันผงะก่อนจะเหลือบมองอีกฝ่ายที่กำลังร้องไห้อย่างหนักหน่วง จึงได้แต่ลูบแฟ่นหลังของหล่อนเบาๆ


          "ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ ดา"


          "ช่างมันเถอะ อย่าร้องไห้เลยนะ..." ฉันยิ้มแล้วกอดตอบเธอแน่นเช่นกัน จนกระทั่งเธอผละออกห่างแล้วหันไปเผชิญหน้ากับผู้เฒ่า


          "ผู้เฒ่าเหวินจื่อ โปรดชี้แจงด้วยเจ้าค่ะ....ข้าเป็นอิสระเพราะเหตุใด? "


               "..."


               "กฏต้องห้ามของตระกูลหลิว คืออย่าหันหลังให้วิถีเซียน และข้าได้ฝ่าฝืนกฏนั้นไป แล้วเหตุใดข้าถึง---"


               "เพราะเจ้าไม่ได้หันหลังวิถีเซียนเพราะอยากจะทำ แต่เจ้าทำเพื่อจะปกป้องตระกูล...โทษของเจ้าจึงได้ลดลง"


               "ลดลง? "


               "เจ้าจะไม่สามารถบรรลุเซียนได้ แต่เจ้าจะกลายเป็นสัตว์เทพแดนลับแลแทน" จางหยินยิ้มโล่งใจปนซาบซึ้ง ก่อนจะคำนับขอบคุณคนตรงหน้า


               "เป็นพระคุณยิ่งเจ้าค่ะ ผู้เฒ่าเหวินจื่อ"


               "ท่านรู้ได้ยังไง ว่าฉันเป็นหลานของน้องชายจางหยิน? "


               "...แต่แรกเห็นเลย คลื่นพลังของเจ้านั้นมีพลังหยางมากกว่าพลังหยินในกาย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ในร่างของสตรี เลือดผสมจากโลกอื่นปะปนมาและได้ผูกพันธะไว้"


               "แล้วเลือดผสม....มันคืออะไร? "


               "..."


               "..."


          "เลือดผสม คือ เจ้า...ที่มาจากโลกอื่นแต่ว่ามีสายเลือดของคนจากโลกนี้ มันเป็นคำบัญญัติของประมุขผู้ก่อตั้ง ว่ากันว่าหากเลือดผสมถือกำเนิด ขุมพลังอันไร้ขอบเขตที่เพียงแค่พลิกฝ่ามือ ก็สามารถทำให้โลกสั่นสะเทือนได้เลยจะปรากฏ"


               "พวกคุณเชื่อจริงๆงั้นเหรอ?"


               "เฮ้อ....มันก็แค่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น"


               "..."


               "หากเจ้าอยากจะรู้ล่ะก็...ข้าสามารถหาคนที่ให้คำตอบกับเจ้าได้"


               "ใครคะ?" ชายแก่สบมองฉันพลางลูบเครายาวสีขาวไปพลางๆ


               "นายของข้า....หลิวซิ่นซือ พี่ชายร่วมสายเลือดของประมุขหลิวเหม่ยเจี้ยน" 


               "หลิวเหม่ยเจี้ยน...พี่ชาย เดี๋ยวก่อน ต้าจี๋บอกว่าเขากลายเป็นปีศาจและหายสาบสูญไปแล้วนี่ ฉันจะหาเขาเจอได้ยังไงล่ะคะ?"


               "...เลือดของเจ้าจะเรียกหาเขาเอง เอาล่ะ ข้าจะพาพวกเจ้าออกจากป่าแห่งนี้ หากพวกเจ้าอยู่ที่แห่งนี้นานเกินไป พวกเจ้าจะกลับออกไปไม่ได้"


               "ขอบคุณค่ะ..." ชายแก่เดินผ่านฉันไปหาซือจุยก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบบ่าและหัวไหล่ก่อนจะจับมันยกขึ้นและดันเข้าไปอย่างแรง


          กร๊อก!


          "เอาล่ะ ข้าดันไหล่เขาให้เข้าที่แล้วก็รักษาให้แล้ว ตอนนี้ก็สามารถใช้กระบี่ได้อย่างไม่มีปัญหา"


          "จากนี้ไป...ข้าคงไปกับเจ้าไม่ได้แล้วนะ" จางหยินยิ้มเศร้าแล้วไปขนาบข้างชายแก่ 

         

           ฉันยืนมองเธอด้วยความใจหาย แต่ก็ทำใจได้ไม่นานเท่าไหร่แล้วพยักหน้าพร้อมพูดกลับไป


          "อืม ถือว่าฉันส่งเธอกลับบ้านก็แล้วกันนะ" จางหยินเม้มริมฝีปาก ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำก่อนจะพุ่งเข้ากอดฉันจนฉันกระอัก


          "ข้าขอโทษ...ขอโทษจริงๆ ดา ถ้าหากข้าเลือกได้---"


          "ช่างเถอะ...เรากลับไปอดีตไม่ได้ อีกอย่างฉันว่าที่โลกนี้มันก็ไม่ได้แย่นักหรอก"


          "..." เธอเงียบไม่ตอบอะไร จนฉันต้องเป็นฝ่ายยกแขนขึ้นกอดเธอตอบ ยกคางเกยไหล่อีกฝ่ายแล้วพูดกระซิบเสียงเบา


          "หวังว่าจะได้พบกันอีกนะ...หลิวจางหยิน ไม่สิ อาม่าหยิน"















เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

779 ความคิดเห็น

  1. #506 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:34
    แงง ซือจุยจินหลิง ช้านชิปป อ่านตอนกลางคืนช่างทรมาน~ปลาเผาา

    ปมค่อยๆคลายแล้วว รอน้าา
    #506
    1
    • #506-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 22)
      21 กันยายน 2562 / 23:46
      หิวปลาาาาาา
      #506-1
  2. #490 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 13:24
    น้องงง เศร้าาา ชอบอาม่าจังค่ะะ น่าร้ากกก ไม่น่าต้องจากเลย//ร้องไห้//จะรอนะคะ! สู้วๆน้า~
    #490
    0
  3. #488 Maidii (@New48lew41) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:22
    อ่านแล้วก็หิวเลย........ปลาเผา~~~~
    #488
    0
  4. #487 mmismy (@pk-yimcheng) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:15
    ค่อยๆคลายปมไปทีละนิดแล้ววว
    #487
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #481 554910140 (@554910140) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:49
    อยากให้นางร้องเพลง(สวดมนต์)อีกกกก
    #481
    0
  7. #480 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:40
    สนุกค่ะ รอตอนต่อไปเลยค่ะ
    #480
    0
  8. #479 Wilawan Chumwanid (@nunany27) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 06:53
    สนุกมาก อยากกินปลาย่างจุง
    #479
    0
  9. #478 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 05:40
    ทำไมต้องอ่านตอนกลางคืนนน ฉัน อยากกินปลาาาา
    #478
    0
  10. #477 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:47

    อยากกินปลาเผาขึ้นมาทันที เล่นเอาหิวเลยอ่ะ
    #477
    0
  11. #476 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 01:01
    อยากเห็นคุณชายจินหลิงตอนปล่อยผมจนโดนชมว่าน่ารักจังเลย แง
    #476
    0
  12. #475 Phakchira1945 (@pakjira1945) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 00:05

    มีความดัดนิสัยนายน้อยกับชงคู่กัปตันเบาๆ
    ติดตามจ้าาาา
    #475
    0
  13. #474 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:28
    ขอบคุณมากค่ะ
    #474
    0
  14. #473 Thangmo95 (@chandapa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:26

    พยายามสอบเข้านะคะ
    #473
    0
  15. #471 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 15:05

    สู้วๆนะคะ~ พยายามสอบเข้าาา
    #471
    0
  16. #470 pitchayapak911 (@pitchayapak911) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 08:17

    สู้ๆนะ

    #470
    0
  17. #469 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 07:09

    เค้าทำงานเกือบถึงเที่ยงคืนประมาณห้าทุ่มกว่าๆน่าจะอ่านทันหรือป่าว?สู้ๆนะคะ
    #469
    0
  18. #468 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 06:31
    รอค่ะ สู้นะ รักษาสุขภาพด้วยยยย//จุ๊บ 55
    #468
    1
    • #468-1 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 22)
      16 กันยายน 2562 / 06:32
      *มันต้อง สู้ๆ สิ!
      #468-1
  19. #467 Maidii (@New48lew41) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 02:43
    มันก็จะดึกหน่อยๆ555
    #467
    0