[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 ทายาทเลือดผสม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    15 ก.ย. 62




     ฉันกัดฟันมองเด็กสาวที่กำลังนั่งขัดสมาธิลอยไปลอยมารอบลูกแก้ว จ้องมองคนภายในนั้นด้วยความสนุกสนาน ต้าจี๋หันมายิ้มให้แล้วเดินเข้ามาเอียงคอมองฉัน

     "ฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะปล่อยพวกเขา!!" ต้าจี๋ปรายตามองแล้วหัวเราะคิกคัก ยกไหเหล้าดื่มอึกใหญ่แล้วตอบคำถาม

     "คิกๆๆ มาเล่นกับข้าสิ!"

     "เล่นอะไร? ถ้าขืนเล่นอะไรพิศดาลล่ะก็ฉันเอาเธอตายแน่!"

     "โอ๊ะๆ! อย่าลืมซี่ ว่ามีชีวิตของพวกเด็กหนุ่มเหล่านี้เป็นเดิมพันอยู่นา...เอางี้! ถ้าเจ้าตอบคำถามของข้าได้ ข้าจะปล่อยพวกเขาไป" ต้าจี๋ยื่นข้อเสนอ ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วจึงได้แต่ตอบตกลงไป

     "ถามมาสิ! แต่ก่อนอื่น หยุดพวกแมงมุมพวกนั้นเดี๋ยวนี้!"

     "ก็ได้!" ต้าจี๋ยิ้มกว้างก่อนจะดีดนิ้วให้แมงมุมพิษหายไป

     เป๊าะ! วูบบบบ

     "..."

     "เอาล่ะ ถ้ามีคนฆ่าครอบครัวของเจ้า เหลือเจ้ารอดเพียงแค่คนเดียว...เจ้าฝึกวิชาเพื่อแก้แค้นให้กับคนที่ฆ่าครอบครัวของเจ้า แต่เมื่อรู้ว่าคนๆนั้นได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงแค่ครอบครัวของเขา เจ้าจะยังแค้นต่อหรือไม่?"

     "..."
     
     "งืมมมม คงจะยากไปล่ะสิ ข้าให้เวลาเจ้าคือ หนึ่ง ไม่สิๆ สองก้าน---"

     "ไม่"

     "เอ๋?"

     "แค้นกับคนที่ตายไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมากัน "

     "..."

     "แค้นเพียง 1 ชำระเพียง 1 ถึงแม้มิได้ชำระด้วยตัวเอง สิ่งที่พิพากษาได้ดีที่สุดก็คือ กฏแห่งกรรม เมื่อเขาตายก็ปล่อยวางเสีย" ฉันว่าก่อนจะหลับตานึกถึงภาพในชาติที่แล้ว

     "..."

     "ฉันไม่อยากเหมารวม ฆ่าคนไม่เลือกหน้าทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ นั่นคือสิ่งที่ฉันเจ็บปวดที่สุด...แค้นใครก็แค้นแค่คนเดียวพอแล้ว" ต้าจี๋ยืนนิ่ง สีหน้าแปรเปลี่ยนไปจนฉันแปลกใจ

     มันไม่ใช่สีหน้าที่เด็กสิบกว่าขวบจะทำได้ มันเหมือนกับว่ากระจ่างชัดในคำตอบ ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวยมองฉันเหมือนพึงพอใจในคำตอบของฉันมาก แล้วปรบมือให้

     "เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ?"

     "ใช่ ไม่มีใครขาว ไม่มีใครดำ...มนุษย์ทุกคนล้วนมีสองสีปะปนกันทั้งนั้น แม้เป็นเทพเซียนก็มีอารมณ์ความรู้สึก จะนับประสาอะไรกับคนธรรมดาๆกันล่ะ"

     "ถูกต้อง เจ้าตอบถูก..."

     "ทีนี้ปล่อยพวกเขาได้แล้ว" ต้าจี๋ยิ้มก่อนที่จะดีดนิ้วทำลายลูกแก้วต่อหน้าต่อตาฉัน

     เป๊าะ! เพล้งงงง!!

     "นี่เธอ---!!"

     "นี่แค่ภาพลวงตา พวกเขาหลงในถ้ำยังหาทางออกไปเจอหรอก...แต่ข้าจะให้เพื่อนของข้านำทางพวกเขาเอง เจ้าไม่ต้องกลัว" ต้าจี๋คลี่ยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วคว้ามือของฉันทั้งสองไว้

     "เจ้าอยากรู้ไหม ว่าทำไมเหตุใดหลิวจางหยินถึงยังไม่ไปเกิด รวมถึง..."

     "?"

     "ทำไมพวกพฤกษา ถึงเรียกเจ้าว่านายน้อยด้วย" ดวงตาเบิกกว้าง มองเด็กสาวที่ยิ้มให้ หล่อนถอยออกห่างก่อนที่ร่างจะเปล่งแสงและมีดาบซ็อนทับร่างของเธอ

     "นี่เธอ..."

     "เราคือ กระบี่ของหลิวมู่ผิง นามว่าต้าจี๋ " หลิวมู่ผิง...ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเคยได้ยินเฟยหงเรียกชื่อนี้


     นั่นคือหลิวมู่ผิง แม่ของข้า...


     "กระบี่ของฮูหยินหลิว  แม่ของจางหยิน" ต้าจี๋ยิ้มก่อนจะลอยมาหาแล้วกอดคอฉันไว้แน่น ขาล็อคเอวฉันไว้ใบหน้านวลก้มถูไถ

     หมับ!

     "ต ต้าจี๋?"

     "แม้นายน้อยจะมิได้กลับมา แต่เพียงแค่ได้เห็นเจ้าข้าก็รู้ได้ทันที...ว่าเจ้ามีสายเลือดของตระกูลหลิว" ฉันขมวดคิ้ว แต่มือก็ลูบแผ่นหลังเล็กไปมาเหมือนปลอบประโลม

     "...ต แต่ฉัน---"

     "หลินจูหยาง ครอบครัวของเจ้ามีใครชื่อนี้ไหมล่ะ?" ฉันนิ่งไปก่อนจะดันเด็กสาวออก ต้าจี๋ยิ้มกว้างด้วยความดีใจต่างจากฉันที่มองเธอด้วยความสับสน

     "นั่นมัน...ชื่ออากง"

     "(^^)" เธอยิ้มก่อนจะกอดฉันไว้อีกครั้ง เสียงกระซิบข้างหูนั่นทำให้สติฉันดับวูบทันที




     "แล้วเจ้าจะได้เห็นเอง  เด็กน้อย..."












     ประมุขเจียงลอบกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก เมื่อดวงตาสีเขียวสวยขุ่นมัวด้วยความหงุดหงิด แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบนิ่งอยู่ก็ตามแต่ตนก็ยังทำใจกล้า เอ่ยถามออกไป

     "เกิดอะไรขึ้น?"

     "...พวกเจ้าคิดว่าการผูกมิตรกับมาร เป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงกระทำอย่างนั้นหรือ? พวกเจ้าคิดว่ามารคือสิ่งที่ควรกำจัดใช่หรือไม่" หลิวเหม่ยเจี้ยนเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก ยิ่งทำให้ประมุขเจียงประหม่ามากกว่าเดิม

     หลานซีเฉินมองประมุขหนุ่มก่อนจะโค้งคำนับแล้วเป็นฝ่ายตอบแทน

     "เรียน ผู้อาวุโสหลิว...ที่ท่านเอ่ยถาม หากตอบตามความเป็นจริงก็คือใช่ "

     "หากว่าผู้เป็นมารคือครอบครัวของเจ้า เจ้ายังคิดจะกำจัดหรือไม่? เจ๋ออู๋จวิน" หลานซีเฉินนิ่งไปและไม่ตอบคำถาม นั่นทำให้หญิงสาวถึงกับถอนหายใจ ใบหน้างดงามยังคงบึ้งตึงไม่หายหล่อนหลับตาร่ายคำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

     "มารย่อมชั่วร้ายก็จริง แต่มารย่อมเกิดขึ้นมาจากความเจ็บปวด เกิดจากความกลัว...ข้ามิอาจทนเห็นได้ แต่ตระกูลหลานแห่งกูซูนั้นมีหลานอันเป็นประมุข ความดีชั่วถูกแบ่งแยกชัดเจน...ชัดเจนมากเกินไป จนมองไม่เห็นว่าภายใต้ความดีชั่วนั้น ไหนจริงไหนปลอม"

      "..."

     "หลายร้อยปีที่ผ่านมา ข้าเฝ้ามองดูสายเลือดของข้าช่วยเหลือผู้คน พวกเขาจะตัดสินเองว่าใครดีใครชั่ว มีอิสระที่จะต่อต้าน....นี่คือกฏของตระกูลเรา ดังที่เจ้าเห็นในบันทึก ไม่ว่ามารหรือเซียนทุกฝ่ายเท่าเทียม ไม่ลำเอียงฝ่ายใด ใครดีมาเราดีกลับ  ใครร้ายมาเราก็ร้ายกลับเช่นกัน แม้คนที่พวกเจ้าต่างกล่าวคำครหาว่าเป็นศัตรูทั่วหล้า พวกข้าก็ไม่ขอเชื่อ หากคนที่พวกเจ้ากล่าวหาคือผู้บริสุทธิ์ของเรา"

     "...."

     "ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับคนทั่วทั้งยุทธภพ แต่หากเพื่อปกป้องผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วนั้น.....พวกเราก็ยินดีที่จะเป็น!!"

    

    











     วูบ!

     "...ที่นี่มัน" ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาท่ามกลางโถงแร่ผลึกสีเขียวสวย มือข้างหนึ่งนั้นต้าจี๋จับฉันไว้แน่น และก็เพิ่งรู้ตัวเองว่าตัวของพวกเรามันโปร่งแสงหน่อยๆ

     "ตอนนี้ข้าดึงจิตของเจ้า ให้เข้ามายังในเขตศักดิ์สิทธ์เพื่อให้เจ้าได้เห็นความทรงจำจากต้นไม้ในอดีต และตรงที่เจ้ายืนอยู่นี้เป็นที่ๆลึกที่สุดในเขตชิงหลินหรง เอาล่ะ เจ้าคงได้ยินจากเจ๋ออู๋จวินแล้ว ว่าหลิวเหม่ยเจี้ยนคือประมุขผู้ก่อตั้งตระกูล"

     "อืม แต่ที่ฉันสงสัย ทำไมหลิวเหม่ยเจี้ยนที่เป็นผู้หญิงถึงได้รับการยอมรับให้ขึ้นเป็นประมุขได้ล่ะ?"

     "...หลิวเหม่ยเจี้ยนต่างจากเซียนคนอื่นๆ นางเป็นเทพธิดาที่บำเพ็ญวิชาเซียนจึงลงมาเกิดยังบนโลก...นางได้ถือกำเนิดในครอบครัวของชาวนา แต่ว่านางสามารถระลึกชาติกำเนิดและมีพลังอำนาจสวรรค์ซึ่งเป็นพลังเดิมของนางได้ ผู้คนจึงเคารพนับถือนาง"

     "มิน่าล่ะ ตอนที่จางหยินให้ดูความทรงจำของเธอ ถึงได้มีรูปปั้นของนางบนยอดเขาของถ้ำ...ที่นั่นก็อยู่ในเขตของชินหลินหรงเหรอ?" ต้าจี๋พยักหน้าแล้วเล่าต่อ

     "ใช่ นางบำเพ็ญเพียรร่วมกับพี่ชายซึ่งเป็นนักพรตที่ท่องไปทั่วยุทธภพ และนั่นคือต้นกำเนิดของตระกูลหลิว"

     "หมายความว่ายังไง?"

     "หลิวเหม่ยเจี้ยน เป็นเทพธิดาที่สามารถควบคุมอำนาจของพลังหยินได้ และนั่นคือจุดอ่อนของนาง" ฉันขมวดคิ้วเมื่อต้าจี้เล่าถือช่วงสำคัญบางอย่างที่สัมผัสได้จากน้ำเสียง

     "จุดอ่อน? ควบคุมพลังหยินได้แล้วมันเป็นจุดอ่อนยังไง?"

     "สตรีตระกูลหลิวทุกคน จะมีพลังหยินมากกว่าพลังหยางย่อมถูกพวกปีศาจเข้าสิงร่างได้ง่ายกว่าบุรุษ หากนางดูดซับแรงอาฆาต และพลังหยินมากเกินไป...ภัยธรรมชาติ จะปั่นป่วนทั่วยุทธภพ จากเทพธิดาจะกลายเป็นเทพีอสูร พี่ชายร่วมสายเลือดของนางรู้ถึงจุดอ่อนข้อนี้จึงดูดซับพลังหยินไว้แทน และหันหลังให้วิถีเซียน"

     "แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเขา?"

     "...จะอะไรเสียอีกล่ะ ก็กลายเป็นอสูรไง" คำตอบของต้าจี๋ทำให้ฉันใจหาย มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ...เขาต้องดูดซับแรงอาฆาตขนาดไหนกันเนี่ย

     "หลิวเหม่ยเจี้ยน ใช้พลังที่ตนมีผนึกกระบี่ของพี่ชายร่วมสายเลือด และตนไม่สามารถที่จะช่วยอีกฝ่ายให้กลับมาเป็นมนุษย์ได้จึงได้แต่ปล่อยให้พี่ชายของตนหายสาบสูญไป พวกเขามีสัญญาร่วมกันว่าจะก่อตั้งตระกูลขึ้นมาใหม่...นางจึงสานต่อปณิธานนั้นและตระกูลหลิวก็ถือกำเนิด โดยที่หล่อนตั้งเงื่อนไขเอาไว้"

     "เงื่อนไข?"

     "หากลูกหลานตระกูลหลิวหันหลังให้วิถีแห่งเซียน...จะต้องถูกคำสาปอสูรตราบสิ้นลม เพื่อเป็นการย้ำเตือนไม่ให้คนรุ่นหลังได้เดินทางซ้ำรอยกับนางที่ต้องทนมองเห็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวกลายเป็นปีศาจ" 

     "แล้ว...หล่อนไม่ได้ฆ่าพี่ชายของตัวเองเหรอ?"

     "ตรงกันข้ามเพราะนั่นคือครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของนาง และพี่ชายของนางแม้จะกลายเป็นอสูรแต่ก็ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดี แต่ว่าหากในยามล่าราตรี เขาอาจตกอยู่ในอันตราย หลิวเหม่ยเจี้ยนจึงสร้างแดนลับแลแห่งนี้ขึ้น...โดยหวังว่าสักวันอาจจะได้พบกันอีกครั้ง"

     ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าเศร้าใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตระกูลหลิวจะมีความเป็นมาที่น่าหดหู่ขนาดนี้ 

     "เหล่าคนรุ่นหลังทำตามคำสอน และกฏข้อห้ามเด็ดขาดของเหม่ยเจี้ยนเป็นอย่างดี...จนกระทั่งเกิดเรื่องที่เหล่าเซียนบุกทำลายเขตแดนตระกูลหลิว ฆ่าล้างบางไม่เว้นแม้แต่สตรี และทารก ลูกสาวของมู่ผิงจึงเสียสละตนหันหลังวิถีแห่งเซียน เพื่อใช้คำสาปทำลายล้างเหล่าผู้ที่ฆ่าล้างตระกูลตน"

     "..."

     "แต่นอกจากคำสาปนั้นแล้ว ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม...ก็คือช่วงอายุจะถูกย้อนกลับไป" ย้อนกลับไป...หมายถึงกลับกลายไปเป็นเด็กงั้นเหรอ?!

     "แล้วเติบโตใหม่?"

     "ถูกต้อง แต่ว่าคำสาปอสูรจะยังคงอยู่ตราบนางสิ้นลม ไม่สามารถถอนคำสาป หรือควบคุมมันได้...หากละเลย ผู้คนก็จะต้องตายเพราะคำสาปของนาง"

     "นั่นก็คือวาจาสิทธิ์"

     "วาจาสิทธิ์เป็นหนึ่งในนั้น...แต่ว่า นางกลับไม่รู้ถึงบางอย่างที่กำลังผูกพันธะไว้กับนาง"
     
     "พันธะ?"

      ต้าจี๋ปรบมือสองสามครั้ง ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นภายในถ้ำที่เคยเห็นในความทรงจำของจางหยิน

 
  
     ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีเขียวทิวไผ่ทรุดลงคุกเข่า โลหิตไหลอาบกลางอกจนชุ่มมือเรียวกอดปกป้องหน้าท้องนูนไว้ ริมฝีปากเปื้อนเลือดเม้มแน่น ดวงตาอ่อนแรงจ้องมองสิ่งมีชีวิตในครรภ์ของตน

     "แม่ขอโทษ...ที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้" น้ำเสียงขาดห้วงนั่น ไม่รู้ทำไมทำให้ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาซะอย่างนั้น  

     มือเรียวทั้งสองประสานขึ้นกลางอก ประกายแสงสีเขียวอ่อนเริ่มวนล้อมรอบ นิ้วเรียวปาดเลือดที่กลางอกก่อนจะวาดเส้นลงบนหน้าท้องนูนอย่างรวดเร็ว

     "ไม่ว่าจะอีก กี่สิบกี่ร้อยปี หากวันใดพี่เจ้าตาย ขอให้เจ้าหวนคืนกลับมา...เพื่อฟื้นฟู" หญิงสาวยิ้มอ่อนแรงก่อนที่ละอองแสงสีเขียวจะเกาะตามรอยเลือด แล้วมารวมกันเป็นดวงไฟดวงเล็กๆลอยหายไป


     ตุบ!


     "ตระกูลของเรา..." คำพูดสุดท้ายก่อนนางสิ้นลม ทำให้ฉันน้ำตาไหลอาบโดยไม่รู้ตัว ภาพนั้นถูกตัดกลับมายังน้ำตกในถ้ำอีกครั้งก่อนที่ต้าจี๋จะประคองใบหน้าฉันแล้วบรรจงเช็ดน้ำตาให้


 
     ไม่รู้ทำไมว่ามันถึงได้เหมือนกัน...เหมือนกับวันที่'คนๆนั้น'พูดกับฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นลม




     'ดา เข้าไปหาอากงสิลูก' คุณแม่ดันแผ่นหลังของฉันแหวกวงล้อมของบรรดาญาติๆที่อยู่รอบเตียงผู้ป่วย 

    ฉันในวัย 7 ขวบเดินฝ่ายเข้ามาแล้วปีนขึ้นบนเตียงล้มตัวนอนลงบนแขนของอากงที่กางไว้รอ อากงที่เคยแข็งแรงกำยำ บัดนี้กลับซูบผอม ผิวที่เคยเปล่งปลั่งซีดเซียวไร้เลือดฝาด ริมฝีปากยกยิ้มคุ้นเคย มือข้างที่หัวเล็กๆหนุนนอนเอื้อมมาลูบเบาๆ

    'อากงรีบๆหายน้าา แล้วมาเล่นกับหนู' คำพูดของเด็กที่ไม่ประสีประสาทำให้คนรอบข้างได้แต่มองด้วยความเวทนา แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าพวกเขามองฉันแบบนั้นทำไม

    '...เฮ้อ พวกลื้อออกไปก่อน อั๊วะขออยู่กับอาฟูสักเดี๋ยว' เมื่อได้ยินคำสั่งทุกคนจึงเดินออกไปอย่างเงียบๆ เหลือเพียงแค่ฉันกับอากงสองคนเท่านั้น

     'อากงขาาาา... พวกดอกไม้ต้นไม้ที่อากงปลูกไว้คิดถึงอากงจะแย่แล้ว พวกนกน้อยก็รออากงที่ริมหน้าต่างทุกวันเลย ทั้งกระรอก นก แม้แต่ น้องงูเขียวยังมาหาเลยนะ'

     'ลื้อรู้ได้ยังไง ว่าพวกเขาคิดถึงอั๊วะ?'

     'งืมมมม สายตามั้ง เหมือนหนูเห็นตัวเองตอนรอพ่อมารับหนูเลย' อากงยิ้มเอ็นดู หัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

     'เฮ้อ บอกพวกเขาด้วยนะ ว่าอั๊วะคงไม่ได้กลับไปหาแล้ว...อั๊วะต้องไปแล้ว'

     'ไป? อากงจะไปไหนเหรอ พาหนูไปด้วยสิ' ดวงตาฝ้าฟางก้มมองนิ้วมือเหี่ยวย่นอีกข้างเลื่อนมาลูบหัวฉัน หน้าผากของเราชนกันก่อนที่อากงจะถูไถหน้าผากไปมา

     'สักวันลื้อจะได้ไป...หากลื้อได้ไปแล้ว ฝากด้วยล่ะ'

     'อะไรเหรอคะ?'

     'ข้าอาจไม่ได้กลับไป ขอให้สายเลือดของข้าผู้นี้ฟื้นฟูแทน'




     อากง...คือคนของโลกนี้ เป็นไปได้ยังไงกัน เรื่องแบบนี้มันไม่มีในนิยายนี่

     "ทำไม"

     "ทุกอย่างมันบิดเบือนได้เสมอ แม้ตอนนี้เจ้าอาจจะยังสับสนอยู่ แต่สิ่งนี้คือคำตอบว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้เรียกเจ้าว่านายน้อย...เพราะว่าเจ้ามีสายเลือดของหลินจู-- ไม่สิ หลิวจูหยางอยู่ และเพราะว่าเจ้าเป็นสายเลือดผสมทำให้ในตัวเจ้ามีพลังหยางเทียบเท่ากับบุรุษตระกูลหลิว สามารถต้านทางพลังหยินได้มากกว่าสตรี" ฉันก้มลงมองมือตัวเองที่กำลังสั่นเทา พยายามเรียบเรียงเรื่องในหัวตั้งแต่ต้นจนมาถึงตอนนี้

     "..."

     "ตระกูลของเรามีศาสตร์ในการต่อสู้ที่ไม่เหมือนกับตระกูลอื่นที่ใช้เพลงกระบี่เป็นหลัก อีกทั้งเจ้ายังเป็นสายเลือดเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลที่ยังหลงเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นข้าจะขอมอบอำนาจที่ทายาทในสายเลือดพึงจะมี" ต้าจี๋ว่าก่อนจะจับที่ยินเชิงฮัวของฉัน


     ฟิ้วววว กริ๊งงงงง

     "เธอทำอะไรน่ะ?"

     "พลังของภูติพฤกษา เจ้าจะสามารถควบคุมพืชได้อย่างอิสระ สามารถเรียกพืชได้ตามใจนึก และสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆจากพวกพืชได้..."

     "เธอหมายถึงโทรจิต?"

     "อืมมมมม เรียกว่าเหมือนเชื่อมจิตจะถูกกว่า เพราะมันต้องใช้พลังมาก อย่าใช้มันบ่อยนักล่ะ มันอันตราย"

     "ขอบคุณ..."

     "แล้วอีกอย่าง เพราะเจ้าเป็นเลือดผสม จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเจ้าจะสามารถดูดซับพลังหยินไว้ได้มากเพียงใด เป็นไปได้เจ้าจงอย่าทำเด็ดขาด"

     "ถ้ามันยังมีทางเลือกอื่นล่ะนะ...ถ้าหากฉันเผลอใช้มันล่ะ?"

      "ข้าก็บอกไม่ได้ เพราะไม่เคยพบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน"

     "มีอีกเรื่องหนึ่ง"

     "?"

     "ตระกูลหลิวไม่ใช้กระบี่ในการต่อสู้ พวกเธอสู้กันยังไง?" ต้าจี๋ยืนนิ่งก่อนจะดีดตัวขึ้นเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังกลางน้ำก่อนที่จะถูฝ่ามือทั้งสองข้าง

     "อ๋อ ลืมไปเลยๆ...ข้ามีของจะมอบให้เจ้า" 


     พรึ่บ!!



     ไม่นานพืชบางอย่างก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำตั้งตรง ต้าจี๋ยกเท้าเตะมันจนหักในครั้งเดียว


     ผัวะะะ!! กร๊อก!!


     "อืม ประมาณนี้คงได้..." เธอพูดกับตัวเองก่อนจะหัดกิ่งเล็กๆรอบๆออกจนเกลี้ยงแล้วเกลาไม้จนเรียบแล้วลอยมาหาฉันพร้อมกับหยิบยินเชิงฮัวออก

      ไม้ยาวส่องแสงก่อนที่มันจะสลายเป็นละอองลอยเข้าไปปในยินเชิงฮัว แล้วจึงนำกลับมาสวมให้ฉันใหม่อีกครั้ง

     "เมื่อกี้..."

     "นี่คือไม้หอม มันจะช่วยให้เจ้าตื่นตัว...ป้องกันอาคมร้าย ให้เจ้ามีสติตลอดเวลา อีกทั้งมันจะควบคุมพลังหยินของเจ้าเอาไว้" ต้าจี๋ตอบก่อนจะยิ้มให้ ฉันยิ้มกลับแล้วรวบเด็กสาวมากอดอีกครั้ง

     "ขอบคุณจริงๆนะ"

     "...เจ้าน่าสงสารนะ มิได้ต้องการที่จะมาที่นี่ แต่ชะตากรรมกลับเลือกให้เป็นเจ้า"

     "ฉันปลงแล้วล่ะ ในเมื่อถูกเลือกให้มาก็มีแต่ต้องทำในสิ่งที่ทำได้ ถึงจะไม่ชอบบ้าง แต่โลกนี้มันก็สนุกดี" ฉันตอบอีกฝ่ายแล้วยิ้มกว้าง ต้าจี๋ยิ้มบางก่อนที่มือบางจะเลือนมากุมใบหน้าของฉันไว้

     "อย่าลืมรอยยิ้มนี้เด็ดขาดนะ...ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้ามากเลย" ฉันยิ้มแล้วยกมือขึ้นวางทับมือเย็นน้อยๆไว้

     "เธอเองก็ยิ้มน่ารักมากนะ ต้าจี๋" 

     "สักวันข้าขอให้ได้ช่วยเหลือเจ้าอีก เด็กน้อย..."










      ทั้งสองประมุขเหินกระบี่ออกมาจากป่า หลานซีเฉินแอบมองประมุขหนุ่มด้วยหางตา ดวงตาสีม่วงครามสั่นไหว ใบหน้างามหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่รู้ว่า หวั่นอิ๋นนั้นกำลังคิดสิ่งใดแต่ก็ไม่ไต่ถาม เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะอ่อนไหวลงยิ่งกว่าเดิม



      เจียงเฉิงหลับตานึกถึงคำพูดของผู้อาวุโสหลิว ก่อนที่นางจะให้ทั้งสองกลับไปนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด ริมฝีปากอิ่มเม้มจนห้อเลือด มือเรียวกำแน่นจนสั่นระริก ได้แต่พูดในใจซ้ำไปมา

        "หากข้ารู้จักพวกท่านเร็วกว่านี้...ก็คงจะดี"

















     "หยาง...ฟูหยาง!" 




      ฉันตกใจลืมตาโพล่ง พบว่าทุกคนกำลังล้อมฉันแล้วมองด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปมองคนที่ตะโกนเรียก

     มือของจิ่งอี๋ที่วางไว้บนหัวไหล่ยังคงจับแน่น ใบหน้าของทุกคนล้วนมองฉันด้วยความกังวลใจ ฉันได้แต่มองพวกเขาหน้าเหลอหลา...เกิดอะไนขึ้นเนี่ย
     
     "พี่จิ่งอี๋?...เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมทุกคนถึงทำหน้าอย่างนั้น?"

     "ข้าตื่นขึ้นมาไม่เห็นเจ้า แต่ข้าเห็นรอยเท้าแล้วเข้าไปหา...เจ้านอนหมดสติอยู่ที่โถงด้านใน เรียกเจ้ายังไงก็ไม่ตอบ..."

     "พี่อุ้มข้ามาเหรอ?"

     "ใช่น่ะสิ  เจ้าไม่เจ็บตรงไหนใช่หรือไม่?" จิ่งอี๋ถามแล้วมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนซือจุยก็คว้าข้อมือฉันไปจับดูชีพจรแล้วถอนหายใจโล่งอก

     "ค่อยยังชั่วที่ไม่เป็นอะไร..."


     ฉันมองทุกคนที่ต่างดูโล่งใจเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร  ฉันก้มลองมองฝ่ามือตัวเองแล้วจับที่เครื่องประดับข้างหู มันเหมือนกับฝัน...ไม่อาจจะอยากเชื่อเท่าไหร่ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนกลิ่นไม้หอมนั้นคือสิ่งยืนยัน...

  
      ว่ามันคือเรื่องจริง...
      

      แหมะๆๆ

     "ฟูหยาง...เจ้าร้องไห้?" เสียงของจินหลิงทำให้ฉันรู้สึกตัว ก่อนจะแตะที่แก้ม มันเปียกชื้นเพียงกะพริบตาหยดน้ำใส่ก็กลิ้งผลอยลงบนตักฉันถอนหายใจก่อนจะยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตาแล้วยิ้มให้กับพวกเขา 





     




     "เปล่าหรอก...ข้าแค่แสบตา"















เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

659 ความคิดเห็น

  1. #486 mmismy (@pk-yimcheng) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:01
    ภาษาดีมากๆเลยค่ะ อ่านเพลินเลยยยย
    #486
    0
  2. วันที่ 15 กันยายน 2562 / 22:13
    อยากอ่านต่อออ
    #466
    0
  3. #465 cartoonjr (@cartoonjr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 17:43
    แงงง สนุกกกกกก
    #465
    0
  4. #464 Phakchira1945 (@pakjira1945) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:35

    นึกว่าจะได้ใช้กระบี่คู่ แต่ไม่เป็นไร ยังไงเดี๋ยวน้องก็ต้องop
    #464
    0
  5. #463 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 14:22
    นึกว่าต้าจี่จะมากับน้องด้วยซะอีก
    #463
    0
  6. #462 Omiao (@onphima) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 13:22
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #462
    0
  7. #461 Maidii (@New48lew41) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 12:38
    ความจริงมีเพียงหนึ่งเดีย-----
    #461
    0
  8. #460 snerry (@snerry) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:35
    ที่เทอเห็นเเค่ฝุ่นมันเข้าตา~~~~~
    รีบมาต่อเด้ออออสนุกมากกกกกก
    #460
    1
    • #460-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 21)
      15 กันยายน 2562 / 11:39
      ฉันไม่ได้ร้องไห้~~~~
      #460-1
  9. #459 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:52
    พีคคค พีคมาก อากงไม่ได้ตายจากโลกนั้นมาโลกนี้ เเต่คือคนของโลกนี้ไปโลกนั้น (หะ?งงมั้ย เราก็งง///555)
    #459
    0
  10. #458 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 10:13
    น้องงงง หยางน้อยย น้องน่าร้ากกกก อยากจะจิ้นน้องกับต้าจี๋จริมๆ--- น่ารักดีออก! //จะรอนะคะ! //สู้วๆค่า~ เป็นกำลังใจห้าย~
    #458
    0
  11. #457 Matedy_cat (@Matedy_cat) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 09:01

    รู้สึกอินมากๆ อย่างอ่านต่อแล้วอ่ะ

    #457
    0
  12. #456 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 08:18
    แงงงง เจียงเฉิง~~
    คงนึกถึงเว่ยอิงล่ะสิ
    ฮุกกก แงงงงง
    //ปล. หลานจ้านเปลี่ยนมาเป็นคนสกุลหลิวแทนมั้ย ปฏิบัติได้ตรงตามหลักคำสอนจริงๆ
    #456
    0
  13. #455 Frostendzx (@08110608) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 08:16
    เรื่องเริ่มลึกลับขึ้นเรื่อยๆ แล้ว แต่อ่านแล้วมีอารมณ์ร่วมมากค่ะ สู้ๆ นะคะ จะรอเป็นกำลังใจให้><//
    #455
    0
  14. #454 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 05:24
    อา อ่านสนุกมากเลย รอตอนต่อไปนะคะ
    #454
    0
  15. #453 jennifer200312 (@jennifer200312) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 04:22
    สนุกมาก ชอบมาก
    #453
    0
  16. #452 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 02:18
    งงที่บอกว่าเป็นสายเลือดผสมอ่ะ คือยังไง เพราะเชื้อสายจากอากงซึ่งเป็นผู้ชายเลยควบคุมพลังหยางได้ดี แล้วมาเข้าร่างของเฟยหงซึ่งเป็นหญิงที่คุมหยินได้ดีแล้วก็มีตราคำสาปอสูร(อะไรทำนองนี้) งงละทำไมบอกว่าเป็นเลือดผสมอ่ะคือฟูหยางก็เกิดเป็นหญิงนะ ก็น่าจะคุมหยินได้ดีกว่าหยางสิ หรือเพราะก่อนอากงเสียได้มอบพลังส่วนหนึ่งให้ไม่ก็เพราะฟูหยางมีสายเลือดจากอากงเข้มข้น เลยคุมหยางได้ดีหรอ อ้าวเราสับสนแล้ว55555
    ปล.รอไรท์มาเฉลย55555 แล้วก็ไม่ลืมปูเสื่อรอตอนต่อไป
    #452
    0
  17. #451 gcudjehsijdh (@gcudjehsijdh) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 01:51

    น้อวงงงฟูหยางน้อย..... รออยู่นะคะสู้ๆจ้า
    #451
    0
  18. #450 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:43

    ขอบคุณมากค่ะ
    #450
    0
  19. #449 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 00:40
    เจียงเฉิงเรารู้สึกผิดกับเว่ยอิงสินะ &#128557;
    #449
    1
    • #449-1 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 21)
      15 กันยายน 2562 / 05:27
      คนซึนต้องมาร้องไห้เพราะคิดถึงพี่
      #449-1