[ปรมาจารย์ลัทธิมาร] พันธวิญญาณข้ามภพ (OC)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 กฏที่ขัดแย้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    14 ก.ย. 62

 



    "คุณหนู เหตุใดท่านถึงอยู่ในสภาพเช่นนี้...เกิดอะไรขึ้น!" มือใหญ่ที่พยายามจะคว้าตัวเฟยหงไว้ได้แต่เพียงผ่านร่างของเธอ ดวงตาที่เหมือนกับคนสิ้นหวังฉายชัดจนน่าหดหู่


     "...ตอนนี้ข้าตายไปแล้ว และข้าได้ยกร่างของข้าให้กับนาง"


     "หรือว่า...ท่านหันหลังให้วิชาเซียนหรือขอรับ?" เฟยหงไม่ตอบได้แต่เพียงหลับตาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ไม่กล้าสบตามองอีกฝ่าย


     "ข้าขอโทษ หากข้าไม่ทำทุกอย่างจะเลวร้ายลงกว่าเดิม"


     "...."


     "แม้ตระกูลหลิวล่มสลายไปแล้ว แต่เจ้าก็ยังจงรักภักดี ข้าขอชื่นชมเจ้าจริงๆหลีหย่ง" อมนุษย์น้ำตาหลั่งรินเมื่อเฟยหงพูด เท่าทำได้เพียงแค่ร้องไห้ปานจะขาดใจตายตรงหน้า แม้แต่เฟยหงก็เช่นกัน


     "ขอรับ...แล้วแม่นางผู้นี้"


     "ฉันชื่อดา แต่ว่ามีอีกชื่อหนึ่งชื่อ ฟูหยาง...จะเรียกฉันว่ายังไงก็ได้" ฉันตอบหลีหย่งที่หันมามองฉันด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วคำนับทักทาย


     "ข้าชื่อ หลีหย่ง เป็นผู้เฝ้าประตูเขตตะวันออก....ขออภัยด้วยที่หวังทำร้ายพวกเจ้า"


     "ไม่เป็นไร คุณทำเพราะหน้าที่ ฉันไม่โกรธคุณหรอก" หลีหย่งยิ้มบางด้วยความโล่งใจแต่เขาก็ยังคงมองเครื่องประดับที่ฉันสวมไม่ละสายตา


     "ยินเชิงฮัวนั่น...ท่านได้มาจากที่ใดรึ?"


     "ได้มาจากเจ้าป่าที่เขตชายแดนของอวิ๋นเมิ่ง ตอนงานชุมนุมสี่ตระกูล...ทำไมเหรอคะ?" ฉันตอบพลางลูบมันด้วยความสงสัย เขามองมันนิ่งแล้วก็ส่ายหน้า


     "ไม่หรอกแม่นาง คืนนี้พวกศพออกเพ่นพ่านข้าจะเฝ้าระวังให้เอง พวกท่านไม่คุ้นทางอาจจะเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"


     "คงต้องรบกวนคุณแล้ว ขอบคุณนะคะ" หลีหย่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ฉันจึงถอดมันออกแล้วมองมันอีกครั้ง


     "ดา เจ้ามีอะไรหรือ?"


     "ยินเชิงฮัวของแต่ละคนไม่เหมือนกันเหรอ?" เฟยหงพยักหน้าก่อนจะก้มลงมองด้วยความสงสัยพลางพูดไปด้วย


     "ถึงแม้จะคล้ายกันจนหมด แต่ว่ายินเชิงฮัวของทุกคนจะมีชื่อของตนสลักไว้ที่ก้านขนนกเส้นแรก" ฉันมองขนนกเส้นแรกตามที่เธอพูด บางอย่างถูกเขียนไว้เล็กมากจนมองไม่เห็น


     "ฉันมองไม่เห็น เธอช่วยอ่านได้มั้ย?" เฟยหงก้มมองดูก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น แล้วพูดทีละคำช้าๆ


     "จู....หยาง"


     "จูหยาง ใคร?"


     "ข้าไม่รู้...คนในหมู่บ้านตระกูลหลิวนั้น มิมีใครชื่อนี้เลยสักคนเดียว" เธอส่ายหน้าแล้วจับปลายคางครุ่นคิด แต่ทำไมกันน้าาา รู้สึกตะหงิดๆกับชื่อนี้ไงชอบกล


     เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนนะ?


     "ดา เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ?"


     "เปล่าหรอก แค่คิดเรื่อยเปื่อยน่ะ...เธอรู้จักถ้ำนี้ดีมั้ย?" เฟยหงพยักหน้าก่อนที่หล่อนจะลอยไปยังโพรงถ้ำอีกทางหนึ่งกับพวกซือจุย


     "ตามมาสิ ข้าจะให้เจ้าดูอะไร"


     ฉันเดินลัดเลาะพวกพื้นหินที่ไม่เรียบเหล่านี้ด้วยความยากลำบาก ถึงแม้เฟยหงจะส่งแสงนำทางแล้วก็ตาม เสียงน้ำหยดลงบนหินอย่างเงียบๆช่วยให้หายประหม่าได้บ้าง จนกระทั่งถึงทางออก


     ตุบ!


     "นี่มัน..." ภาพตรงหน้าที่ฉันได้เห็น แทบอยากจะร้องโอ้โหออกมาดังๆ เมื่อห้องนี้เป็นหินสีขาวทั้งหมด อีกทั้งยังมีน้ำอยู่ในกำแพง พอจะลองยกมือทาบพบว่ามันไม่มีกระจก


     "ที่นี่คือห้องจำศีล เป็นห้องที่หลีหย่งใช้เพื่อพักผ่อนเมื่อถึงเวลาที่เขาจะบาดเจ็บสาหัส" ฉันฟังไปพร้อมกับมองรอบๆห้องสีขาวสะอาดตา พื้นมีไม้เลื้อยมากมายปูไว้


     กำแพงอีกด้านนั้นเหมือนกับประดับด้วยหินและลวดลายบางอย่างเป้นชั้นๆ ฉันมองมันด้วยความคุ้นเคยก่อนจะมองดูทีละชั้นเรียงจากด้านบนลงมา


     "กำแพงนี่...เหมือนอะไรน้าา"


     "เจ้าจะหมายถึงการกรองน้ำใช่ไหม?" ฉันหันขวับไปมองเฟยหงที่นั่งยิ้มอยู่บนแท่นหิน ฉันพยักหน้ารัวก่อนจะเดินมานั่งข้างๆหล่อนแล้วถามด้วยความสนใจ


     "พวกเธอรู้จักด้วยเหรอ?"


     "หึๆ ถ้ำแห่งนี้บรรพบุรุษข้าสร้างขึ้นมาเอง เพื่อเป็นที่หลบภัยให้กับอสูรพิทักษ์ตระกูลหลีหย่งก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน...ส่วนกำแพงนี่ท่านปู่ของข้าเป็นคนสร้างมันขึ้นมา เพื่อสร้างน้ำสะอาดหล่อเลี้ยงคนในตระกูลและคนภายใต้การปกครอง"


     "ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเธอจะรู้กรรมวิธีการทันสมัยแบบนี้น่ะ...ไปรู้มาจากไหนเหรอ?"


     "ไม่รู้สิ ข้าว่าเจ้าคงต้องไปถามท่านปู่ของข้าเสียแล้วกระมัง" ฉันมุ่ยหน้ามองร่างบางที่นั่งหัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนที่พวกเราจะกลับออกไปยังโถงใหญ่


     "จริงสิ ดา ข้าขอถามเจ้าหน่อย"


     "หืม? ว่ามาสิ"


     "ตอนที่ประลอง...เจ้าบอกว่ามีแซ่ของตัวเอง เจ้ามิได้แซ่เทียนหรอกหรือ?" อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเอง


     "แซ่เทียน เป็นแซ่ของอาม่าน่ะ...ท่านบอกว่าฉันต้องเปลี่ยนแซ่เพราะกลัวว่ายมฑูตจะมาเอาวิญญาณผิดดวง เอาฉันไปแทนคนตาย"


     "หมายความว่าอย่างไร?"


     "ก็จำไม่ได้ละเอียดหรอกนะ มันเด็กมากๆเลยเลือนราง เพราะชื่อของฉันกับอากงมันออกเสียงคล้ายกันเลยให้ฉันเปลี่ยนแซ่น่ะ"


     "อากงเจ้า?"


     "อืม ท่านป่วยเรื้อรังแล้วจากไป ฉันจำได้ว่าท่านเป็นคนเข้มงวดมาก แต่ก็ใจดีนิสัยเหมือนเจียงเฉิงหน่อยๆ...แต่เวลาที่เราอยู่ด้วยกันท่านจะเอ็นดูฉันมากเลย อ้อ ที่สำคัญ เลี้ยงฉันแบบเปื้อนดินโคลนเลยล่ะ"


     "แล้วเดิมเจ้าแซ่อะไรล่ะ?"


     "แซ่หลินน่ะ หลิน ที่แปลว่า ป่า...อีกอย่าง ชื่อของฉันเขาก็เป็นคนตั้งให้ด้วย"


     "อ๋อ เช่นนั้นเองหรือ"


     "ก็ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งฉัน ทั้งพ่อ แล้วก็ อากง พวกเรา 3 คนจะลงชื่อด้วย'หยาง'กันทุกคนเลย"


     "หยาง? ทุกคนเลยหรือ?"


     "อืม ฉันชื่อ'ฟูหยาง'ใช่มั้ย พ่อของฉันชื่อ'จื่อหยาง' อากงก็....จำไม่ได้แฮะ"


     "..."


     "ฉันเคยถามนะว่า ทำไมถึงเป็นแซ่หลิน อากงเขาหัวเราะแล้วลูบหัวฉันก่อนจะบอกว่า 'หลิวหลิน' ที่ใดมีแม่น้ำย่อมมีป่าไม้อยู่ด้วยเสมอ"


     "..."


     "ตอนเด็กๆอากงเหมือนเป็นผู้วิเศษในสายตาฉันเลยนะ"


     "ผู้วิเศษ? อย่างไร..."


     "มีครั้งหนึ่งฉันเคยอยากจะปลูกต้นราสเบอรี่ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่มีดอกผลิสักที อากงเลยช่วยดูแลให้ เธอรู้มั้ยว่า สองอาทิตย์ให้หลังมันกลับออกดอกเต็มต้นเลย"


     "เจ้าคงรักอากงของเจ้ามากเลยนะ"


     "ที่สุดเลยล่ะ อีกอย่างฉันได้อากงนี่แหละปลูกฝังให้รักธรรมชาติ เขาบอกฉันเสมอว่า ธรรมชาติย่อมมีชีวิตจิตใจเหมือนกัน"


     "..."


     "ตอนเด็กๆฉันเคยหลงไปในป่าแล้วเจองูพิษตัวใหญ่เท่าขา ฉันกลัวจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องห่มร้องไห้ พ่อของฉันมาช่วยแล้วจะฆ่ามันให้ตาย แต่อากงมาห้ามไว้...อากงไล่งูไปโดยที่ไม่มีบาดแผลหรือการต่อสู้เลย อากงเดินมาอุ้มฉันแล้วพูดปลอบที่ทำให้ฉันหายกลัวงูเป็นปลิดทิ้ง"


     "เขาบอกเจ้าว่าอย่างไร?"


     "'เรากลัว เขาก็กลัว' แต่ที่สู้ก็เพื่อปกป้องสิ่งที่รัก ฉันเลยเข้าใจ...เพราะว่ามันก็เหมือนกับพ่อที่กำลังปกป้องฉันตอนนั้น"


     เมื่อพวกเรากลับมาถึงโถงกลางฉันก็ได้ยินเสียงลมหายใจสั่นๆของเด็กหนุ่ม จิ่งอี๋ที่นั่งพิงกำแพงกัดฟัดกอดตัวเอง ริมฝีปากของเขาไร้สีจนแทบจะกลายเป็นสีม่วงอยู่รอมร่อ จริงด้วย! ลืมก่อไฟ


     พรึ่บ!!


     "ตัวเย็นมากเลย ขอโทษนะ จิ่งอี๋..." ฉันจับมือของเขาที่เย็นเฉียบด้วนความกังวลก่อนจะพูดขอโทษเสียงแผ่ว


     "..." คิ้วเรียวคลายออกจากกันทำให้ฉันสบายใจขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็ยังไม่วางใจจึงถอดเสื้อคลุมของตัวเองห่มให้เขาอีกชั้นหนึ่ง


     "ดา...อากงของเจ้าชื่ออะไร?" เฟยหงเอ่ยถามด้านหลัง ฉันจัดผ้าคลุมก่อนจะตอบคำถามของเธอ


     "ชื่อ.."


     เชร้งงงงง!!


     เสียงกระดิ่งดังก้องทั่วโถงจนพวกเราตกใจรีบมองไปรอบๆ เพื่อมองหาต้นตอ ก่อนจะมองไปยังโพรงที่พวกซือจุยเข้าไป จึงตัดสินใจตามแต่ในตอนนั้น ร่างของเฟยหงก็สลายกลับมาเป็นกระบี่ดังเดิมแล้วลอยกลับมาหาฉัน


     หมับ!


     "ก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! เฟยหง!"  ฉันเรียกหญิงสาวที่อยู่ในกระบี่ ยังไม่ทันได้หายสงสัย เธอเงียบไปไมมีการตอบรับ แต่เสียงกระดิ่งก็ยังคงดังต่อเนื่องจนฉันต้องเดินต่อไปเพียงลำพัง



     เชร้งงง!

   
     ฉันเดินจนมาถึงห้องๆหนึ่งที่ล้ามรอบด้วยน้ำใต้ดินใสสะอาด แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจก็คือพวกซือจุยที่อยุ่ในลูกแก้ว ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆเห้นว่าพวกเขาติดอยู่ที่ไหนลักแห่งที่ไม่น่าจะใช่ห้องนี้ รอบตัวของพวกเขามีพวกแมงมุมพิษล้อมรอบกาย

     "ซือจุย!"

     "อ๋าาาา หนวกหูๆๆ" เสียงของเด็กคนหนึ่งดังขึ้น ฉันหันขวับไปยังต้นเสียง

      ร่างของเด็กสาวประมาณอายุสิบกว่าๆ ไม่ถึงสิบห้า นอนตะแคงเอามือเท้าหัวไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งนั้นถือไหสุรา และชันขาข้างหนึ่งขึ้นจนเผยให้เห็นต้นขาขาวเนียนละเอียด มัดผมแกละเป็นก้อนกลมสองข้าง

     "เธอเป็นใครน่ะ? ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฉันตะโกนใส่เสียงแข็ง อีกฝ่ายได้แต่ทำหูทวนลมแล้วยกไหเหล้าขึ้นดื่มจนมันเลอะคางและลำคอ

     "ฮ่าาา...ทำไมข้าต้องปล่อยด้วยล่ะ เจ้าพวกนั้นโวยวายเสียงดัง ข้าเลยต้องส่งไปสงบสติเสียหน่อย"

     "แต่นั่นมันแมงมุมพิษนะ! แล้วเป็นผู้หญิงประสาอะไรนั่งแหกแข้งแหกขาแบบนั้นเนี่ย!"

     "เฮ้อ เจ้านี่พูดมากเสียจริงนะ...หืม?" เด็กสาวหันมามองฉันตรงๆก่อนจะกระโดดลงมาจากแท่นหินด้านบน เท้าเปลือยเปล่าสักลวดลายดอกโบตั๋นหลากสีย่างกรายเข้ามาใกล้ มือเรียวเล็กแตะเครื่องประดับที่หูของฉันเบาๆ

     "โอ้ ที่แท้ก็คนของตระกูลหลิวนี่เอง แต่ดูแปลกไปเสียหน่อยนะเนี่ย..." เธอมองรอบๆก่อนจะเลิกชายผ้าขึ้นจนต้องรีบตะครุบไว้แล้วแว๊ดใส่

     "ทำอะไรของเธอเนี่ย!"

     "วิญญาณของเจ้า มีบางอย่างแปลกๆ...จะว่าเป็นคนตระกูลหลิวก็ใช่ แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไม่ได้มีอยู่ในภพนี้ เจ้าไม่ใช่คนของโลกนี้สินะ"  ดวงตากลมโตสบมองฉันแล้วเดาได้ตรงจุดจนน่าตกใจ

     "ทำไมถึงรู้!"

     "ว่าแล้วเชียวๆ"

     "เธอเป็นใครกันแน่! เป็นมิตรหรือศัตรู" ฉันว่าก่อนจะเตรียมชักกระบี่ เด็กสาวยิ้มสดใสก่อนจะกระโดดถอยออกห่างแล้วพูดขึ้นพลางยกมือยอมแพ้

     "ใจเย็นๆก่อนสิ ข้าไม่ได้เป็นศัตรูน้าาาา....อะแฮ่ม! ข้าชื่อ ต้าจี๋ ส่วนจะถามว่าข้าเป็นใคร ไม่ขอบอกนะ:P!"


 
     ทำไมเด็กคนนี้มันกวนโอ๊ยจังวะ!! 








    ในขณะเดียวกัน



     ตุบ!!



     ใจกลางป่าใหญ่เจียงเฉิง และหลานซีเฉินยืนอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ขนาดยี่สิบคนโอบ กิ่งก้านแผ่สาขาเป็นบริเวณกว้างหลายสิบวา ซีเฉินย่างเข้าไปใกล้แล้วสัมผัสมันด้วยความรู้สึกพิศวงของธรรมชาติ 


     "นี่คือ..."

     "ฮุ่ยหวงจื่อเถิงหลัว* รัศมีแห่งความเมตตาโอบล้อมสรรพชีวิต แผ่ขยายกว้างแตกสาขาออกไปไม่จบสิ้นดั่งพฤกษา" เจียงเฉิงพูดขึ้นก่อนจะเงยมองดอกไม้สีชมพูห้อยระย้าเหมือนพวงองุ่นต้องกับแสงอาทิตย์

     "ข้านึกว่ามันถูกทำลายไปพร้อมกับตระกูลหลิวไปแล้วเสียอีก"

     "ต้นไม้นี่คงมีพลังอำนาจแข็งแกร่ง...เจ๋ออู๋จวินท่านรู้สึกอะไรหรือไม่"

     "ต้นไม้ต้นนี้...มีวิญญาณ"



     ซ่าาาาาาาาาาา!!!



   




     ร่างบางระหงของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพายุใบไม้ที่พัดปลิว เจ้าหล่อนสวมชุดสีเขียวสดทอจากผ้าไหมอย่างดีประดับด้วยดอกไม้ เรือนผมสีเงินส่องประกายล้อแสงที่ลอดผ่านกิ่งก้าน ดวงตาสีเขียวอมเทาปรายตามองบุรุษทั้งสองด้วยท่าทีสงบนิ่ง


     "แม่นางเป็นใคร?"

     "แล้วพวกท่านเป็นใคร? ถึงได้บุกรุกเข้ามาในเขตแดนแห่งนี้" หญิงสาวปริศนาเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงสุขุม ซีเฉินและเจียงเฉิงจึงได้คำนับอีกผ่ายและกล่าวแนะนำตัว

     "ขออภัยแม่นาง...ข้าหลานซีเฉิน ประมุขตระกูลหลาน"

     "ข้าเจียงเฉิง ประมุขตระกูลเจียง"

     "อ้อ ที่แท้ก็เหล่าอนุชนของหลานอัน และกับเจียงฉือนี่เอง..." เมื่อหล่อนกระจ่างในทั้งสองก็เลิ่กคิ้วและระบายยิ้มบาง ทั้งสองตาเบิกโพล่งเมื่อคนทั้งสองที่หล่อนพูดถึง คือผู้ก่อตั้งตระกูลเชียวนะ!

     "เจ้าหนูหลานฉีเหรินสบายดีหรือ?" ยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อนางเรียกนามของอาจารย์หลานห้วนๆ

     "ท่านอาจารย์หลานสบายดี...มิได้ป่วยไข้อันใด ร่างกายยังแข็งแรง"

     "เป็นอาจารย์แล้วงั้นหรือ...หึๆ ข้านึกภาพออกเลยเชียว" หญิงสาวหัวเราะสนุกสนานก่อนจะสะบัดผ้าแพรที่คลุมกาย 


     พรึ่บ! กึกๆ!


     ต้นไม้แหวกขยับก่อนที่จะปรากฏโพรงไม้ขึ้นกลางลำต้น ร่างบางผายมือให้กับประมุขทั้งสองแล้วเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

     "เราคงต้องคุยกันยาวหน่อยแล้ว ข้าขอเชิญประมุขทั้งสอง ดื่มชาร่วมกันกับข้าสักหน่อยได้หรือไม่?" ทั้งสองมองสบกันเพราะไม่ไว้ใจคนตรงหน้า ก็มิผิด และดูเหมือนหญิงสาวจะอ่านพวกเขาออก "อย่าได้กังวลเลย ไม่มีกับดักอันใด พวกท่านมาที่แห่งนี้เพื่อจะตรวจสอบบางอย่างมิใช่หรือ?"

     "แม่นางรู้จุดประสงค์?"
     
     "แน่นอน...เอาล่ะ พวกท่านเดินทางมาไกล ดื่มชาสักถ้วยให้หายเหนื่อยก่อนเถอะ"

     "แต่พวกข้า---"

     "ข้ารู้ว่าพวกท่านอยากถามอะไร ข้าว่าเราดื่มชาไปคุยไปจะดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นคงเมื่อยขาแย่เลย" หล่อนว่าติดตลกก่อนจะเดินหายเข้าไปในโพรงไม้ ทั้งสองจึงตามเข้าไปก่อนที่โพรงไม้จะปิดทางเข้าจนมิด


     ทั้งสองมองทิวทัศน์ด้านหน้าด้วยความประหลาดใจ เมื่อเขาผ่านโพรงไม้เข้ามา ก็พบกับห้องๆหนึ่งที่มีไว้สำหรับรับแขก หญิงสาวทรุดลงนั่งตรงข้ามทั้งสอง ก่อนที่จะยกนิ้วเรียวกระดิกบางอย่างให้เข้ามา

     จ๊อกกกกกกกกกกกก!

     "พลังบำเพ็ญเพียรช่างแก่กล้ายิ่งนัก..." เจียงเฉิงพึมพำเมื่อ กาน้ำชาลอยมาแล้วรินชาลงใส่ถ้วยโดยที่มิมีใครถือกาน้ำชาเลย

     "ฮึๆ แค่ให้รินถ้วยชามิได้ยากอะไรเลย" หญิงสาวยกยิ้มพอใจในคำชมก่อนจะจิบชาของตนอย่างละมุนละม่อม ทั้งสองทรุดลงนั่งตรงหน้าอีกฝ่าย

     "แม่นาง แม่นางเรียกอาจารย์หลานว่า..'เจ้าหนู' แสดงว่าท่านคือเซียนอาวุโส ผู้น้อยเสียมารยาทต่อท่านเสียแล้ว" เจียงเฉิงค้อมคำนับขออภัย หญิงสาวส่ายหน้าแล้วพินิจมองใบหน้านวลสวมอาภรณ์สีม่วงอย่างละเอียดอีกครา

     "อย่าได้ใส่ใจเลย...เจ้าคงเป็นบุตรของอาเหมียนล่ะสิ ช่างเหมือนเขาจริงๆ" 

     "ท่าน รู้จักท่านพ่อ?!"

     "หึๆ ข้าเคยพบอาเหมียนสมัยนั้นเขายังเป็นคุณชายอยู่เลย...เขายังสบายดีอยู่หรือไม่?" คำถามของหญิงสาวทำให้เจียงเฉิงชะงัก แววตาที่เคยสดใสหม่นแสงลงจนน่าตกใจ หญิงสาวรับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอันใดขึ้น

     "เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องเล่าก็ได้...ข้าคงหลับไปนาน เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกินจริงๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง?" เจียงเฉิงยังคงก้มหน้าเงียบ หลานซีเฉินจึงเป็นฝ่ายอธิบายแทน

     
      หญิงสาวนั่งฟังอย่างสงบ แม้สีหน้าของประมุขทั้งสองจะไม่สู้ดีก็ตาม หล่อนได้แต่พยักหน้าหลับตาถอนหายใจเป็นระยะจนเรื่องราวเล่าจนจบ

     "...ตระกูลเวินล่มสลายไปแล้วหรือ"

     "..."

     "เอาล่ะ ข้าพอใจแล้ว ว่ามาสิ พวกเจ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด" หญิงสาววางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม่เนื้อดีแล้วมองทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า ทั้งสองสบมองกันอีกคราแล้วหันไปมองหญิงสาว

     "มีเรื่องที่พวกข้าข้องใจ..."

     "เรื่องอันใดล่ะ?"

     "บันทึกลับของกูซู ได้มีบันทึกข้อความที่ตระกูลหลิวมอบให้ตระกูลหลาน...โปรดท่านชี้แนะด้วย ผู้อาวุโส"

     "...."

     "คำสอนของตระกูลหลิว ขัดแย้งอันใดร้ายแรงกับตระกูลหลาน ถึงขั้นที่ว่าผ้าคาดหน้าผากต้องปฏิเสธ" หญิงสาวนั่งนิ่งก่อนจะกระดิกนิ้วรินชาในถ้วยของตนเพิ่ม แล้วยกชาขึ้นจิบ

     "แสดงว่ามีลูกหลานตระกูลหลิวอยู่กับคนตระกูลหลานสินะ...ได้ ข้าจะแถลงไขให้พวกเจ้ากระจ่างเอง" หล่อนวางถ้วยชาและเงยหน้ามองประมุขทั้งสอง ใบหน้างดงามดั่งเทพธิดาฉายแววหงุดหงิดก่อนที่วาจาจะเปล่งออกมา

     "เพราะมีกฏของสกุลหลานข้อหนึ่ง...ที่ทำให้'หลิวเหม่ยเจี้ยน'ผู้นี้ ไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง!"













มาให้คำศัพท์จ้า

*紫藤萝 [Zǐténg luó จื่อเถิงหลัว] = ดอกวิสเทอเรีย

ถ้าใครยังนึกไม่ออกก็ ตามรูปนี้เลยจ้าา






แนะนำตัวละครสมทบจ้าาาา


劍俠情緣網絡版叁 Cái Bang




ต้าจี๋

เด็กสาวปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นภายในถ้ำ






BY bookvl blogspot and look more now!


หลิวเหม่ยเจี้ยน

ประมุขผู้ก่อตั้งตระกูลหลิว ร่างอวตารของเทพธิดาแห่งสรรพชีวิตที่บำเพ็ญตนบรรลุวิชาเซียน







เห่อๆ  ไม่มีไรมาก

เม้น-กัน-หน่อย!!


ความสุขของเตี้ย = การเห็นรีดเดอร์อินกับฟิค และเม้นมาให้อ่าน








ขอแค่นี้จริงๆ กราบล่ะค่ะ



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

670 ความคิดเห็น

  1. #489 dreamskyyland (@dreamskyyland) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 21:32
    พึ่งมาอ่านนน ชอบมั่กเลยค้าาา
    #489
    0
  2. #472 RAY MII (@Nareesophit) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 18:46
    สนุก~ อ่านเพลินมากเลยย ตลค.ใหม่มาน่าสนใจค่ะ
    #472
    1
    • #472-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 20)
      16 กันยายน 2562 / 21:50
      นางโผล่มานานๆทีนะคะ แต่จะมีบทอีกในอนาคต
      #472-1
  3. #448 -NatJeeRa- (@-NatJeeRa-) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 13:17
    หืม~ แม่คะะ พวกเขามาอยู่ด้วยกันค่ะะะ แม่ค้าาาา(*เขย่าแม่*) //กฏคืออะไรน้า~ //จะรอตอนต่อไปนะคะ! //สู้วๆค่า~ เป็นกำลังใจห้าย~
    #448
    0
  4. #446 Maidii (@New48lew41) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 12:43
    ว้าวววว ตัวละครใหม่*0*
    #446
    0
  5. วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:53
    โห...มีปริศณามาอีกเเล้วสินะ
    #445
    0
  6. #444 จินร (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 09:35

    ออยากน้ำตาลมากกกกกกกเลย ตอนนี้ ขอหน่อยๆ หวานๆให้เค้าที เค้าอยากเห๋นคู่ย้องๆ คิคิ

    #444
    0
  7. #443 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 09:33
    กิ๊สสๆๆ ประมุขสองคนน้านนนนน
    ถึงเขาจะมาคนละจุดประสงค์กับชั้น..
    ถ้าใจเราชิป อะไรก็ชิปได้!!!
    #443
    2
    • #443-1 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 20)
      14 กันยายน 2562 / 10:20
      เอา! พาย มาเร็วพี่น้องมาร่วมจับไม้พายกับคนละไม้คนละมือ เพื่อให้เรือลำนี้เข้าสู่ฝัง! ///5555 (อะไรของชั้นเนี่ย!)
      #443-1
    • #443-2 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 20)
      14 กันยายน 2562 / 10:38
      // มอบเรือยนต์ให้
      #443-2
  8. #441 554910140 (@554910140) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 08:47
    คอมเม้นก่อนค่อยอ่าน55555

    กฎสกุลหลาน ห้ามเป็นมิตรกับมาร ให็ดูหลานจ้านเป็นตัวอย่าง5555555
    #441
    0
  9. #440 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 08:33
    เอ~ หรืออากงมาเกิดเป็นนายน้อยตระกูลหลิวก็เป็นได้ (โว้ยยย ปวดหังจริง! เเต่ไรท์เเต่งสนุกมากค่ะ เราติดงอมเเงมเลย)
    #440
    0
  10. #439 LWLookwai (@LWLookwai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 08:30
    จังหวะนี้ต้องยืมตัวโคนันมาแล้วละค่ะ! ปริศนาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะอากงเอย ทำไมถึงเรียกฟูหยางว่านายน้อยเอย ตระกูลหลิวตระกูลหลานเอย ไหนจะจะคำสอนที่ค้างคาอยู่บทสุดท้ายอีก!!! เฮ้ออ หมดยังนะ(หมดแล้วมั้ง?) เเต่ที่เราเดานะ อากงของฟูหยางชื่อจูหยาง ตายตากโลกฟูหยางมาโลกนี้ พบรักเเละได้แต่งกับหญิงสาวตระกูลหลิว มีลูกมีหลาน ซึ่งหลานก็คือเฟยหง งั้นเฟยหงกับฟูหยางก็(น่าจะ)เป็นพี่น้องกัน เเต่เราก็ยังงงอยู่ดีว่าทำไมถึงเรียกน้องว่านายน้อย! (ก็คือที่เขียนไปทั้งหมดคือมโนล้วนๆ อย่าได้สนใจความขี้มโนของเราเลย ไม่งั้นพวกเธอคงจะปวดหัวไปกับชั้น555)
    #439
    1
    • #439-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 20)
      14 กันยายน 2562 / 10:39
      gat เชื่อมโยงไปเลยจ้าาาาา
      #439-1
  11. #438 MynameYurin (@Dilivanna) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 06:52
    อากงต้องเป็นคนสำคัญแน่ๆ
    #438
    0
  12. วันที่ 14 กันยายน 2562 / 05:07
    หลิวจูหยาง?? ใช่อีแม่นางที่อยู่กับนางเฉาก็วยป่ะว่ะ??
    #437
    1
    • #437-1 Phatusanime (@phatcharaluk) (จากตอนที่ 20)
      14 กันยายน 2562 / 09:37
      นั่น หวังหลิงเจียว ค่ะ
      #437-1
  13. #436 chyanin (@chyanin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 04:38
    ขอยืมตัวโคนันมาหน่อยได้ไหม ปริศนาเยอะเกิน ตามไม่ทันแล้ว ทั้งอากงของฟูหยาง ตระกูลของหูหยางเดิม จูหยางซึ่งคือใครก็ไม่รุ ตระกูลหลิว ตระกูลหลาน ภูติทั้งหลายที่โผล่มา โอ๊ย แม่ นุขอตัวช่วยโหน่บ
    #436
    0
  14. #435 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 02:06

    ชอบหลิวเหม่ยเจี้ยนอ่ะ ควีนมากๆ
    #435
    0
  15. #434 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 02:06
    อากงคือใครอ่ะ ปริศนาอีกแล้ว~~~
    #434
    0
  16. #433 แสนฤทัย (@Virgo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 00:40
    อากง ท่านต้องมีอะไรแน่ๆ
    ท่านประมุขหลิวออกโรงแล้วววว แต่กฏข้อไหนไม่ถูกใจหนอ ถ้ารุ้ว่ามีกฏเพิ่มอีกจะว่าไงเนี้ย 555
    #433
    0
  17. #432 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 00:36

    แล้วตกลงอากงชื่ออะไร ไม่ต้องเดาก็ชื่อนี้แน่ๆ จูหยาง พอจะเดาออกละทำไมเรียกฟูหยางว่านายน้อย เข้าใจผิดว่าเป็นอากาเรอะ!!!
    #432
    0