Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 23 : Chapter 23 : Sweet Dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 303 ครั้ง
    26 ส.ค. 62

Chapter 23 : Sweet Dream




รัดเกล้าที่สาบสูญของเรเวนคลอสวยและแวววาว มันเป็นรัดเกล้ารูปเหยี่ยวและมีอัญมณีสีฟ้าแทนลำตัว มันเปล่งประกายแม้จะอยู่ในห้องที่เก็บซ่อนทุกอย่างของห้องต้องประสงค์



แฮร์รี่มองมัน เขารู้ว่าเขากำลังรู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างตัวเขาเองกับฮอร์ครักซ์ตรงหน้า มันให้ความรู้สึกอยากหยิบขึ้นมาดูแล้วอยากหยิบขึ้นมาดูอีกหลายต่อหลายครั้ง



ตามจริงเขาเข้ามาเช็คมันหลายครั้งเพื่อให้มั่นใจว่ามันยังคงอยู่ตรงที่เดิม ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาฮอกวอตส์ รวมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่สาม เขาไม่อยากเอามันออกไปไหนด้วยเกรงว่ามันจะไปครอบงำเด็กในฮอกวอตส์เข้า อย่างไรมันก็เป็นศาสตร์มืดอันตราย มันสมควรอยู่อย่างเงียบสงบ โชคดีที่ยุคนี้เหมือนไม่มีใครบังเอิญมาเดินเลิ่นเล่อจนเจอมันเข้า



แฮร์รี่มองมันอยู่สักพัก ปิดฝากล่องและวางไว้ที่เดิมที่มันควรอยู่ ภาวนาว่าจะไม่มีใครเจอมันเข้า



จนกว่าเขาจะสามารถทำลายมันได้



———————————



“เฮ้ ดูนี่สิ อลัน!”



เฟลิกซ์เบิกตากว้าง ดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น นั่งขัดสมาธิบนพื้นโดยไม่สนใจฝุ่นรอบๆ บนพื้นห้องกระจัดกระจายไปด้วยกองหนังสือเก่าๆที่เปิดกว้างทิ้งไว้ เขาอยู่ในห้องบนหอคอยทิ้งร้างที่เขาเจอในแผนที่ตัวกวน



อลันเงยหน้าจากหนังสือด้วยใบหน้าไม่สนใจ ตาคมสีน้ำตาลขยับมองเศษกระดาษที่ลอยอยู่เหนือพื้นคล้ายถูกคาถาลอยตัว ขยับด้วยตัวเองราวกับว่ามันเป็นนก



“ฉันไม่ได้ยินเสียงนายร่ายคาถา”



“แน่นอนสิ! เพราะฉันไม่ได้ร่าย” เฟลิกซ์ฉีกยิ้มร้ายกาจเอื้อมมือไปคว้าเศษกระดาษที่ลอยอยู่มากำ “ฉันแค่ใช้การแปรธาตุที่มันเขียนในหนังสือ”



เฟลิกซ์กำเศษกระดาษไว้จนมิดมือและยื่นไปตรงหน้าอลันที่แค่เลิกคิ้ว



เฟลิกซ์แบมืออีกครั้ง และสิ่งที่อยู่ในกำมือของเขาก็ไม่ใช่เศษกระดาษอีกแล้ว มันกลายเป็นลูกสนิชสีทองที่อลันเห็นไม่กี่วินาทีมันก็กางปีกบินไปรอบห้องและหายวับไปกับอากาศ



“น่าประทับใจนี่”



เฟลิกซ์ฮัมเพลงในลำคอ ใช่ มันน่าประทับใจ และมันน่าเสียดายที่ฮอกวอตส์ไม่มีเปิดสอนเกี่ยวกับศาสตร์การแปรธาตุมานานแล้ว น่าจะเกือบร้อยปีที่หมดยุคทองของแฟลมเมล เฟลิกซ์ผลักหนังสือที่เปิดรูปประวัติของการแปรธาตุ เอ่ยสรรเสริญ



“ต้องขอบคุณโรเจอร์ แบคอนที่คิดค้นการสร้างน้ำอมฤตได้จนทำให้มีการศึกษาศาสตร์นี้อย่างจริงจัง และต้องขอบคุณนิโคลัส แฟลมเมลที่ทำให้ยุคทองของมันกลับมาหลังยุคทองครั้งแรกหมดไปถึงสองร้อยปี”



“นิโคลัส แฟลมเมล? ที่เป็นเพื่อนดัมเบิลดอร์น่ะหรือ?”



“พวกเขาเป็นเพื่อนกันเหรอ? จะว่าไปถ้านับตามอายุฉันเชื่อนะว่าเขาเป็นเพื่อนกัน”



เฟลิกซ์เอ่ยหยอก เพื่อนผิวเข้มไม่ได้แสดงท่าทางอะไรตอบรับ ทั้งยังยกไม้กายสิทธิเอ่ยคาถานอกเรื่อง



“เทมปัส”



แสงสว่างปรากฏเหนือหัวพวกเขาแสดงตัวเลข 9.55 pm มันหยุดอยู่แบบนั้นและค่อยๆหายไป เฟลิกซ์มองตัวเลขนิ่งค้าง จนพอมันหายวับไปถึงลุกพรวดขึ้นมา หนังสือที่อยู่บนตักหล่นดังตุ๊บทันที



“แย่ล่ะ! จะเคอร์ฟิวแล้วนี่!”



เฟลิกซ์รีบเก็บของในขณะที่อลันแค่หันไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว ดวงตาคล้ายครุ่นคิดบางอย่าง จนเฟลิกซ์เก็บของเสร็จทั้งคู่ถึงค่อยๆลงจากหอคอย เฟลิกซ์เริ่มกระวนกระวาย



“แย่ล่ะ นี่มันแย่แน่ๆ บอกฉันทีว่ามันยังไม่สี่ทุ่ม”



อลันเอ่ยเทมปัสอีกครั้งหลังเจ้าตัวถึงหอคอยเรเวนคลอบนหอคอยฝั่งตะวันตก เฟลิกซ์มองเวลาที่สี่ทุ่มตรงด้วยใบหน้าซีด อลันเคาะประตูสีบรอนซ์ทรงคล้ายนกอินทรีมันส่งเสียงถามออกมา



“ธรรมชาติของมนุษย์คืออะไร?”



อลันหันกลับมาทางเฟลิกซ์เล็กน้อยและหันไปเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบกับประตู



“ตาชั่งระหว่างเหตุผลกับอารมณ์”



“ฉันไปก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ อลัน”



เฟลิกซ์รีบเอ่ยและหันหลังให้เพื่อนสนิทตัวเองที่เหมือนจะโบกมือไล่หลังมาให้พร้อมๆกับประตูที่เปิดออก เด็กชายผมแดงขยับเดินลงบันไดไปจนถึงชั้นเจ็ด ในหัวนึกถึงรหัสผ่านที่จะบอกสตรีอ้วน แต่ไม่ทันเอ่ยอะไรก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยกันของคนที่คุ้นเคยพร้อมๆกับรูปภาพที่ขยับหมุน



“นายคิดว่าเขาหลบหน้าเราเหรอ เขาจะหลบหน้าพวกเราทำไม?”



“เขาอาจไม่อภัยให้สกาเล็ตก็ได้ ใครจะรู้ หรือไม่เขาอาจจะกลัวเธอที่เอาแต่ถามถึงศาสตราจารย์พอตเตอร์”



เฟลิกซ์ขยับออกห่างจากห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์ทันที ให้ตาย ทำไมต้องออกมาตอนนี้ด้วยนะ พรีเฟ็คสองคนของบ้านเขา นาธานกับออโรร่า ทั้งคู่ไม่เห็นจำเป็นต้องเริ่มตรวจตรงเวลาขนาดนี้เลยแท้ๆ



“แต่เขาเหมือนจะให้อภัยสกาเล็ตแล้วจริงๆนะ หรือเขากลัวฉันจริงๆ”



“เขากลัวเธอ เชื่อฉันสิออโรร่า”



“นาธาน นายได้ยินเสียงอะไรไหม!? ฉันเหมือนได้ยินเสียงคน”



เฟลิกซ์ขยับเข้ามุมทางเดิน แต่เขาคิดผิดที่ขยับเข้ามุมฝั่งนี้เพราะเสียงคุยของออโรร่ากับนาธานดังใกล้เข้ามา ออโรร่าคล้ายรู้ตัว ได้ยินเสียงเขาวิ่ง เฟลิกซ์มองรอบๆ มันไม่มีที่ซ่อน มีแต่ม่านปักขนาดยาวนำเสนอเรื่องโง่ๆของบานาบัสจอมเพี้ยนที่ฝึกโทรลให้เต้นบัลเล่ อีกฝั่งคือผนังโล่ง — ให้ตาย ชั้นเจ็ดมันจะโล่งเกินไปแล้ว มันควรจะมีห้องอะไรบ้างสิ ห้องอย่างห้องเรียนร้างหรือห้องปรุงยา



เฟลิกซ์กระพริบตา เขาวิ่งมาได้ครู่เดียวก็มีประตูคล้ายห้องเรียนปรากฏขึ้นฝั่งตรงข้ามของม่านปัก เขาไม่คุ้นกับประตูห้องนี้ แต่มันไม่มีเวลาให้เขาคิดมาก เด็กชายรีบเปิดประตูและเข้าไปหลบในห้องนั้นทันที หายใจแผ่วเบา เขาแปลกใจที่ออโรร่าและนาธานเดินผ่านไปโดยไม่สนใจห้องนี้



“ฉันว่าเธอหูแว่วไปเองแล้วล่ะ”



“นี่! ฉันว่าฉันได้ยินเสียงคนวิ่งจริงๆนะ”



“บางทีอาจจะเป็นพีฟฟ์ก็ได้ อย่าคิดมากน่า เรายังต้องตรวจกันอีกยาวนะ”



เฟลิกซ์พ่นลมหายใจเบาๆ ทรุดตัวลง มองเข้าไปในห้องหลังเสียงของสองพรีเฟ็คจางหายไปแล้ว มันคือห้องเรียนร้าง แต่มันแปลกเพราะเขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน โดยเฉพาะกับเส้นทางเดินชั้นเจ็ดที่ใช้ไปหอคอย เขาเดินผ่านมันบ่อยพอๆกับไปห้องโถงทานอาหาร เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยสังเกต



เฟลิกซ์เลียริมฝีปาก ล้วงแผนที่ตัวกวนออกมา จรดไม้กายสิทธิ์



“ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้”



และภาพของแผนที่ฮอกวอตส์ก็ปรากฏขึ้น เฟลิกซ์กวาดตามองจุดที่ชื่อของเขาอยู่ — ชั้นเจ็ด แต่มันกลับเป็นพื้นเปล่าของแผนที่



เห็นได้ชัดว่าห้องที่เขาอยู่ ไม่มีอยู่ในแผนที่ของตัวกวน



เฟลิกซ์พึมพำ ‘แผนลวงสำเร็จแล้ว’ สอดเก็บแผนที่ ลุกออกไปเปิดประตู และหยุดนิ่ง เขาเห็นว่าประตูมันค่อยๆหายกลืนไปกับผนัง ดวงตาสีเฮเซลเป็นประกาย

นี่มันน่าทึ่ง



เฟลิกซ์ละสายตาจากผนังหันกลับมา แต่กลับต้องหยุดนิ่งชะงัก เขาเห็นเจ้าแมวตัวโตของภารโรงประจำฮอกวอตส์ มันนั่งมองเขาด้วยดวงตากลมวาวประกายสีเหลือง

เฟลิกซ์รีบวิ่งอีกครั้งกลับไปที่รูปภาพสตรีอ้วนทันที




——————————




เฟลิกซ์รู้สึกยินดีที่คนที่เดินเข้ามาในห้องเรียนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดไม่ใช่สเนปแต่เป็นแฮร์รี่เหมือนที่มันควรเป็น แต่สิ่งที่ทำเอาเขารู้สึกกังวลคือรอยดำใต้ตาของแฮร์รี่ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอะไรรึเปล่าถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนี้



“ฉันหวังว่าเขาจะไม่ป่วยอีกนะ”



“คาบเรียนที่แล้วฉันคิดถึงเขาเป็นบ้าเชียวล่ะ”



แต่ถึงแบบนั้นทุกคนก็ไม่สามารถถามอะไรแฮร์รี่ได้ตอนคาบเรียน แฮร์รี่ยืนท่ามกลางพวกเขา ปรบมือหนึ่งครั้งเรียกความสนใจ ยิ้มร่าเริงแบบที่ควรเป็น วิธีการสอนของแฮร์รี่มักไม่พูดหน้าชั้นแต่จะพูดในกลุ่มนักเรียนทำให้นักเรียนทุกคนแทบจะยืนล้อมรอบแฮร์รี่



“เลิกคุยกันได้แล้ว— ครั้งก่อนฉันขอโทษด้วย เห็นว่าศาสตราจารย์สเนปเข้ามาสอนแทนฉันใช่ไหม?”



แฮร์รี่เปิดช่วงเว้นว่างให้พวกเขาตอบ ฝั่งกริฟฟินดอร์มองหน้ากันด้วยใบหน้าปุเลี่ยนๆ ส่วนฝั่งสลิธีรินไม่ได้แสดงสีหน้าพอใจหรือไม่พอใจ และคนที่เอ่ยขึ้นมาในห้องท่ามกลางความเงียบคือออโรร่า น้ำเสียงสูงๆเรียกให้คนทั้งห้องหันไปมอง



“ฝันร้ายเลยล่ะค่ะ”



แฮร์รี่หลุดหัวเราะ เฟลิกซ์เขยิบตัวออกห่างพรีเฟ็คหญิงเพราะไม่อยากเป็นจุดสนใจ ถึงตอนนี้เขาเห็นเพื่อนร่วมบ้านกลั้นยิ้มกัน



“คำสาปโทษผิดร้ายแรง ถูกไหม?”



แฮร์รี่ถามและพวกเขาก็พยักหน้าตอบ ไม่อยากพูดถึงมันนัก แฮร์รี่มองรอบๆและพยักหน้า



“ขอบอกตามตรง ที่เขาสอนนั่นมันคือบทเรียนของปีเจ็ดล่ะ” แฮร์รี่ยักไหล่ในขณะที่เด็กสลิธีรินมองหน้ากันอย่างไม่มั่นใจ เช่นเดียวกับเพื่อนกริฟฟินดอร์ที่โอดครวญ แฮร์รี่ไม่สนใจเสียงประท้วง “แต่ไหนๆพวกเธอก็เริ่มเรียนไปแล้ว การบ้านพวกนั้นฉันอ่านทั้งหมดแล้ว ทุกคนทำการบ้านออกมาได้ดีมาก น่าประทับใจเลยล่ะ เพราะฉะนั้นฉันขอให้คะแนนทั้งบ้านกริฟฟินดอร์และสลิธีรินฝั่งละสามสิบคะแนน และคะแนนรายงานของพวกเธอฉันจะเพิ่มเป็นคะแนนรายงานพิเศษให้พวกเธอรายบุคคลภายหลัง”



ทุกคนเริ่มส่งเสียงเฮกัน ถึงแฮร์รี่จะแจกคะแนนบ่อยแต่มันก็ไม่บ่อยที่เขาจะให้คะแนนบ้านนึงครั้งละเยอะๆ แถมการที่ได้คะแนนพิเศษมาถือว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่แฮร์รี่ลดท่าทีของตัวเองลง



“อย่าเพิ่งดีใจไป — ฉันรู้ว่าอาจารย์หลายคนคงพูดเรื่องนี้กับพวกเธอไปแล้ว เกี่ยวกับการเลือกวิชาให้เข้ากับสายงานในอนาคต นั่นหมายความว่าหลังจบปีห้าไปพวกเธออาจจะเรียนวิชานี้ต่อหรือไม่ก็ได้ ดังนั้น ฉันจะไม่โกหก ฉันค่อนข้างเห็นด้วยกับศาสตราจารย์สเนปที่ยกเนื้อหาบทเรียนส่วนนี้ของปีเจ็ดลงมาสอนพวกเธอ”



ทุกคนเงียบสนิท เสียงของแฮร์รี่ดูจริงจังทำให้พวกเขารู้สึกจริงจังไปด้วย แฮร์รี่มองพวกเขาทั้งสองบ้านและอธิบายต่อเสียงเบาลง — เป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่ไม่ได้เอ่ยน้ำเสียงร่าเริง แต่น้ำเสียงต่ำๆเบาๆมันกลับทำให้พวกเขาเงียบลงได้สงัด มันไม่ได้เงียบและชวนให้รู้สึกขนลุกแบบน้ำเสียงสเนปและมันกลับทำให้รู้สึกอบอุ่น คล้ายความเป็นห่วงของแฮร์รี่ส่งมาผ่านน้ำเสียง และพวกเขารู้แค่ว่าพวกเขาต้องฟังมัน



“อย่างน้อยฉันก็ไม่อยากให้พวกเธอฉลาดแต่กับทฤษฎี — ฉันยังไม่อยากสูญเสียพวกเธอคนใดคนหนึ่งไปในสงคราม การสอนเรื่องคำสาปโทษผิดร้ายแรงมันไม่สนุกหรอก แต่ — แน่นอน มันจะมีประโยชน์”



แฮร์รี่หลับตาลง มือบีบจมูกระหว่างตาคล้ายกับว่ากำลังปวดตาเนื่องจากนอนไม่พอ แต่มันก็แค่แว๊บเดียว แฮร์รี่กลับมายิ้มให้พวกเขาและเมื่อบรรยากาศผ่อนคลายลงก็มีมือที่ยกสูงมาจากฝั่งสลิธีริน



“ศาสตราจารย์สเนปใช้คำสาปผิดโทษร้ายแรงสองในสามในคาบเรียนที่แล้ว ศาสตราจารย์เห็นด้วยกับมันรึเปล่าคะ?”



“เขาใช้เหรอ?”



แฮร์รี่ทักพลางเลิกคิ้วและคำตอบก็สื่อผ่านมาผ่านสายตาหวาดกลัว เฟลิกซ์คิดว่าแฮร์รี่จะปฏิเสธแต่ผิดกับที่เขาคิด แฮร์รี่แค่มองตรงไปที่เด็กหญิงบ้านสลิธีริน



“ตอนที่เห็นมันเธอรู้สึกกลัวรึเปล่า?”



เด็กหญิงพยักหน้าเบาๆ แฮร์รี่มองไปรอบๆ คนอื่นๆพยักหน้าเป็นทอดๆเช่นเดียวกับฝั่งกริฟฟินดอร์ ได้ยินเสียงออโรร่าพึมพำว่า ‘ไม่นะ อย่าพูดถึงมัน’ ด้วยใบหน้าซีดเซียว

แฮร์รี่รู้สึกพอใจกับคำตอบ ให้คำอธิบาย



“ฉันไม่ได้ชอบการสอนแบบนั้นหรอก — อดีตศาสตราจารย์ที่สอนเรื่องนี้กับฉันใช้คำสาปสะกดใจกับนักเรียนเพื่อสอนพวกเราป้องกันตัวจากมัน บอกตามตรง มันไม่บันเทิงเลยจริงๆ เพื่อนของฉันหน้าซีดนิ่งแข็งไปตอนที่เห็นคำสาปพิฆาตครั้งแรก” แฮร์รี่เอ่ย เหมือนมันจะเป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่เล่าอดีตของตัวเอง นั่นทำให้พวกเขาฟังอย่างสนอกสนใจ เฟลิกซ์จำได้ว่าที่สเนปใช้ไปไม่มีคำสาปพิฆาตอยู่ในนั้น สงสัยจริงๆว่าใครเป็นคนสอนเรื่องพวกนี้ให้แฮร์รี่กัน เขาตั้งใจฟังต่อ “—แต่มันคือวิธีที่ดีที่สุดในการสอนเกี่ยวกับคำสาปโทษผิดร้ายแรง— อย่างน้อยๆฉันคงไม่มาสอนโดยการสารยายประโยชน์ สรรพคุณ ของมันให้พวกเธอรู้สึกว่า โอ้ ว้าว นั่นน่าลองใช้ดีนะ — แต่มันจำเป็นที่จะต้องสอนให้พวกเธอรู้จักกลัว กลัวพอที่จะไม่ลองมันด้วยความอยากรู้อยากเห็น”



แฮร์รี่หยุด พวกเขาทุกคนดึงสติตัวเองกลับมาจากคำพูดของแฮร์รี่ แฮร์รี่ยกยิ้มให้พวกเขารู้สึกมั่นใจ



“แต่เธอจะทำอะไรต่อหลังจากความกลัวเข้าครอบงำ เธอจะยอมอยู่เฉยและยอมศิโรราบต่อคำสาปที่น่ากลัว หรือเธอจะหาทางต่อสู้ ตอบโต้ หลบหนี หรือทำอะไรสักอย่างกับมัน — เพื่อนฉันที่เคยกลัวหัวหด ตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกในครั้งแรกที่เห็นคำสาปพวกนี้กลับเผชิญหน้ากับคำสาปพิฆาตและรอดจากมันมาได้นับสิบครั้ง”



แฮร์รี่สูดลมหายใจเล็กน้อยและเอ่ยคำถามแจกคะแนนที่มักมีในทุกๆคาบเรียน แต่ครั้งนี้มันดูเคร่งเครียดผิดปกติ



“มีใครบอกฉันได้บ้างว่าเธอจะป้องกันตัวจากคำสาปพวกนี้ได้อย่างไร?”



โนอาร์คือคนแรกที่ชูมือขึ้นสูงอย่างไม่ลังเล ใบหน้าสงบและสุภาพเอ่ยตอบหลังแฮร์รี่พยักหน้า



“เชิญ คุณดอร์แมน”



“คำสาปสะกดใจคุณต้องมีจิตใจที่เข็มแข็งพอ คำสาปกรีดแทงแค่มีความอดทนที่มากพอและคำสาปพิฆาตไม่มีทางหลีกเลี่ยง”



แฮร์รี่เลิกคิ้วกับคำตอบที่มาจากเด็กชายสลิธีริน เขายกยิ้มน้อยๆ



“สองคะแนนในสลิธีริน” เอ่ยอธิบายต่อ “จริงอยู่ที่คำสาปสะกดใจขอแค่มีจิตใจที่เข้มแข็งพอ ทางที่ดีที่สุดในการขัดขวางมันคือความโกรธ สำหรับคำสาปกรีดแทง ดีที่สุดที่จะเอ่ยคาถาปลดอาวุธก่อนที่พวกเขาจะร่ายคาถานั้นจบ แต่หากตกอยู่ใต้คาถาต้องพยายามคงสติให้นานที่สุดและอย่าปล่อยมือจากไม้กายสิทธิ์ของพวกเธอ ส่วนสุดท้ายคำสาปพิฆาต ออกจะเป็นการมองโลกแคบไปหน่อยหากบอกว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยง”



เรียกสายตาสงสัยจากทุกคนในห้องได้ทันที



“แต่ไม่มีใครเคยรอดจากมัน”



เฟลิกซ์สังเกตว่าเหมือนแฮร์รี่จะขยับปากฉีกยิ้มด้วยเหตุผลบางอย่างหลังมีคนเอ่ยประโยคนี้



“ฉันแค่จะบอกพวกเธอว่าอย่ายอมแพ้กับแค่คาถาสั้นๆ เมื่อเธอได้ยินเสียงเอ่ยร่ายพวกเธอต้องทำทุกอย่างที่จะป้องกันตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดคือวิ่งหนีจากแสงของมัน แสงของคาถาเป็นสีเขียว และไม่ว่าเธอจะเลือกเรียนต่ออะไร พวกเธอสามารถใช้สิ่งที่พวกเธอถนัดในการป้องกัน” แฮร์รี่ยกไม้กายสิทธิ์และเอ่ย



“แอ๊กซิโอ” แฮร์รี่เรียกให้โต๊ะโต๊ะหนึ่งลอยพาดผ่านใบหน้าของพวกเขา “ตัวเลือกแรกใช้คาถาดึงอะไรก็ได้มาบังตัวเธอไว้ คำสาปพิฆาตไม่ทะลุผ่านวัตถุที่มีตัวตน”



แฮร์รี่ขยับเอ่ยร่ายต่อ “เอวิส”



นกสีดำนับสิบตัวบินพุ่งออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์



“คาถากลายร่างก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน” แฮร์รี่มองนกที่บินไปรอบๆห้อง “คาถาพิฆาตไม่ว่าจะโดนวัตถุอะไรก็แล้วแต่ มันจะหายไปภายในครั้งเดียวและไม่มีการสะท้อนกลับมา”



แฮร์รี่ไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน? เฟลิกซ์เริ่มคิดหนัก



“เอาล่ะ ดังนั้นการบ้านวันนี้ ฉันอยากให้พวกเธอไปค้นหาวิธีป้องกันตัวจากคำสาปโทษผิดร้ายแรงมาคนละหนึ่งถึงสามวิธี เชื่อเถอะว่ามันไม่มีในหนังสือเล่มไหน ดังนั้นพวกเธอถึงต้องคิดวิธีการหนีให้พ้นจากมันในแบบของพวกเธอเอง พวกเธอบางคนอาจถนัดคาถา บางคนถนัดการกลายร่าง บางคนถนัดการปรุงยาหรือสมุนไพร แน่นอนว่าแม้แต่คนที่รอบรู้เรื่องสัตว์อสูร ฉันหวังอย่างมากว่าพวกเธอจะสามารถค้นพบวิธีใช้สิ่งที่เธอถนัดมาประยุกต์และป้องกันตัวเองได้”



เฟลิกซ์รู้ว่าเพื่อนรอบๆเขาเริ่มครุ่นคิด ไม่มีใครเคยคิดเรื่องหนีคำสาปพิฆาตมาก่อน เฟลิกซ์เริ่มคิดถึงเรื่องที่ตัวเองสนใจเมื่อเร็วๆนี้ แต่ความคิดก็จางหายไปเมื่อแฮร์รี่ปรบมือหนึ่งที



“ทีนี้เราจะกลับเข้าสู่บทเรียนปกติของเรา— จับคู่กันได้เลย”



เห็นทุกคนจับคู่กันเรียบร้อย เฟลิกซ์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ดีๆเขาถึงจับพลัดจับพลูมาคู่กับยัยโกลด์สตีน—สกาเล็ตได้




————————————-



“คุณโอเคใช่ไหม?”



เฟลิกซ์เอ่ยถามหลังเลิกคาบเรียน เด็กชายรีบตามแฮร์รี่ออกไปจากห้องก่อนใครเพื่อน คนใส่แว่นขยี้ตาเล็กน้อยและหันมายิ้มให้เขา



“ฉันสบายดี”



“แม้แต่คุณนายนอร์ริสก็รู้ว่าคุณโกหก”



เฟลิกซ์ว่าพลางเบ้ปาก แฮร์รี่หัวเราะเอื้อมมือข้างหนึ่งจากหนังสือมาขยี้ผมเขา



“ฉันโกหกไม่เก่งน่ะ — นอนไม่พอ แต่ดีขึ้นแล้ว ขอบใจที่เป็นห่วง เฟลิกซ์”



แฮร์รี่ยกมือออก แต่พอรู้ตัวเฟลิกซ์ก็ดึงเอกสารออกจากมืออีกข้างของเขาไปกองหนึ่งจนคนอายุมากกว่าได้แต่กระพริบตา และพอรู้สึกตัวอีกทีข้างเฟลิกซ์ก็มีเด็กผู้หญิงผมบ๊อบทองดึงหนังสือไปด้วยอีกปึกนึง



“ให้พวกเราช่วยนะคะ ศาสตราจารย์”



โกลด์สตีนยกยิ้มร่าเริงให้เขา พอสังเกตเห็นใบหน้ารำคาญใจจากคนผมแดงอยู่บ้าง แฮร์รี่พยักหน้า รู้ว่าเฟลิกซ์เดินเถียงกับโกลด์สตีนไปตลอดทาง



นึกว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันเสียอีก?



แฮร์รี่กระพริบตาอีกครั้งเมื่อกองหนังสือสุดท้ายที่อยู่ในมือถูกแย่งอีกครั้ง เขามองเด็กชายที่สวมชุดสลิธีรินดูแปลกปลอมในกลุ่มกริฟฟินดอร์ โนอาร์ ดอร์แมน ยิ้มน้อยๆอย่างสุภาพให้เขา



“ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมอยากรู้ว่าคุณมีวิธีป้องกันตัวจากคำสาปโทษผิดร้ายแรงได้อย่างไรถ้าคุณถนัดวิชาปรุงยา”



แฮร์รี่รู้ว่าเฟลิกซ์หยุดเถียงกับโกลด์สตีน เหลือบมามองเพื่อนสลิธีริน โกลด์สตีนมองเด็กสลิธีรินอย่างปรปักษ์ แฮร์รี่รีบขัดก่อนสองฝ่ายจะมีเรื่อง



“แน่นอนฉันไม่รังเกียจ คุณดอร์แมน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คุณต้องช่วยฉันยกห้องไปไว้ที่ห้องทำงานนะ”



“ด้วยความยินดี ศาสตราจารย์”



ดอร์แมนเอ่ยกับแฮร์รี่แต่กระตุกยิ้มไปทางโกลด์สตีนราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะ ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ สะบัดหน้าเดินนำไปก่อนใครเพื่อน ทิ้งให้แฮร์รี่ยืนระหว่างเฟลิกซ์กับดอร์แมนพร้อมเกาหัวแกรกๆ



“นายควรเตือนเพื่อนนายนะว่านั่นมันเสียมารยาท”



เด็กสลิธีรินเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย หันไปเอ่ยกับคนผมแดงที่แค่ยักไหล่ ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเคยรู้จักกันมาก่อนเท่าไหร่



“ฉันคิดว่านายมีเรื่องอยากถามศาสตราจารย์เสียอีก”



แฮร์รี่เลิกคิ้วให้เด็กสองคนที่เริ่มเถียงกันเอง ถึงมันจะดูน่าปวดหัวแต่มันกลับเป็นภาพที่อบอุ่น — คงเป็นพวกเด็กในฮอกวอตส์นี่แหละที่ค่อยๆทำให้เขาเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ไปทีละน้อย



แฮร์รี่ยกมือขึ้นมานวดขมับเพราะนอนไม่พอ



พวกเขาถึงห้องทำงาน โกลด์สตีนยืนรอ แฮร์รี่บอกว่าให้เอาของไปวางไว้จุดที่เขาคุ้นเคย เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มก็ดูเวลาแล้วรีบวิ่งแจ้น เจ้าตัวบอกว่าต้องรีบไปซ้อมควิดดิช



แฮร์รี่นั่งลง เฟลิกซ์เอาตัวเองนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะในขณะที่อีกสลิธีรินกำลังยืน



“สนใจชาสักหน่อยไหม—?”



แฮร์รี่ยกไม้กายสิทธิ์เสกเก้าอี้แบบที่ดัมเบิลดอร์ชอบทำ ผายมือเชิญดอร์แมนที่เอ่ยขอบคุณและพยักหน้า เฟลิกซ์ส่ายหน้า



“ปรุงยาเหรอ — หืม?” แฮร์รี่เอามือแตะคาง ยกยิ้มอ่อนล้าน้อยๆ เขาย้อนนึกดิ่งลงไปในความทรงจำของเซเวอร์รัสก็เอ่ยตอบ ยื่นชาให้ดอร์แมนถ้วยหนึ่ง อีกถ้วยคือโกโก้ร้อนยื่นให้เฟลิกซ์



“บางทีหนังสือปรุงยาของเอริก้า เบอร์เนทอาจช่วยเธอได้ — ไม่ค่อยมีใครรู้จักหนังสือของเธอเท่าไหร่เพราะมันเป็นศาสตร์การปรุงยาโบราณที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญอย่างสูง ยาของเธอไม่ได้จดทะเบียน มันเป็นยาอีกแขนง ไม่ได้ใช้ในการรักษา แต่ใช้สำหรับการประลอง อาจจะคล้ายๆพวกยาฟีลิกซ์ ฟิลิซิส ประมาณนั้น”



ดอร์แมนมองเขาอย่างประทับใจ แฮร์รี่ไล่มือไปตามชั้นวางหนังสือและหยุดมือลงที่หนังสือที่มีปกเขียนว่า การปรุงยาแขนงโบราณ — เอริก้า เบอร์เนท เขาเอามันมาอ่านฆ่าเวลาตอนกลางคืน หยิบได้ปุ๊บก็ยื่นให้ดอร์แมนทันที



“ฉันอ่านจบแล้ว คงจะดีถ้ามีคนอื่นนอกจากฉันที่ได้อ่านมัน ฉันไม่เอาอ่าวด้านการปรุงยาเท่าไหร่” แฮร์รี่บอก ดอร์แมนเอ่ยขอบคุณ วางชาที่ดื่มหมดแล้ว ยกหนังสือพร้อมเอ่ย

“ขอบคุณมากสำหรับชาและหนังสือ ศาสตราจารย์พอตเตอร์ — รักษาตัวด้วยครับ ผมขอตัว”



ดอร์แมนยิ้มให้ ลุกขึ้นยืน เจ้าตัวหันไปมองเฟลิกซ์ที่ดูแปลกใจกับการกระทำนั้น



“เจอกัน”



เฟลิกซ์เอ่ยกับเพื่อนสลิธีริน ดอร์แมนหยุดนิ่ง หันกลับไปหาเฟลิกซ์ เลื่อนดวงตาสีดำสนิทมาทางแฮร์รี่ที่ยิ้มอ่อนๆ และถามกับเฟลิกซ์



“เขารู้?”



“เขารู้” เฟลิกซ์ทวนอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ประโยคคำถาม ดวงตาสีเฮเซลหรี่ลงเล็กน้อยราวกับรอปฏิกิริยาอื่นจากเพื่อนต่างบ้าน ดอร์แมนพ่นลมหายใจเอ่ยตอบ แต่ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ



“เจอกัน”



แฮร์รี่เห็นเฟลิกซ์ยิ้มกว้าง ผิวปากน้อยๆ พอรู้ว่าเด็กผมแดงกำลังแกล้งเพื่อนตัวเอง หรืออาจกำลังแซวบางอย่าง ดอร์แมนเดินจากออกไป เฟลิกซ์หมุนหน้าหมุนตัวกลับมาทางเขา



“แล้วเธอไม่ไปซ้อมควิดดิช?”



เฟลิกซ์ชะงัก เผลออุทาน



“โอ้ ไม่นะ จินนี่จะต้องโมโหมากแน่” รีบลุกพรวดแล้วหันตัวออกไป ร้องตอบกลับ “แล้วเจอกันฮะ แฮร์รี่”



แฮร์รี่หัวเราะ



——————————



“เลจิลิเมนต์”



เขาในวัยสี่ขวบถูกกระทะร้อนลวกหลังพยายามทำอาหารให้พวกเดอร์สลีย์ เขาร้องโอดครวญและทำไส้กรอก ไหม้



แฮร์รี่ในวัยสิบสามขอให้ลุงเซ็นใบอนุญาติไปฮอกส์มี้ดแต่ลุงกลับไล่เขา บอกว่าถ้าเขาทำตัวดีจะยอมเซ็นให้



แฮร์รี่ถูกเซเวอร์รัสด่าในปีสามหลังถูกจับได้ว่าแอบไปฮอกส์มี้ดว่าเขามันอวดดี เย่อหยิ่ง เอาตัวเองเป็นสูญกลางไม่สนใจคนอื่น



เขาในวัยสิบหกปี ดื่มน้ำยานำโชค ลอบไปขโมยข้อมูลจากศาสตราจารย์ซลักฮอร์น



แฮร์รี่ผลักเซเวอร์รัสออกในที่สุด แต่เขาสติหลุดมาแค่วูบเดียว พอสบตาสีนิลเข้าอีกครั้งก็ได้ยินเสียงร่ายคาถาซ้ำ



“เลจิลิเมนต์”



แฮร์รี่รู้ว่าตัวเองกำลังเหนื่อยแต่ก็พยายามฝืนผลักไล่สิ่งแปลกปลอมในหัวเขาออกไป



เขาในวัยสิบห้า สอนเพื่อนร่วมชั้นร่ายคาถาป้องกันตัว รวมไปถึงสอนคาถาผู้พิทักษ์หลังคริสมาสต์ มันเป็นบรรยากาศอบอุ่น



เขาในวัยสิบเจ็ดปี ถูกรอนทิ้งกลางสงครามเพราะล็อกเกตของสลิธีรินครอบงำ



แฮร์รี่ในวัยสิบห้าปี จูบกับโชใต้ช่อมิสเซิลโทในวันคริสมาสต์ ปลอบคนที่ร้องไห้เพราะคิดถึงเซดริก



แฮร์รี่ดึงตัวเองออกมาจากความทรงจำได้สำเร็จ เขาหายใจหอบ พยายามดิ้นรน แต่เซเวอร์รัสกลับกดน้ำเสียงและสายตาแข็งกร้าวมาอีกครั้ง



“เลจิลิเมนต์”



แฮร์รี่ในวัยสิบสามปี เอ่ยร่ายคาถาผู้พิทักษ์สำเร็จได้เป็นครั้งแรก มันเป็นกวางสีเงินดูสง่างาม



แฮร์รี่ผลักเซเวอร์รัสออกได้อีกครั้ง แปลกใจ ยิ่งเขาเหนื่อยเขากลับสกัดใจได้ดีกวาตอนที่เขามีสติอยู่ครบ



“เลจิลิเมนต์”



ไม่ทันให้ภาพอะไรปรากฏ แฮร์รี่ผลักเขวี้ยงเซเวอร์รัสที่ดูแปลกใจระคนประทับใจออกไปจากหัวเขาได้สำเร็จ แฮร์รี่ก้มหน้า หายใจติดหอบราวกับเพิ่งผ่านการทรมานมา เหงื่อผุดเป็นเม็ดๆบนใบหน้า แฮร์รี่เริ่มรู้สึกว่าสติตัวเองไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อาจจะเพราะพักผ่อนน้อย และฝืนพยายามฝึกในสิ่งที่ไม่ถนัด



แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสยื่นยามาให้ และเขาพยายามลดเสียงหอบในคอ เอื้อมมือออกไปรับ เขาสัมผัสปลายขวดแก้วเย็นเฉียบได้แล้ว



เพล้ง!



และทุกอย่างก็ตกอยู่ในความมืด



กลิ่นยาลอยมาแตะจมูกคือสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้



———————



แฮร์รี่กำลังล่องลอยอยู่ในความทรงจำมากมาย พริบตานึงเขาอยู่ในความทรงจำของตัวเอง ถัดมาเขาเข้าไปอยู่ในความทรงจำของทอม และวินาทีถัดไปเขากำลังนั่งมองความทรงจำของเซเวอร์รัส



แฮร์รี่รับรู้ได้ว่าเขากำลังอยู่ในกองผ้านวมหนาและอุ่น เขาขยับตัวเล็กน้อย ดึงสติกลับมา ใครบางคนกำลังนั่งอยู่ตรงนี้



แฮร์รี่ปรือตามองในความมืด เขาไม่ได้อยู่ในห้องของตัวเอง แสงสว่างน้อยๆมาจากตะเกียงโต๊ะเล็กๆข้างเตียง เขาได้กลิ่นยาฉุนๆ แฮร์รี่คุ้นเคยกับกลิ่นแบบนี้ รอนกับพวกตัวกวนมักเอ่ยล้อว่าเป็นเพราะเซเวอร์รัสซกมก แต่แฮร์รี่รู้ว่ามันคงเหมือนกับการที่พวกผู้หญิงใช้น้ำหอมเดิมติดต่อกับเป็นเวลานาน มันกลายเป็นกลิ่นติดตัวของคนๆนั้น แม้ว่าจะพยายามล้างออกเท่าไหร่มันก็ยังไม่จางหายไป



แฮร์รี่ขยับตัวลุก พลักผ้านวมออกไปครึ่งตัว เซเวอร์รัส เจ้าของห้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือสองข้างกอดอด ใบหน้าตึง ดวงตาปิดสนิท แฮร์รี่ลูบขนแขนเบาๆเมื่อสัมผัสได้ว่าอากาศในห้องหนาวไม่เบา เขามองค้างคาวตัวโตที่ทำตัวผิดวิสัยสัตว์เลือดอุ่น สวมแค่ชุดคลุมดำสนิทตัวเดียว แฮร์รี่ขยับสายตามองรอบๆ มันเป็นห้องส่วนตัวของเซเวอร์รัส



คนแบบนี้พาเขาเข้ามาในที่ส่วนตัวของตัวเองด้วย น่าแปลกใจจริงๆ



แฮร์รี่ลุกจากเตียง เท้าเปล่าของเขาสัมผัสเข้ากับพื้นหินเย็น เขารู้ว่าห้องนี้อยู่ในคุกใต้ดินอย่างไม่ต้องคิดซ้ำสองให้เสียเวลา มันขนาดพอๆกับห้องของเขา มีโต๊ะหนึ่งตัวยาว มีวางหม้อปรุงยาไว้ มีแจกันบนชั้นวางหนังสือช่องหนึ่งขัดกับหนังสือที่แน่เอี๊ยดในตู้เดียวกัน ในแจกันมีดอกไม้ประดับอยู่ แฮร์รี่คิดว่าตัวเองได้กลิ่นดอกลิลี่ แต่ดอกไม้ในแจกันกลับไม่ใช่ดอกลิลี่ มันเป็นดอกไม้สีแดง ชมพู ม่วง กลีบดอกบางเบาแยกออกคล้ายรูปดาว



ต้นฟลอกซ์ดาว — แฮร์รี่นึกชื่อของมันออก แต่เขากลับจำไม่ได้ว่ามันใช้ปรุงยาอะไร แฮร์รี่เลิกสนใจ เขารู้ว่าเขากำลังทำตัวก้าวก่ายความส่วนตัวของเซเวอร์รัส แต่ลึกๆในใจเขามีความรู้สึกว่าบางทีมันคงไม่เป็นไร



แฮร์รี่พอสังเกตว่าในบรรดาหนังสือเต็มชั้นวางมีหนังสือศาสตร์มืด หนังสือหลายหมวด มันเป็นห้องที่ไม่น่าอยู่เท่าไหร่ในความรู้สึกแฮร์รี่ — หนังสือมากเกินไปจนดูน่าอึดอัด กลิ่นยาแตะจมูกปนกับกลิ่นดอกลิลี่ โต๊ะทำงานมีร่องรอยจากการไหม้ เตียงหนึ่งตัว เตาผิงเก่าๆที่มุมห้อง ทุกอย่างอยู่ในสีทะมึนดูหดหู่



แฮร์รี่รู้ว่าเขาไม่ควรคาดหวังว่าจะเห็นห้องที่ดูสดใสจากคนๆนี้



แฮร์รี่ขยับตัวกลับไปที่คนที่นั่งกอดอก คิ้วขมวดตอนนั่งหลับ พอหันไปมองเวลาเขาถึงรู้ว่ามันเป็นตีสองแล้ว อาจจะเพราะอีกฝ่ายหลับตา เขาถึงกล้าที่จะแตะต้องตัวอีกฝ่ายที่นิ่งเป็นรูปปั้น



แฮร์รี่ดึงตัวเซเวอร์รัสอย่างระวัง ในใจเริ่มกระตุก กลัวว่าคนที่หลับจะเปิดตาตื่นขึ้นมา ถึงได้รีบดึงตัวอีกฝ่ายไปที่เตียงให้ไวที่สุด ด้วยขนาดตัวทำให้มันค่อนข้างทุลักทุเล จนเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ดูยังหลับสนิทบนเตียงแล้วแฮร์รี่ก็นึกได้ — เขาควรจะใช้คาถาลอยตัว



แฮร์รี่ก่นด่าตัวเอง ถึงแบบนั้นก็ดึงผ้าห่ม ห่มจนถึงคอของศาสตราจารย์ปรุงยา สลับตำแหน่ง กลายมาเป็นเขาที่นั่งบนเก้าอี้ และเซเวอร์รัสที่นอนหน้าตึงบนเตียง

“ทำไมคุณถึงดูเครียดนักนะ” เอ่ยพึมพำเบาๆ



เขาจำได้ว่าเขาเป็นลมไป แฮร์รี่ทอดสายตามอง คำถามวนเวียนในหัวซ้ำแล้วซ้ำอีก



ทำไมคุณถึงได้ใจดีกับผมนัก



ทำไมคุณถึงได้ดูเหนื่อยนัก



แฮร์รี่เอื้อมมือไปดับตะเกียง ลุกขึ้นช้าๆ หาทางออกไปจากห้องที่ให้ความรู้สึกอึดอัด



น่าแปลก แทนที่จะรู้สึกอึดอัดเหมือนกับบรรยากาศของห้อง กลับกัน ในใจเขากลับล่องลอยวาบหวิวและคุ้นเคย



ราวกับได้กลับถึงบ้าน




———————————



แฮร์รี่เดินวนในห้องทำงานของเซเวอร์รัส



หนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เขาฝึกคาถาสกัดใจกับอีกฝ่าย ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แต่การที่เขาได้มายืนอยู่ในห้องทำงานของอีกฝ่ายเริ่มกลายเป็นเรื่องคุ้นเคย แฮร์รี่ขยับมองดอกไม้ ไม่ใช่ว่าดอกฟลอกซ์ดาวจะประดับอยู่แต่ในห้องพักอีกฝ่าย แต่มันยังลามมาถึงห้องทำงานเจ้าตัวด้วย



ทำไม



ในหัวแฮร์รี่มีคำถาม มองดอกไม้ดอกน่ารักสีแดงหลายเฉด เขาเห็นมันมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ แฮร์รี่เอื้อมมือไปสัมผัสกลีบดอกรูปดาวแฉกของมัน เอ่ยถามคนที่นั่งตรวจงานเงียบๆบนโต๊ะทำงาน



“ศาสตราจารย์ครับ มันมีความหมายอะไรรึเปล่า?”



แฮร์รี่เอ่ยถาม เซเวอร์รัสเงยหน้าขึ้นมาจากงาน ใบหน้ามองมาทางเขาดวงสายตาอ่อนลงทันทีที่ละสายตาจากกองการบ้านนักเรียน รู้ว่าเขาถามถึงอะไร



“มันเป็นไม้พุ่มที่เติบโตได้ดีในฤดูใบไม้ร่วง เกสรนำมาปรุงยานอนหลับได้ดี”



แฮร์รี่เลิกคิ้ว ทั้งที่อีกฝ่ายตอบมาตามปกติ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องกัน ได้แต่พยักหน้าส่งๆ ไม่คาดคั้นอะไรเพิ่มเติม แต่ปากบ่นอุบอิบ



“ผมไม่รู้สึกว่านั่นเป็นคำตอบของคุณเลย”



ถ้าถามเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่ครั้งแรก นั่นก็เพื่อหลบนักเรียนผู้แสนดีที่อยากปรึกษาเรื่องเรียนกับเขา นั่นทำให้เขาประทับใจอยู่หรอก แต่หลังๆมานี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะเจอเด็กๆที่ทะเลาะกันระหว่างมาเจอเขาแล้ว เริ่มเข้าใจความรู้สึกของศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่ห้ามเขามีเรื่องกับมัลฟอยทีละนิดแล้ว



แฮร์รี่ขยับมองหนังสือในห้องของเซเวอร์รัส เขาเหลือบเห็นหนังสือ ‘พืชและการปรุงยา’ มองไปทางเซเวอร์รัสที่ไม่มีทีท่าสนใจเขาก็คว้าหนังสือมาพลิกเปิด เขาเปิดหาดอกไม้ที่ต้องการได้ไม่ยากเนื่องจากมันเรียงตามตัวอักษร



ฟลอกซ์ดาว


ลักษณะ : เป็นไม้พุ่ม ปลูกได้ยาก อายุสั้น เติบโตดีในฤดูใบไม้ร่วง กลีบดอกหยักออกเป็นรูปดาว ตัวดอกมีทั้งกลมมนและฟันเลื่อย มีสีขาว แดง ชมพู ม่วงและน้ำเงิน


คุณสมบัติในการปรุงยา : ใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงยานอนหลับ เกสรสองกรัมต่อหนึ่งหม้อปรุงยามาตรฐาน



แฮร์รี่ไม่ได้สนใจมัน แต่สายตาเขามาหยุดอยู่ที่ประโยคสุดท้ายของหน้า



ภาษาดอกไม้ : ฟลอกซ์ดาวใช้ในการสื่อถึงความพยายามในการช่วยเหลือ ในอีกความหมาย หมายถึงขอให้เธอฝันดี



ขอให้ฝันดี



แฮร์รี่ปิดหนังสือ — มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ



เขายกหนังสือและเอ่ยถามเจ้าของห้อง



“ศาสตราจารย์ครับ ผมขอยืมมันไปอ่านได้ไหมครับ”



เซเวอร์รัสเหมือนชะงักไปวูบหนึ่งตอนเห็นชื่อหนังสือ แต่สุดท้ายก็ตอบมา



“ได้ — แน่นอน แฮร์รี่”



ตั้งแต่ที่ชื่อเขาถูกเรียกออกมาจากริมฝีปากนั้น จากความรู้สึกแปลกๆในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เขาคุ้นกับชื่อตัวเองที่ออกมาจากปากเซเวอร์รัสมากกว่าคำว่าพอตเตอร์ที่ได้ยินมาตลอดเจ็ดปีเต็มเสียอีก มันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสนิทกับเซเวอร์รัสผิดปกติ



มันน่ากลัว แต่สายเลือดความกริฟฟินดอร์ก็บอกเขาว่าอย่าได้เกรงกลัวที่จะกระโจนเข้าหามัน



แฮร์รี่ยิ้มกว้างเอ่ยขอบคุณศาสตราจารย์ปรุงยา



ท่าทางเขาจะมีเรื่องให้ทำเพิ่มอีกอย่างแล้ว



———————



Talk :)



แต่งจบตอนค้นพบว่า อ้าว ตอนนี้ไทม์ไลน์ไม่เดินเลย55555 พอแต่งนังรี่อยู่กับป๋าทีไรเวลาหยุดเดินตลอดเลย


พิณอยากให้ถึงคริสมาสต์ไวๆจังเลยอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 303 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1018 MartiniLubik (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 20:34

    ก็คนตรงหน้านี่ไงที่รอดมาแล้ว5555


    #1,018
    0
  2. #975 Jecelyn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 14:35
    ป๋าอ่อนโยนกับน้องมากน่ารักกกกก ขอให้น้องฝันดีด้วยอ่าาคิกคัก
    #975
    0
  3. #892 Cressida (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 13:10
    น่ารักกกกกกกกก
    #892
    0
  4. #848 diamiet (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 18:20
    แงงง น่ารักมาก;----;
    #848
    0
  5. #642 w-earn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 23:44

    เขินเลย ที่จริงป๋าสเนปก็แอบโรแมนติกนะเนี่ย​
    #642
    0
  6. #612 morakot3014 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 12:19
    ชอบภาษาดอกไม้จริงๆว่่าจะลองศึกษาดู
    #612
    0
  7. #506 kbrrcngkeux (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:11

    ้เขินจังเลยอ่า~~~~

    #506
    0
  8. #479 aomsin_ts (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:45
    น่ารักมากๆ เป็นเขินเลยยยย
    #479
    0
  9. #478 TewadaCat (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 08:15

    แต่เราก็แอบอยากให้เวลาหยุดอยู่ที่เวลาน้องกับป๋าอยู่ด้วยกันนะ กราวใจมากเลย ว่าแต่ป๋าแกล้งหลับใช่ปะ ใช่มะๆ อยากให้น้องแตะตัวใช่มะๆ ฟินกันตัวแตก

    ปอลิง ทำไมนิยายไม่แจ้งเตือนอ่าาา รึเป็นแค่ของเราคนเดียว
    #478
    0
  10. #475 longtime2345 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:04
    อบอุ่นมากๆเลย เรียกชื่อบ่อยๆนะคะ
    #475
    0
  11. #474 nanikude (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 19:59
    แม่คะเค้าเรียกชื่อน้องแล้ว!!!!
    #474
    0
  12. #473 Yanikajitklang (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 16:39

    น่ารักมากกกกกกกก ป๋าเรียกชื่อน้องอ่ะนะ

    รี่ลูกกก รู้ตัวได้เเล้วววววววววววววววววววววว
    #473
    0