Fic Harry Potter - Eternal War (SS/HP)

ตอนที่ 24 : Chapter 24 : Significant Meeting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 296 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

ประกาศ : ถ้าอ่านแล้วงงน่าจะเป็นเพราะอ่านตอนข้ามมาน้า ตอนที่แล้วระบบไม่ยอมแจ้งเตือนให้ค่า (ไม่รู้รอบนี้ระบบจะแจ้งเตือนมั้ย)


_________________________________________________



Chapter 24 : Significant Meeting







ความทรงจำเดิมๆ แต่แฮร์รี่กลับค้นพบว่าตัวเองกำลังมองมันไม่เหมือนเดิม


แฮร์รี่พลิกอ่านหนังสือที่ยืมเซเวอร์รัสมา บางทีการอ่านภาษาดอกไม้พวกนี้ก็ทำให้รู้สึกเบาสมองดี เขาหัวเราะไปกับความหมายบางอย่างของมัน


เขามองความหมายของดอกป๊อบปี้ มันหมายถึงการหลับนิรันดร์ อดนึกถึงชื่อของมาดามประจำของพยาบาลไม่ได้ — หรืออย่างดอกลิลี่สีส้ม ถึงจะเป็นดอกลิลี่ แต่มันกลับมีความหมายว่า ‘ฉันจะฆ่านาย’ เป็นทั้งสัญลักษณ์ของการดูถูกเหยียดหยามและความภาคภูมิใ


แฮร์รี่พลิกอ่าน ‘อัสโฟเดล’ ความเสียใจทุกข์ระทม ‘อาคาเซีย’ หมายถึง มิตรภาพ ‘แบล็กทอร์น’ สื่อถึงความยากลำบาก —


บนโต๊ะมีตะเกียงใช้อ่านหนังสืออยู่แค่ดวงเดียว ลมพัดวูบเข้ามาทำให้ไฟริบหรี่ เสียงในหัวของแฮร์รี่ดังทบทวนเนื้อหาที่เพิ่งอ่าน แว่นกลมๆของเขาไถลเลื่อนมาตอนเขาเอนหน้าก้มและปิดเปลือกตา เขากำลังดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆ — การฝึกสกัดใจมันใช้ได้ผล แค่สัปดาห์เดียวเวลานอนของเขาก็เพิ่มขึ้นจากปกติถึงสามเท่าได้


แว่นของเขาหล่นลงบนโต๊ะ อดีตนักเรียนกริฟฟินดอร์จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสงบ แขนวางบนหน้าสือเปิดกว้าง กลิ่นยาที่เหมือนติดกับหนังสือกระทบจมูก มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้


————————————


เซเวอร์รัสไม่เห็นด้วยสักนิดกับการที่อนุญาตให้มีการไปฮอกส์มี้ดอีกครั้ง ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์บอกให้เขามาพักผ่อนในวันหยุดเสียงบ้างด้วยน้ำเสียงรื่นเริง เขาเกลียดท่าทีไม่รู้สึกรู้สาแบบนั้นที่สุด แต่สุดท้ายเขาก็เดินมาอยู่ในฮอกส์มี้ดเข้าจนได้ พวกนักเรียนเดินกันคุยสนุกสนานร่าเริงราวกับว่าเหตุการณ์ตอนฮาร์โลวีนไม่เคยเกิดขึ้น ร้านแต่ละร้านเริ่มตกแต่งรับเทศกาลคริสมาสต์แม้ตอนนี้จะเพิ่งกลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น ที่จัดเร็วกว่าปกติเป็นเพราะว่าถ้าถึงคริสมาสต์ พวกนักเรียนจะกลับบ้านกันก่อน


เซเวอร์รัสเดินผ่านร้านมาดามฟุตตี้ฟุต — เขาพอคุ้นอยู่บ้างว่าลิลี่เคยมาเดตที่นี่ครั้งหนึ่ง — แน่นอนว่าไม่ใช่กับพอตเตอร์ แต่เป็นผู้ชายเรเวนคลอที่เขาลืมหน้าอีกฝ่ายไปแล้ว หมอนั่นแค่เข้าไปจีบลิลี่และเที่ยวกับอดีตเพื่อนเขาครั้งเดียวก็ถูกแก๊งตัวกวนรุมกลั่นแกล้งจนถอยออกไปเอง ในช่วงใกล้เทศกาลคนที่มาที่นี่มักมาเป็นคู่ พวกตัวกวนมักจะมาหาเหยื่อกลั่นแกล้งแถวนี้ประจำ


อา สมัยนั้น ในกลุ่มนั้นยังมีคนทรยศอยู่ด้วยสินะ


เซเวอร์รัสละสายตากลับมาจากร้าน แต่พอหันกลับมาเขากลับยืนนิ่ง


ลิลี่กำลังเดินคุยบางอย่างอยู่กับแบล็ก เขาหยุดและมอง ดัมเบิลดอร์คงให้คนมาดูแลที่นี่ตอนที่มีนักเรียนเข้ามาเที่ยวในวันหยุด เพียงไม่กี่วินาทีที่เขามอง อาจจะเพราะด้วยสัญชาตญาณต่อสู้ ทั้งคู่หยุดคุยและมองมาที่เขา


เขามั่นใจว่าเขาได้สบสายตาของลิลี่


ในตอนนั้นทุกอย่างมันคล้ายหยุดนิ่ง ลิลี่ไม่ได้แสดงสีหน้าแปลกใจที่เห็นเขาที่นี่ มันไม่แปลก ทุกคนรู้ว่าเขาทำงานที่ฮอกวอตส์ เขาไม่ได้สังเกตว่าแบล็กกำลังทำสีหน้าแบบไหน ในสายตาเขามันหยุดลง หยุดอยู่ที่ใบหน้าของลิลี่


เขามองเธออยู่นานอย่างพินิจ หญิงสาวผมแดงไม่ได้ละดวงตาสีมรกตไปจากเขา เธอไม่ได้ยิ้ม เขาเช่นกัน เซเวอร์รัสมองดวงตาแบบเดียวกัน — ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดวงตาของลิลี่เปลี่ยนไป — เธอไม่ได้ดูอ่อนเยาว์ ดวงตานั้นแข็งกร้าวขึ้นตามวัย ตามประสบการณ์ของเธอในฐานะคนร่วมสงคราม ในฐานะแม่คน ในส่วนลึกมันมีประกายของความหม่นหมอง


น่าแปลกที่เขารู้สึกเจ็บปวดน้อยลง เขามองเธอได้นานขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่แทบไม่อยากสบตา — แต่เซเวอร์รัสรู้ เขายังรักเธออยู่เต็มหัวใจ


และบางทีมันอาจจะเป็นแบบนี้ตลอดไป


เขาเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่จมูกของเธอ และในจังหวะนั้นลิลี่ก็กระพริบตาหนึ่งทีพร้อมยกยิ้ม เอ่ยทักทาย


“สวัสดี”


เขาพยักหน้าให้เจ้าหล่อน นึกแปลกใจที่เธอทักเขา — มันอาจเป็นครั้งแรกในรอบสิบแปดปี และมันจบลงแค่นั้น ลิลี่หันกลับไปที่แบล็กอย่างระวัง เขาเพิ่งรู้ว่าแบล็กกำลังจ้องเขาเขม็งอย่างน่ากลัว เขาส่งสายตาอาฆาตไปให้อย่างไม่พอใจ และเลือกที่จะเดินผ่านทั้งคู่ไป


เดินผ่านอดีตเพื่อนสนิทและอดีตศัตรูออกมา


เซเวอร์รัสนึกเปรียบเทียบระหว่างดวงตาของแฮร์รี่กับดวงตาของลิลี่ รูปร่างเหมือนกัน เฉดสีเดียวกัน แต่กลับให้ความรู้สึกต่างกันจนหน้าใจหาย เขาพ่นลมหายใจพร้อมกับควันที่ลอยออกมาเพราะความหนาวเย็น


เด็กนั่นมักยิ้มกว้าง ร่าเริง สดใส เป็นเหมือนแสงแดดอบอุ่นในกลุ่มอาจารย์และนักเรียนในฮอกวอตส์ — สมกับที่เด็กนั่นเกิดกลางฤดูร้อน


แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป — เขาไม่ต้องการเอ่ยถึงมัน แต่เขารับรู้ — เด็กนั่นโมโหรุนแรงตอนที่ถูกขังไว้ในบ้างของพวกเดอร์สลีย์ โมโหรุนแรงกับปรปักษ์อย่างมัลฟอยหรือพวกผู้เสพความตาย


เขาเห็นตอนที่เด็กนั่นพยายามร่ายคำสาปครูซิโอตอนที่พ่อทูนหัวของเด็กนั่นกำลังตาย นั่นพอทำให้เขาพอเข้าใจว่าทำไมเด็กนั่นถึงเลือกให้เขาสอนสกัดใจแทนที่จะเป็นอาจารย์ใหญ่


แฮร์รี่ผลักเขาจากความทรงจำได้สำเร็จก่อนที่เขาจะเห็นจุดจบของมัน แต่เขาพอรู้ เด็กนั่นคงกรีดร้อง คงสาปแช่งตัวเอง เขารู้ว่าพวกพอตเตอร์—พ่อแม่ของแฮร์รี่เสียชีวิตไปก่อนที่เด็กหนุ่มจะเข้าฮอกวอตส์ เพราะพ่อของเด็กนั่นคงไม่มีวันปล่อยเขาอยู่กับมักเกิ้ลเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ


เขารู้ว่าเขานึกเสียใจที่เขาเริ่มไม่เห็นความทรงจำมากแบบตอนแรกๆที่ช่วยอีกฝ่ายฝึกคาถาสกัดใจ — เขาไม่รู้ว่าพ่อแม่เด็กนั่นตายยังไง เขาไม่รู้ว่าทำไมเด็กนั่นถึงเข้าข้างเขาเขาทั้งๆที่—เท่าที่เขาเห็น—ในโลกอีกฝั่ง เขากับเด็กนั่นมีปัญหากับรุนแรง เป็นคล้ายศัตรูมากกว่ามิตร เขาเห็นแม้แต่การฝึกสกัดใจครั้งแรกของเด็กนั่น — กับเซเวอร์รัส สเนปในโลกของเด็กนั่น มันจบลงเลวร้ายกว่าที่เขาคิด— แต่ถึงเขาจะสงสัยมากแค่ไหน เขาก็ไม่ถามออกไป และทุกครั้งสายตาของแฮร์รี่มักจะมองมาอย่างขอบคุณก่อนแยกกลับห้องพักตัวเอง


เซเวอร์รัสมุ่งหน้าตรงเข้าไปร้านขายและซ่อมแซมอุปกรณ์เวทย์มนต์ ร้านเดอร์วิสและแบงจ์ — มันไม่ได้มีนักเรียนสนใจนักเนื่องจากของในร้านราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านค้าอื่นๆ แต่มันเป็นร้านโปรดของศาสตราจารย์ฟลิตวิกและศาสตราจารย์ท่านอื่นๆ ร้านเดอร์วิสและแบงจ์แขวนแค่พวงหรีดคริสมาสต์ไว้หน้าร้านเพียงอย่างเดียว


ตอนที่เขาเปิดประตูร้านมันมีเสียงกริ่งเบาๆจากพวงหรีดสีเขียว เขามองเข้าไปในร้าน ถึงจะตกแต่งไม่มาก เขาก็พอเห็นว่ายังมีของตกแต่งคริสมาสต์ร้านอื่นๆวางอยู่หลังร้าน เขาเหลือบสายตามองเล็กน้อย พวกแหวนราคาแพงวางอยู่บนเคาน์เตอร์ มันคือเหตุผลที่ทำให้ดัมเบิลดอร์ใส่แหวนแทบจะครบทุกนิ้ว — มันคือเครื่องราง


เซเวอร์รัสไม่รู้ว่าดัมเบิลดอร์มีอดีตอะไรที่ทำให้ต้องมาหวังพึ่งเครื่องราง เขาไม่ค่อยเชื่อว่ามันจะมีอำนาจจริงๆถ้าเทียบกับยาที่ได้ผลชัดกว่ากันเยอะ เว้นแต่ว่ามันคือเครื่องรางคำสาปที่เขามั่นใจว่ามันมีคำสาปจริงแน่ ในบรรดาศาสตร์มืด การลงคำสาปในสิ่งของไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด


ตามจริงแค่อยากดูไม้พายปรุงยาคนเองได้ แต่พอเดินเข้ามาในร้านเขาต้องหยุดสายตาที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ — มันมีสร้อยเส้นหนึ่งอยู่ข้างหน้าสุด แขวนอยู่บนชั้นที่เคาน์เตอร์ มันเป็นสร้อยสีเงินเรียบที่มีจี้สีใสรูปกวาง ในตัวจี้มีเส้นสีเงินคล้ายไหมอยู่ด้านใน — มันเป็นกวางที่เหมือนกับผู้พิทักษ์ของเด็กนั่นไม่ผิดเพี้ยน — แอนิเมจัสของเจมส์ พอตเตอร์


เขาหยิบไม้พายอันเล็กทางฝั่งอุปกรณ์ปรุงยาไปจ่ายเงิน เจ้าของร้านเป็นชายชราที่สวมเครื่องประดับค่อนข้างมาก ตั้งแต่สร้อย สร้อยข้อมือ แหวน


แปลกใจที่เขาไม่รู้สึกลังเลเลยตอนที่คว้าสร้อยคออีกเส้นมารวมจ่ายเงินด้วย


ชายชราเจ้าของร้านไว้เคราสั้นๆ ผมของเขาเกือบล้านเลี่ยนและเป็นสีขาว เงยหน้ามองเขาด้วยสายตาแบบที่เขาไม่ชอบใจนัก มันไม่ได้วิบวับแบบดัมเบิลดอร์ ไม่ได้ดูประหลาดใจและก้าวก่ายแบบโอลลิแวนเดอร์ แต่มันก่ำกึ่งระหว่างความสงสัยและสอดรู้สอดเห็น


“สายตาดี ศาสตราจารย์ มันเป็นแก้วขนเหล็กชิ้นเดียวที่ทำสำเร็จจากการหลอมด้วยเวทย์มนต์—“ เจ้าของร้านทักทายและยกสร้อยขึ้นมาและเอ่ยอธิบายตามหน้าที่ แม้จะมีสายตาของความสงสัยปะปน ท่าทางรู้ว่าเขาไม่นิยมเครื่องราง หรือต่อให้ซื้อก็คงไม่ได้เอาไว้ใช้เอง


“—เครื่องรางนี้ตัวสร้อยทำมาจากเงิน ดีเยี่ยมต่อจิตใจ อารมณ์ การผ่อนคลาย เมื่อหลอมด้วยเวทย์มนต์รูนมันช่วยสร้างสมดุลระหว่างจิตใจและอารมณ์ ตัวจี้รูปคริสตัลกวางหลอมมาจากแก้วขนเหล็กหายาก สีขาวใส สายแร่เหมือนฝนตก พวกกรีซโบราณเชื่อว่ามันคือน้ำแข็งที่ประดิษฐ์โดยพระเจ้า มันช่วยลดความคิดด้านลบ บรรเทาอาการเจ็บปวด สนับสนุนการปกป้องและคุ้มครอง — มันเป็นชิ้นเดียวที่ลงเวทย์มนต์สำเร็จ ลวดลายเขากวางสลับซับซ้อนละเอียดและปราณีต”


เจ้าของร้านวางสร้อยลงคู่กับไม้พาย มองอย่างหยั่งเชิงว่าเขาต้องการซื้อมันหรือไม่


เซเวอร์รัสแทบจะพ่นลมหายใจ


“แค่บอกราคามันมา”


เจ้าของร้านเงียบไปชั่วครู่และเอ่ยตัวเลขราคาของมันออกมา


ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ลังเลที่จะหยิบเงินขึ้นมาจ่าย เก็บไม้พายไว้ใต้ชุดคลุม คว้าสร้อยไว้ในอุ้งมือและผลักประตูร้านออกไป ลาขาดกับสายตาสอดรู้สอดเห็นของชายชราเจ้าของร้าน


เซเวอร์รัสมองจี้รูปกวางที่มีเขาสวยในมือ เขารู้ว่ามันเหมือนแอนิเมจัสของคนที่เขาเกลียด — แต่ในขณะเดียวกัน คนที่เขาเกลียดก็คือคนคนเดียวกับคนที่เด็กนั้นเคารพและเทิดทูนที่สุด


เขาย่นจมูก แสงแดดแว่บหนึ่งส่องสะท้อนลงมาทำให้เส้นสีเงินในจี้ขาวใสคล้ายวิ่งไปมาดูน่าประทับใจ ในขณะที่มองจี้ก็ค้นพบปุยนุ่นสีขาวร่วงหล่นลงมากระทบ ทันทีที่มันสัมผัสมือเขา ความเย็นแล่นวาบผ่านเส้นเลือด มันละลายหายไป


เซเวอร์รัสเงยใบหน้าขึ้นท้องฟ้า เมฆเคลื่อนตัวบดบังแสงแดด ในฤดูหนาว ท้องฟ้ากลายเป็นสีขาวโพลน


หิมะตกลงมาแล้ว


——————————————


แฮร์รี่นั่งเหม่อมองดอกฟลอกซ์ดาวอยู่นาน


เขาพอรู้ว่าบางทีเด็กนี่อาจรู้ความหมายของมัน และเขารู้สึกขอบพระคุณอีกฝ่ายอย่างมากที่ไม่เอ่ยถึงมันออกมา


ท้องฟ้ามืดเร็วเป็นพิเศษตอนหน้าหนาว เขาจุดไฟที่เตาผิงทำให้ตอนนี้ห้องทำงานเขาค่อนข้างอบอุ่น แสงไฟสะท้อนไปบนผิวซีดแต่มีรอยแผลเก่าค่อนข้างเยอะของเด็กนั่น


เซเวอร์รัสเงียบมองดอกไม้ในกระถาง— บางทีเขาควรหยุดการระบายอารมณ์โง่ๆแบบนี้เพียงเพราะคิดว่าจะไม่มีใครรับรู้ถึงมัน ในตอนที่เขาสูญเสียลิลี่ในฐานะเพื่อนสนิท เขาสามารถนั่งมองดอกไม้ชื่อเดียวกับคนที่เขารักได้ทั้งวัน เขาโละมันออกไปได้สักพัก — ก่อนที่แฮร์รี่จะเข้ามาในชีวิตเขาไม่นานนัก


ในพริบตาที่เขาสบสายตากับเด็กหนุ่มที่ยังคงสวมชุดหนาสีดำสลับแดงแม้เขาจะจุดเตาผิง เขาใช้คาถาพินิจใจอย่างไร้เสียง — ในตอนแรกเด็กนี่ไม่มีทางจับได้หากเขาใช้ แต่คราวนี้ดวงตาสีเขียวกับแข็งข้ออย่างรู้ทัน


ภาพความทรงจำแล่นผ่านเข้ามาในหัว


มันเป็นตอนเด็กนั่นอายุสิบเอ็ดปี น่าจะเข้าเรียนฮอกวอตส์ครั้งแรกด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ภาพห้องเรียนปรุงยาปรากฏขึ้น เขาในอีกโลกมองไปที่เด็กชายพร้อมสายตาอคติ


“อา คุณพอตเตอร์ — คนดังคนใหม่ของเรา —“ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นปนเปเสียดสี หยุดชั่วครู่ เขารู้ว่าแฮร์รี่กำลังไม่ชอบใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น


“—พอตเตอร์ ฉันจะได้อะไร ถ้าฉันเอาผงรากจากต้นอัสโฟเดลมาผสมกับน้ำสกัดที่ได้จากการแช่ต้นเวิร์มวู้ด”


ในพริบตาที่คำถามจบลง เซเวอร์รัสก็ค้นพบว่าตัวเองถูกกระชากออกมาจากความทรงจำนั้นอย่างรุนแรงราวกับได้ไปแตะต้องสิ่งต้องห้ามเข้า ใบหน้าของแฮร์รี่ดูครุ่นคิด ตกหายเข้าไปในความทรงจำ ดวงตาสีเขียวดูนุ่มลึกจนเขาต้องหยุดล้วงเข้าไปในความทรงจำเด็กหนุ่มซ้ำและหวนคิด


เขารู้ดีว่าเขามีวิธีระบายอารมณ์ออกมาโดยวิธีไหน


อัสโฟเดล— เวิร์มวู้ด? ความเจ็บปวดที่เหมือนตายทั้งเป็น— เพื่อนรัก เพื่อนที่แสนดี — ควมทรงจำที่ฝังลึก — ความเสียใจที่ตามไปถึงหลุมฝังศพ


คำว่าเพื่อนรักมันชี้ไปที่คนเพียงคนเดียว


ลิลี่


‘ฉันเสียใจกับการตายของเธอ ฉันเหมือนตายทั้งเป็น และมันคือสิ่งที่ฉันควรได้รับ’


เขาเงียบ เขารู้ความหมายของมันแล้วในตอนที่ใบหน้าของแฮร์รี่ยังคงแสดงว่านึกไม่ออก เขาไม่กล้าเสียมารยาทขัดความคิดเท่าไหร่ ใบหน้าแฮร์รี่เปลี่ยนไปหลากหลาย จากครุ่นคิดก็เริ่มมีใบหน้าซีด ถัดมามันคือความเศร้า เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากของตัวเอง กำมือแน่นคล้ายสกัดกลั้นอารมณ์บางอย่าง


เซเวอร์รัสเบือนหน้าออกจากใบหน้าของแฮร์รี่ก่อนที่คนรับตำแหน่งศาสตราจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดมองเขา


ในความเงียบ น้ำเสียงของคนผมยุ่งดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมๆกับมือที่คลายออก


“—คุณสอนสกัดใจผมต่อเถอะครับ”


เซเวอร์รัสหันกลับไปมองใบหน้าซีด ดวงตาสีเขียว — ถ้าถามว่ามันต่างจากลิลี่ตรงไหน ที่ชัดเจนที่สุดคงเป็นสายตาที่มองตรงมาที่เขาอยู่เสมอ


เด็กน้อยตรงหน้าไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองสำคัญกับเขาแค่ไหน


ช่างเป็นคนที่เข้ามาได้ถูกที่ถูกเวลา— และถูกคนเสียเหลือเกิน


เขารู้ว่าดวงตาสีเขียวประกายหลังแว่นกลมมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขา รู้สึกเหมือนกำลังถูกอ่านใจเสียเองทั้งๆที่แฮร์รี่ใช้คาถาพินิจใจไม่เป็นด้วยซ้ำ เขาแอบแทรกเข้าไปในหัวของแฮร์รี่อย่างเงียบเชียบ ความทรงจำแรกผ่านเข้ามา ควิดดิช— การแข่งขันควิดดิช แฮร์รี่คือซีกเกอร์ของทีม อีกฝั่งคือสลิธีริน ซีกเกอร์ทั้งสองกำลังปะทะกัน เดรโก มัลฟอยพุ่งตัวออกตามลูกสนิชที่พลาดท่าหลุดมือแฮร์รี่ไป


ควิดดิชดำเนินต่อไปคล้ายแฮร์รี่ไม่รับรู้ว่ากำลังถูกล้วงความทรงจำ หลังจากที่แฮร์รี่และมัลฟอยคนลูกพุ่งตรงดิ่งตามลูกสนิชลงพื้นดินด้วยความเร็วสูง ก่อนถึงพื้น เขารู้ว่าแฮร์รี่เริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกคาถาพินิจใจ


และกำลังใจลอยเอาเสียด้วย


แฮร์รี่ผลักเขาออกจากความทรงจำไม่สำเร็จ เขาล้วงลึกเข้าไป


กำแพงฮอกวอตส์ถูกเขียนด้วยเลือด คุณนายนอร์ริสถูกห้อยลงมาจากเพดานตัวแข็งทื่อ ‘ห้องแห่งความลับได้เปิดออกแล้ว ศัตรูของทายาทจงระวัง!’


พวกแฮร์รี่ในวัยเด็กเดินผ่านมา และเหมือนกับโชคร้าย ทุกคนเจอพวกเขากับคุณนายนอร์ริสที่ถูกสาปเป็นหิน เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นก่อนที่พวกอาจารย์จะถามว่าเกิดอะไรขึ้น


เซเวอร์รัสออกจากความทรงจำ เด็กหนุ่มมีเหงื่อผุด เขาถอนตัวออกมาเองไม่ใช่ว่าถูกผลักออกมา ในหัวของแฮร์รี่มีความทรงจำไม่เหมือนใคร มีความลับเยอะเกินไป บางเรื่องเขาคิดว่าเขาไม่ควรรู้ อย่างเช่นเรื่องที่มองกระจกแอริเซดและเห็นพ่อแม่ ครอบครัวของตัวเองตอนอายุสิบเอ็ด


มันไม่แปลกสำหรับเด็กชายวัยสิบเอ็ด — แต่มันเสียมารยาทที่สอดส่องความทรงจำพวกนี้กับเพื่อนร่วมงาน


“พอแล้วเหรอครับ?”


“คาถาสกัดใจมันช่วยเธอได้อย่างไร?”


เขาเอ่ยถาม — เขาสงสัยมันมานาน ฝันร้ายกับคาถาสกัดใจไม่น่าเกี่ยวข้องกัน แต่หลังจากการฝึก แฮร์รี่ดูได้พักผ่อนมากขึ้นเหมือนฝันร้ายลดลงไปทันที


แฮร์รี่แค่ยิ้มให้เขา


“— มันช่วยปิดกั้นผมจากความทรงจำบางอย่างน่ะครับ” แฮร์รี่ตอบ ลุกขึ้นและเอ่ยลา “ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝันดีครับ ศาสตราจารย์”


เขาพยักหน้าให้ แฮร์รี่พร้อมหมุนตัวเดินออกไป


“แฮร์รี่”


“ครับ?”


เด็กผมยุ่งหันกลับมา ทักด้วยน้ำเสียงงุนงง


เซเวอร์รัสล้วงมือเข้าไปในชุดคลุม — มือสัมผัสได้ถึงเส้นเงินเย็นลื่น จี้รูปกวาง — แต่เขาหยุดลงแค่นั้น เขาลดมือออกมาจากชุดและเอ่ยน้ำเสียงนุ่มที่สุด


“ฝันดี เด็กน้อย”


แฮร์รี่ยิ้ม พยักหน้ารับ ปากพึมพำเบาๆ ‘ผมไม่ใช่เด็กน้อยนะ‘ แต่ไม่ได้แสดงว่าไม่พอใจอะไร


จนกระทั่งเส้นผมยุ่งๆหายลับไปกับทางเดินมืด


———————————


“นั่นหมายความว่านายยอมรับเขาแล้ว?”


ซิเรียสเลิกคิ้ว เอ่ยเสียงสูงกับเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมเป็นร่วมตายของเขาที่ขยี้ผมอยู่หน้าเตาผิง


เจมส์ พอตเตอร์ พยักหน้า


“นายก็รู้ มันไม่ใช่ว่าฉันยอมรับไม่ได้ — แต่มันเจ็บปวดที่มองเขา — แต่นายพูดถูกอย่างนึง มันไม่ใช่แค่เราที่เจ็บปวด เด็กคนนั้นก็เหมือนกัน” เจมส์หมุนไม้กายสิทธิ์ไปมา แต่จิตใจไม่อยู่ตรงหน้านัก “ฉันรู้ว่านายไม่พอใจที่ฉันทำแบบนั้นลงไป ฉันจะคุยกับเขาในงานแต่งของจันทร์เจ้า โอเค้? ทีนี้นายก็เล่าให้ฉันฟังได้แล้วว่าวันนี้ที่ฮอกส์มี้ดเป็นไงบ้าง ที่กระทรวงยังปกติดี เรื่องสงครามคราวนี้ทางฝรั่งเศสกับไอร์แลนด์ยอมจับมือกับเราแล้ว เห็นว่าคนจากฝ่ายผู้แทนสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติเจรจาสำเร็จ เป็นเด็กจบใหม่ไม่ถึงห้าปีก็เริ่มทำผลงานได้แล้ว”


เจมส์ส่ายหน้า ซิเรียสทิ้งตัวลงบนโซฟาสีแดง ฉีกยิ้มกว้าง


“เยี่ยม! ฝั่งฮอกส์มี้ดสงบสุข ฉันแวะไปร้านซองโก้ มันน่าคิดถึงชะมัด — มีของสนุกๆใหม่เพียบเลย อย่างเช่นลูกอมขยายลิ้น ปากการะเบิด อะไรแบบนั้น”


เจมส์หัวเราะกับท่าทางร่าเริงของเพื่อนสนิทตัวเองเอ่ยถามคำถามที่เขาสนใจมากที่สุด


“แล้วเจอเฟลิกซ์รึเปล่า?”


“เสียใจ แต่—ไม่”


เจมส์ค้นพบว่ามีบางอย่างกำลังขัดใจเขา — ถึงลิลี่จะห่วงจนไม่ได้ให้ใบอนุญาตเที่ยวฮอกส์มี้ดกับเฟลิกซ์ไป แต่ถ้ามีแผนที่ การออกมาเที่ยวเล่นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เขาเบ้หน้า — ที่ฮอกวอตส์ ส่วนใหญ่ได้มีโอกาสอยู่แค่เจ็ดปี เขาก็อยากให้ลูกชายเขาได้ประสบการณ์อย่างครบถ้วน


“เฟเฟน้อยในสายตานายเป็นเด็กดีขนาดนั้นเชียว?” แต่ซิเรียสหัวเราะ ถามเสียงคำราม ทำตัวราวกับรู้จักเด็กชายผมแดงดีนักหนา “เขาฉลาดกว่าที่นายคิด เขาแหลมเพื่อนยาก ถ้าเขาหลบออกมา มันไม่มีทางที่แม้แต่เราจะจับได้”


เจมส์หัวเราะกับคำกล่าวเชิดชูของซิเรียส แม้แต่ตัวกวนก็จับไม่ได้งั้นเหรอ?


เขายกยิ้มก่อนที่ลิลี่จะเดินเข้ามาบอกพวกเขาว่าถึงเวลาประชุมภาคีแล้ว


แต่ทันทีที่เหยียบห้องอาหาร เจมส์หุบยิ้ม มองภาพในห้องประชุมอย่างจริงจัง ทุกคนนั่งเรียงตามที่ประจำของตัวเอง แต่—


ดัมเบิลดอร์ไม่มาประชุมอีกแล้ว


————————


เฟลิกซ์ยิ้มกว้าง


“ฉันตรวจสอบแล้ว มันถูกเรียกว่าห้องต้องประสงค์ มันน่าประทับใจมาก นายว่าไหม ทีนี้เราก็ไม่ต้องแอบเข้าไปในหอคอยร้างอีก โอ้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอยากดูดาวน่ะนะ”


เฟลิกซ์เอ่ยอย่างตื่นเต้น เขาพาอลัน เพื่อนสนิทที่สุดของเขามาในห้องที่เขาเพิ่งค้นพบ อลันมองรอบๆ ตอนนี้มันมีลักษณะคล้ายห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์ เฟลิกซ์กึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวใหญ่ที่เหมือนเขาได้ครอบครองเอาไง้คนเดียว


คนตัวผิวสีน้ำผึ้งตัวสูงเดินช้าๆไปนั่ง ไม่ต้องให้เฟลิกซ์อธิบายอะไร เขายกมือรองรับ ในพริบตานั้นปากกาขนนกก็ปรากฏขึ้นในมือเขา


อลันกระตุกยิ้มที่มุมปาก หมุนมือจับปากกา เอ่ยบอกเพื่อนต่างบ้าน


“เป็นห้องที่น่าสนใจดีนี่”


เฟลิกซ์พยักหน้าตอบรับ


อลันเอ่ยอีกครั้ง


“ไหน ลองดู มันจะทำอะไรได้บ้าง”


—————————————


แฮร์รี่เดินตรงไปที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ตามที่เอ่ยนัด


ทันทีที่เขาก้าวเข้าไป คนในห้องที่คล้ายกำลังประชุมเรื่องสำคัญมองมาที่เขาเป็นตาเดียว เขาขยับสายตามองไล่ มีคนไม่มาก เขาหยุดสายตาลงที่คนแรก


ฮอเรซ ซลักฮอร์น


แฮร์รี่ไม่รู้ว่าดัมเบิลดอร์ไปตามคนๆนี้กลับมาได้อย่างไร แต่ซลักฮอร์นมองมาที่เขา แฮร์รี่ยิ้มเกร็งๆให้อีกฝ่าย เขาเลื่อนสายตาไปที่น้องชายของอัลบัส — อาเบอร์ฟอร์ธที่ยืนข้างอาจารย์ใหญ่ ดวงตาสีเดียวกับอัลบัสไม่ได้มีประกายแบบเดียวกับคนเป็นพี่ ถัดไปคือศาสตราจารย์ประจำบ้านของเขา มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เธอสวมชุดแม่มดสีเขียว กอดอกด้วยท่าทางเคร่งขรึม ข้างๆเธอคือช่างทำไม้กายสิทธิ์ การ์ริก โอลลิแวนเดอร์ ชายชราใช้ดวงตาชราสีฟ้ามองมาที่เขาอย่างลาบล้วง


แฮร์รี่มองคนถัดไป เขาไม่แน่ใจว่ารู้จัก — ชายวัยกลางคน น่าจะอายุพอๆกับเซเวอร์รัส เขามีผมสีดำ ผิวสีเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน แฮร์รี่พอคุ้นว่าเขาอาจจะเคยเห็นหน้าในกระทรวงเวทย์มนต์ สักครั้งสองครั้ง


ถัดไปอีกคือแฮกริดที่ฉีกยิ้มให้เขา


“ช้าก่อน แฮร์รี่— ยังขาดอีกหนึ่งคน”


แฮร์รี่ชะงักปากตัวเองที่จะเอ่ยทัก รีบปิดปากของตัวเองให้สนิท


เขาหันไปทางประตูห้องอาจารย์ใหญ่ที่เลื่อนเปิดอีกครั้งพร้อมๆกับอีกร่างที่เดินเข้ามา แฮร์รี่มองตาค้างตอนที่เห็นปลายผ้าคลุมสีดำ ใบหน้าตึงๆคือสิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในดวงตา


เซเวอร์รัส สเนปเดินเข้ามา และในทันทีที่เขาก้าวเข้ามา ใบหน้าของทุกคนก็ดูจริงจังและระวังตัวขึ้น ผิดกับแฮร์รี่ที่ขยับยิ้มขึ้นมาพร้อมดวงตาสีเขียวประกาย คนที่อายุน้อยที่สุดในห้องหันกลับไปทางอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ที่ยิ้มอ่อนโยนมาให้เขา


ในตอนนี้ แฮร์รี่รู้ ดัมเบิลดอร์เลือกที่จะเชื่อใจเซเวอร์รัสอีกครั้ง


— พวกเขาได้สมาชิกที่แข็งแกร่งเพิ่มอีกหนึ่งรายแล้ว


“เอาล่ะ ก่อนอื่นฉันต้องขอแนะนำ สหายของฉัน — เพื่อนที่ฉันไว้ใจที่สุด” อัลบัสเอ่ยกับเขามองไล่ตามตัวแต่ละคน “มิเนอร์ว่า — ผู้ช่วยผู้แสนดีของฉันเสมอมา”


แฮร์รี่ยิ้มให้มักกอนนากัลที่ยิ้มให้เขาเช่นกัน


“ไทบีเรียส — สมาชิกอาวุโสสภาพ่อมด”


แฮร์รี่มองคนที่อาจารย์ใหญ่แนะนำให้ ชายผิวเข้มเป็นคนที่แฮร์รี่ไม่คุ้นเคยที่สุดในห้อง เขายื่นมือมาให้


“ยินดีที่ได้รู้จัก”


“เช่นกันครับ”


ท่าทางเป็นมิตรของอีกฝ่ายทำให้แฮร์รี่โล่งใจ อัลบัสเอ่ยแนะนำคนถัดไป


“อาเบอร์ฟอร์ธ— น้องชายเพียงคนเดียวของฉัน”


แฮร์รี่ยิ้มให้น้องชายของอัลบัส ไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปคุยกันแบบไหนแต่ท่าทางมันคงเป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งคู่กลับมาพูดคุยกันได้อีกครั้ง


“รูเบอัส แฮกริด — เพื่อนที่ฉันไว้ใจ”


อัลบัสรู้ว่าแฮกริดยิ้มให้อย่างยินดี ชายลูกครึ่งยักษ์โบกมือให้แฮร์รี่อีกครั้ง อัลบัสขยับสายตาไปคนที่ยืนถัดจากเด็กชายผมยุ่ง


“เซเวอร์รัส สเนป”


อัลบัสเอ่ยอย่างเงียบสงบขณะผายมือไปทางคนมาใหม่ที่เลือกที่จะมายืนข้างแฮร์รี่อย่างเงียบเชียบ ดวงตาสีดำสวยไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา เอ่ยแนะนำแค่นั้นเขาก็เลื่อนสายตาไปต่อ


“และตามที่เธอต้องการพบ— คุณโอลลิแวนเดอร์และฮอเรซ”


แฮร์รี่มองคุณโอลลิแวนเดอร์ที่มีท่าทีสงสัย ซลักฮอร์นยิ้มกระตือรือร้นเอ่ยทักทายเขาทันที


“คุณพอตเตอร์ มันน่าทึ่งมาก คุณอาจเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ข้ามมิติสำเร็จโดยไม่มีผลข้างเคียง—“


“และฉันขอแนะนำ” อัลบัสกระแอมหนึ่งครั้ง มองทุกคนในห้องหยุดเงียบ แฮร์รี่รู้ว่าอัลบัสกำลังแนะนำเขา เด็กหนุ่มมองแต่ละคนระหว่างที่มือเหี่ยวย่นของชายชรามาสัมผัสบ่าของเขา


“แฮร์รี่ พอตเตอร์ — คนที่จะนำการประชุมหน่วยย่อยของเราในวันนี้”


“ฉันว่าแล้ว นี่ไม่ใช่การประชุมภาคีนกฟินิกซ์สินะคะ อัลบัส” มักกอนนากัลเป็นคนเอ่ยคนแรกด้วยน้ำเสียงตำหนิ แต่อัลบัสกลับแค่พยักหน้า


“นี่มันก็สำคัญไม่แพ้กัน ฉันคิดว่าแฮร์รี่คงอธิบายเรื่องนี้ได้ดีกว่าใคร”


แฮร์รี่สูดลมหายใจ — มีแค่คนในห้องนี้เท่านั้นที่เขาเชื่อมั่นพอที่จะบอกความจริงเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์ออกไป พวกเขาคือกลุ่มเล็กๆที่นับตั้งแต่วินาทีนี้ — จะตามล่าฮอร์ครักซ์


แฮร์รี่จะเริ่มกล่าวถึงโวลเดอมอร์ก็ชะงัก — คนในห้องนี้ทั้งหมดน่าจะรู้แล้วว่าทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ลกับลอร์ดโวลเดอมอร์คือคนๆเดียวกัน แฮร์รี่เปลี่ยนไปเลียริมฝีปากและเอ่ยขึ้น


“ผมคิดว่า ก่อนอื่น ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นมีบางอย่างต้องการจะบอกเรา” แฮร์รี่ยกยิ้ม ถึงเสียงของเขาจะไม่มีลักษณะของความคุกคาม แต่อาจจะด้วยดวงตาอีกเจ็ดคู่ที่มองตรงไปที่อดีตศาสตราจารย์ปรุงยา มันสร้างบรรยากาศกดดันในทันที แฮร์รี่เอ่ยเสียงอ่อนลงราวกับรับรู้ได้ว่าบรรยากาศมันตึงเครียดเกินไป


“ศาสตราจารย์ครับ ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย — ผมอยากให้คุณบอกเราถึงสิ่งที่คุณบอกทอม ริดเดิ้ลลงไป — ผมรู้ว่ามันเป็นความผิดพลาดในชีวิตคุณที่คุณไม่อยากนึกถึงมันอีก” แฮร์รี่จำได้ว่าซลักฮอร์นหวาดกลัวขนาดไหนตอนที่เขาเอ่ยถามเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์ในครั้งแรก


“เธอกำลังพูดถึงอะไร คุณพอตเตอร์” อดีตศาสตราจารย์ปรุงยาเอ่ยถามเสียงหลอกหลอน หันไปทางคนที่พาตัวเองมาอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณหลอกผมมาที่นี่เพื่อถามเรื่องนี้งั้นหรือ อัลบัส!”


“ฮอเรซ ทุกคนที่นี่พร้อมจะแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต — ได้โปรดบอกพวกเราเกี่ยวกับมัน มันเป็นเรื่องสำคัญ” อัลบัสเอ่ย ดวงตาสีฟ้าจริงจังและลึกลับ “มันเป็นข้อมูลที่สำคัญเพื่อพิสูจน์สิ่งที่แฮร์รี่จะพูดต่อไป”


เหมือนกับมีสงครามเย็นขนาดย่อมในห้องเล็กๆ แฮร์รี่มองอย่างลำบากใจ แต่แล้วอาจจะเพราะทนความกดดันไม่ไหว ซลักฮอร์นยอมยกไม้กายสิทธิ์ชี้ที่ศีรษะตัวเอง ดวงตาหลุกหลิกเหมือนรู้สึกไม่ปลอดภัย


“หวังว่าคุณยังจะมีอ่างเพนซีพอยู่นะ”


“แน่นอน”


อัลบัสยกยิ้มอ่อน หันไม้กายสิทธิ์ไปที่ผนังห้อง มันหมุนพร้อมๆกับปรากฏให้เห็นตู้กระจกที่เปิดออก อ่างที่มีลวดลายสลักลอยเข้ามาตรงกลางวง แฮร์รี่เหลือบเห็นสัญลักษณ์ของเครื่องรางยมทูตที่ด้านในตู้กระจกที่ใช้วางอ่างเพนซีฟ


แต่แค่แว่บเดียว แฮร์รี่เลิกสนใจมันและมองดูเส้นด้ายสีเงินที่ถูกหย่อนลงอ่าง


“อยากดูมันนักก็เชิญเลย! ฉันไม่ต้องการดูมัน และไม่ต้องการนึกถึงมันอีก!”


แฮร์รี่มองดูซลักฮอร์นที่ไม่ประทับใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองทุกคนที่ก้มลงไปในอ่างเพนซีฟ แฮร์รี่ก้มหน้าลงไปตามหลัง หยาดหมึกคล้ายหยดลงมาจากท้องฟ้า ก่อตัวกลายเป็นรูปร่างของห้องปรุงยา — รูปร่างของอดีตศาสตราจารย์ปรุงยาของฮอกวอตส์ที่ดูหนุ่มแน่นกว่าปัจจุบันมาก และเด็กชายจากบ้านสลิธีรินคนหนึ่ง


“ศาสตราจารย์ครับ ผมมีเรื่องสงสัยเล็กน้อย วันก่อนผมได้เข้าไปดูหนังสือในหมวดต้องห้ามและค้นพบเนื้อหาที่น่าสนใจ—“


แล้วความทรงจำก็ถูกเล่นอีกครั้ง


———————————


แฮร์รี่ออกมาก่อนคนอื่นเมื่อมั่นใจว่าซลักฮอร์นส่งมอบความทรงจำที่แท้จริงไร้การดัดแปลงให้พวกเขา แฮร์รี่หันไปมองอดีตศาสตราจารย์ปรุงยาที่นั่งกุมมือที่เก้าอี้ ดวงตาไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือสิ่งที่ดี


เด็กชายดวงตาสีเขียวรู้สึกสงสารอีกฝ่ายจากใจจริง — เขาไม่เคยนึกชอบศาสตราจารย์ปรุงยาคนนี้เลย แต่ถึงแบบนั้นซลักฮอร์นในมิติของเขาก็เป็นคนที่ปลุกระดมและเคลื่อยย้ายคนจากฮอกส์มี้ด นำกองกำลังเสริมเข้ามาในตอนที่สงครามที่ฮอกวอตส์ถึงจุดวิกฤติที่สุด เป็นหนึ่งในสามคนสุดท้าย (ร่วมกับมิเนอร์ว่าและชักเคิลโบลต์) ที่ปะทะเข้ากับโวลเดอมอร์ก่อนที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์


ในโลกปัจจุบันของเขา การกระทำของซลักฮอร์นคล้ายไปชำระตราบาปที่เกิดขึ้นในอดีต การกระทำกล้าหาญผิดกับนิสัยที่เห็นแก่ตัวได้เป็นที่กล่าวขวัญและน่าเชิดชู มันแสดงให้พ่อมดแม่มดจอมอคติหลายๆคนได้เห็นว่าไม่ใช่สลิธีรินทุกคนที่จะนิสัยแย่และเห็นแก่ตัวเสมอไป


แฮร์รี่ขยับลงไปนั่งข้างๆพ่อมดที่แก่ชราและอ้วน


“ทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงลาออกจากตำแหน่งอาจารย์หรือครับ?”


แฮร์รี่เอ่ยถามอย่างใจเย็น ตั้งแต่ที่เขายืนอยู่ข้างหลังทุกฝ่ายเขาค้นพบว่าตัวเองสงบสติลง มองข้ามอคติส่วนตัว เมื่อคุยกับใครก็ตาม เขาต้องคุยให้รับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของบุคคลคนนั้น มันเป็นสิ่งที่เขาได้รับเป็นประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับอัลบัส


ซลักฮอร์นเงียบเป็นคำตอบให้แฮร์รี่ แฮร์รี่แค่มองเงียบๆ ท่าทางเขาไร้การคุกคามใดๆ เขาไม่ได้มองจ้องอดีตศาสตราจารย์วิชาปรุงยา และในความเงียบซลักฮอร์นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด


“ฉันมันขี้ขลาด— ฉันคิดว่าถ้าเขาตายไปโดยที่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ฉันจะพ้นผิด แต่เมื่อสงครามมันเลวร้ายขึ้น ฉันก็รู้สึกผิดเกินกว่าที่จะสอนนักเรียนในฮอกวอตส์อย่างหน้าตาเฉยต่อไปได้ ฉันไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้กับใคร ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกและหนีออกไปให้ไกลจากทุกอย่าง”


ซลักฮอร์นหันมามองแฮร์รี่เป็นครั้งแรก ยิ้มให้อย่างอ่อนแรง


“—ดวงตาของเธอเหมือนแม่”


แฮร์รี่ยิ้มรับ และในจังหวะเดียวกัน คนอื่นๆก็ออกมาจากความทรงจำในเพนซีฟ ใบหน้าแต่ละคนดูหลายหลาย


แฮร์รี่คิดว่าทุกคนพร้อมแล้วที่จะฟังคำอธิบายถัดไปของเขา

——————————————

#HpEternalwar 



Talk ;)

เกิดอะไรขึ้นกับแอพเด็กดีอะ มันไม่ยอมแจ้งเตือนเลยค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 296 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,068 ความคิดเห็น

  1. #1019 MartiniLubik (@MartiniLubik) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 20:53

    อยากให้แฮร์รี่เก่งการสกัดใจกับพินิจใจมากๆเลย

    ฝันดีเด็กน้อย คือไม่ใช่สเนปเลยอ่ะ5555 โอ้ยย อ่อนโยนมากก

    หวังว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะที่เฟเจอห้องต้องประสงค์อ่า

    #1,019
    0
  2. #976 Jecelyn (@Jecelyn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:14
    เจมส์ยอมรับน้องเเล้วดีใจเเทนน้อง เเล้วน้องจะยอมบอกเรื่องของตัวเองหรือเปล่านะ
    #976
    0
  3. #943 YPWN (@yp_wn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 07:17
    ตอนที่น้องรี่กินเซรุ่มตอบคำถามมู้ดดี้ เซปไม่ได้อยู่ด้วยเหรอคะ
    #943
    1
    • #943-1 P.T.Miria (@persiponae) (จากตอนที่ 24)
      18 พฤษภาคม 2563 / 11:38
      อยู่จ้า แต่ตอนนั้นไม่ระบุนะว่าคือตอนที่รี่อายุเท่าไหร่
      #943-1
  4. #507 kbrrcngkeux (@kbrrcngkeux) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:38

    ต่อค่ะๆๆ~~~

    #507
    0
  5. #504 Tomaiey (@tueysmall) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 08:15
    ฮีลลิ่งงง
    #504
    0
  6. #486 N-chY++ (@ma-li-lin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 00:04
    รออออออ ใจจะขาดแล้วววว แง เฟลิกซ์ซนเหมือนพ่อจริงๆจะเกิดเรื่องมั๊ยนะ
    #486
    0
  7. #485 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 16:57
    เฟลิกซ์ทำจะเรื่องมั้ย กลัวเจอฮอร์ครักซ์
    #485
    0
  8. #483 GOTFAFA (@Yanikajitklang) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:00

    ค้างงงงงงงง รออ่านตอนต่อไปค๊าาาาาา
    #483
    0
  9. #482 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 18:35

    เป็น 2 ตอนที่แอบดีใจ น้องกับป๋าเค้ามีโมเมนต์คู่กัน

    แอบลุ้นจะมีมาม่าครอบครัวอีกไหม? จะมีพาทฝั่งน้องรี่ตอนที่ป๋าเข้าไปดูความทรงจำตอนถามประโยคน้ำยาตายทั้งเป็นไหม? โอ้ยยยย ลุ้นค่ะ~

    ยิ้มแก้มปริเลย แถมตอนนี้มาเร็วด้วย ขอบคุณนะคะ

    ปอลิง~ ยังคงไม่แจ้งเตือนเหมือนเดิมนะคะ
    #482
    0
  10. #481 l3aowan (@new-sureerat) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 14:47
    เนื้อเรื่องค่อยๆเจ้มจ้นขึ้นมาแล้ววววว
    #481
    0