เสี้ยวลมหายใจ [Yaoi] END

ตอนที่ 7 : 6 : ที่สุดของผม 120 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 502 ครั้ง
    13 มี.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 

ที่สุดของผม



“ได้ครับ เดี๋ยวผมแก้แล้วส่งให้คืนนี้เลย” มือข้างหนึ่งจดรายละเอียดที่ต้องแก้ไขงานส่วนของตัวเอง อีกมือถือโทรศัพท์ที่คุยกับปลายสายมาเกือบยี่สิบนาที

วันนี้เป็นอีกวันที่เลิกงานเร็ว แต่ต้องกลับมาแก้งานต่ออีกยาว

“ได้ครับ ให้ดูบทตรงหน้าสามใหม่ใช่ไหม...โอเคครับ ได้ครับ ไม่มีปัญหา” น้ำเสียงที่ดูใจเย็นผิดกับมือข้างที่จดแก้งานเป็นระวิง “เดี๋ยวผมแก้ให้เลย ถ้าแก้เสร็จเดี๋ยวผมส่งเข้าอีเมลนะครับ”

นาฬิกาบอกเวลาใกล้จะเที่ยงคืน...

นอนไม่ครบแปดชั่วโมงอีกแล้วลม

“ครับ ขอบคุณมากนะครับ...สวัสดีครับ”

ปลายสายตัดไปพร้อมกับลมหายใจหนักๆที่พ่นออกมาหลังจากที่วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงที่เขานั่งแก้งานหลังจากที่อาบน้ำทำความสะอาดทุกอย่างภายในบ้านเสร็จ แก้วกาแฟที่ปกติจะไม่ดื่มหลังบ่ายสามถูกยกขึ้นดื่มเป็นครั้งที่สี่หลังจากที่งานแก้ไปได้ไม่ถึงไหน

เริ่มปวดหัวนิดๆ

“สติลม...สติ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นไม่ได้ทำให้สมาธิของเขาสงบลง ความคิดตีกันวุ่นจนเขาคิดอะไรไม่ออก สองสามวันมานี้เขาแก้งานของตัวเองทุกวัน แก้จนเขาเริ่มรู้สึกตันและหาทางไปต่อไม่ได้

ยากกว่าที่คิด แต่เขาทำได้...เขาเชื่อแบบนั้น

ปกติเขามักจะอยู่แก้งานที่ออฟฟิศให้เสร็จแล้วค่อยกลับมา แต่วันนี้รู้สึกปวดหัวเลยยกงานกลับมาทำที่บ้าน เผื่อว่าถ้าเขาทำต่อไม่ไหวจะได้กินยาแล้วนอนหลับไปเลย

จริงๆกินยากันไว้ก็ดี แต่กลัวกินแล้วจะง่วง ขนาดกาแฟเย็นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะยังช่วยอะไรเขาไม่ค่อยได้

แสงไฟจากห้องนั่งเล่นสว่างขึ้นมาถึงชั้นสอง คนที่พึ่งอาบน้ำเตรียมตัวนอนเดินลงบันไดมาเพราะคิดว่าอีกคนลืมปิดไฟชั้นล่าง ทันทีที่เดินลงมาสายตาก็สะดุดเข้ากับร่างที่ทำหน้าเครียดอยู่กับโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่บนตัก ลมอยู่ในชุดนอนกับกองเอกสารที่วางอยู่ข้างตัว ใบหน้ายุ่งดูเคร่งเครียดกับหน้าจอสว่างที่กำลังเพ่งสายตาดูอยู่

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ใต้ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา “ใต้นึกว่าลมลืมปิดไฟเลยจะเดินลงมาปิดไฟ”

“อ่อ…ผมแก้งานอยู่” ลมตอบก่อนจะถอดแว่นสายตาที่สวมใส่ออกเพื่อพักสายตา “อยู่ในห้องแล้วง่วง...เลยออกมานั่งทำตรงนี้”

“อ่อ…”

“เปิดแอร์ไม่ได้บอก...ขอโทษนะ” เขาเอ่ยออกมา จริงๆไม่ได้ร้อนถึงขั้นที่ต้องเปิดแอร์ แต่เขาไม่สามารถเปิดพัดลมตอนนี้ได้ รู้สึกร้อนๆหนาวๆบอกไม่ถูก

“ไม่เป็นไร อยากทำอะไรก็ทำเลย”

“…”

“ใต้ไม่ว่าอะไรอยู่แล้วครับ” เขายิ้มบางๆ “แล้วเหลืองานอีกเยอะรึเปล่า ดึกแล้วนะ”

“ไม่รู้ว่าเยอะไหม...ยังแก้ไปไม่ถึงไหนเลย” ลมตอบพร้อมกับดึงผ้าห่มผืนเล็กขึ้นมาคลุมตัว “แก้เสร็จก็จะนอนแล้ว”

“ไหวเหรอ” เขาถามต่อ “พรุ่งนี้ก็ไปทำงานเช้า”

“ไม่ไหวก็ต้องไหวแหละ...ใต้ขึ้นไปนอนเถอะ เดี๋ยวทำงานเสร็จผมจะปิดไฟให้”

เป็นแบบนี้จะให้ขึ้นไปนอนได้ยังไง...ลมชอบฝืนตัวเอง

“ใต้ยังไม่ค่อยง่วง ว่าจะอ่านหนังสือก่อน”

“อ่อ…โอเค” ลมพยักหน้ารับ 

“ขอลงมาอ่านด้วยได้ไหม” ใต้ตัดสินใจถามออกมาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ “จะรบกวนสมาธิลมรึเปล่า”

“ตามสบายเลย...นี่บ้านใต้นะ” เขาสบตาแวบหนึ่งก่อนจะหันไปหยิบแว่นขึ้นมาใส่อีกครั้ง

“อืม…ใต้จะอ่านหนังสือเงียบๆ”

ไม่ได้อยากอ่านหนังสือ แต่ดูท่าทางอีกคนเริ่มไม่ไหว

เขาก็แค่ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไร...คิดอะไรได้ก็พูดออกไป

นั่งข้างๆก็พอแล้ว




หนังสือที่อ่านอยู่ไม่ได้เข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ สายตาแทนที่จะจดจ้องกับตัวอักษร แต่มันกลับสนใจคนข้างตัวที่นั่งจดจ่ออยู่กับไฟล์งานที่ดูเหมือนจะขยับไปได้ไม่ถึงไหน เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นรอบที่ห้าหลังจากที่เขาเดินลงมานั่งข้างๆ ใจอยากจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่ดูเหมือนถามไปก็แค่นั้น เขาไม่เก่งเรื่องพวกนี้ อาสาไปก็ไม่ได้ช่วยให้งานลมเสร็จไวขึ้น

“ลม…ไม่ไหวก็นอน อย่าฝืน” เขาเอ่ยออกมาเมื่อหันไปเห็นดวงตาทั้งสองข้างที่ใกล้จะเคลิ้มหลับ แต่อีกคนพยายามเรียกสติให้ตื่นขึ้นมา “งานมันต้องรีบส่งเหรอ”

“อืม…จะว่างั้นก็ได้” ลมตอบ มือยื่นไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มอีกครั้ง “ยังไหวน่า”

“ก็บอกว่าไหวตลอด” เขาเอ่ยเสียงเบา “แล้วไหวจริงๆรึเปล่า”

“งานผมนะใต้”

“อืม รู้ครับ”

“ผมไหว”

“อืม เข้าใจแล้ว”

ก็แค่เป็นห่วง

“ขอบคุณ...ที่ถาม” ลมเอ่ยออกมาเมื่อเห็นคนข้างตัวเงียบไป 

ใต้ลงมานั่งอ่านหนังสือกับเขาเกือบหนึ่งชั่วโมงได้ ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง ปกติเป็นเวลาที่ใต้จะต้องเข้านอนแล้ว รวมถึงเขาด้วย แต่ในวันนี้กลับนั่งอยู่ข้างๆกันในเวลาดึกดื่น แม้จะไม่ได้มีบทสนทนาคุยกันมากมาย แต่เป็นความรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียว

ไม่มีบทสนทนา...รู้แค่ว่าข้างๆยังมีอีกคน

หมายถึง...ในตอนนี้

“อ่ะ” เสียงของอีกคนดังขึ้นพร้อมกับนมกล่องที่ยื่นมาตรงหน้า

“หืม?” ลมเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกคนลุกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ “อะไรเหรอ”

“ดื่มนมแทน กาแฟไม่ต้องดื่มแล้ว” ใต้พูดพร้อมกับเจาะกล่องนมให้เรียบร้อย “ดื่มกาแฟตอนนี้เดี๋ยวก็นอนไม่หลับพอดี”

“ง่วง” ถึงจะตอบไปอย่างนั้นแต่มือก็ยื่นไปรับกล่องนมมาถือไว้ “ขอบคุณครับ”

“ครับ” ใต้ยิ้มนิดๆก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับหนังสือหน้าเดิมที่อ่านค้างไว้ไม่เปลี่ยนหน้าสักที “งานยังเหลืออีกเยอะไหม”

“อืม…ก็พอควร”

“ให้ช่วยอะไรไหม”

“…”

“รู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้...แต่ก็อยากช่วย”

“อืม…อยากช่วยเหรอ” ลมถามอย่างชั่งใจ จริงๆถ้าได้ไอเดียจากคนรอบข้างมันก็ดี แต่ติดตรงที่บทที่เขาเขียนค่อนข้างจะตรงกับสิ่งที่เคยผ่านมา

กลัวว่าพูดไปมันจะกลับไปสะกิดเรื่องเก่าๆ

เรื่องที่ไม่อยากนึกถึง

“ไม่เป็นไรถ้าไม่อยากเล่า...ลมทำงานต่อเถอะ ใต้ไม่กวนแล้ว”

“อืม” 

ใต้หันกลับมาสนใจหนังสือตรงหน้าอีกครั้ง เขาเริ่มอ่านย่อหน้าเดิมจากที่อ่านค้างไว้ แต่สายตาก็ยังคงลอบมองคนข้างๆเป็นระยะ เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวลม แต่เขารู้ดีว่าถึงพูดไปอีกคนก็ต้องปฏิเสธกลับมา

ปฏิเสธทั้งที่อาการมันชัดเจนว่า...ลมไม่สบาย

“เป็นเรื่องราวของเพื่อนสนิทสองคน...ที่สนิทกันมากจนวันหนึ่งรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่มีมันเกินเพื่อน” เสียงของลมดังขึ้นเรียกให้คนที่อ่านหนังสืออยู่หันไปมองช้าๆ

“อืม…ฟังอยู่”

“ทั้งคู่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น...ไม่อยากให้ความสัมพันธ์มันเปลี่ยน เพราะเป็นเพื่อนดีที่สุดแล้ว”

“…”

“รักกัน...แต่คบกันไม่ได้”

“แล้วทำไมถึงคบกันไม่ได้” เขาถาม “ในเมื่อรู้สึกตรงกัน...ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องยาก”

“เพราะความรักมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่ารักแค่คำเดียวไง” ลมตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ “บางคนอาจจะคิดว่าถ้าใจตรงกันก็คบกัน แบบนั้นมันก็ไม่ผิดหรอก”

“…”

“แต่ในบางคนเขาคิดมากกว่านั้น คิดไปถึงว่าถ้าวันหนึ่งความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้แล้วถึงจุดที่ต้องเลิก มันคงแย่กว่าความสัมพันธ์ในตอนนี้”

“…”

“เขาเลยเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้...เพราะมันดีกว่าสำหรับเขาทั้งคู่”

“แต่อยู่แบบที่รักกันไม่ได้มันก็เจ็บกว่าไม่ใช่เหรอ”

“ทำไมถึงคิดว่าเขารักกันไม่ได้ล่ะ” ลมถามพร้อมรอยยิ้ม “รักกัน...เลยคิดว่าแบบนี้ดีที่สุด”

“…”

“ไม่มีสถานะความเป็นเจ้าของ...แต่ความรู้สึกข้างในมันชัดเจนนะ...ว่ารัก”

“อืม”

“ลึกซึ้งเกินไปใช่ไหม” ลมหัวเราะออกมาเบาๆ แรกๆเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน กว่าที่จะทำความเข้าใจกับบทได้ก็ใช้เวลาประชุมกันอยู่หลายวัน

แต่ตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว

เพราะรักมาก...เลยไม่อยากให้สถานะมาทำลายความสัมพันธ์

ถึงจะเจ็บไม่ต่างกันก็ตาม

“แล้วถ้าวันหนึ่งคนหนึ่งมีใครอีกคนเข้ามาแล้วพร้อมจะให้สถานะที่ชัดเจน...อีกคนจะไม่แย่เหรอ”

“ทั้งคู่รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสักวันมันต้องเกิด...แย่สิ แต่มันก็ดีไม่ใช่เหรอที่อีกคนมีคนที่พร้อมจะดูแล อีกอย่างสถานะระหว่างทั้งสองคนยังเหมือนเดิม”

“…”

“ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิม”

“ใต้ไม่เข้าใจหรอก” เขาวางหนังสือลง “ใต้ไม่ใจกว้างขนาดนั้น”

“อืม…แต่ผมเข้าใจนะ”

“ลมหมายถึงเข้าใจบทใช่ไหม”

“อืม…ทั้งบท ทั้งชีวิตจริง”

“หมายความว่ายังไง”

“อย่างที่ผมพูดไป...ไม่มีสถานะ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึก” ลมหันไปสบตาคนข้างตัว เขาคิดว่าใต้จะเข้าใจในความหมายที่เขาต้องการจะสื่อออกไป

ช่วยเข้าใจมันหน่อยนะใต้...

“เหมือนตอนนี้ลมกำลังให้คำตอบกับใต้”

คำตอบในคำถามวันนั้นที่เขาถามออกไป...

“อืม ใช่”

“…”

“ผมว่าความสัมพันธ์ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว”

“…”

“ถ้าวันหนึ่งใต้เจอคนที่อยากจะดูแล...ผมดีใจและยินดีด้วยจริงๆ”

“ลมพูดเหมือนลมไม่รู้ว่าใต้อยากดูแลใคร”

“สามปีที่ผ่านมามันนานเกินไป” เขาคิดทบทวนดีแล้ว “ถ้าวันนั้นผมไม่เลือกมาอยู่ที่นี่...ใต้ก็คงไม่รู้สึกอะไรเหมือนสามปีที่ผ่านมา”

“…”

“ผมไม่ได้โทษ ไม่ได้ว่า...ผมพูดตามความเป็นจริง” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้เพราะเขาทั้งสองคนได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ถ้าวันนั้นเขาไม่ได้เลือกที่จะอยู่ที่นี่...ความทรงจำเก่าๆก็จะยังอยู่ในที่ของมัน

ที่ที่จะไม่ทำร้ายทั้งเขาและใต้

“คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ” เขาถามออกมาเสียงเบา ยอมรับว่าคำพูดของลมทำให้เขาจุกอยู่ไม่น้อย ลมกำลังหมายความว่าถ้าวันนั้นเขาไม่เจอลม วันนี้เขาคงใช้ชีวิตได้ปกติ

“ใต้น่าจะรู้คำตอบดีกว่าผม”

“…”

“ดึกแล้ว...ใต้ขึ้นไปนอนได้แล้ว”

“โอกาสที่ใต้เคยขอไป...คงไม่ได้แล้วใช่ไหม” เขาถามออกมาอย่างหมดหวัง คำพูดทุกอย่างของลมพอจะเป็นคำตอบได้หมดแล้ว “ใต้ยังพยายามไม่ถึงไหนเลย”

“ตอนนี้ผมไม่โกรธเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว ผมให้อภัยใต้ทุกอย่าง”

“…”

“ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว...อย่างน้อยก็ยังรับรู้ความเป็นไปของกันและกัน เรายังคุยกันได้”

“ไม่พร้อมจะให้โอกาสใต้แล้วใช่ไหม” ช่วยตอบให้เขาฟังชัดๆอีกครั้ง คำตอบที่เขากลัวและไม่อยากได้ยินมากที่สุด เขารู้ว่ามันสายไปมาก

อย่างน้อยให้เขาได้พยายามก่อนได้ไหม...

“ครับ”

“…”

“ผมไม่พร้อม”

“ลม”

“ให้สถานะของเราอยู่ที่ผมเป็นลม...ใต้เป็นใต้” เขาหันไปสบตาคนข้างๆอีกครั้ง ไม่ง่ายที่เขาจะพูดประโยคเหล่านี้ออกมา “ผมว่าตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว...อย่างน้อยเราก็ยังรับรู้ความเป็นไป”

“…”

“ใต้รู้ว่าผมมีความสุข...ผมรู้ว่าใต้มีความสุข”

“…”

“ให้กลับไปเป็นพี่ลมกับพี่ใต้...ผมคงทำให้ไม่ได้”

“แล้วลมรู้ได้ยังไงว่าตอนนี้ใต้มีความสุข”

“…”

“ตั้งแต่ที่ลมกลับมาอยู่กับใต้...ความสุขของใต้มันอยู่ที่ลมหมดแล้ว”

“…”

“ความสุขที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ...ความสุขในอีกไม่ถึงยี่สิบวันที่กำลังจะหายไป”

“…”

“ลมอยู่กับใต้ต่อได้ไหม...ถ้าใต้ยอมอยู่ในสถานะที่ใต้เป็นใต้...ลมเป็นลม” จุกจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เขารู้สึกชาไปทั้งตัว คำพูดที่ลมพูดออกมาแต่ละคำมันตอกย้ำสถานะที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ลมให้เขาได้เท่านี้

เท่านี้จริงๆ...

“ความสุขของใต้...ความสุขตอนนี้...มันเป็นลม”

“…”

“คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าใต้ตรงนี้” เขาหลบสายตาลงต่ำ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองลมอีกครั้ง เขารู้สึกถึงก้อนสะอึกที่จุกอยู่ที่คอ รู้สึกหายใจไม่สะดวก

รู้สึกแย่ที่สุด

ตอนนั้น...ลมรู้สึกแย่แบบนี้ใช่ไหม

ใต้เข้าใจแล้ว...มันแย่มากๆเลยลม

“ใต้โคตรเห็นแก่ตัวเลย เอาแต่สนใจความรู้สึกของตัวเอง ลืมคิดไปเลยว่าตอนนี้ที่ลมอยู่...ลมอาจจะไม่มีความสุขก็ได้” ประโยคหลังทำให้เขาสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นๆที่หยดลงบนหลังมือ

เห็นแก่ตัวที่สุดเลยใต้

“ใต้คิดว่าตัวเองมีความหวังว่าจะได้โอกาสสุดท้าย...แต่ลืมคิดไปว่าโอกาสไม่ได้มีมาบ่อยๆ ตอนที่เคยได้มันใต้ก็ไม่เห็นค่า”

“…”

“ตอนนี้จะเรียกร้องอะไรได้”

“…”

“แค่ขอให้ลมอยู่ตรงนี้...ใต้ยังเกลียดตัวเองเลย” มือทั้งสองข้างกำเข้าหากัน “แม่ง...โคตรเห็นแก่ตัว”

“ใต้…”

“ขอโทษ”

ขอโทษที่ทำให้ลมต้องมารองรับความรู้สึกทุกอย่างของเขา

ขอโทษที่วันนั้นไม่ได้นึกถึงใจลมเลย

ตอนนี้ผลของการกระทำทุกอย่างมันย้อนกลับมาทำร้ายเขาแล้ว

เข้าใจทุกอย่างแล้ว...เจ็บเหมือนจะตายมันเป็นแบบนี้

เหมือนจะตายเลยจริงๆ

สายตาของลมมองคนตรงหน้าไม่ละสายตา ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ร่างสูงที่กำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์เอาไว้ คนที่เคยเข้มแข็งและแทบไม่ร้องไห้กับเรื่องอะไร คนที่เคยมองว่าร้องไห้ยาก แต่ในตอนนี้กลับมีน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่หยดลงมาไร้การปัดป่าย ตัวที่เริ่มสั่นเทากับเสียงที่ปนเสียงสะอื้น

เขาไม่อยากเห็นภาพเหล่านี้

เขาไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่แสดงออก

เขาแค่คิดว่า...เลือกแบบนี้ดีที่สุดแล้ว

เคยไหมที่อยากจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาแล้วบอกว่า...อย่าร้องไห้เลย

เคยไหมที่อยากจะดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้แน่ๆแล้วบอกว่า...อยู่ตรงนี้ จะไม่ไปไหน

เคยไหมที่น้ำตาไหลออกมาเพียงเพราะว่าเห็นอีกคนกำลังร้องไห้

ทุกอย่างมันกำลังเกิดขึ้นกับเขาตอนนี้...เขาที่ทำได้แค่นั่งดู ไม่สามารถแม้กระทั่งจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตา กลัวว่าความพยายามที่เคยทำมาจะพังทลายลง

อยากดึงใต้เข้ามากอดไว้แน่นๆ เพราะไม่เคยเห็นคนตรงหน้าอ่อนแอ

อยากเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตา เพราะไม่อยากเห็นน้ำตาบนใบหน้าของอีกคน

ไม่ใช่ใต้คนเดียวที่เห็นแก่ตัว...เขาก็เห็นแก่ตัวไม่ต่างกัน

ไม่อยากกลับไปเสี่ยง ไม่อยากให้ตัวเองกลับไปแย่เหมือนตอนนั้น

ทั้งที่คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้ว แต่ทำไมตอนนี้มันกลับรู้สึกเจ็บเหมือนสามปีที่แล้ว

ทั้งที่แบบนี้มันดีแล้วสำหรับตัวเขาและใต้

แต่ทำไมมันเจ็บไม่ต่างกันเลย...




ดวงตาทั้งสองข้างใกล้จะปิดลงทุกที ฤทธิ์ของกาแฟไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตื่นตัวอย่างที่เคยเป็น หลังจากที่ดื่มกาแฟครั้งสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ดื่มอีกเพราะคนที่นั่งข้างๆเอานมจืดมาให้ดื่มแทน ตอนนี้งานใกล้จะเสร็จตามที่วางแผนไว้ เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆจนเขาจะฝืนตัวเองต่อไม่ไหว

“ลม…ไม่ไหวก็ไปนอน” ใต้ยังคงนั่งอยู่กับเขาแม้ว่าจะเลยช่วงเวลาที่ควรจะเข้านอนมาหลายชั่วโมง

หลังจากที่คุยกันเรื่องนั้นจบเขาคิดว่าใต้จะขึ้นไปข้างบนทันที แต่เขากลับคิดผิด อีกคนยังคงนั่งอยู่กับเขา แม้จะไม่มีบทสนทนาระหว่างกันเกิดขึ้นอีก แต่คนข้างๆก็ไม่ยอมลุกไปไหน

เพราะคำๆเดียวที่ใต้พูดออกมามันทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง

‘ให้ใต้อยู่เป็นเพื่อนเถอะ ขึ้นไปตอนนี้ก็นอนไม่หลับ...ห่วงลมอยู่ดี’

แค่ประโยคเดียวจริงๆ...

“ไหวสิ” เขายกมือขึ้นขยี้ตาเล็กน้อย “เหลืออีกนิดเดียว”

“ครับ” ใต้รับคำสั้นๆ เขารู้ว่าพูดไปลมก็ยังยืนยันว่าตัวเองไหว ทั้งที่เขาเห็นว่าตอนนี้ลมไม่ไหว แต่ในเมื่อยืนยันแบบนั้น เขาก็ทำได้แค่นั่งอยู่ข้างๆ

ระยะห่างของเขากับลมมีเพียงแค่หมอนเล็กๆหนึ่งใบที่วางคั่นไว้ หางตาลอบมองคนที่พงกหัวใกล้จะผลอยหลับไปก่อนที่เขาจะขยับตัวเข้าไปใกล้ช้าๆ

ไม่อยากให้ฝืนตัวเองขนาดนี้

เขาห่วง

ถึงแม้จะไม่มีสิทธิ์ห่วง...แต่เขาก็ห่วง

ห่วงมากๆ

ใต้รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆที่มาพร้อมกับร่างที่ทิ้งตัวลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาทั้งสองข้างหลับสนิท มือยังคงคาอยู่หน้างานที่พิมพ์ค้างไว้ ลมหายใจร้อนๆเป่ารดที่ต้นแขน เขาหันไปมองร่างข้างตัวช้าๆก่อนที่จะเรียกชื่อออกมาเบาๆ

“ลมครับ”

“…” ไม่มีคำตอบใดๆเอ่ยออกมาจากปากของอีกคน เท่านั้นก็ทำให้เข้าใจทุกอย่างได้อย่างชัดเจน

ลมไม่ไหว

“งั้น...ขอโทษนะครับ” รู้ว่าพูดไปลมก็ไม่ได้ยิน แต่มันทำให้เขาสบายใจขึ้นที่ได้พูดออกมา 

ใต้เอื้อมมือไปยกโน๊ตบุ๊คออกจากตักของลมแล้วค่อยๆวางลงบนโต๊ะ เขาดูมาสักพักว่าคนข้างๆกำลังฝืนทั้งที่ตัวเองเผลอหลับไปหลายครั้ง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปประคองตัวคนที่เผลอหลับไปเพื่อที่จะพาเข้าไปในห้องนอน

สัมผัสร้อนแล่นผ่านเข้าสู่โสตประสาทของเขาทันทีที่สัมผัสเข้ากับร่างของอีกคน นี่ไม่ใช่อุณหภูมิปกติของร่างกาย คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ แค่ฝืนทำงานจนดึกดื่นเขาก็ห่วงมากพออยู่แล้ว ยิ่งรู้ว่าตัวร้อนขนาดนี้...จะให้เขาปล่อยไปได้ยังไง

“อย่าทำให้ห่วงไปมากกว่านี้สิลม”

“…”

“ลมไม่ได้อยู่ให้ใต้ดูแลตลอดนะ” เอ่ยออกมาตามความรู้สึกที่อยู่ข้างใน

ยิ่งอีกคนเป็นแบบนี้...ยิ่งห่วง

แขนทั้งสองข้างช้อนตัวคนที่นอนหลับไปขึ้นมาไว้ในท่อนแขนแข็งแรง ร่างของลมที่อยู่ในอ้อมแขนทำให้เขารู้ว่าลมผอมลงจากแต่ก่อน เขาสามารถอุ้มลมขึ้นมาได้ง่ายๆ ใบหน้าที่นอนหลับสนิททำให้เขาเผลอที่จะจ้องมองอยู่อย่างนั้น ความร้อนที่สัมผัสกับตัวเขาทำให้อดที่จะห่วงไม่ได้ มีอะไรบ้างที่เขาสามารถจะทำได้

อะไรบ้างที่จะไม่ทำร้ายลมและตัวเขามากไปกว่านี้

“คิดถึง” เขาเผลอพูดออกมาตามที่ใจคิด การที่ได้จ้องมองหน้าของคนที่รักมากที่สุดในเวลาที่เขาอยู่ใกล้เพียงเสี้ยวลมหายใจมันไม่ได้ทำให้เขามั่นใจว่าลมอยู่ตรงนี้

ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกล

ร่างของคนในอ้อมแขนถูกวางลงบนเตียงนุ่มช้าๆ ใต้จัดที่นอนให้ลมนอนสบายก่อนจะห่มผ้าห่มผืนหนา มือของเขาเอื้อมไปอังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิไข้ เขาไม่รู้ว่าช่วงเวลานี้เขาควรจะทำยังไง ปกติเขาอยู่คนเดียว เวลาไม่สบายก็กินยาแล้วนอนพัก แต่พอเป็นคนตรงหน้าเขาปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้

“เดี๋ยวใต้เช็ดตัวให้นะ” เขาพูดออกมาทั้งที่รู้ว่าลมไม่ได้ยิน

ขอโทษที่ทำตามที่สัญญาไม่ได้

สัญญาที่บอกว่าจะไม่สัมผัสร่างกายของลม

ในตอนนี้...เขาทำไม่ได้

กะละมังใส่น้ำถูกวางลงข้างหัวเตียง ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กถูกบิดน้ำจนแห้งหมาด ใต้เอื้อมมือไปเช็ดแขนที่ร้อนจี๋ของคนที่นอนเพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันควรหรือไม่ควร สิ่งที่รู้คือเขาเป็นห่วงและปล่อยให้ลมเป็นแบบนี้ไม่ได้

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมานั่งเช็ดตัวให้อีกคนในเวลาตีสาม ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะนั่งรอใครได้นานทั้งๆที่เขาง่วงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ไม่เคย...ที่จะนั่งอยู่เงียบๆเพื่อให้อีกคนรู้ว่ายังมีเขาอยู่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ตัวเขาที่เคยรู้จัก คนที่คิดถึงแต่ความสุขของตัวเองอย่างเขา แต่ในวันนี้เขากลับคิดถึงอีกคนมากกว่า

ลมคือคนเดียวที่ทำให้เขาอยากจะทำทุกๆอย่างให้

คนเดียวที่เขายอมที่จะทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำเพื่อลม

ทำเพื่อลมจริงๆ...

ไม่เคยคิดแม้กระทั่งว่าตัวเองจะนั่งมองคนๆหนึ่งแล้วยิ้มออกมาเพียงเพราะเห็นเขานอนหลับสบาย ยิ้มออกมาเพราะตัวเองได้อยู่ใกล้เขาโดยที่เขาไม่คิดจะหนีไปไหน ได้มองอย่างละเอียดและรู้ว่าคนตรงหน้าน่าทะนุถนอมมากแค่ไหน และรู้ว่าเขาไม่อยากให้เวลาเหล่านี้หมดไป

พรุ่งนี้ถ้าลมตื่นมา...เรื่องในตอนนี้ก็จะเป็นเพียงแค่ความทรงจำของเขา

ความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเขาได้ดูแลลมอย่างดีที่สุด ครั้งหนึ่งเขาได้นั่งมองลมนอนหลับแล้วยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า และครั้งนี้ที่ทำให้เขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครเพราะเขาไม่อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้หมดไป

ใต้พึ่งเข้าใจว่าการร้องไห้ออกมาไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอ แต่มันคือความรู้สึกทั้งหมดที่พรั่งพรูออกมาจากหัวใจของเขา หัวใจที่รู้สึกผิดและมันเริ่มเต้นช้าลงเรื่อยๆเมื่อเวลาของเขาใกล้จะหมดลง อีกไม่นานห้องนี้ก็จะเป็นเพียงห้องรับแขกที่นานๆจะได้เปิดเข้ามาใช้ อีกไม่นานห้องนี้ก็จะไม่มีใครอีกคนที่เขารีบกลับบ้านมาเพื่อมาเจอทุกเย็น

ไม่มีคนที่ทำอาหารให้กินทุกเช้า

ไม่มีไข่ดาวไหม้ๆ

ไม่มีลม...คนที่เขารัก

“ฮึก…” ก้อนสะอึกจุกอยู่ที่คอ น้ำตาที่ไหลออกมาบ่งบอกว่าเขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ความรู้สึกผิดในอดีตกลับเข้ามาทำร้ายเขาจนเขาเองเริ่มรับไม่ไหว

เขารู้ว่าเขาผิด...และตอนนี้เขาไม่มีโอกาสแม้จะกลับไปแก้ไขให้มันกลับมาดีเหมือนเดิม

ไม่ได้โอกาสเหล่านั้นอีกแล้ว

เขาเข้าใจลมทุกอย่าง เข้าใจว่าไม่อยากกลับมาเสี่ยงกับเขา ยิ่งเหตุผลในตอนนั้นที่เขาทำลงไปยิ่งทำให้ลมไม่มั่นใจ การที่แฟนมาบอกว่าแฟนของตัวเองน่าเบื่อ มันคงทำให้คิดว่าถ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม เรื่องราวในวันนั้นอาจจะหวนกลับมาอีกครั้ง นั่นหมายถึงเขามีสิทธิ์ที่จะเบื่อลมอีกครั้ง

แต่ทำไมครั้งนี้...เขากลับมั่นใจว่ามันจะไม่เป็นแบบนั้นอีก

แต่คงเป็นแค่เขาคนเดียว...ที่มั่นใจ

มือนิ่มๆที่จับอยู่ไม่เคยมีแม้สักครั้งที่เขาอยากจะปล่อยมือ สามปีที่ผ่านมากับช่วงเวลาสั้นๆที่อยู่ด้วยกันมันทำให้ทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ สามปีนั้นเขาปล่อยมือคู่นี้มานานเกินไป นานจนลืมว่ามือคู่นี้เคยอบอุ่นแค่ไหน มือนิ่มๆที่คอยดูแลเขามาตลอดเวลาที่คบกัน

ทำไมทุกอย่างมันดูสายไปหมด

มืออันสั่นเทาจับมือของคนตรงหน้าไว้สองมือราวกับกลัวว่าลมจะหายไป เขารู้ว่าวันนั้นจะต้องมาถึง รู้ว่าอีกไม่นานลมก็ต้องไป แต่กว่าจะถึงตอนนั้นเขาจะยังมีสิทธิ์เปลี่ยนใจลมอยู่ไหม ในใจแอบหวัง ทั้งที่จริงๆแล้วความหวังของเขาแทบจะเป็นศูนย์

คำตอบของลมในวันนี้ชัดเจนทุกอย่างดีอยู่แล้ว

ชัดเจนแล้วว่ายังไงลมก็ไม่อยู่ต่อ

ชัดเจนแล้วว่าลมจะไป

ชัดเจนแล้วว่าเรื่องของเรา...ไปต่อไม่ได้จริงๆ

ยิ่งทุกอย่างมันชัดเจนในตัวของมันยิ่งทำให้หัวใจของเขาเหมือนแตกเป็นเสี่ยงๆ มันเจ็บจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก เหมือนกับจะขาดใจตายซะให้ได้ ทุกอย่างมันแย่เหมือนโลกทั้งโลกกำลังจะพังทลาย

ใต้เคยคิดว่าถ้าวันนั้นเขาไม่อาสาเข้าไปช่วย...ไม่อาสาให้ลมมาอยู่กับเขา ตอนนี้เขาจะเป็นยังไง ถ้าเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยมันคงดีกับทั้งเขาและลม มันดีกว่าตอนนี้แน่นอน แต่มันก็มีสิ่งที่ไม่ดี...

เขาจะไม่มีวันรู้เลยว่าคนตรงหน้ามีค่ามากแค่ไหน

ไม่มีวันรู้เลยว่าเขารักลมมากเท่าไหร่

ถ้าย้อนเวลากลับไป...เขาก็จะยังทำทุกอย่างเหมือนเดิม แม้จะรู้ว่าต้องเจ็บ แต่เขายอม เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้รับรู้ในสิ่งที่ตัวเองเคยละเลยไป

ลมกลับมาทำให้เขามั่นใจว่าคำว่ารักที่เคยพูดไป...เขาไม่สามารถพูดกับใครได้อีก

นอกจากลม

ลมเป็นคนเดียวที่เขารักและเป็นคนเดียวที่เขาพูดคำว่ารักได้เต็มปาก

“เรื่องของเรา...ให้ผมจำคนเดียวก็พอ” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยบอกคนที่นอนหลับสนิท

ไม่เคยมีสักวินาทีที่อยากจะลืมเรื่องราวของเรา

“กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้...ไม่เป็นไร”

ทุกอย่างที่ทำไป...ใต้ทำจากใจ

“ผมรักคุณนะ” เขาค่อยๆคลายมือออก เขาผิดคำสัญญามามากพอแล้ว ลมคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆที่เขาสัมผัสลมตามใจชอบทั้งๆที่ลมนอนเป็นไข้ไม่รู้สึกตัว

ร่างสูงค่อยๆลุกขึ้นหลังจากเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาไม่อยากแม้จะละสายตาจากคนตรงหน้า ไม่อยากแม้แต่จะก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป ทั้งที่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นมาเขาก็ยังจะเจอลม ทั้งที่รู้ว่าลมยังไม่ไปไหน แต่ก็ยังกลัว เพราะลึกๆเขาก็รู้อีกว่าไม่นานลมก็จะไป

คำขอที่ลมเคยขอเขายังจำมันได้ขึ้นใจ จำได้ทุกประโยค

แต่...

จะผิดไหมถ้าเขาจะผิดสัญญาครั้งสุดท้าย

ครั้งสุดท้ายจริงๆ...

ริมฝีปากซีดสัมผัสหน้าผากร้อนเบาๆอย่างอ่อนโยน สิ่งที่เขาอยากทำมาตลอดและเป็นสิ่งที่คนตรงหน้าชอบให้เขาทำทุกครั้งก่อนเข้านอน แม้ว่าในวันนี้ความสัมพันธ์ของเราจะจบลง แม้ว่าเราจะเป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน แต่เขาหวังว่าจูบนี้จะทำให้ลมนอนหลับฝันดี 

จูบนี้จะยังทำให้ลมนอนหลับฝันดีอยู่ใช่ไหม...

“ขอโทษนะครับ” เขาเอ่ยเสียงเบา

ขอโทษที่สุดท้ายทำตามข้อตกลงไม่ได้

ให้เรื่องราววันนี้มันเป็นเพียงแค่ฝันดีของผม...ฝันของผมคนเดียวก็พอ

ความทรงจำทุกอย่างที่เกิดขึ้น...ผมจะรับมันไว้เอง

หลังจากวันนี้...ไม่ต้องอึดอัดอีกแล้วนะลม

“ผมยอมแพ้แล้ว”

ผมแพ้ลมมานานแล้ว...

ไม่เคยชนะลมเลยสักครั้ง




ความเย็นที่สัมผัสกับหน้าผากทำให้ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า ทันทีที่ดวงตาปรับตัวกับแสงได้ร่างของลงก็เด้งตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนอย่างรวดเร็ว อาจเพราะลุกเร็วเลยทำให้รู้สึกปวดหัวแปลบขึ้นมา ลมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดขมับก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงของเขา

“ใครบอกใครลุกเร็วแบบนั้น” ร่างสูงในชุดไปรเวทอยู่บ้านระบายยิ้มบางๆ ในมือถือกะละมังอยู่ 

“กี่โมงแล้ว” ลมถามพร้อมกับควานหาโทรศัพท์มือถือ

เขาเผลอหลับไปตอนไหน จำได้ว่าเขายังแก้งานไม่เสร็จ

ตายแน่ลม...

“เก้าโมง” คำตอบของใต้ยิ่งทำให้คนฟังร้อนรนขึ้นมาทันที

เก้าโมง...แสดงว่าเขาตื่นสาย

“ไม่ทันแน่ๆ” ลมเอ่ยอย่างร้อนใจ เขาสบตากับคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “ผมหลับไปตอนไหน ทำไมไม่ปลุก”

“จะให้ปลุกยังไง...ตัวร้อนขนาดนั้น”

“ร้อนอะไร” ลมพูดพร้อมกับยกมืออังหน้าผาก พึ่งรู้ว่ามีแผ่นติดลดไข้ติดอยู่ที่หน้าผากของเขา “อันนี้...ใส่ให้ผมเหรอ?” นิ้วเรียวชี้ที่หน้าผากของตัวเองอย่างนึกสงสัย

“อืม…คิดว่ามันน่าจะช่วยได้” จริงๆตั้งใจจะออกไปซื้อให้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่คิดว่าร้านยาคงปิดไปหมดแล้วเลยออกไปซื้อมาติดให้เมื่อเช้าแทน “อย่าพึ่งเอาออก แปะไปก่อน”

“ผมต้องไปทำงาน” ลมปัดผ้าห่มออกจากตัว แม้จะรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ 

“จะไปยังไงไหว ลมไม่สบาย” ใต้ตอบกลับอย่างใจเย็น “โทรบอกที่ทำงานให้แล้ว”

“โทรบอก?” เขาเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “ตอนไหน”

“เมื่อคืนตอนที่ลมหลับไปแล้ว พี่ที่ทำงานโทรมา ใต้เลยบอกว่าลมไม่สบาย แต่แก้งานไปเกือบหมดแล้ว” เขาค่อยๆเล่าให้คนที่นั่งหน้าเครียดฟังอย่างใจเย็น “ใต้ก็ส่งงานที่ลมแก้ให้เขาไป แล้วทางนั้นก็บอกว่าถ้าวันนี้ไม่ไหวก็ให้ลาได้”

“…”

“เพราะจริงๆยังพอมีเวลาอยู่”

“อ่อ…”

“ขอโทษที่รับสายแทน...แต่คิดว่าคงเป็นงานสำคัญเลยคุยแทนให้”

“อืม…ไม่เป็นไร” เขาพยักหน้าเข้าใจ “เดี๋ยวผมโทรไปคุยอีกที...ขอบคุณมากนะ”

“ครับ” ใต้รับคำสั้นๆ “ยังปวดหัวอยู่ไหม”

“อืม ปวด” เหมือนจะปวดมากกว่าเมื่อคืน “แล้ววันนี้วันหยุดเหรอ ทำไมไม่ไปทำงาน”

“ไปก็ไม่มีสมาธิหรอก” เขาตอบก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่บนเตียง “ไม่สบายแบบนี้ ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”

“…” ลมเงยหน้าสบตากับคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม แววตาที่ใต้มองมาบ่งบอกว่าใต้เป็นห่วงเขามากแค่ไหน แววตานั้นชัดเจนจนไม่ต้องตีความมากมาย

“ซื้อข้าวต้มมาให้...ลุกไปแปรงฟันก่อนไป เดี๋ยวใต้ยกเข้ามาให้”

“เมื่อคืนผมนอนหลับไปตอนไหน”

“ไม่รู้...รู้อีกทีก็เอนมาพิงใต้แล้ว” ใต้ตอบกลับไปตามความจริง ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องโกหกลมในเรื่องนี้ “ตอนนั้นแหละถึงรู้ว่าไม่สบาย”

“แล้วยังไงต่อ”

“ใต้ก็อุ้มลมมานอนที่ห้อง...ลมหลับสนิทมาก ปลุกแล้วไม่ตื่น”

“อ่าฮะ...”

“แล้วก็เช็ดตัวให้เพราะลมตัวร้อน จะเรียกขึ้นมากินยาก็รู้ว่าคงไม่ตื่น”

“…”

“ขอโทษ...ที่ทำไม่ได้อย่างที่เคยรับปาก” เขาสบตาลมเหมือนที่ลมสบตาเขา “แต่จะให้ปล่อยนอนอยู่ที่โซฟาก็ปล่อยไม่ได้”

“อืม ไม่เป็นไร” ใต้ไม่จำเป็นต้องขอโทษเขาเลย เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะเขาฝืนตัวเอง ทำตัวเอง “ขอโทษที่รบกวนนะ”

“ครับ” ใต้ยิ้มบางๆ “ลมไม่ได้รบกวนใต้บ่อย...ไม่ต้องขอโทษหรอก”

“…”

“…”

เกิดความเงียบขึ้นหลังจากบทสนทนาสุดท้ายจบลง สายตาของเขายังสอดประสานกันอย่างไม่มีใครหลบสายตาใคร สุดท้ายกลายเป็นใต้ที่เบนสายตามองไปทางอื่น ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปที่ประตูเพื่อออกไปจัดอาหารให้คนป่วย

“ใต้” เสียงนุ่มลึกเรียกเขาไว้ก่อนที่ขาจะก้าวออกจากห้อง

“ครับ?” 

“ขอบคุณนะ” ลมยิ้มออกมา “สำหรับเมื่อคืน”

“อืม เต็มใจ”

“ถ้าไม่ได้ใต้...ลมคงเป็นหนักกว่านี้” ถ้าเขาอยู่คนเดียวไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไง เสียทั้งงาน เสียทั้งสุขภาพ “ขอบคุณที่อยู่ดูแล”

“ครับ”

“ใต้”

“หืม?” เขาหันตัวกลับมาเมื่อลมเรียกเขาอีกครั้ง

“เปล่า...” ลมเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจว่าจะเรียกใต้ไว้ทำไม แค่เห็นกะละมังที่ใต้ถือเขาก็พอรู้ว่าใต้พึ่งเข้ามาเช็ดตัวให้เขา แต่ในใจมันกลับรู้สึกดีแปลกๆ

เขาไม่โกรธใต้เลยที่ใต้ไม่ทำตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้

ไม่โกรธเพราะรู้ว่าใต้หวังดีกับเขาจริงๆ

“หิวเหรอ...เดี๋ยวใต้เอาข้าวต้มเข้ามาให้”

“อืม คงหิวข้าวต้มแหละ” เขาตอบกลับ “แล้วใต้กินอะไรรึยัง”

“ยังครับ แต่ซื้อมาแล้ว”

“อ่อ…”

“เดี๋ยวใต้เอาข้าวต้มเข้ามาให้ ลมไปแปรงฟันก่อน แล้วก็ใต้เอาเสื้อกับกางเกงออกมาให้ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยจะได้สบายตัวขึ้น” เขาจัดแจงทุกอย่างให้เสร็จสรรพเพราะไม่อยากให้ลมลุกขึ้นมาทำอะไรเยอะ “ถ้าเสื้อผ้าไม่ถูกใจลมก็เปลี่ยนได้เลยครับ”

“โอเค” ลมพยักหน้ารับพร้อมกับมองไปยังเสื้อผ้สที่วางอยู่บนเก้าอี้ “เดี๋ยวจะไปแปรงฟันอาบน้ำ”

“ไม่ต้องอาบ ไม่สบายอยู่” ใต้หันมาดุ “ใต้เช็ดตัวให้แล้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าก็พอ”

“อ่า…โอเค”

“ครับ” ใต้รับคำสั้นๆก่อนจะเปิดฝ่ายปิดประตูห้องลง

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงร่างของคนที่นั่งอยู่บนเตียงก็ล้มลงไปนอนอีกครั้ง อยู่ๆใบหน้าก็ร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ จะคิดว่าร้อนเพราะพิษไข้ก็คงได้ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันร้อนเพราะเรื่องอื่น ไม่รู้ตอนไหนที่อยู่ๆก็ยิ้มออกมา รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หันไปเห็นหน้าตัวเองในกระจก

ไม่ได้ยิ้มเต็มปากแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว

สิ่งที่ใต้ทำให้...มันทำให้เขารู้สึกดี

ดีจนลืมความรู้สึกแย่ๆที่ผ่านมา

ขอบคุณครับ




ข้าวต้มร้อนๆถูกจัดใส่ในจานเตรียมจะยกเข้าไปให้คนป่วยในห้องนอน ยังไม่ทันที่ใต้จะยกชามขึ้นเสียงประตูห้องนอนก็เปิดออกพร้อมกับร่างในชุดที่เขาเตรียมออกมาไว้ให้ ลมเดินออกมาจากห้องพร้อมกับแผ่นเจลลดไข้ที่ยังติดอยู่ที่หน้าผาก ริมฝีปากซีดยิ้มออกมาบางๆก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาเขา

“บอกว่าจะยกเข้าไปให้ไง ออกมาทำไมครับ” ใต้ถามอย่างไม่เข้าใจ เขาอยากให้ลมนอนพักไวๆ ไข้จะได้หายดี

“ไม่อยากกินในห้อง...เดี๋ยวกลิ่นติดห้อง”

“อ่อ…งั้นก็นั่งกินตรงนี้ก็ได้” เขาเข้าใจโดยทันที ลมไม่ชอบให้มีกลิ่นอาหารอยู่ในห้อง “กินเสร็จก็กินยา ใต้ซื้อยามาให้แล้ว กินนี่ไปน่าจะดีขึ้น ถ้ายังไม่หายเดี๋ยวพาไปโรงพยาบาล”

“อ่า…”

“แล้วก็ดื่มน้ำตามเยอะๆด้วย”

“ครับ” ลมรับคำอย่างว่าง่าย “แล้วใต้ไม่กินเหรอ”

“ลมกินก่อนเลย เดี๋ยวใต้...” เขาเว้นช่วงคิด เขาจะทำอะไร ความจริงก็ไม่มีอะไรให้ทำ แค่ไม่อยากนั่งกินข้าวพร้อมกัน กลัวปากตัวเองจะพาลพูดในเรื่องที่ไม่เข้าหู

ก็ชอบดึงเรื่องเก่าๆขึ้นมาพูดทุกที

“กินด้วยกัน...เดี๋ยวก็เย็นหมด” เขาเป็นฝ่ายเปิดปากชวนก่อน “ใต้ยังไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกันนิ”

“อยากให้กินด้วยเหรอ” เขาถามออกมา ทั้งที่ไม่ควรจะหวังอะไร แต่ก็หวังกับคำตอบที่จะได้ยิน

“อืม” ลมพยักหน้ารับ “อย่าห่วงคนอื่นจนลืมห่วงตัวเอง”

“อืม ใต้ไม่ได้ห่วงคนอื่นสักหน่อย” เขาตอบ “ใต้ห่วง...” คำพูดขาดห้วงไปหลังจากคิดได้ว่าตัวเองไม่ควรจะพูดต่อ ใต้หันไปเทข้าวต้มใส่ชามก่อนจะเดินกลับมานั่งลงตรงข้ามคนที่นั่งอยู่ก่อน

“ข้าวต้มร้านไหน อร่อยดีนะ” ลมพูดพร้อมกับตักข้าวต้มร้อนๆเข้าปาก “แต่ผมทำอร่อยกว่า”

“งั้นเหรอ” ใต้หัวเราะออกมาเมื่อเห็นคนชมตัวเอง แต่ก็จริงอย่างที่ลมบอก ลมทำอาหารอร่อยกว่าจริงๆ “ซื้อในตลาด เห็นคนซื้อเยอะเลยคิดว่าอร่อย”

“ปกติก็ตัดสินจากคนซื้อเยอะเหรอ?”

“เปล่า ปกติกินได้หมด ไม่ค่อยดูหรอกว่าร้านไหนคนเยอะร้านไหนคนน้อย” เขาหัวเราะ “ใต้ไม่ชอบรออะไรนานๆ ร้านคนเยอะไม่ค่อยไปหรอก”

“อ่าว แล้ว...” ลมมองข้าวต้มในชาม ถ้าใต้บอกว่าไม่ชอบรออะไรนานๆแล้วทำไมถึงซื้อร้านที่คนซื้อเยอะมาให้เขา

“งงอะไร” เขายิ้มนิดๆ “ใต้ไม่ชอบรอร้านคนเยอะเวลาไปคนเดียว แต่นี่ซื้อมาให้ลมกินด้วยไง กลัวไม่อร่อยแล้วจะไม่กิน เดี๋ยวก็ไม่ได้กินยา”

“อ่อ…เข้าใจแล้ว” เขายิ้มรับ “ร้านนี้อร่อย เดี๋ยวจะกินให้หมด”

“ดีมาก” ใต้ยิ้มตาม “แต่คงไม่อร่อยเท่าลมทำเอง”

“ถูก ผมทำอร่อยที่สุด”

“อืม…เชื่อ”

“เชื่อคนง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เปล่า ไม่ได้เชื่อคนง่าย” ใต้ตอบ “กินให้หมดนะ จะได้กินยา”

“รู้แล้ว กินอยู่นี่ไง” ลมพูดพร้อมกับตักหมูเข้าปากคำใหญ่ “อร่อย” เขายิ้มออกมา ไม่ได้กินข้าวต้มตอนเช้าแบบนี้มานานแล้ว กินก็แต่อาหารเช้าแบบที่เคยทำ

“อิ่มไหม เอาหมูอีกป่าว” ใต้พูดพร้อมกับเลื่อนชามตัวเองไปตรงหน้า “ชามใต้หมูเยอะเลย เอาไหม”

“ไม่เอา แค่นี้ก็พอแล้ว”

“เอาได้นะ ใต้ไม่หิว”

“อืม แค่นี้ก็พอแล้ว” ลมยืนยันคำเดิมก่อนจะใช้นิ้วเลื่อนชามกลับไป “แล้วไม่เป็นอะไรเหรอ หยุดงานแบบนี้ ถ้าไปทำงานตอนนี้ยังทันอยู่ไหม”

“อยากให้ไปเหรอ” ใต้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา แววตาบ่งบอกถึงความจริงจังในคำถามนั้น “อยากให้ใต้ออกไปทำงานเหรอครับ” พอเห็นสีหน้าของลมที่มองมาทำให้เขาผ่อนเสียอ่อนลง

ไม่ได้ตั้งใจจะดุใส่...เขาแค่ถาม

“ไม่อยากให้ลาไง”

“อืม” เขาพยักหน้านิดๆ “ลาไปแล้ว ช่างมันเถอะ”

“ไม่ได้หมายความแบบนั้น”

“ใต้ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” เขายิ้มบางๆ “เข้าใจว่าลมไม่อยากให้ลา แต่ใต้ลาไปแล้ว”

“อืม…”

“ขอโทษ ไม่ได้จะดุ”

“แต่เสียงใต้ดุ”

“ขอโทษครับ” เขาถอนหายใจออกมา จริงอย่างที่ลมพูด “แค่ไม่อยากพูดให้ไม่สบายใจ”

“เรื่องอะไร”

“ช่างมันเถอะครับ กินข้าวให้หมดเร็ว เดี๋ยวจะได้กินยานอน”

“ผมถามเพราะผมอยากรู้ ผมอยากได้คำตอบ” ลมมองคนตรงหน้าไม่ละสายตา อยากรู้ว่าทำไมอยู่ๆใต้ถึงดุขึ้นมาทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรให้

เขาไม่เข้าใจ

“ลม” เขาเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงนิ่ง “เคยบอกใต้เองไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากให้พูดถึง”

“แล้วใต้เป็นอะไร”

“เป็นห่วงไง” เขาเอ่ยออกมา ในเมื่ออยากรู้เขาก็พร้อมที่จะบอก แต่ที่เลือกจะไม่พูดตั้งแต่แรกเพราะไม่อยากให้ลมอึดอัดกับสิ่งที่เขารู้สึก “ห่วงจนโกรธที่ลมไม่ดูแลตัวเอง ฝืนตัวเอง”

“…”

“ไม่ชอบที่ลมถามว่าใต้เป็นอะไรแล้วใต้ตอบกลับไปไม่ได้ เพราะรู้ว่าลมไม่อยากฟัง”

“…”

“รู้ว่าลมไม่อยากได้ยินว่าใต้เป็นห่วง” เขาสบตาคนตรงหน้า “ถ้าไม่อยากให้ห่วงก็อย่าทำให้เป็นห่วง ใต้จะได้ไม่ห่วงลมจนเป็นบ้าแบบนี้” พอลมอยากได้ยินเขาก็พ่นออกมาไม่หยุด

ในทุกประโยคมีแค่สิ่งเดียวที่เขาต้องการจะสื่อ...เขาเป็นห่วง

คำตอบของคนตรงหน้าทำให้คนที่คาดคั้นอยากรู้คำตอบถึงกับเงียบไป คำตอบที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ แม้จะเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ครั้งนี้มันมากกว่าครั้งก่อนๆ

แค่คำว่าห่วงจากคนตรงหน้าที่พ่นออกมาไม่หยุด

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”

“…”

“จะดูแลตัวเองดีๆ...ใต้จะได้ไม่ต้องห่วง” เขายิ้มบางๆ เขาไม่โกรธที่จู่ๆใต้ก็ดุขึ้นมาผิดหูผิดตา พอได้ฟังเหตุผลแล้วมันทำให้เขาโกรธใต้ไม่ลง

โกรธคนที่ห่วงตัวเองไม่ลงจริงๆ

ครืดดดดดด!!!!

โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ปรากฏชื่อที่คุ้นเคย ใต้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับทันทีก่อนที่เสียงจากปลายสายจะทำให้เขาลอบมองคนตรงหน้าเล็กน้อย

“อืม…กูอยู่บ้าน” เขาตอบพร้อมกับลุกขึ้น “กินข้าวเสร็จแล้วกินยาเลยนะ ไม่ต้องล้างนะ เดี๋ยวใต้มาล้าง ใต้คุยโทรศัพท์ก่อน” เขาร่ายยาวเพราะกลัวคนป่วยจะดื้อทำเองทั้งหมด

ใจก็อยากจะนั่งกินข้าวต่อ แต่เพราะเรื่องที่เพื่อนโทรมามันทำให้เขาต้องเดินออกมาหาที่เงียบๆคุย

“อืม อยู่กับลม” ใต้ตอบกลับหลังจากที่เดินเลี่ยงออกมายืนหน้าบ้าน ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาก่อนจะพูดต่อ “ไม่ได้ไปทำงาน ลมไม่สบาย”

ทิ้งให้ลมนอนอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้

“กูพูดย้ำเป็นรอบที่สิบแล้ว” คำตอบของเขามันยังเหมือนเดิมทุกครั้ง “กูไม่ขาย ยังไงก็ไม่ขาย” เขายื่นคำขาด เขาพูดแบบนี้ทุกครั้งที่เพื่อนโทรมาถามในเรื่องเดิมๆที่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

ความทรงจำสุดท้ายที่เหลืออยู่

( แต่มึงไม่ได้เข้าไปดูแลเลย มีคนที่เขาสนใจอยากซื้อห้องมึงอยู่นะ ) ปลายสายตอบกลับ ภัครู้ว่าคำตอบของเพื่อนจะเป็นยังไง แต่ในเมื่อมีคนติดต่อที่จะซื้อห้องเขาก็จำเป็นต้องโทรมาบอก

“กูลบประกาศขายห้องไปนานแล้วนิ”

( เออ แต่ก็มีคนติดต่อมาตลอด )

“บอกไปว่าไม่ขาย”

( มึงจะหวงอะไรวะ ตอนนี้มึงก็มีบ้านแล้ว )

“หวงสิ”

( … )

“ที่นั่นคือบ้านของกู...บ้านของกูจริงๆ”

( กูไม่เข้าใจว่ะใต้ )

“จะให้กูขายบ้านตัวเองได้ยังไง”

( ใต้ )

“มันไม่ใช่บ้านของกูคนเดียว...มันเป็นบ้านของลม”

( แล้วลมรู้ไหมว่ามึงยังไม่ขายห้องนี้ เขารับรู้กับมึงด้วยไหม )

“กูไม่รู้ว่าบอกไปตอนนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา” เขาถอนหายใจ “บอกไปเขาก็ไม่กลับไปอยู่หรอก ที่นั่นคงเป็นความทรงจำที่แย่ที่สุดของลม”

( … )

“ต่อให้ไม่ใช่ที่นั่น...แต่มีกูอยู่ เขาก็ไม่อยู่”

( … )

“เขาไม่อยากอยู่กับกู”




“บอกไปว่าไม่ขาย”



ประโยคที่ดังแว่วเข้ามาในบ้านทำให้คนที่กำลังจะเดินเข้าห้องนอนหยุดชะงักอยู่กับที่ ลมหันไปมองร่างสูงที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีรอยยิ้มเหมือนที่เคยเห็นทุกครั้ง



“ที่นั่นคือบ้านของกู...บ้านของกูจริงๆ”



คำพูดที่ดังเข้ามาทำให้เขาหยุดยืนฟังอย่างเสียมารยาท ใต้คงลืมไปว่าตอนนี้ในบ้านไม่ได้เปิดทีวีหรือเครื่องเสียง ทำให้เสียงจากข้างนอกดังเข้ามาถึงในบ้านได้โดยไม่ต้องแอบฟัง

ได้ยินทุกประโยค

แต่...ไม่เข้าใจ

“อ้าว...พึ่งกินข้าวเสร็จเหรอ” คนที่คุยโทรศัพท์เสร็จเดินเปิดประตูเข้ามาในบ้าน สีหน้าของใต้ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าลมมองมาที่เขา “กินยารึยังครับ”

“ใต้จะขายบ้านเหรอ” ลมถามออกไปตามที่เขาได้ยิน

“ครับ?” คิ้วหนาเลิกขึ้นก่อนที่เขาจะถามกลับ “ลมได้ยิน?”

“อืม…แต่ก็ไม่ค่อยชัดหรอก”

“อ่อ…”

“จะขายบ้านนี้เหรอ ทำไมล่ะ” เขาไม่เห็นว่าบ้านหลังนี้จะไม่ดีตรงไหน ทุกอย่างในบ้านดูลงตัว ไม่เล็กเกินไป ไม่ใหญ่เกินไป เหมาะกับใต้ดีอยู่แล้ว

“ไม่ได้จะขายบ้านนี้ครับ” ใต้ตอบ “ขายไปแล้วผมจะอยู่ไหนล่ะ” เขาหัวเราะออกมาเพื่อให้บรรยากาศรอบข้างดีขึ้น

แต่เหมือนจะไม่...

“ถ้าไม่ใช่บ้านนี้...แล้ว...” ลมเอ่ยเสียงเบา เขาสบตาคนตรงหน้าก่อนที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ มันคงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอกใช่ไหม

ไม่ใช่หรอก...

“อย่างที่ลมคิดนั่นแหละครับ” จริงอยู่ที่เขาไม่จำเป็นต้องบอกลมในเรื่องนี้ แต่ถ้าลมสงสัยเขาก็ไม่จำเป็นต้องปิด ลมมีสิทธิ์ที่จะรู้

เพราะที่นั่นก็คือบ้านของลมเหมือนกัน

“ทำไม...” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

ถ้าสิ่งที่ใต้บอกเป็นอย่างที่เขาคิด...ทำไมใต้ยังไม่ขาย

“ไม่รู้จะขายทำไม” เขาระบายยิ้มบางๆ “นั่นบ้านของผม”

“ผมไม่เข้าใจ”

“ลมไม่เข้าใจตรงไหน ผมพร้อมจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง”

“…”

“ถ้าไม่อยากฟัง...ผมก็จะไม่เล่า”

“…”

“ผมตามใจลมทุกอย่างอยู่แล้ว”

“อืม…เชื่อว่าตามใจ” 

ใต้ตามใจทุกอย่างจริงๆ...ขนาดวันสุดท้ายที่เขาเลือกตัดสินใจเดินออกมา ใต้ยังตามใจเขาเลย

“เราพร้อมจะคุยกันไหม...คุยทุกเรื่องที่อยากรู้” เขาพร้อมที่จะตอบคำถามลมทุกอย่าง พร้อมที่จะเล่าทุกเรื่องที่ผ่านมาให้ลมฟัง

ตลอดสามปีที่ผ่านมา...มันนานพอที่จะเกิดข้อสงสัยขึ้นในความสัมพันธ์

“ใต้พร้อมที่จะเล่า และจะไม่เรียกร้องอะไร” เขาระบายยิ้มบางๆเพื่อคลายความกังวลที่เกิดขึ้น “ใต้เข้าใจทุกอย่างดีตั้งแต่เมื่อคืนที่เราคุยกัน”

“…”

“ที่อยากพูดตอนนี้...ก็เพราะอยากให้รู้ในสิ่งที่ลมอยากรู้”

“…”

“ในวันที่ลมจะไปจากใต้...ลมจะได้ไม่สงสัยอะไรอีก”

“อืม…”

“…”

“มาคุยกันนะ” ลมสบตาคนตรงหน้านิ่ง “คุยทุกเรื่องที่อยากรู้”

“…”

“เรา…มาคุยกัน”










---------------------------------------

เหตุผลที่มองว่าไม่สมเหตุสมผล

มันอาจเป็นเหตุผลเดียวที่สมเหตุสมผลสำหรับเขา



เข้าใจพี่ใต้นะ

เข้าใจพี่ลมนะ

เข้าใจทั้งสองคนจริงๆ :)

เราจะจับมือข้ามผ่านความรู้สึกนี้ไปพร้อมๆกันนะคะ


คอมเม้นท์ให้กำลังใจกันหน่อยน้าาาาาา ;______;


แวะไปพูดคุยกันได้ที่ #เสี้ยวลมหายใจ

แล้วเจอกันจ้า <3





อัพเดทซ้ำ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการโปรโมท

ขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 502 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #1257 Diamond7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 21:55
    ไม่เคยคิดแม้แต่วิที่จะสงสารใต้ 5555
    #1,257
    0
  2. #1220 sugarraeks (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    น้ำตาไหลเลย
    #1,220
    0
  3. #1211 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 19:04
    ไม่มีความสงสารใต้เลยแม้แต่นิด ใต้จะรุ้สึกแย่ขนาดไหนเราอ่านก้ไม่สงสาร เพราะมันโคดเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ลมต้องเจ้บเพราะใต้อะ เกลียดใต้มาก โคดอินอะจิงๆ
    #1,211
    0
  4. #1201 JssLin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    สามปีที่ผ่านมาใต้ไปไหน
    #1,201
    0
  5. #1163 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:00
    เก็ตนะที่ลมอยากดีกับใต้แต่ไม่ใช่สถานะเก่า
    #1,163
    0
  6. #1142 mileyduchess (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:55
    พยายามที่จะเห็นใจใต้แล้วนะ แต่ก็ไม่มีความเห็นใจให้ผู้ชายคนนี้สักนิดเลยจริงๆ ตลอดว่าเวลาสามปีที่ผ่านมาใต้ยังอยู่ได้ดีนี่หน่า เพิ่งจะมาเจ็บปวดจะตายตอนนี้หรอ แล้วสามปีที่ผ่านมามัวแต่ทำอะไรอยู่หรอ อ๋อ ปล่อยให้ลมเจ็บปวดอยู่คนเดียวไง แล้วก็นะกว่าลมจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมาได้ต้องทรมานแค่ไหน เคยคิดถึงตอนนั้นมั้ย แล้วตัวเองล่ะมัวแต่ทำอะไรอยู่ ? เวลาสามปีที่ผ่านมามันสายเกินไปสุดๆ แล้วใต้ เพิ่งจะมารู้สึกตัวตอนที่เจอลมหรอ เหอะ คือใต้เป็นคนที่เห็นแก่ตัวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พูดอะไรออกมาแต่ละอย่างมีแต่ความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น นี่ลมน่ะใจดีให้สุดๆ แล้วด้วยซ้ำ เห็นใต้ร้องไห้นี่ไม่มีความรู้สึกสงสารให้เลยอะ เพราะใต้ที่เจ็บอยู่ตอนนี้มันเทียบกับที่ลมเจ็บไม่ได้เลย มันเทียบไม่ได้เลยสักนิด
    #1,142
    0
  7. #1125 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 22:37
    ความรู้สึกเป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่สุด ก็เจ็บหนักกันทั้งคู่อะ เรื่องบ้านอีกคืออยากถามใต้ว่าไม่คิดหรอว่าพี่ลมจะนึกถึงเรื่องวันนั้นอีกอะ ที่ของพี่ลมที่ของพี่ใต้อะ แต่พี่ใต้ก็พาคนอื่นเข้ามา ต่อให้บ้านนั้นมันจะมีความทรงจำที่ดีก็ตามเถอะ
    #1,125
    0
  8. #1112 KRAM_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 22:00
    เราโอเคนะถ้าสุดท้ายตอนจบของเรื่องนี้คือทั้งสองคนก็ยังรักเป็นห่วงกัน แต่สถานะไม่ใช่คนรักกันอย่างแต่ก่อน เราภาวนาให้จบแบบนั้นด้วยซ้ำเพราะเราคิดว่าแบบนั้นก็คือแฮปปี้เอนเหมือนกัน
    #1,112
    0
  9. #1103 joy6004 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 22:51
    ใต้พยายามทำดีเพื่อชดเชยที่เคยพลาดแต่เราว่ามันยังไม่พออ่ะ นี่ทำได้ไม่กี่วันเอง ทำไมลมไม่คิดถึงวันที่ตัวเองเสียใจและเจ็บปวดที่สุดอ่ะ ยอมเร็วไปนะ ในพาร์ทนี้ใต้ก้อยังเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมค่ะ
    #1,103
    0
  10. #1098 miiiina (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 18:08
    ยังคงเป็นทีมพี่ใต้ ที่อยากให้พี่ใต้ได้รับบทเรียนก่อน
    #1,098
    0
  11. #1086 MARRYBENN21 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 01:42
    ใต้เห็นแก่ตัวยังไงก็ยังเห็นแก่ตังอยู่เหมือนเดิม ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองทำผิด
    #1,086
    0
  12. #1047 Haruma_Hunsei (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 11:20

    เข้าใจมุมมองทั้งคู่จริงๆ หน่วงเศร้าไปด้วยกัน

    #1,047
    0
  13. #1044 ppphmt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:34
    เข้าใจพี่ลมทุกอย่าง ส่วนใต้ที่ผ่านมาทำเกินไปมากตอนนี้ที่รู้สึกเจ็บปวดก็สมควรที่จะโดนแล้ว พี่ลมใจแข็งๆไว้ได้นะคะ หนูอยู่ข้างพี่5555
    #1,044
    0
  14. #1034 Kim-kibom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 22:51
    ก็ยังคิดอยู่ดีว่า ไม่น่าจะกลับมาเจอกันอีก
    #1,034
    0
  15. #1013 ซิ่ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 19:56

    หน่วงทุกตัวอักษรจริงๆเขียนดีค่ะ


    #1,013
    0
  16. #1011 p_patcha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 16:32
    ลมก็เจ็บใต้ก็เจ็บ
    #1,011
    0
  17. #992 brownquartz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:19
    สามปีที่ผ่านมาไปอยู่ไหนมาล่ะใต้,_, เพิ่งมาคิดถึงตอนที่เขากลับมาน่ะหรอ เข้าใจลมจริงๆว่ารู้สึกเพราะแค่ได้กลับมาอยู่ด้วย แง
    #992
    0
  18. #958 HaeMay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 23:13
    ให้ใต้ได้เรียนรู้ก่อนว่า ลมมีค่าแค่ไหน แล้วค่อยกลับมาเป็นพี่ใต้พี่ลมกัน
    #958
    0
  19. #941 Jibangrin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:54
    งือออออออ
    #941
    0
  20. #924 _arsunp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:12
    อ่านแล้วเหนื่อยเฉ้ยยย คือเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยใจ เหนื่อยลุ้น สงสารลมโคตรอยู่กับความรู้สึกเสียใจแบบนี้มาตั้งนาน คนเก่งของเราใจเเข็งไว้นะคะ
    #924
    0
  21. #908 M.U.P (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 18:57
    บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง อยากให้กลับไปดีกันแต่ก็ไม่อยาก สงสารลม กว่าจะผ่านตอนนั้นมาได้ แต่ใต้แค่พอเสียไปจะมาพยายามรื้อฟื้นคืนมันเหมือนที่ลมบอกเลย ถ้าลมไม่กลับมาใต้จะกลับมารู้สึกมั้ย
    #908
    0
  22. #900 LadyNP (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 18:09
    ไม่อยากให้กลับไป แต่ก็รู้ว่าลมคงกลับไป
    #900
    0
  23. #866 Katniss20 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:18
    พี่ลมก็ยังเป็นพี่ลม พี่ใต้ก็ยังเป็นอิพี่ใต้ ความรู้สึกรักนี่มันซับซ้อนดีจัง
    #866
    0
  24. #856 Rwzyz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:20
    ความรู้สึกพวกนี้มันจะผ่านไปได้จริงๆใช่ไหม
    #856
    0
  25. #810 PuiPui--r (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 00:33
    โกรธอ่ะ ทำไมลมต้องเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์ความรู้สึกตลอด อดีตถูกเบื่อหน่ายแบบไม่รู้ตัวก็ต้องยอมรับผล พอมาตอนนี้พอไอ่เลวอยากกลับมารักก็ถูกยัดเยียดความรู้สึกให้ ไม่โอ ลมไม่ใช่พลเมืองชั้นสองที่ไม่สิทธิ์เลือก
    ขอบอกว่ารำคาญความเป็นห่วงเป็นใยแบบเว่อร์วังของไอ่คนเห็นแก่ตัวนี่จริงๆ ทะนุถนอมดูแลอย่างกับไข่ในหินแสนเปราะบาง เห๊อะ!!! ถ้าลมจะตายก็คงตายตั้งแต่ที่แกเอาเมียน้อยมากกหยามหน้าที่คอนโดที่ลงเงินซื้อด้วยกันแล้วล่ะ ยิ่งพูดยิ่งหาคุณความดีไม่เจอ
    #810
    0