Sense สัมผัส [YAOI]

ตอนที่ 10 : SENSE 09 : เก้านาฬิกา 100 per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 ก.ค. 58

09

เก้านาฬิกา

 

            มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อของคนข้างๆแน่น ผมดูเวลาในสนามบินตลอดเวลา ผมไม่อยากให้เวลานั้นมาถึงแม้ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดขึ้นก็ตาม

            พี่ปืน ผม…” ผมกระตุกชายเสื้อของคนที่นั่งรออยู่ข้างๆ พี่ปืนกำลังคุยกับพี่ไม้หันมามองผมก่อนจะวางมือหนักๆลงบนหัว

            ว่าไง

            “ไม่ให้พี่ธนูไปไม่ได้หรอ” ผมรู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น ผมรู้ว่าพี่ปืนกับพี่ไม้ก็รู้สึกไม่ต่างจากผม

            มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องไปไกลขนาดนั้น เขาจะทิ้งพี่ปริ้นไว้ที่นี่คนเดียวจริงๆอย่างนั้นหรอ

            “นาวา

            “ไม่เอา ไม่อยากให้ไป ถ้าไปพี่ปริ้นจะอยู่กับใคร” ผมซุกหน้าลงที่แขนของคนตัวใหญ่กว่า มีเพียงเสียงลมหายใจของพี่ๆทั้งสองก่อนที่มือของเขาจะลูบหัวผมเบาๆ

            “ไม่งอแงแทนปริ้นสิ

            “ผมเชื่อว่าถ้าเป็นพี่ปริ้นก็ต้องพูดแบบนี้” ผมจับเสื้อพี่ปืนแน่น ผมเกลียดการจากลา

            ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันทรมานขนาดไหน

            ทำไมจะไม่รู้…

            “ธนูมันไปทำงาน อีกไม่กี่ปีมันก็กลับมา” พี่ไม้พูดขึ้น

            “ไม่กี่ปี ยังไม่รู้ระยะเวลาที่ชัดเจน

            “…”

            “คนรอแบบไร้จุดหมายมันทรมานนะครับ

            “พี่รู้แต่มันเลือกแล้ว” พี่ไม้ถอนหายใจหนักๆก่อนที่มือถือของเขาจะดังขึ้นมา ภาพหน้าจอทำให้คนตรงหน้ายิ้มออกมานิดๆ “เดี๋ยวมานะ

            ผมมองร่างที่รีบวิ่งออกไปรับโทรศัพท์ก็พอจะรู้ว่าคนที่โทรมามีความสำคัญกับพี่ไม้มากแค่ไหน ปกติแล้วพี่ไม้เป็นคนเปิดเผย โทรศัพท์มาก็คุยต่อหน้า มีก็แต่ช่วงนี้ที่ดูแปลกๆไป

            ง่วงรึยัง นอนก่อนไหม” พี่ปืนหันมาถามผมเมื่อเราอยู่กันสองคน ผมส่ายหน้านิดๆก่อนจะมองไปที่นาฬิกาอีกครั้ง

            สี่ทุ่มแล้ว…

            “พี่คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม

            “…”

            “คงไม่สินะ” ผมฝืนหัวเราะออกมา เหมือนหัวใจมันห่อเหี่ยวลงไปในพริบตา พี่ปืนไม่ตอบนั่นหมายถึงเขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไง

            คนอย่างพี่ธนู…เขาไม่เคยเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆอยู่แล้ว

            คงไม่มันมาแล้ว” น้ำเสียงนิ่งๆของพี่ปืนบอกก่อนจะชี้ไปทางพี่ธนูที่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

            ใบหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์มองมาที่ผมนิ่งๆ ข้างกายเขาไม่ได้มีคนที่ผมหวังจะให้มี ผมยอมรับว่าผมผิดหวังมาก พี่ธนูไม่เปลี่ยนใจจริงๆ

            “มาเร็วดีนิ” พี่ปืนเอ่ยทักเมื่อเขาเดินมาถึง

            “อืม เดี๋ยวตกเครื่อง

            “ถ้าตกก็ดีสิครับ” ไม่รู้อะไรทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น ผมไม่อยากเจอหน้าพี่ธนูที่นี่ ไม่อยากให้เขาไปไหนไกล

            อยากให้เขาอยู่กับคนที่เขารัก

            “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ” พี่ธนูหัวเราะออกมา ทั้งๆที่มันไม่น่าตลกเลยสักนิด

            “พี่กำลังจะทิ้งพี่ปริ้น

            “…”

            “ทิ้งคนที่พี่รักไป” ผมจับชายเสื้อของพี่ปืนไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะทิ้งผมไปอีกคน

             “ไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอดไปหรอกนะนาวา” รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ดูเศร้าไม่ต่างจากผม

            “แต่ก็อยู่ด้วยกันได้นานที่สุด

            “นาวา

            “พี่ธนูใจร้าย พี่ธนูทิ้งพี่ปริ้น” ผมยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องเป็นคนพูดออกมา แต่พอคิดถึงหน้าพี่ปริ้น คิดถึงรอยยิ้มเศร้าๆนั้น

            มันทำให้ผมอดไม่ได้

            “ปริ้นทิ้งพี่ต่างหาก

            “ไม่จริง

            “นาวา พอเถอะ” เสียงของพี่ปืนดังขึ้นเพื่อจบบทสนทนาของผมกับพี่ธนู

            “ผมเสียใจเสียใจมากด้วย” ผมหันไปมองพี่ปืนด้วยความรู้สึกมากมาย ผมแค่คิดว่าเขาจะเข้าใจและช่วยรั้งพี่ธนูไม่ให้ไป

            จริงอยู่ที่เขาซื้อตั๋วไปแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ได้จนขนาดที่จะทิ้งมันไม่ได้

            เขาแค่ตัดสินใจไปแล้วและคงไม่ยอมเปลี่ยนใจง่ายๆแค่นั้นเอง

            “อย่าทำให้ธนูมันลำบากใจ

            “…”

            “เราจะให้อะไรมันได้ดั่งใจไปทุกอย่างไม่ได้ เข้าใจใช่ไหม” พี่ปืนมองหน้าผมก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ เขารู้ว่าผมกำลังรู้สึกยังไง

            “ครับ นาวาเข้าใจ

            “แล้วปริ้นไม่มาส่ง?” พี่ปืนหันไปถามพี่ธนูแทน มือของเขายังคงลูบหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ผมชอบจัง

            “คงไม่แล้วมั้ง” รอยยิ้มเศร้าๆระบายออกมา “เค้าเอานี่คืนให้แล้ว” ตั๋วเครื่องบินที่เหน็บอยู่ในหนังสือเดินทางถูกดึงมาโชว์ตรงหน้า

            “งั้นหรอ

            “อืม คงงั้น” เสียงหัวเราะที่ดูฝืนทำให้ผมเลือกที่จะเอื้อมมือไปบีบมือคนตรงหน้าเบาๆ

            “ถึงผมจะไม่เข้าใจเหตุผลของพี่ แต่ไม่เป็นไรนะ

            “…”

            “ถ้าคิดถึงพี่ปริ้นพี่ต้องรีบกลับมานะ สัญญานะ” ผมเขย่าแขนเพื่อรอคำตอบ

            “สัญญาไม่ได้หรอกเพราะพี่คิดถึงปริ้นอยู่ตลอด” รอยยิ้มบางๆของเขาเผยออกมาเมื่อพูดถึงชื่ออีกคน

            ชื่อที่เขามักจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเสมอ

            “ผม…”

            ผมไม่เข้าใจจะไปไกลทำไมถ้ายังรักกัน

            เดี๋ยวผมมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน” ขอบตามันเริ่มร้อนผ่าวจนผมไม่สามารถอยู่ตรงนี้ต่อไปได้ พี่ปืนทำท่าจะเดินตามมาแต่ผมโบกมือให้เขาอยู่กับน้องชายของเขา

            พี่ปริ้น…พี่ไปอยู่ที่ไหน ทำไมพี่ไม่มา

            ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำประจวบเหมาะกับร่างของอีกคนที่เดินสวนทางกันมา แค่เสี้ยววินาทีมือของผมก็จับเข้าที่แขนของอีกคนทันที

            พี่ปริ้น

            “นาวาเสียงที่ไม่เต็มเสียงเท่าไหร่เรียกชื่อผมสั่นๆ

            พี่ปริ้นผมโผเข้ากอดร่างที่สั่นตรงหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอให้พี่ปริ้นพูดอะไรมากกว่านี้

            ฮึก ฮือออพี่อ่อนแอเนอะน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นทำให้ผมน้ำตาไหลออกมาในที่สุด มันทรมานเกินกว่าจะบรรยายได้

            ไม่เป็นไรนะพี่ปริ้น ไม่เป็นไร” ผมพร่ำบอกคำที่คิดมาตลอดว่ามันจะปลอบใจคนตรงหน้าได้

            “ไม่อยากให้ไปฮืออออ

            “ทำไมพี่ไม่รั้ง

            “จะให้พี่เป็นคนเห็นแก่ตัวรั้งเขาไว้เพื่อความสุขตัวเองโดยไม่คิดถึงความรู้สึกเขาอย่างนั้นหรอ

            “…”

            “ถึงพี่จะอยากเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนแต่พี่ก็ทำไม่เคยได้เลย

            “…”

            “อะไรที่เขาว่าดี พี่ก็จะเห็นด้วย

            “…”

            “ทำได้แค่นี้จริงๆนาวา

            “พี่ปริ้น

            “มันคงสุดทางของพี่แล้วจริงๆ

 

            -ธนู พาท-

 

            นาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง ผมเดินมาถึงประตูทางเข้าผู้โดยสารพร้อมกับพี่ชายทั้งสองคน หน้าของมันดูไม่ค่อยพอใจกับการตัดสินใจของผมตั้งแต่แรกจนถึงวันนี้

            แต่ผมเลือกแล้ว

            “นาวาคงไม่ยอมมาลากูแล้วล่ะ” ผมหัวเราะออกมานิดๆ

            ก็เล่นหายไปเกือบครึ่งชั่วโมงขนาดนี้ ผมคิดว่าคงไม่อยากจะมาลาผม ไม่ก็โกรธที่ผมคิดจะไปโดยทิ้งคนที่นาวารักไว้ที่นี่

            แต่นาวาคงไม่รู้ว่าคนที่นาวารัก…ผมรักมาก่อนนานแล้ว

            ก่อนไปกูขอใช้เซ้นส์ตัวเองหน่อย” ผมยิ้มก่อนจะมองปืนที่มองหน้าผมเหมือนรู้ว่าจะพูดอะไร

            “ไม่ต้องพูดก็ได้ แค่สายตากูก็ดูออกแล้ว

            “จะทำอะไรก็รีบทำ อย่าให้มันสายแบบกู

            “เออกูรู้

            “ยอมรับแล้วใช่ไหมว่ามึงกินเด็ก

            “หึกูโดนเด็กกิน” มันยักไหล่นิดๆก่อนจะหันไปมองไม้แทน “ใช้เซ้นส์มึงบอกไอ้นี่แทนกูคงจะดีกว่า

            “ไม่ต้องๆ ของกูไม่ดราม่าเหมือนคู่ธนูหรอก” ไม้หัวเราะนิดๆแล้วเอื้อมมือมาตบบ่าผม “แน่ใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจ มึงก็รู้ว่าถ้าเปลี่ยนใจพวกกูก็พร้อมจะแบกกระเป๋ามึงกลับบ้าน

            “ถ้าเปลี่ยนใจ มึงก็ทิ้งตั๋วไปซะ พวกกูไม่ว่าสักคำ” ปืนพูดขึ้นบ้าง

            ผมรู้ว่าผมมีสิทธิ์เปลี่ยนใจได้เสมอ แต่ผมไม่เปลี่ยนใจ

            “มากอดหน่อย น้องจะไปตั้งนานกูคิดถึงแย่” ไม้อ้าแขนก่อนจะโถมตัวลงมาหาผมอย่างกับว่ามันตัวเล็ก ผมรับน้ำหนักพี่ชายตัวเองก่อนจะกอดมันกลับแน่นๆ

            ไม่มีที่ไหนที่ผมสบายใจได้เท่ากับที่บ้าน…ที่ๆพวกพี่ๆอยู่กันครบ

            ถ้ามึงไปถึงแล้วอยากกลับมาก็กลับมาเลย กูมีตังจ่ายค่าเครื่องให้มึงอยู่แล้ว” ปืนเข้ามากอดผมบ้าง ปกติแล้วพวกผมไม่ค่อยแสดงความรักกันแบบนี้

            แม้ไม่ทำแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รัก

            “กูไปแล้วนะ

            “รออีกสองนาที

            “รอทำไมวะ” ผมมองหน้าปืนอย่างไม่เข้าใจ

            “มึงจะไม่รอหัวใจตัวเองหรอธนู

            “เสี่ยวน่าไม้” ผมบอกปัดแม้จะรู้ว่าพี่ทั้งสองกำลังหมายถึงอะไร

            ปืนเห็นอดีตเห็นอนาคต

            ไม้ได้ยินความคิดของคนรอบข้าง

            ผมรู้ว่าใครรักใคร…ใครเป็นเนื้อคู่ของใคร

            เซ้นส์ผมติ๊งต๊องนะว่าไหม

            จะรอไหม” น้ำเสียงนิ่งๆของปืนถามย้ำผมอีกครั้ง

            “หึ…”

            “…”

            “ทำไมจะไม่รอ

            “…”

            “ครั้งสุดท้ายแล้วนี่นา

            “ถ้ามึงจะเปลี่ยนใจ ก็ไม่มีใครว่ามึง รู้ใช่ไหม” ไม้ย้ำผมอีกครั้ง ผมพยักหน้าตอบก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างซูบผอมของปริ้นที่กำลังเดินตรงมาทางผม

            สายตาเลื่อนลอยกับร่างที่เหมือนไร้วิญญาณ เมื่อก่อนปริ้นเป็นคนที่น่ารักมากคนหนึ่งในสายตาผม เป็นคนที่มีความสุขที่สุด รอยยิ้มของปริ้นน่ามองเสมอ ถึงแม้ตอนนี้ปริ้นจะไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมยังอยากเห็นรอยยิ้มนี้ซ้ำๆ

            ผมไม่เคยเบื่อ

            “หายไปนานเลยนะเรา” ผมทักนาวาที่เกาะแขนปริ้นมาติดๆ ดวงตาแดงก่ำมองผมแว๊บเดียวก่อนจะเดินเข้ามากอดผมแน่น

            เป็นครั้งแรกที่เห็นนาวาร้องไห้เพราะผมและเป็นครั้งแรกที่นาวากอดผม

            “ไม่ไปได้ไหมพี่ธนู ไม่สงสารพี่ปริ้นหรอ” น้ำเสียงสั่นเทาเอ่ยขึ้นท่ามกลางพี่ๆและปริ้นที่ยืนอยู่ห่างๆ ผมกอดหลานแน่น ความอบอุ่นจากร่างกายผมไม่รู้ว่ามันจะสู้ปืนได้ไหม

            “ไม่งอแงนะ ไม่ร้องไห้” ผมลูบหัวคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา

            “พี่พูดคำนี้กับพี่ปริ้นน่าจะดีกว่า” นาวาผละออกจากผม น้ำตาที่เปื้อนแก้มทั้งสองข้างถูกเช็ดออกลวกๆ

            “ครับ

            “รั้งพี่ธนูนะ รั้งพี่เขาไว้นะ” นาวาหันไปพูดกับปริ้นก่อนจะเดินตรงไปกอดปืนที่ยืนข้างไม้ ภาพตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

            “ไง” ผมพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเมื่อปริ้นเดินมาหยุดตรงหน้า ผมดูออกว่าปริ้นพึ่งร้องไห้มาและกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง

            ถ้ารักผมอยู่ อย่าร้องไห้ให้ผมเห็นอีกเลย

            “ไง” ปริ้นเปิดปากพูดอย่างยากลำบาก คนตรงหน้ากัดริมฝีปากตัวเองอย่างประหม่า มือเย็นเฉียบเอื้อมมาจับมือผมช้าๆ

            “…”

            “ที่นู่นคงหนาวมากเราไม่มีเวลาถักผ้าพันคอหรือถักหมวกให้ธัน” มือของปริ้นบีบมือผมแน่น มันสั่นจนชนิดที่ผมเองยังรู้สึกถึงความไม่ปกติในฝ่ามือคู่นี้

            “ไม่เป็นไร” ผมยิ้มบางๆกลับไป

            “เรามารู้เอาวันนี้ จะให้เตรียมอะไรมันก็ไม่ทันสักอย่าง” น้ำตาหยดแรกร่วงเผาะลงมาที่หลังฝ่ามือผมอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            “ร้องไห้อีกแล้ว

            “เราไม่มีอะไรให้ธันเลยถ้าเป็นแต่ก่อนเราคงตามเอาไปให้ธันได้ทุกที่ แต่ที่ๆธันกำลังจะไปเราไปไม่ได้ ตามธันไปไม่ได้” ปริ้นพูดแต่ละประโยคออกมาเหมือนคนกำลังจะขาดใจ มือที่สั่นเทาบีบมือผมแน่นเมื่อเวลาใกล้เข้ามาทุกที

            “ปริ้น…”

            “ธันไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอให้เราได้พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจของเราตอนนี้ ให้ธันได้ฟังก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีก

            “ครับ

            ผมพร้อมจะฟัง…พร้อมมาตลอด

            ตั้งแต่วันที่เราเลิกกันเราไม่เคยเลิกรักธัน เราพยายามทำทุกอย่าง พยายามไปหาถึงธันจะไม่อยากเจอ ถึงธันจะพูดไม่ดีกับเรา แต่ธันไม่เคยทำร้ายเราจริงๆสักครั้ง เรารู้ว่าธันรักเราแต่ธันแค่ไม่พูดหรือเราอาจจะคิดไปเอง เราไม่รู้เหตุผลที่ธันจะไปอยู่ที่อเมริกา เราทำอะไรไม่ได้ เรารั้งไม่ได้เพราะมันคืออนาคตใหม่ของธัน

            “…”

            “ถ้าวันหนึ่งมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิตของธัน ฝากบอกเขาด้วยนะว่าให้รักธันมากๆเหมือนที่แฟนเก่าธันคนนี้รัก บอกเขาว่าธันชอบกินขนมปังปิ้งราดนมข้นเยอะๆ ธันไม่ชอบดูหนังแต่ธันจะยอมดูถ้าเขาอยากดู ธันชอบอ่านหนังสือนิยายแปลต่างประเทศ ธันไม่ชอบความวุ่นวาย ธันไม่ชอบเสียงดัง ธันไม่ชอบคนขี้จุกจิก

            “…”

            “ฝากบอกเขาด้วยนะปริ้นเขย่ามือผมเบาๆ ทุกคำพูดที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาทย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าคนตรงหน้าผมคนนี้จดจำได้ทุกรายละเอียด

            ปริ้นไม่เคยลืมเรื่องของผมเลย

            ถ้าเขาคนนั้นดูแลธันไม่ดีเท่าเรา

            “…”

            “ธันกลับมาหาเรานะ”  น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ปริ้นร้องไห้หนักที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ดวงตาแดงก่ำของปริ้น ใบหน้าที่ดูอิดโรยเต็มทน

            ทำไมผมถึงทำร้ายเขาได้มากขนาดนี้

            “ปริ้น” ผมเรียกชื่อคนตรงหน้าสั้นๆ ไม้กับปืนที่ยืนอยู่ห่างๆมองผมก่อนจะพยักหน้านิดๆอย่างเข้าใจ พี่ยอมรับในการตัดสินใจของผมเสมอ

            “ธันจะพูดอะไรก็ได้ เราจะฟัง

            “…”

            “แต่อย่าไล่เราไปไหนเลยนะ

            “อืม ไม่ไล่” ผมดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดแน่น ทั้งๆที่พยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองอยู่ตลอดแต่ในตอนนี้ผมทำไม่ได้

            ผมทนเห็นปริ้นเจ็บมากกว่านี้ไม่ได้

            “ฮึก ฮือออ” เสียงสะอื้นที่ดังอยู่ข้างหูยิ่งตอกย้ำความผิดภายในใจ

            ทุกอย่างจะง่ายกว่านี้ถ้าผมไม่ได้รักคนตรงหน้าเลย ทุกอย่างจะง่ายกว่านี้ถ้าผมไม่แคร์ไม่สนใจ แต่ทุกอย่างมันกลับกัน

            ปริ้นอดทนกับผมทุกอย่าง ยอมโดนผมด่า โดนทำร้ายจิตใจ โดนไล่ โดนคนอื่นมองว่าน่ารำคาญเพียงเพราะปริ้นรักผม

            แต่ผม…ผมกลับหนีความจริงมาตลอด

            ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ถึงจะรู้ว่าปริ้นไม่เคยโกรธธันเลย แต่ธันอยากขอโทษ

            “อื้อ

            “ปริ้นรู้ตลอดว่าธันรักปริ้น แล้วปริ้นจะถามซ้ำทำไม

            “…”

            “ในเมื่อตลอดมาธันไม่เคยรักใคร นอกจากคนที่ธันกอดอยู่

            “ธัน ฮึกฮือออออ

            “ปริ้นไม่อยากให้ธันไปไหนใช่ไหม

            “ครับ

            “งั้นปริ้นสัญญากับธัน

            “…”

            “ถ้าวันหนึ่งคนใดคนหนึ่งต้องจากไปขอให้คนนั้นเป็นธัน

            “ธันทำไมพูดแบบนี้

            “สัญญาสิสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไป

            “อื้มสัญญา” ปริ้นพยักหน้ารัว ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตากับพี่ๆที่ยืนมองอยู่อีกครั้ง ผมไม่รู้ว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกไหม

            แต่ผมคงต้องเปลี่ยนใจ…ยอมเผชิญหน้ากับมัน

            ที่ปริ้นถามว่ากลับมาคบกันอีกครั้งได้ไหม

            “…”

            “ให้ธันเป็นคนพูดนะ

            “…”

            “ปริ้นครับกลับมาหาผู้ชายคนนี้ได้ไหม

            “ธัน…”

            “ผู้ชายที่ปากแข็งไม่ยอมรับความจริงคนนี้

            “ฮืออออ

            “กลับมาได้ไหม

            “ได้ครับ ได้ปริ้นตอบเสียงดัง แขนทั้งสองข้างโอบกอดผมแน่นกว่าเดิมเหมือนกลัวผมจะหายไป ผมกอดปริ้นแน่นท่ามกลางสายตาของคนในสนามบิน

            พี่ๆพูดถูกผมควรจะอยู่ข้างปริ้น

            ปริ้นต้องการผม

            เป็นแฟนกันแล้วนะ” ผมกระซิบข้างหูคนในอ้อมกอดเบาๆ

            “ครับเป็นแฟนกันผมรู้สึกถึงเสียงหัวใจของปริ้นที่เต้นแรงแข่งกับหัวใจของผม เป็นวันแรกที่ผมยิ้มออกมาได้เต็มที่

            ผมมีความสุขที่กล้ายอมรับหัวใจตัวเองสักที

            อย่าไปไหนอีกนะธัน

            “ครับ ไม่ไปไหน

            “…”

            “ปริ้นก็อย่าหนีธันไปไหนนะ

            “ครับ ไม่หนี
 

 

 

            -เจย์ พาท-

 

            ผมออกมายืนรอหน้าปากซอยตอนเวลาเที่ยงคืนครึ่ง ไฟสลัวๆระหว่างทางทำให้ผมขนลุกพิลึก อากาศตอนกลางคืนมีลมเย็นพัดมาเป็นพักๆ ผมกดโทรศัพท์เพื่อให้แสงไฟสว่างเป็นสิบกว่ารอบหลังจากที่ไม้โทรมาบอกให้ผมออกมายืนรอเขาหน้าปากซอย

            ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไม้ไม่มีอะไรคืบหน้าอย่างที่อีกคนอยากให้เป็น ผมไปทำงานที่บริษัททุกวันตามปกติโดยที่พยายามหาจุดบกพร่องของบริษัทซึ่งผมบอกเลยว่ามันยาก ที่นี่ทำงานเป็นระบบและพนักงานทุกคนละเอียดรอบคอบจนผมเองไม่รู้จะหาวิธีไหน

            เวลาของผมมันใกล้หมดลงทุกที

            แสงไฟสว่างของรถยนต์สาดส่องเข้ามาจนผมต้องหรี่ตา ก่อนที่รถคันนั้นจะจอดลงตรงหน้าผมพร้อมกับเจ้าของรอยยิ้มที่เดินลงมาจากรถอย่างอารมณ์ดี

            “นายมีอะไรรึเปล่า ทำไมเรียกออกมาดึกขนาดนี้” ผมยืนกอดอกทำหน้าเซ็งๆใส่อีกคนที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับอารมณ์ของผมเลย

            “ผมอยากขับรถเล่น

            “แล้ว?

            “ขับไปขับมาก็มาโผล่ที่ทางจะไปบ้านเจย์พอดี ผมก็เลย…”

            “…”

            “อยากเจอคุณ

            “พูดบ้าอะไร!” ผมเสียงสั่นขึ้นมาทันทีทั้งๆที่ผมไม่ควรจะหวั่นไหวกับคำพูดพวกนี้ของไม้

            ผมควรจะอยู่ห่างจากเขาไว้มากๆ

            ผมกลัวกลัววันหนึ่งผมจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาอีก

            คิดอะไรอยู่หรอ?” ไม้เห็นผมเงียบไปเขาเลยถามขึ้น ผมมองตาเขาก่อนจะส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ

            หัวใจผมเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ไม้ชอบหยอดคำพูดเชิงคิดลึกกับผม แม้ว่าผมจะเตือนตัวเองตลอดว่าผมกำลังทำงานให้ใคร

            แต่ผมไม่เคยห้ามความคิดบ้าๆพวกนี้ได้เลย

            “ผมทำให้เจย์ลำบากใช่ไหม” ไม้เสียงถามเสียงอ่อน

            ผมไม่ชอบเสียงแบบนี้เลยจริงๆ ให้ตายสิ

            “ลำบากสิ ยุ่งกัดเต็มแขนแล้ว” ผมพูดพร้อมกับเกาแขนตัวเอง กลัวเขาหาว่าผมโกหก

            “ผมบอกเจย์ว่าอีกสิบนาทีค่อยออกมา แล้วนี่ผมก็มาตามเวลาเป๊ะเลยหรือว่าเจย์ออกมารอผมตั้งแต่เราวางสาย?

            “…เอ่อเปล่า ไม่ใช่” ผมรีบปฏิเสธทันที

            ความจริงมันก็ใช่ ผมกลัวเขามาแล้วไม่เจอผม

            “ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเจย์ก็อยากเจอผมใช่ไหม” ใบหน้าที่ดูหงอยกลับมาร่าเริงอีกครั้ง เขายิ้มกว้างพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

            “บอกว่าไม่ใช่ไง ฟังไม่รู้เรื่องหรอ

            “รู้เรื่องครับ แต่ทำไมเจย์ต้องหลบตาผมด้วย

            “…”

            “เริ่มหวั่นไหวกับผมแล้วหรอ” ไม้ยิ้มกว้าง

            ผมเกลียดรอยยิ้มนี้!!!!

            “หวั่นไหวบ้าอะไร ถ้าจะเรียกให้ออกมาเพื่อกวนประสาทคราวหลังจะไม่ออกมาแล้ว คนจะหลับจะนอน!” ผมกระแทกเสียงพร้อมกับดันให้คนตรงหน้าออกไปไกลๆ

            ผมไม่ได้กวนประสาท

            “นี่นาย

            “ผมอยากเจอเจย์จริงๆ

            “ก็เจอแล้วนี่ไง

            เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีเถอะ ผมกำลังจะหักหลังเขา ผมคิดจะแทงข้างหลังเพื่อนของเขา อย่าทำให้ผมรู้สึกลังเลไปมากกว่านี้เลย

            ไม้ดีกับผมเกินไป

            เกินกว่าที่ผมจะกล้าทำร้ายเขา

            “ก็อยากมองนานๆ

            “…!!!”

            “ฮ่าๆ ขอโทษที่ทำให้อึดอัดครับ ความจริงผมมีเรื่องจะบอก

            “เรื่องอะไร?

            “คือผมจะมาบอกว่า

            “…”

            “ราตรีสวัสดิ์” คำพูดสั้นๆหลุดออกจากปากของผู้ชายที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา

            “แค่นี้หรอ?

            “อยากให้พูดอะไรมากกว่านี้หรอครับ?” คิ้วหนาเลิกขึ้นเชิงถาม ไม้ยิ้มนิดๆก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ตัวผมมากขึ้นเรื่อยๆ

            “เปล่า แค่ถาม ถ้าเรื่องแค่นี้โทรมาบอกก็ได้

            “โทรมากับมาเจอมันต่างกันนะครับ

            “…!!!”

            “เจย์ชอบแบบไหนมากกว่ากันละไม้ยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้าเนียนค่อยๆเลื่อนเข้ามาใกล้ผมจนเริ่มรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ

            “ไม่รู้ แล้วช่วยเอาหน้าออกไปห่างๆผมด้วย

            “ทำไมละครับ?

            “นายปากเหม็น” ผมโกหกคำโตออกไปทำเอาไม้ดูเสียความมั่นใจไปเลย

            ผมโกหก ความจริงผมไม่ได้กลิ่นหรอกแต่ผมแค่…

            ช่างมันเถอะ

            ผมรู้สึกว่าผมฉีดน้ำยาดับกลิ่นปากมาแล้วนะ ผมขอโทษครับ

            “ช่างมันเถอะ ง่วงแล้ว นายกลับดีๆล่ะ

            “เจย์

            “หืม?

            “ผมไว้ใจเจย์ได้ใช่ไหม

            “…”

            “เจย์จะไม่โกหกอะไรผมใช่ไหม

            “ทำไมถึงถามแบบนี้” ผมรู้สึกแปลกๆที่ไม้ถามออกมาแบบนี้

            “ช่างมันเถอะครับ

            “ไม่โกหกผมไม่โกหกคนที่มีบุญคุณกับชีวิตผมอยู่แล้ว” ผมระบายยิ้มบางๆกลับไป ความรู้สึกผิดค่อยๆคลืบคลานเข้ามาในจิตใจ

            ขอโทษนะไม้…ผมโกหกคุณจริงๆ

            ครับ ผมเชื่อใจเจย์นะ

            “…”

            เชื่อใจงั้นหรอผมควรจะดีใจกับคำพูดนี้ใช่ไหม

            ดึกแล้ว กลับไปได้แล้ว

            “เจย์

            “…”

            “ผมดีใจที่มีเจย์เข้ามาในชีวิตของผมนะ

            “…!!!”

            “เจอกันพรุ่งนี้เวลาเดิมนะครับ” เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปไม่วายเปิดกระจกมาโบกมือลาผมอีกครั้ง

            ไม้…ถ้าวันที่ความจริงทุกอย่างเปิดเผย

            นายจะยังยิ้มให้ผมแบบนี้อยู่ไหม


           -นาวา พาท-

           

            นาวาถึงบ้านแล้วนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูผมพร้อมกับอ้อมแขนที่ค่อยๆช้อนตัวผมลงมาจากรถ

            นุ่ม…สบาย

            นาวาหลับอยู่” ผมพูดงึมงำกับคนที่กำลังพาผมเดินเข้าบ้าน

            “ถ้าหลับอยู่จะตอบได้ยังไง

            “นาวาละเมอ

            “อืม งั้นหรอ

            “ทำเสียงแบบนี้ไม่ต้องเชื่อก็ได้” ผมพูดพร้อมกับซุกหน้าบนแผ่นอกอุ่น

            พี่ปืนอุ้มผมจนชินไปแล้ว ผมเป็นคนชอบนอนหลับเวลาอยู่บนรถเวลาถึงบ้านผมรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงไม่ก็อยู่ในอ้อมแขนของเขา

            ผมชอบเวลาแบบนี้จัง

            “ดึกแล้ว เดี๋ยวไปอาบน้ำแล้วรีบนอน

            “ไม่เอา ไม่อาบแล้ว

            “นาวา

            “ง่วง นาวาง่วง” ผมไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองร่างสูง

            รู้หรอกว่าถ้าผมลืมตาพี่ปืนก็จะจ้องผมจนผมต้องยอมไปอาบน้ำ ก็ผมอาบก่อนออกจากบ้านแล้วทำไมผมต้องอาบอีก

            ผมอยากนอนแล้ว

            “วันนี้งอแงมาทั้งวันแล้วนะ

            “ก็ผมง่วง

            “ก็ได้ ถ้าไม่อาบก็ได้

            “…”

            ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆแล้วล่ะ

            “พรุ่งนี้ไม่ต้องออกบ้าน จะไม่พาไปดูหนัง

            “พี่ปืน ไม่ได้นะ หนังเรื่องนี้ผมรอมานานมากแล้วพี่ปืนก็สัญญากับผมแล้ว ไม่ได้นะผมไม่ยอม ไม่ยอมจริงๆด้วย

            “ตื่นแล้วหรอ” พี่ปืนก้มลงมามองตาผมนิ่ง

            “เอ่อ…”

            “ตกลงจะอาบน้ำไหม?

            “…”

            “ว่าไงครับ?

            “อาบก็ได้ครับ” ผมพยักหน้ารับอย่างจำใจ

            สุดท้ายผมก็ขัดพี่ปืนไม่ได้ทุกที ผมไม่เคยชนะที่ปืนเลยสักครั้ง เขามักจะต้อนผมจนมุมและผมก็ยอมให้เขาทำ ผมยอมพี่ปืนได้ทุกเรื่องจริงๆ

            “ผมบีบยาสีฟันให้พี่แล้วนะครับผมเคาะประตูบอกพี่ปืนที่อยู่ในห้องนอนของเขา

            ครับ” พี่ปืนส่งเสียงกลับมา

            ผมเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองหลังจากวิ่งผ่านน้ำมาแล้ว ตาผมยังบวมอยู่เลยทั้งๆที่ผมคิดว่าผมไม่ได้ร้องไห้หนักขนาดนั้น แต่ผมถือว่ามันคุ้ม

            สุดท้ายคนที่ผมรักก็อยู่ด้วยกัน…

            หนังสือไดอารี่ที่ผมจดทุกวันถูกหยิบออกมาจากใต้เตียง ผมค่อยๆจดบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ลงไป มันจะเป็นอีกวันที่ผมไม่มีวันลืม

            ผมมีความสุขจนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            ครับ แปปนะครับ” เสียงของพี่ปืนที่ดังขึ้นหน้าห้องทำให้ผมรีบเก็บไดอารี่ลงใต้ผ้าห่มทันที

            แอ๊ดด~

            “คุณลุงจะคุยด้วย” ใบหน้านิ่งๆของพี่ปืนเอ่ยพร้อมยื่นโทรศัพท์มือถือของเขามาให้ผม

            “ครับ?...อ่อ” ผมเดินไปรับโทรศัพท์จากพี่ปืนมาพร้อมคำถามมากมายในหัว

            คุณลุงโทรมาทำไม ทั้งๆที่เขาไม่เคยคิดจะติดต่อผมอีกเลยหลังจากย้ายมาอยู่ที่นี่ แล้ววันนี้เขาโทรมาเขาต้องการอะไร

            “คุยกันไป เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อน” พี่ปืนปิดประตูห้องผมลงเหมือนต้องการให้ผมคุยกับคุณลุงเป็นการส่วนตัว

             “สวัสดีครับ” ผมกรอกเสียงลงปลายสายด้วยน้ำเสียงปกติที่ผมมักจะพูดกับพวกเขาอยู่บ่อยๆ

            ( เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม หายหน้าหายตาไม่ติดต่อกลับมาเลยนะ )

            “ผมสบายดีครับ ผมขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อไป

            ( เออ สบายดีก็ดีแล้ว อยากกลับมาที่บ้านรึยังล่ะ )

            “ครับ? หมายความว่าไงครับ

            ( ก็อาทิตย์หน้าลุงจะไปกรุงเทพ นี่ว่าจะรับแกกลับบ้าน )

            “รับผมกลับ งั้นหรอครับ?

            มารับผมทำไม ในเมื่อเขาเป็นคนผลักไสไล่ส่งให้ผมมาอยู่ที่นี่เอง

            ( ก็เออสิ ช่วงนี้ธุรกิจกลับมาคงตัวแล้ว คงไม่ต้องพึ่งที่บ้านทางนี้แล้ว )

            “แต่ว่าผมพึ่งเข้าเรียนแล้วก็พึ่งปรับตัวได้

            ( แล้วยังไง แกยังไม่ชินกับการย้ายโรงเรียนอีกหรอ )

            “ผมชินแล้ว แต่ผม…” ผมไม่อยากกลับไป ผมอยากอยู่ที่นี่ ผมอยากอยู่กับพี่ปืน พี่ไม่ พี่ธนู พี่ปริ้น ผมมีความสุขดี

            ทำไมไม่พูดออกไปนาวา

            ( แต่อะไร แกอยากรบกวนอาแกมากนักหรือไง เขามีงานการต้องทำ ไม่มีเวลามานั่งดูแลแกได้ตลอดหรอก )

            แต่ว่าผม…”

            ( หรือว่าจะให้ฉันพูดกับอาแกเอง เอาแบบนั้นไหม? )

            ไม่ครับ เดี๋ยวผมบอกเขาเอง

            ( อืม งั้นก็เตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย อาทิตย์หน้าเจอกัน )

            ติ๊ด

            ปลายสายตัดไปทันทีที่พูดประโยคสุดท้ายจบ ผมปล่อยมือถือของพี่ปืนลงเตียงก่อนจะค่อยๆทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้น

            ผมไม่อยากให้วันนี้มาถึง ผมไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึง

            “ว่าไงบ้าง

            “…!!!” ผมเหม่อจนไม่รู้ว่าพี่ปืนเข้ามายืนอยู่ในห้องแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเขาก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไปกอดคนตรงหน้าไว้แน่น

            ผมไม่อยากไป ผมไม่อยากกลับไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมเก่าๆอีกแล้ว

            เป็นอะไร” พี่ปืนถามพร้อมกับกระชับกอดผมแน่น

            “ผมเป็นภาระสำหรับพี่ไหมครับ

            “…”

            “พี่ลำบากไหมที่มีผมอยู่กับพี่

            อย่าตอบว่าลำบากเลยนะ อย่าตอบเลย

            “ทำไมถามแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น

            “ผมจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว คุณลุงจะมารับผม” ไม่มีเหตุผลที่ผมต้องปกปิด

            “แล้วอยากกลับไปไหม

            “ถ้าเลือกได้ผมไม่อยากกลับ ผมอยากอยู่กับพี่ปืน

            “…”

            “แค่มีพี่ ผมก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว” แม้ผมจะไม่รู้ว่าภายในใจพี่ปืนคิดอะไรอยู่แต่ผมก็หวังให้เขาใจตรงกับผม ผมอยากให้เขาดูแลผม

            อยากให้เขาอยู่ข้างๆผมแบบนี้ตลอดไป

            “แล้วไม่คิดถึงบ้านทางนั้นหรอ

            “คิดถึงครับ แต่กลัวที่จะไม่มีพี่อยู่ด้วยมากกว่า

            “…”

            “พี่ปืนอยากให้ผมกลับไปไหม

            “ไม่

            “…”

            “ถ้าไม่สบายใจก็อยู่ที่นี่ แค่นาวาคนเดียวทำไมจะดูแลไม่ได้

            “พี่ปืน…”

            “ถ้าไป คงเหงาหูไม่มีคนมานั่งงอแง

            “…”

            “ไม่ต้องคิดมาก จะจัดการให้ ไม่ต้องร้องไห้ด้วย

            “สัญญานะว่าจะไม่ให้ผมกลับไป

             “ครับ สัญญา

            “ผมรักพี่ปืนนะ

            ตั้งแต่วันแรกที่ผมเจอเขาจนถึงวันนี้พี่ปืนยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เขาจะพูดน้อย ดูโหดๆแต่ความจริงแล้วเขาใจดีมากๆ เขายอมทำอะไรหลายๆอย่างที่เขาไม่ชอบ

            เพื่อผม

            “ถ้ารักก็อย่าร้องไห้

            “…”

            “เลิกกังวล เดี๋ยวจะจัดการให้

            “ครับ งั้นผมขออะไรพี่หนึ่งอย่างได้ไหม?

            “อืม ว่ามา

            “คืนนี้ขอผมนอนกับพี่นะ

            “…”

            “ผมนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ให้ผมนอนกับพี่นะ

            “อาจจะนอนไม่หลับเหมือนเดิมก็ได้

            “ว่าไงนะครับ?

            “เปล่า นอนก็นอน

            “เย้!!! ไปนอนกันนนน

            ผมพูดพร้อมกับจูงมือพี่ปืนไปที่ห้องนอนของเขา ความเครียดความกังวลทุกอย่างผมขอทิ้งมันลงตรงนี้ คืนนี้ผมมีความสุขเกินกว่าจะคิดเรื่องอื่น

 

            ผมได้นอนกับพี่ปืนแล้ววววว!!!

 

 

            



100 per
ไม่อยากจะว่านาวาเลย ทำไมนายเป็นคนแบบนี้ 555555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

390 ความคิดเห็น

  1. #389 shin ai2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 02:44
    นาวา แกมันร้ายยยยย ยัยเด็กใจแตกกกกกกก
    #389
    0
  2. #376 k :] (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:40
    ธนูปริ้นแกรู้มั้ยว่าชั้นเสียน้ำตาให้พวกแกตั้งเท่าไหร่ กลับมาดีกันเหมือนเดิมดีแล้ว ปืนนาวาน่ารักตั๊ลหลอดดดดดดด
    #376
    0
  3. #359 สีน้ำ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:44
    อินทุกตอนเลยอ่ะ TT
    #359
    0
  4. #358 สีน้ำ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:43
    นาวาาาา 55555
    #358
    0
  5. #327 toki226 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 15:39
    นี่คืออะไร พิมพ์เม้นยาวล่ะกดออก? อยากจะถามตัวเองจริงๆว่าเพื่ออะไร 5555 พอล่ะเราจะไม่โวยวายเดี๋ยวเม้นไม่ออก 555 ตอนนี้เป็นตอนที่มีหลายอารมณ์แหะ แต่ละคู่น่ารักมากกกกกกก ถึงคู่เจย์กับไม้มันจะไม่ได้ดีกันแบบสุดๆ คือแบบ....บอกไม่ถูก จบล่ะ รู้สึกสั้นกว่าเม้นที่พิมพ์ตอนแรกเยอะ น้ำตามา โอเค เราจะไม่เพ้อมาก รอตอนต่อไปเน้อ 555
    #327
    0
  6. #326 MiChiiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 06:55
    ชอบเจย์อย่างไม่มีเหตุผล...
    เรารอนายมีบทอีกนะ *หัวเราะ
    สนุกมากเลยค่ะ !
    #326
    0
  7. #325 Nest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 22:06
    นาวา~ไม่ใช่เดี๋ยวก็ไปตื่นเต้นจนนอนไม่หลับหรอก555
    #325
    0
  8. #324 nana0330 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 19:50
    พี่ปืนนนนน อะฮะแร่มมม ให้น้องนอนนะคะ -..- /ตั้งกล้องรอ
    #324
    0
  9. #323 Stepza99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 22:35
    นาวาลูกนี่ไม่ได้อ่อยใช่ป่ะ? ระวังโดนปืนใหญ่นะลูก
    #323
    0
  10. #322 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 21:21
    นาวาไปนอนกับพี่ปืนนี่จะอ่อยป่าวเด๋วพี่ปืนทนไม่ไหวจะยุ่งนาาา เด็กน้อย
    #322
    0
  11. #321 DanzT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2558 / 20:47
    พี่ปืนโดนเด็กกินจริงๆ ด้วย
    #321
    0
  12. #320 Stepza99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 10:23
    ร้องไห้ตามแทบทุกตอนเลยฮืออออ ดีนะในที่สุดปริ้นก็สมหวังได้กลับมาอยู่ข้างธนูอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าสุดท้ายต้องจากกันตลอดกาลก็เถอะ



    อ่านคู่ไม้-เจย์ รู้สึกหน่วงน้อยสุด แต่ทำไมเรากลัวจะดราม่ามากสุดหว่า
    #320
    0
  13. #319 Ragnar+ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:42
    ไรท์รู้ไหมมมอินมากกก อ่านอยู่ดีๆเงยหน้าขึ้นแค่นั้นแหละ...น้ำตาล่วงเลยย. สู้ๆนะคะไรท์อ่านไปร้องไปแทบทุกตอนสนุกมากๆคะ #ทีมไรท์เตอร์5555555555
    #319
    0
  14. #318 Nest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 20:52
    เจย์ไม้รู้ทุกอย่างเลยยย
    #318
    0
  15. #317 DanzT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 16:07
    จบไป1คู่ ทำไมธันต้องไม่อยากเป็นแฟนปริ้นด้วยละ
    #317
    0
  16. #316 BaiTong23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 16:29
    ฮืออออออ
    #316
    0
  17. #315 Hazel_nut (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 23:48
    พลิกล็อก กรี๊ดดดดดดด!!!!! กลัวหน่วงมากกว่านี้จริงๆ เลยนะ แงๆๆๆ
    #315
    0
  18. #314 nana0330 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 21:06
    ฮือออออ ดีกันแล้ว เย่~~
    #314
    0
  19. #313 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 21:03
    ธันไม่ไปแล้วแต่ยังทิ้งระเบิดไว้อีกนะว่าถ้าใครคนใดคนนึงต้องจากไปขอให้เป็นธัน คุ่นี้จะดราม่าทั้งเรื่องสินะ
    #313
    0
  20. #312 Pop Cassiopeia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 19:25
    ไม่ได้โหดร้ายนะ แต่อยากให้ปริ้นเป็นอะไรหนักๆ ไปเลย หรือไม่ก็หายตัวไปเลย ให้สมกับที่ธันต้องการ
    #312
    0
  21. #311 BaiTong23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 18:20
    จะแต่งหดหู่ไปไหนเนี้ยย
    #311
    0
  22. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  23. #309 Hazel_nut (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 23:29
    เศร้าไปไหนเนี่ยยย ธนูจะไปจริงดิ แงงงงง TOT
    #309
    0
  24. #308 พัณณพัฒน์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 21:06
    ธนูจะทิ้งปร้นไปจริงๆใช่มั้ย หน่วงมากเลยอ่ะ
    #308
    0
  25. #307 DanzT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 20:53
    ใครรักใคร... ปริ้นรักใคร...??
    #307
    0