[The Boyz] I'm Your Boy

ตอนที่ 10 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

วันนี้ฮักนยอนมาโรงเรียนเช้ากว่าปกติ ไม่ใช่เพราะเขาตื่นเช้าแต่เป็นเพราะเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนประมาณตีสี่ หลังจากนั้นก็บังคับตัวเองให้นอนต่อไม่ได้ เขาก็เลยตัดสินใจอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาโรงเรียนทั้งที่ฟ้ายังไม่สว่างดี



ตั้งแต่วันนั้นที่ตื่นขึ้นมาคนเดียวบนเตียงของซอนอูจนวันนี้ก็เข้าวันที่สามแล้วที่จูฮักนยอนถูกตัดขาดจากชีวิตของคิมซอนอู เขาไม่ได้เจอซอนอูอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นตามทางเดินบนตึกเรียน โรงอาหาร สนามฟุตบอล หรือทางที่เราสองคนเคยเดินกลับบ้านด้วยกัน ซอนอูไม่โทรมาหา ไม่ส่งข้อความ ไม่ติดต่อหากันไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม



จริงๆ ที่ซอนอูหายไปมันก็ไม่ได้ต่างจากก่อนหน้านี้เท่าไหร่ เพียงแต่ตอนนั้น... ฮักนยอนมีความหวัง หวังว่าถ้าง้อ ถ้าขอโทษอย่างจริงใจ ซอนอูก็จะหายโกรธ จะยกโทษให้ แล้วทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ที่ฮักนยอนรู้แล้วว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น ซอนอูจะไม่กลับมาจนกว่าจะตัดใจจากเขาได้ เขาต้องอยู่โดยไม่มีซอนอูไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ แล้วมันก็ทรมาน



ทรมานมากๆ เลย



ฮักนยอนไม่ได้ขึ้นไปที่ห้องเรียน เขาเลือกจะเดินไปที่สนามฟุตบอลที่ยังร้างผู้คน ค่อยๆ เดินเลาะขอบสนามไปยังสแตนด์เชียร์ที่เขาเคยมานั่งรอซอนอูบ่อยๆ ฮักนยอนเดินขึ้นไปนั่งบนสแตนด์ชั้นบนสุด เขาหลับตาสูดกลิ่นหญ้าชื้นน้ำที่เขาชอบพลางบังคับตัวเองไม่ให้น้ำตาไหลออกมา



เสียงเพลงดังแทรกโสตประสาท ฮักนยอนต้องตั้งสติอยู่พักหนึ่งถึงจะรู้ว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเขาเอง  ฮักนยอนหยิบโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่งแล้ว ฮักนยอนกวาดตามองบรรยากาศรอบตัว เขาเห็นนักเรียนชั้นปีต่างๆ เดินกันเต็มทางเดินแยกย้ายกันไปตามตึกเรียนที่ตั้งอยู่โดยรอบสนามฟุตบอลต่างจากตอนที่เขามาถึงโรงเรียนโดยสิ้นเชิง ฮักนยอนถอนหายใจให้กับอาการเหม่อลอยของตัวเอง เกือบหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เขาไม่รับรู้อะไรที่เกิดขึ้นรอบตัวเลย ถ้าโรงเรียนไฟไหม้หรือเกิดแผ่นดินไหว เขาก็คงจะยังนั่งอยู่ที่เดิม


 
เสียงเพลงเพลงเดิมที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ฮักนยอนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้มีคนโทรมา เขาก้มลงดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วก็พบว่าเป็นพัคอูจินที่โทรมาหาเขา



"หมูตื่น!!" เสียงดังลั่นของเพื่อนทำให้ฮักนยอนต้องรีบชักโทรศัพท์ออกจากหูด้วยกลัวว่าหูจะแตกไปซะก่อน



"ตื่นแล้ว ตอนนี้อยู่โรงเรียนแล้วด้วย" ฮักนยอนบอกเสียงสดใสทั้งที่ใบหน้าไม่มีรอยยิ้ม ช่วงนี้เขาทำตัวให้เพื่อนเป็นห่วงบ่อย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น



"อยู่โรงเรียนแล้วเหรอ? แล้วทำไมไม่มาที่ห้อง? รีบมาเลย แม่จีฮุนฝากขนมมาให้" อูจินบอกด้วยความกะตือรือร้นและฮักนยอนเองก็ตอบรับด้วยความกะตือรือร้นเช่นกัน เราคุยอะไรกันอีกสองสามประโยคก่อนที่ฮักนยอนจะเป็นฝ่ายขอวางสาย



เมื่อกลับมาอยู่กับตัวเองคนเดียวฮักนยอนถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า สำหรับคนที่รู้สึกอะไรก็พูดก็แสดงออกมาอย่างนั้นอย่างฮักนยอน การฝืนทำตัวให้เป็นปกติทั้งๆ ที่ข้างในมันไม่ปกติเป็นเรื่ิองที่ต้องใช้พลังงานอย่างมาก แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าเขาทำมันได้ไม่ดีเท่าไหร่ ทั้งจีฮุนและอูจินต่างก็รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นเพียงแต่ทั้งสองคนเลือกที่จะรอให้เขาเป็นฝ่ายเล่าให้ฟังเอง 



ฮักนยอนนั่งจ๋องอยู่ที่เดิมอีกซักพัก เขาสูดหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนก้าวช้าๆ ลงจากสแตนด์เดินไปตามทาง



"ซอนอูบอกว่าจะเอาการบ้านไปส่งให้น่ะเพราะว่ามันหนัก"



เสียงของเด็กผู้หญิงสองคนที่เดินลงบันไดสวนออกมาจากตึกทำให้ฮักนยอนหันกลับไปมอง ฮักนยอนจำได้ว่าหนึ่งในสองคนนั้นคือเพื่อนร่วมห้องของซอนอู



"ขอโทษนะ" ฮักนยอนรีบส่งเสียงเรียกออกไปทำให้ทั้งสองคนหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย



"โอ๊ะ พี่ฮักนยอน มีอะไรรึเปล่าคะ?" เด็กผู้หญิงที่เขาจำได้เป็นฝ่ายถามคำถาม



"ตอนนี้ซอนอูอยู่ไหนหรอ?"



"น่าจะกำลังไปห้องพักอาจารย์นะคะ ซอนอูเพิ่งเอาหนังสือการบ้านไปเมื่อกี้เองค่ะ" เด็กสาวตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองคนก้มศีรษะให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปนอกตึก



ฮักนยอนหันกลับไปมองบันได ชั่งใจอยู่เสี้ยววิ แล้วขาก็ก้าวเร็วๆ จนเป็นวิ่งขึ้นบันไดไปทีละสองถึงสามขั้น



อยากเจอซอนอู 



ขอแค่ได้เจอ



ฮักนยอนวิ่งขึ้นบันไดมาถึงชั้นสี่ที่เป็นที่ตั้งของห้องพักอาจารย์ เขาก้มตัวเอามือยันเข่าเพราะรู้สึกจุกเสียดที่ท้องจากการวิ่ง ฮักนยอนพยายามสูดหายใจลึกๆ ปรับลมหายใจตัวเองให้เป็นปกติ และในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นมาคนที่อยากเจอก็ดันประตูห้องพักอาจารย์ออกมาพอดี



และเวลาก็เหมือนจะหยุดหมุน



ซอนอูรู้สึกตกใจจนเกือบจะคงสีหน้านิ่งขรึมไว้ไม่อยู่ เขาไม่คิดว่าจะเจอฮักนยอนโดยไม่ได้ตั้งตัวแบบนี้ แต่แล้วก็นึกได้... นี่ห้องพักอาจารย์นี่นา ที่ที่น่าจะเจอฮักนยอนที่สุดรองจากห้องเรียนแล้วก็โรงอาหาร... ก็ห้องพักอาจารย์นี่ล่ะ



"มาหาอาจารย์จินอูเหรอครับ? อาจารย์อยู่ข้างในน่ะ" ซอนอูบอกเรียบๆ เขาเลี่ยงไม่สบตาฮักนยอน จะเดินผ่านฝ่ายนั้นไปแต่ก็ถูกรั้งแขนไว้



"ไม่ได้... มาหาอาจารย์จินอู ฉัน... มาหานาย" ฮักนยอนบอกทั้งที่เสียงยังหอบสั่น เขาปฏิเสธคำพูดของซอนอู แล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวเอง



"นาย... สบายดีรึเปล่า?" ฮักนยอนถาม ลอบพิจารณาคนที่อยู่ตรงหน้าเงียบๆ



"สบายดีครับ" คำตอบของซอนอูทำให้ฮักนยอนขมวดคิ้ว ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่ซอนอูพูดจาสุภาพกับเขา



"แล้วพี่ฮักนยอนล่ะครับ? สบายดีรึเปล่า?"



มือเล็กร่วงจากแขนของซอนอู



'พี่ฮักนยอน' อย่างนั้นเหรอ? 



ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คิมซอนอูเรียกจูฮักนยอนว่าพี่?



"ไม่สบาย" ฮักนยอนตอบไปตามจริง เขาไม่สบายเลย ไม่สบายมากๆ



"อ่า... แย่หน่อยนะครับพี่อยู่หอคนเดียวด้วย ขอให้หายไวๆ นะครับ" ซอนอูบอกลาด้วยประโยคเรียบง่าย ขาก้าวผ่านอีกฝ่ายไปโดยไม่ได้หันกลับไปมอง 



เพราะถ้าหันไปมองเขาก็คงไม่วายกลับไปเป็นห่วงฮักนยอนเหมือนเดิม



ฮักนยอนทรุดลงนั่งกับพื้น อยู่ๆ ขาก็ไม่มีแรงขึ้นมาดื้อๆ เขาปวดหัว ปวดหัวมากๆ ตาก็ลาย แล้วก็แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก



"ฮักนยอน!!"



เสียงคุ้นหูฉุดฮักนยอนให้ได้สติ สิ่งแรกที่มองเห็นคือใบหน้าเป็นกังวลของอาจารย์จินอู



"เป็นอะไรรึเปล่า? ลุกไหวมั้ย?" จินอูถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยายามช่วยพยุงฮักนยอนให้ลุกขึ้นยืน



"ผมเป็นอะไรเหรอครับ?" ฮักนยอนขมวดคิ้วถามหน้าเหรอหรา



"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ออกมาก็เจอนายนอนสลบอยู่ตรงทางเดินเนี่ย ไปห้องพยาบาลก่อนเถอะ" จินอูบอกประคองฮักนยอนที่ยืนโงนเงนไว้ในอ้อมแขน



"อ่า... ไม่ต้องไปห้องพยาบาลหรอกครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอก บางที... ผมอาจจะแค่ง่วง" ฮักนยอนบอกติดตลกพลางขยับตัวมายืนเองดีๆ เห็นสายตาเขียวปั๊ดจากอาจารย์จินอูที่มองมาแล้วก็ได้แต่หัวเราะแห่ะๆ



"จูฮักนยอน"



"หรือ... ผมอาจจะหิวก็เลยหน้ามืด เดี๋ยวผมกลับไปกินขนมที่ห้องเรียนก็ได้ครับ คุณแม่ของจีฮุนฝากขนมมาให้พอดี" ฮักนยอนบอกด้วยรอยยิ้มฝืนๆ เขาไม่แน่ใจว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกสุดท้ายที่จำได้คือหายใจไม่ออก



จินอูมองหน้าลูกศิษย์อย่างไม่ค่อยจะพอใจ เขาอยากพาฮักนยอนไปให้อาจารย์ที่ห้องพยาบาลดูซักหน่อย แต่ก็ไม่อยากจะขัดใจฮักนยอนที่กำลังพยายามทำตัวเหมือนไม่มีอะไร เมื่อกี้เขาเห็นเด็กนักเรียนที่ชื่อคิมซอนอู บางทีที่ฮักนยอนหมดสติอาจจะเกี่ยวกับเด็กคนนั้นก็ได้



"งั้นเดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่ห้องเรียนก็แล้วกัน" จินอูบอกอย่างใจเย็นเห็นฮักนยอนทำท่าจะเถียงก็ต้องรีบพูดดักว่า "หรือจะไปห้องพยาบาล?" อีกฝ่ายถึงได้สงบปากสงบคำยอมให้เขาเดินไปส่งที่ห้อง



"ถ้ารู้สึกไม่ดีก็รีบไปห้องพยาบาลนะเข้าใจมั้ย?" จินอูบอกเมื่อเดินมาถึงห้องเรียนของฮักนยอนแล้ว มือใหญ่ยีผมสีน้ำตาลยาวๆ นั่นสองสามที



"ครับ" ฮักนยอนโยกหัวตัวเองหลบมืออาจารย์ เขาตอบรับเสียงอ่อย โค้งให้อาจารย์หนึ่งทีเป็นการขอบคุณ อาจารย์โบกมือให้เขาแล้วก็เดินกลับไปทางเดิม ฮักนยอนยืนรอจนอาจารย์จินอูเดินขึ้นบันไดไปแต่ยังไม่ทันได้เข้าห้องมือปริศนาก็จับหมับเข้าที่ไหล่



"ทำไมถึงเดินมากับอาจารย์จินอู?" เสียงนี้ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นพัคจีฮุน



"อ่อ เมื่อกี้ปวดหัวน่ะ แล้วอาจารย์มาเจอ อาจารย์ก็เลยเดินมาส่ง" ฮักนยอนอธิบายเลี่ยงที่จะไม่บอกว่าตัวเองเป็นลมหมดสติเพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง



"แล้วตอนนี้ยังปวดหัวอยู่มั้ย?" คราวนี้เป็นพัคอูจินที่กอดคอเขาไว้



"ดีขึ้นแล้วล่ะ" ฮักนยอนบอกให้เพื่อนสบายใจ จริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้สึกปวดหัวเท่าไหร่แล้วแต่ไอ้อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกเหมือนคนจมน้ำตลอดเวลายังคงอยู่ไม่หายไปไหน



"งั้นไปกินขนมกัน ไอ้จีฮุนมันกินเองจนจะหมดอยู่แล้ว" อูจินบอกด่วยรอยยิ้มโชว์เขี้ยวเรียกเสียงหัวเราะจากฮักนยอนและฝ่ามือพิฆาตจากจีฮุน



ฮักนยอนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวก่อนสุดท้ายติดริมหน้าต่าง ยังไม่ทันได้วางกระเป๋าเพื่อนก็ส่งขนมหน้าตาคล้ายๆ เมล่อนปังมาให้ ฮักนยอนกัดเข้าไปคำนึงเคี้ยวแล้วก็กลืนด้วยความยากลำบาก ไม่รับรู้รสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำ สายตามองเลยออกไปนอกหน้าต่าง แล้วสายตาก็ถูกหยุดให้มองนิ่งอยู่แบบนั้น



ถึงจะไกลแต่ฮักนยอนรู้แน่ว่าคนที่อยู่ในสนามฟุตบอลคือซอนอู รายนั้นกำลังลากถุงตาข่ายที่มีลูกบอลอยู่เต็มถุงไปเกือบจะถึงประตูฝั่งตรงข้าม ซอนอูเอาลูกบอลออกมาเรียงยาวเป็นแถวจากนั้นก็ไล่เตะให้เข้าประตูทีละลูกๆ



ฮักนยอนยิ้มขื่น ซอนอูจะเป็นแบบนี้เฉพาะเวลาที่มีเรื่องเครียด พอเครียดแล้วก็จะหันไประบายกับลูกฟุตบอล เตะออกไปให้สุดแรง ถ้าฮักนยอนไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป บางทีเรื่องเครียดของซอนอูอาจจะเป็นเรื่องของเขาก็ได้



"ฮักนยอนเป็นอะไรน่ะ?! ขนมปังไม่อร่อยเหรอ? หรือว่าเสีย?" เสียงตื่นๆ ของจีฮุนทำให้ฮักนยอนหันไปขมวดคิ้วมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งได้เห็นสีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่



"ทำไมเหรอ?"



อูจินทำหน้าเหมือนไม่เชื่อที่ฮักนยอนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รายนั้นชี้นิ้วมาที่หน้าเขา



เขา... ร้องไห้



ฮักนยอนรีบวางถุงขนมปังลงกับโต๊ะแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา



"เป็นอะไรฮักนยอน?" จีฮุนถามด้วยความเป็นห่วง มือลูบหัวลูบหลังเพื่อน



"คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ" ฮักนยอนบอกแล้วสูดน้ำมูกเร็วๆ มือรับกระดาษทิชชู่จากอูจินมาเช็ดหน้า



"คิดเรื่องอะไร?" จีฮุนถามจี้



"เรื่อง... ซอนอู" ฮักนยอนบอกเสียงเบา ้เขาก้มหน้าลงแล้วเม้มริมฝีปาก



"เมื่อกี้... เจอซอนอู"



"แล้วน้องมันทำอะไร? ทำไมถึงต้องร้องไห้ด้วย?" จีฮุนถามอีก ตอนแรกเขากับอูจินตกลงกันว่าจะไม่ยุ่งเรื่องระหว่างฮักนยอนกับซอนอูแต่พอเห็นฮักนยอนเป็นแบบนี้แล้วเขาก็ทำใจไม่ยุ่งไม่ไหว



"เปล่านะ ซอนอูไม่ได้ทำอะไร" ฮักนยอนรีบส่ายหน้าปฏิเสธแต่กลายเป็นว่าน้ำตายิ่งไหลทะลักออกมา



"ไม่ได้ทำอะไรแล้วร้องไห้ทำไม? นี่!!" จีฮุนเริ่มจะอารมณ์เสีย 



"หรือจะให้โทรไปถามไอ้ซอนอู?"



"ซอนอูเรียกว่าพี่" ฮักนยอนรีบบอก มือยื้อแขนจีฮุนดึงโทรศัพท์มือถือของฝ่ายนั้นมาถือไว้เอง



"อะไรนะ?"



"ซอนอู... เรียกว่าพี่ พี่ฮักนยอน" ฮักนยอนบอกเสียงเบา และสองแฝดทูพัคก็ขมวดคิ้วมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ



"แล้ว?" อูจินถาม



"ซอนอูไม่เคยกันเรียกว่าพี่มาก่อนเลย"



'พี่ฮักนยอน' ทั้งๆ ที่เป็นคำที่อยากได้ยินที่สุด ทั้งๆ ที่อยากให้ซอนอูเรียกกันว่าพี่ แต่ตอนนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ พอได้ยินซอนอูเรียกว่าพี่จริงๆ ฮักนยอนก็ได้รู้



เขาไม่อยากเป็นพี่ของซอนอู ไม่ว่าจะรุ่นพี่ หรือพี่ชาย ไม่อยากเป็นทั้งนั้น!!



.



.



.



"ถ้าแค่จะหลบหน้าพี่ฮักนยอนกูว่ามึงกินข้าวเที่ยงที่ห้องเรียนก็พอมั้ย? ไม่เห็นจะต้องถ่อมากินถึงสวนหลังโรงเรียนเลย ร้อน" ฮยอนจุนบ่นเพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือยกขึ้นปาดเหงื่อที่เริ่มจะผุดซึมตามหน้าผาก



"ก็เผื่อฮักนนอนไปหาที่ห้อง" ซอนอูตอบเสียงเบา มือจับตะเกียบคีบคิมบับที่แม่ทำใส่กล่องให้ตั้งแต่เมื่อเช้าเข้าปาก



"สองวันที่มึงลงมากินข้าวที่นี่ก็ไม่เห็นพี่เขาจะไปหามึงที่ห้องนี่ สำคัญตัวผิดไปรึเปล่าวะ?"



"ไอ้เหี้ย" ซอนอูสบถหยาบ ยิ่งเห็นหน้ากวนตีนของเพื่อนแล้วก็อยากจะสบถใส่แม่งอีกซักสองสามคำ



"เพื่อนเลว"



"กูถามจริงเหอะมึงโกรธอะไรพี่ฮักนยอนเขานักหนาวะถึงได้ไม่ยอมคืนดีกับพี่เขาซักที? ถ้ามึงโกรธพี่เขาแค่เรื่องที่พี่เขาไม่ไปดูมึงแข่งฟุตบอลบอกเลยว่าไร้สาระโคตรๆ" ฮยอนจุนถามจริงจัง เขาเองก็อยากรู้เพราะมันก็เกือบสองอาทิตย์แล้วที่ซอนอูพยายามหลบหน้าพี่ฮักนยอน แถมสามวันหลังนี่ยิ่งหนักเพราะซอนอูถึงขนาดไม่ยอมไปกินข้าวที่โรงอาหาร



"ไม่ได้โกรธ แค่อยากตัดใจ กูเคยบอกมึงไปแล้วนี่" ซอนอูบอกพลางคีบคิมบับอีกชิ้นเข้าปากเคี้ยวแกนๆ เริ่มจะไม่รู้สึกอยากอาหารขึ้นมา



"นั่นมันก็ตั้งนานแล้วมั้ย? แล้วตอนนั้นมึงก็ไม่เห็นจะทำอะไรเลยก็ยังประคบประหงมพี่ฮักนยอนดีอยู่เหมือนเดิม" เขาจำได้ว่าซอนอูเคยเปรยๆ เรื่องที่จะตัดใจจากพี่ฮักนยอนแต่ก็อย่างที่พูดนั่นแหละ ดีแต่ปาก ไม่เห็นจะทำจริง



"ก็ตอนนั้นเขายังไม่รู้ว่ากูชอบเขา ตอนนี้เขารู้แล้ว เขาเป็นฝ่ายหลบหน้ากูก่อนที่กูจะหลบหน้าเขาอีก แล้ว... เขาก็กำลังไปได้ดีกับอาจารย์จินอู เรื่องมาขนาดนี้แล้วกูก็ควรจะตัดใจได้แล้วไม่ใช่หรอวะ?" ซอนอูอธิบาย เขาวางตะเกียบลงกับโต๊ะ รู้สึกกินอะไรไม่ลง



"แล้วตัดใจได้รึยัง?" ฮยอนจุนถาม ยื่นตะเกียบไปคีบคิมบับจากกล่องข้าวของซอนอูเข้าปาก



"ก็... ยัง"



ซอนอูถอนหายใจแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ เมื่อเช้าที่บังเอิญเจอฮักนยอนที่ห้องพักอาจารย์เขาก็รู้ได้ทันทีว่าความรู้สึกที่เขามีให้ฮักนยอนยังเหมือนเดิม หัวใจเขาเต้นโลดขึ้นมาเพียงแค่ได้เห็นหน้าฮักนยอน แต่พอคิดได้ว่าฮักนยอนมาหาอาจารย์จินอูหัวใจของเขาก็เหี่ยวฟีบลงไป แล้วฮักนยอนก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาใหม่ด้วยการบอกว่ามาหาเขาแทนที่จะเป็นอาจารย์จินอู แต่พอรายนั้นบอกว่าตัวเองไม่สบายหัวใจของซอนอูก็กลับไปเต้นด้วยความเจ็บปวด



"มันไม่มีวิธีตัดใจวิธีอื่นที่ดีกว่าหลบหน้าพี่เขาแบบนี้เหรอ? ที่มึงทำอยู่นี่มึงก็ไม่ได้ดูมีความสุขเลยนะ หรือว่ามี?" ฮยอนจุนถามมองสภาพซังกะตายของเพื่อน



"ก็... ไม่มี"



"แล้วพี่ฮักนยอนเขามีความสุขดีมั้ยที่มึงหลบหน้าเขาแบบนี้? เขาหายอึดอัดแล้วไปคบกับอาจารย์จินอูอย่างสบายใจรึยัง?"



"สัตว์ มึงอย่าขยี้ได้มั้ย? แค่นี้กูยังเจ็บไม่พอรึไง?" ซอนอูเงยหน้าขึ้นมาด่า มือปาตะเกียบใส่เพื่อนไม่แรงนักอย่างต้องการหาที่ระบาย



"กูไม่ได้ขยี้ กูก็แค่ถาม เผื่อมึงจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง" ฮยอนจุนเก็บตะเกียบปากลับใส่ซอนอูที่นั่งหน้าเครียดอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างจะเตือนสติ จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อนแต่เขารู้สึกว่าคิมซอนอูกำลังทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากและนั่นก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของทั้งซอนอูและพี่ฮักนยอนรวมไปถึงเพื่อนๆ รอบตัวอย่างเขาแล้วก็พี่จีฮุนกับพี่อูจินด้วย



"สรุปว่าไง? พี่ฮักนยอนเขามีความสุขดีมั้ย?" ฮยอนจุนถามต่อ



"กูไม่รู้" ซอนอูตอบหลังจากเสียเวลานิ่งคิดซักพัก หลังจากคืนนั้นที่ฮักนยอนมาค้างที่บ้านเขา เขาก็ปิดตัวเองจากฮักนยอนร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่รู้ว่าฮักนยอนมีความสุขดีรึเปล่า ที่เขารู้จากปากฮักนยอนวันนี้ก็แค่ฮักนยอนกำลังไม่สบาย



"งั้นกูจะบอกมึงให้เอาบุญนะ สภาพพี่ฮักนยอนน่ะแย่ยิ่งกว่ามึงซะอีก พี่ฮักนยอนกินข้าวแทบไม่ได้ กลางคืนก็นอนไม่หลับ กลางวันถ้าไม่เผลอหลับก็เหม่อลอย เมื่อวานพี่ฮักนยอนเหม่อจนเกือบจะโดนรถชนด้วย"



คำบอกเล่าของฮยอนจุนทำให้ซอนอูพูดไม่ออก ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ? ฮักนยอนจะต้องไม่เป็นอะไรสิ ไม่มีเขาฮักนยอนก็ต้องอยู่ได้ ก็ฮักนยอนมีอาจารย์จินอูอยู่แล้วนี่



"แล้วกูควรทำยังไง?"



"ถ้ามึงชอบพี่ฮักนยอนเขาจริงๆ มึงก็ต้องจัดการความรู้สึกตัวเองให้ได้ มึงต้องยืนข้างพี่เขาในฐานะน้องชายให้ได้ ต้องระวังไม่ทำอะไรให้เขาอึดอัดกับความรู้สึกของมึง มึงต้องทนเจ็บคนเดียว ต่อให้พี่เขาจะชอบใครคนอื่นอีกซักกี่คนมึงก็ไม่มีสิทธิ์ลากพี่เขามาเจ็บกับมึง เข้าใจมั้ย?"



"อืม เข้าใจ"



เข้าใจ... ว่าเขามันเห็นแก่ตัว เห็นฮักนยอนไปชอบคนอื่นก็งอแงงี่เง่าหนีมาแบบเด็กๆ เขาทำให้ฮักนยอนไม่สบายใจ ทำให้ฮักนยอนเสียใจ



ซ้ำแล้วซ้ำเล่า



.



.



.



"หมูอยากกินอะไร?" อูจินถามเพื่อนที่เดินตามมาข้างหลัง ตั้งแต่เลิกเรียนแล้วถูกลากมาเดินห้างด้วยกันฮักนยอนก็เอาแต่เดินตามเขากับจีฮุนอยู่ข้างหลัง หันไปถามคำก็ตอบคำ เห็นท่าทางหงอยๆ แบบนั้นแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ



"กินอะไรก็ได้ พวกนายเลือกเลย" ฮักนยอนตอบด้วยรอยยิ้มการค้า



"งั้นกินข้าวหมูทอดกันมั้ย?" จีฮุนเป็นฝ่ายเสนอ จริงๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าฮักนยอนคงไม่มีอารมณ์ออกความคิดเห็นใดๆ แค่ลากฮักนยอนมาเดินเล่นที่ห้างได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว และถึงฮักนยอนจะอยากกินร้านอื่นเขาก็คงไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น



"รีบไปกันเถอะ หิวแล้ว"



"โอ๊ะ!! พี่จีฮุน!! พี่อูจิน!!" 



เสียงทักทายแบบออกนอกหน้าของฮอฮยอนจุนทำให้คิมซอนอูที่นั่งหันหลังให้ทางเข้าร้านรีบเงยหน้าขึ้นจากเมนูแล้วหันไปมอง เขาเห็นพี่จีฮุนกับพี่อูจินเดินกอดคอกันเข้ามาและคนที่เดินตามมาข้างหลังก็คือฮักนยอน 



ตาคมสบเข้ากับตาเรียวโดยบังเอิญ ฮักนยอนเองก็ดูจะตกใจเหมือนกันที่เจอเขาและฝ่ายนั้นก็เลือกที่จะก้มหน้าหลบตาเขาไปก่อน



"พี่ฮักนยอนก็มาด้วย บังเอิญจัง นั่งด้วยกันมั้ยครับ?" ฮยอนจุนยิ้มจนตายี ฮักนยอนพยายามจะดึงชายเสื้อจีฮุนกับอูจินไว้แต่ก็ไม่ทันสองคนนั้นที่เดินนำไปถึงโต๊ะของทั้งฮยอนจุนและซอนอูแล้ว



จีฮุนนั่งลงข้างฮยอนจุน ส่วนอูจินนั่งข้างซอนอูตรงข้ามจีฮุนอีกที และเก้าอี้ตัวเดียวที่เหลือก็คือหัวโต๊ะด้านข้างซอนอู ฮักนยอนเดินไปหย่อนตัวลงนั่งตรงที่ว่าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทั้งกลัว ทั้งกังวล



เราสั่งอาหารกันคนละจาน แล้วก็สั่งของทานเล่นเป็นสลัดผักกับมันฝรั่งทอด ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟก็มีแค่สองแฝดทูพัคกับฮยอนจุนที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ฮักนยอนไม่กล้ามองหน้าซอนอูด้วยซ้ำ ที่เขาทำก็แค่ไล่สายตาอ่านประโยคทุกประโยคที่อยู่บนกระดาษรองจาน



"โอ่ะ!! ตายล่ะ ผมลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจว่าเป็นร้านน้ำที่โรงเรียนรึเปล่า ผมขอไปหาก่อนนะ" อยู่ๆ ฮยอนจุนก็โพล่งออกมาหลังจากหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาเปิดหาอะไรซักอย่าง ฮักนยอนเงยหน้าขึ้นมอง ยังไม่ทันได้ทักท้วงหรือถามไถ่อะไรต่อฮยอนจุนก็ลุกขึ้นยืนวิ่งหน้าเริ่ดออกจากร้านไปแล้ว จีฮุนกับอูจินแค่ยักไหล่ ดูไม่ได้สนใจอะไร ฮักนยอนเหลือบมองซอนอูแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อซอนอูเองก็มองมาที่เขาเหมือนกัน



"ครับแม่ อะไรนะครับ? ให้รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้ แม่ก็กินข้าวกับคุณป้าสองคนก็ได้นี่ ครับๆ เข้าใจแล้วครับ" จีฮุนทำหน้าเซ็งหลังจากกดวางสายโทรศัพท์



"พอดีป้ามาจากต่างจังหวัดน่ะ ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้าน ขอโทษทีนะ" จีฮุนบอกพลางสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นบ่า ฮักนยอนส่ายหน้าให้ฝ่ายนั้นเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร แล้วก็โบกมือลาบอกเพื่อนให้กลับดีๆ ก่อนกลับจีฮุนก็ไม่ลืมที่จะเดินไปยกเลิกออเดอร์อาหารของตัวเอง รวมไปถึงของอูจินแล้วก็ฮยอนจุนด้วย



"เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" อูจินบอกแล้วก็สะพายกระเป๋าเดินออกไปบ้าง ฮักนยอนได้แต่มองตามหลังเพื่อน จนเพื่อนเดินพ้นหน้าร้านไปแล้วก็ยังชะเง้อคอมองอยู่ ฮักนยอนเม้มริมฝีปาก หัวใจเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกทิ้งไว้ให้อยู่กับซอนอูแค่สองคน



ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ฮักนยอนขมวดคิ้วเพราะอาหารที่พนักงานยกมาให้มีแค่ของเขา ของซอนอู แล้วก็ของกินเล่นอีกสองอย่าง



"ไม่... ไม่รอ... อูจินก่อนเหรอ?" ฮักนยอนถามคนที่ตัดหมูชิ้นใหญ่เข้าปากไปก่อนแล้ว



"พี่อูจินไม่กลับมาหรอก" ซอนอูบอกสิ่งที่คิด เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของฮักนยอนแล้วก็อยากจะยิ้ม เพียงแต่ว่ามันยิ้มไม่ออก



"ทำไมล่ะ? หรือว่าอูจินท้องเสีย?" ฮักนยอนถามหน้าตาเหรอหรา



"ไม่ได้ท้องเสีย แค่ไม่กลับมา นี่เป็นแผนของพวกนั้นที่ทิ้งให้เราสองคนอยู่ด้วยกัน พี่ไม่รู้เหรอ?" ซอนอูอธิบายให้คนหัวช้าฟัง



"เอ๋? แผนเหรอ?" ฮักนยอนกระพริบตาปริบๆ เมื่อสมองประมวลผลได้ว่าอูจินจะไม่กลับมาและเขาจะต้องกินข้าวกับซอนอูแค่สองคนสติก็เหมือนจะแตกกระเจิง



"ถ้าพี่ไม่โอเค ผมห่อข้าวกลับไปกินที่บ้านก็ได้" ซอนอูบอกคนที่อยู่ๆ ก็ลุกลี้ลุกลนขึ้นมา ฮักนยอนคงไม่สะดวกใจเท่าไหร่หากจะต้องกินข้าวกับเขาแค่สองคน



"คือ... ไม่ใช่อย่างนั้น นายต่างหาก โอเครึเปล่า?" ฮักนยอนก้มหน้า คนที่หลบหน้าเขาตลอดสองสามวันที่ผ่านมาไม่ใช่ซอนอูรึไง? คนที่จะไม่โอเคคือคิมซอนอูต่างหาก ไม่ใช่จูฮักนยอน



"ผม... โอเค ขอโทษครับ... ที่หลบหน้า ผมคิดเอาเองว่ามันคงเป็นวิธีที่ดี ผมคงจะตัดใจจากพี่ได้เร็วขึ้นแล้วพี่ก็จะได้ไม่ต้องอึดอัดกับความรู้สึกหรือการแสดงออกของผม แต่... ผมคงคิดผิด" ซอนอูบอกจริงจัง



"ต่อไปนี้ผมจะจัดการความรู้สึกตัวเองโดยไม่ให้มันกระทบความรู้สึกของพี่ ถ้าพี่อยากให้เราสองคนกลับไปเป็นเหมือนเดิม ผมก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมให้ แต่ผมคงเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ระยะห่างระหว่างเราคงต้องเพิ่มขึ้นบ้าง ผมจะไม่กอดคอหรือว่าจับมือพี่ แล้วพี่ก็ไม่ต้องน่ารักกับผมมาก ผมจะได้ไม่ต้องชอบพี่ซ้ำๆ" ซอนอูบอกต่อจริงจัง เขาอยากแสดงจุดยืนของตัวเองให้ชัดเจน จะไม่เป็นเด็กพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วก็กระฟัดกระเฟียดหนีหายไปอีก



"ระยะห่างที่นายพูดถึง คือการที่นายพูดสุภาพแล้วก็เรียกฉันว่าพี่อย่างนั้นสินะ" ฮักนยอนเงยหน้าขึ้นมองซอนอู เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาในร้านอาหารนี้ที่ฮักนยอนกล้ามองหน้าซอนอูตรงๆ



"ครับ" ซอนอูตอบรับและฮักนยอนก็ได้แต่พยักหน้า ซอนอูยิ้มให้เขาทีนึงแล้วก็ก้มลงไปกินอาหารส่วนของตัวเองต่อ



ฮักนยอนรู้สึกแปลกๆ ข้อตกลงความสัมพันธ์แบบใหม่ที่ซอนอูหยิบยื่นให้มีข้อจำกัดที่เขาไม่ชอบใจ เหมือนเป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องระวังตัว เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติเลย



"พี่เหม่ออะไรน่ะ? รีบกินสิครับ เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก"



เสียงของซอนอูทำให้ฮักนยอนหลุดจากภวังค์ความคิด เขายิ้มจืดๆ ให้ซอนอูแล้วก็หยิบช้อนกับซ้อมขึ้นมาเตรียมจะกินข้าวบ้าง ฮักนยอนถอนหายใจ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ หมูทอดชิ้นโตคงลงท้องเขาไปได้ไม่ถึงครึ่งชิ้น กำลังจะหั่นหมูเข้าปากไข่นกกระทาสองฟองก็ถูกตักมาวางในจานให้ ฮักนยอนเงยหน้ามองซอนอู



"ซอนอูอ่า" ฮักนยอนส่งเสียงเรียกออกไป



"หื้ม?"



"ถามอะไรหน่อยสิ"



"ครับ" ซอนอูตอบรับพลางยกน้ำขึ้นมาจิบ



"นายไม่ชอบกินไข่นกกระทาเหรอ?" ฮักนยอนถามสิ่งที่สงสัย ตั้งแต่รู้จักกับซอนอูมาซอนอูจะตักไข่นกกระทาให้เขาตลอด



"ก็ชอบนะครับ ทำไมเหรอ?" ซอนอูตอบไปตามจริง ไม่เข้าใจว่าอยู่ๆ ฮักนยอนจะมาถามเขาเรื่องไข่นกกระทาทำไม



"ถ้าชอบแล้วทำไมไม่กินล่ะ? ตักมาให้ตลอดเลย" ฮักนยอนอธิบาย



"อ่อ... ก็ชอบฮักนยอนมากกว่าก็เลยอยากให้ได้กินของที่ชอบ" คำพูดตรงไปตรงมาของซอนอูทำให้ฮักนยอนทำตัวไม่ถูก เขาไม่กล้าสู้สายตาซอนอู ไม่กล้ามองหน้าซอนอูตรงๆ ฮักนยอนรู้สึกอุ่นๆ ที่แก้มและหัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา



"ผมไม่ควรจะพูดแบบนี้กับพี่สิ ห่ะๆ" ซอนอูหัวเราะกลบเกลื่อน เขาก้มหน้าลงไปหาจานข้าวของตัวเอง แล้วอยู่ๆ ไข่นกกระทาสองฟองเมื่อตะกี้ก็ถูกตักมาวางไว้ในจานของซอนอู



ซอนอูยิ้มขื่น เขาตีความไข่นกกระทาสองฟองที่อยู่ในจานตัวเองว่าเป็นการปฏิเสธคำบอกชอบที่เจ็บปวด



แต่กับฮักนยอน...



การเสียสละไข่นกกระทาสองฟองที่ตัวเองชอบให้ซอนอูแปลว่าเขาชอบซอนอูมากกว่า



.



.



.



To Be Continued



.



.



.



Talk*~

สวัสดีค่ะ ^^ รอบนี้หายไปซักพักเลย แล้วก็รู้สึกว่าตอนนี้แต่งออกมาแปลกๆ ด้วย เหมือนภาษาที่ใช้กับไทมไลน์เวลามันไม่ค่อยสมูธ แต่ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง 5555+ เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้วนะคะ เป็นกำลังใจให้ซอนอูกับฮักนยอนในเรื่องนี้ด้วยนะคะ #แอมยัวร์บอยซอนฮัก 

ขอบคุณค่ะ

ปปฮม
180604
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #38 craziioun (@craziioun) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 21:53
    โอยยยยย หน่วงจังฮื่อออ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะเข้าใจกันเนี่ยยยยยยยย ซอนอูให้เวลาพี่เค้าอีกนิดนะะ ;;;;_____;;;;
    #38
    0
  2. #37 AB011Tonnam (@secrettonnam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:36
    ฮักนยอนลูก รีบรู้ใจตัวเองนะ เมื่อไหรจะหายหน่วงแบบนี้สักที รีบๆปรับความความใจกันนะลูก เฮ้ออออ ซอนอูก็อย่าพึ่งท้อนะ พี่เขาแค่ไม่รู้ใจตัวเอง
    #37
    0
  3. #36 allrisedefpig (@elficezaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 19:20
    หน่วงเหลือเกิน เหมือนสองคนนี้จะกลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ ฮักนยอนต้องเอยปากบ้างแล้วอะ อย่าทำงี้เลยลูก ;-;
    #36
    0
  4. #35 LUCIF0N (@fmindo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:30

    อุงแงงงงงงงง ไรท์มาต่อแล้วววว หลังจากก็รอมาซักพักเลย ฮืออออออออ


    มันยังคงหน่วงๆตลอดในการอ่านตอนนี้เลยค่ะ หน่วงใจแทนทั้งคู่มากๆ


    ใจกลัวมากตอนฮักนยอนนอนสลบไปหลังจาก จากกับซอนอู ฮืออออออ กลัวน้องเป็นอะไร


    ตอนนี้ต้องขอบคุณแฝดพัค กับฮยอนจุนมากๆ ที่ช่วยให้พี่น้องเค้าได้คุยๆกันจริงๆจังๆ ไม่อยากนั้นคงน้ำลายบูดกันอยู่อย่างงั้น


    ก็คงไม่ได้เคลียร์ พอได้คุย ซอนอูพยายามมากที่จะไม่หลุดอะไรใส่ฮักนยอน แต่ก็ไม่วายบอกว่าชอบมากกว่า TT ใจจริงตรงนี้อยากให้


    ฮักนยอนบอกน้องไปเลย ว่าชอบมากกว่า ฮืออออออ มือหงิกแล้วข่าบบบบบบบบบบ

    #35
    0