[The Boyz] I'm Your Boy

ตอนที่ 9 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    9 พ.ค. 61

"ที่นายจูบ ที่นายทำ... เมื่อกี้ ไม่ใช่ครั้งแรกไม่ใช่เหรอ?"



คำพูดของฮักนยอนเป็นยิ่งกว่าอุกกาบาตขนาดยักษ์ที่ตกลงมาใส่ซอนอูด้วยความเร็วสูงเหนือแสง เขารู้สึกมึนชาและขาก็เหมือนจะอ่อนแรงขึ้นมากะทันหันจนจะยืนทรงตัวไว้ไม่อยู่



เรื่องเลวๆ ที่เขาทำไว้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความลับที่เขาเก็บซ่อนไว้



"นาย... รู้?" ซอนอูถามเสียงแหบ เขาหาเสียงตัวเองไม่เจอ รู้สึกแห้งผากไปทั้งลำคอ ฮักนยอนไม่ตอบเขาเป็นคำพูด รายนั้นแค่ก้มหน้าลงหลบสายตาเขาแล้วเอาแต่เม้มริมฝีปากสลับกับกัดจนกลีบปากนิ่มสีชมพูระเรื่อนั้นเริ่มแดงช้ำ



"ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮักนยอน?" ซอนอูถามอีกครั้ง ขาก้าวถอยห่างจากฮักนยอนโดยอัตโนมัติ เขาไม่กล้ามองหน้าฮักนยอน ไม่กล้าสู้หน้า ไม่ไหว



"ตอนที่ไม่สบาย" ฮักนยอนพึมพำตอบ ความรู้สึกแผ่วหวานที่ริมฝีปากในตอนนั้นยังคงอยู่ เพราะว่าเขากึ่งหลับกึ่งตื่นสัมผัสนุ่มนวลจึงล่องลอยคล้ายกับความฝัน แต่เขาจำกลิ่นโคโลญจน์ของซอนอูได้ จำเสียงทุ้มต่ำที่บอกให้หายไวๆ ได้ เขารู้ว่าเขาไม่ได้ฝัน



คิมซอนอูจูบเขา



และความเป็นธรรมชาติแบบนั้นบอกเขาให้รู้ว่านั่นไม่ใช่จูบแรก



"ตั้งแต่เมื่อไหร่ซอนอู?" คราวนี้เป็นฮักนยอนที่ถามบ้าง เขาต้องพูดเสียงดังขึ้นเพราะซอนอูเดินถอยหลังห่างออกไป



ซอนอูไม่ตอบคำถามและฮักนยอนก็คิดว่ามันคงไม่ได้สลักสำคัญอะไร  



"ถ้ารู้แล้ว... ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ? ทำไมถึงไม่ถาม? ทำไมถึงยัง-ทำตัวเหมือนเดิม?" ปลายประโยคเสียงเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน



ไม่ใช่...



ฮักนยอนไม่ได้ทำตัวเหมือนเดิม หลังจากที่ฮักนยอนหายป่วยเขาก็แทบจะไม่ได้เจอหน้าฮักนยอน เราเดินสวนกันบ้างในโรงเรียนแต่เราสองคนไม่ได้เดินกลับบ้านด้วยกันอีก ฮักนยอนรับโทรศัพท์บ้างไม่รับโทรศัพท์บ้าง ข้อความก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างเหมือนกัน เขาคิดเอาเองว่าระหว่างฮักนยอนกับอาจารย์จินอูคงกำลังไปได้ดีและฮักนยอนก็กำลังจะทิ้งเขา



แต่ไม่ใช่...



คนที่ผลักฮักนยอนออกไปคือตัวเขาเองต่างหาก เขาที่ไม่คิดควบคุมความรู้สึกของตัวเอง เขาที่ปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผลและความเป็นจริง เขาที่ฉวยโอกาสขโมยจูบแรกและจูบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของฮักนยอนมา



"นาย... จำได้มั้ย? ที่นายเคยเล่นเกมแพ้แล้วฉันสามารถสั่งอะไรนายก็ได้อย่างนึง" ฮักนยอนถามทำลายความเงียบ เขามองหน้าซอนอูตรงๆ หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ




"ถ้าฉันจะขอใช้มันตอนนี้..."



ซอนอูกลั้นหายใจ เขาหันกลับมามองหน้าฮักนยอน ขอร้องผ่านสายตา ขอว่าอย่าให้เขาต้องพูด แต่ตาเรียวรีที่จ้องเขาอย่างมุ่งมั่นอยู่ก่อนแล้วก็ทำให้เจ็บร้าวไปทั้งอก ราวกับอากาศถูกดูดออกไปจากปอดจนหมด 



"คนที่คิมซอนอูชอบ... ช่วยพูดออกมาตรงๆ ได้มั้ย?"



คำพูดคราวนี้ของฮักนยอนไม่เหมือนอุกกาบาตความเร็วสูงแต่มันเหมือนกับหลุมดำที่ดูดซอนอูเข้าไปในความมืดมิดไม่มีสิ้นสุด ไม่มีอากาศสำหรับหายใจ ไม่มีแรงโน้มถ่วงไว้คอยยึดเหนี่ยว ได้แต่ลอยล่องไปในความเคว้งคว้างเปล่าเปลี่ยว เจ็บเหมือนจะตายแต่ก็รู้ว่าตายไม่ได้



จูฮักนยอนไม่เหลือทางเลือกอะไรไว้ให้คิมซอนอูเลย ไม่เหลือเลยซักทาง



"คนที่คิมซอนอูชอบ... ก็คือจูฮักนยอน"



"..."



"แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้กำลังพยายามตัดใจอยู่"



"..."



"ที่ช่วงนี้หลบหน้าก็เพราะเรื่องนี้นี่ล่ะไม่ได้เกี่ยวกับที่ฮักนยอนไม่ได้มาเชียร์ฟุตบอลหรอก ขอโทษด้วยที่ทำให้เข้าใจผิด"



"..."



"ได้คำตอบแล้วก็กลับหอได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนสาย" ซอนอูบอกด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ฮักนยอนเอาแต่นิ่งเงียบและเขาก็ไม่รู้ว่าจะกอบกู้สถานการณ์ตอนนี้ให้ดีขึ้นได้ยังไง ความสัมพันธ์ของเรามันแตกสลายไปแล้ว ไปต่อไม่ได้ ย้อนกลับก็ไม่ได้



มัน... จบแล้ว



ซอนอูมองฮักนยอนอีกครั้ง ใจอยากจะเดินเข้าไปลูบหัวบอกว่าไม่เป็นไร อยากจะเดินเข้าไปดึงตัวมากอดปลอบ แต่สิ่งที่ซอนอูทำก็คือยิ่งถอยห่างออกมา หันหลังและไม่หันกลับไปมองฮักนยอนอีก



.



.



.



คิมซอนอูหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลา ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว เขาอาบน้ำเสร็จแล้วและคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะเข้านอนซักที แต่แทนที่จะเดินไปที่เตียงอะไรบางอย่างในใจเขาสั่งให้ขายาวก้าวเดินต่อไปยังโต๊ะเขียนหนังสือซึ่งอยู่ติดกับหน้าต่าง



ทันทีที่มองผ่านบานหน้าต่างออกไปด้านนอกหัวใจก็ตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คนที่บอกให้กลับหอไปตั้งแต่สี่ทุ่มยังยืนอยู่หน้าบ้าน!! จูฮักนยอนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมที่เดียวกับที่เขาเห็นเมื่อเกือบหนึ่งชั่วโมงที่แล้วไม่ขยับไปไหน!! ให้ตายเถอะ!! จูฮักนยอนจะกวนประสาทเขาให้ได้เลยใช้มั้ย?!



ซอนอูผลุนผลันวิ่งออกจากห้องลงบันไดไปยังชั้นล่าง โชคดีที่แม่กับพ่อยังนั่งดูรายการโทรทัศน์หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นซอนอูจึงไม่ต้องออกไปเผชิญหน้ากับฮักนยอนด้วยตัวเอง เขาเดินตรงดิ่งไปดึงแม่ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วลากเดินไปหน้าประตูบ้านด้วยกัน



"ทำอะไรของแกเนี่ย?" 



"แม่ไล่ฮักนยอนกลับหอให้หน่อย" ซอนอูบอกจุดประสงค์ของตัวเองชัดถ้อยชัดคำและแม่ของเขาก็ขมวดคิ้วฉับ



"ฮักนยอนมาเหรอ? แล้วทำไมไม่ให้เข้ามาในบ้านล่ะ? นี่มันดึกแล้วนะ ให้ค้างที่นี่สิ" พูดจบก็ทำท่าจะเปิดประตูบ้านออกไปเชื้อเชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้ามาในบ้านเล่นเอาซอนอูถึงกับหน้าเหวอต้องรีบยกมือยันประตูไว้ไม่ให้แม่เปิดออกได้



"ไม่ได้นะแม่!!" ซอนอูบอกเสียงดัง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฮักนยอนมันเปลี่ยนไปแล้วจะให้มานอนเตียงเดียวกันห่มผ้าผืนเดียวกันแบบเมื่อก่อนคงทำไม่ได้หรอก



"คิมซอนอู!!" คนเป็นแม่เอ่ยชื่อลูกตัวเองที่กำลังทำตัวไม่มีเหตุผล



"ฮักนยอนรู้แล้วที่ผมชอบเขา เพราะงั้น... ให้ค้างที่นี่ไม่ได้หรอก ให้มากินข้าวที่นี่อีกก็ไม่ได้เหมือนกัน" ซอนอูบอกเสียงเบาลงและแม่ก็ทำหน้าลำบากใจ



"ทำไมเป็นคนใจร้ายแบบนี้ล่ะ? ทำแบบนี้ฮักนยอนน่าสงสารนะ"



ซอนอูเม้มริมฝีปาก เขารู้ว่าเขาใจร้าย เขาทำให้ฮักนยอนร้องไห้ เขาทำให้ฮักนยอนเสียใจ เขาทำให้ฮักนยอนต้องเจ็บปวดทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ทำผิดอะไรเลย



"ไม่รู้ล่ะ แม่ไล่ฮักนยอนกลับหอให้ผมด้วยก็แล้วกัน ก็แค่กลับหอเอง ไม่ได้น่าสงสารอะไรขนาดนั้นหรอก" ซอนอูบอกแล้วก็เดินหันหลังหนีขึ้นห้องตัวเองไป



เขาตัดสินใจแล้ว



ถ้าใจร้ายแล้วจะสามารถตัดใจจากจูฮักนยอนได้



คิมซอนอูก็จะใจร้ายให้ถึงที่สุด



เพื่อที่อย่างน้อยวันนึง... วันที่ฮักนยอนยืนเคียงข้างคนอื่นเขาจะสามารถยืนอยู่อีกข้างหนึ่งของฮักนยอนได้อย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่อิจฉา ไม่ผิดหวัง ไม่เจ็บปวด ไม่ชอบ... อีกต่อไป



คนเป็นแม่ได้แต่มองตามแผ่นหลังลูกชายตัวเองเดินกลับเข้าไปในบ้าน เธอถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูออกไปข้างนอก เท้าก้าวไปตามทางเดินโรยกรวดที่ตัดผ่านสวนหย่อมเล็กๆ บริเวณหน้าบ้าน เธอเปิดประตูรั้วออกไปหาคนที่ลูกชายใจร้ายบอกให้ไล่กลับหอ ฮักนยอนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำที่เธอเปิดประตูออกมาหา ทั้งใบหน้าและริมฝีปากซีดเผือดจนเธอนึกสงสาร



"ฮักนยอนอา" เธอเรียกพร้อมกับแตะเบาๆ ที่ต้นแขนแต่ฮักนยอนกลับสะดุ้งสุดตัวจนเธอเองก็สะดุ้งตามไปด้วย



"โอ่ะ คุณป้า สวัสดีครับ" ฮักนยอนโค้งให้คุณแม่ของซอนอู



"ทำไมถึงมายืนอยู่คนเดียวตรงนี้ล่ะลูก?" น้ำเสียงห่วงใยของคุณป้ากับมืออุ่นๆ ที่แตะตรงข้างแก้มทำให้ฮักนยอนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล เขารู้สึกเหงา เขาคิดถึงแม่ เขาคิดถึงบ้าน เขาคิดถึงหมาที่บ้านแล้วก็คิดถึงหมูที่บ้านด้วย



"เมื่อกี้... ผมคุยกับซอนอูแล้ว... คงเผลอคิดอะไรนิดหน่อยน่ะครับ" ฮักนยอนบอก แอบสูดน้ำมูกเบาๆ ไม่ให้คุณป้าได้ยิน



"เมื่อกี้เหรอ? แต่ซอนอูเข้าบ้านไปเป็นชั่วโมงแล้วนะ" คำบอกเล่าของคุณป้าทำให้ฮักนยอนร้องเอ๋ เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูเวลา แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว



"งั้น... ผมคงจะเผลอคิดอะไรนานไปหน่อยครับ" ฮักนยอนส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณป้าซึ่งมีสีหน้าเป็นกังวล



"รีบเข้าบ้านกันก่อนเถอะ ดูซิแก้มเย็นเฉียบเลย ถึงจะไม่ใช่หน้าหนาวแต่อากาศตอนกลางคืนมันก็หนาวอยู่นะ" แม่ของซอนอูบอกควงแขนฮักนยอนจะพาเดินเข้าบ้านแต่ฮักนยอนขืนตัวไว้



"ไม่เป็นไรครับคุณป้า! คือ... นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมว่าผมกลับหอเลยดีกว่า ว่าแต่คุณป้าออกมาข้างนอกจะไปไหนเหรอครับ? เดี๋ยวผมเดินไปเป็นเพื่อน" ฮักนยอนถามบ้าง เขาค่อนข้างแปลกใจที่คุณป้าออกมาจากบ้านตอนห้าทุ่มกว่าแบบนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณคุณป้าที่ออกมาเจอเขานั่นแหละ ไม่งั้นเขาอาจจะยืนคิดอะไรอยู่หน้าบ้านซอนอูจนถึงเช้าก็ได้



แม่ของซอนอูได้ยินดังนั้นก็ยิ้มค้าง นึกขึ้นได้ว่าลูกชายตัวดีใช้ให้มาไล่ฮักนยอนกลับหอแต่ด้วยความที่เธอเอ็นดูฮักนยอนมาก เธอจึงชวนฮักนยอนเข้าบ้านเฉย



"เอ้อ... ว่าจะออกไปซื้อเครื่องดื่มให้ลุงเขาน่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ขี้เกียจไปแล้ว ฮ่ะๆ" แม่ของซอนอูได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนคำโกหกของตัวเองและฮักนยอนก็ไม่ได้มีท่าทีสงสัยอะไร



"งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณป้า" ฮักนยอนบอกด้วยรอยยิ้ม ดึงแขนออกจากแขนคุณป้าอย่างสุภาพ เขาก้มหัวให้คุณป้าเป็นการบอกลา กำลังจะเดินกลับหออยู่แล้วถ้าไม่ติดว่า...



โครก!!



.



.



.



ฮักนยอนนั่งตัวลีบอยู่ในครัวของบ้านตระกูลคิม มองคุณป้าหยิบจับอะไรใส่หม้อที่วางอยู่บนเตา



"ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ลำบาก" ฮักนยอนพูดประโยคเดิมเป็นรอบที่ห้าเห็นจะได้นับตั้งแต่ถูกพาเข้ามาในบ้าน



"ถ้ายังพูดขอโทษอีกป้าจะใส่ผักลงไปเพิ่มนะ" คุณแม่ของซอนอูหันมาหรี่ตาใส่เขาอย่างไม่จริงจังนักและฮักนยอนก็ได้แต่ทำปากยื่น



เพราะท้องร้องเสียงดังมากคุณป้าเลยบังคับให้เขาเข้ามากินอะไรในบ้านก่อนแล้วก็บอกว่าไม่ต้องกลับหอด้วยให้นอนค้างที่นี่แหละ ฮักนยอนรู้สึกหนักใจ หนึ่งคือเขาเกรงใจคุณป้าที่ต้องมาวุ่นวายหาอะไรให้เขากินในเวลาเช่นนี้และสองเขาคิดว่าเจ้าบ้านอีกคนคงไม่อยากต้อนรับเขาเท่าไหร่



"จะกินให้อร่อยเลยครับ" ฮักนยอนก้มหัวขอบคุณในตอนที่คุณป้าวางกับข้าวสองอย่างลงตรงหน้าเขา



พอได้กลิ่นอาหารฮักนยอนก็เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองหิวมาก หิวจนปวดท้องไปหมด เขามารอซอนอูตั้งแต่ทุ่มนึงเห็นจะได้ ออกจากโรงเรียนก็ตรงมาที่นี่เลยไม่ได้แวะไปที่ไหนก่อน ฮักนยอนตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ตามด้วยซุปเนื้อและไข่ม้วนชิ้นโต เคี้ยวตุ้ยๆ จนคุณป้าต้องบอกให้ค่อยๆ กิน



ฮักนยอนชอบมากินข้าวที่บ้านของซอนอูเพราะคุณแม่ของซอนอูทำอาหารอร่อย เขาชอบอาหารที่ทำเองมากกว่าอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด และเขาก็ชอบบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่สมาชิกในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เขาย้ายมาอยู่โซลได้เกือบสามปีแล้วแต่ก็ยังไม่ชินกับการอยู่คนเดียวซักที ถึงจะได้เจอพี่สาวที่อยู่ในโซลบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี แล้วฮักนยอนก็ไม่ได้กลับบ้านที่เจจูบ่อยๆ ด้วย



ใช้เวลาไม่นานฮักนยอนก็จัดการอาหารตรงหน้าหมดเกลี้ยง คุณป้าหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เห็นเขาเจริญอาหารขนาดนี้และเขาเองก็ออกจะเขินอยู่หน่อยๆ ฮักนยอนอาสาล้างจานด้วยตัวเองแต่สุดท้ายคุณป้าก็มาช่วยเขาล้างจานอยู่ดีด้วยเหตุผลที่ว่าล้างสองคนเร็วกว่า ล้างจานเสร็จแล้วคุณป้าก็ชงชาร้อนให้เขาแก้วนึงบอกว่าอาหารจะได้ย่อยดีๆ



"คืนนี้ฮักนยอนนอนที่นี่นะ เดี๋ยวป้าจัดห้องนอนแขกให้ หนูอาบน้ำเสร็จก็นอนได้เลย"



"ฮื่ออ ซอนอูฟ้องอะไรคุณป้าครับ? คุณป้าถึงได้บอกให้ผมไปนอนที่ห้องนอนแขก" ฮักนยอนถามปากยื่น ปกติเวลามาค้างที่นี่เขาจะนอนที่ห้องของซอนอูตลอด ไม่เคยมีซักครั้งที่คุณป้าจะให้เขาไปนอนที่ห้องนอนแขก



"เจ้าซอนอูไม่ได้ฟ้องอะไรป้าหรอก เขาแค่บอกว่าหนูรู้แล้ว เรื่องที่เอ่อ... ความรู้สึกของเขาน่ะ ป้าก็เลยกลัวว่าหนูจะอึดอัดถ้าต้องนอนห้องเดียวกัน"



"อ่า... ซอนอูบอกคุณป้าแล้วเหรอครับ?" ฮักนยอนถามกลับเสียงเบา ฟังดูเหมือนจะพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า



"คือ... ผมไม่ได้อึดอัดนะครับที่ต้องอยู่กับซอนอู ผม... แค่... ทำตัวไม่ถูกมากกว่า ผมไม่กล้ามองหน้าซอนอูตรงๆ แล้วก็ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดี มันแปลกๆ แบบว่าไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ใช่ว่าแย่นะครับ ก็แค่...แปลกๆ" ฮักนยอนพยายามอธิบาย



"ฮักนยอนไม่รังเกียจซอนอูเหรอ?"



คำถามของคุณป้าทำให้ฮักนยอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธจนผมสีน้ำตาลเข้มกระจายไม่เป็นทรง ตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าถูกจูบจนถึงตอนที่ซอนอูบอกว่าชอบ ไม่เคยมีคำว่ารังเกียจผุดขึ้นมาในหัวเขาเลยซักครั้ง



"จริงๆ นะครับ!!" ฮักนยอนยืนยันเสียงดังและคุณป้าก็หัวเราะออกมา



"ป้าดีใจนะที่คนที่ซอนอูชอบคือหนูฮักนยอน"



ฮักนยอนส่งเสียงฮื่อ เขารู้สึกเขินที่คุณป้าพูดแบบนั้น ตาของคุณป้าเหมือนตาของซอนอูไม่มีผิด ยิ่งเวลามองเขาด้วยสายตาเอ็นดูแบบนี้แล้วก็ยิ่งเหมือน ฮื่อ



"คุณป้าว่าซอนอูจะยอมให้ผมนอนด้วยมั้ยครับ? อาทิตย์ที่ผ่านมาเขาหลบหน้าผมตลอดเลย ไม่คุยกับผมเลยด้วย เขาบอกว่าเขากำลังพยายามตัดใจอยู่" ฮักนยอนบอกปากยื่น กลายเป็นเขาซะเองที่ขี้ฟ้อง และเขาเชื่อมั่นมากว่าคุณป้าจะเข้าข้างเขา



"ซอนอูทำแบบนั้นเหรอ?" แม่ของซอนอูถามเสียงเครียด เธอนึกถึงสิ่งที่ลูกชายบอกก่อนที่เธอจะออกจากบ้านไปหาฮักนยอน ซอนอูบอกว่าให้เธอไล่ฮักนยอนกลับบ้าน ไม่ให้ฮักนยอนมานอนค้างที่นี่หรือมากินข้าวที่นี่อีก  คิมซอนอูตั้งใจจะตัดจูฮักนยอนออกจากชีวิตรึไง?! ไร้สาระ!!



"ฮักนยอนไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก ซอนอูคงจะแค่เป็นบ้าน่ะ เดี๋ยวหายบ้าก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเองแหละ โอ่ะ!! นี่จะเที่ยงคืนแล้วเหรอเนี่ย!! ป่ะ!! รีบไปอาบน้ำนอนกันดีกว่า นอนห้องซอนอูนั่นแหละ ถ้าซอนอูไม่ให้นอนด้วยเดี๋ยวแม่จะตีซอนอูให้เอง"



.



.



.



คิมซอนอูอยากจะบ้าตาย!! เขาเบิกตามองแม่ที่เปิดประตูห้องนอนของเขาเข้ามาพร้อมกับใครอีกคนที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดยืนตัวลีบอยู่ข้างหลัง นี่แม่เขาเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า(วะ)? เขาจำได้ว่าเขาบอกแม่ให้ไล่ฮักนยอนกลับหอนะไม่ใช่ให้พาขึ้นมาบนห้องเขาแบบนี้ ให้ตายเถอะ!!



ซอนอูอ้าปากจะปฏิเสธแต่สายตาคมกริบของแม่ที่จิกมองมาทำให้ซอนอูได้แต่หุบปากแล้วพ่นลมหายใจฮึดฮัดแทน เขายืนขยี้หัวตัวเองอยู่กลางห้อง ในขณะที่แม่พูดร่ำลาโน่นนี่นั่นกับฮักนยอน



แล้วเวลาแห่งความน่าอึดอัดก็มาถึงเมื่อแม่เดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูตามหลังเหลือไว้แต่ฮักนยอนที่ยืนตัวตรงแน่วแต่คอตกพับจนเขาไม่สามารถมองเห็นหน้าของฮักนยอนได้ ซอนอูถอนหายใจยาว เขาเลี่ยงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอนให้ฮักนยอน



ฮักนยอนสะดุ้งโหยงตอนที่เขายื่นชุดนอนของฝ่ายนั้นให้ ตาเรียวรีเหลือบขึ้นมองเขานิดก่อนจะรีบก้มหน้าลงไปใหม่ มือเล็กยื่นมารับเอาชุดนอนไปกอดไว้ จังหวะที่ปลายนิ้วแตะกันโดยบังเอิญซอนอูก็รู้สึกคิดถึงทุกสัมผัสที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเขากับฮักนยอน



"นาย... ลำบากใจรึเปล่า?" ฮักนยอนถามเสียงเบา เขารู้ว่าเขาเห็นแก่ตัวที่อยากจะนอนห้องเดียวกับซอนอูทั้งที่ซอนอูต้องการรักษาระยะห่างระหว่างเราสองคนเอาไว้



"ลำบากใจแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ? รีบไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้นอนซักที" ซอนอูบอกแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนเตียง พยายามอย่างหนักที่จะไม่สนใจคนที่ยืนคอตกตัวลีบอยู่หน้าประตูห้อง



ให้ตายเถอะ!! เขาแพ้ท่าทางหงอยๆ แบบนี้ของฮักนยอนชะมัด



"ขอโทษนะ" ฮักนยอนบอกขอโทษแล้วก็เดินคอตกออกไปจากห้อง เมื่อประตูปิดตามหลังซอนอูก็สบถหยาบแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายกับเตียง เขายกหลังมือซ้ายขึ้นก่ายหน้าผาก ส่วนมือขวาเขาค่อยๆ ยกมันขึ้นมาแตะตรงตำแหน่งของหัวใจ



ทั้งๆ ที่หัวใจก็เต้นเป็นจังหวะปกติแต่ทำไมมันถึงได้เจ็บขนาดนี้นะ?



ช่วงเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ไม่ได้เจอกับฮักนยอน ซอนอูคิดว่าตัวเองปรับตัวได้ดี เขาไม่คิดถึงฮักนยอนจนแทบบ้าเหมือนอย่างช่วงที่ฮักนยอนเป็นฝ่ายหลบหน้าเขา มันไม่ได้เจ็บปวดทรมานมากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ที่เขาเห็นฮักนยอนอยู่ตรงหน้าซ้ำๆ ในระยะที่ห่างแค่เอื้อมมือออกไป ทั้งหัวใจและร่างกายเขากำลังโหยหาจูฮักนยอน



.



.



.



ฮักนยอนร้องเอ๋เมื่อเปิดประตูห้องนอนของซอนอูแล้วพบว่าเจ้าของห้องกำลังปูเบาะนอนกับพื้น น้ำตารื้นขึ้นมาเมื่อคิดว่าซอนอูต่างหากที่เป็นฝ่ายรังเกียจเขาถึงขั้นจะให้เขานอนที่พื้น ฮักนยอนสูดน้ำมูก พยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในห้องด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าถ้าเท้าเหยียบพื้นเสียงดังหรือไปแตะโดนอะไรที่ไม่ควรแตะเข้าจะทำให้ซอนอูรำคาญได้



เกร็งสุดๆ ไปเลย



"เอ๋?" ฮักนยอนร้องอีกรอบเมื่อซอนอูนั่นแหละที่เป็นฝ่ายนอนบนที่นอนที่ปูไว้ที่พื้น เขาเม้มริมฝีปากพลางกอดชุดนักเรียนแน่นขึ้น



"ฉันนอนที่พื้นก็ได้ นายเป็นเจ้าของห้องก็ต้องนอนบนเตียงสิ" ฮักนยอนบอกเสียงเบาและผลที่ได้คือคิมซอนอูขยับผ้าห่มขึ้นคลุมตัวแล้วตะแคงหนีไปทางอื่น ฮักนยอนเม้มริมฝีปากอีกรอบ เขาเดินเอาชุดนักเรียนไปวางไว้ที่มุมหนึ่งข้างๆ กระเป๋านักเรียนของเขาที่ไม่รู้ว่าขึ้นมาอยู่บนห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ยืนตัวเหี่ยวอยู่ซักพักก่อนจะทำใจปีนขึ้นไปนั่งขัดสมาธิบนเตียงที่เคยนอนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 



เพียงแต่ครั้งนี้เขานอนคนเดียว และเตียงก็ทั้งกว้างทั้งเย็น



"จริงๆ นอนด้วยกันเหมือน-"



"จะให้นอนด้วยกันไม่กลัวโดนปล้ำรึไง?!" ซอนอูหันไปถามอย่างหัวเสีย นี่ฮักนยอนเข้าใจคอนเซ็ปต์ของการตัดใจบ้างมั้ยนะ?! คนจะตัดใจเขาไม่นอนด้วยกันโว่ย!!



"แล้ว... จะปล้ำ... รึไง?" ฮักนยอนถามเสียงเบา แก้มขาวขึ้นสีแดงเรื่อดูน่ารักแบบที่เจ้าตัวคงไม่ได้ตั้งใจและนั่นก็โคตรจะไม่ปลอดภัยต่อใจของคิมซอนอู! 



โว่ย!! จับปล้ำแม่งตอนนี้เลยได้มั้ยล่ะ?!



ซอนอูจิ๊ปากแล้วหันกลับไปทางเดิม พยายามขยับหาท่านอนที่สบายแต่ก็ไม่เจอตำแหน่งที่ถูกใจซักที ไหนบอกว่าจะใจร้ายใส่ฮักนยอนไงวะ แล้วนี่อะไร? ยังไม่ถึงสองชั่วโมงก็ล่มละ ทำไมเขาจะต้องเป็นฝ่ายระเห็จตัวเองลงมานอนที่พื้นด้วย? โทษแม่ก็แล้วกันที่ไม่ยอมไล่ฮักนยอนกลับหอไปตั้งแต่ห้าทุ่ม จะไล่ตอนนี้ก็ไม่ทันละ หรือจะไล่ให้ไปนอนที่ห้องนอนแขกแปลกที่เดี๋ยวฮักนยอนก็นอนไม่หลับอีก จะให้เป็นฝ่ายนอนพื้นก็กลัวจะหลับไม่สบาย 



ล่ม!! มิชชั่นใจร้ายใส่จูฮักนยอน ล่ม!!



ฮักนยอนมองคนที่ขยับตัวไปมาส่งเสียงฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดอยู่ที่พื้นแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง เขาถอนหายใจอย่างท้อแท้ก่อนจะคลานไปซุกตัวเองอยู่ในผ้าห่ม เขาขยับไปจนชิดขอบเตียง นอนตะแคงมองแผ่นหลังของซอนอู



"ซอนอูอ่า"



น้ำหยดใสไหลจากดวงตาเรียว ฮักนยอนไม่เคยต้องมองแผ่นหลังของซอนอูด้วยความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ทุกครั้งที่ซอนอูเดินนำเขาไป เขาไม่เคยต้องวิ่งตามซักครั้ง แค่เรียก ซอนอูก็จะหันมาหาเขา เดินกลับมาหาเขา



"ตัดใจ... ต้องใช้เวลานานแค่ไหนเหรอ? พรุ่งนี้จะตัดใจได้มั้ย? หรือต้องรอถึงวันมะรืน?"



ฮักนยอนถามเสียงเบา เขารู้ว่าซอนอูยังไม่หลับพอๆ กับที่รู้ว่าซอนอูจะไม่ตอบคำถามเขา



"แล้วถ้าวันมะริืนยังตัดใจไม่ได้แล้วอาทิตย์หน้าจะตัดใจได้รึเปล่า? หรือต้องรอไปอีกสองอาทิตย์? สองอาทิตย์... นี่เท่ากับครึ่งเดือนเลยไม่ใช่เหรอ?"



ฮักนยอนคำนวณเวลาอยู่ในหัว แค่หนึ่งวันสำหรับเขามันยังนานเลย แล้วหนึ่งอาทิตย์ ครึ่งเดือน มันจะนานเหมือนตลอดกาลรึเปล่า?



"แล้วถ้าเกิดตัดใจไม่ได้ก็จะเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ? เราจะไม่ได้คุยกันอีก จะไม่ได้เดินกลับบ้านด้วยกัน นายกับฉันจะกลายเป็นคนแปลกหน้า ถ้าเป็นอย่างนั้น..."



ไม่ตัดใจได้มั้ย?



ฮักนยอนไม่ได้พูดประโยคเห็นแก่ตัวนั้นออกไป เขากลืนมันลงคอพร้อมกับก้อนสะอื้นขมๆ



ซอนอูคงจะคิดมาอย่างดีแล้วถึงได้ตัดสินใจตัดใจจากเขา สำหรับซอนอูการที่เราไม่ได้คุยกัน ไม่ได้เจอกัน ไม่ได้กลับบ้านด้วยกันคงทรมานน้อยกว่าการที่ซอนอูชอบเขาแล้วเรายังสนิทกันเหมือนเดิม ก็แน่สิ เขาเอาแต่พูดถึงอาจารย์จินอู เขาผิดสัญญาแล้วก็ทำให้ซอนอูเสียใจ แล้วเขาจะมีหน้าไปเห็นแก่ตัวขอให้ซอนอูไม่ตัดใจได้ยังไง แต่ฮักนยอนก็ไม่อยากเสียซอนอูไป ถ้าต้องกลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเขาคงทนไม่ได้ เขาคงเสียใจมากๆ



เพราะซอนอูคือคนสำคัญ



"ซอนอูอ่ะ-"



"จะเลิกพูดได้รึยัง?" เสียงทุ้มต่ำเย็นชาทำให้จูฮักนยอนกลั้นหายใจ ปากแดงอ้าค้างและน้ำตาก็เหมือนจะหยุดไหลไปโดยปริยาย จูฮักนยอนช็อก!!



จะใจร้ายเกินไปแล้วนะ!!



"โอ๊ย!!" ซอนอูร้องเมื่อถูกคนบนเตียงปาหมอนมากระแทกหัวเขาเข้าเต็มๆ เขาผุดลุกขึ้นนั่งมองหน้าฮักนยอนอย่างเอาเรื่อง ตาเรียวรีแดงจัดเพราะเพิ่งจะผ่านการร้องไห้ฉายแววตัดพ้อต่อว่าเขาสุดๆ  ปากอิ่มเบะคว่ำจนแทบจะปีนขึ้นไปแตะอยู่บนจมูก และน้ำตาก็นองเต็มแก้มทั้งสองข้าง



เห็นแล้วก็เอาเรื่องไม่ลง



ซอนอูจิ๊ปากก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตะแคงหันไปด้านตรงข้ามตามเดิมโดยไม่ลืมที่จะเอาหมอนที่ฮักนยอนปาลงมาเมื่อซักครู่มากอดไว้ 



คิดทำร้ายร่างกายเขาก็จงนอนแบบไม่มีหมอนให้ปวดคอเสียให้เข็ด



ฮักนยอนพอเห็นซอนอูเอาหมอนที่เขาปาไปนอนกอดไว้แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็ยิ่งรู้สึกอารมณ์เสีย เขาพลิกตัวไปนอนหงายเตะแขนเตะขาดิ้นปัดๆ อยู่บนเตียง


 ดิ้นจนพอใจก็นอนกางแขนกางขาเต็มความกว้างของเตียง ฮักนยอนหอบแฮ่กๆ เพราะเหนื่อยจากการดิ้น เขากระพริบตาปริบๆ มองเพดานห้องสีขาวว่างเปล่าขณะค่อยๆ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ



ฮื่อออ ไม่มีหมอนแล้วจะนอนยังไงอ่ะ?!



ฮักนยอนลุกขึ้นนั่ง เอื้อมหยิบผ้าห่มที่ลงไปกองอยู่ที่ปลายเตียงขึ้นมาห่ม ลองนอนหงายในแนวราบเหมือนเดิมแล้วก็รู้สึกว่าไม่สบาย ลองพลิกซ้ายพลิกขวาแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่สบาย เอามือหนุนแทนหมอนก็แล้ว หนุนแขนแทนหมอนก็แล้ว นอนคว่ำก็แล้วหายใจไม่ออก



ฮื่อออ นอนไม่สบายเลย!!



ฮักนยอนค่อยๆ ขยับตัวไปชิดริมเตียง เขามองแผ่นหลังของซอนอูอีกครั้งพลางใช้ความคิดชั่งระหว่างยอมเสียหน้าง้อซอนอูแล้วนอนหลับสบายในคืนนี้หรือจะถือทิฐิแล้วทนนอนมันทั้งที่ปวดคออย่างนี้แหละ



ถ้าจะนอนไม่สบายตัวแบบนี้เขาไปนอนที่ห้องนอนแขกไม่ง่ายกว่ารึไง? ปลายทางก็นอนหลับๆ ตื่นๆ เหมือนกันอยู่ดี



"คิมซอนอู" ฮักนยอนกระซิบเรียก



"อยากได้หมอนคืนอ๊า"



เงียบ



"หลับไปแล้วเหรอ?" ฮักนยอนถามอีกแต่ซอนอูไม่ตอบแล้วก็ไม่ขยับตัวเลยด้วย 



ฮักนยอนย่นคิ้วยื่นปาก เขายันตัวชะโงกหน้าไปหาหมอนของตัวเองแล้วก็พบว่าหมอนของเขานังนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดของซอนอู ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างทุกทีที่ใช้ความคิด 



แล้วเขาก็คิดออก!!



ฮักนยอนยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาลุกขึ้นนั่ง กลั้นหายใจขณะค่อยๆ หย่อนเท้าลงกับพื้น ตาจับจ้องอยู่ที่พื้นที่ว่างครึ่งหนึ่งของหมอนใบที่ซอนอูหนุนอยู่ ซอนอูเป็นคนหลับสนิท เขาลงไปนอนด้วยแบบนี้ซอนอูไม่รู้ตัวหรอก 



จูฮักนยอนฉลาดเป็นบ้า



ฮักนยอนร้องเยสแบบไม่มีเสียงในตอนที่หย่อนตัวลงนอนบนหมอนใบเดียวกันกับซอนอูได้สำเร็จ เขานอนหันหลังชนกับซอนอูแล้วก็ยิ้มกับตัวเอง



"ถ้าพรุ่งนี้นายตัดใจได้แล้วเราสองคนกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็คงจะดีเนอะ ถึงจะไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์... แต่ก็คงจะดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่ๆ ล่ะ"



"ราตรีสวัสดิ์นะคิมซอนอู"



เจ้าของชื่อค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ รับรู้แต่สัมผัสอบอุ่นของแผ่นหลังที่แนบกันอยู่ จูฮักนยอนนี่ไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์ของการตัดใจเลยจริงๆ คนจะตัดใจที่ไหนเขานอนด้วยกันแบบนี้? 



ให้ตายเถอะ



.



.



.



To Be Continued



.



.



.



Talk*~

สวัสดีค่าา รอบนี้หายไปไม่นานเท่าไหร่ทุกคนดีใจมั้ยเอ่ย? 5555+ แต่จะบอกว่าเราดีใจมากๆ เลยค่ะที่มีคนสนใจฟิคเรื่องนี้มากขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยมีคนอ่าน ไม่ค่อยมีคอมเม้น ไม่ค่อยมีแฟนคลับ ก็เริ่มมีแล้ว ดีใจๆ เราก็เลยตั้งแท็กให้ฟิคเรื่องนี้ซะเลย สามารถพูดคุยกันได้ผ่าน #แอมยัวร์บอยซอนฮัก ค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

180509 (วันที่นิวส์เอดปล่อยคลิปจูฮักนยอนจุ๊บแก้มคิมซอนอู!!"
ปปฮม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #34 allrisedefpig (@elficezaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 08:50
    ทำไมไม่พูดตรง ๆ ไปเลยล่ะลูกแม่ ; u;
    #34
    0
  2. #33 jul99x (@jul99x) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 02:41
    ฮือหน่วงมากค่ะ เมื่อไหร่ฮักนยอนจะรู้ใจตัวเองสักทีนะ สงสารทั้งคู่เลย อยากให้ฮักนยอนพูดกับซอนอูไปตรงๆเลยว่าจริงๆแล้วซอนอูก็สำคัญกับฮักนยอนเหมือนกัน ดีกันได้แล้ว T_T
    #33
    0
  3. #32 LUCIF0N (@fmindo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 23:39
    ฮักนยอนอาาาาาาาา ฮือออออออ ถ้าหนูไม่อยากเสียคนสำคัญอย่างคิมซอนอูไป ก็บอกเค้าไปว่าไม่ต้องตัดใจนะ ตกลงไปเรยยยยย ฮื่อ จะบอกยังไงดีว่าตอนนี้ก็ยังชอบคิมซอนอูที่เป็นแบบนี้ ถึงจะใจร้ายก็เถอะ ขำที่แผนใจร้ายใส่ฮักนยอนล่ม แง้ หนู 5555555555555 จริงๆไม่น่ารีบยอมตัดใจเลย แต่จะให้ขอไปเลยตรงๆ ก็... คนพี่รู้ใจตัวเองช้าอีก ㅠㅠㅠㅠ
    #32
    0
  4. #31 AB011Tonnam (@secrettonnam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 23:13
    ฮักนยอนอ่าาา รีบรู้ใจตัวเองให้ได้เร็วๆนะ
    #31
    0