[The Boyz] I'm Your Boy

ตอนที่ 11 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    6 ก.ค. 61

วันนี้ชมรมฟุตบอลของซอนอูเลิกเร็วกว่าปกติเพราะโค้ชต้องไปสัมนาอะไรซักอย่างที่มหาวิทยาลัยใกล้ๆ นี่ ซอนอูไม่รู้จะไปฆ่าเวลาที่ไหนเขาเลยมายืนรอฮักนยอนที่หน้าห้องซ้อมร้องเพลงเพื่อจะได้เดินกลับบ้านด้วยกันตอนเย็น ซอนอูพิงหลังกับกำแพง เขาถอนหายใจขณะคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน หลังจากกินข้าวเสร็จเราสองคนก็ไม่ได้ไปเดินเล่นเอ้อระเหยที่ไหนกันอีก เรานั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน ถึงจะนั่งติดกันแต่ความรู้สึกเหมือนอยู่ห่างกันคนละซีกโลก ฮักนยอนไม่พูดอะไรและตัวเขาเองก็ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน



เมื่อถึงทางแยกที่จะไปหอพักของฮักนยอน ฮักนยอนก็ลังเลที่จะเดินแยกไป รายนั้นช้อนตาหงอยๆ ขึ้นมามองเขาแล้วพึมพำถามเสียงเบาว่าขอไปค้างที่บ้านได้มั้ย? บอกตามตรงว่าเขาไม่อยากให้ฮักนยอนไปค้างที่บ้าน ยังไงแม่ก็ต้องให้ฮักนยอนขึ้นมานอนห้องเขาอยู่แล้วและถึงเขาจะหนีลงไปนอนที่พื้นเขาก็ไม่รู้ว่าฮักนยอนจะแอบลงมานอนกับเขาอีกรึเปล่า



ปากกำลังจะเอ่ยคำปฏิเสธออกไปแต่หน้าตาท่าทางน่าสงสารแบบสุดๆ ของฮักนยอนก็ทำให้ซอนอูได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ซอนอูพยักหน้าช้าๆ เป็นการอนุญาติให้ฮักนยอนไปนอนค้างที่บ้านได้โดยไม่ต้องมีคำพูดอะไร



เมื่อคืนซอนอูลงมานอนที่พื้นเหมือนเดิม เขานอนหันหลังให้ฮักนยอน พยายามไม่สนใจเสียงพลิกตัวไปมาของคนที่อยู่บนเตียง ฮักนยอนยังไม่นอน ซอนอูเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจลุกจากที่นอนเดินออกไปข้างนอกหาน้ำสมุนไพรอะไรกินซักถุงเผื่อว่าจะทำให้เขานอนหลับได้ง่ายขึ้น ซอนอูใช้เวลาอยู่ในห้องครัวเกือบสิบห้านาที เขาหวังว่าฮักนยอนจะหลับไปแล้วตอนที่เขาขึ้นไปบนห้อง



แต่ก็เปล่า 



ตาเรียวรีใสแจ๋วสะท้อนแสงไฟจากด้านนอก ซอนอูปิดประตูห้องแต่ตาคู่นั้นของฮักนยอนก็ยังวับวาวในความมืด



"ทำไมถึงยังไม่นอนอีก?"



"ก็... นอนไม่หลับ" เสียงคนบนเตียงตอบเบาๆ ทำให้ซอนอูถอนหายใจ เขาก้มลงหยิบหมอนของตัวเองแล้วเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง



"เถิบไป"



"อะไร?"



"นอนที่พื้นแล้วปวดหลัง"



ทันทีที่ซอนอูพูดจบฮักนยอนก็นิ่งไป ตาเรียวกระพริบปริบๆ เหมือนกำลังทำความเข้าใจประโยคที่ได้ยินก่อนจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเข้าใจความหมายและยิบหยีลงในเวลาต่อมา ไม่ต้องมองเห็นก็รู้ว่าฮักนยอนกำลังยิ้ม 



ฮักนยอนรีบกระเถิบตัวขยับหมอนไปอีกด้านของเตียง เหลือพื้นที่ให้ซอนอูทิ้งตัวลงนอนได้ ซอนอูถอนหายใจอีกรอบกับท่าทางกะตือรือร้นจนเกินเหตุนั้น พยายามข่มใจไม่ให้รู้สึกเอ็นดูมากนัก


 เราสบตากันซักพักแล้วฮักนยอนก็เป็นฝ่ายปิดเปลือกตาลงก่อนแต่ซอนอูไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาลืมตามองดูฮักนยอนรอจนกว่าอีกฝ่ายจะหลับ



ใช้เวลาไม่นานฮักนยอนก็ผ่อนระบายลมหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ซอนอูยกยิ้มในความมืด ทีอย่างนี้ละหลับง่ายเป็นเด็กๆ ซอนอูจับผ้าห่มขึ้นคลุมให้ถึงหัวไหล่ มือใหญ่เผลอลูบเส้นผมนิ่มมือโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงขโมยจูบฮักนยอนไปแล้ว



ซอนอูพลิกตัวไปนอนหงายแล้วปิดเปลือกตาลง ถึงเวลาที่เขาเองก็จะต้องนอนแล้วเหมือนกัน



กำลังจะผล็อยหลับฮักนยอนก็ขยับซุกตัวเข้ามาใกล้ หัวกลมๆ พิงอยู่ที่ไหล่ของเขา แค่หันไปหาซอนอูได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูตรงปลายจมูก ทั้งๆ ที่ก็เป็นแชมพูที่เขาใช้อยู่ทุกวันแต่เขากลับไม่เคยรู้สึกว่ามันหอมขนาดนี้มาก่อน ซอนอูยกยิ้มทั้งที่ยังไม่ลืมตา เขาขยับพลิกตัวอีกครั้ง วงแขนวาดกอดอีกฝ่ายให้เข้ามาใกล้มากกว่าเดิม



ต่อให้พยายามแค่ไหน คิมซอนอูก็ไม่มีทางเอาชนะจูฮักนยอนได้



ไม่มีทางเลย



เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ทำให้ซอนอูหลุดจากภวังค์ เขาเงยหน้าขึ้นมองแล้วใบหน้าคมเข้มก็บึ้งตึงทันทีที่เห็นว่าคนที่เดินมาคืออาจารย์จินอู ซอนอูก้มศีรษะให้อีกฝ่ายทักทายไปตามมารยาท ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่รอยยิ้มที่อาจารย์จินอูส่งมาให้เขามันมีความขบขันซ่อนอยู่และเขาก็โคตรจะไม่ชอบมันเลย



.



.



.



"คืนดีกับเด็กปีสองหน้าเข้มแล้วเหรอ?"



คำถามของจินอูทำให้ฮักนยอนที่กำลังอ่านโน้ตเพลงอยู่เงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่นใส่



"อ่าว ยังไม่คืนดีกันอีกเหรอ? ก็เห็นมายืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง" ข้อความของจินอูทำให้ฮักนยอนร้องโอ๊ะตาโต



"ซอนอูมาเหรอครับ?" ฮักนยอนถาม เก็บกระแสความตื่นเต้นในน้ำเสียงไว้ไม่อยู่ ทำไมถึงมาล่ะ? ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมา มารอกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิมใช่มั้ย? เขาเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่แล้วนะ



"สรุปว่าคืนดีกันแล้วหรือยังไม่คืนดีกันแน่?" จินอูถามด้วยรอยยิ้มขัน แล้วฮักนยอนที่หุบยิ้มฉับกลับไปห่อไหล่ทำปากยื่นเหมือนเดิมก็ทำให้จินอูหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ



"ก็... จะว่าคืนดีกันแล้วก็ได้มั้งครับ ซอนอูไม่หลบหน้าผมแล้ว ยอมกลับมาคุยกับผมแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็มาพูดสุภาพด้วย มาเรียกผมว่าพี่  ใครอยากเป็นพี่กัน น่าโมโหชะมัด" ฮักนยอนบ่นให้อาจารย์จินอูฟัง แต่แทนที่อาจารย์จะเห็นใจเขารายนั้นกลับยิ่งหัวเราะออกมา



"พูดแบบนี้แปลว่าได้คำตอบแล้วสิ เรื่องที่คุยกันวันนั้นน่ะ" จินอูถามด้วยรอยยิ้ม เขาคิดว่าลูกศิษย์เขาได้คำตอบแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่มานั่งนอยด์ที่ถูกรุ่นน้องคนสนิทเรียกว่าพี่แบบนี้หรอก



"คิดว่า... ได้แล้วครับ" ฮักนยอนตอบเสียงเบาในครึ่งประโยคแรกก่อนจะยืนยันหนักแน่นในอีกครึ่งประโยคหลัง เขาหลบตาอาจารย์จินอูที่จ้องมาอย่างรู้ทัน มือเริ่มขีดๆ เขียนๆ อะไรไปเรื่อยเปื่อยเพราะความเขินที่อยู่ๆ ก็แล่นขึ้นมาจากการที่บทสนทนาถูกเปลี่ยนเรื่องไปอย่างกะทันหัน



"แล้วได้บอกเขารึยัง?" จินอูกอดอกมองลูกศิษย์ตัวเอง



"ยังครับ ยังไม่ได้บอก จริงๆ ก็เพิ่งแน่ใจคำตอบตัวเองเมื่อวาน ตอนที่ซอนอูเรียกว่าพี่ ผมก็อยากบอกนะครับ แต่ซอนอูน่ะ พอกลับมาพูดด้วยก็เอาแต่พูดๆๆ เรื่องที่ตัวเองตัดสินใจมาแล้วทั้งนั้น ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้แสดงความคิดเห็นเลย มัดมือชกสุดๆ" ฮักนยอนบ่นแล้วก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดทำให้อาจารย์จินอูหัวเราะออกมาอีกรอบ



"นามสกุลจูเหมือนกันซะเปล่า ไม่ได้เรื่องเลยน้า ฮักนยอนนา" จินอูบอกทะเล้น มือใหญ่ยีผมสีน้ำตาลเข้มแรงๆ เรียกสายตาขวางๆ จากฮักนยอนได้เป็นอย่างดี จินอูส่ายหน้าแล้วลุกขึ้นยืน บางทีเขาอาจจะต้องออกโรงทำอะไรซักหน่อยแล้ว



.



 .



.




เมื่อจูจินอูเปิดประตูห้องซ้อมร้องเพลงออกมาด้านนอก เด็กที่ชื่อว่าคิมซอนอูก็ตวัดสายตาแข็งกร้าวขึ้นมองเขาทันที ดูจากสายตาแล้วเด็กนี่คงจะไม่ขอบขี้หน้าเขาเอามากๆ จินอูอยากจะหัวเราะแต่ก็รู้ว่าถ้าหัวเราะเขาคงไม่ได้คุยกับซอนอูอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแน่



"นายชื่อซอนอูใช่มั้ย?" จินอูออกปากถามเพื่อเริ่มต้นบทสนทนา



"ครับ" ซอนอูตอบรับทั้งหน้านิ่งๆ รู้สึกตะหงิดที่อยู่ๆ อาจารย์จินอูก็มาทักเขา



"มารอฮักนยอนเหรอ?" จินอูถามพยายามโยงเข้าเรื่องกว่าเดิม เขายืนพิงหลังกับกำแพงด้านตรงข้ามด้วยท่าทีสบายๆ



"ครับ" ซอนอูตอบไปตามความจริง ตาคมยังคงลอบประเมินอีกฝ่ายไปด้วย เขาไม่รู้จุดประสงค์ที่อยู่ๆ อาจารย์ก็มาคุยกับเขาแบบนี้ เมื่อก่อนเขาก็มายืนรอฮักนยอนบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีซักครั้งที่อาจารย์จะคุยกับเขา



"นายชอบฮักนยอนสินะ"



ซอนอูกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเสียงดังกรึบ รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งสันหลังแต่เหงื่อกลับเริ่มผุดซึมตามไรผม เขาไม่คิดว่าอาจารย์จะยิงคำถามใส่เขาตรงๆ แบบนี้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน จริงๆ มันไม่ใช่คำถามด้วยซ้ำ คำพูดของอาจารย์... เหมือนรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำว่าเขาชอบฮักนยอน ก็คงจะอย่างนั้นล่ะ เขาแสดงออกชัดเจนจะตาย โลกรู้ว่าเขาชอบฮักนยอนมีแต่ฮักนยอนนั่นแหละที่ไม่รู้ว่าเขาชอบ



แล้วเขาควรจะบอกคนที่ฮักนยอนชอบว่ายังไงล่ะ?



"ครับ ผมชอบฮักนยอน"



ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องปฏิเสธ



"งั้นนายก็น่าจะรู้สินะว่าฮักนยอนชอบฉัน"



ซอนอูกัดฟันกรอด มือกำแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในเนื้อแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บเพราะความเจ็บปวดที่หัวใจมีมากกว่า 



"อาจารย์ต้องการอะไรจากผมก็พูดมาเลยดีกว่า" ซอนอูยกแขนขึ้นมากอดอก กดกำปั้นไว้กับตัวเองถ้าไม่ทำแบบนี้เขาคงได้เผลอต่อยหน้าอาจารย์เข้าให้แน่



คิมซอนอูโคตรแพ้แล้วพาล



"แค่อยากคุยด้วยน่ะ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิ เรื่องนี้คนที่จะได้ประโยชน์คือนายนะ" จินอูบอกด้วยรอยยิ้มแต่คนที่ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะอ่อนลง



"เมื่อสามสี่วันก่อนฮักนยอนมาบอกชอบฉัน"



ซอนอูเผลอกลั้นหายใจ สามสี่วันก่อนที่ฮักยยอนบอกชอบอาจารย์จินอู คือสามสี่วันก่อนที่เขาเองก็บอกชอบฮักนยอนเหมือนกัน



"ฉันก็เลยถามเขาว่าถ้าฉันกับนายเกิดตกลงไปในน้ำพร้อมกันเขาจะเลือกช่วยใคร?"



ซอนอูเผลอกลั้นหายใจยิ่งกว่าเดิม เขากำลังหวังอะไรที่มันลมๆ แล้งๆ อยู่รึเปล่า?



"ฮักนยอนในตอนนั้นตลกมากเลยล่ะ ทำหน้าลำบากใจแต่ไม่ใช่เพราะลังเลใจนะ เขาลำบากใจที่จะต้องบอกคนที่เขาเพิ่งบอกชอบว่าจะปล่อยให้คนที่เขาชอบจมน้ำตายเพราะเขาจำเป็นต้องช่วยอีกคนนึง" จินอูเล่าอย่างอารมณ์ดี เขายังจำหน้าตารู้สึกผิดสุดๆ ของฮักนยอนตอนที่บอกขอโทษที่ปล่อยให้เขาตายได้อยู่เลย



"อาจารย์ตั้งใจจะบอกอะไรผม?" ซอนอูถามคล้ายคนละเมอ เขาเข้าใจสิ่งที่อาจารย์จินอูพูดเพียงแต่เขาไม่มั่นใจ ไม่กล้าที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง



"ความชอบที่ฮักนยอนมีให้ฉันมันก็แค่ความชอบทั่วๆ ไป เหมือนคนๆ นึงที่ชื่นชอบดารานักร้อง ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งไปกว่านั้น ไม่เหมือนอย่างความรู้สึกที่ฮักนยอนมีให้นาย นายสำคัญกับฮักนยอนมาก มากขนาดที่ว่าเขาเสียนายไปไม่ได้ ฉันไม่อยากให้นายใจร้ายกับฮักนยอนแบบนี้" จินอูบอกจุดประสงค์ของการพูดคุยกันในวันนี้ นั่นก็คือเขาไม่อยากเห็นฮักนยอนลูกศิษย์ของเขาต้องเสียใจ


 "แต่... แต่ฮักนยอนอาจจะไม่ได้รู้สึกกับผมอย่างที่ผมรู้สึกกับเขาก็ได้นี่ เขาก็แค่สนิทกับผม เราก็แค่สนิทกัน เหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้อง เหมือนคนในครอบครัว" ซอนอูลองเสนอสมมติฐานอื่น เขาอยากเชื่อว่าฮักนยอนเองก็ชอบเขาในแบบที่เขาชอบแต่มันยากเกินกว่าที่จะเชื่อ



"แล้วนายเคยถามฮักนยอนตรงๆ มั้ยว่าเขารู้สึกยังไงกับนาย? นายสรุปทุกอย่างเอาเองทั้งนั้น ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวนายเองคนเดียวทั้งนั้น หรือจะเถียงว่าไม่ใช่?" จินอูถามเสียงเครียดขึง คิมซอนอูก็ซื่อบื้อพอกันกับจูฮักนยอนนั่นแหละ คนนึงก็งี่เง่าคิดเองเออเองคิดแทนเขาหมดส่วนอีกคนก็หัวช้ากว่าจะคิดออก



เฮ้อ... จะไปรอดมั้ยวะ?



ซอนอูหมดคำจะพูด เขาพูดไม่ออก เถียงไม่ได้เพราะสิ่งที่อาจารย์จินอูพูดคือความจริงทุกอย่าง เขาไม่เคยถามฮักนยอนเลยซักครั้งว่าฮักนยอนรู้สึกยังไงกับเขา เขาคิดว่าฮักนยอนชอบอาจารย์จินอู ไม่ได้ชอบเขา และความรู้สึกชอบของเขาเป็นภาระให้ฮักนยอน แม้ในวันที่สารภาพเขาก็รวบรัดตัดจบเอาเองว่าเขาต้องการจะตัดใจ เขายัดเยียดความเย็นชาโหดร้ายให้ฮักนยอน คิดเอาเองว่านั่นจะทำให้อีกฝ่ายสบายใจ เขาทำให้ฮักนยอนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาทำให้ฮักนยอนร้องไห้ ทั้งหมดเพราะเขาเอาแต่คิดเองเออเอง



"ถ้านายชอบฮักนยอนก็ดูแลเขาให้ดีๆ หน่อย อย่าทำให้เขาเสียใจอีก เข้าใจมั้ย? เรื่องที่จะพูดก็มีแค่นี้แหละ" จินอูบอกพลางเดินไปตบไหล่คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างให้กำลังใจ ซอนอูไม่ได้มองเขาด้วยสายตาก้าวร้าวเกลียดชังอีกแล้ว ดวงตาคมเข้มอ่อนลงเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกผิด และคำขอบคุณ



.



.



.



ฮักนยอนเปิดประตูห้องซ้อมร้องเพลงออกมาด้วยรอยยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องเจื่อนไปเพราะไม่เห็นคนที่คิดว่ารออยู่ ฮักนยอนเม้มริมฝีปาก กลืนก้อนความผิดหวังขมๆ ลงคอ ซอนอูอาจจะแค่แวะมาทำธุระอะไรอย่างอื่นก็ได้ ไม่ได้มารอเขาซักหน่อย อาจารย์จินอูนิสัยไม่ดีที่หลอกให้เขาดีใจเก้อ



มือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาว่าจะโทรหาซอนอู แต่พอจะกดนิ้วลงบนชื่อของซอนอูจริงๆ ก็เกิดไม่กล้าขึ้นมา ถือโทรศัพท์ค้างอยู่อย่างนั้นจนสุดท้ายก็ตัดใจเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าทั้งที่ยังไม่ได้โทรออกไปไหน



ฮักนยอนเดินลงบันไดไปช้าๆ ไม่ได้รู้สึกเร่งร้อนอะไรเพราะเขาก็ไม่ได้อยากรีบกลับไปที่หออยู่แล้ว อยู่หอคนเดียวไม่รู้จะทำอะไร หดหู่จะตาย หรือเขาควรจะแวะไปหาอะไรอร่อยๆ กินก่อน กินให้อิ่มรอจนดึกแล้วค่อยกลับ ดึกแล้วกลับไปถึงหอจะได้อาบน้ำเข้านอนเลย แต่กินข้าวคนเดียวก็หดหู่เหมือนกัน เขาไม่ชอบกินข้าวคนเดียว เขาควรจะทำยังไงดีนะ วันนี้สองแฝดก็มีซ้อมเต้นด้วย หรือเขาเดินกลับขึ้นไปดูคนอื่นซ้อมเต้นดี คนเยอะๆ อย่างน้อยก็ไม่เหงา



"โอ๊ะ" ฮักนยอนหลุดเสียงร้องเมื่อกระเป๋าเป้ถูกดึงจากด้านหลังทำให้เขาไม่สามารถเดินต่อได้ ฮักนยอนหันไปมองแล้วก็ต้องตกใจที่เห็นว่าคนที่ดึงกระเป๋าเขาไว้คือคิมซอนอู



"กลับด้วยกัน" เสียงทุ้มต่ำบอกง่ายๆ มือใหญ่ปล่อยจากหูกระเป๋าของเขาแล้วเดินมายืนข้างๆ ฮักนยอนหลุดยิ้มกว้างเขาพยักหน้าหงึกๆๆ ให้ฝ่ายนั้น



"นานแล้วเนอะที่ไม่ได้เดินกลับด้วยกัน" ฮักนยอนบอกอย่างอารมณ์ดี ทอดสายตามองเงาของคนสองคนที่ขยับอยู่บนพื้นตามจังหวะก้าวเดินของทั้งเขาและซอนอู



"นานอะไรเมื่อวานพี่ก็เดินกลับกับผม" ซอนอูบอกกลั้วหัวเราะแต่ฮักนยอนไม่ได้หัวเราะตาม คำว่าพี่ทำให้ฮักนยอนหุบยิ้มนิ่วหน้า อารมณ์ดีๆ ที่มีเมื่อซักครู่พลันหายไปเพราะระยะห่างที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ เขาพึมพำตอบกลับไปเบาๆ ว่านั่นสินะ



ตลอดระยะทางหลังจากนั้นมีแต่ความเงียบ เหมือนกับเมื่อวาน ไม่เหมือนอย่างเมื่อก่อน ฮักนยอนมองเงาสีดำบนพื้นอีกครั้ง มองระยะห่างที่เกิดขึ้นระหว่างเงาสองเงา สายตาหรุบกลับมามองมือของตัวเองที่อยู่ห่างจากมือของซอนอูไปเกือบฟุต ฮักนยอนเม้มริมฝีปาก กลั้นหายใจแล้วคว้ามือของซอนอูมาจับหมับ



ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ต่างจากที่คิดเท่าไหร่



ซอนอูสะบัดมือเขาทิ้งทันที



"จับมือไม่ได้จริงๆ ด้วยสินะ" ฮักนยอนหยุดเดิน ส่งยิ้มขื่นๆ ให้ซอนอู ตาเรียวรีไม่ได้หลบไปไหน เป็นซอนอูต่างหากที่หลบสายตาเขา



"คือ... มันไม่ใช่อย่างนั้น ผมแค่... ตกใจ" ซอนอูแก้ตัว รู้สึกร้อนไปทั้งฝ่ามือที่เพิ่งจะถูกสัมผัส



"งั้นขอจับมือได้มั้ย?" ฮักนยอนถามตรงๆ 



"ก็ไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ยล่ะ?" ฮักนยอนเหยียดปากเมื่อเห็นว่าซอนอูเอาแต่นิ่ง ความเจ็บปวดและความไม่พอใจเจือแฝงมาในน้ำเสียงอย่างไม่คิดปิดบัง



"พี่จะให้ผมจับมือพี่ในฐานะอะไร?" ซอนอูถามเลื่อนสายตากลับมาหาฮักนยอน 



คราวนี้เป็นฮักนยอนที่อึ้งบ้าง เขาจะให้ซอนอูจับมือในฐานะอะไร ตอนนี้เราสองคนอยู่ในสถานะไหนยังไม่รู้เลย



"เมื่อก่อนจับมือกันในฐานะไหนก็จับกันในฐานะนั้นนั่นแหละ" ฮักนยอนตอบแบบกำปั้นทุบดิน ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างคนเอาแต่ใจ แต่พอเห็นซอนอูเอาแต่นิ่งฮักนยอนก็เริ่มใจแป้ว 



"ความรู้สึกของนาย... ยังเหมือนเมื่อก่อนไม่ใช่เหรอ? หรือว่าไม่เหมือนแล้ว?"



ซอนอูหลบสายตาฮักนยอนอีกครั้ง เขาสู้สายตาผิดหวังตัดพ้อแบบนั้นไม่ไหว สุดท้ายก็ทำได้แค่เดินหนี



เหมือนสิ ความรู้สึกของเขายังเหมือนเมื่อก่อน ที่จะไม่เหมือนก็คือความรู้สึกของฮักนยอนหลังจากที่ล่วงรู้ความลับของเขาต่างหาก ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจับมือฮักนยอน แต่เขาทำใจจับมือฮักนยอนทั้งที่รู้ว่าฮักนยอนรู้ว่าเขาชอบไม่ได้ ฮักนยอนอาจจะจับมือเขาอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่เขาไม่ เมื่อก่อนที่ฮักนยอนไม่รู้ เขาฉวยโอกาส เขาเห็นแก่ตัว แต่ตอนนี้ที่ฮักนยอนรู้แล้วเขาทำไม่ได้ เขาละอายใจ



ถึงฮักนยอนจะมองว่าเขาสำคัญแต่ถ้าสำคัญไปคนละทางก็คงไม่ทีประโยชน์อะไร เขาควรจะถามฮักนยอนตรงๆ ไปเลยมั้ยว่ารู้สึกยังไงกับเขา ถ้าชอบแบบเดียวกับที่เขาชอบ ก็เป็นแฟนกัน 



ถ้าเป็นแฟนกันเขาจะไม่ปล่อยมือฮักนยอนเลย



"โอ๊ย!!" ซอนอูร้องเสียงดังเมื่อสัมผัสหนักๆ กระแทกเข้าที่หลังด้านขวา เขาหันไปมองแล้วก็พบว่าฮักนยอนไม่ได้เดินตามเขามา ฮักนยอนยังยืนอยู่ที่เดิม ต่างไปจากเดิมก็ตรงที่รองเท้าผ้าใบข้างขวาหายไปเหลือแค่ถุงเท้าสีขาว ซอนอูก้มมองพื้นหน้าตัวเองแล้วก็เจอเจ้ารองเท้านอนตายอยู่ตรงนั้น คงไม่ต้องเดาว่าเป็นอะไรที่กระแทกหลังเขาเต็มๆ เมื่อตะกี้นี้



"ทำอะไรของพี่เนี่ย?!" ซอนอูถามเสียงดัง เขาก้มเก็บรองเท้าของฮักนยอนขึ้นมาแล้วเดินกลับไปหาฝ่ายนั้น



"ฉันไม่ใช่พี่นาย!! ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่!!" ฮักนยอนตะโกนกลับมา พร้อมกับถอดรองเท้าอีกข้างปาใส่เขา ัมันเกือบจะโดนหน้าอกข้างซ้ายของเขาแต่ซอนอูเอามือกันไว้ได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเจ็บอยู่ดีเพราะฮักนยอนร้องไห้อีกแล้ว



"พี่ฮักนยอน" ซอนอูเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาก้มลงเก็บรองเท้าอีกข้างของฮักนยอนขึ้นมาก่อนจะเดินต่อ



"บอกว่าไม่ให้เรียกไง!! ไม่ต้องมายุ่ง!! ไปให้พ้นหน้าเลย!!" ฮักนยอนตะโกนลั่นทั้งที่ระยะห่างระหว่างเขากับซอนอูหดสั้นลงมาไม่ถึงสิบก้าว เขาคงเป็นบ้าที่อยู่ๆ ก็ร้องไห้โวยวายริมถนนทั้งที่ไม่ใส่รองเท้า



ก็คิมซอนอูกวนประสาท!! โคตรจะกวนประสาท!!



"จับมือก็ไม่ได้ พูดธรรมดาก็ไม่ได้ ถ้ามันลำบากนายมากก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันก็ได้ เดินด้วยกันแท้ๆ แต่ไม่เห็นจะรู้สึกต่างจากเดินคนเดียวเลย แย่กว่าเดิมอีก เกร็งจะตายอยู่แล้ว" ฮักนยอนโวยทั้งที่น้ำตาไหลป้อยๆ ทั้งน่าสงสารแล้วก็น่าเอ็นดูจนคนมองอย่างซอนอูนึกโกรธไม่ลงที่ถูกปารองเท้าใส่ ซ้ำยังรู้สึกผิดขึ้นมาอีกที่เป็นต้นเหตุให้ฮักนยอนร้องไห้อีกแล้ว



"ใส่รองเท้า" ซอนอูบอกเสียงอ่อน วางรองเท้าไว้ตรงหน้าฮักนยอนแต่คนเป็นพี่ที่ยืนร้องไห้งอแงอย่างกับเด็กอนุบาลกลับยืนเฉย



"บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง จะไปไหนก็ไป" ฮักนยอนสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น เขาไม่อยากยุ่งกับซอนอูแล้ว 



ตอนแรกขอแค่ให้ซอนอูกลับมาก็พอ ไม่ต้องเป็นเหมือนเดิมก็ได้ แต่พอซอนอูกลับมาแล้วไม่เหมือนเดิมจริงๆ ฮักนยอนก็รู้สึกแย่ยิ่งกว่าตอนที่ซอนอูหลบหน้ากันเสียอีก



ตอนนี้ที่รู้แล้วว่าชอบ แค่ซอนอูกลับมามันไม่พอหรอก จูฮักนยอนเป็นคนโลภ เขาอยากให้ซอนอูกลับมาดูแลเขาเหมือนเดิม



ซอนอูส่ายหน้าให้กับเด็กช่างดื้อ เขาปลดกระเป๋าตัวเองออกจากหลังมาสะพายไว้ข้างหน้า หยิบรองเท้าฮักนยอนขึ้นมาถือแล้วหันไปนั่งยองๆ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายขึ้นมาขี่หลังตน



"ขึ้นมา"



ฮักนยอนเม้มริมฝีปาก เขามองแผ่นหลังกว้างที่อยู่ตรงหน้า ทีมือไม่ให้จับแต่มาให้ขี่หลัง เขายอมเดินเท้าเปล่ากลับบ้านก็ได้



เมื่อเห็นว่าฮักนยอนยังตั้งแง่ไม่ขึ้นมาซักที ซอนอูจึงถือวิสาสะรวบขาของฮักนยอนทำให้อีกฝ่ายเสียหลักแล้วขึ้นมาอยู่บนหลังเขา ฮักนยอนร้องลั่นเพราะกลัวตก คนตัวเล็กกว่าดิ้นจะลงจากหลังเขาแต่พอซอนอูขยับให้ฮักนยอนอยู่บนหลังดีๆ ได้แล้วอาการต่อต้านทั้งหลายก็หายไปเหลือเพียงวงแขนที่โอบอยู่รอบลำคอและใบหน้าซุกลงกับบ่า



ซอนอูรู้ว่าฮักนยอนกำลังพยายามห้ามน้ำตาตัวเองอยู่สังเกตจากเสียงสะอื้นขาดเป็นห้วงๆ และอาการสำลักแค่กเป็นระยะ เขาพาฮักนยอนเลี้ยวไปยังสนามเด็กเล่นที่อยู่ไม่ไกลจากทั้งบ้านของเขาและหอของฮักนยอนนัก



วันนี้เราสองคนคงต้องคุยกันจริงๆ จังๆ ซักที



สนามเด็กเล่นในเวลาเย็นอย่างนี้ร้างผู้คน เขาพาฮักนยอนไปยังของเล่นขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางแล้วก็หันหลังปล่อยฮักนยอนลงกับตรงด้านบนของสไลเดอร์ ฮักนยอนเอาแต่ก้มหน้าแต่ซอนอูที่อยู่ต่ำกว่ามองเห็นแก้มชื้นน้ำสองข้างได้อย่างชัดเจน



"เช็ดหน้าซะ แล้วห้ามขยี้ตาล่ะ" ซอนอูยื่นผ้าเช็ดหน้าสีกรมท่าส่งให้ เขาปลดกระเป๋าของตัวเองวางไว้ที่พื้น



"เป็นน้องไม่มีสิทธิ์มาสั่ง" ฮักนยอนยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้าของอีกฝ่ายมาอย่างไม่คอยจะเต็มใจนัก ปากพูดอย่างถือดี คอยดูเถอะ เขาจะสั่งขี้มูกใส่เอาให้ใช้ไม่ได้อีกเลย



"เมื่อกี้ยังบอกไม่ใช่พี่อยู่เลย ไม่ให้เรียกว่าพี่ด้วย" ซอนอูแซว มือแกะเชือกรองเท้าของฮักนยอน



"ใช่ ไม่ให้เรียก แต่นายก็ยังเรียกอยู่นั่น" ฮักนยอนบ่นเสียงอู้อี้เพราะทั้งหน้าฝังอยู่ในผ้าสีกรมท่า กลิ่นหอมอ่อนของโคโลนจ์คุ้นจมูกทำให้นึกอยากร้องไห้ขึ้นมาอีกรอบ สั่งขี้มูกใส่แม่ง ฮื่ออออ



ฮักนยอนลดผ้าเช็ดหน้าลงทันทีที่ข้อเท้าถูกจับ เขามองซอนอูใส่รองเท้าข้างซ้ายให้เขาอย่างไม่นึกรังเกียจ หัวใจเต้นแรงขึ้นมา 



ถึงจะเป็นน้องก็คงไม่ใส่รองเท้าให้พี่แบบนี้หรอกใช่มั้ย?



ฮักนยอนรอให้ซอนอูใส่รองเท้าให้ตนเองเงียบๆ มือจับกำผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนทั้งน้ำตาน้ำมูกบนตัก รอบตัวพวกเขายิ่งเงียบ เงียบมากจนฮักนยอนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดขึ้น



"คิมซอนอู"



"หื้ม?" ซอนอูเงยหน้าขึ้นไปหาคนที่เรียกชื่อนามสกุลเขาซะเต็มยศ



"ฉันร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้เป็นพี่นายไม่ได้หรอก ไม่เป็นพี่นะ" ฮักนยอนบอกเสียงเบา น้ำเสียงตอนท้ายออดอ้อนจนคนฟังยิ้มบาง



"ฉันชอบนาย รู้ใช่มั้ย?" ซอนอูบอกจริงจัง ฮักนยอนเหลือบตาขึ้นมองเขาแว่บนึง ก้มหน้าหลบลงไปใหม่ แล้วก็พยักหน้าหนึ่งที



"ความรู้สึกของฉันยังไม่เปลี่ยน ยังเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อน"



"ถ้ามันยังเหมือนเดิมแล้วทำไมถึงกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ล่ะ?" ฮักนยอนเงยหน้ามุ่ยๆ ขึ้นมา นัยน์ตาเรียวรีเหงาหงอยเหมือนเด็กที่เพื่อนไม่ยอมเล่นด้วย คนที่เดิมก็ตัวเล็กอยู่แล้วยิ่งดูตัวเล็กลงอีกในเวลานี้



"เพราะนายรู้แล้วไง ความรู้สึกของฉัน ถ้านายไม่ชอบฉัน เราสองคนก็กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ ถึงนายจะชอบฉันเหมือนกัน เราสองคนก็กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อยู่ดี เข้าใจใช่มั้ย?" ซอนอูอธิบาย



ฮักนยอนไม่ได้ตอบซอนอูเป็นคำพูด ความเงียบที่เขาส่งคืนกลับไปแปลว่าเขายอมรับสิ่งที่ซอนอูบอก ไม่มีข้อโต้เถียง



"ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยถามเพราะฉันเข้าใจว่านายชอบอาจารย์จินอู แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้จากปากนาย จูฮักนยอนรู้สึกยังไงกับคิมซอนอู?" ซอนอูถามจริงจัง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรอฟังคำตอบของฮักนยอน ไม่อยากกดดันด้วยความใกล้ชิดที่อีกฝ่ายกำลังต้องการ



"ไข่นกกระทา"



"ห๊ะ?" ซอนอูส่งเสียงห๊ะออกไป คิดว่าตัวเองต้องหูฝาดไปแน่ๆ ที่ได้ยินคำว่าไข่นกกระทา



"ฉันชอบนายมากกว่าไข่นกกระทา" ฮักนยอนบอกเสียงดังฟังชัด ตาเรียวมองสบกลับมาตรงๆ ไม่มีวี่แววของความสับสนหรือความลังเลใจ



คนฟังได้ยินดังนั้นก็อึ้งไป แล้วก็นึกขึ้นได้ ไข่นกกระทาสองฟองเมื่อวานที่เขาเข้าใจเอาเองว่าเป็นการปฏิเสธคำบอกชอบของฮักนยอน กลับกลายเป็นการบอกชอบไปซะได้ แถมยังเป็นการบอกชอบที่น่ารักมากๆ ด้วย ซอนอูเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ เขายิ้มมองฮักนยอนด้วยแววตาอ่อนโยน 



แต่ว่ามันยังไม่จบ



"งั้นขอลองอะไรหน่อยได้มั้ย?" ซอนอูถามใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้ม



"ลองเหรอ?" ฮักนยอนเอียงคอถาม



"จูบ"



"เอ๋?" ฮักนยอนหน้าร้อนวูบเมื่ออีกฝ่ายพูดว่าจูบ หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมาจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน



"ความชอบมันมีหลายแบบ ฉันชอบนายแบบที่อยากกอดอยากจูบ อยากทำอะไรที่มันไกลกว่าการจับมือ ถ้าจูบได้ก็แสดงว่าความชอบของเราตรงกัน" ซอนอูพูดเรียบเรื่อยราวกับเรื่องที่พูดเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศหน้าเบื่อ เขาไม่อยากให้ฮักนยอนตกใจ



"อ่อ... อือ ลอง... ลองดูก็ได้ ก็... ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย" ฮักนยอนบอกตะกุกตะกัก มือยิ่งจิกกำผ้าเช็ดหน้าบนตักจนแทบจะขาดคามือ เขากระพริบตาปริบๆ มองเห็นแต่ตาคมที่ขยับเข้ามาใกล้ หัวใจเต้นตึกๆ อย่างควบคุมไม่ได้ จนถึงจุดหนึ่งที่ซอนอูเข้ามาใกล้มากๆ ฮักนยอนก็ไม่สามารถสู้ตาคมที่ดูลึกซึ้งกว่าทุกครั้ง อ่อนหวานกว่าทุกครั้งได้ เขาหรุบตาลงแล้วก็รู้สึกพลาดมหันต์ ฮักนยอนหลับตาปี๋ทันทีในตอนที่เห็นปากซอนอู



ฮักนยอนหยุดหายใจไปแล้วในตอนที่รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของซอนอูที่ปลายจมูก



แล้วก็...



จูบ



จูบเบาๆ แตะตรงกลางหน้าผากแล้วผละออก



ฮักนยอนค่อยๆ ลืมตา เขายกมือแตะที่หน้าผาก ตรงสัมผัสที่ยังคงความอบอุ่น ตาเรียวมองซอนอูอย่างไม่เข้าใจ



"กลัวจนตัวสั่นขนาดนี้ ไม่ต้องฝืนหรอก ความชอบของเราคงไม่ตรงกันเท่าไหร่ มาเริ่มต้นใหม่ในฐานะพี่น้องก็แล้วกันเนอะ ฉันจะเป็นน้องที่ไม่เรียกนายว่าพี่ก็แล้วกัน กลับกันเถอะ" ซอนอูพูดสบายๆ แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่ยังสามารถส่งยิ้มให้ฮักนยอนได้ พอรู้ความจริงแบบนี้แล้วมันก็ไม่ได้เจ็บมากเท่าไหร่ แค่หวิวๆ ที่ใจสลับกับหน่วงๆ นิดหน่อย เขาก้มลงเก็บกระเป๋าที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมาสะพาย ตอนนี้ท้องฟ้าแทบไม่มีสีส้มแล้ว ใกล้จะมืดแล้ว เขาควรพาฮักนยอนกลับ



ฮักนยอนมองคนที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่เอาแบบนี้สิ เขาไม่ได้กลัวที่จะถูกจูบซักหน่อย เขาก็แค่... จะเรียกว่าอะไรดี เขิน?



ตาเรียวที่ยังบวมช้ำจากการร้องไห้เบิกมองแผ่นหลังของซอนอูที่เริ่มจะห่างออกไป ฮักนยอนเม้มริมฝีปากที่เริ่มสั่นระริกแน่น



หลังอีกแล้ว



เขาต้องมองหลังของซอนอูค่อยๆ ห่างออกไปอีกแล้ว



ไม่ยอมหรอก



ฮักนยอนกระโดดลงจากของเล่น วิ่งไปคว้ากระเป๋าเป้ของซอนอูไว้ เมื่อซอนอูหันกลับมาเขาก็หลับหูหลับตาเขย่งปลายเท้าแตะปากกับมุมปากของอีกฝ่าย



ฮักนยอนผละลงมายืนเต็มฝ่าเท้า ตามองซอนอูที่ยังยืนนิ่งอย่างไม่แน่ใจ



"จูบแล้ว ไม่เป็นพี่นะ" ฮักนยอนบอกเสียงสะบัด เหมือนกับออกคำสั่ง เขาก้มหน้าที่เห่อร้อนไปหมดลงจนคางแทบจะชิดอก ไม่รู้แล้วว่าซอนอูจะว่ายังไง แต่ถ้าไม่ได้คำตอบที่พอใจเขาไม่ปล่อยมือจากกระเป๋าเป้ของซอนอูแน่



ฝ่ายคนที่ถูกขโมยจูบ ที่ยืนนิ่งนี่ไม่ใช่อะไร ซอนอูกำลังไปไม่เป็น แค่จูบแตะเบาๆ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกหมัดหนักๆ ชกแรงๆ จนแทบจะล้มทั้งยืน ซอนอูเห็นดาวลอยระยิบระยับเต็มไปหมด



ให้ตายเถอะ จูฮักนยอนจะเอาให้ได้ใช่มั้ย



ซอนอูมองคนที่ยืนก้มหน้า แก้มแดงๆ กลมๆ กับหูแดงๆ ที่โผล่พ้นมาให้เห็นทำให้ซอนอูเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่จริงๆ เขาชอบฮักนยอนและตอนนี้ก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก



มือใหญ่แตะกึ่งแก้มกึ่งคางทำให้คนที่ก้มหน้าอยู่แทบสะดุ้ง



"เมื่อกี้ไม่ได้เรียกว่าจูบซักหน่อย จูบจริงๆ ต้องแบบนี้ต่างหาก"



.



.



.




To Be Continued



.



.



.



Talk*~

สวัสดีค่ะ หายไปประมาณชาติเศษได้ ฮือออ ไม่รู้เหมือนกันว่ายุ่งอะไรกว่าจะเข็นตอนนี้ออกมาได้

พอมานั่งไล่ๆ อ่านดูแล้วก็รู้สึกว่าทำไมน้องซอนอูงี่เง่างี้ แบบอะไรของหนูอ่ะลูก พระเอกละครช่องเจ็ดหรอม คิดเองเออเองเก่งไปอีกกกกก ส่วนฮักนยอนก็ทำไมซื่อ(บื้อ)งี้ นางเอกละครช่องสามใช่มั้ย? ต้องให้พระเอกหนีก่อนถึงจะรู้ใจตัวเอง 5555+ แต่ก็ดีแล้วค่ะที่เข้าใจกันได้ซักที ยืมมือคนอื่นมาช่วยเยอะมาก

เรื่องนี้ก็น่าจะเหลืออีกแค่ตอนเดียวนะคะ คงเป็นตอนเบาๆ ฟินๆ ซักที

เอออออออ เอาจริงว่าตอนแรกเริ่มแต่งเรื่องนี้คือคิดไว้ว่าจะแต่งให้น่ารักฟรุ้งฟรุ้งฟินๆ จิกหมอนเค้าจีบกันไรงี้ ไหงแต่งออกมาดราม่าได้ทุกตอนก็ไม่รู้ เสียใจ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องนี้ด้วยนะคะ

ไม่รู้จะมีโอกาสได้แต่งฟิคซอนฮักอีกรึเปล่า

ถ้ามีก็ฝากติดตามด้วยนะคะ

ปปฮม
180706
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #41 craziioun (@craziioun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 19:38
    โอ้ยยยน่ารักมากมากเลยค่ะะะะะชอบมากๆอ่านแล้วฟีลกู้ด ฮื่อ พอเห็นว่าเหลืออีกแค่ตอนเดียวก็ใจหายเหมือนกัน จากที่ตามมาตั้งแต่ตอนแรก แง เราชอบคาแรกเตอร์ซอนฮักในเรื่องนี้มากๆเลย มันใช่มากๆ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆมาให้ได้อ่านนะคะ ไม่ว่าไรท์จะได้เขียนอีกมั้ยเราก็จะรอน้าา ขอบคุณนะคะ เลิ้บบบบบ
    #41
    0
  2. #40 LUCIF0N (@fmindo) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:55
    กว่าจะมีวันนี้ ไม่ใช่แค่ซอนฮักที่จะตาย พี่ก็จะตาย กว่าจะเข้าใจกัน ซีนดราม่าปวดใจจริงค่ะ ทรมานมาก ได้แต่ เมื่อไรรร เมื่อไรคะะะะ ต้องให้พี่จินอูมีบท พระเอกถึงจะเข้าใจ ยิ่งท้ายๆตอนนี่ นอกจากฮักนยอนที่ใจเต้น คนอ่านก็ด้วยค่ะ ไม่ไหวแน้ว นึกหน้าเด็กสองคนนี้ออกเลย คุยกันยังไง ท่าทางยังไง เขินแรงมาก ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ งืออออออออออ ก็ยังคงตัดจบตอนได้แบบ แงงงงงงงงง ดีใจมากค่ะที่ได้อ่าน แอบเสียดายเหลือตอนเดียวแล้ว จริงๆ เป็นฟิคซอนฮักที่เราอ่านวนบ่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่างๆก็กดเข้ามาอ่าน เพราะเป็นคู่หลักด้วย อ่านบ่อยแค่ไหนก็ฟินค่ะ แงงง้
    #40
    0
  3. #39 allrisedefpig (@elficezaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 20:05
    โอ้ยเยะยะยะยะยะยะพวพสดสดสดสดสดสสดสกเนมพยอมดเพสดสดยกสดยกวดวดจะสดสดยะวพสพยเวยพสเเสสดสดสดสดสดสดสดสดสดสดสสดสดสดสดสด
    #39
    0