ตอนที่ 3 : บทที่ 2 จอมเผด็จการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    16 มิ.ย. 59

บทที่ 2

จอมเผด็จการ

 

“ปลดโซ่ให้ข้า!

“ขออภัย ท่านฮอร์คไม่อนุญาตให้ข้าทำเช่นนั้นขอรับ”

“ข้าก็ไม่ได้อนุญาตให้อสูรนั่นล่ามข้าไว้เหมือนกันนั่นแหละ!

เกเบรียลตะโกนลั่นด้วยความหงุดหงิด อีกทั้งยังเขย่าข้อมือตัวเองแรงๆ จนสายโซ่กระทบกันเสียงดังสนั่น เทวทูตหนุ่มส่งเสียงฮึดฮัดอยู่ในลำคอ ดวงตาสีทองขุ่นมัวไปด้วยแรงอารมณ์ นี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว วันที่สามที่เขาถูกล่ามไว้แบบนี้ จะมีแค่ตอนเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวเท่านั้นที่เขาจะได้ย่างเท้าออกจากห้องขังนี่ แต่ก็ใช่ว่าเกเบรียลจะได้รับอิสระอย่างเต็มรูปแบบเสียทีเดียว เพราะทุกครั้งฮอร์คจะเป็นผู้คุมตัวเขาไป แถมยังตามติดอย่างกับเงาตามตัว กระดิกหนีไปไหนแทบไม่ได้

เช่นนี้ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงกันฮะ!

“ท่านเลิกโวยวายแล้วให้ข้าทำแผลดีๆ เถอะ” อิลคิเอ่ยเสียงเรียบ อสูรรับใช้ถอนหายใจในขณะที่เอื้อมมือหมายจะเปลี่ยนผ้าพันแผลบนใบหน้าให้กับเกเบรียล แต่กลับโดนอีกฝ่ายมองจ้องด้วยสายตาวาวโรจน์พร้อมกับเสียงกระซิบลอดไรฟันที่ฟังดูอันตราย

“อย่ามายุ่งกับหน้าข้า”

“ท่านอย่ารั้นไปนักเลย”

อิลคิถอนหายใจอีกครา จะว่าไปนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกเบรียลมีท่าทีต่อต้านเวลาเขาจะทำแผลบนใบหน้าให้กับอีกฝ่าย อสูรรับใช้เช่นเขาไม่รู้หรอกว่าเกเบรียลไปโดนอะไรมา แต่คาดว่ามันคงต้องส่งผลกระทบต่อจิตใจพอสมควร ไม่งั้นเทวทูตตนนี้คงไม่มีท่าทีกราดเกรี้ยวใส่เขาราวกับเขาเผลอไปแตะจุดสำคัญของอีกฝ่ายเข้าให้หรอก

“ข้าจะจัดการเอง เจ้าออกไปซะ”

“ข้ารับคำสั่งจากท่านฮอร์คเท่านั้น”

“ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามายุ่งกับหน้าข้า!

เกเบรียลเอ่ยย้ำอีกครั้งโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าหน่ายใจของอิลคิ เทวทูตหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกและพยายามระงับอารมณ์ตนเองที่เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจควบคุมมันได้ ครั้งหนึ่งเกเบรียลเคยเป็นเทวทูตที่สมบูรณ์และพรั่งพร้อม ไม่ว่าจะด้วยสายเลือดชั้นขัตติยะ หรือแม้กระทั่งหน้าตาเย่อหยิ่งงดงาม แต่ในวันนี้เขากลับมีสภาพไม่ต่างอะไรกับขยะไร้ค่า ปีกซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะถูกพรากไป อีกทั้งใบหน้าที่แสนภาคภูมิใจบัดนี้กลับเสียโฉม เช่นนี้แล้วจะให้เขาเอาหน้าและความทระนงในสายเลือดตนเองไปไว้ที่ใดกัน?!

สภาพน่าสมเพชเช่นนี้เขาไม่ต้องการให้ผู้ใดได้เห็นมัน!

“ท่านจะปล่อยให้แผลเน่าหรือไง”

“มันจะเน่าก็ปล่อยให้เน่าไป ยังไงหน้าข้าก็ไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม” เกเบรียลแค่นเสียงเย้ยหยั่นตนเอง ดวงตาสีทองฉายแววเจ็บปวดและเจือไปด้วยความแค้น ใบหน้าของซาฮาลผุดวาบเข้ามาในหัว พลันเลือดภายในกายก็ร้อนลุ่มขึ้นมา ดวงตาคู่สวยปรากฏแววชิงชังอย่างปิดไม่มิด ท่าทีเช่นนั้นทำให้อิลคิซึ่งลอบมองอยู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

ความแค้นแผดเผาใจของเทวทูตตนนี้ไปเสียแล้ว ป่วยการที่จะเอาเหตุผลเข้าสู้

“เช่นนั้นข้าขอตัว” อสูรรับใช้เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป

เกเบรียลแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีทองมองส่งจนกระทั่งแผ่นหลังของอิลคิหายลับไปแล้วจึงได้เบนมาสบกับโซ่ตรวนที่ข้อมือตนเอง ริมฝีปากเทวทูตหนุ่มเบ้ออกด้วยความหงุดหงิดใจ เขาพยายามดึงข้อมือตัวเองออกมาทั้งๆ ที่รู้ว่าทำเช่นนั้นไปก็ไม่ได้ผลอะไร ซ้ำข้อมือตนเองยังจะเป็นแผลถลอกอีก แต่กระนั้นก็ยังคงทำต่อไปด้วยความหงุดหงิดซึ่งยังคงค้างคาอยู่ภายในใจ

“ตัดมือทิ้งเสียสิ จะได้จบๆ กันไป”

เสียงแหบห้าวดังขึ้น เกเบรียลเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยสายตาวาวโรจน์ ฮอร์คยืนกอดอกพิงกรอบประตูโชว์แผงอกล่ำชื้นเหงื่ออย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของเทวทูตหนุ่มเลยแม้แต่น้อย อสูรร่างใหญ่มองมาที่เขาด้วยแววตาขบขัน ใบหน้าคมคร้ามแดดแฝงแววยียวนจนเกเบรียลคิ้วกระตุก

“ไร้มารยาท เสื้อผ้าไม่มีใส่หรือยังไง”

“นี่บ้านข้า ข้าจะใส่หรือไม่ใส่อะไรแล้วมันหนักหัวเจ้าตรงไหน” อสูรหนุ่มกระตุกยิ้มแล้วปาดเหงื่อบนใบหน้าตัวเองมาสะบัดใส่เกเบรียลด้วยความหมั่นไส้ “นี่แดนอสูร ไม่ใช่ดินแดนผู้ดีอย่างเมืองน่านฟ้าของเจ้าหรอกนะ”

“สกปรก! เจ้านี่มันหยาบคายที่สุด!

“ได้ข่าวว่าเจ้าพยศอีกแล้ว” ฮอร์คแสร้งเมินคำต่อว่าของเกเบรียลแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้ ตอนนั้นเองที่เกเบรียลเห็นว่าในมือของอสูรหนุ่มมีกระปุกยาสมุนไพรแบบเดียวกับที่อิลคิใช้รักษาเขาอยู่เป็นประจำ “ดื้อจริงนะ หรือว่าเจ้ากำลังเรียกร้องความสนใจจากข้า?”

“ออกไปห่างๆ ข้าเดี๋ยวนี้!

“อยู่เฉยๆ แล้วหันหน้ามา” ฮอร์คไม่ทำตาม ซ้ำยังจับปลายคางเกเบรียลบังคับให้หันใบหน้าด้านที่มีแผลมาทางตนเองอีกต่างหาก เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นเมื่ออสูรหนุ่มดึงผ้าพันแผลชิ้นเก่าออกด้วยน้ำมือที่ไม่ได้นุ่มนวลเท่าใดนัก ก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทจะหรี่ลงเมื่อเห็นบาดแผลของเกเบรียลชัดเต็มสองตา

“อย่ามอง!

“เฮ้ย! เลิกโวยวายได้แล้วน่า ไม่มองแล้วจะทำแผลให้เจ้าได้ยังไง โง่จริง!

“เปล่าประโยชน์ ถึงแผลจะหายดีแต่หน้าข้า...”

“แล้วไง เจ้าจะปล่อยให้หนอนไชหน้าเน่าๆ ของเจ้างั้นรึ?” ฮอร์คเอ่ยขัด ดวงตาสีดำสนิทปรายตามองใบหน้าของเกเบรียลที่ฉายแววเจ็บปวดจากนั้นจึงพูดต่อ “สงสารหนอนแย่ ต้องมาไชหน้าที่ไร้สารอาหารเช่นเจ้า”

“อสูรแบบเจ้านี่ปากร้ายกันทุกตนหรือเปล่าฮะ!

“เจ้าช่วยหุบปากหน่อยได้ไหม ข้ารำคาญ” ฮอร์ดเอ็ดพลางบีบปลายคางเกเบรียลจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ย อสูรหนุ่มหัวเราะหึหึในลำคอก่อนจะจัดการกับบาดแผลบนใบหน้าของเกเบรียลต่อ

ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองรอยแผลบนผิวแก้มเกเบรียลด้วยสายตาเรียบนิ่ง มันทั้งบวมช้ำและเป็นรอยแผลลึกจนไม่อาจหวังได้ว่าใบหน้าจะกลับมาเป็นปกติได้อีกต่อไป และถึงแม้จะตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ แต่ฮอร์คก็ยังมองออกว่าแต่ก่อนเกเบรียลมีใบหน้าที่งดงามมากแค่ไหน ไม่แปลกใจที่เทวทูตหนุ่มจะมีท่าทีต่อต้านไม่อยากให้ใครเห็นสภาพใบหน้าตนเองในตอนนี้

ยังทำใจไม่ได้สินะ?

“แสบ!

“แสบนิดแสบหน่อยก็โวยวาย เจ้านี่มันบอบบางอะไรขนาดนั้นฮะ” ฮอร์คว่าพลางละสายตาจากบาดแผลใหญ่ข้างแก้มมาพิจารณาร่างกายของเกเบรียล อีกฝ่ายจัดได้ว่ามีร่างกายสูงโปร่งและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อดั่งเช่นนักรบ ไม่ได้มีส่วนใดที่บ่งบอกว่าบอบบางปลิวลมเลยแม้แต่น้อย แต่ทำไมถึงได้ขี้บ่น ขี้โวยวายจนน่ารำคาญเช่นนี้กันนะ!

“ข้าจะไม่โวยวายเลยถ้าเจ้าไม่ใช้มือใหญ่ๆ นั่นกดแผลข้าเต็มแรงน่ะ!” เกเบรียลถลึงตาใส่อย่างไม่ยอมความ อยากจะพ่นคำสบถด่าออกมาแต่ติดที่ว่าไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี หากจะด่าว่าป่าเถื่อนก็กลัวว่าจะไปกระตุกต่อมเถื่อนของเจ้าอสูรวายร้ายนี่เข้าให้จริงๆ จนตัวเองเดือดร้อนน่ะสิ

“ช่วยไม่ได้ ถ้าเจ้ายอมให้อิลคิทำแผลให้ป่านนี้ก็ไม่ต้องมาแหกปากโวยวายแล้วโบ้ยความผิดมาให้ข้าแล้ว”

“ข้าไม่ได้โบ้ย แต่ความผิดน่ะเป็นของเจ้าเต็มๆ โอ๊ย! ไอ้อสูรเวรนี่!

เกเบรียลแหกปากลั่นเมื่อฮอร์คป้ายสมุนไพรลงบนบาดแผลของเขาโดยไม่บอกกล่าวกันก่อนสักนิด ความแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วซีกหน้าจนเทวทูตหนุ่มได้แต่ดิ้นไปมาแล้วเอ่ยสบถเสียงดัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะด้วยความสะใจของฮอร์ค ดวงตาสีดำสนิทฉายประกายวาววับราวกับกำลังดูเรื่องสนุกในขณะที่มือก็ยังคงป้ายยาใส่แผลของเกเบรียลต่อไปจนกระทั่งเสร็จสิ้นดีแล้วจึงได้นำผ้าพันแผลผืนใหม่มาปิดให้

“เอ้า เสร็จแล้ว”

“ข้าไม่ขอบคุณเจ้าหรอกนะ!” เกเบรียลส่งเสียงฮึดฮัด แต่ฮอร์คกลับหัวเราหึแล้วยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“ข้าก็ไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะมีมารยาทหรอกนะเกล”

“บอกว่าอย่าเรียกข้าด้วยชื่อนั้น!” เกเบรียลส่งเสียงด่า ก่อนจะสะบัดศีรษะจนเส้นผมสีเงินยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง “ไม่สิ! เจ้ากล้าดียังไงมาด่าข้าว่าไร้มารยาทฮะ!

“ทำแผลเสร็จแล้วก็กินข้าวซะ จะได้กินยาต่อ ข้าจะให้อิลคิเอามาให้”

“ข้าไม่ต้องการความห่วงใยจาก...!

“เผื่อยาจะได้ออกฤทธิ์ไวๆ เจ้าหลับเมื่อไหร่ข้าจะได้สบายหูขึ้นมาบ้าง”

เกเบรียลอ้าปากพะงาบๆ เมื่อโดนฮอร์คเอ่ยขัดขึ้นมาแบบนั้น ใบหน้าของเทวทูตหนุ่มร้อนเห่อด้วยความอับอาย ซึ่งดูเหมือนว่านี่จะเป็นความต้องการของฮอร์ค เพราะเจ้าอสูรบ้านั่นมองหน้าเขาแล้วหัวเราะลั่นอย่างไม่รักษาน้ำใจกันสักนิด เรือนกายสูงใหญ่ผละลุกจากเก้าอี้ข้างเตียงเขาแล้วเดินจากไป

“เฮ้ย! แล้วโซ่ที่มือข้าล่ะ?”

“ไว้เจ้าทำตัวเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซนได้เมื่อไหร่ข้าจะเอาออกให้แล้วกัน”

กล่าวไว้แค่นั้นบานประตูก็ถูกปิดดังปัง เกเบรียลได้แต่กลอกตามองเพดานห้องแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เขาทำเวรกรรมอะไรไว้ชีวิตถึงต้องมาเจอกับพวกนิสัยแย่ๆ ไม่โรคจิตโหดเหี้ยมอย่างซาฮาล ก็พวกเผด็จการบ้าอำนาจอย่างฮอร์ค

เฮ้อ ดูเหมือนว่าเขาคงจะบาปหนาจริงๆ นั่นแหละ...

 

เป็นอีกวันที่เกเบรียลได้แต่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงแข็งๆ อิลคิจัดการทำความสะอาดแผลให้เขาเรียบร้อยทุกจุดแล้ว แถมยังจัดการป้อนข้าวป้อนน้ำจนเสร็จสิ้นดีทุกอย่าง อีกทั้งวันนี้เขาเองยังไม่ได้หงุดหงิดหรืออาละวาดใส่อีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่ายอมรับสภาพตัวเองได้แล้วหรอกนะ เพราะจริงๆ แล้วเขาก็แค่เหนื่อยเท่านั้น

ใครมันจะไปบ้าแหกปากติดกันเป็นอาทิตย์ฮะ?

เกเบรียลยอมรับว่าช่วงแรกๆ ที่ฟื้นขึ้นมานั้นภายในหัวเขามีความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ปนเปมากจนไม่รู้จะรับมือกันมันอย่างไรดี ทั้งหวาดหวั่น เคืองแค้น และสิ้นหวัง ต่อให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่อาจเข้มแข็งทนรับอารมณ์ด้านลบที่พากันโหมกระหน่ำอยู่ในใจมากเช่นนี้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็มีสิ่งอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจจนไม่อาจจมอยู่กับอารมณ์ด้านลบของตัวเองอีกต่อไป

นั่นเป็นเรื่องดี...

ถ้าไม่ใช่ว่าสิ่งอื่นนั่นคือความกวนอารมณ์ของฮอร์ค อสูรบ้าป่าเถื่อน ซ้ำยังหยาบคาย!

เกเบรียลกล้าสาบานกับตัวเองเลยว่าไม่เคยเจอใครที่ทำให้เขาปวดประสาทได้มากเท่าฮอร์คมาก่อน แต่ละวันเจ้าอสูรบ้านั่นขยันหาเรื่องมาให้เขาหงุดหงิดใจได้เสียทุกครั้ง แถมยังเผด็จการชอบสั่ง ไม่สิ...ต้องเรียกว่าบังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ พอจะขัดขืนก็ขู่จะใช้กำลัง นี่ถ้าไม่ติดว่าร่างกายเขายังไม่หายดีล่ะก็ ถึงจะเป็นอสูรร่างใหญ่ ตัวถึกแบบนั้น เกเบรียลก็หาทางเอาคืนให้จงได้!

ว่าแต่...วันนี้เจ้าอสูรบ้านั่นหายไปไหนกันนะ?

คิดแล้วก็ได้แต่ชะโงกหน้ามองบานประตูห้องที่ปิดสนิทและไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเข้ามาเลยสักนิด ก่อนที่วินาทีต่อมาดวงตาสีทองจะเบิกกว้างเมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง เทวทูตหนุ่มส่ายศีรษะจนเส้นผมยุ่งเหยิงแล้วจึงลุกจากเตียงอย่างช้าๆ แม้ว่าแผลที่หลังจะเริ่มสมานกันดีแล้ว แต่ถ้าเกิดขยับแรงเกินไปแผลอาจเปิดได้

เกเบรียลก้าวตรงไปยังหน้าต่างห้องที่มีอยู่เพียงบานเดียว เสียงโซ่เส้นยาวตกกระทบและลากพื้นไปตามจังหวะที่เขาเดิน ในความโชคร้ายยังมีความโชคดี เพราะถ้าฮอร์คเลือกโซ่ที่มีความสั้นกว่านี้เขาคงไม่สามารถเดินเหินอยู่ภายในห้องได้อย่างอิสระแบบนี้

ฝ่ามือเรียวเอื้อมเปิดม่านหน้าต่างออกไปด้านข้าง แสงอาทิตย์จากด้านนอกส่องทะลุเข้ามาจนเทวทูตหนุ่มต้องหยีตาหลบเนื่องจากไม่คุ้นชินกับแสงจ้า จนเมื่อปรับสภาพสายตาได้แล้วจึงเริ่มมองสำรวจภายนอกด้วยความสนอกสนใจ สวนหน้าบ้านเป็นสิ่งแรกที่เขาเห็น มันเป็นแปลงปลูกผักขนาดกลาง ด้านข้างมีถังน้ำวางตั้งเอาไว้ และคนที่กำลังทำหน้าที่รดน้ำแปลงผักนั้นก็คือคนที่เขาเพิ่งเผลอตัวคิดถึงไปด้วยความเคยชิน

ฮอร์คยืนหันหลังให้เขาอยู่ เส้นผมหยักศกสีดำถูกมัดรวบขึ้นอย่างลวกๆ แผ่นหลังเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสีแทนที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเกาะพราว กางเกงขายาวสีตุ่นถูกพับขากางเกงขึ้นมาเหนือหัวเข่าเพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน แสงอาทิตย์แรงจ้าส่องแผดเผาแผ่นหลังนั้นดูท่าทางน่าแสบร้อน ทว่าอสูรหนุ่มกลับไม่มีท่าทีเดือดร้อนเลยสักนิด ภาพความงามซึ่งผสานความแข็งแกร่งและดิบเถื่อนอย่างลงตัวที่ไม่มีให้เห็นนักในหมู่เทวทูตด้วยกันทำให้เกเบรียลเผลอจ้องอีกฝ่ายนิ่งอย่างลืมตัว

จนกระทั่ง...

ดวงตาสองคู่สบกัน ฝ่ายหนึ่งฉายแววประหลาดใจก่อนจะส่องประกายรู้ทัน ส่วนอีกหนึ่งนั้นพลันรีบหลบตาหนีเมื่อรู้ตัวว่าเผลอจ้องมองนานเกินไป

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบจนเกเบรียลสะดุ้งเฮือก เมื่อหันไปก็พบกับอิลคิอสูรรับใช้ของฮอร์ค ฝ่ายนั้นเดินตรงมาทางเขาก่อนจะจัดการปลดล็อคโซ่ที่ข้อมือให้โดยไม่ได้สนใจสีหน้ามึนงงของเกเบรียลเลยแม้แต่น้อย

“ท่านฮอร์คให้ข้ามาพาท่านออกไปข้างนอก”

“ฮะ?”

อิลคิไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติมแต่กลับเดินนำออกไปจากห้อง เห็นดังนั้นเกเบรียลจึงต้องเดินตามไปแต่โดยดีและอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ออกไปนอกตัวบ้านบ้าง หลังจากติดแหง่กอยู่แต่ข้างในมาตลอดอาทิตย์ ทันทีที่บานประตูเปิดออก ลมร้อนก็พัดมาปะทะผิวกายของเกเบรียลทันที ดวงตาสีทองหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางตัวต้นเหตุที่สั่งให้อิลคิพาเขาออกมาข้างนอก

“เรียกข้ามามีอะไร”

“แค่สงสารนกปีกหักบางตัว กลัวจะเฉาตายอยู่แต่ในบ้าน” ฮอร์คตอบกลับหน้าตาย เกเบรียลเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าตึงขึ้นมาทันที แต่อสูรหนุ่มก็แสร้งทำเป็นมองข้ามสีหน้าของเทวทูตหนุ่มแล้วเอ่ยต่อ “เห็นมองข้าตาละห้อยเชียว”

“ข้าไม่ได้มองเจ้าตาละห้อยสักหน่อย!

“เอ้า มานี่สิ มาช่วยข้ารดน้ำแปลงผักหน่อย”

เป็นอีกครั้งที่คำพูดของเกเบรียลถูกอสูรนามว่าฮอร์คเมินเฉย เทวทูตหนุ่มอ้าปากหวอ ก่อนที่ฮอร์คจะยัดที่รดน้ำต้นไม้ใส่มือเขาเป็นเชิงบังคับ

“นี่ข้ายังไม่ได้ตกปากรับคำเจ้าเลยนะ!

“ถ้าไม่อยากเป็นง่อยตายคาบ้านก็หัดทำงานทำการซะบ้างเถอะ”

“ข้าไม่ได้อยากเป็นง่อย ไอ้อสูรปากร้าย! แต่ข้าร้อน เจ้าเป็นบ้าอะไรมาให้ข้าทำงานกลางแดดจ้าทั้งๆ ที่ร่างกายยังไม่หายดีฮะ!” เกเบรียลตะโกนด่าจนเจ็บคอ ดวงตาสีทองถลึงมองใบหน้าคร้ามเข้มของฮอร์คไม่วางตา ก่อนที่เทวทูตหนุ่มจะผงะไปเมื่ออีกฝ่ายย่างเท้าเข้ามาใกล้

“ก็ปล่อยผมเผ้ารุงรังอย่างนี้ ไม่แปลกที่เจ้าจะร้อน” ว่าพลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแล้วออกคำสั่งต่อเสียงดัง “เอ้า หันหลังซะเจ้านกปีกหัก”

“เจ้าจะทำ...เฮ้ย!

ออกปากถามไปได้ไม่ทันจบประโยคดี เกเบรียลก็ถูกอสูรจอมเผด็จการเข้ามาประชิดแล้วจับเขาหันหลังทันทีโดยไม่มีแม้แต่คำขออนุญาต ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะเอื้อมมารวบเส้นผมสีเงินของเขาซึ่งปล่อยยาวละบั้นเอวขึ้นขมวดม้วนแล้วจัดการมัดด้วยเชือกหนังหยาบๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดปะทะหลังคอเปลือยเปล่าพาลทำให้เกเบรียลรู้สึกสะท้านแปลกๆ

“เอ้า เสร็จแล้ว”

เสียงฮอร์คดังขึ้นเหนือศีรษะก่อนที่ตัวเขาจะถูกจับหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างง่ายดายราวกับเป็นตุ๊กตายัดนุ่น ดวงตาสีทองฉายแววหงุดหงิดใจในขณะที่เงยมองใบหน้ากวนอารมณ์ของอสูรป่าเถื่อนจอมเผด็จการ เกเบรียลคิดว่าตัวเองสูงแล้ว แต่ฮอร์คกลับสูงยิ่งกว่า เท่าที่สายตาเขาประเมินคร่าวๆ อีกฝ่ายน่าจะสูงกว่าเขาอยู่หนึ่งช่วงหัวน่าจะได้

“กล้าดียังไงเอามือสกปรกมาจับเส้นผมข้า”

น้ำเสียงเกเบรียลกดต่ำ ซ้ำดวงตาสีทองยังหรี่ลงฉายแววอันตราย ทว่าท่าทีนั้นของ เจ้านกปีกหักในสายตาฮอร์คแล้วดูไม่ต่างอะไรกับอสูรเด็กที่พยายามจะขู่เขาเลยแม้แต่น้อย ดวงตายาวรีสีดำสนิททอดมองร่างตรงหน้า เทวทูตตนนี้มองหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ใบหน้าขาวผ่องงดงามแม้ว่าซีกหน้าอีกข้างจะมีผ้าพันแผลปิดทับอยู่ก็ตาม อสูรหนุ่มเหล่ตามองปอยผมสีเงินที่ตกละข้างแก้มเกเบรียล ก่อนจะเอื้อมมือจับปอยผมนั้นทัดหูให้อีกฝ่ายด้วยเรี่ยวแรงที่ห่างไกลจากคำว่าอ่อนโยนมากทีเดียว เสียงสบถด่าทอดังลั่นขึ้นมาทันที แต่ฮอร์คไม่ได้สนใจ เขาทำเพียงตบหัวเกเบรียลปุๆ แล้วหันหลังผิวปากรดน้ำต้นไม้ต่ออย่างไม่ใส่ใจ

จะว่าไปแล้วเจ้านกปีกหักนี่ก็น่ารักน่าแกล้งดีใช่เล่น...

-------------------------

แจ็ค ทอร์ค

เบื่ออีกแล้ว เลยมาอัพเรื่องนี้ค่ะ เรื่องนี้แต่งสนุกดี ชอบเวลาสองคนนี้ทะเลาะกันจังเลยน้าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #161 wonnybum (@wonnybum) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 18:57
    อั้นแน่ะๆ
    #161
    0
  2. #147 mehmehmeh (@mehmehmeh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:09
    ถถถถข้าวใหม่ปลามันนน
    #147
    0
  3. #123 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 19:39
    โมเม้นนี้ งืออออออ เหมือนผู้ใหญ่กับเด็กน้อยขี้โวยวายเลย ตลกตรงที่เงียบเพราะเหนื่อยอ่ะ แล้วหนูจะโวยวายทำไมลูก 555 // แผลบนหน้านางจะไม่มีวันหายจริงๆหรอ น่าสงสารจัง
    #123
    0
  4. #95 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 12:15
    แหมมมมมมมมมม ไปว่าน้องงงงง แต่ก็ชอบล่ะสิ ปล.สงสารน้องเกลเสียโฉม ไม่เป็นไรนะคนดี ยังไงเกลก็สวยที่สุดในสายตาพี่อสูร อิอิ
    #95
    0
  5. #79 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 11:32
    ชอบบบบ
    #79
    0
  6. วันที่ 16 มิถุนายน 2559 / 02:01
    ไปว่าเกลนกปีกหัก หยาบคายจิงๆๆ // ชอบบบบบบบ มาต่อไวๆนะ
    #4
    0