ตอนที่ 22 : บทที่ 21 คำสารภาพและความริษยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    20 ก.ย. 59

บทที่ 21

คำสารภาพและความริษยา

 

เกเบรียลไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วที่ถูกจับมาขังอยู่ในคุกใต้ดินซึ่งมีเพียงความมืดและบรรยากาศอับชื้น เขาทำได้เพียงแค่นั่งกอดเข่านิ่งๆ ไม่พูดไม่จา แม้ว่าฮอร์คที่นั่งอยู่ข้างๆ จะเพียรเฝ้าถามด้วยความเป็นห่วงก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น...ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจเลิกถามตัวเองได้เลยแม้แต่น้อยว่าทำไมถึงได้โดนหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่แบบนี้ หรือที่ผ่านมาเขาเป็นที่น่ารังเกียจมาโดยตลอด...

“เกลเจ้าอย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม ข้าเป็นห่วงนะ”

“...ข้าไม่เป็นอะไร” เป็นครั้งแรกตั้งแต่ถูกจับมาที่เกเบรียลเอ่ยปากพูดกับอีกฝ่าย เทวทูตหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเอียงหัวซบลงบนไหล่กว้างของฮอร์คแล้วพึมพำเสียงเบา “ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ฮอร์ค...”

“เจ้ายังมีข้า”

“ข้าคงน่ารังเกียจมาก ทุกคนที่ข้าเคยไว้ใจถึงได้หักหลังกันแบบนี้”

“เจ้าไม่ผิดเกล” ฮอร์คเอ่ยเสียงเข้ม ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะเกเบรียลอย่างปลอบประโลมในขณะที่เอ่ยต่อ “ต่อให้ทุกคนหักหลังเจ้าหรือหันหลังให้เจ้า แต่ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอ”

“ข้าอาจเหมาะที่จะอยู่ตัวคนเดียว”

“เกล...”

“เจ้าต้องมาเดือดร้อนเพราะข้า ทุกคนที่สำคัญกับข้าเดือดร้อนเพราะข้าเป็นต้นเหตุ” เกเบรียลยังคงกล่าวต่อไป ความอัดอั้นตันใจที่สะสมไว้มาเนิ่นนานถึงคราวระเบิดออกโดยไม่อาจห้ามได้อีกต่อไป “ข้ามันตัวโชคร้าย”

“ถ้าเจ้าไม่หยุดว่าตัวเอง ข้าจะโกรธเจ้าแล้วนะ”

ฮอร์คเอ่ยออกมาด้วยทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารู้ดีว่าอารมณ์ของเกเบรียลตอนนี้มันแย่ไปหมด เพื่อนรักที่ไว้ใจอย่างฮิลลี่กลับกลายเป็นตัวร้าย เกเบรียลบอบช้ำและเจ็บมามากพอแล้ว เขาเองก็ไม่อยากจะพูดจาทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายให้อารมณ์ดิ่งลบไปมากกว่านี้ แต่ให้ตายยังไงก็ไม่อาจทนฟังเทวทูตตนนี้กล่าวร้ายตัวเองได้เช่นกัน

“ข้าคงทำให้เจ้ารำคาญ...”

“ใช่ ข้ารำคาญ รำคาญที่เจ้าเอาแต่โทษตัวเองทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า” ฮอร์คกล่าวอย่างตรงไปตรงมา อสูรหนุ่มสัมผัสได้ว่าลมหายใจของผู้ที่ซบไหล่เขาอยู่นั้นสะดุดไปวูบหนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “เจ้าไม่ผิด ได้ยินที่ข้าพูดไหม หรือเจ้าไม่เชื่อข้า เดี๋ยวนี้คำพูดของข้าไร้ความหมายสำหรับเจ้าแล้วหรือไงกัน?”

“เปล่า...”

“อย่างนั้นก็ดี คราวนี้จะเลิกโทษตัวเองได้หรือยัง” ฮอร์คถอนหายใจก่อนจะก้มหน้าลงจูบศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ “มาช่วยข้าคิดหาวิธีแหกคุกดีกว่าไหมฮะ”

“ฮอร์ค”

“หืม ว่าไง”

“ขอโทษ” เกเบรียลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ขอโทษที่ทำให้ศักดิ์ศรีเจ้าแปดเปื้อน ข้าสัญญาว่าจะล้างแค้นแทนเจ้าให้ได้ ซาฮาลจะต้องโดนเหมือนที่เขาทำกับเจ้า”

“ข้าไม่สนเรื่องนั้นหรอกนะ จะให้ข้าโดนหยามเกียรติอีกสักกี่ครั้งก็ช่างเถอะถ้านั่นทำให้เจ้าปลอดภัย” ฮอร์คถอนหายใจในขณะที่ฝ่ามือลูบเส้นผมสีเงินสวยของเกเบรียลไปมา “เพราะเจ้าสำคัญกว่าศักดิ์ศรีโง่ๆ พวกนั้นที่จับต้องไม่ได้”

“เจ้าคิดว่าเราจะรอดกลับไปไหม?”

“ต้องรอดสิ” ฮอ์คตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเสียจนตัวเองยังตกใจ แม้ว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ตอนนี้มันใหญ่เสียจนมองไม่เห็นโอกาสรอด ทว่าลึกๆ ในใจแล้วเขาเชื่อว่าตัวเองกับเกเบรียลคงไม่ต้องมาจบอนาคตในแดนน่าฟ้าแบบนี้หรอก

“มั่นใจจังนะพวกเจ้า”

ยังไม่ทันที่เกเบรียลจะได้ตอบอะไรกลับ เสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นมา เทวทูตหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงโดยมีอสูรหนุ่มยืนขนาบข้าง ใบหน้าเขาเรียบสนิทปิดบังทุกความอ่อนแอไม่ให้ใครได้เห็น ดวงตาสีทองมองฝ่าความมืดที่มีเพียงแสงสว่างจากคบไฟไปยังผู้มาเยือน

“ฮิลลี่”

“เป็นไงบ้างเกล ที่นี่สะดวกสบายดีไหม” ฮิลลี่ยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปโบกมือไล่เหล่าเทวะอารักษ์ที่คอยเฝ้าหน้าห้องขังให้ออกไป “พวกเจ้าออกไปก่อน”

“แต่องค์ราชาสั่งไว้ว่า...”

“ข้าบอกให้ออกไปไง” ฮิลลี่เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตากลมโตสีทองถลึงจ้องพลางกล่าวขู่ออกไป “หรือต้องให้ข้าพูดซ้ำอีกรอบ”

“ขอรับ”

เทวะอารักษ์ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจโค้งให้ฮิลลี่และเดินออกไป ปล่อยให้เธออยู่ตามลำพังกับผู้ถูกคุมขังทั้งสอง

“ทำแบบนี้ทำไมฮิลลี่” เกเบรียลไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาถามออกไปตรงประเด็นเสียจนฮิลลี่เองก็อดประหลาดใจไม่ได้ แต่นั่นก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ดวงตากลมโตสีทองวาววับในขณะที่จ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งของเกเบรียล

“ก็แค่อยากทำ เจ้าจะทำไม ไม่คิดว่าหน้าที่รักษาความมั่นคงของราชวงศ์และจับกบฏเช่นเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าควรกระทำหรือยังไง”

“หยุดเสแสร้งเถอะฮิลลี่” เกเบรียลมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทว่าหากมองลึกลงไปจะเห็นว่ามันซุกซ่อนความผิดหวังและความโกรธเคืองเอาไว้เต็มเปี่ยม “เป็นเจ้ามาตลอดสินะ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือเจ้าใช่ไหม”

“ก็อย่างที่ข้าบอกเจ้าไงเกล” ฮิลลี่ยักไหล่ก่อนจะส่งยิ้มเย้ย “ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย...ครั้งสุดท้ายก่อนที่เสี้ยนหนามอย่างเจ้าจะหายไปจากโลกนี้เสียที!

“เจ้านี่มันสารเลวของแท้ หักหลังได้แม้กระทั่งเพื่อน” ฮอร์คจ้องหน้าฮิลลี่ด้วยสายตาที่ทำเอาเทวทูตสาวผงะไปเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเชิดหน้าแล้วเอ่ยเยาะกลับ

“เพื่อนเหรอ งี่เง่าน่ะ ข้าไม่เคยนับเจ้านี่เป็นเพื่อนหรอก”

“เจ้านี่มัน...!

“ฮอร์คหยุด” เกเบรียลเอ่ยห้ามพร้อมกับเอื้อมมือมาขวางร่างของอสูรหนุ่มซึ่งทำท่าจะพุ่งเข้ามาบีบคอฮิลลี่ผ่านซี่ลูกกรง ดวงตาสีทองวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งยามมองไปยังใบหน้าหวานของอดีตเพื่อนสนิท “เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเองเถอะ”

“เวรเอ๊ย!

เกเบรียลปล่อยให้ฮอร์คสบถด่าระบายอารมณ์โดยไม่ได้ห้ามปรามใดๆ เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในความสนใจเขาคือร่างของฮิลลี่ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าโดยมีซี่กรงเหล็กลงเวทย์อารักษ์กั้นเอาไว้

“ตั้งแต่เมื่อไหร่...” เกเบรียลเอ่ยออกไป แล้วจึงเอ่ยย้ำเมื่อเห็นว่าเทวทูตสาวเอาแต่ยืนกอดอกส่งยิ้มให้เขาราวกับต้องการจะทดสอบความอดทน “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าทรยศข้าฮิลลี่”

“อยากรู้จริงๆ งั้นเหรอ ก็ได้ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังแบบละเอียดยิบเลยล่ะ” ฮิลลี่หัวเราะเสียงหวานก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตามที่เธอกล่าวเอาไว้ “เจ้าคิดว่าข้าเข้าหาเจ้าเพราะอยากเป็นเพื่อนกับเจ้าจริงๆ งั้นเหรอ? ไม่หรอก...นั่นเพราะเจ้าเป็นน้องชายเพียงคนเดียวขององค์ราชาต่างหาก ข้าหวังมาโดยตลอดว่าองค์ราชาจะมองมาทางข้าบ้าง แต่ข้าเป็นเพียงบุตรสาวของราชครูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หากข้าเป็นเพื่อนกับเจ้า ข้าคงมีตัวตนในสายตาของเขา...”

ฮิลลี่เงียบไปครู่หนึ่ง เธอมองหน้าเกเบรียลด้วยแววตาฉายชัดถึงความอิจฉาอย่างปิดไม่มิด

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ รู้อะไรไหมเกล คนที่อยู่ในสายตาขององค์ราชากลับมีเพียงเจ้าคนเดียว เจ้าได้รับความรักจากเขาขนาดนั้นแต่กลับไม่รู้ถึงคุณค่าของมัน!

“คุณค่าโง่ๆ ข้าเล่าให้เจ้าฟังทุกอย่างเจ้ายังจะสรรเสริญเขาอีกงั้นเหรอ!

“เจ้านั่นแหละโง่!” ฮิลลี่กล่าวเสียงสูง ดวงตาสีทองเขม็งมองเกเบรียลด้วยสายตาริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง “องค์ราชารักเจ้า แววตาของเขายามมองเจ้ามันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร” ฮิลลี่เข็นเขี้ยวเคี้ยวฟันจนใบหน้าสวยๆ บิดเบี้ยว “รักเจ้าแบบคนรักทั้งที่เจ้าเป็นน้องชายในสายเลือด วิปริตที่สุด!

สิ่งที่ฮิลลี่เอ่ยออกมาทำให้เกเบรียลนิ่งค้างไป ดวงตาสีทองเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เทวทูตหนุ่มเม้มปากแน่น ดวงตาสีทองสั่นระริกก่อนจะตวาดเสียงดัง

“อย่ามาพูดจาบ้าๆ ฮิลลี่ ถึงเจ้าจะรักซาฮาลก็ใช่ว่าเจ้าจะมาพาลข้าเช่นนี้”

“นั่นเพราะเจ้าไม่เคยแม้แต่จะรับรู้เลยต่างหากเกล ข้าริษยาเจ้ามาโดยตลอดจนกระทั่งวันที่เจ้าเล่าความลับให้ข้าฟัง เจ้าโง่เองที่ไว้ใจข้าขนาดนั้น ข้าอยากกำจัดเจ้าไปให้พ้นทางมาโดยตลอด”

“ตั้งแต่ตอนนั้นสินะ” เกเบรียลเอ่ยขึ้นมาโดยที่ดวงตายังไม่ละไปจากใบหน้าของฮิลลี่ “คำยุยงของเจ้าทั้งหมดแท้ที่จริงแล้วก็เพื่อกำจัดข้า เรื่องในคืนนั้นก็คงเป็นฝีมือเจ้าอีกล่ะสิ”

“ใช่ ข้าทำเอง” ฮิลลี่ยอมรับอย่างไม่ทุกข์ร้อน ดวงตาสีทองหรี่ลงในขณะที่ริมฝีปากกระตุกรอยยิ้มร้ายกาจ “ข้าแอบบอกองค์ราชาว่าเจ้าคิดจะกบฏ แต่สบายใจได้เพราะข้าไม่ได้บอกเขาว่าสาเหตุที่เจ้าจะกบฏมันเป็นเพราะอะไร ไม่งั้นก็คงไม่สนุกน่ะสิ”

“เลว!

“ขอบใจสำหรับคำชม” ฮิลลี่โค้งรับอย่างไม่ทุกข์ร้อนแล้วกล่าวต่อ “แน่นอน...เขาไม่เชื่อว่าเจ้าจะหักหลังพี่ชายแท้ๆ ของตัวเองแบบนั้น ข้าเลยบอกให้พิสูจน์ แผนการทุกอย่างที่เจ้าบอกข้า ข้าล้วนเอาไปบอกองค์ราชาจนหมดสิ้น สำหรับข้าแล้วองค์ราชาคือบุคคลที่ข้าเทิดทูนที่สุด ต่อให้เขาจะทำอะไรลงไปก็ตาม”

“เจ้ามันหูหนวกตาบอดไปแล้วหรือไงกัน!” เกเบรียลด่าออกไปด้วยไม่อาจยอมรับได้ว่าฮิลลี่จะหลงรักซาฮาลหัวปักหัวปำจนมองข้ามการกระทำเลวๆ ของอีกฝ่ายขนาดนี้

“ถึงเจ้าจะด่าข้าแรงๆ อีกสักพันรอบข้าก็ไม่สนหรอก” ฮิลลี่ยักไหล่แล้วกล่าวต่อไป “คืนนั้นข้าเองก็ไม่ได้หนีไปไหน แต่คอยดูความพินาศของเจ้าอยู่ห่างๆ องค์ราชาเป็นพวกรักแรงเกลียดแรงเจ้าก็น่าจะรู้ พอเห็นน้องชายสุดที่รักของตัวเองเป็นกบฏเลยแค้นหนักขนาดนั้น หึ...แต่รู้อะไรไหมเกล ข้าชอบฉากที่องค์ราชากรีดหน้าเจ้าจนเสียโฉมกับกระชากปีกเจ้าทิ้งที่สุดเลยล่ะ”

“พอได้แล้ว!” ฮอร์คตวาดออกมาอย่างไม่อาจทนไหวอีกต่อไป อสูรหนุ่มรวบร่างที่สั่นสะท้านของเกเบรียลเข้ามาไว้แนบอกแล้วกอดอีกฝ่ายแน่น ดวงตาสีดำสนิทฉายแววกร้าวยามมองไปยังร่างของเทวทูตสาวตรงหน้า “หุบปากเน่าๆ ของเจ้าซะ เจ้าอัปลักษณ์”

“เจ้าว่าไงนะ!

“จิตใจเจ้ามันอัปลักษณ์จนข้าสะอิดสะเอียนเต็มทน!

เมื่อโดนด่าเช่นนี้ฮิลลี่แม้จะอยากเก็บอารมณ์ตนเองมากแค่ไหนก็ไม่อาจข่มอาการสั่นระริกด้วยความโกรธลงได้ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อตนเอง ริมฝีปากพยายามคลี่รอยยิ้มราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร หากสิ่งที่แสดงออกไปนั้นมีแต่ความบิดเบี้ยวจนใบหน้าสวยๆ น่าเกลียดในพริบตา

“อ๋อเหรอ งั้นเจ้าเทวทูตหน้าเยินในอ้อมกอดเจ้าคงดูดีกว่าข้างั้นสิ?”

“นี่เจ้ายังกล้าเอาตัวเองมาเทียบกับเกลอีกเหรอ ให้คุณค่าตัวเองสูงเกินไปหน่อยไหม” ฮอร์คกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ “อย่างเจ้าไม่มีอะไรเทียบเกลได้แม้แต่เสี้ยวเล็บ ไม่งั้นเจ้าจะเอาแต่อิจฉาเกลทำไม นั่นเพราะเกลมีทุกอย่างที่เจ้าอยากได้แต่ไม่มีปัญญาไขว่คว้าไง”

“ไอ้อสูรชั้นต่ำ!

“ต่ำแค่ไหนก็สูงกว่าใจเจ้าแล้วกัน!

“พอเถอะฮอร์ค” เกเบรียลที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นมา เขาดันตัวออกจากอ้อมกอดแล้วเบนหน้าไปทางฮิลลี่ซึ่งตอนนี้มีสีหน้าบูดเบี้ยวด้วยโทสะอย่างเห็นได้ชัด “อย่าลดตัวลงไปเถียงกับคนประเภทนี้เลย”

“หึ ประเภทนี้ประเภทไหน ใช่ประเภทโง่ๆ อย่างเจ้าหรือเปล่าเกล?” ฮิลลี่แสยะยิ้ม “ตอนแรกข้านึกว่าเจ้าตายไปแล้ว ที่ไหนได้เสี้ยนหนามอย่างเจ้ายังหนังหนารอดมาได้ ข้าเลยต้องลำบากลงไปชักจูงเจ้าอีกครั้ง แค่อ้างนิดๆ หน่อยๆ เจ้าก็ตามข้ามาง่ายๆ ถ้าไม่โง่จริงๆ ก็คงโง่โดยสันดาน”

“ใช่ข้ามันโง่ โง่ที่หลงเชื่อว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันมาโดยตลอด” เกเบรียลหรี่ตาลง ในขณะที่เชิดใบหน้าตนเองขึ้นแล้วมองหน้าฮิลลี่ด้วยสายตาที่ทำเอาเทวทูตสาวหน้าชา ก่อนกล่าวต่อด้วยถ้อยคำเจ็บแสบพอๆ กัน “เพราะแท้จริงแล้วเจ้าก็แค่อสรพิษชั้นต่ำที่หวังสูงจนเกินตัว ทำได้แม้กระทั่งทรยศต่อมิตรภาพ แต่รู้อะไรไหมฮิลลี่ ต่อให้เจ้ากำจัดข้าได้จริงๆ หรือใส่ร้ายจนข้าไม่มีที่ยืนบนโลกใบนี้ แต่สุดท้ายแล้วซาฮาลก็ไม่มีวันมองเจ้าหรอก”

“ไม่จริง!

“เจ้าก็เป็นเพียงแค่เศษธุลีไร้ค่าไร้ราคาไม่คู่ควรแม้กระทั่งการปรายตามองของซาฮาล”

ถ้อยคำของเกเบรียลราวกับเข็มแหลมนับพันพุ่งเข้าทิ่มแทงใจของฮิลลี่จนเลือดซิบ เทวทูตสาวถลึงตาใส่ด้วยความโกรธเคือง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวจากแรงอารมณ์ซึ่งอัดแน่นอยู่ภายใน เธอกำมือที่สั่นระริกของตัวเองไว้แล้วเค้นเสียงกล่าวรอดไรฟันโดยไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของเกเบรียลเลยแม้แต่น้อย

“แต่เศษธุลีไร้ค่านี้จะทำให้หงส์เช่นเจ้าพังพินาศตายตกไปกับมือ คอยดูเอาเถอะ!

กล่าวจบเทวทูตสาวก็หันหลังกระแทกเท้าเดินจากไปทันที แม้จะไม่อยากใส่ใจกับคำพูดของเกเบรียล แต่ฮิลลี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ในอกเธอมันร้อนรุ่มไปหมด องค์ราชาจะไม่มีวันมองเธองั้นเหรอ เอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนกัน เธอล่ะเกลียดที่สุด!

ถูกคุมขังแล้วยังไม่เจียมตน น่าสมเพช!

เธอไม่กลัวหรอกว่าเกเบรียลจะนำเรื่องนี้ไปฟ้ององค์ราชา อย่างไรซะน้ำคำของกบฏที่คิดจะสังหารประมุขแดนน่านฟ้าถึงสองครั้งสองคราคงไม่มีน้ำหนักพอให้เชื่อถือได้ แต่เธอนี่สิ ทั้งทำความดีความชอบเอาไว้มาก เอ่ยปากไม่กี่คำขี้คร้านศีรษะของเกเบรียลจะกระเด็นหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว

“ปึก!

ด้วยความที่เอาแต่คิดแค้นเกเบรียล ฮิลลี่จึงเดินฉับๆ ไม่ดูทางเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนที่หน้าประตูทางออกคุกใต้ดิน เมื่อเทวทูตสาวเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อว่าอีกฝ่ายกลับต้องกลืนคำต่อว่านั้นลงคอไปเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่เธอเดินชน ดวงตาสีทองเบิกกว้าง ฮิลลี่สาวเท้าถอยหลังเล็กน้อยแล้วย่อตัวทำความเคารพผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งแดนน่านฟ้า

“องค์ราชา ขออภัย ข้าไม่ทันระมัดระวังจนเดินชนท่าน”

“มาเยี่ยมเกลงั้นเหรอ”

“เอ่อ...” ฮิลลี่อึกอักเมื่อซาฮาลถามกลับมาเช่นนี้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่ก็ตาม แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นจนได้แต่ก้มหน้าแล้วขานรับเสียงเบา “ค่ะ แค่แวะมาพูดคุยนิดๆ หน่อย”

“งั้นเหรอ...” ซาฮาลตอบรับสั้นๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวฮิลลี่จนเทวทูตสาวใจเต้นแรง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมแตะปลายคางเธอแล้วเชยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้อารมณ์ “พวกเจ้าพูดคุยกันเสียงดังน่าดูทีเดียว”

“อะ เอ่อ...ข้า”

“ข้าเองก็อดแปลกใจไม่ได้เมื่อได้ยินเรื่องราวดีๆ เช่นนั้น”

“ขะ ข้าอธิบายได้” ฮิลลี่รีบพูดเสียงสั่น ดวงตาสีทองสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเมื่อรู้ว่าซาฮาลได้ยินสิ่งที่เธอพูดกับเกเบรียล

“เจ้าช่างเสียสละจริงๆ ฮิลลี่ ความถูกต้องย่อมมาก่อนมิตรภาพจริงไหม?”

“เอ๋?”

ฮิลลี่ถึงกับหลุดอุทานออกมาเมื่อซาฮาลกล่าวในสิ่งตรงข้ามกับที่เธอกังวล ระ หรือว่าสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดนี้คือทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว องค์ราชาประทับใจในตัวเธอจริงๆ สินะ?

“ข้าซาบซึ้งใจต่อสิ่งที่เจ้าทำเพื่อข้านะฮิลลี่”

“จะ จริงเหรอคะ...”

ซาฮาลยิ้มหวาน หวานจนเสียดแทงไปในความรู้สึกก่อนจะกล่าวย้ำคำเดิมโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

“ซาบซึ้งใจจริงๆ”

--------------------------

แจ็ค ทอร์ค

ไหนใครเสียเปลือกทุเรียนฟาดฮิลลี่ไปคนละกี่ลูกกันคะ นางออกตัวแรงมาก ณ จุดนี้ นางมาเพื่อโดนปาเปลือกทุเรียนโดยเฉพาะ แต่เอ๊ะ...ซาฮาลยิ้มหวานแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นนะ รอติดตามวันศุกร์เลยค่าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #142 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:10
    ว่าละว่ามันอาจมีเรื่องทำนองนี้ ซาฮาลรักเกลแบบคนรัก แต่ก็ช่างเถอะ ขนาดรักยังทำขนาดนี้ หมดคำจะบรรยาย
    #142
    0
  2. #114 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:44
    เห็นมั้ยยยยย ตามที่คิดจริงๆ ด้วย ซาฮาลเองก็ไม่น่าจะเลวร้ายอะไร แต่ต้องจัดการกับยัยนี้ให้สิ้นซาก ถือซะว่าเป็นการชดใช้ให้เกล
    #114
    0
  3. #90 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 16:27
    เลว-ๆ เลวเ-้ยๆ
    #90
    0
  4. #74 eveATK (@evezaka) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 15:12
    เลวมากกกกกก
    #74
    0
  5. #49 TherainStar (@xicrer1911) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 09:44
    อ่านจบนี่ถึงอุทานคำว่า -!
    ชอบค่ะ เขียนสนุกดี แถมพี่ชายรักน้องชายจริงๆ ด้วย...
    #49
    0
  6. #48 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 06:35
    พี่ชายแอบรักน้องจริงๆด้วย
    #48
    0
  7. #47 Paladin122 (@lalinyada) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:40
    ว่าแล้วววว ยัยนี้มันนางพญาอสรพิษจริงๆด้วย! ซาฮาลต้องจัดการหนักๆเลยนะ! เคยแอบคิดว่าซาฮาลรักเกล ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง! ช็อกแรง ขนาดคนที่รักยังถึงกับกระชากปีก ทำให้หน้าเสียโฉมแล้วยังจะไปปล่ิยไว้ที่ป่าอีก น่ากลัวนะเนี่ยย
    #47
    1
    • 20 กันยายน 2559 / 22:29
      ซาฮาลเป็นสาย SM ค่ะ รักแรงเกลียดแรง //โดนตี
      บอทพิเศษมี Side Story ของซาฮาลนะคะ ไว้รอติดตามกัน อิอิ
      #47-1
  8. #46 Mizapk (@nongmi) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 21:36
    ค้างมาก!!! ! เหมาทุเรียนมาทั้งสวยเพื่อการนี้เลยจ้า555
    #46
    1