[จบแล้ว] Fallen Angel เพลิงทัณฑ์ผลาญเทวา [Yaoi]

ตอนที่ 23 : บทที่ 22 แหกคุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    23 ก.ย. 59

บทที่ 22

แหกคุก

 

เกเบรียลยังคงไม่หลับแม้จะผ่านมาค่อนคืนแล้วก็ตาม นั่นสร้างความเป็นห่วงให้แก่ฮอร์คเป็นอย่างมาก เขาอยากจะปลอบใจเทวทูตหนุ่มให้คลายจากความเศร้าและความผิดหวัง แต่ดูเหมือนว่าเกเบรียลในตอนนี้จะปิดกั้นตัวเองไว้และไม่ยอมเปิดรับใครเข้าไปเลยแม้แต่น้อย

“เกลเจ้าพักหน่อยเถอะ” ฮอร์คว่าพลางรั้งศีรษะอีกฝ่ายให้เอนมาซบไหล่ตนเอง ซึ่งเกเบรียลเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร แต่เพราะแบบนี้แหละถึงทำให้เขาเป็นห่วงขนาดนี้ “ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดอะไรให้รกสมองเลย”

“ข้าแค่กำลังคิด” เป็นครั้งแรกที่เกเบรียลเอ่ยออกมาหลังจากนิ่งเงียบไปหลายชั่วโมงตั้งแต่ฮิลลี่จากไป “...คิดว่าที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นแค่การเสแสร้งเท่านั้นเองงั้นเหรอ ไม่เคยมีสักครั้งที่ฮิลลี่จะคิดว่าข้าเป็นเพื่อนเลยหรือยังไง”

“อย่าใส่ใจยัยนั่นเลย”

“ข้าทำไม่ได้หรอก” เกเบรียลปฏิเสธ ดวงตาสีทองฉายแววเจ็บปวดก่อนจะแข็งกร้าวขึ้นตามอารมณ์ความรู้สึกที่พัดโหมอยู่ภายในใจ “ตลอดมาข้าคิดว่าเธอเป็นเพื่อนที่ข้าสนิทที่สุด ไว้ใจที่สุด แต่สุดท้ายมันก็แค่คำลวง เป็นแค่การกระทำเสแสร้งเพื่อรอวันตลบหลังข้า!

“เกล...”

“เจ้าคิดว่าข้าควรปล่อยผ่านไปโดยไม่คิดอะไรได้หรือไง”

“นั่นเจ้าจะลุกไปไหนน่ะ?” ฮอร์คถามขึ้นมาเมื่อจู่ๆ เกเบรียลก็ผุดลุกขึ้นก่อนเดินตรงไปยังประตูกรงขัง และทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเอื้อมมือออกไปหมายจะจับซี่กรงเหล็กนั้นเขาก็ตะโกนออกไปด้วยความตกใจ “เกลเจ้าจะบ้าเหรอ เดี๋ยวก็โดนช็อตตายหรอก!

ก็จะไม่ให้เขาตกใจได้ยังไงกันล่ะ เพราะตอนแรกที่ถูกจับมาขังแน่นอนว่าเขาเองก็ใจร้อนคิดหาวิธีหนีจากที่นี่เต็มแก่ และสิ่งที่ฮอร์คคิดออกเป็นอันดับแรกคือใช้พละกำลังตนเองพังกรงขังนี่ออกไป แต่ไม่นึกเลยว่าทันทีที่เอื้อมมือแตะลูกกรง กระแสไฟฟ้าจะแล่นเข้าสู่ร่างของเขาจนถึงกับมือชา กว่าจะกลับมาเหมือนเดิมก็นานอยู่ เกเบรียลเองก็เห็น แล้วนี่ยังจะไปจับมันอีกเหรอ?!

“แล้วไง ข้ามีอะไรให้ต้องเสียอีกงั้นเหรอ?” เสียงของเทวทูตหนุ่มเย็นชาจนฮอร์คใจหาย อสูรหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นแล้วสาวเท้าเข้ามาคว้าแขนของเกเบรียลเอาไว้แน่น

“อย่าคิดจะทำอะไรโง่ๆ นะ!

“การที่ข้านั่งง่อยอยู่ในนี้ต่างหากคือการกระทำโง่ๆ และไร้ประโยชน์สิ้นดี” เกเบรียลดึงแขนออกจากการเกาะกุมของฮอร์คแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง “ข้าทนมามากพอแล้ว การให้อภัยของข้ามีขีดจำกัด เจ้าก็เห็นว่ามันไร้ประโยชน์สำหรับพวกสารเลว”

“เฮ้ย! คุยอะไรกันเสียงดัง เงียบซะ!

เสียงเทวะอารักษ์ซึ่งเฝ้ายามอยู่หน้าประตูทางเข้าคุกใต้ดินตวาดดังลั่น แต่กระนั้นก็ไม่อาจทำให้ใบหน้าของเกเบรียลฉายแววอื่นได้นอกจากความเรียบนิ่ง เทวทูตหนุ่มกระตุกยิ้มหยัน ก่อนตะโกนกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดังไม่แพ้กัน แถมยังแฝงแววกวนอารมณ์อีกไม่น้อย

“เป็นแค่หนูรับใช้สกปรก อย่าสะเออะสอดปากยุ่งเรื่องของคนอื่น!

“เฮ้ยเกล?!” ฮอร์คถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเกเบรียลใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนั้น

“เจ้าว่าอะไรนะ!” เสียงฝีเท้าเดินตึงๆ เข้ามาใกล้ ก่อนที่ใบหน้าถมึงทึงของเทวะอารักษ์จะปรากฏสู่สายตาของเกเบรียลและฮอร์ค

“หูตึงเหรอ ต้องให้ข้าพูดซ้ำหรือไงเจ้าหนูรับใช้สกปรก!

“กบฏเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูหมิ่นข้าเช่นนี้”

“งั้นเจ้าเองก็ไม่มีสิทธิ์สะเออะสอดปากเข้ามายุ่งเรื่องของข้ากับอสูรนี่เหมือนกัน” เกเบรียลตอกกลับอย่างไม่ลดราวาศอก ก่อนจะกล่าวเสริมไปอีกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะอ้าปากพูด “ปากอย่างเจ้านี่น่าจับเย็บเสียให้เข็ดหลาบ”

“เจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน” เทวะอารักษ์ส่งเสียงเย้ยหยัน ดวงตาหรี่ลงมองสภาพของเกเบรียลที่ดูมอมแมมจนน่าหัวเราะ “อย่างเจ้าทำได้มากสุดก็แค่พ่นวาจาหยาบคายอยู่แต่ในนั้นล่ะมั้ง”

“ข้าทำอะไรได้มั่งงั้นเหรอ” เกเบรียลเอ่ยทวนคำถามในขณะที่แค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ทำได้มากกว่าที่เจ้าคิดเลยล่ะเจ้าหนูรับใช้!

กล่าวจบเกเบรียลก็ใช้ฝ่ามือที่แอบรวบรวมเวททั้งสี่เอาไว้ตอนชวนเทวะอารักษ์ทะเลาะเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจับหมับเข้าที่ซี่กรงะเหล็กแล้วปล่อยพลังทั้งหมดเข้าปะทะกับเวทย์อารักษ์สายฟ้าทันที เกิดแสงสว่างจ้าเมื่อเวทย์ทั้งสองเข้าห้ำหั่นกัน เสียงเปรี๊ยะดังลั่นก่อนที่วินาทีต่อมาแรงอัดจากจุดศูนย์กลางการปะทะจะระเบิดออกส่งผลให้ทั้งเกเบรียล ฮอร์ค และเทวะอารักษ์ตนนั้นกระเด็นไปคนละทาง

เปรี๊ยะ ตึง!

ประตูกรงเหล็กถูกทำลายลงในที่สุด เกเบรียลพยุงตัวเองขึ้นมาหลังจากโดนแรงอัดดีดกลับจนกระเด็นมาชนกับผนังกำแพงแข็งจนปวดร้าวไปทั่วแผ่นหลัง ข้างๆ กันนั้นคือร่างของฮอร์คกำลังพยุงตัวลุกขึ้นมาเช่นกัน มือของอสูรหนุ่มกุมสีข้างตัวเองไว้แน่น แต่ยังไม่ทันที่เกเบรียลจะได้ถามว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เสียงแหบต่ำก็ตวาดใส่จนถึงกับผงะไป

“ทำบ้าอะไรของเจ้าฮะ! ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำยังไง!

“เจ้าอย่าเพิ่งโวยวายใส่ข้าตอนนี้ได้ไหม” เกเบรียลถลึงตาใส่อย่างไม่ยอมแพ้ ฝ่ามือเอื้อมขึ้นตีปากฮอร์คเบาๆ ทีหนึ่งก่อนกล่าวต่อ “ไว้หนีจากที่นี่ได้ค่อยด่า!

“เกล!

ฮอร์คได้แต่ตะโกนกร้าวเรียกชื่อเกเบรียลด้วยความหงุดหงิด ทว่าเทวทูตหนุ่มแสร้งทำเมินมันไปซะ เมื่อตั้งหลักได้แล้วก็รีบสาวเท้าออกจากห้องขังทันทีโดยมีฮอร์คเร่งฝีเท้าตามมาติดๆ แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายนักเมื่อเสียงอึกทึกครึกโครมจากพลังเวทย์รุนแรงทั้งสองสายดึงดูดให้เหล่าเทวะอารักษ์นับสิบกรูเข้ามาขวางทางหนีเขาไปเสียสิ้น

ดวงตาสีทองหรี่ลงประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เทวะอารักษ์นับสิบยืนประจันหน้าขวางทางออกไปเสียสิ้นและต่างก็มีอาวุธครบมือผิดกับเขาและฮอร์คซึ่งถูกยึดอาวุธไปเหลือเพียงตัวเปล่าๆ เช่นนั้นก็คงเหลือเพียงทางเดียวเท่านั้น...

“ฮอร์ค” เกเบรียลเอ่ยเรียกชื่ออสูรหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายตัวเอง และไม่รอให้อีกฝ่ายตอบก็กล่าวต่อ “ตอบให้ข้าชื่นใจทีว่าทักษะการใช้เวทย์เจ้าไม่แย่เท่าไหร่”

“ข้าถนัดใช้กำลังมากกว่า” ฮอร์คแค่นเสียงรับ อสูรหนุ่มสะบัดคอไปมาในขณะที่หักมือตัวเองจนเกิดเสียงดังกร๊อบ ดวงตาสีดำสนิทมองตรงไปข้างหน้าด้วยรู้ดีว่าเกเบรียลกำลังคิดจะทำอะไร

“เหรอ...ก็ยังดี” เกเบรียลหรี่ตาลง สองมือเต็มไปด้วยไอพลังเวทย์ที่อัดแน่น “เพราะข้าไม่ค่อยถนัดใช้กำลังสักเท่าไหร่”

กล่าวจบเกเบรียลก็สะบัดพลังเวทย์ในมือออกไปข้างหน้าทันที เสียงระเบิดตูมของพลังเวทย์ที่ถูกปลายดาบของหนึ่งในเทวะอารักษ์ปัดทิ้งไปด้านข้างดังลั่น แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วส่งหมัดหนักๆ ซัดเข้าใส่ปลายคางเทวะอารักษ์ที่อยู่ใกล้มือจนอีกฝ่ายหน้าสะบัด ก่อนจะหมุนตัวฟันศอกใส่อารักษ์อีกตนที่พุ่งเข้ามาด้านข้างแล้วใช้จังหวะนั้นแย่งดาบมาถือไว้แน่น

มีอาวุธในมืออย่างน้อยก็ทุ่นแรงไปได้ส่วนหนึ่ง

“คุมตัวกบฏไว้อย่าให้หนีไปได้!

เสียงตะโกนดังเซ็งแซ่ แต่เกเบรียลหาได้สนใจไม่ ดาบในมือถูกสะบัดฟันใครก็ตามที่ถลาเข้ามาขวางตนเองจนใบดาบโชกไปด้วยเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยเข้าจมูกจนเกเบรียลหน้าเบ้ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ยังก้มหลบใบดาบที่ฟาดลงมาตรงหน้าแล้วสะบัดดาบเข้าฟันหน้าอกอีกฝ่ายจนเป็นรอยแผลยาว เลือดสีแดงสดกระเด็นมาเปื้อนใบหน้า แต่เกเบรียลก็ไม่ได้สนใจจะเช็ดมันออกเนื่องจากไม่มีเวลาเพราะต้องคอยรับมือกับเทวะอารัษ์ตนอื่นที่กรูกันเข้ามาหาเขานั่นเอง

ทางด้านฮอร์คก็ไม่น้อยหน้า รอบกายอสูรหนุ่มเต็มไปด้วยใบดาบที่ผลัดกันฟันลงมาไม่มีเวลาให้เขาได้หยุดพักหายใจหายคอเลยแม้แต่น้อย กรงเล็บแข็งแกร่งถูกกางออกปัดป้องอาวุธที่ซัดสาดเข้าใส่ ก่อนจะตวัดกรีดเนื้อเถือหนังคู่ต่อสู้เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

“พลั่ก!

เสียงหมัดกระแทกใบหน้าดังลั่น เมื่อฮอร์คหันไปก็พบว่าเกเบรียลกำลังซัดหมัดเข้านัวเนียกับเทวะอารักษ์ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่เกเบรียลชวนทะเลาะด้วยเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ดาบหลุดออกจากมือของเทวทูตหนุ่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่เขาก็ไม่อาจทราบได้ แต่ดูเหมือนว่าเกเบรียลจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย และคล้ายจะหมกหมุ่นอยู่กับการรัวหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายมากกว่า

ไหนบอกไม่ถนัดใช้กำลังไงฮะ?!

ฮอร์คได้แต่คิดอยู่ในใจ ก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทจะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ามีอารักษ์ตนหนึ่งลอบเข้ามาทางด้านหลังเกเบรียล ดาบสีเงินถูกยกขึ้นสูงและพร้อมจะตวัดฟันร่างของเทวทูตหนุ่มให้บาดเจ็บกันไปข้าง!

“เกลระวัง!

ฮอร์คได้แต่ตะโกนเตือนเสียงดังลั่น อยากจะพุ่งไปช่วยแต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ตึงมือเขาจนไม่อาจปลีกตัวออกไปได้เลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นโชคก็ดูจะเข้าข้างพวกเขาอยู่บ้าง เพราะเกเบรียลกลิ้งตัวหลบวิถีดาบได้ทันเวลาพอดี

ฉัวะ!

“ไอ้เวร!” ฮอร์คสบถลั่นเมื่อถูกดาบฟันเข้าที่ต้นแขน ความเจ็บแสบแล่นริ้วไปทั่วพร้อมกับเลือดที่ไหลทะลัก เขากัดฟันกรอด ก่อนจะเก็บกรงเล็บแล้วกำหมัดแน่นสวนซัดเข้าใส่ใบหน้าเทวะอารักษ์ตนที่ทำร้ายเขาจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหัก

เหอะ...ถึงไม่ตายแต่อย่างน้อยก็อ้าปากไม่ได้เป็นอาทิตย์แหละวะ!

“ฮอร์คเร็วเข้า เจ้ามัวเล่นอะไรอยู่ฮะ!

เสียงเกเบรียลตะโกนมาแต่ไกล เมื่อหันกลับไปก็พบว่าเทวทูตหนุ่มยืนถลึงตาใส่เขาด้วยความหงุดหงิด รอบกายเกเบรียลเต็มไปด้วยร่างของเทวะอารักษ์ที่นอนหมอบหมดสภาพ บ้างก็หมดสติ บ้างก็ร้องโอดโอยนอนจมกองเลือดและไม่อาจขยับได้สะดวกนักเพราะเกเบรียลเน้นทำร้ายที่ส่วนเส้นเอ็นและข้อต่อซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ส่วนตัวเทวทูตหนุ่มเองแม้จะมีสภาพสะบักสะบอมไม่แพ้กันแต่ก็ถือว่าไม่หนักนัก

คราวนี้ฮอร์คชักสงสัยจริงๆ แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ถนัดใช้กำลังแน่หรือ?

“ข้าไม่ได้เล่น!” อสูรหนุ่มตะโกนกลับไปในขณะที่ใช้กรงเล็บตนเองแทงเข้าที่ช่วงท้องของอารักษ์ตนหนึ่งจนฝ่ายนั้นทรุดลงกระอักเลือดกับพื้น แล้วตวัดขาเตะอัดท้องอารักษ์อีกตนที่หมายจะเข้ามาช่วยเพื่อนจนกระเด็นไปติดผนัง “เจ้าก็เห็นว่าข้าโดนรุม!

“รีบจัดการให้เสร็จแล้วมานี่ได้แล้ว!

“ข้ารู้น่า!

ฮอร์คกัดฟันกรอด ก่อนจะออกแรงจับหมับเข้าที่คอของอารักษ์ตนสุดท้ายซึ่งยังไม่สิ้นฤทธิ์แล้วเหวี่ยงกระเด็นไปอีกฝากหนึ่งของห้องจนเกิดเสียงดังลั่น ก่อนหมุนตัววิ่งมาหาเกเบรียลซึ่งยืนรออยู่หน้าประตูทางออกด้วยสีหน้ากึ่งหงุดหงิดกึ่งโล่งใจ

“ทางนี้ ตามข้ามาเร็ว!

เกเบรียลบอกก่อนจะออกวิ่งนำเขาไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางนั้นก็ไม่อาจเลี่ยงเจอเหล่าเทวะอารักษ์ตนอื่นๆ ได้เลย เพราะเสียงการต่อสู้ดังลั่นทำให้อารักษ์พวกนี้รู้แล้วว่าพวกเขากำลังหลบหนี การต่อสู้ที่มาพร้อมกับการหลบหนีกินแรงของทั้งคู่เป็นอย่างมาก แต่ในเมื่อไม่อาจเลี่ยงได้ทั้งเกเบรียลและฮอร์คก็จำต้องกัดฟันเดินหน้าจนกระทั่งพวกเขาหลุดออกมาข้างนอกสำเร็จ

“เอาไงต่อเกล”

“หนีไงล่ะ เจ้ายังจะถามอะไรอีกเรอะ”

“แล้วที่ทำอยู่นี่ยังไม่เรียกว่าหนีอีกเหรอฮะ” ฮอร์คถลึงตาใส่เกเบรียลด้วยความหงุดหงิด อยากจะขยี้แก้มอีกฝ่ายให้ย้วยถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

“ข้าหมายถึงหนีจากแดนน่านฟ้ากลับแดนอสูร!” เกเบรียลหันมาถลึงตาใส่ “กางปีกเจ้าออกเร็วๆ เลยฮอร์ค หนีได้ก่อนค่อยว่ากันทีหลัง”

“เจ้านี่เอาแต่ใจจริงๆ”

ฮอร์คบ่น แต่ถึงอย่างนั้นปีกขนนกสีดำสนิทขนาดใหญ่ก็สยายออกจากแผ่นหลังกว้าง เกเบรียลเอื้อมมือคว้าคออีกฝ่ายหมับอย่างรู้งาน แต่ยังไม่ทันที่อสูรหนุ่มจะช้อนตัวเกเบรียลขึ้นอุ้ม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

“จะหนีไปไหนเกล ข้าว่าข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้าไปไหนนะ”

“ซาฮาล...”

เกบรียลเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมาในขณะที่หันกลับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาสีทองเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเหล่าเทวะอารักษ์นับร้อยยืนอยู่เบื้องหลังซาฮาล เยอะขนาดนี้ต่อให้สู้ชนิดถวายหัวแค่ไหนก็ไม่แน่ว่าจะรอด...

“เจ้าเป็นคนฉลาดเกล น่าจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรทำอย่างไร”

“เจ้าต้องการอะไร”

“ข้าต้องการอะไรงั้นเหรอ” ซาฮาลยิ้มรับคำถามนั้นก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ กระทั่งระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่สามช่วงตัว “ข้าต้องการตัวเจ้ายังไงล่ะ”

“เกลเป็นของข้า!” ฮอร์คคำรามเสียงต่ำ แล้วดันให้เกเบรียลหลบอยู่ด้านหลังตนเอง “ข้าจะไม่ยอมปล่อยเขาให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น”

“เกลไม่ใช่ของเจ้า ไม่ว่าจะตอนนี้หรือเมื่อก่อนก็ตาม”

“เจ้าพูดเรื่องอะไร” เกเบรียลเอ่ยขัด เทวทูตหนุ่มก้าวออกจากด้านหลังของฮอร์คแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่อยากให้เขาทำแบบนี้ก็ตาม ดวงตาสีทองเขม็งมองซาฮาลนิ่งแล้วกล่าวต่อ “ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วที่พูดเหมือนกับว่าเจ้ารู้จักฮอร์ค”

“ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ที่เจ้าจะจำไม่ได้” ซาฮาลยิ้มรับ “ในเมื่อข้าเป็นคนพาตัวเจ้ากลับจากแดนอสูรเมื่อครั้งที่เจ้ายังเยาว์วัยและลบความทรงจำเจ้าในส่วนนั้นเองกับมือ”

“เจ้า!” ฮอร์คคำรามด้วยความโกรธ นี่สินะสาเหตุที่ทำให้เกเบรียลจำเรื่องราวในวัยเด็กระหว่างพวกเขาไม่ได้

“ช่วยไม่ได้ เกลร้องไห้จะกลับไปหาเจ้าจนข้าหงุดหงิดใจเหลือเกิน”

“ทำไม...ชอบมายุ่งกับความทรงจำคนอื่นนักฮะ!” เกเบรียลตวาดออกไปด้วยความหงุดหงิด ฝ่ามือทั้งสองกำแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ทว่ามันก็ยากเหลือเกินเมื่อตรงหน้าเขาคือซาฮาลที่คลี่ยิ้มราวกับไม่ทุกข์ร้อนใดๆ เลยแม้แต่น้อย

“ใช่ๆ ข้าผิดเอง แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ข้าเองก็ทำพลาดไปหลายเรื่องเหมือนกัน” ซาฮาลยังคงยิ้มแย้มโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า และหากเกเบรียลสังเกตสักนิดจะเห็นว่าแววตาของอีกฝ่ายนั้นหม่นลงเล็กน้อย แต่น่าเสียดายที่เทวทูตหนุ่มไม่ได้สังเกตมัน “เพราะฉะนั้นข้าเลยแก้ไขความผิดของตัวเองด้วยการจัดการอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเจ้าสักหน่อย”

“เจ้าทำอะไร” เกเบรียลถามกลับอย่างไม่ไว้วางใจ ดวงตาสีทองหรี่ลงในขณะที่จ้องเขม็งไปยังพี่ชายตนเอง

“ก็แค่...”

ซาฮาลหยุดพูดไปแค่นั้นก่อนจะยกมือกระดิกนิ้วให้สัญญาเทวะอารักษ์ที่อยู่ด้านหลังตนเอง หนึ่งในนั้นเดินออกมา ในมือถือห่อผ้าขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ส่งให้ซาฮาล เกเบรียลมองห่อผ้าต้องสงสัยนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขาไม่รู้หรอกว่าภายในนั้นมีอะไร แต่จากลางสังหรณ์แล้วเขาคิดว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

เพราะถ้าเป็นเรื่องดี คงไม่มีคราบเลือดแห้งกรังย้อมเนื้อผ้าจนแดงฉานแบบนั้นแน่!

“ในนั้นมันอะ...”

ตุบ..

ยังไม่ทันที่คำถามจะหลุดออกจากปากของเกเบรียลจนจบประโยค ซาฮาลก็โยนห่อผ้าต้องสงสัยนั้นมาตรงหน้าเขา เกิดเสียงของหนักกระทบพื้นดังตุบ ก่อนที่ชายผ้าจะคลี่ออกและสิ่งของข้างในจะกลิ้งออกมาเพราะแรงเหวี่ยง อวดโฉมให้ประจักษ์กันโดยไม่มีปิดบัง

เส้นผมสีทองสว่างล้อมกรอบใบหน้าขาวซีด ดวงตาสีทองเบิกโพลงและฉายชัดไปด้วยความหวาดกลัว เรียวปากอิ่มที่เคยมีสีแดงระเรื่อบัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ำ เผยอขึ้นราวกับกำลังส่งเสียงกรีดร้องให้กับวินาทีสุดท้ายของชีวิต บาดแผลบริเวณคอรุ่งริ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังและมีเศษเนื้อห้อยติด ดูก็รู้ว่าคงถูกกระชากออกจากร่างอย่างไร้ความปรานีใดๆ

มันคือ...ศีรษะของฮิลลี่!

“จะ เจ้าทำอะไร...” เกเบรียลรู้สึกคล้ายกับเส้นเสียงของตัวเองถูกขโมยไป เขาได้แต่เบิกตามองศีรษะของฮิลลี่ที่ตกอยู่บนพื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้จะแค้นที่ฮิลลี่ทำให้ตัวเองตกระกำลำบากแบบนี้ แต่เกเบรียลก็ไม่เคยคิดอยากจะให้อีกฝ่ายตายเลยแม้แต่น้อย ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาช็อกจนตัวสั่น และคงจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันบ้าๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฮอร์คบีบมือเขาแน่นอย่างเรียกสติ

“ข้านึกว่าเจ้าจะดีใจที่ข้าจัดการสั่งสอนนางงูพิษนี่ให้เสียอีก”

“เจ้า...เจ้ามันบ้าไปแล้ว!

เกเบรียลตะโกนออกไปด้วยความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจ สติคล้ายถูกกระชากทิ้ง ในหัวมีเพียงความต้องการกำจัดร่างตรงหน้านี้ไปให้สิ้นซากซะ

“เกล!

เสียงเรียกชื่อดังลั่น ทว่าเกเบรียลกลับไม่สนใจ เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว ฝ่ามืออัดแน่นด้วยเวทย์ผสมหมายซัดใส่ร่างของซาฮาลให้ได้รับบาดเจ็บกันไปข้าง แต่ดูเหมือนว่าเกเบรียลจะหลงลืมสิ่งหนึ่งไป สิ่งหนึ่งที่สำคัญนักในยามต่อสู้ซึ่งเขาพร่ำบอกกับตัวเองเสมอมา

มันคือสติ!

“อึก!

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เลือดสีแดงสดไหลรินจากบาดแผลที่ท้องจนย้อมเสื้อผ้าให้เปียกชุ่ม เกเบรียลเบิกตาค้าง ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด เพราะเขาไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย แต่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือฮอร์คที่เข้ามาผลักเขาออกจากวิถีดาบของเทวะอารักษ์ซึ่งพุ่งตัวมาคุ้มกันซาฮาลและเอาตัวเองเข้ารับดาบนั้นแทนเขา

“ฮะ ฮอร์ค....ฮอร์ค!

เกเบรียลเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสั่น ก่อนจะตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่าฮอร์คทรุดตัวลงกับพื้น เขาถลาเข้าไปช้อนตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยมือไม้ที่สั่นเทา ปากก็พร่ำเรียกชื่ออสูรหนุ่มราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลับตาลงและจากเขาไปไม่วินาทีใดก็วินาทีหนึ่ง เลือดยังคงไม่ยอมหยุดไหลจากปากแผลกว้างจนเกเบรียลต้องถอดผ้าคลุมศีรษะตนเองมากดห้ามเลือดเอาไว้

“จะ เจ้าโง่...” ฮอร์คเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อาการบาดเจ็บของเขามันคงจะไม่ร้ายแรงขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้าที่เกเบรียลระเบิดพลังทำลายห้องเขาขังจะโดนลูกหลงพลังเวทย์กระแทกเข้าใส่ท้องเต็มๆ ซ้ำตอนนี้ยังมาถูกแทงบริเวณเดียวกันอีก “พุ่งออกไป...แบบนั้น แค่ก! โง่มาก”

“ข้าขอโทษ เจ้าเลิกพูดเถอะ ให้ตายสิวะ!” เกเบรียลสบถออกมาเสียงดังเมื่อเห็นว่าฮอร์คกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ดวงตาสีทองสั่นระริก เขาพยายามควบคุมสติตัวเองให้มั่นคงในขณะที่ฝ่ามือเช็ดเลือดออกจากปากของอสูรหนุ่มอย่างไม่นึกรังเกียจใดๆ “เจ้าจะเป็นอะไรไปไม่ได้นะ เจ้าสัญญากับข้าแล้วว่าจะกลับไปด้วยกัน ขะ ข้ายังไม่ทันได้บอกว่ารักเจ้าด้วยซ้ำ!

“กะ เกล...”

“ข้ารักเจ้า ได้ยินไหมเจ้าโง่!” เกเบรียลตะโกนออกมาอย่างไม่นึกอาย น้ำตาใสไหลอาบแก้มเมื่อเห็นว่าสีหน้าของฮอร์คไม่ดีขึ้นเลยสักนิด มันซีดจนเขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป “อย่าให้คำสัญญาเจ้าเป็นแค่คำพูดธรรมดาเด็ดขาด เจ้าห้ามตายนะไอ้อสูรงี่เง่า!

“ข้า...” ฮอร์คพยายามอ้าปากพูด แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินก็ตาม ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนราง ทว่าดวงตาสีทองของเกเบรียลกลับเด่นชัดในความรู้สึก “ข้ารักเจ้า...”

“ฮอร์ค ฮอร์ค! อย่ามาหลับตอนนี้นะเจ้าอสูรงี่เง่า!

เกเบรียลเริ่มลนลานเมื่อเห็นว่าดวงตาสีดำสนิทปิดลงในที่สุด แม้ว่าเขาจะตบหน้าอีกฝ่ายแรงๆ อสูรหนุ่มก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อยจนเกเบรียลใจเสียหนักกว่าเก่า มือไม้สั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ น้ำตาที่เหือดหายไปแล้วกลับมาเอ่อคลออีกครั้งและคราวนี้เขาก็ปล่อยโฮออกมาโดยไม่อายสายตาใครอีกต่อไป เทวทูตหนุ่มกอดร่างของฮอร์คแน่น ปากก็พร่ำเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่ขาดสายจนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นมา

“ลุกขึ้นมาซะเกล”

“อย่ามายุ่งกับข้า!” เกเบรียลตวาดพลางเงยหน้าขึ้นเขม็งมองซาฮาลอย่างไม่ยอมจำนนแม้ว่าสภาพของเขากับฮอร์คตอนนี้จะดูน่าอนาถมากก็ตาม “สะใจเจ้าแล้วสินะ ทำร้ายคนที่ข้ารักคนแล้วคนเล่า เช่นนั้นก็ฆ่าข้าทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยสิ!

“เจ้าแน่ใจงั้นเหรอว่าอยากให้ข้าฆ่าเจ้าทิ้ง” ซาฮาลเลิกคิ้วในขณะที่เอ่ยถาม “อสูรนั่นยังไม่ได้ตายเสียหน่อย เจ้าจะรีบชิงตายไปก่อนทำไม”

“ยังไงเจ้าก็จะไม่ปล่อยให้พวกเรารอดอยู่แล้วนี่!

“เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ารอด” ซาฮาลยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังดูเรื่องสนุกสนานอยู่ “คิดแทนคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะเกล”

“หุบปาก!

“ก่อนจะให้ข้าหุบปาก ลองฟังข้อเสนอของข้าก่อนเป็นไง”

“เจ้ายังมีหน้า...!

“ข้าจะรักษาเขา แลกกับเจ้าอยู่ที่นี่ต่อ” ซาฮาลเอ่ยขัดคำด่าของเกเบรียล ดวงตาสีทองไม่ต่างจากผู้เป็นน้องจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง “ข้าคิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะทีเดียว”

เกเบรียลชะงักไปเมื่อได้ฟังข้อเสนอนั้นของซาฮาล ดวงตาสีทองหรี่ลงราวกับกำลังประเมินว่าคราวนี้พี่ชายตนเองจะมาไม้ใด ซาฮาลเป็นพวกเจ้าเล่ห์แถมยังเลือดเย็น เขาไม่อาจทำใจเชื่ออีกฝ่ายได้อย่างสนิทใจเสียที การที่ซาฮาลเสนอมาแบบนี้ต้องมีอะไรแอบแฝง ซึ่งอะไรที่ว่านั้นเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่ว่า...

เกเบรียลหลุบตามองคนในอ้อมกอด ฮอร์คหมดสติไปแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น แถมเลือดก็ยังไม่ยอมหยุดไหลแม้ว่าเขาจะกดผ้าห้ามเลือดไว้ตลอดเวลาก็ตาม เทวทูตหนุ่มกัดริมฝีปากตนเองแน่น เขาไม่อยากไว้ใจบุคคลที่ได้ชื่อว่าฆ่าบุพการีตนเอง แต่ในวินาทีนี้เกเบรียลก็จำต้องยอมรับว่าความปลอดภัยของฮอร์คควรมาก่อนเป็นอันดับแรก

“รับปากข้าว่าจะรักษาเขา เจ้าห้ามตุกติกเด็ดขาด” เกเบรียลจ้องหน้าซาฮาลเขม็งในขณะที่ขอคำยืนยันจากอีกฝ่าย

“ข้ารับปาก”

“เช่นนั้นข้าก็ยอมรับข้อเสนอเจ้า”

ยังไงซะ...เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนี้แล้ว

-----------------------------

แจ็ค ทอร์ค

ยังคงอยู่กับดราม่าเบาๆ(?) ฮอร์คจะรอดไหม? ซาฮาลจะทำอะไรถึงยื่นข้อเสนอนี้มา ติดตามได้วันอังคารหน้านะคะ 

ปล.โธ่ฮิลลี่ สงสารจุงเบยยยย ว๊ายยยย //ยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเบาๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

169 ความคิดเห็น

  1. #143 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:28
    อะไรของแก ผีเข้าหรอ อยู่ๆก็จะมาคนดี ลืมภาพหัวที่เพิ่งทำหล่นไปแล้วหรอ
    #143
    0
  2. #115 sehun-hunhan (@hunhan-sehun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 23:04
    ตกลงยังไงซาฮาล ฉันคิดว่าแกดีมาตลอด อย่ามาดีแตกนะโว้ยยย
    #115
    0
  3. #51 Dark Valkyries (@fangkau) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 12:14
    รู้สึกรักซาฮาลมากขึ้นแปลกๆนะ 555+
    #51
    0
  4. #50 ปุยฝ้าย (@puifai28) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 09:26
    ไม่รู้ทำไมชอบคู่ซาเกลไงไม่รู้ ><
    #50
    0