ซวยแล้วไงดันเกิดใหม่เป็นจอมมาร(สาว)[come back it's real]

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 คนแต่ง(ไม่!)ตาย คนอ่าน(ไม่?)ลืม(ชั่วคราว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    20 ก.พ. 64

ที่นี่มันโคตรจะโทรมเลย เสียงแปลกประหลาดอย่างกับเสียงร้องไห้ พื้นที่จะพังลงไปได้ทุกเมื่อ 


ฉันเดินไปสำรวจห้องในปราสาทในแต่ละห้อง มันเต็มไปด้วยฝุ่นละอองและใยแมงมุม 


ห้องนอนที่เก่ามากๆ ขนาดที่ผ้าปูโดนดึงออกมายังแข็งและแตกออกได้อย่างกับกระเบื้อง 

ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่เอง โต๊ะกับเก้าอี้ก็เปราะจนบีบมันด้วยมือของฉันในตอนนี้ยังกลายเป็นผง

ห้องสมุดที่ประตูแข็งจนไม่สามารถเปิดได้ สมุดที่ปกหนังสือที่แทบจะประสานเข้ากับชั้นวาง ตัวอักษรก็จางหายไป


ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าที่หาได้ มีแต่กรอบเป็นข้าวเกรียบกุ้งหมดแล้ว


“ ที่นี่ถูกทิ้งร้างยิ่งกว่าร้างอีก ขนาดป่าช้ายังมีคนกล้าเข้าไปลองดีเล้ย ” ฉันได้แต่เดินสำรวจไปบ่นไป จนมาถึงห้องที่ประตูบานใหญ่ ที่ประตูดูไม่น่าจะย่อยสลายไปตามการเวลา 


[ ความเข้าใจในเวทย์มนต์ ] [ ความเข้าใจในศาสตราวุธ ] 


“ สกิลเป็นแบบทำงานกึ่งอัตโนมัติงั้นเหรอ? ” สกิลพวกนี้เด้งขึ้นมาในขณะที่ฉันสงสัย แปลได้ว่ามันจะทำงานตามเงื่อนไขบางอย่าง ในกรณีนี้คือฉันสงสัยว่า " ประตูบานนี้เสียหายจากบางสิ่ง " แล้วมันก็ทำงาน


ในเวลานั้น โลกทั้งโลกกลายเป็นสีดำ โดยมีเส้นตารางสีขาวเหมือนกับตาข่าย เมื่อมองไปยังจุดที่คล้ายกับรอยฟันของอะไรบางอย่าง สกิล[ ความเข้าใจในศาสตราวุธ ] มันกะจะทำงานและมาร์คจุดตรงนั้นเป็นสีขาวไว้ เมื่อต้องการจะลูกมากกว่านี้ ภาพจำลองการฟันก็จะแสดงออกมาให้เห็น ที่แปลกคือ มันเป็นมีดทำครัวที่ใหญ่มาก แปลกดีนะ ลอยแต่ละลอยไม่เหมือนกันมีดที่เป็นภาพจำลองก็เล็กใหญ่ตาม คงเพราะประสบการณ์ของฉันไม่มากพอ


ส่วนลอยที่เหมือนกับมีใครสักคนหยดหมึกลงบนกระดาษ สกิล [ ความเข้าใจในเวทมนต์ ] มันจะทำงานและแสดง กระสุนที่ถูกยิงออก,ลูกRpg,ระเบิดมือ หรือลูกระเบิดปรมาณู ตกมาตู้มใส่หน้าตามลอยของหมึกที่หยดเล็กใหญ่ว่ากันไป ประสบการณ์ของฉังคงเป็นเรื่องที่สำคัญกับการใช้สกิลเหล่านี้ซินะ ถ้าไม่เคยเห็นก็จะดึงสิ่งที่คล้ายกันในความทรงจำออกมาเท่าที่ทำได้ 


“ ลำบากจังนะ~ เอ๋ แต่ถ้าเราใช้จินตนาการมันขึ้นมาจะเป็นยังไงนะ ” ฉันเริ่มที่จะดึงความทรงจำที่เคยเล่นเกมแนว แฟนตาซี RPG ออกมาเป็นรูปร่าง


“ ออกมาซิเวทย์ไฟ ที่ยิงออกมาเป็นลูกกลม ไฟที่ร้อน แสงสว่าง เห็น...เห็นแล้ว ” ฉันเห็นระเบิดมือ เปลี่ยนไปเป็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งชนใส่กำแพงจนเป็นลอยหมึกแบบที่เห็น 


กลิ้ง! 


เสียงคล้ายกับกระดิ่งก็ดังขึ้น แล้วมีสกิลบางอย่างได้เพิ่มขึ้นมา [ ลูกไฟ ] 


“ เจ๋งแค่คิดก็ได้รับสกิลแล้ว นี่มันดียิ่งกว่าดีอีก ” ฉันตื่นเต้นยิ่งกว่าตื่นเต้น แค่คิดสกิลขั้นมาก็สามารถใช้ได้แล้ว มันจะมีอะไรโกงไปกว่านี้อีกแล้ว


“ ลูกไฟ...เอ๋ ลูกไฟ ลูกไฟ ลูกไฟ...ไม่เห็นได้เลยงะ ” ฉันพยามใช้สกิลที่พึ่งได้ แต่ที่ออกมาก็มีแต่ความว่างปล่าว 


“ อะไรกันเนี่ย ” ฉันเอาหลังพิงกำแพงด้วยความหงุดหงิดอย่างกับเด็ก ถึงจะคิดงั้นแต่ฉันก็เป็นเด็กอยู่นี่ไง 


ปึก คลุก คึก 


เสียงเหมือนมีอย่างจะพังทลายลง ฉันรีบดันตัวออกจากกำแพงที่พิงอยู่ แต่ดูเหมือนการกระทำของฉันทำให้กำแพงพังเร็วขึ้นกว่าเดิม 


ตุบ ตุบ ตุบ ปึงปัง


“ อุ้ย~ เอ๋ แต่ไม่เจ็บเท่าที่คิด ทั้งที่สูงขนาดนั้นแท้ๆ ” ฉันมองขึ้นไปยังจุดที่ฉันตกลงมา ไม่น้อยกว่า สามสิบเมตรแน่นอน แต่ร่างกายฉันไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่ลอยขีดข่วนก็ไม่มี


“ มีทางไปได้อีก ทางลับแน่เลย ” ฉันดันตัวขึ้นยืนก็เห็นเป็นอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไป ก็ไม่มีทางเลือกอะนะ ไหนไหนก็เจอทางลับความสงสัยไม่เข้าใครออกใครอะนะ


ฉันเดินไปเดินไปและเดินต่อไป จนรู้สึกว่ามันเริ่มแปลก เพราะยิ่งเดินเข้าไปก็เหมือนกับไกลออกไปเรื่อยๆ รู้สึกตัวอีกที่ก็หักหลังกลับไปไม่ได้แล้ว 


“ ควรจะเดินต่อไปหรือถอยหลังดี ยิ่งเดินก็เหมือนไม่มีปลายทาง ด้านหลังก็ไม่เห็นทางที่เรามาแล้ว... ” ฉันคิดอยู่สักพัก แล้วก็เดินต่อไปอย่างไร้จุดหมายปลายทาง ไม่รู้ต้องไปได้อีกไกลแค่ไหน


“ ถึงจะไม่เหนื่อยก็เถอะแต่น่าเบื่อสุดๆ ” เดินไปฉันก็พยามฝึกจินตนาการถึงเวทมนตร์ต่างๆ และลองพยายามใช้พวกมันดูแต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ผล


“ นี่ฉันต้องท่องคาถาอะไรสักอย่างก่อนหรือเปล่านะ ” ฉันลองทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ในขณะที่กำลังเดินต่อไปเรื่อยๆ 


กลิ้ง!


[ ต้านทานต่อภาพลวงตา ]


“ อ๋อเข้าใจละ ” โดนเข้าให้แล้วเราแต่ก็อย่างน้อยก็ออกมาได้


ภาพทุกอย่างเริ่มเลื่อนหายไปอย่างกับควันที่โดนลมพัด แล้วฉันก็พบกับประตูบานโคตรใหญ่มันเป็นประตูบานใหญ่สีดำสนิทมีหยังกับพวกภาษารูนสลักอยู่และมีรูขนาดพอกับขวดน้ำที่เหมือนจะใส่มือเข้าไปได้


“ แกหลอกฉันเป็นครั้งที่สองไม่ได้หรอก ” ฉันพยายามหาวัสดุไม้หรือแท่งอะไรสักอย่างลองใส่เข้าไปในรูนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ เอาอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ” แล้วฉันก็ตัดสินใจเอามือเข้าไปในรูนั้น แล้วประตูก็ส่องแสงสว่างขึ้นมาพวกอักษรรูน ก็เริ่มเหมือนจะขยับได้แล้วหมุนออกมารอบๆในอากาศ 


ไม่นานนักประตูก็เปิดออกทำให้เห็นห้องสมุดที่อลังการงานสร้าง แสงสว่างที่สวยงามตระการตามันสวยงามและยังส่องประกายระยิบระยับ แม้ตัวประสาทจะดูสุดโทรมลงไปมากแต่ห้องลับนี้ก็ยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้


“ ได้เวลาเก็บข้อมูลแล้ว ” ที่มีที่นี่มีสมุดและหนังสือมากมาย มีจดหมายคัมภีร์ต่างๆและแผนที่ แต่น่าเสียดาย...


“ ฉันไม่เห็นจะอ่านออกเลยสักนิด ” ชีวิตหนอชีวิต


___________________________________________


กลับมาแล้วจ้าคนอ่านจ๋ารอยายจนมีลูกมีหลานมีเหลนโหลนแล้ว~ แต่ไม่เป็นไรยายกลับมาแล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดตอนใหม่กดติดตาม


ถ้าชอบใจก็อย่าลืมกดหัวใจให้ด้วยเด้อ


comment ให้กำลังใจกันได้เพราะงานเยอะสุดๆเลย 


คนแต่ง : “ สั้นไปหน่อยแต่ก็อัพแล้วนะ ”

คนอ่าน : “ มีเรื่องนี้อยู่ด้วยแฮะ ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #9 แมวนอนในปลอกหมอน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:41

    เรื่องนี้เราเคยกดติดตามด้วยเรอะ!!!!
    #9
    0
  2. #8 ซากุระปากกาเงา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:44

    จะตีหนึ่งก็มีคนอ่านอีกนะ
    #8
    0