[[END]] มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,125 Views

  • 58 Comments

  • 551 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    266

    Overall
    12,125

ตอนที่ 6 : CHAPTER6 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    9 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER6



     หลังจากเรื่องเมื่อวานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนอยู่ครับ

     วันนี้วันเสาร์ แต่คุณอชิตก็ยังคงให้ผมเรียน

     คุณเขาบอกว่าเรียนเก้าโมงเช้าถึงบ่ายสาม เรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์นั้นให้ผมพักผ่อน

     วันนี้ไม่ได้เรียนแค่ผมคนเดียว เพราะว่าคุณอชิตสั่งให้ไอ้เจมส์มาเรียนเป็นเพื่อน

     "พี่ธินๆ อ้าวพี่ธินไปไหนวะ" เสียงมันก็ไม่ค่อยต่างจากนกแก้วนกขุนทองท่าไรหรอก

     ก็มันหนะเอาแต่เรียกพี่ธินๆอยู่นั่นแหละ เรียกจนคนนั่งข้างๆอย่างผมต้องถอนหายใจทุกครั้งเพราะว่า

     รำคาญ!

     "จะเรียกอะไรนักหนาวะไอ้หัวหน้าห้อง โจทย์มันง่ายๆเองไหม"

     จริงๆก็ไม่ถึงขั้นง่ายหรอกครับ ผมก็แค่พอถูๆไถๆได้ แต่สำหรับนักเรียนทุนอย่างไอ้เจมส์แล้วคงไม่ต่างจากปลอกกล้วยเข้าปากซะเท่าไหร่

     "แค่นี้ทำเป็นโวยวาย โถ่"

     ผมมองมันตาเขียวก่อนจะใช้ดินสอเคาะหัวมันไปทีนึง

     "มันเจ็บนะรัก" มันจับมือผมไว้ก่อนจะทำหน้าตาประหนึ่งโดนรถชน

     แค่นี้สมองยังไม่ถึงกับไหลเถอะไอ้เจมส์

     "ทำถึงข้อไหนแล้วครับเด็กๆ" เสียงพี่หมอที่เปรียบเสมือนเสียงพ่อพระสำหรับแยกศึกระหว่างผมกับไอ้เจมส์

     พวกเรานั่งเรียนไปเรื่อยๆจนเวลาเกือบจะบ่ายโมงพี่หมอมีธุระเลยต้องเลิกเรียนก่อน

     "รัก อยากไปสวนหลังบ้านป่ะ"

     "สวน? บ้านคุณอชิตมีสวนด้วยเหรอ"

     "มีสิ งั้นซักสิบนาทีเจอกันที่บ้านฉันนะ"

     ว่าจบเจ้าตัวก็เดินออกไปจากบ้านใหญ่

     คือแป๊บนะเจมส์ กูตกลงแล้วหรอว่าจะไปกับมึงอ่ะ กูแค่ถามไหมเพื่อน

     แต่ก็งั้นแหละครับ พอสิบนาทีที่ว่าผมก็ออกมาหามันที่บ้าน

     มันพาผมอ้อมหลังบ้านของคนงานก่อนจะเปิดประตูเหล็กที่กั้นสวนกับตัวบ้านไว้ออก

     "สวยจัง.." ผมพึมพำออกมา

     สวนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง

     อีกทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ลอยมาแตะจมูกยามลมพัดผ่าน

     "อึ้งหละสิ ที่นี่นะฉันชอบมานั่งเล่นคนเดียวบ่อยๆ" จากนั้นไอ้เจมส์ก็เริ่มเล่าเรื่องต่างๆนานาออกมา

     แต่ผมหาฟังไม่ ผมยังคงเดินเล่นชมเหล่ามวลพฤกษาบุปผชาติอันงดงามต่อไป

     ที่นี่สงบและร่มเย็นมาก ตรงกลางของสวนมีบ่อน้ำพุเล็กๆ ส่วนด้านซ้ายก็จะมีต้นไม้ที่ให้พุ่มใบขนาดใหญ่และม้านั่งไว้สำหรับยามพักผ่อน

     ผมเดินไปเอนกายลงนั่งก่อนจะหลับตาฟังเสียงลมโชยเบาๆ

     รู้สึกดีจนง่วงเลยแฮะ

     "รักกลับกันเถอะ วันเสาร์คุณอชิตจะกลับเร็ว ขืนโดนเจอเข้าเป็นเรื่องใหญ่แน่"

     ผมจำเป็นต้องเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้ และคุณอชิตก็กลับมาจริงๆ

     ดีที่เราออกมาถึงโซนบ้านพักแล้ว

     วันนี้ที่บ้านมีเพียงคุณอชิต ส่วนน้องต้นกล้าบินไปหาพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัดพร้อมคุณทรงเดชและพี่แก้ว

     นับว่าเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากๆสำหรับคนขี้เหงาอย่างผม

     ผมเดินมาจนถึงห้องนั่งเล่น คุณอชิตที่เอนกายพิงโซฟา เนคไทที่ถูกปลดออกอย่างหลวมๆ กระดุมเสื้อด้านในถูกปลดออกสองเม็ด และแขนเสื้อที่พับขึ้นเล็กน้อย

     นั่นไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าดูดีลดลง ยิ่งทำให้เขาดูดีมากขึ้นเสียอีก

     น่าอิจฉา

     "มานี่ซิ"

     ผมทำหน้างงๆใส่คนที่อยู่บนโซฟาก่อนจะเดินไปนั่งโซฟาตัวข้างๆตามคำสั่ง

     "คืนนี้ฉันมีออกงาน และนายต้องไปด้วย เรื่องชุดเดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านเตรียมให้"

     "แต่ผมวะ--"

     "ไม่มีแต่"

     คนอะไรเผด็จการสิ้นดี ทีเมื่อคืนยัง...แล้วผมจะคิดถึงเรื่องนั้นทำไมเนี่ย!

     "หนึ่งทุ่มเจอกันที่นี่ เข้าใจไหม"

     "เอ่อ..ครับ"

     ผมตอบรับอีกฝ่ายก่อนจะขอตัวขึ้นห้องแต่ก็โดนมือใหญ่คว้าไว้จนต้องนั่งลงอีกครั้ง

     คุณอชิตโน้มตัวลงมาใกล้ผมเรื่อยๆจนใบหน้าเราห่างกันเพียงหนึ่งฝ่ามือ

     นัยตาของเขาช่างสวยซะเหลือเกิน รู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้น

     รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มือใหญ่แตะลงที่เส้นผม

     "กลีบดอกไฮเดรนเยีย ไปสวนมาหละสิ"

     ผมรู้สึกรนหลังจากที่อีกฝ่านผละออกไปแล้วเอาแต่จ้องหน้าผม

     "คือ..ผมไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปนะครับ ผมแค่.."

     "แค่??"

     "ผมขอโทษด้วยครับ" ผมก้มหน้าขอโทษด้วยความกลัว

     ผมไม่อยากเห็นอีกฝ่ายกลายเป็นคนใจร้ายเหมือนเมื่อวานอีกครั้ง

     "ขอโทษทำไม ในเมื่อมันไม่ได้มีอะไรเสียหาย"

     ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใบหน้านิ่งๆของอีกฝ่ายที่มองมายังผม

     "งั้น..ผมก็เข้าไปอีกได้ใช่ไหมครับ"

     "ก็ใช่"

     "เยส!"

     "แต่.."

     ผมมองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัยในคำปราม

     "อย่าพาใครเข้าไป หรือทำให้สวนเสียหายหละ"

     "รับทราบครับ" ผมทำท่าตะเบ๊ะรับเหมือนเด็กๆอย่างเคยตัวตอนที่ทำกับพ่อแม่

     และการกระทำนั้นทำให้ผมได้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย

     แม้มันจะเป็นแค่เพียงเสี้ยววินาทีก็เถอะ

     เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกอีกทีก็จวนจะได้เวลานัดเสียแล้ว

     ผมถูกป้านวลจับแต่งหน้า แต่งผม ก่อนจะตามด้วยสวมชุดสูทที่นับว่าเป็นชุดที่ผมเกลียดที่สุด

     ชุดสูทอาจจะดูเรียบร้อย และสุภาพ แต่มันกลับน่าอึดอัดเสียจริง

     ผมโดนพาลงมานั่งรอคุณอชิตอยู่ที่ห้องรับแขกด้านล่าง พร้อมโดนกำชับจากป้านวลว่าห้ามปลดกระดุมออกเด็ดขาด

     แต่อย่างน้อยก็มีอะไรหลายๆอย่างเป็นใจให้ผม ก่อนที่ผมจะต้องปลดกระดุมออกจริงๆ

     ร่างสูงของใครอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าหนี้เดินลงมาจากบันไดด้วยท่าทางสง่างามดังเจ้าชายที่ผู้หญิงหลายๆคนหมายปอง

     และนั่นทำให้ผมไม่สามารถละสายตาไปได้

     ใบหน้าที่ถูกลงเครื่องสำอางเล็กน้อย ทรงผมที่ถูกเซ็ตอย่างลงตัว รวมๆทั้งหมดผู้ชายคนนี้ดูดีมากจริงๆ

     "ไปได้รึยัง"

     ผมเดินตามเจ้าตัวไปขึ้นรถ ก่อนที่รถจะเคลื่อนที่ออกมาจากบ้านไปยังสถานที่จัดงาน

     โรงแรมหรูขนาดห้าดาว แค่ระดับก็ดูหรู แต่พอเข้ามาด้านในโรงแรมแห่งนี้ยิ่งดูเริศหรูเข้าไปใหญ่

     ผมถูกคุณอชิตเดินจูงมือไปยังห้องโถงของทางโรงแรมที่มีไว้สำหรับจัดงาน และนั่นมันทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กอีกครั้ง

     ก็แค่นี้เองอ่ะ ทำไมต้องเดินจูงมือผมด้วย

     แม้จะคิดออกไปแบบนั้นแต่ผมกลับรู้สึกดีที่ถูกอีกคนจับจูงมือ

     พวกเราเดินเข้ามาในบริเวณจัดงาน ผู้คนที่แต่งตัวดูดีมีฐานะเดินขวักไขว่ไปมาจนมันเริ่มทำให้ผมรู้สึกอึดอัดกว่าเดิม

     "ถ้ามีคนถามว่าเป็นอะไรกับฉันให้ตอบว่าเป็นญาติ เข้าใจไหม"

     "ครับ"

     ยิ่งเดินเข้าไปเรื่อย ความรู้สึกที่มือยิ่งแน่นมากขึ้นกว่าเดิม มากขึ้นจนผมคิดว่าอีกฝ่ายกลัวผมหายตัวไปรึเปล่า

     ผมถูกพาให้มาทักทายเจ้าภาพงานอย่างคู่ที่กำลังจะกลายเป็นสามีภรรยา ซึ่งงานนี้เป็นงานแต่งงานของทั้งสองคน

     "คุณพ่อท่านฝากผมมาแสดงความยินดีกับคุณอาด้วยนะครับ"

     "ฝากขอบคุณท่านด้วยนะอชิต แล้วพ่อหนุ่มนี่คือใครเหรอ" เจ้าบ่าวของงานถามคุณอชิต และนั่นมันบ่งบอกว่าใกล้เวลาที่ผมต้องแสดงตัวแล้ว

     "นี่คือญาติของผมหนะครับ เป็นหลานของคุณพ่อ"

     "สวัสดีครับ ผมชื่อรัก เป็นญาติของคุณอชิตครับ" ผมยิ้มก่อนจะโค้งหัวทักทายอีกฝ่าย

     "สวัสดีลูก จะว่าไปหน้าตาเราก็ดีเหมือนกันนะ"

     "ขอบคุณครับ"

     "หนูอชิตจ๊ะ แล้วเรื่องคู่ของหนูเนี่ยมีข่าวดีหรือเปล่า"

     "ช่วงนี้ก็เคลียร์งานบริษัทอย่างเดียวเลยครับคุณน้า"

     "ถ้ามีข่าวดีเมื่อไหร่ก็อย่าลืมแจ้งน้ากับอาด้วยนะลูก" ว่าจบคุณเธอก็หัวเราะอย่างพอใจ

     ว่าไปถึงเรื่องคู่ของคนข้างๆแล้วยังคงเร็วไปสิบปี

     บ้านก็ไม่อยู่ ไปทำงานแต่ที่บริษัททุกวัน แค่เวลาชีวิตเจ้าตัวยังไม่มีเลย

     อย่างเพิ่งพูดเรื่องคู่เลยละกันครับ

     แล้วจำเป็นไหมที่ผมต้องมาคิดเรื่องคู่ของคนอื่นเนี่ย!

     "แล้วหนูรักหละจ๊ะ มีฟงมีแฟนแล้วหรือยัง" อ้าว..แล้วไหงประเด็นมันถึงเปลี่ยนมาเป็นผมหละครับ

     "เอ่อ..ก็ยังไม่มีหรอกครับ"

     "ดีแล้วลูก อยู่เป็นเพื่อนอชิตให้อาเสียก่อน" ผมหลุดหัวเราะออกมา

     "ใช่แล้วจ้ะ รายนี้หนะบ้างานจะตายไป"

     "ไม่ใช่สักหน่อยครับคุณน้า" เจ้าตัวแก้ต่างออกไป

     แต่ผมเห็นด้วยนะที่ว่าผู้ชายคนนี้บ้างานหนะ

     "ใกล้ได้เวลามงคลแล้ว เดี๋ยวน้ากับอาขอไปเตรียมตัวก่อนนะจ๊ะ"

     "ได้ครับ" ผมยิ้มรับก่อนจะโค้งให้อีกฝ่าย

     "อ้อ จะว่าไปหนูรักกับอชิตก็เหมาะสมกันดีนะลูก"

     อะ..อะไรนะ!?

     เหมาะสม..อย่างงั้นเหรอ?

     บึ้มมมมม

     ทำไมผมรู้สึกร้อนที่แก้มอีกแล้วเนี่ย

     ให้ตายสิ..มันจะเหมาะสมได้ยังไงหละครับคุณน้า!

     แล้วไอ้คนหน้านิ่งข้างๆก็หยุดหัวเราะสักทีเถอะ!!



-------100%-------





Talking With LittleA_
     ดำเนินเรื่องมาถึงตอนที่หกครบ100%แล้วนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #19 0848316524 (@0848316524) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 19:01
    เขินนนนนนนนนฟินนนนนนน
    #19
    0
  2. #18 dewzerpsk2 (@Dewzerpsk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 15:06
    เขินหน้าแดงหมดแล้วยัยรักกกกก
    #18
    0