[[END]] มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,113 Views

  • 58 Comments

  • 551 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    254

    Overall
    12,113

ตอนที่ 15 : CHAPTER15 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    27 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER15



     วันนี้พี่ธินเข้ามาหาพี่อชิตที่บ้านใหญ่ตั้งแต่เช้า

     จนมันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีงานมีการทำรึไง

     แต่นั่นเป็นเพียงแค่บางส่วนที่น้อยนิดมากๆ เพราะความจริงผมคิดว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้พี่เขามาหาพี่อชิตแต่เช้า

     ซึ่งมันดีมากเพราะเจ้าของบ้านให้ผมมานั่งรอในห้องทำงานดั่งเคย

     และทำให้ผมได้ทราบข้อมูลทั้งหมด

     "วันนี้คนของเราสืบได้ว่าไอ้ธันจะมีงานโชว์ตัวเครื่องเพชร"

     "งั้นก็เป็นโอกาสดีของเราเลยสิ"

     "ใช่ แต่ครั้งนี้เราจะไม่บุกไปเพื่อใช้กำลังจับกุม แต่เราจะเข้าไปแทรกแซงในงานเพราะเราสืบได้อีกว่าจะมีการส่งยาเสพติด"

     "ยาเสพติด?"

     ไม่ใช่แค่ผมที่งง ดูเหมือนพี่อชิตก็คงไม่ต่างจากผม

     จริงๆแล้วผู้ชายที่กำลังพูดถึงคงจะรวยจากการเริ่มขายยาสินะ

     "ไอ้ธันเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ตำรวจต้องการตัว แต่เพราะมันช่วยคนเอาไว้มากทำให้มีคนเป็นหูเป็นตาคอยรายงานสายตำรวจให้มันตลอด"

     ผมเหยียดยิ้มออกมาทันทีกับคำว่าช่วยคนไว้มาก

     เหอะ! เหมือนจะเป็นคนดีแต่ก็ไม่เลย

     ช่วยคนอื่น แต่กลับจะฆ่าตระกูลตัวเอง

     "งานเริ่มหกโมงเย็น เดี๋ยวตอนห้าโมงเย็นฉันจะมารับ"

     พี่อชิตพยักหน้ารับก่อนจะอ่านเอกสารข้อมูลที่พี่ธินยื่นให้

     "ตอนบ่ายฉันจะส่งช่างแต่งหน้าฝีมือดีมาเปลี่ยนหน้าให้นาย พวกนั้นจะได้จำเราไม่ได้"

     แล้วพวกเขาจะไปกันแค่สองคนหนะหรอ ผมก็อยากไปด้วยเหมือนกันนะ

     ถึงแม้ว่าผมอาจจะไปเป็นตัวถ่วงก็เถอะ แต่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้

     "คือผมขอไปด้วยได้ไหมครับ"

     ผมโพล่งขัดบทสนทนาทั้งสองฝ่าย จนทำให้พี่ธินหันมามองหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อใจ

     "งานนี้มันอันตราย พี่ว่าเราอยู่ที่นี่แหละครับ"

     "แต่รักเป็นห่วงพี่อชิต" ผมยื่นเสียงแข็งจ้องตาอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

     พี่ธินจำยอมต้องถอนหายใจก่อนจะรับคำแบบส่งๆ แล้วขอตัวกลับคอนโด

     พี่อชิตที่วางเอกสารลงก็เดินมานั่งลงข้างๆผมที่ทำหน้าเครียดรอกับเหตุการณ์ตอนเย็น

     "อย่าเครียดสิครับ"

     เขาส่งเอานิ้วชี้มาไว้หว่างคิ้วเพื่อพยายามจะให้ผมเลิกขมวดมัน

     แต่คนกังวลก็ต้องขมวดคิ้วเป็นธรรมดา

     "รักขอโทษที่ดื้อด้านอยากไปด้วยนะครับ แต่รักเป็นห่วงพี่อชิตจริงๆ"

     ผมว่าก่อนจะหันไปสบตาอีกฝ่าย

     "คิดว่าพี่ไม่ห่วงเราบ้างหรอ"

     ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายห่วงผมขนาดไหน

     แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังห่วงเขาเหมือนกัน

     ถึงแม้ว่าผมจะพิการขาเป๋รึอะไรก็ตาม แค่เห็นอีกฝ่ายปลอดภัยผมก็หายห่วง

     เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนถึงยามบ่าย

     ผมโดนสั่งให้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะโดนพี่คนใช้ดูแลเรื่องการแต่งหน้าทำผมให้

     ส่วนอีกคนฝ่ายนั้นต้องไปแปลงโฉมเปลี่ยนรูปหน้าเพื่อที่จะไม่ให้ใครจำได้ ใช้เวลามากกว่าผมเยอะ

     ขนาดผมเตรียมตัวทีหลังผมยังเสร็จก่อนเขาเลย

     ผมนั่งรอจนเกือบจะถึงห้าโมงเย็น ช่างแต่งหน้าออกมาแล้วลาผมกลับ

     รออีกไม่นานก็มีชายหนุ่มผมทอง มาดฝรั่ง คิ้วเข้ม จมูกคม ก็เดินออกมาจากห้อง

     และนั่นไม่ใช่ใคร พี่อชิตของผมยังไงหละ

     ผมแอบถ่ายรูปของเจ้าตัวไว้โดยไม่ให้เขารู้ กะจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกสะหน่อย เพราะทุกวันก็เห็นแต่แบบเดิมๆอยู่แล้ว

     แต่ผมไม่เคยเบื่อหรอกนะ

     "ไอ้ธินยังไม่มาอีกหรอ"

     "ยังเลยครับ น่าจะอีกไม่นานหรอก"

     พวกเราคุยกันไม่นานรถคันคุ้นของเพื่อนใครอีกคนก็มาถึง

     ปรากฎให้เห็นชายผมน้ำตาลมาดฝรั่งที่เหมือนกับอีกฝ่าย สองคนนี้แต่งยังไงก็หล่อ

     นี่ไม่ได้อิจฉาเลยนะ แค่หมั่นไส้อ่ะ

     หลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็ออกเดินทางสู่สถานที่จัดงานโชว์เครื่องเพชร

     เดินทางเกือบชั่วโมงพวกเราก็มาถึง ย่านที่พวกเราอยู่กันตอนนี้นับว่าเป็นย่านที่มีธุรกิจเจริญรุ่งเรืองมากติดอันดับหนึ่งในห้าของประเทศ

     ในการเข้างานนั้นต้องมีบัตรเชิญเข้าซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขาไปเอามาแต่ไหน แต่มันก็ทำให้พวกเราผ่านมาได้อยู่ดี

     พี่ธินยังคงกลัวว่าจะมีคนจำตัวผมได้ แต่พี่อชิตก็บอกให้ไม่ต้องห่วงเพราะเจ้าตัวคิดว่าพวกมันไม่น่าจะจำอดีตลูกมหาเศรษฐีที่พวกเขาเสียไปแล้วได้

     แต่นั่นมันก็แค่ความคิด หนึ่งในร้อยผมยังคงระแวงอยู่เหมือนเดิม

     สำหรับวันนี้พี่อชิตใช้ชื่อแทนว่า ออสติน

     ส่วนพี่ธินนั้นใช้ชื่อแทนว่า เอซ

     และถ้าหากผมเผลอเรียกทั้งสองคนผิดเมื่อไหร่หละก็ ความบรรลัยได้ถามหาแน่ๆ

     งานนี้มีการ์ดคุมอยู่เกือบทุกบริเวณของพื้นที่ เดินไปไม่ถึงสิบก้าวก็จะเจอเสมอ

     พวกเราแวะมองเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่ดูเหมือนจะมีราคามากที่สุดในนี้ ตัวเพชรที่ถูกออกแบบอย่างประณีประนอมกว่าที่จะกลายมาเป็นเครื่องเพชรสวยหรูที่วางโชว์ในตู้

     นับว่าเป็นสิ่งที่ใครๆก็สนใจเป็นพิเศษ ไม่ต่างจากชาวต่างชาติสองคนข้างๆผม

     จริงๆก็พี่อชิตกับพี่ธินนั่นแหละ

     "ขอเชิญคุณธันวา เจนกิจโสภณ ผู้ค้าเครื่องเพชรแนวหน้าระดับประเทศที่ได้จัดการเปิดตัวเครื่องเพชรครั้งนี้ขึ้นมากล่าวเปิดงานด้วยค่ะ"

     เสียงพิธีกรสาวเอ่ยขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงปรบมือของแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

     ชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และใบหน้าที่คล้ายกันดั่งพี่ธินนั้น ไม่บอกก็รู้ว่าคือคุณธันอะไรนั่น ซึ่งตอนนี้เขาได้ก้าวขึ้นบนเวทีมายังด้านหน้าเพื่อทำพิธีกล่าวเปิดงานในอันดับต่อไป

     "สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ กระผมนายธันวา เจนกิจโสภณ อันดับแรกต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานของกระผมในครั้งนี้ สำหรับงานเปิดตัวเครื่องเพชรครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากการรวบรวม..."

     คนบนเวทีกล่าวถึงจุดประสงค์ของงานที่จัดขึ้นซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแค่หน้ากากเท่านั้น

     เบื้องหลังเขาคงแค่ต้องการที่จะส่งยาโดยไม่ให้ใครรู้ต่างหากหละ

     "ดังนั้นกระผมขอเปิดงานการโชว์ตัวเครื่องเพชร ณ บัดนี้ครับ"

     เสียงปรบมือและเสียงพูดคุยของแขกทุกคนดังสนั่น ก่อนเจ้าตัวจะลงจากเวทีเข้ามาทักทายแขกที่ดูมีหน้ามีตาพอสมควร

     พวกเราเดินชมเครื่องเพชรกันไปเรื่อยๆอย่างไม่มีกำหนด

     "เรื่องจะส่งนี่มันตอนไหนเอซ"

     ตอนนี้พวกเรายืนอยู่ห่างจากผู้คนในงานมาก ทำให้ชายร่างสูงทั้งสองสามารถคุยเรื่องลับๆพวกนี้ได้

     "ใกล้แล้วหละออสติน อีกแค่ครึ่งชั่วโมงฝ่ายนั้นก็จะมาแล้ว"

     "ใครจะมาอะไรเหรอครับ"

     !!!

     จู่ๆก็มีผู้ไม่ได้รับการต้อนรับมาเยือน และเขาคือคุณธัน

     เขายิ้มอย่างเป็นมิตรส่งให้พวกเราสามคน ผมรีบหลบหลังพี่อชิตอย่างเร็วเพราะกลัวว่าเขาจะจำหน้าได้

     "แฟนของเอซหนะครับ" พี่อชิตผายมือไปยังเพื่อนตัวเอง

     ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มแนะนำตัวแก่กันและกัน

     เรื่องมันคงจะยากกว่านี้ แต่ดีที่คนสนิทของผมทั้งสองมีเครื่องแปลงเสียง จึงทำให้ไม่โดนจับได้ง่ายๆ

     "แล้วคนด้านหลัง?"

     ผมที่แอบอยู่ด้านหลังโดนคุณธันพูดถึงสะดุ้งทันที แต่ก็แค่นิดเดียวจึงไม่ทำให้เป็นที่น่าเอะใจกว่าเดิม

     ที่บ้านเขาไม่สอนเหรอว่าไม่ให้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านหนะ

     "อ๋อ นี่ลูกของเพื่อนพ่อผมครับ เขาชื่อรัก"

     ผมโดนดันไปข้างหน้าเผชิญกับน้องชายของพี่ธิน

     "สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

     ผมยิ้มนิดๆเพราะในใจยังคงกลัวว่าอีกฝ่ายจะจำผมได้ซะก่อน

     "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ว่าแต่หน้าคุ้นจังเลยนะครับ"

     "แปลกนะครับ พอดีเขาอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่สิบขวบ นี่ก็เพิ่งกลับจากฝรั่งเศสปีนี้หนะครับ"

     "งั้นต้องขอโทษด้วยครับ สงสัยผมคงระแวงไปเอง"

     พี่อชิตและพี่ธินสีหน้าตกทันทีเมื่อได้ยินคำว่าระแวงจากอีกฝ่าย และนั่นรวมกับตัวผมด้วย

     แต่ยังคงดีที่ไอ้คุณธันต้องไปทักทายแขกคนอื่นต่อ

     ขอเถอะ อย่ามาจำกันได้เลย



-------100%-------





Talking With LittleA_
     เริ่มแต่งยากขึ้นเรื่อยๆซะแล้วหละค่ะ แต่เราก็ยังแต่งครับ100%เหมือนเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #36 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:58
    เรื่องราวเริ่มเข้มขนขึ้นแล้ว(รึปล่าว?)สิ รอค่ะไรท์มาต่อไว้ๆนะคะตอนนี้เราค้างมากเลยค่ะ
    #36
    0