[[END]] มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,222 Views

  • 58 Comments

  • 553 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    363

    Overall
    12,222

ตอนที่ 14 : CHAPTER14 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    25 ต.ค. 60


มาเฟียเลี้ยงรัก [YAOI]

CHAPTER14



     เมื่อวานนี้ผมจำได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปบ้างก่อนเข้านอน

     แต่ไม่ว่าคิดทีไรหัวใจก็พลันเต้นรัวและแรงขึ้นด้วยซ้ำ

     ใบหน้าก็จะร้อนวูบวาบตลอดเลย

     ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่านี่คืออาการอะไร เพียงแต่ผู้ชายส่วนใหญ่เขาคงไม่เป็นเอามากนัก

     มันเรียกว่าอาการเขิน และส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงด้วยที่มักจะเขิน

     แล้วทำไมผมไม่ใช่ผู้หญิงผมถึงเอาแต่เขินหละ

     แต่ช่างมันเถอะครับ

     หลังจากที่กลับไปชำระร่างกายที่ห้องเสร็จแล้ว ตอนนี้ผมก็ระเห็ดตัวเองลงมาที่ครัวเพื่อมาเอาข้าวต้มร้อนๆไปให้คนป่วยด้านบนที่ยังคงนอนไม่รู้เวล่ำเวลาเอาซะเลย

     "ป้าทำไว้แต่เช้าแล้วกลัวมันจะเย็นซะก่อนเลยเอามาอุ่นให้อีกรอบค่ะ"

     คุณป้าแม่บ้านส่งชามข้าวต้มให้ผมอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขอบคุณอีกฝ่ายแล้วเดินกลับห้อง

     ผมเปิดประตูเข้ามาก็ยังคงพบอีกคนที่หลับพริ้มอยู่บนเตียงเหมือนเดิม

     อยากจะให้อีกฝ่ายนอนพักต่อ แต่ถ้าหากไม่ปลุกรับรองโรคกระเพาะต้องถามหาเอาแน่ๆ

     "พี่อชิตครับ ลุกมากินข้าวก่อนนะครับ"

     ผมเปลี่ยนสรรพนามในการพูดเพื่อเห็นแก่ความพยายามของอีกฝ่าย

     แล้วก็เพื่อ..เห็นแก่ใจตัวเอง

     คนบนเตียงครางอือเบาๆก่อนจะพลิกตัวหนีเสียงของผม

     นี่มันเด็กขี้เซาชัดๆ

     "รักเอาข้าวต้มอุ่นๆมาให้กินแล้วนะครับ ลุกมากินก่อนค่อยนอนต่อ"

     ผมพยายามจะคว้าแขนอีกฝ่ายเพื่อดึงให้คนตัวสูงลุก

     แต่กลับเป็นผมซะเองที่โดนดึงจนล้มลงบนเตียง

     "อรุณสวัสดิ์ครับน้องรัก"

     ผมตีแขนอีกฝ่ายเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวที่แกล้งให้คนอย่างผมหลงกล

     "เลิกกอดรักแล้วลุกมากินข้าวได้แล้วครับ เดี๋ยวก็เย็นซะก่อนหรอก"

     ผมว่าก่อนจะพยายามดันแขนของคนป่วยให้เลิกรัดผม แต่นั่นไม่เป็นผลเอาซะเลย

     "ขอกอดก่อน คิดถึงอ้อมกอดนี้จะตาย"

     ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังซุกหน้าลงมาที่ไหล่ผมอย่างออดอ้อน

     ทำไมผมแพ้ลูกอ้อนคนคนนี้ตลอดเลยนะ

     หลังจากที่ให้อีกคนกอดพอเป็นพิธี ผมก็บังคับให้อีกฝ่ายทานข้าวทานยาเสร็จ ก่อนจะมาเช็ดตัวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

     วันนี้พี่ธินก็เข้ามาสอนหนังสือครับ แต่สอนอยู่ที่ห้องของอีกฝ่าย

     และนั่นทำให้ผมไม่มีสมาธิเอาซะเลยเพราะมีตาคู่หนึ่งที่มองผมอยู่ตลอด มองตั้งแต่เริ่มเรียนจนเลิกเรียน

     นี่มันคนรึกล้องตรวจจับอะไรสักอย่างกันแน่

     พี่หมอบอกว่าแผลโดนกระสุนของอีกฝ่ายใกล้หายแล้ว ส่วนแผลโดนมีดก็เริ่มประสานกัน ช่วงนี้ก็งดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะๆ พี่หมอก็บอกอีกว่าให้ออกไปเดินเล่นหรือไปเปิดหูเปิดตาบ้างจะได้ไม่น่าเบื่อ

     วันนั้นผมก็เลยพาอีกฝ่ายไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านจนเกือบค่ำเราก็กลับมาทานอาหารเย็น

     จากนั้นก็ทำกิจวัตรประจำวันเดิมๆก่อนที่จะเข้านอนกัน

     และผมก็ต้องจำใจนอนกับอีกฝ่ายเช่นเดิม

     การดำเนินชีวิตของผมเป็นแบบนี้เรื่อยๆจนเกือบสองสัปดาห์ แผลของอีกฝ่ายนั้นหายดีแล้ว สามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเยอะๆได้

     แต่ยังไงก็เถอะพี่ธินก็ยังสั่งห้ามไม่ให้อีกคนเข้าบริษัทเพราะว่ายังคงเสี่ยงอันตรายอยู่ดี

     วันนี้ผมขึ้นมาเฝ้าอีกฝ่ายที่ห้องทำงาน ที่ตอนนี้เจ้าของห้องกำลังคุยเรื่องผู้ประสงค์ร้ายกับพี่ธินอยู่

     จะหาว่าผมสอดรู้สอดเห็นก็คงจะไม่ได้แหละครับ เพราะทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับอีกฝ่าย ถึงยังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้

     "ฉันให้คนของเราสืบหาเจ้านายมันให้แล้ว นี่แหละคือประวัติและข้อมูลทั้งหมด"

     "ธันวา เจนกิจโสภณ??" พี่อชิตหยิบเอกสารมาเปิดอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์

     "น้องชายฝาแฝดของฉัน"

     น้องชายฝาแฝด?

     ผมไม่ยักรู้ว่าเจ้าตัวจะมี จริงๆก็ไม่แปลกอ่ะสำหรับผม

     แต่สำหรับเพื่อนอย่างพี่อชิตนี่ทำหน้างงอย่างกับไก่ตาแตก

     "นายไม่ได้บอกว่ามี"

     "ที่จริงถ้าตามกฎหมายไอ้ธันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวของฉัน เพราะมันหนีออกจากบ้านตั้งแต่สิบเก้าปี"

     แววตาของพี่ธินเหมือนมีประกายไฟในดวงตาลุกโชนขึ้นเวลาที่เล่าถึงน้องชายตัวเอง

     "มันฆ่าคุณปู่คุณย่าหวังจะเอาทรัพย์สมบัติของตระกูล และมันยังพยายามจะฆ่าพ่อแม่กับฉันแต่ทำไม่สำเร็จ มันเลยหนีออกจากบ้านไป"

     สำหรับผมคนที่พยายามจะฆ่าผู้มีพระคุณหรือครอบครัวของตัวเองนั้นนับเป็นคนที่เลวทรามจริงๆ

     ไม่น่าเกิดมาอยู่ให้รกแผ่นดินเอาซะเลย

     "ตอนนี้ฉันให้คนกำลังแกะรอยมันแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าเราจะหาตัวมันไม่เจอ"

     "ครอบครัวนายจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม"

     "ไม่หรอก เพราะคนที่มันต้องการชีวิตคือนายต่างหากหละ"

     ทันทีที่ผมได้ยินว่ามันต้องการชีวิตใครก็เผลอตบโต๊ะไปอย่างไม่ยั้งมือ จนอีกสองคนที่นั่งอยู่ไกลออกไปหันมามอง

     "คือมันมียุงเข้ามาหนะครับ แหะๆ"

     ผมแก้ตัวก่อนจะนั่งก้มหน้าก้มตาอย่างรู้สึกผิด

     หลังจากนั้นพี่ธินก็ขอตัวไปทำงานต่อ

     แรงยวบของโซฟาทำให้ผมหันไปมองคนที่นั่งลงข้างๆก่อนจะเผลอหลบสายตาอีกคนที่มองมาอย่างจับได้ว่าที่ผมตบโต๊ะไปเมื่อครู่เพราะเหตุผลอะไร

     "ไม่ต้องห่วงพี่นะครับ"

     มือใหญ่วางลงที่ศีรษะก่อนจะลูบอย่างเบามือ

     แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย

     "แต่มันพยายามจะฆ่าพี่อย่างเดียวนะครับ ผมไม่ยอมหรอก"

     "พี่รู้ครับ แต่สำหรับพี่ขอแค่เราปลอดภัยก็พอแล้ว"

     ผมโผเข้ากอดอีกฝ่ายจนคนที่นั่งข้างเซ

     อ้อมกอดที่ทำให้ผมรู้สึกดีเหมือนถูกปกป้องเราตลอด

     "พี่ต้องสัญญานะครับว่าจะอยู่กับรักตลอดไป"

     "สัญญาครับผม"

     เจ้าตัวยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวสัญญากับนิ้วก้อยของผม

     อย่าลืมคำสัญญาผมหละ

     พวกเรากอดกันอยู่นานจนอีกฝ่ายโพล่งขึ้นมา

     "เรารู้รึเปล่าว่าพวกที่ฆ่าพ่อกับแม่เราคือใคร"

     ผมส่ายหัวขณะที่หน้ายังซุกอยู่ที่อกของใครอีกคน

     "คนของพวกไอ้ธันนี่แหละ พวกเดียวที่มันตามจะเก็บพี่"

     "แล้วทำไมมันต้องฆ่าพ่อแม่ผมด้วย"

     ผมไม่เข้าใจ

     ครอบครัวของผมเราอยู่กันดีๆ

     ไม่ได้ไปสร้างเรื่องให้ใครคนอื่นเดือดร้อนด้วยซ้ำ

     "เราไม่รู้เหรอว่าพ่อแม่เราเปิดบริษัทส่งออกของต่างประเทศหนะ"

     บริษัท? พ่อกับแม่ไม่เคยบอกผมว่าพวกท่านมีบริษัท

     "และตอนนั้นพ่อกับแม่เราก็เป็นมหาเศรษฐีด้านธุระกิจส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศเลยนะ"

     สำหรับผมต่อให้จะเป็นเศรษฐีหรือไม่ผมไม่สนใจหรอก

     ผมขอแค่มีพวกท่านทั้งสองอยู่ด้วยตลอดยังดีกว่า

     แค่เรามีความสุขผมก็พอใจแล้ว

     "แล้วตอนนี้บริษัทหละครับ"

     "พี่เป็นคนดูแลให้ครับ อีกเดี๋ยวมันก็เป็นของเรา"

     ผมส่ายหน้ากับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

     "ผมไม่อยากมีบริษัทที่ทำงานจนตัวเองเป็นเศรษฐี ผมแค่อยากมีความสุขในแบบของผม ผมแค่อยากอยู่กับพี่"

     ผมพูดจบอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะจุ๊บแก้มผมอย่างหมั่นเขี้ยว

     ก็ผมพูดจริงๆอ่ะ ทำไมต้องหมั่นเขี้ยวผมด้วย

     "แล้วก็นะ ในชีวิตนี้ไม่มีใครสำคัญไปกว่าพี่อชิตของผมด้วย"

     ผมว่าก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่าย

     จุ๊บ

     และจุ๊บเข้าที่จมูกเหมือนที่อีกคนเคยทำ แล้วก็รีบซุกหน้าลงที่อกของอีกคน

     ฮื่อออ ทำไมทำเองต้องมาเขินเองด้วย

     พี่อชิตสิควรเป็นฝ่ายมาเขินผมสิ

     "สำหรับพี่..น้องรักก็สำคัญที่สุดครับ"

     ว่าจบเจ้าตัวก็หอมแก้มผมยกใหญ่จนต้องหัวเราะออกมา

     นี่สินะครับที่แม่บอกผมไว้

     ผมสัญญาแน่นอนครับว่าต่อไปนี้ผมจะไม่ดื้อกับพี่อชิตแน่นอน



-------100%-------





Talking With LittleA_
     ทานโทษนะคะคุณอชิต แล้วพ่อของคุณยังสำคัญอยู่ไหมอ่ะคะ5555 100%ครบเรียบร้อยค่า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อัน แจฮยอน แบดๆ
( Image : Ahn Jae Hyun )
สำหรับคู่พี่น้องฝาแฝด ธิน-ธัน นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #34 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 19:57
    ดูเหมือนว่าพี่อชิตไม่เห็นพ่อสำคัญเลนสินะ5555

    รอตอนต่อไปคะไรท์สู้ๆเราเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #34
    0