[Fic : Date A Live ] เกิดใหม่พร้อมพลังของ Omegamon X ที่โลก Date A Live

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 10 เมษา วันแห่งการพบพาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

หลังจากที่ใหม่ เขาก็ได้รับชื่อใหม่ว่า อิสึกะ ทาคุมิและครอบครัวอิสึกะก็รับเขามาอุปการะเลี้ยงดู ทำให้เขาได้เจอกับอิสึกะ โคโทริที่ในอนาคตจะกลายเป็นภูตแห่งไฟ <อิฟรีท> ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าแม่แท้ๆ ของเขาเป็นใคร รวมถึงตัวตนของชิโด้ในโลกนี้ด้วยว่าเขาจะยังมีตัวตนหรือไม่มีตัวตนอยู่กันแน่ แต่ถ้าหากเขาไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ เขาก็ต้องรับหน้าที่ในการช่วยเหลือเหล่าภูตแทน

หลังจากที่ทาคุมิยอมรับสภาพความเป็นอยู่ของเขาได้แล้ว เขาก็เริ่มสนิทกับโคโทริมากขึ้นทีละน้อย จนเธอเรียกเขาว่าพี่ชาย ทาคุมิก็รักและเอ็นดูโคโทริเหมือนน้องสาวแท้ๆ จนกระทั่งทาคุมิอายุได้ 10 ขวบก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้น ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟจราจร รถไฟ ระบบที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์เกิดความผิดปกติขึ้น ทาคุมิก็รับรู้ได้ในทันทีว่า พวกดิจิมอนแห่งความมืดเริ่มเคลื่อนไหว

ริวคิจึงต้องแปลงร่างเป็นโอเมกามอน X เข้าไปยังโลกไซเบอร์เพื่อต่อกรกับพวกมัน หลังจากที่ทำให้ระบบกลับมาทำงานเป็นปกติแล้ว เขาก็หาโอกาสตอนที่ทุกคนหลับเดินทางไปยังโลกดิจิตอล แล้วเข้าช่วยเหลือเหล่าดิจิมอนแห่งแสงสว่างต่อกรกับดิจิมอนแห่งความมืด

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการสูญเสียอย่างหนัก จนในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ทำการเจรจาสงบศึก เพื่อฟื้นฟูโลกดิจิตอลและขุมกำลังที่ได้สูญเสียไปในสงคราม โลกดิจิตอลจึงกลับมาสงบสุขอีกครั้ง แต่ดิจิมอนแห่งความมืดก็ยังคงจ้องหาโอกาสเปิดฉากสงครามเพื่อสนองความทะเยอทะยานอีกครั้ง แต่ถึงกระนั้นเหล่าดิจิมอนแห่งแสงก็พร้อมที่จะสู้กับพวกมัน ทาคุมิได้ร่ำลาเพื่อนพ้องที่ต่อสู้มาด้วยกันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาในโลกดิจิตอล รวมถึง 1 ใน 3 มหาเทพดิจิมอนที่เขาสนิทด้วยเพื่อเดินทางกลับโลกมนุษย์พร้อมกับเพื่อนพ้องอีก 2 คน

เมื่อกลับมาถึงโลกมนุษย์แล้วเขาก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิมจนกระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โคโทริกลายเป็นภูต รวมถึงมันยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งการล้างแค้นของเด็กสาวคนหนึ่งอีกด้วย

 5 ปีต่อมา

เขาก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายไรเซ็น ตอนนี้เขาอยู่ปี 2 เขาเรียนอยู่ที่ห้องปี 2 ห้อง 4 เขาพูดคุยกับโทโนะมาจิ ฮิโรโตะเพื่อนสนิทของเขาอยู่นั้น

“อิสึกะ ทาคุมิ”

เขากับโทนะมาจิกัหันไปก็เห็นสาวน้อยที่ไว้ผมยาวเคลียไหล่ และมีจุดเด่นตรงใบหน้าซึ่งดูราวกับตุ๊กตา และใบหน้าของเธอยังดูปราศจากอารมณ์ใดๆ อีกด้วย

“...ทำไมถึงรู้ชื่อฉันได้ล่ะ...”

สาวน้อยคนนั้นมองตรงมาที่ทาคุมิ และพยักหน้ารับน้อยๆ อย่างไร้ความรู้สึก

“จำไม่ได้เหรอ?”

ไม่คิดเลยว่าจะยินประโยคแบบเดียวกับที่ชิโด้ได้ยินเลย

จากนั้นสาวน้อยก็เดินไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะริมหน้าต่างแบ้วหยิบหนังสือเทคนิคเล่มหนาเตอะจากโต๊ะออกมาเปิดอ่าน

ทาคุมิมองเธอด้วยความสงสัยก่อนจะโดนโทโนะมาจิถาม

“นี่นายไปรู้จักกับสุดยอดอัจฉริยะ โทบิอิจิ โอริกามิตอนไหนน่ะ?”

“จะไปรู้เหรอ? ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันนั่นแหละ”

ใช่แล้ว​ สาวน้อยผมสีเงินขาวที่มาทักทาคุมิก็คือโทบิอิจิ โอริกามินั่นเอง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเขายุ่งอยู่ตลอดจึงลืมเรื่องของเธอไปซะสนิท

แต่ตอนนี้เขาได้แต่เก็บข้อสงสัยเอาไว้ จากนั้นชั่วโมงโฮมรูมก็เริ่มขึ้น อาจารย์โอคามิเนะ ทามาเอะก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับบอกว่าจะมาเป็นอาจารย์ประจำชั้น ระหว่างนั้นโอริกามิก็จ้องมองทาคุมิ

พวกเขาสบตากันแวบนึง ทาคุมิก็ได้แต่พยายามสงบใจแล้วหันกลับมาที่เดิม

เมื่อถึงเวลาเที่ยงซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน

โทโนะมาจิก็มาชวนเขากลับด้วยกัน

“อิสึกะ กลับด้วยกันมั้ย”

“โทษทีนะ แต่ฉันมีนัดทานข้าวกับโคโทริแล้วน่ะ”

“รู้อยู่แล้วล่ะ จากผลสำรวจของฉัน ผู้หญิงที่มีระดับความชอบถึงขนาดนัดนายไปทานมื้อเที่ยงกับนายนั้นไม่มีหรอก”

โทโนะมาจิพูดพร้อมกับเสยผม

ปึ้ด!

คำพูดนั้นชวนให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

“นี่นายพูดมากไปแล้วนะ”

ในพริบตานั้นเอง---------

หวอออออออออออออ

สัญญาณเตือนอากาศสั่นไหวก็ดังขึ้น

“สัญญาณเตือนอากาศสั่นไหวนี่!”

“มาแล้วเหรอ”

โทโนะมาจิหันไปมองนอกหน้าต่างและรวมถึงคนอื่นที่ยังอยู่ในห้องเรียน

ระหว่างที่ทุกคนจะเริ่มทำการอพยพ โอริกามิก็ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องเรียนสวนทางกับคนอื่นๆ ไป

‘โอริกามิ...’

ทาคุมิพูดชื่อของเธออยู่ในใจ ก่อนที่เขาจะหาโอกาสแอบออกจากอาคารเรียนไป

 

ระหว่างที่วิ่งไปตามถนน ก็มีเสียงเรียกดังมาจากมือถือของเขา

“เริ่มแล้วสินะ”

เสียงของหญิงสาวดังขึ้น ทาคุมิก็พยักหน้ารับ

“ใช่ ต้องรีบไปแล้ว แล้วไหนจะเรื่องของดิจิมอนแห่งความมืดอีก”

“อา ในที่สุดเจ้าพวกนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งแล้วล่ะ แต่ยังไม่รู้ว่าจะมาในรูปแบบไหน”

หญิงสาวพูดพลางครุ่นคิดถึงวิธีการที่พวกดิจิมอนแห่งความมืดจะใช้ในคราวนี้

“ยังไงก็ตามไปรวมตัวกันที่ร้านอาหาร Danny’s ก่อน ฝากไปพาเธอคนนั้นมาที”

“ได้”

จากนั้นหญิงสาวก็จบการติดต่อกับทาคุมิ เขาก็วิ่งไปตามเส้นทางเพื่อไปยังร้านอาหารที่เขาสัญญากับโคโทริเอาไว้

ในระหว่างนั้นเองก็เกิดอากาศสั่นไหวขึ้น

แรงดัมลมระดับไต้ฝุ่นพัดเข่าหาร่างของทาคุมิ

“ฮึ่ม!”

ทาคุมิต้านแรงลมไม่ให้ตัวเองโดนลมพัดปลิวไป จนเมื่อลมหยุดพัด เขาก็เดินต่อไปจนมองเห็นสภาพเมืองที่อยู่ตรงหน้าทาคุมิที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย----

“ให้ตายสิ พอมาเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย”

เขามองสภาพบ้านเรือนที่กลายเป็นซากปรักหักพัง

เขาเดินต่อไปอีกระยะนึงจนมาเห็นพื้นที่ที่กลายเป็นหลุมอุกกาบาตอยู่ตรงใจกลางมุมหนึ่งของเมือง

---ตรงนั้นมีอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนบัลลังก์ที่พระราชานั่ง

แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องนั้น

มีสาวน้อยในชุดแปลกประหลาดคนหนึ่ง ยืนวางเท้าอยู่บนที่เท้าแขนของบัลลังก์นั่น

‘ในที่สุดก็ได้มาพบกัน’

ทาคุมิคิดในใจขณะมองสาวน้อยคนนั้น

ระหว่างนั้นสาวน้อยก็กำด้ามจับดาบออกมาจากพนังพิงบัลลังก์แล้วดึงมันออกมา

นั่นเป็นดาบเล่มยักษ์ที่มีตัวดาบกว้างมาก

ตัวดาบแปลกประหลาดนั้นเปล่งแสงมหัศจรรย์เหมือนสายรุ้งหรือดวงดาว

สาวน้อยกระโดดขึ้นไปกลางอากาศแล้วตวัดดาบไปตามแนวราบมาทางทาคุมิ

แต่ทาคุมิรู้ว่านั่นเป็นแค่การเตือน แถมเขายังผ่านการต่อสู้กับคู่ต่อสู้เก่งมาแล้วมากมาย ถึงไม่ทำให้เขากลัวเลยแม้แต่น้อย

คลื่นดาบเคลื่อนผ่านตัวเขาไป คลื่นดาบนั้นได้พุ่งไปทำลายซากตึกที่อยู่ด้านหลังทาคุมิจนพังเป็นหน้ากลองในพริบตา

‘เอ๊ย!?  นี่ไม่ใช่ระดับการขู่แล้ว!?’

ทาคุมิมีเหงื่อผุดขึ้นมาที่แก้มเม็ดหนึ่งเมื่อเขาหันไปมองซากตึกที่กลายเป็นเศษซากไปแล้ว

สาวน้อยกระโดดลงมายืนตรงหน้าเขาแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยอ่อนอย่างหนัก

“....นายด้วยเหรอ....”

ทาคุมิมองสาวน้อยที่อายุเท่ากับเขา หรือไม่ก็อ่อนกว่านิดหน่อย

ผมสีดำของเธอน่าจะยาวถึงเข่า ส่วนใบหน้าก็เพียบพร้อมด้วยความน่ารักและความสง่างาม

ณ ศูนย์กลางของดวงตาทั้ง 2 ข้างซึ่งทอแสงประหลาดราวกับเอาแสงหลากสีส่องเข้าไปในแก้วผลึกจากทิศทางต่างๆ กัน

การแต่งกายของเธอก็แปลกพิลึกเช่นกัน วัสดุที่ไม่รู้ว่าเป็นผ้าหรือโลหะกันแน่ มีลักษณะเหมือนกับชุดเจ้าหญิง อีกทั้งตรงรอยต่อ เสื้อด้านใน กับกระโปรงนั้นก็ประกอบขึ้นจากม่านแสงประหลาดที่ไม่ใช่สสารด้วยซ้ำไป

และมือของเธอก็กำดาบเล่มยักษ์ที่คงจะยาวเท่าส่วนสูงของเธอเลย

แน่นอนว่าปลายดาบของเธอกำลังชี้มาที่เขา

“....นายเอง ก็มาฆ่าฉันด้วยอย่างงั้นสินะ...”

คำพูดนั้นทำให้เขาเบิกตาโพลงขึ้นมาในทันที

“นายเองก็มาฆ่ากันด้วยสินะ”

เธอพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เขา

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเธอ”

“....อะไรนะ?”

ทาคุมิพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสงบปราศจากความหวั่นไหว

“จะว่าไปแล้วเธอคือ...”

“....ชื่อเหรอ? .....ฉันไม่หรอกของแบบนั้น”

สาวน้อยพูดด้วยท่าทีเศร้าๆ

ตอนนั้นเองก็มีเสียงแหวกอากาศดังเข้ามาในหูของทั้งสอง ทั้งสองจึงแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก็เห็นมนุษย์ในชุดประหลาดหลายคนบินอยู่ ...ไม่เพียงแค่นั้น... พวกเธอยังยิงมิสไซล์หลายลูกจากอาวุธในมือมาทางทาคุมิกับสาวน้อยด้วย

“เฮ้ย!? เอาจริงดิ!?”

ทาคุมิตกใจมากที่พวกเธอยิงมิสไซล์มาที่เขากับสาวน้อยหลายสิบลูก ก็นะ ก็สาวน้อยคนนั้นเป็นภูตนี่นา

ทันใดนั้นเองสาวน้อยก็ยื่นมือออกไปข้างหน้าแล้วบาเรียป้องกันการโจมตีจากมิสไซล์ มิสไซล์ทั้งหมดกระทบกับบาเรียและพวกมันพยายามที่จะฝ่ามันเข้าไปให้ถึงตัวสาวน้อย

“แบบนี้ไม่ได้ผลหรอก ทำไมไม่จำกันเลย”

จากนั้นมิสไซล์ทั้งหมดก็ระเบิดโดยที่ไม่สามารถสร้างเสียหายให้กับเธอได้เลย

เหล่าคนที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้าก็ยิงมิสไซล์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกไป

ส่วนสาวน้อยก็กระโดดขึ้นไปฟันมิสไซล์เหล่านั้น จากนั้นเธอก็หันหน้ามาหาทาคุมิทำให้เขาเห็นใบหน้าของเธอที่กำลังแสดงสีหน้าเศร้าออกมา

“สีหน้าแบบนั้น ไม่ชอบเลย”

ทาคุมิรู้สึกแย่เมื่อต้องมาเห็นสีหน้าของเศร้าของเธอคนนั้น ก่อนที่เธอจะกลับมาทำสีหน้าปกติแล้วฟาดฟันมิสไซล์ต่อ ก่อนจะตวัดดาบสร้างคลื่นดาบฟาดฟันใส่คนเหล่านั้น แต่พวกเธอก็หลบการโจมตีนั้นได้

ในพริบตาที่สาวน้อยเอาเท้าลงมาแตะพื้นและลืมตาขึ้น ปากกระบอกก็มาจ่อตรงหน้าเธอโดยสาวน้อยอีกคนหนึ่ง

สาวน้อยคนนั้นเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเล แต่ลำแสงก็ถูกฝ่ามือของเธอหยุดเอาไว้ได้ ก่อนที่ปืนจะถูกฟันและต่อด้วยปีกของเครื่องไอพ่นข้างหนึ่ง

เธอกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็ปลดอุปกรณ์ออก ก่อนจะกระโดดตีลังกาลงมายืนอยู่ด้านหลังของทาคุมิ

เขาหันไปมองสาวน้อยคนนั้นก็พบว่า เธอคนนั้นก็คือโอริกามิ

“โทบิอิจิ โอริกามิ”

“อิสึกะ ทาคุมิ”

สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย แต่มีความประหลาดใจเล็กน้อยเจืออยู่ในน้ำเสียง

“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

“เอ่อ... เรื่องนั้น”

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไร สาวน้อยอีกคนก็ตวัดดาบสร้างคลื่นดาบพุ่งมาที่เขากับโอริกามิ

‘!?’

แต่ทั้งสองก็กระโดดหลบวิถีดาบได้อย่างอย่างง่ายดาย

โอริกามิกระโดดตีลังกาและหยิบดาบเลเซอร์ออกมา

จากนั้นทั้งสองก็ฟาดฟันดาบใส่กันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกอันรุนแรงขึ้นโดยมีทั้งสองเป็นจุดศูนย์กลาง

“ฮึ่ม เล่นกันแรงไปแล้ว”

ทาคุมิยกแขนขึ้นมาต้านคลื่นกระแทก ก่อนจะรีบหลบฉากออกมา

ระหว่างนั้นเองก็มีประตูมิติเปิดขึ้นมาที่อีกฟากหนึ่งของหลุกอุกกาบาต

‘!?’

ไม่ว่าจะโอริกามิ สาวน้อยชุดกระโปรง และคนอื่นๆ รวมถึงทาคุมิก็มองไปยังประตูมิตินั้น

“มาไม้นี้สินะ เจ้าพวกนั้น”

ทาคุมิมองไปที่ประตูมิตินั่น ก่อนจะรีบไปรวมตัวกับคนรู้จักของเขา

วินาทีต่อมา ก็มีสิ่งมีชีวิตประหลาดออกมาจากประตูมิติ สร้างความตกใจให้กับทุกคน

“นั่นมันตัวอะไรน่ะ”

สิ่งมีชีวิตประหลาดที่ปรากฏตัวออกมาก็คือดิจิมอนร่างทารก พวกมันก็คือ อัลโกมอนร่างทารก พวกมันปรากฏตัวออกมาหลายร้อยตัว

ต่อจากพวกมันก็เป็นอัลโกมอนร่างเจริญวัยอีกสามร้อยตัว

ถัดมาก็เป็นอัลโกมอนร่างโตเต็มวัยร้อยตัว

ต่อจากนั้นก็เป็นอัลโกมอนร่างสมบูรณ์สี่สิบตัว

และสุดท้ายก็อัลโกมอนร่างสุดยอดหนึ่งตัวทำหน้าที่เป็นแม่ทัพ

“โฮกกก!!”

อัลโกมอนร่างสุดยอดส่งเสียงคำรามออกมาเป็นสัญญาณเริ่มการโจมตี

“รีบรับมือพวกมันเร็ว!”

หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าออกคำสั่งให้กับเหล่าหญิงสาวที่สวมชุดรัดรูปเหล่านั้นให้รีบรับมือกองทัพสิ่งมีชีวิตปริศนาเหล่านี้ทันที ในขณะที่โอริกามิกับสาวน้อยชุดกระโปรงยังคงสู้กันต่อโดยไม่สนใจรอบข้าง

 

ด้านทาคุมิที่หลบออกมาแล้ว

“ไง มาแล้วสินะ”

“อา โทษทีนะ พอดีเกิดเรื่องขึ้นน่ะ”

เขาตอบหญิงสาวที่ผมสวมหน้ากากซึ่งมีด้านซ้ายเป็นโลหะและมีดวงตาที่สามที่กลางหน้าผากของเธอ เธอมีเรือนผมสีบลอนด์ยาวถึงเข่า เธอสวมชุดวาบหวิวโชว์หน้าท้อง เธอสวมแค่กางเกงสีดำที่ขายางข้างหนึ่งสั้นข้างหนึ่ง เธอสวมผ้าคลุมสีดำ และรองเท้ายาวถึงต้นขา

“แล้วมาสติมอนล่ะ เบลสตาร์มอน X”

“เรียกแค่เบลโกะ เถอะน่า ทาคุมิ”

เบลสตาร์มอน X หรือเบลโกะ พูดกับทาคุมิอย่างสนิทสนม ใช่แล้ว​ เธอก็คือหนึ่งในสองดิจิมอนที่มายังโลกมนุษย์กับเขา ในระหว่างการเดินทางกลับ ทาคุมิได้มอบ X-antibody ให้เบลโกะ ทำให้เธอพัฒนาไปเป็นเบลสตาร์มอน X

“มาแล้วล่ะ”

เธอเอียงหัวเป็นบอก ทาคุมิก็มองตามแล้วก็เห็นหญิงสาวสวมหน้ากากครึ่งใบหน้าและสวมชุดที่มีสีขาวและสีดำคนละครึ่งซีก เธอมีผลสีบลอนด์ทองยาวที่มัดไว้เป็นผมหางม้าทรงสูง เธอมีปีกนางฟ้าและปีศาจทั้งหมดข้างละ 6 ปีก รวมกันเป็น 12 ปีก เธอก็คือมาสติมอน

“ไม่คิดเลยว่าพวกดิจิมอนแห่งความมืดจะสามารถเดินทางยังมาโลกมนุษย์ได้แล้ว”

“ก็นะ อะไรๆ ก็พัฒนาไปไกลแล้วเพราะภัยพิบัติจากอากาศสั่นไหวน่ะ”

“ยังไงก็ตาม พวกเราก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆ ได้หรอก ใช่มั้ย ทาคุมิ”

“ใช่แล้ว”

เมื่อได้ยินคำตอบของทาคุมิ มาสติมอนและเบลโกะก็พยักหน้ารับ

“งั้นไปกันเถอะ”

พูดจบร่างของทาคุมิก็เปล่งแสงสีขาว ร่างของเขากลายเป็นอัศวินสีขาวสูง 2 เมตร สวมผ้าคลุมสีขาว ก่อนที่ทั้งสามจะทะยานเข้าสู่สนามรบ

 

ณ สถานที่แห่งหนึ่ง

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?”

“นั่นใช่อาวุธลับที่ผู้บัญชาการบอกเหรอครับ”?

“ไม่คิดว่าเขาจะมีสาวงามปริศนาอยู่เคียงข้างถึงสองคนแบบนี้”

มีเสียงตกใจและสงสัยปะปนกันไป

“...จะเอาไงต่อล่ะ?”

หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถาม

“ยังไงก็ต้องพามาที่นี่อยู่แล้วล่ะน่า! ไว้ค่อยถามตอนนั้นก็แล้วกัน!”

“เข้าใจแล้ว!”

หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะไปทำหน้าที่ของเธอต่อ

ส่วนสาวน้อยก็มองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์

“นั่นพี่จริงๆ เหรอ?”

 

กลับทางสนามมรบเหล่าหญิงสาวสวมชุดรัดรูปพยายามรับมือกองทัพอัลโกมอน แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและความแข็งแกร่งของอัลโกมอนระดับร่างเจริญวัยขึ้นไปก็สร้างความลำบากให้กับพวกเธอเป็นอย่างมาก

ระหว่างนั้นอัลโกมอนร่างสุดยอดก็สังเกตเห็นสาวน้อยสองคนกำลังต่อสู้กันโดยไม่สนพวกมันเลย

มันจึงสั่งให้อัลโกมอนร่างสมบูรณ์ยิงลำแสง Elimination Line โจมตีใส่พวกเธอ

‘!?’

การโจมตีนั้นสร้างความตกใจให้กับทั้งสอง ส่วนหญิงสาวที่เป็นหัวหน้าของโอริกามิก็...

“รีบหนีออกมาเร็ว โอริกามิ!!”

แต่ว่ามันสายไปแล้ว ลำแสงพุ่งเข้ามาใกล้พวกเธอ ทำให้พวกเธอหนีไม่ทัน

แต่ทว่า....

เปรี้ยงง!!!

จู่ๆ ก็มีผ้าคลุมสีขาวผืนใหญ่มาคลุมพวกเธอสองคนเอาไว้ ลำแสงพุ่งกระทบกับผ้าคลุมแล้วแตกกระจายไปคนละทิศคนละทางจนเกิดการระเบิดไปทั่ว

สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ภายในสนามรบ

วินาทีถัดมาก็มีห่าฝนธนูแสงพุ่งลงมาโจมตีอัลโกมอนจนแหลกสลายไปหลายร้อยตัวเลยทีเดียว

ปังๆๆๆ!!

จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นตามมา จัดการอัลโกมอนร่างโตเต็มวัยและร่างสมบูรณ์ไปหลายตัว

ตอนนั้นเองทุกฝ่ายก็เห็นหญิงสาวสองคนร่อนลงพื้นข้างผ้าคลุมสีขาวที่คลุมร่างของโอริกามิและสาวน้อยเอาไว้

ทั้งสองสวมหน้ากากปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่มีการแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ คนหนึ่งสวมชุดสีขาวและสีดำครึ่งซีกและมีปีกนางฟ้าและปีศาจคนละข้าง ส่วนอีกคนก็สวมชุดสีดำสุดวาบหวิวโชว์หน้าท้องและสวมผ้าคลุมสีดำเอาไว้

จากนั้นผ้าคลุมสีขาวที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองก็เริ่มขยับ ผ้าคลุมเผยร่างของโอริกามิและสาวน้อยออกมาโดยที่ทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทั้งสองแหงนหน้ามองอัศวินสีขาวสูง 2 เมตรที่มาช่วยพวกเธอเอาไว้

รูปร่างของเขานั้นองอาจสง่างาม บนศีรษะของเขามีเขาสามเขา เขาหนึ่งมีสีขาว อีกสองเขามีสีทอง มีอัญมณีสีเขียวประดับอยู่ตรงกลางอกและที่หัวเข่าทั้งสองข้าง ที่สำคัญคือแขนทั้งสองข้างของเขา แขนขวาหัวหมาป่าสีน้ำเงินและหัวไหล่ที่มีหนามแหลมติดเอาไว้ ส่วนแขนซ้ายเป็นหัวมังกรสีส้มมีเขาสามเขาและมีโล่ขนาดเล็กลายดวงอาทิตย์ติดไว้ที่หัวไหล่ซ้าย

“อัศวินงั้นเหรอ?”

โอริกามิพูดออกมาด้วยความประหลาดใจแม้สีหน้าจะไร้อารมณ์อยู่ก็ตาม รวมถึงสาวน้อยอีกคนที่ประหลาดใจไม่แพ้กัน

อัศวินสีขาวเดินมาอยู่ข้างหน้าทั้งสองคน

“โลกแห่งนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ โอเมกามอนผู้นี้ เหล่าอัลโกมอนทั้งหลายจงกลับไปยังดิจิตอลเวิร์ลซะ! ไม่เช่นนั้น เราจะเป็นคู่มือให้พวกเจ้าเอง!”

คำประกาศอันองอาจของโอเมกามอน X ดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #5 Soldier78 (@canoon0718) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:18

    พักดราก้อนบอลแล้ว มาต่อเรื่องนี้เถอะ 5555 ชอบ

    #5
    0
  2. #4 WelshDargon (@WelshDargon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 22:43

    มันพระยะค่ะ

    #4
    0
  3. วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 22:15
    ต่ออออออออ
    #3
    0