[Fic : Date A Live ] เกิดใหม่พร้อมพลังของ Omegamon X ที่โลก Date A Live

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ลาทาทอสก์ ภูต AST

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 563
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

“โลกแห่งนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ โอเมกามอนผู้นี้ เหล่าอัลโกมอนทั้งหลายจงกลับไปยังดิจิตอลเวิร์ลซะ! ไม่เช่นนั้น เราจะเป็นคู่มือให้พวกเจ้าเอง!”

คำประกาศอันองอาจของโอเมกามอน X ดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ

“...อัศวิน....ศักดิ์สิทธิ์...”

“....โอเมกามอน....”

“พูดได้ด้วยเหรอเนี่ย?”

ทุกคนต่างพากันพูดกันไปต่างๆ นานา แต่โอเมกามอน X เบลโกะ และมาติมอนยังคงจ้องมองไปที่กองทัพอัลโกมอน

“เลือกซะ! จะถอยกลับหรือจะสู้!”

โอเมกามอน X ตะโกนถามกองทัพอัลโกมอนซึ่งคำตอบที่ได้จากพวกมันก็คือ

อัลโกมอนร่างสุดยอดส่งสัญญาณให้กองทัพของมันโจมตี แต่คราวนี้มันพุ่งเป้าไปที่โอเมกามอน X เบลโกะ และมาสติมอน

“ดูเหมือนว่าพวกมันอยากจะสู้ต่อนะ”

เบลโกะเดินเข้ามาหาพร้อมกับควงปืนลูกซอง Rizoma de Loto มายืนอยู่ทางด้านซ้าย

“ยังไงพวกมันก็ตั้งใจจะมาก่อความวุ่นวายอยู่แล้ว”

มาสติมอนบินมาหาเขาจากทางด้านขวา

โอเมกามอน​ X​ เดินออกมาข้างหน้าพร้อมกับยกแขนซ้ายขึ้นมาไว้ที่ระดับอก ก่อนจะสะบัดออกมาข้างลำตัว

ชิ้ง!

ตอนนั้นเองก็มีดาบยาวปรากฏออกมาจากปากของหัววอร์เกรย์มอนซึ่งเป็นแขนซ้าย

“เกรย์ซอร์ด!”

โอเมกามอน​​ X​ ​ตวัดดาบเป็นแนวราบ สร้างคลื่นดาบออกไปโจมตีเหล่าอัลโกมอนตั้งแต่ร่างทารกไปจนถึงร่างโตเต็มวัย

และจากนั้น.....

ตูมๆๆๆๆ!!!

ร่างของพวกมันก็เกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง อัลโกมอนกว่าหลายร้อยตัวถูกจัดการในการเหวี่ยงดาบเพียงครั้งเดียว

“....สุดยอด”

โอริกามิมองดูจากทางด้านหลังของโอเมกามอน​ X​ อย่างตกตะลึง

“...แข็งแกร่ง…”

สาวน้อยก็พูดออกมาด้วยความตกตะลึงเช่นกัน

“แค่เหวี่ยงดาบครั้งเดียวก็จัดการพวกมันไปเกินครึ่งของกองทัพ”

หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าของโอริกามิมองดูการโจมตีของโอเมกามอน X อย่างหวาดหวั่น รวมถึงคนอื่นๆ ด้วย

ตอนนี้กองทัพของอัลโกมอนเหลือเพียงอัลโกมอนร่างสุดยอดกับร่างสมบูรณ์เพียงสามสิบกว่าตัวเท่านั้น

“นี่ๆ ไม่คิดจะแบ่งให้พวกฉันบ้างเหรอ เล่นเอาไปคนเดียวซะเกือบหมดเลยน่ะ”

เบลโกะพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เอาน่าๆ งั้นพวกเธอก็ไปจัดการพวกร่างสมบูรณ์ก็แล้ว เดี๋ยวตัวที่เป็นร่างสุดยอดฉันจัดการเอง”

พอได้ยินแบบนั้น เบลโกะก็อารมณ์ดีขึ้น

“เอางั้นก็ได้ แล้วเธอล่ะ มาสติมอน”

“ฉันยังไงก็ได้”

“ตกลงตามนี้ หือ?”

ตอนนั้นพวกเขาทั้งสามก็เห็นความผิดปกติขึ้น อัลโกมอนร่างสมบูรณ์ทั้งหมดรวมร่างกันจนมีขนาดใหญ่โต ตอนนี้พวกมันเข้าสู่ร่าง Worm Phase

“โดดเร็ว!”

โอเมกามอน​ X​ รีบสั่งการ เบลโกะกับมาสติมอนก็รีบกระโดดขึ้นไปด้านบน ส่วนเขาก็สร้างลูกแก้วสีฟ้าและสีส้มห่อหุ้มร่างของโอริกามิกับสาวน้อยอีกคนเอาไว้ ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นไปบนอากาศ วินาทีถัดมาก็มีหนวดนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต

โอเมกามอน​ X​ ขยายร่างจนมีความสูงอยู่ที่ 10 เมตร แล้วให้ลูกแก้วแสงทั้งสองลูกที่มีโอริกามิกับสาวน้อยอยู่ภายในลอยขึ้นมาอยู่ที่ศีรษะของเขา

“โจมตีจากใต้ดิน”

เบลโกะมองดูจากโจมตีของอัลโกมอน โอริกามิกับสาวน้อยก็มองด้วยความตกใจที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นโจมตีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่โอเมกามอนก็สามารถรับมือการโจมตีนั้นได้อย่างทันท่วงที

“นี่ถ้าไม่ได้นายคงโดนไปแล้ว”

เธอกล่าวชมโอเมกามอน X

“ทั้งสองคนไปจัดการอัลโกมอนร่าง Worm Phase ซะ! เดี๋ยวอัลโกมอนร่างสุดยอดฉันจะเป็นคนจัดการเอง!”

‘เข้าใจแล้ว!’

ทั้งสองตอบรับก่อนจะพุ่งเข้าไปหาอัลโกมอน Worm Phase แล้วกระหน่ำโจมตีทันที

“Holy Desire”

มาสติมอนยิงลูกธนูจากแขนขวาของเธอเข้าใส่

“Fly Bullet”

เบลโกะยิงปืนลูกซองออกไป กระสุนพุ่งเข้าโจมตีอัลโกมอนทุกนัด ตามด้วย Double Claw กระหน่ำแทงใด้วยมีดสั้นที่เก็บไว้ใน ปืนลูกซอง Rizoma de Loto

ส่วนโอเมกามอน X ก็ยืนประจันหน้ากับอัลโกมอนร่างสุดยอด

“โทบิอิจิ โอริกามิ <ปริ๊สเซส>

“เอ๊ะ ทำไมถึงรู้ชื่อฉัน”

โอริกามิประหาดใจที่โอเมกามอน X รู้ชื่อของเธอ

“........”

ส่วนสาวน้อยที่ถูกเรียกว่า <ปริ๊นเซส> ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอได้แต่จ้องมองเขา

“ไปกันเถอะ”

จากนั้นเขาก็ชักดาบและปืนออกมาจากแขนทั้งสองข้างแล้วพุ่งเข้าไปหาอัลโกมอนร่างสุดยอดทันที ด้านอัลโกมอนก็วิ่งเข้าไปหาโอเมกามอน X เช่นกัน

เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าสู่ระยะโจมตี อัลโกมอนร่างสุดยอดก็กำหมัดเตรียมที่จะชก โอเมกามอนก็เงื้อดาบเตรียมที่จะฟัน วินาทีถัดมาทั้งสองฝ่ายก็เริ่มโจมตีทันที หมัดและดาบเข้าปะทะกันจนเกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรงเกิดแรงลมมหาศาลจนสามารถพัดเศษซากให้ลอยขึ้นมาได้

ทั้งสองฝ่ายโจมตีใส่กันอย่างดุเดือด ในช่วงแรกทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่พอผ่านไปสักพัก

ฉัวะ!!

อัลโกม่อนร่างสุดยอดก็เริ่มเสียเปรียบ โอเมกามอน X นั้นมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า โอเมกา อินฟอร์ซ ที่สามารถอ่านสถานการณ์ล่วงหน้าได้ ทำให้ให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะโจมตีตรงไหน จะใช้ท่าอะไรโจมตี

โอเมกามอน X เหวี่ยงดาบสร้างคลื่นดาบส่งอัลโกมอนร่างสุดยอดกระเด็นออกไป จากนั้นก็เล็งการูรูแคนน่อน

เปรี้ยง!! ตู้ม!!

ลำแสงความเย็นพุ่งเข้าใส่อัลโกมอนเต็มๆ

อัลโกมอนได้รับความเสียหายแต่เพราะมันเป็นถึงดิจิมอนร่างสุดยอดจึงไม่มีทางล้มได้ง่ายๆ ในการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง

“สมแล้วที่เป็นดิจิมอนร่างสุดยอด ล้มไม่ได้ง่ายๆ เลย”

โอเมกามอน X มองอัลโกมอนซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของเขา

“...ดิจิมอน...ร่างสุดยอด....?”

โอริกามิขมวดคิ้วสงสัยว่าสิ่งที่โอเมกามอน X พูดมันคืออะไรกันแน่

ตอนนั้นเองอัลโกมอนร่างสุดยอดก็ใช้ท่า Distortion Line ซึ่งมีพลังทำลายมากพอที่จะบิดเบือนมิติจากดวงตาของมัน

โอเมกามอน X บินหลบการโจมตีระยะไกลของอัลโกมอนพร้อมกับเคลื่อนที่เข้าไปใกล้มัน

อัลโกมอนยิงลำแสงจากตาของมันเข้าใส่โอเมกามอน X เขาก็เงื้อดาบขึ้นเหนือศีรษะแล้วฟันลำแสงนั่นจนแยกออกเป็นสองสาย

“ตัดบีมได้!”

โอริกามิตะลึงที่โอเมกามอน X สามารถฟันบีมได้และเมื่อเขาเข้ามาใกล้อัลโกมอนได้สำเร็จ

“จบกันเท่านี้ล่ะ!”

ฉัวะ!!

โอเมกามอน X ใช้เกรย์ซอร์ดฟันร่างของอัลโกมอนจนขาดเป็นสองซีก ก่อนที่ร่างของมันจะสลายหายไป

“จบแล้วสินะ”

โอริกามิมองดูการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนจบ เช่นเดียวกับสาวน้อยที่ถูกเรียกว่า <ปริ๊นเซส>

“ทางนั้นเป็นไงบ้าง?”

เมื่อได้คำถามของโอเมกามอน X สองสาวนางฟ้าและปีศาจก็ทักตอบ

“แน่นอน จัดการเรียบร้อยแล้ว”

“ในเวลาเดียวกันที่นายจัดการอัลโกมอนร่างสุดยอดน่ะ”

โอเมกามอน X พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปที่ประตูมิติที่กองทัพอัลโกมอนเคลื่อนพลออกมา

“นายจะทำอะไรน่ะ?”

โอริกามิเอ่ยถาม

“ปิดประตูน่ะสิ ของแบบนี้ปล่อยทิ้งไว้ได้ซะที่ไหนกันล่ะ”

จากนั้นโอเมกามอน X ก็เหวี่ยงดาบฟันประตูมิติจนสลายหายไป

“เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว”

โอเมกามอน X หันไปหา <ปริ๊นเซส> แล้วพูดกับเธอ

“เธอกลับไปก่อนเถอะ ไว้เราค่อยมาเจอกันใหม่”

“..........”

สาวน้อยที่ถูกเรียกว่า <ปริ๊นเซส> ไม่พูดอะไร ก่อนจะหายตัวไป

ด้านโอริกามิก็รู้สึกเจ็บใจที่สาวน้อยคนนั้นหนีไปได้

โอเมกามอน X ลดขนาดตัวลงมาอยู่ที่ 2 เมตรดังเดิม พร้อมกับเคลื่อนลูกแก้วหรือม่านพลังที่มีโอรกามิอยู่ภายในลงมาที่พื้นแล้วสลายมันให้เธอออกมา

เขาเดินไปรวมกลุ่มกับเบลโกะและมาสติมอน

แกร็ก!

ถึงการต่อสู้จะจบแล้ว แต่ก็ไม่ยังเรื่องที่ยังไม่จบ

กลุ่มคนที่ต่อสู้กับสาวน้อยชุดกระโปรงยกอาวุธเล็งมาที่พวกเขา

“ถึงจะอยากขอบคุณที่ช่วยพวกเราจัดการกับกองทัพสัตว์ประหลาดพวกนั้น แต่ว่า พวกคุณเป็นใครกันแน่?”

หญิงสาวที่เป็นหัวหน้าของโอรกามิเอ่ยถามพวกเขา

“แล้วไหนจะบทพูดนั่นอีก ที่ว่าโลกอยู่ภายใต้การคุ้มครองของคุณมันหมายความว่ายังไง?”

ได้ยินแบบนั้นโอเมกามอน X ก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

“ก็แค่บทพูดที่อยากพูดให้ดูเท่ก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรมาก”

“หา!?”

คำตอบของโอเมกามอน X ทำให้หญิงสาวคนนั้นอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ส่วนเบลโกะกับมาสติมอนก็หัวเราะคิกคัก

“อยากพูดบทพูดเท่ๆ งั้นเหรอ สมกับเป็นนายจริงๆ”

“นั่นสิ สมกับเป็นนายจริงๆ”

โอเมกามอน X ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

“ยังไงการต่อสู้ครั้งนี้ก็จบแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”

“ได้”

“ตกลง”

แต่ก่อนที่ทั้งสามจะจากไป โอริกามิก็เข้าไปหาโอเมกามอน X

“โอริกามิ นั่นเธอจะทำอะไร?”

หญิงสาวเอ่ยถาม แต่โอริกามิไม่สนแล้วส่งเสียงเรียกเขา

“นายยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่า นายรู้ชื่อของฉันได้ยังไง!?”

โอเมกามอน X ไม่ตอบอะไร นอกจากคำใบ้

 

“เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างข้างเธอ ณ โรงเรียนไรเซ็น”

พูดจบโอเมกามอน X กับเบลโกะและมาสติมอนก็บินจากไป ปล่อยให้โอริกามิตะลึงกับคำตอบที่เธอได้รู้จากคำใบ้นั้น

“ไม่จริงน่า....”

เธอมองโอเมกามอน X บินจากไป ก่อนที่เธอและคนอื่นๆ จะเดินทางกลับฐาน

หลังจากที่โอเมกามอน X เบลโกะและมาสติมอนบินออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว พวกเขาก็ร่อนลงที่ดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง

“น่าจะไกลพอแล้ว”

โอเมกามอน X หันไปมองรอบๆ เบลโกะก็ยืนเส้นยืดสาย

“ไม่ได้ต่อสู้ซะนาน ร่างกายเลยทื่อลงรึเปล่านะ?”

“ก็นะ พวกเราอยู่ในช่วงเวลาที่สงบสุขมาตลอด 5 ปีเลยนี่นา”

“นั่นสินะ บางทีพวกเราอาจต้องไปเคาะสนิมที่ติดตัวพวกเราออกสักหน่อยแล้ว”

‘ฮะๆๆๆๆๆ’

ทั้งสามหัวเราะกันอย่างมีความสุข ตอนนั้นเอง พวกเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

 

เมื่อมาถึงทั้งสามก็มองไปรอบๆ และพบว่าพวกเขาไม่ได้อยู่บนดาดฟ้าตึกแล้ว

ในขณะที่ทั้งสามกำลังมองสำรวจไปรอบๆ ก็พบเข้ากับหญิงสาวแปลกหน้าคนนึง เธอน่าจะอายุประมาณ 20 ปี ซึ่งสวมเสื้อผ้าที่ดูเหมือนชุดทหาร ผมที่ถูกรวบไว้แบบขอไปทีกับขอบตาคล้ำหนาเตอะ แล้วก็ตุ๊กตาหมีสุดแนวที่เต็มไปด้วยริ้วรอยที่โผล่หน้าให้เห็นแวบๆ จากในกระเป๋าชุดทหาร

“ที่นี่ที่ไหน? แล้วเธอเป็นใคร?”

“พาพวกเรามาที่นี่ทำไม?”

เบลโกะกับมาสติมอนถามคำถามแบบรัวๆ กับหญิงสาวคนนั้นโดยที่โอเมกามอน X ไม่มีโอกาสจะได้ถาม

‘เอาเถอะ ยังไงเธอคนนั้นก็ต้องพาเรามาที่นี่อยู่แล้ว’

โอเมกามอน X คิดในใจ ขณะมองดูสองสาวถามคำถามกับหญิงสาวคนนั้น

“...ใจเย็น...ฉันเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ของที่นี่ ชื่อ มุราซาเมะ เรย์เนะ เดี๋ยวจะพาไปหาผู้บัญชาการของที่นี่ ผู้บัญชาการของยานลำนี้อยากจะเธอพวกเธอ โดยเฉพาะนาย”

เธอพูดด้วยสีหน้าเหม่อลอยและมองมาที่โอเมกามอน X

“พวกเธอจะมากับฉันไหม”

“แล้วที่นี่คือ?”

“อ๋อ ห้องเคลื่อนย้ายใน <แฟรกซินัส> ในตอนที่พวกเธออยู่ที่ดาดฟ้าตึกกันอยู่ เราเลยใช้โอกาสนั้นในการเคลื่อนย้ายพวกเธอมาน่ะ”

“เข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ ยังไงทางนี้ก็มีเรื่องอยากจะถามเหมือนกัน”

“อืม”

จากนั้นเธอก็นำทางโอเมกามอน X เบลโกะและมาสติมอนเดินตามทางเดินแล้วมาหยุดตรงหน้าประตูที่มีแป้นอิเล็กทรอนิคอยู่ด้านข้างสุดทางเข้า

วินาทีต่อมาก็มีเสียงใสๆ ดังออกมาจากแป้นอิเล็คทรอนิค แล้วพวกโอเมกามอน X ก็เดินตามเข้า โดยที่พวกเขาต้องย่อตัวลงเพื่อเดินเข้าประตู ก็พวกเขาตัวสูงกว่าประตูนี่นา

เมื่อเข้าไปในห้องซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสะพานเดินเรือ

“พามาแล้วล่ะ”

เรย์เนะพูดกับชายหนุ่มผมสีบลอนด์ซึ่งยืนอยู่ตรงบันได ทางเขาเองก็หันมาหาตามเสียงเรียก

“ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ”

จากนั้นเขาก็หันมาหาทั้งสาม

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันคือรองผู้บัญชาการของที่นี่ คันนะสึกิ เคียวเฮ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

เบลโกะกับมาสติมอนจ้องมองชายหนุ่มคนนั้น ส่วนโอเมกามอน X หรือทาคุมินั้นรู้จักเขาอยู่แล้ว

จากนั้นคันนะสึกิก็ขยับมือขวาขึ้นมาไว้ที่ระดับอกขนานกับพื้นให้ทั้งสามหันหน้ามองขึ้นไปที่เก้าอี้กัปตัน

เมื่อทั้งสามสามหันไปก็เห็นสาวน้อยผมสีแดงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้กัปตัน ซึ่งนั่งหันมาหาพวกเขา

“เฮ้ โอเมกามอน”

“นี่มันหมายความว่าไง?”

เบลโกะกับมาสติมอนตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“โคโทริ”

โอเมกามอน​ X​ พูดชื่อของสาวน้อยคนนั้นออกมา สาวน้อยผู้เอาชุดทหารสีแดงเข้มคลุมไหล่ ในมือขวาถือลูกอมจูปาจุ๊บ

“...ขอต้อนรับละกันนะ ขอต้อนรับสู่ <ลาทาลอสก์>

พูดจบเธอก็เอาลูกอมเข้าปาก

 

ณ ฐานทัพของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกของเมืองเท็นกู

โอกามิที่กลับมายังฐานและได้ทำการปลดอุปกรณ์ออกหมดแล้ว เธอก็เดินมานั่งพัก

“...อิสึกะ ทาคุมิ...”

โอริกามิเปล่งเสียงแผ่วเบาจนไม่มีใครได้ยิน ขณะนึกภาพของเขาขึ้นในศีรษะ รวมถึงภาพของโอเมกามอน X

เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอคิด เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวจริงของโอเมกามอน X ที่ช่วยเธอจากเจ้าสัตว์ประหลาดที่ชื่ออัลโกมอน จะเป็นทาคุมิ

“ต้องไปถามจากเจ้าตัว”

“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ โอริกามิ”

ตอนนั้นเองก็มีเสียงเรียกจากหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่าคุซาคาเบะ เรียวโกะ เธอเป็นหัวหน้าหน่วยยศร้อยเอกของโอริกามิ

“เปล่า ไม่มีอะไร”

เรียวโกะยืนอยู่ข้างเธอ

“เธอคิดว่าเจ้าพวกนั้นเป็นตัวอะไร?”

“เจ้าพวกที่ปรากฏตัวออกมาจากประตูมิติเหรอ?”

เรียวโกะพยักหน้า

“ใช่ แล้วไหนจะกลุ่มที่สองที่มีอัศวิน นางฟ้าและปีศาจนั่นอีก เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันเลย”

เรียวโกะพูดด้วยน้ำเสียงขุนเคือง

“แต่ที่แน่ๆ เธอจะบ้าบิ่นเกินไปแล้วนะ ......อยากตายขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ไม่ใช่ ฉันจะปราภูติให้ได้”

“..........”

เรียวโกะถอนหายใจ

“...ฉันไม่คิดจะยุ่งอะไรกับความคิดส่วนตัวหรอกเชิญคิดไปตามใจชอบเถอะ แต่ถ้าเธอขัดคำสั่งในสนามรบล่ะก็....ฉันจะถอดเธอออกจากหน่วยนะ”

“รับทราบ”

โอริกามิตอบสั้นๆ แล้วลุกขึ้นเมื่อร่างกายเข้าที่เข้าทางก่อนจะเดินจากไป

 

อีกด้านหนึ่ง

“จะว่าไปแล้ว ทำไมพี่ชายถึงไปอยู่ในเมืองได้ล่ะ? แล้วไหนจะร่างอัศวินสีขาวนั่นอีก มีความลับกับน้องสาวที่น่ารักแบบนี้ นิสัยไม่ดีเลยนะ พี่ชาย”

โคโทริพูดถามพลางต่อว่าทาคุมิหรือโอเมกามอน X ในขณะที่สองสาวดิจิมอนเบลโกะกับมาสติมอนยืนมองดูจากทางด้านหลัง

“นั่นโคโทริจริงๆ เหรอ? มาสติมอน”

“ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ไม่เคยเห็นโคโทริมีสีหน้าท่าทางแบบนั้นมาก่อนเลย”

เบลโกะกับมาสติมอนกระซิบคุยกันขณะมองดูโคโทริต่อว่าโอเมกามอน X

ทาคุมิที่เริ่มทนไม่ไหวก็เริ่มส่งเสียงดังขึ้นมา

“คนที่ควรจะโกรธคือฉันมากกว่านะ โคโทริ!”

“อึก!?”

โอเมกามอน X หรือทาคุมิตะโกนเสียงดังจนทำให้โคโทริสะดุ้ง

“ถามจริงเถอะ ตอนที่เกิดอากาศสั่นไหว ทำไมสัญญาณมือถือเธอถึงไปอยู่ที่ร้านอาหารได้ล่ะ! คิดบ้างรึเปล่าว่าพี่ชายคนนี้เป็นห่วงแค่ไหน”

“แล้วทางพี่ล่ะ แปลงร่างเป็นอัศวินสีขาวไปต่อสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนั้นที่มาเป็นกองทัพแบบนั้น อยากตายนักหรือไงกัน!”

“ฉันสู้กับเจ้าพวกนั้นมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่แล้ว แค่นี้ไม่ครณามือหรอกน่า!”

“พี่ชายคนบ้า! มาทำให้น้องสาวคนนี้เป็นห่วงแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน!”

“ว่าไงนะ!”

“ฮึ่ม!”

ทั้งสองเอาหัวชนกันพร้อมกับมีประกายไฟพุ่งออกมาจากตามาปะทะกันดังเปรี๊ยะๆ

“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทะเลาะกันของพี่น้องนะ”

เมื่อเห็นว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว เรย์เนะจึงรีบเข้ามาห้ามปรามทั้งสองคน

“โคโทริ รีบเข้าประเด็นหลักได้แล้ว”

“หึ เข้าใจแล้ว”

โคโทริพ่นลมออกทางจมูกอย่างหัวเสีย ส่วนโอเมกามอน X ก็คืนร่างกลับมาเป็นทาคุมิดังนั้น

“เอาล่ะ โคโทริ รีบอธิบายมาสักที ว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน”

ทาคุมิเอามือกอดอกแล้วถามโคโทริ

“ที่นี่อยู่กลางอากาศเหนือเมืองเท็นกู 15,000 เมตร ข้างในเรือเกาะ <แฟรกซินัส>

เธอพูดอธิบายจากนั้นก็พูดกับเรย์เนะ

“ปิดตัวกั้นซะ”

จากนั้นภายในสะพานเดินเรือก็ฉายภาพด้านนอกให้พวกเขาได้เห็น

“อยู่บนท้องฟ้าจริงๆ ด้วย”

“พวกเราอยู่บนเรือเหาะจริงๆ สินะ”

เบลโกะกับมาสติมอนพูดด้วยน้ำเสียงตะลึง ยกเว้นทาคุมิที่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรนัก

“จะว่าไปแล้วยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยสินะ โคโทริจัง”

โคโทริหันมาหาเบลโกะกับมาสติมอน

“ฉัน เบลสตาร์มอน เรียก เบลโกะก็ได้นะ”

“ส่วนฉันมาสติมอน พวกเราสองคนเป็นดิจิมอนน่ะ”

เมื่อทั้งสองได้แนะนำตัวให้โคโทริรู้จัก เธอก็ขมวดคิ้วสงสัย

“ดิจิมอน มันคืออะไร?”

“ดิจิมอน ก็คือสิ่งมีชีวิตรูปแบบดิจิตอลไลฟ์ฟอร์ม ซึ่งอาศัยอยู่ในดิจิตอลเวิร์ลซึ่งเป็นโลกต่างมิติ”

มาสติมอนอธิบายให้โคโทริฟัง พร้อมกับอธิบายว่าดิจิมอนแต่ละตัวมีความคิด ดิจิมอนมีการเติบโตในรูปแบบของกฎแห่งป่า ดิจิมอนจะวิวัฒนาการ เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นและเพื่อความอยู่รอด พวกเธอนั้นได้วิวัฒนาการมาอยู่ในระดับสูงสุดของวัฒนาการ ซึ่งก็คือร่างสุดยอดนั่นเอง

“แบบนี้นี่เอง งั้นเจ้าพวกที่ออกมาจากประตูมิติก็เป็นดิจิมอนเหมือนกันสินะ”

โคโทริถามมาสติมอน เธอก็พยักหน้ารับ

“ใช่ ดิจิมอนมีรูปร่างหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ มนุษย์ครึ่งสัตว์ เทวดา นางฟ้า ปีศาจ เครื่องจักร ฯลฯ ดิจิมอนยังแบบได้สี่ประเภท ได้แก่ ไวรัส วัคซีน ดาต้า ไร้ประเภท”

“งั้น มาสติมอนกับเบลโกะเป็นดิจิมอนประเภทไหนเหรอ”

โคโทริเอ่ยถามทั้งสอง

“ฉันเป็นดิจิมอนประเภทวัคซีน”

“ของฉันเป็นประเภทไวรัส”

“ถ้างั้นของทาคุมิล่ะ”

“เรียกห้วนๆ เลยเหรอ!”

ทาคุมิถึงกับโวยขึ้นมา

“หุบปากไปเลย!”

ผัวะ!

“อ๊า!!”

โคโทริศอกอัดเข้าที่ท้องของคันนะสึกิ ทำให้เขาส่งเสียงร้องออกมาอย่างเปี่ยมสุข ก่อนจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น สร้างความตกใจกับเบลโกะและมาสติมอน ก็นะ ตัวตนที่แท้จริงของคันนะสึกิน่ะเป็นพวกมาโซที่ชื่นชอบการถูกกระทำ ทำให้พวกเธอรีบถอยออกห่างจากคันนะสึกิทันที

“…ของทาคุมิ เป็นวัคซีน”

มาสติมอนบอกกับโคโทริ

“ทางเธอบ้างแล้ว โคโทริ ช่วยอธิบายทีเรื่องของสาวน้อยคนนั้นน่ะ”

ทาคุมิพูดกับโคโทริถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของสาวน้อยที่ทาคุมิได้พบเจอและเรื่องที่โอริกามิใส่ชุดรัดรูปแปลกๆ นั่นเข้าโจมตีเธอ

“ได้”

โคโทริอธิบายว่าสาวน้อยคนนั้นคือภูตซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอากาศสั่นไหว เธออธิบายเรื่องหน่วย AST ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านภูตเมื่อภูตปรากฏตัวก็จะออกมาเพื่อกำจัดเธอ พูดง่ายๆ ก็คือฆ่า แน่นอนว่าเบลโกะกับมาสติมอนไม่เห็นด้วยกับวิธีการของ AST

“แล้วมีวิธีที่จะช่วยเธอรึเปล่าล่ะ โคโทริ?”

พอได้ยินทาคุมิถาม โคโทริก็ยกมุมปากยิ้มแสยะ

“แน่นอนนอกจากวิธีของ AST ยังมีอีกวิธีหนึ่งและทาคุมิก็คือกุญแจสำคัญ”

โคโทริหันหน้ามาหาทาคุมิ

“ให้เขาฝึกอบรมพรุ่งนี้เลย”

 

ในวันต่อมาเรย์เนะก็เข้ามาเป็นรองอาจารย์ประจำชั้น โดยเธอจะมาเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ แน่นอนว่าหลังจากแนะนำตัวเธอก็ล้มลงนอนกับพื้นสร้างความแตกตื่นให้กับทุกคนให้ห้อง รวมถึงทาคุมิด้วย

หลังจากนั้นเขาไปพบเรย์เนะกับโคโทริที่ห้องเตรียมฟิสิกส์ ก็พบว่ามันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงมีคอมพิวเตอร์มากมายติดตั้งเอาไว้ จากนั้นพวกเธอก็เปิดการเกมซึ่งจะเอามาใช้ในการฝึกเขา ใช่แล้ววิธีที่พวกเธอใช้ก็คือการออกเดทกับภูตแล้วทำให้ตกหลุมรัก แต่ช่วงที่ผ่านมาเราะเขายุ่งอยู่กับการช่วยดิจิตอลเวิร์ลจากการโจมตีของดิจิมอนแห่งความมืดก็เลยลืมเนื่องนี้ไปซะสนิท แถมเขาก็ไม่ได้ถนัดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็เลยต้องไปฝึก แต่ว่าฝึกไปฝึกมาก็เจอเข้ากับ Bad End ซะงั้น ทำให้เขาต้องฝึกต่อจนถึงเย็น

หลังจากออกจากห้องเตรียมฟิสิกส์แล้ว เขาก็เดินมาเจอกับโอริกามิเข้าพอดี

“โอริกามิ...”

“ช่วยมากับฉันที ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“อืม”

ทาคุมิเดินตามโอริกามิไป ทั้งสองเดินขึ้นมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าออกดาดฟ้าซึ่งล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา

“นายคือโอเมกามอนคนนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?”

“ใช่ นั่นฉันเอง”

ทาคุมิเลือกที่จะตอบไปตามตรง

“รวมถึงเรื่องที่เธอเห็นฉันเมื่อวานนี้ด้วยสินะ”

“อืม...”

“อย่าเอาไปบอกใครทั้งนั้น ฉันเองก็จะไม่เอาเรื่องของเธอไปบอกใครเช่นกัน”

ทาคุมิพยักหน้ารับ

“ขอบใจนะ โทบิอิจิ”

“แล้วก็อีกเรื่อง เธอควรลืมเรื่องที่ได้เห็นหรือได้ยินมาเมื่อวานทั้งหมด”

โอริกามิพูดเสียงเข้มแบบที่ไม่ให้ปฏิเสธ คงไม่พ้นเรื่องของภูติแน่ๆ

“เธอหมายถึงสาวน้อยคนนั้นคือภูตงั้นสินะ?”

“............................”

โอริกามิพยักหน้าและตอบเพียงสั้นๆ

“เป็นสิ่งที่ฉันต้องปราบให้ได้”

“....เธอเชื่อจริงๆ เหรอว่าภูตที่ว่านั่นเป็นคนเลวจริงๆ เหรอ.....?”

ทาคุมิลองถามแบบนั้นโดยที่เขาไม่เชื่อว่าสาวน้อยคนนั้นจะเป็นคนเลวได้

พอทำเช่นนั้น โอริกามิก็เริ่มขยับริมฝีปากเล็กน้อย

“...พ่อแม่ของฉันต้องตายเพราะภูต เมื่อ 5 ปีก่อน”

“....หา....”

คำตอบของเธอก็จะอยู่ในการคาดการของเขาอยู่พอสมควร เพราะเขาจำได้ว่าโอริกามิจะต้องพูดแบบนั้นแน่

“ฉันไม่อยากให้มีคนแบบฉันเพิ่มขึ้นอีก”

“....งั้นเหรอ....”

“เข้าใจแล้ว ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาไปบอกใครทั้งนั้น”

ได้ฟังอย่างนั้น โอริกามิก็พยักหน้าให้แล้วเดินลงบันไดจากไป

ทาคุมิมองตามไปจนแผ่นหลังของโอริกามิลับตาไปแล้ว เขาก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องช่วยภูตให้ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น