SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 17 : ll BATTLE 14 ll #สิ่งที่เปลี่ยน 120 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley
 
 

 

 
 
ll BATTLE 14 ll
 
 
#สิ่งที่เปลี่ยน
  
 

'Cause all of me loves all of you
Love your curves and all your edges
All your perfect imperfections
Give your all to me, I’ll give my all to you.


How many times do I have to tell you
Even when you’re crying you’re beautiful too
The world is beating you down, I’m around through every mood
You’re my downfall, you’re my muse




[บทบรรยาย เวฬา]


โรงพยาบาลจิตเวช PL


ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนริมสวนของโรงพยาบาลปรากฏสู่สายตาของผม เธอในชุดผู้ป่วยดูผอมลงจากเดิมพอสมควร ใบหน้าสวยซีดเซียว ดวงตาหวานเหม่อลอย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองไปทางพุ่มดอกไม้สีสวยตรงหน้า ก่อนร่างบางจะลุกขึ้นเดินไปเด็ดมันออกมาชื่นชม


ผมแอบยืนมองภาพนั้นอยู่อีกมุมหนึ่งของสวนมากว่าสิบห้านาที นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นมาดูเวลาอีกครั้ง ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงหัวค่ำแล้ว ผมหันหน้าไปมองทางเดินซึ่งมีร่างสูงของใครคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางนี้พอดี สีหน้าของหมอนั่นดูหงุดหงิดและไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ มันจ้องตากับผมจนกระทั่งเดินมาหยุดยืนข้างกัน


“กูไม่ได้นัดมึงที่นี่นะไอ้เว และไม่ใช่เวลานี้ด้วย”


นาฑีโวยขึ้นมาตามที่ผมคิดเอาไว้ อย่างที่มันพูดนั่นแหละ ตอนแรกมันนัดผมไปเจอกันที่สนามแข่งตอนสี่ทุ่ม ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคงคิดจะท้าผมแข่งรถเพื่อวัดชัยชนะกัน แต่สำหรับผมนั่นไม่ใช่ทางออกสุดท้าย เพราะผมมีไพ่ที่เด็ดกว่านั้นมาก ผมอยากจะหยุดมันด้วยวิธีอื่นมากกว่า และตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่ผมจะหงายไพ่ใบนั้นออกมา


“กูอยากให้มึงได้เจอใครบางคนก่อนที่มึงจะตัดใจทำอะไรโง่ๆ ลงไป” นาฑีขมวดคิ้วใส่ผม สีหน้ามันบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจ ผมยิ้มและหยิบของบางอย่างจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาส่งให้มัน “มึงคงจะจำสิ่งนี้ได้นะ”


สร้อยเงินเส้นเล็กๆ ถูกวางลงบนฝ่ามือนาฑี แววตาคมเข้มสั่นไหวทันทีที่เห็นสร้อยเส้นนั้นเต็มตาอีกครั้ง สร้อยจี้รูปกุญแจซอลเล็กๆ ที่ถูกสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษคงจะสะดุดตาและสะดุดใจมันมากสินะ


“นี่มัน” มันอึกอักอย่างพูดไม่ออกก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองผม สีหน้าซีดเผือดราวกับตกใจมากที่ผมมีสร้อยเส้นนี้ในครอบครอง “มึงไปเอาสร้อยนี่มาจากไหนวะ?”


“มึงน่าจะรู้คำตอบดีนะไอ้ฑีว่าคนเดียวที่เป็นเจ้าของสร้อยเส้นนี้คือใคร”


“มึงหมายความว่าไง” สีหน้านาฑีเครียดขึง ผมยกยิ้มนิดๆ ก่อนจะละสายตาจากมันไปทางผู้หญิงอีกคน นาฑีหันไปมองตามสายตาของผมเช่นกัน และเมื่อได้เห็นเธอคนนั้นมันก็ถึงกับนิ่งงันไปเลย


“มึงยังจำเธอได้หรือเปล่าล่ะไอ้พี่ชาย”



“ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยรักและทุ่มเทให้มึงจนหมดตัวหมดใจคนนั้นน่ะ”


“เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง” นาฑีมองเธอด้วยสายตาเลือนลอยราวกับคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมหันกลับมาจ้องหน้ามันนิ่งๆ “ทำไมวะ ทำไมซอลถึงมาอยู่ที่นี่?”


“เธอรักษาตัวที่นี่มาปีกว่าแล้ว”


“มึงรู้มาตลอด?”


“เปล่า กูก็เพิ่งรู้ไม่กี่เดือน” ผมตอบตามตรง ไม่อยากปิดบังหรือโกหกอะไรมันอีก จะว่าผมเลวก็ได้นะที่ปิดเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งที่ผมควรจะบอกนาฑีให้ชัดเจนตั้งแต่แรก แต่ผมเคยทำแล้วไงเคยพยายามบอกเรื่องนี้กับมันแล้ว แต่มันเองต่างหากล่ะที่บ้าบอไม่ยอมรับฟัง


“แล้วทำไมไม่บอกกูตั้งแต่แรกวะ!” น้ำเสียงดุดันตวาดถาม ผมเค้นยิ้มใส่มันแทนคำตอบ “มึงรู้มาตลอดแต่ไม่ยอมบอกกูว่าซอลอยู่ที่นี่งั้นเหรอวะ มึงทำแบบนั้นทำไม?!


“กูเคยพยายามบอกมึงแล้วนะไอ้ฑี คืนนั้นเมื่อสามเดือนก่อน”


นาฑีนิ่งงันไปพักหนึ่ง แววตาของมันเหมือนกำลังนึกถึงความหลังอยู่ ผมไม่รู้หรอกว่ามันจำเรื่องคืนนั้นได้หรือไม่ เพราะคืนนั้นหลังจากที่ผมเปรยๆ เรื่องนี้ออกไป มันก็เอาแต่นั่งซดเหล้าแล้วก็หนีไปคั่วกับผู้หญิงทั้งคืนเลย



 

สามเดือนก่อน


มึงรู้จักผู้หญิงที่ชื่อซอลหรือเปล่าวะไอ้หมอ


กึก


แก้วเหล้าในมือไอ้หมอนาฑีชะงักเล็กน้อย มันเหลือบตามองผมนิดๆ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากต่อ ตอนนี้เราสองคนพี่น้องกำลังนั่งดื่มอยู่ที่บาร์ริมชายหาด ครอบครัวของผมกับครอบครัวบีลีฟพากันมาเที่ยวพักผ่อนเหมือนทุกๆ ปี แล้วก็เหมือนเคยๆ ที่ผมกับนาฑีแอบหนีออกมานั่งดื่มกันแถวบาร์ริมหาดของโรงแรมใกล้ๆ


ว่าไง ตกลงรู้จักเปล่า?


ถามทำไมวะนาฑีเฉไฉไม่ยอมตอบผมสักที ยิ่งทำให้ต่อมอยากรู้ของผมทำงานหนักขึ้น


เออน่า รู้จักป่ะล่ะ


‘… ไม่มันเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ แต่ดูจากสีหน้าและท่าทางที่เปลี่ยนไปแล้ว ฟันธงว่ามันรู้จักผู้หญิงคนนั้นชัวร์ๆ แล้วผมควรจะบอกมันเรื่องนั้นไหมวะ


และในจังหวะที่ผมตัดสินใจจะเล่าเรื่องที่เพิ่งรับรู้มาให้นาฑีฟังนั้น อยู่ๆ มันก็ลุกขึ้นแล้วเดินถือแก้วเหล้าเข้าไปหาสาวสวยคนหนึ่งซึ่งนั่งส่งสายตาเชิญชวนมาจากโต๊ะข้างๆ โดยไม่สนใจผมอีกเลย


เห้ยยังคุยไม่จบเลย ไอ้ห่านี่ ผมบ่นใส่นาฑีที่ทิ้งผมไปนั่งลงด้านข้างผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ค่อยใส่ใจมาก มันก็เป็นแบบนี้เสมอแหละ พอไกลจากสายตาบรรดาผู้ใหญ่เมื่อไหร่ ร่างอวตารก็ประทับลงทุกที จะมีใครได้เห็นด้านมืดของไอ้หมอผู้แสนดีคนนี้เหมือนผมบ้างไหมวะ ทั้งที่แม่งจะหมั้นแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดทำสันดานแดกไม่เลือกสักที บางทีผมก็เอือมระอากับสันดานชอบกินในที่ลับของมันนะ


ผมไม่อยากให้เธอคนนั้นต้องเจ็บปวดเลยว่ะ ไม่อยากให้มันทำร้ายเธอไปมากกว่านี้อีกแล้ว


หากทว่าขณะที่ผมกำลังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม สายตาดันเหลือบไปเห็นร่างบางของใครอีกคนกำลังมองไปทางนาฑีด้วยสายตาเจ็บปวดอย่างที่สุด ผมรีบวางแก้วลงบนโต๊ะแทบจะทันที


บีลีฟ มาทำอะไรที่นี่วะ?


ผมถามตัวเองในใจ เพราะคิดว่าบีลีฟกับพวกผู้ใหญ่เข้าบ้านไปหมดแล้ว อีกอย่างบาร์ที่พวกเรานั่งกันอยู่มันก็ค่อนข้างห่างไกลจากบ้านพักพอสมควรเลยนะ บีลีฟไม่ควรเดินมาที่นี่คนเดียวตอนดึกๆ แบบนี้เลย


ร่างบางยืนมองสักพัก เธอก็เดินไปนั่งที่หน้าบาร์พร้อมกับสั่งเหล้ามาดื่มโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปทางนาฑีไม่ยอมละ เป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ สายตาของบีลีฟน่ะ ไม่เคยมองคนอื่นเลยใช่ไหม ทำไมต้องมองแต่ไอ้เวรนั่นด้วยวะ ทั้งที่ฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้แท้ๆ แต่ในสายตาเธอกลับไม่เคยมองเห็นฉันเลย


กี่ครั้งแล้วที่เธอต้องทนกับความเฉยชาของมัน กี่หนแล้วที่ไอ้เวรนั่นไม่เคยจะสำนึกหรือคิดจะดูแลเธอบ้าง และกี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องทนเห็นเธอเจ็บปวดเพราะมันอย่างนี้


เมื่อไหร่ เมื่อไหร่เธอจะเลิกเจ็บปวดเพราะมันเสียที บีลีฟ



Loading... 30%



ปัจจุบัน


“นาฑี ฑีมาหาซอลแล้วเหรอ”


พรึ่บ


เสียงเรียกชื่อนาฑีดังขึ้นฉุดภวังค์ความคิดของผมให้กับมาสู่เหตุการณ์ปัจจุบัน ภาพตรงหน้าปรากฏภาพของร่างบางกำลังสวมกอดร่างสูงด้วยความดีใจ ใบหน้าซีดเซียวคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนดวงตาสวยลืมขึ้นแล้วสบกับผมซึ่งยืนอยู่ด้านหลังผู้ชายที่เธอกำลังกอดอยู่


“ฑี? นั่นฑีเหรอ แล้วนี่” มือเล็กปล่อยกอดออกจากร่างสูง เธอมองผมสลับกับนาฑีด้วยแววตาสับสน “ทำไม ทำไมถึงมีฑีสองคนล่ะ?”


ผู้หญิงคนนี้ชื่อ ซอลย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อนผมบังเอิญได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเข้ามาหาผมด้วยท่าทางเอาเรื่องมากๆ ราวกับผมไปฆ่าใครตายมาอย่างนั้น ผมไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้าเธอเลยสักครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเธอคนนั้นเรียกผมด้วยชื่อของพี่ชายฝาแฝดของผม นั่นทำให้ผมรู้ในทันทีว่าคนที่เธอกำลังตามหาไม่ใช่ผมแต่เป็นนาฑี


ผู้หญิงคนนั้นบอกกับผมว่าเธอเป็นญาติของซอล เธอต้องการให้ผมรับผิดชอบในสิ่งที่เคยทำเอาไว้ ซึ่งในตอนนั้นผมยังไม่รู้หรอกว่านาฑีมันเคยทำอะไรกับผู้หญิงที่ชื่อซอลไว้บ้าง จนกระทั่งเธอคนนั้นพาผมมาหาซอลที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ และตั้งแต่นั้นผมก็ตกกระไดพลอยโจนกลายเป็นนาฑีมาโดยตลอด


ผมเคยพยายามจะบอกเรื่องนี้กับนาฑีแล้ว แต่ทุกครั้งที่จะพูด ส่วนหนึ่งลึกๆ ในใจมันก็ค้านขึ้นมา ตอนนั้นผมไม่อยากให้นาฑีต้องตกอยู่ในความรู้สึกผิดไปจนตาย ผมจึงเลิกพยายามและปล่อยให้เรื่องนี้เป็นความลับต่อไป แต่มาวันนี้ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะไม่ปกป้องใครอีกนอกจากบีลีฟ


สิ่งที่นาฑีเคยกระทำเอาไว้ ถึงเวลาที่มันจะต้องชดใช้บ้างแล้ว ผมชดใช้แทนมันมามากพอแล้ว


“ซอล ฉันเอง”


ดวงตาสวยหยุดมองผู้ชายข้างกายตัวเองนิ่ง แววตาสับสนสั่นไหวรุนแรง เธอจ้องนาฑีเนิ่นนานก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ แล้วก้าวเท้ามาหาผมแทน


“ไม่ใช่ นายไม่ใช่ฑี” มือเล็กแตะท่อนแขนผมเบาๆ “นี่ต่างหาก คนนี้คือฑีของซอล”


ตอนแรกผมแอบคิดว่าซอลอาจจะจำนาฑีตัวจริงได้ เพราะความรักที่เธอมีให้มันหมดทั้งตัวและหัวใจแบบนั้นเธอน่าจะจำมันได้ทันทีที่เห็น แต่ผมลืมคิดไปว่าตลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ซอลคุ้นเคยกับผมมาก ทุกครั้งที่ผมมาเยี่ยมเธอ ใบหน้าสวยจะเติมเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ


“ซอล ฟังฉันให้ดีนะ” ผมดึงมือเล็กขึ้นมากุม สองตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแสนเศร้า วันนี้ผมตั้งใจแล้วว่าจะคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเจ้าของตัวจริง พอกันที ผมจะเลิกทำหน้าที่นี้แทนนาฑีแล้ว


เพราะต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อบีลีฟคนเดียวเท่านั้น


“ฉันไม่ใช่นาฑี ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรัก”


“ไม่จริง ทำไมฑีพูดแบบนี้ล่ะ” ซอลส่ายหน้าปฏิเสธ แววตาเศร้าๆ เอ่อคลอหยาดน้ำตาขึ้นมา ผมกลั้นใจปล่อยมือจากซอลแล้วหันไปมองหน้านาฑีซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของเธอ


“ผู้ชายคนนั้นคือคนที่เธอรักและรอคอยมาตลอด เขาคือคนที่ต้องชดใช้ทุกอย่างให้กับเธอ”


ผมกับนาฑีจ้องตากันนิ่ง สิ่งที่ผมพูดไม่ได้ต้องการจะบอกแค่ซอลเท่านั้น แต่ผมต้องการจะย้ำให้นาฑีรู้ว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว นับตั้งแต่วันนี้ชีวิตของมันไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว


“ชดใช้ให้กับซอล ดูแลและรับผิดชอบเธอซะ มึงมีความสุขมานานเกินพอแล้วไอ้พี่ชาย”



“ส่วนบีลีฟ เธอเป็นเมียกู กูจะดูแลเธอเอง จากนี้และตลอดไปมึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถึงเธออีกแล้ว”


นี่แหละคือไพ่ใบสุดท้ายของผม


 



[บทบรรยาย บีลีฟ]


“หมอบีคะ! มีเคสฉุกเฉินค่ะ!


เสียงพยาบาลตะโกนเรียกมาจากหน้าลิฟต์ของแผนกฉุกเฉิน ฉันรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางห้องฉุกเฉินทันที คืนนี้ฉันเข้าเวรจนถึงเช้าเหมือนเคย ตั้งใจว่าพรุ่งนี้ออกเวรแล้วจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่สักหน่อย ไม่ได้เจอพวกท่านมาเกือบเดือนแล้วมั้ง ขนาดแม่เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแท้ๆ ฉันยังไม่เคยพบท่านเลย


“นี่ยกพวกตีกันอีกแล้วเหรอคะ” ฉันถามพลางสวมถุงมือ สายตากวาดมองผู้บาดเจ็บนับสิบรายที่กำลังถูกแพทย์และพยาบาลช่วยกันเร่งทำการรักษา ดูจากเสื้อช็อปที่แต่ละคนสวมใส่ก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นพวกเด็กช่างที่มักจะยกพวกตีกันอยู่บ่อยๆ


เชื่อไหมว่าฉันเจอเคสแบบนี้แทบจะทุกคืนเลย แต่เหมือนคืนนี้จะหนักไปหน่อย


“เหนื่อยหน่อยนะคะหมอบี คืนนี้หมอฑีลาเวรซะด้วยสิคะ หมอเวรเลยเหลือแค่ไม่กี่คน” พยาบาลบอกขณะคอยช่วยฉันตรวจอาการผู้บาดเจ็บ ฉันชะงักไปเล็กน้อยกับคำบอกเล่านั่น


“หมอฑีลาเวรคืนนี้เหรอคะ?”


“ใช่ค่ะ หมอบีมีอะไรหรือเปล่าคะ”


“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ฉันปฏิเสธแล้วหันกลับมารักษาคนเจ็บตรงหน้าต่อ ขณะที่ความคิดมันล่องลอยไปแล้ว


นาฑีไม่ได้เข้าเวรคืนนี้งั้นเหรอ


ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคืนนี้ อยากให้เธอรับรู้เอาไว้ว่าเฮียทำทุกอย่างเพื่อเธอ


จู่ๆ เสียงของเวฬาแทรกขึ้นมาในห้วงความคิดของฉัน คำพูดและแววตาแปลกๆ ของเขาทำให้หัวใจอันเงียบสงบของฉันร้อนรุ่มขึ้นมา ทำไมหมอนั่นถึงพูดอะไรแบบนั้นออกมานะ แถมยังหายไปด้วยกันทั้งคู่แบบนี้อีก


บ้าน่าสองคนนั้นคงไม่ได้ไปทำอะไรไร้สาระแบบนั้นหรอกมั้ง


แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ทำไมหัวใจฉันมันถึงไม่ยอมสงบเลยล่ะ 


นี่เธอกำลังห่วงใครกันบีลีฟ



Loading... 65%




เสื้อกราวน์ถูกถอดออกมาแขวนขณะมืออีกข้างกดต่อสายหาแม่สุดที่รัก ตอนนี้ฉันออกเวรแล้วและตั้งใจจะแวะไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านสักหน่อย แต่ต้องโทรไปถามก่อนว่าท่านทั้งสองอยู่บ้านกันหรือเปล่า พ่อกับแม่ฉันน่ะเคยอยู่ติดบ้านกันซะที่ไหนล่ะ ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องพากันไปฮันนีมูนตลอด


น่าอิจฉาพวกท่านนะแต่งงานกันมายี่สิบกว่าปีแล้วแต่ความสวีทหวานไม่เคยลดลงเลย แถมยังไม่เคยทะเลาะกันสักครั้ง พ่อกับแม่ฉันเนี้ย เป็นตัวอย่างของชีวิตคู่ที่ดีมากเลยล่ะ


[ฮัลโหล ว่าไงจ้ะลูกสาวคนสวยของม๊า] น้ำเสียงหวานๆ ที่ฉันได้ยินไม่บ่อยนักดังจากปลายสาย ฟังจากเสียงแล้วแม่กำลังอารมณ์ดีอยู่สินะ


“ม๊าอยู่บ้านหรือเปล่าคะ บีเพิ่งออกเวรน่ะเลยว่าจะแวะไปหาป๊ากับม๊าที่บ้านสักหน่อย”


[ว๊า ตายแล้ว ม๊าลืมบอกบีไปเลยว่าตอนนี้ป๊ากับม๊ามาฮันนีมูนกันที่ภูเก็ตจ้ะ]


นั่นไง ฉันเคยเดาอะไรผิดซะที่ไหน


[บีอยากมาเที่ยวกับพวกเราไหมล่ะ เดี๋ยวม๊าจองไฟท์ให้]


“ไม่เป็นไรหรอกม๊า บีไม่อยากไปเป็นก้างขวางฮันนีมูนครั้งที่สามร้อยของป๊ากับม๊าหรอกค่ะ”


[แนะ มีความประชดประชันนะยัยลูกสาว] เสียงพ่อหัวเราะชอบใจดังรอดเข้ามา เรียกรอยยิ้มให้กับฉันเล็กน้อย พอเห็นว่าท่านทั้งสองกำลังมีความสุข ฉันก็มีความสุขไปด้วย


“ถ้างั้นบีไม่กวนเวลาสวีทของป๊ากับม๊าแล้วค่ะ ฝากบอกป๊ากาฬด้วยนะคะว่าบีคิดถึงม้ากมาก”


[คิดถึงแต่ป๊าไม่คิดถึงม๊างั้นสิ] แม่ทำเสียงน้อยใจใส่ฉันนิดๆ แต่ฉันรู้นะว่าท่านกำลังยิ้มอยู่น่ะ


“โธ่ๆ บีก็คิดถึงทั้งสองคนแหละค่ะ รักม๊ากับป๊านะคะ”


[จ้า ม๊ากับป๊าก็รักและคิดถึงบีนะลูก ดูแลตัวเองดีๆ อย่าดื้อกับตาเวมากนักล่ะ ยังไงเฮียเขาก็เป็นคู่ชีวิตเรานะ งั้นม๊าวางสายก่อนนะ เดี๋ยวต้องขึ้นเรือแล้ว]


ฉันวางสายแม่ด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำเล็กน้อย จู่ๆ แม่ก็พูดถึงผู้ชายคนนั้นขึ้นมา ฉันอุตสาห์พยายามไม่นึกถึงเขา พยายามไม่สนใจเขาแล้วนะ เขาจะหายไปไหนไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขาสิ ทำไมฉันต้องสนใจด้วย


สองเท้าเดินออกมาจากห้องพักนักศึกษาแพทย์ท่ามกลางความเงียบสงบในยามเช้า บรรยากาศภายในโรงพยาบาลค่อนข้างเงียบเหงาต่างจากบริเวณลานหน้าโรงพยาบาลที่มีการจัดตั้งซุ้มดนตรีเล็กๆ จากพวกนักศึกษาแพทย์อาสาเพื่อขอรับบริจาคน้ำใจช่วยเหลือมูลนิธิผู้ป่วยยากไร้


“เจ้บีออกเวรแล้วเหรอคะ” เสียง นีน่ารุ่นน้องหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาแพทย์อาสาทักทายขึ้นมาเมื่อฉันเดินไปถึง คนอื่นๆ กำลังช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์และเครื่องดนตรีต่างๆ เพื่อเริ่มขับร้องเพลงเหมือนเช่นทุกวัน


“ทำไมวันนี้คนน้อยจัง” ฉันถามเพราะเห็นว่าปกติแล้วจะมีอาสาคอยช่วยกันหลายคน แต่วันนี้เห็นมากันแค่สามคนเองน่ะ


“อ้อ วันนี้คนอื่นๆ แบ่งกันไปตั้งซุ้มที่อื่นค่ะ ตอนนี้ยอดบริจาคเรายังน้อยอยู่เลย อีกไม่กี่วันก็ต้องรวบรวมเงินไปมอบให้กับมูลนิธิแล้วด้วยค่ะ”


” ฉันนิ่งคิดสักพักก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ซุ้ม “สนใจคนเพิ่มไหมล่ะ เดี๋ยวเจ้ช่วยอีกแรง”


“ว้าว จริงเหรอคะเจ้บี?” นีน่ายิ้มกว้างทำตาประกายขึ้นมาทันที ฉันยิ้มให้เธอพลางพยักหน้ารับ


“อือ ยังไงวันนี้เจ้ก็ว่างอยู่แล้ว ขออาสามาช่วยรับบริจาคแล้วกัน มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยยากไร้ด้วย”


“เจ้ใจดีจังเลยยย นอกจากสวยแล้วยังใจบุญด้วยนะคะเนี้ย” นีน่าว่าแล้วจูงมือฉันเข้าไปในซุ้ม “วันนี้เราจะร้องเพลงกันค่ะ เจ้ร้องเพลงได้ไหมคะ พวกเรากำลังขาดนักร้องอยู่พอดีเลย”


ร้องเพลงงั้นเหรอ เอ่อ ฉันร้องไม่เก่งซะด้วยสิ


“คือว่า


“ฉันขออาสาเป็นนักร้องแทนบีลีฟได้ไหม?”


ฉันยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆก็มีอีกเสียงถามแทรกมาจากด้านหลังพวกเรา น้ำเสียงคุ้นเคยที่พอได้ฟังหัวใจฉันมันก็กระตุกวูบขึ้นมาเสียดื้อๆ ฉันรีบหันหลังกลับไปมองร่างสูงในชุดเสื้อหนังเท่ๆ กับรอยยิ้มกระชากใจสาวของเขา ดวงตาคมดุจมังกรจับจ้องมาที่ฉันเหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าเขากำลังพูดกับฉันอยู่


“เอ่อ พี่เป็นใครเหรอคะ” นีน่าเป็นฝ่ายถามแทรกความอึมครึมแปลกๆ ขึ้นมา ไม่รู้ทำไมฉันถึงทะแม่งๆ กับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือเกิน


เวฬาคิดจะทำอะไรอีกล่ะเนี้ย เมื่อวานมาพูดอะไรแปลกๆ แล้วก็หายตัวไป ทำให้คนอื่นเข้าว้าวุ่นใจไม่พอ อยู่ๆ วันนี้โผล่มาให้เห็นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแบบนั้นเนี้ยนะ


บ้าบอชะมัด


“พี่เป็นสามีของเจ้บีครับ ตกลงให้พี่อาสาร้องเพลงแทนภรรยาได้แล้วใช่ป่ะ?”


“มันจะดีเหรอคะ นี่เป็นโครงการของนักศึกษาแพทย์นะคะ”


“สามีภรรยาก็คนๆ เดียวกันนั่นแหละ เนอะที่รัก :)” 



Loading... 85%




คำพูดของเวฬาเรียกเลือดสูบฉีดบนใบหน้าฉันกะทันหัน นีน่ามองฉันสลับกับเวฬาด้วยสายตาอึ้งเล็กน้อย อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องที่ฉันแต่งงานแล้วไม่ค่อยมีใครรู้สักเท่าไหร่ ร่วมไปถึงบรรดารุ่นน้องของฉันด้วย


“เจ้บีว่ายังไงดีคะ ถ้าได้พี่สุดหล่อคนนี้มาร้องเพลงให้ก็ดีไปเลยนะ ยอดบริจาคอาจจะเพิ่มขึ้นเยอะเลย”


แหมนีน่า ถ้าจะพูดขนาดนี้ไม่ต้องถามความเห็นเจ้แต่แรกก็ได้นะ


ฉันได้แต่บ่นนีน่าในใจพลางใช้สายตานิ่งๆ มองไปทางเวฬา เขายิ้มมุมปากให้ฉันแถมยังขยิบตาให้ด้วย เหอะ! อยากร้องมากใช่ไหมเพลงน่ะ ก็ตามใจสิ


“แล้วแต่นีน่าเลย เจ้ขอช่วยเรื่องอื่นดีกว่า”


“โอเคค่ะ งั้นเอาตามนี้นะคะ ให้พี่” นีน่าลากเสียงเป็นเชิงถามชื่อเวฬา ทั้งคู่ดูสนิทกันไวจนเกินไปนะบางที


“เฮียเว เรียกเฮียเวก็ได้นะ เข้ากับเจ้บีดี” ไม่พูดเปล่ายังแจกยิ้มเท่ๆ ให้ด้วย เวฬานี่ถนัดเรื่องโปรยเสน่ห์มากสินะ เชื่อแล้วว่าเขามันเพลย์บอยตัวพ่อ!


“เจ้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา” ฉันชิ่งออกมาเพราะไม่อยากยืนขัดจังหวะสองคนนั้น เห็นแล้วมันขัดหูขัดตายังไงไม่รู้


บ้าจริง ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ!


 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา


“ตกลงเฮียเวจะร้องเพลงนี้นะคะ”


นีน่าชี้ไปที่หนังสือเพลงตรงหน้าเวฬา เขากำลังนั่งเกลากีต้าร์ในมือเบาๆ พลางปรับสายกีต้าร์ไปด้วย จริงๆ ฉันก็ไม่ได้แปลกใจอะไรหรอกนะที่เห็นเวฬาในมุมแบบนี้น่ะ ก่อนหน้านี้ที่ครอบครัวของเราสองคนพากันไปเที่ยว เวฬาก็เคยเล่นกีต้าร์ตอนปาร์ตี้บ่อยๆ เพียงแค่ว่าตอนนั้นฉันไม่ได้สนใจอะไรเขานัก เพราะมีใครอีกคนให้สนใจมากกว่า


“ถ้างั้นเฮียเวพร้อมเมื่อไหร่เริ่มร้องได้เลยนะคะ ส่วนเจ้บีมายืนตรงนี้เลยค่ะ” นีน่าเข้ามาจัดแจงให้ฉันยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเวฬาเพื่อคอยแจกเข็มกลัดให้กับผู้ใจบุญที่เข้ามาบริจาค ซึ่งตำแหน่งที่ฉันยืนอยู่นี้มันตรงกับสายตาของเวฬาอย่างพอดิบพอดีเลยน่ะสิ


เมื่อถูกดวงตาคมกริบจับจ้องมาอย่างสื่อความหมายบางอย่าง ฉันไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เลย อธิบายไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายและหัวใจของฉันกันแน่ จู่ๆ มันก็เหนือการควบคุมไปเสียทุกอย่าง ราวกับว่ามันมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป


 

What would I do without your smart mouth?

(ฉันจะทำอะไรได้ ถ้าปราศจากคำพูดที่ชาญฉลาดของเธอ)

Drawing me in, and you kicking me out

(ดึงดูดฉันเข้ามา แล้วก็ผลักไสฉันออกไป)

You’ve got my head spinning, no kidding, I can’t pin you down

(เธอจัดการปั่นหัวฉัน นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันไม่สามารถฉุดรั้งเธอได้)

What’s going on in that beautiful mind

(เกิดอะไรขึ้นกับจิตใจที่งดงามกันนะ)

I’m on your magical mystery ride

(ฉันนั่งอยู่บนพาหนะลึกลับที่ร่ายเวทมนตร์ของเธอ)

And I’m so dizzy, don’t know what hit me, but I’ll be alright

(และฉันรู้สึกมึนหัวมาก ซึ่งไม่รู้ว่าอะไรมากระแทกฉันกันแน่ แต่ฉันยังสบายดี)

 


เสียงทำนองกีต้าร์จังหวะเพลงที่ฉันคุ้นเคยและชอบฟังมันเสมอดังขึ้นพร้อมเสียงทุ้มต่ำแสนเพราะขับร้องออกมา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปแทบจะทันทีที่เสียงร้องเพลงของเวฬาดังขึ้น และมันสะกดหัวใจฉันอย่างชะงัก

 


My head’s under waters

(หัวของฉันอยู่ใต้ผิวน้ำ)

But I’m breathing fine

(แต่ฉันก็ยังหายใจได้)

You’re crazy and I’m out of my mind

(เธอน่ะฟั่นเฟือน และฉันก็เสียสติ)

 


แววตาคมกริบมองมาทางฉันไม่ยอมละ สายตาของเขาจดจ้องเพียงแค่ฉันขณะริมฝีปากยังคงร้องเพลงต่อไปเรื่อยๆ น้ำเสียงของเวฬาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันสัมผัสถึงมันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าเขากำลังใช้เพลงนี้สื่อสารกับฉัน

 


‘Cause all of me

(เพราะทุกความรู้สึกของฉัน)

Loves all of you

(รักทุกอย่างที่เป็นเธอ)

Love your curves and all your edges

(รักรูปร่าง ส่วนเว้าส่วนโค้งทั้งหมดของเธอ)

All your perfect imperfections

(ทุก ๆ อย่างของเธอนั้นดูเหมาะสมเป็นที่สุด แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ)

 


บ้าจริง ทำไมฉันต้องรู้สึกร้อนวูบไปทั่วใบหน้าขนาดนี้นะ นั่นมันก็แค่เพลงๆ หนึ่งเองนะ

 


Give your all to me

(โปรดมอบทั้งชีวิตของเธอให้กับฉัน)

I’ll give my all to you

(แล้วฉันจะมอบทั้งชีวิตของฉันให้กับเธอ)

You’re my end and my beginning

(เธอคือเส้นชัย และจุดเริ่มใหม่ของฉัน)

Even when I lose I’m winning

(แม้ว่าเมื่อฉันเป็นฝ่ายแพ้ แต่ฉันรู้สึกเป็นผู้ชนะ)

‘Cause I give you all of me

(นั่นก็เพราะว่าฉันได้มอบทั้งชีวิตของฉันให้กับเธอแล้ว)

And you give me all of you, oh

(และเธอก็ได้มอบทั้งชีวิตของเธอให้ฉัน)

 


ในประโยคสุดท้าย เวฬาจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน เหมือนเขากำลังจะบอกว่าสิ่งที่เขาร้องออกมานั้นมันมาจากใจ ตอนแรกฉันแค่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลือกเพลงนี้  แต่ตอนนี้ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไม

 


How many times do I have to tell you

(จำนวนกี่ครั้งแล้วนะ ที่ฉันได้บอกกับเธอ)

Even when you’re crying you’re beautiful too

(ว่าแม้เธอจะร้องไห้เสียน้ำตา แต่เธอก็ยังคงสวยเหมือนเช่นเดิม)

The world is beating you down, I’m around through every mood

(ถึงโลกใบนี้ ทำให้เธอท้อแท้ ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอในทุกสถานการณ์)

You’re my downfall, you’re my muse

(เธอเป็นทั้งความหายนะ และเป็นเทพธิดาที่เป็นแรงบันดาลใจของฉัน)

My worst distraction, my rhythm and blues

(สิ่งเลวร้ายที่สุดที่รบกวนจิตใจของฉัน สไตล์ดนตรีของฉันแนวริทึมแอนด์บลูส์)

I can’t stop singing, it’s ringing, in my head for you

(ฉันไม่สามารถหยุดร้องได้ มันกำลังบรรเลง อยู่ในหัวฉันก็เพื่อเธอ)

 


ผู้คนเริ่มให้ความสนใจการบริจาคมากขึ้น หลายคนเข้ามารับเข็มกลัดจากฉัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลคึกคักขึ้นมาทันตา เสียงของเวฬาเรียกสายตาจากทุกคนได้อย่างดี รวมถึงสายตาฉันด้วย ทำนองและจังหวะเพลง All of me ยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่สายตาของเวฬายังคงจ้องมาที่ฉันไม่ยอมละ


บ้าจริงทำไมหัวใจมันเต้นแรงขนาดนี้นะ


 

‘Cause all of me

(เพราะทุกความรู้สึกของฉัน)

Loves all of you

(รักทุกอย่างที่เป็นเธอ)

Love your curves and all your edges

(รักรูปร่าง ส่วนเว้าส่วนโค้งทั้งหมดของเธอ)

All your perfect imperfections

(ทุก ๆ อย่างของเธอนั้นดูเหมาะสมเป็นที่สุด แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ)

Give your all to me

(โปรดมอบทั้งชีวิตของเธอให้กับฉัน)

I’ll give my all to you

(แล้วฉันจะมอบทั้งชีวิตของฉันให้กับเธอ)

You’re my end and my beginning

(เธอคือเส้นชัย และจุดเริ่มใหม่ของฉัน)

Even when I lose I’m winning

(แม้ว่าเมื่อฉันเป็นฝ่ายแพ้ แต่ฉันรู้สึกเป็นผู้ชนะ)

‘Cause I give you all of me

(นั่นก็เพราะว่าฉันได้มอบทั้งชีวิตของฉันให้กับเธอแล้ว)

And you give me all of you, oh

(และเธอก็ได้มอบทั้งชีวิตของเธอให้ฉัน)


 

แปะๆๆๆ


เสียงปรบมือจากทุกคนดังขึ้นพร้อมกันทันทีที่เวฬาร้องท่อนสุดท้ายจบ ร่างสูงโค้งศีรษะขอบคุณพลางคลี่รอยยิ้มอบอุ่นออกมา ฉันจ้องรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ความรู้สึกที่ว่า คุ้นเคยกับรอยยิ้มนั้นเหลือเกินน่ะ


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เวฬาเข้ามามีบทบาทในชีวิตฉันมากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆ วันแบบนี้ มันมากจนฉันเริ่มกลัว


กลัวสิ่งที่มันกำลังจะเปลี่ยนไป...




TO BE CONTINUED



รักเรื่องนี้จิ้มเลย
V
V
ADD ME



TALK

กรี๊ดดดด >.,< เฮียเท่เฟ่อออออ ทำเจ้ใจเต้นรัวเลยนะเออ
เจ้ดูอ่อนลงเยอะเลยอ่าาา ถือว่าเฮียง้อเมียสำเร็จนะเนี้ย
ปรบมือรัวๆๆๆๆ กองเชียร์ๆ ขาดใจดิ้นเลย ฮี่ๆๆ
อ่านแล้วเม้นด้วย 1 เม้น 1 โหวต 100% นะคะ

 
วางจำหน่าย E-Book เวฬาแล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3540 pcjy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 17:58
    ชอบเวลาที่เวฬาจริงจังแบบนี้จริงๆ
    #3,540
    0
  2. #2207 pornsineetcb (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 00:39
    เจิมมมม
    #2,207
    0
  3. #2201 Patcha_Kingy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 19:20
    เจิมมมม
    #2,201
    0
  4. #2198 MinnieMungMing (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 15:23
    อย่ากลัวเลยบี
    #2,198
    0
  5. #2152 chalisa_ab (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 15:19
    ถ้าบีกลัวก็ยกเฮียเวให้เราน่ะ เราไม่กลัวคิคิ
    #2,152
    0
  6. #2151 TeddyBear_AB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 12:37
    ไม่ต้องกลัวค่ะลูก มีสามีดีขนาดนี้กลัวทำไม
    #2,151
    0
  7. #2150 SopapornPogpoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 01:30
    เจอช็อตนี้ไป รีดตายเรียบ เจบีไม่เอา เขาขอนะ ผข.แบบเฮียเว นี่มันแนวลิมิเตด อิดิชั่นนะ อิอิ
    #2,150
    0
  8. #2149 Nasanin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 23:39
    รักเฮียเวเถอะ เฮียแกน่าสงสารนะ
    #2,149
    0
  9. #2148 miremiee1993 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 23:26
    นางอ่อยขนาดนี้ก็รักนางเถอะนะบี
    #2,148
    0
  10. #2147 Seedaaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 23:10
    โอ๊ยยๆๆๆทำไมเฮียเวน่ารักขึ้นทุกวันเลยเนี้ย
    #2,147
    0
  11. #2146 devilrecords (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 22:21
    พูดเลยว่าเจ้ไม่ต้องกลัวการเปลี่ยนแปลงหรอก ยอมรับความรู้สึกที่ตัวเองมีเถอะ

    เฮียเวทำใจละลายอีกแล้ววววว
    #2,146
    0
  12. #2145 Puechsing (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:45
    ใจจะละลายยยยย
    #2,145
    0
  13. #2144 พิม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:30
    โอ้ยยยยละลายเฮียเวน่ารักขึ้นทุกวันเลยอ่าาาาาาาอิจเจ๊บีเลย
    #2,144
    0
  14. #2143 chalisa_ab (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 21:29
    เฮียเวค่าาาาาา
    #2,143
    0
  15. #2142 iamabigailx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:32
    ละมุนมากเลยเฮียเว งื้อออออออ
    #2,142
    0
  16. #2141 SaovaneeMada (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:28
    เจ๊หลงเฮียเเล้วใช่ไหมอ่ะ
    #2,141
    0
  17. #2140 zenraphaer-12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:13
    เปิดใจอีกครั้ง..รักคนที่เค้ารักเราดีกว่า
    #2,140
    0
  18. #2139 achalaya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 20:01
    อย่ากลัวค่ะเจ้. สิ่งที่เปลี่ยนมันเป็นสิ่งที่ดี
    #2,139
    0
  19. #2138 miwza96 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:49
    ไม่ต้องกลัวสิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปค่ะเจ้บี รักเฮียเถอะ 555555
    #2,138
    0
  20. #2137 wirre (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:48
    รักเค้าแล้วละเส่หมอบี
    #2,137
    0
  21. #2136 espeve (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:46
    เจ้บีอย่ากลัวเปิดใจให้เฮียเวหน่อยน้าเฮียเวน่ารักกกกก
    #2,136
    0
  22. #2135 sweet1997 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:37
    อยากได้แบบเฮียเว ดีต่อใจเหลือเกินนน
    #2,135
    0
  23. #2134 lovethehope99 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:28
    มีความร้องเพลงจีบเมียนะเฮีย55555
    #2,134
    0
  24. #2133 achalaya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:23
    งืออออออ น่ารัก//สรุปเฮียฑีนี่คือก็มีคนรัก?อยู่แล้วในอดีต แต่เฮียฑีก็ชอบเจ้บีด้วยงั้นหรอ เอ้ะยังไง
    #2,133
    0
  25. #2132 baby_boo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 19:22
    ปู้จายดีดกีต้าร์ร้องเพลง ดีต่อใจจริมๆ ??
    #2,132
    0