SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 14 : ll BATTLE 11 ll #นิทานความรัก 120 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley
 
 
 
 

 
 
ll BATTLE 11 ll
 
 
#นิทานความรัก
  
 
So I’m gonna love you like I’m gonna lose you
I’m gonna love you like I’m gonna lose you




เธอเคยได้ยินนิทานความรักเกี่ยวกับทะเลไหม”


อยู่ๆ เวฬาก็ถามแทรกความเงียบขึ้นมา ฉุดรั้งใบหน้าฉันจากบรรยากาศยามเย็นของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าตกสู่ท้องทะเลตรงหน้า แล้วหันกลับมาหาคนข้างกายแทน นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องมาอย่างสื่อความหมายบางอย่างซึ่งฉันจับความรู้สึกนั้นไม่ค่อยได้ เพราะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาถามจึงส่ายหน้าเป็นคำตอบ


“มันเป็นเรื่องราวความรักของนาฬิกาทรายกับน้ำแข็งที่เฮียเคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มหนึ่งน่ะ อยากฟังไหม?”


เรื่องราวความรักของนาฬิกาทรายกับน้ำแข็งอย่างนั้นเหรอ น่าสนใจแฮะ


“มันเป็นยังไงเหรอ” ฉันถามด้วยความสนใจ เวฬาผุดรอยยิ้มเศร้าๆ เล็กน้อยขณะสบตากับฉัน มันเป็นแววตาที่ฉันไม่ชอบเลย


นานมาแล้ว โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆ เปล่าๆ ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจากน้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์ที่มีปลายเปิด สามารถปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว”


เวฬาเริ่มเล่านิทานความรักพร้อมกับทอดสายตาออกไปทางทะเล แววตาเศร้าๆ ยังคงเจืออยู่ในนั้น ฉันเผลอจ้องหน้าเขาอย่างตั้งใจฟัง


“น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก ร่วมทุกข์ร่วมสุขจนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความงดงามของน้ำแข็ง ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด ความเย็นชาจากน้ำแข็งมักทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังอยู่เสมอ”


เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ อยู่ๆ หัวใจที่เคยสงบนิ่งของฉันก็กระตุกวูบขึ้นมา รู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังเรื่องเล่าของตัวเองยังไงก็ไม่รู้


“วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรงถึงขั้นแตกหัก นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก”


” ฉันละสายตาไปจากใบหน้าหล่อๆ ของเวฬา ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกเศร้ากับเรื่องราวที่กำลังรับฟังอยู่นะ


“จนมาวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้วก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ แทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย เมื่อดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง” เวฬาเงียบไป ทำให้ฉันหันกลับมามองเขาด้วยความอยากรู้ไม่แพ้น้ำแข็งเลย


“ทำไมเหรอ เกิดอะไรขึ้น?”


เวฬาหันกลับมาสบตากับฉันนิ่ง แววตาเขายังคงเศร้า มันสื่อความหมายบางอย่างที่ฉันไม่อาจคาดเดาได้ เขาจ้องฉันชั่วครู่ก่อนจะเล่าต่อ


“ดวงจันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีกครั้ง


อ่า บ้าจริง ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมสีหน้าของเวฬาถึงได้เศร้าขนาดนี้ เพราะความรักที่แสนเศร้าของนาฬิกาทรายสินะ การรอคอยมันช่างทรมานเหลือเกิน


“ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทรายแต่มันสายเกินไป ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว และเมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย” ฉันนิ่งฟังคำๆ นั้นอยู่นาน แต่เวฬากลับจ้องหน้าฉันไม่ยอมเล่าต่อเสียที มันทำให้ฉันอดไม่ไหวที่จะเอ่ยถาม


“คำว่าอะไรเหรอ นาฬิกาทรายพูดว่าอะไร”


“ฉันรักเธอ”


” ฉันชะงักนิ่งไปหลายวินาทีเมื่อได้ฟังประโยคนั้นจากปากของเวฬา เขาพูดมันออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังจนฉันไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาบอกนั้นคือคำบอกเล่าหรือคำบอกรักกันแน่


บ้าน่า เวฬาก็แค่เล่านิทานให้ฟังเฉยๆ เขาไม่ได้บอกรักฉันสักหน่อยนะ!


“ละ แล้วจากนั้น เกิดอะไรขึ้น” ฉันหลบสายตาขณะถามด้วยน้ำเสียงติดขัด เวฬาไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าฉันเลย เขาเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้นจนฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก


“หลังจากได้ฟังคำบอกรักจากนาฬิกา ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งก็หมดลงทันที น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยนคอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้” ปรายนิ้วเรียวชี้ออกไปทางทะเลก่อนจะหันกลับมาสบตากับฉันอีกครั้ง ขณะที่ฉันได้แต่มองและคิดตามเรื่องราวความรักเศร้าๆ ของนาฬิกาทรายกับน้ำแข็งด้วยความรู้สึกเจ็บปวด


ทำไมมันถึงคล้ายกับความรักของฉันจังนะ


“เธอร้องไห้เหรอบีลีฟ”


“หะ” ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเวฬาก่อนจะรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาข้างแก้ม ฉันร้องไห้จริงๆ ด้วย อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวสักนิด นี่มันบ้าชะมัดเลย ทำไมต้องอินกับนิทานขนาดนี้ด้วยนะ


“มันเศร้าใช่มั้ยล่ะ”


“อืม เศร้ามาก รู้สึกเหมือนตัวเองคือนาฬิกาทรายเรือนนั้นเลย” ฉันพูดเสียงแผ่วคล้ายพูดกับตัวเอง ความรักของฉันไม่ต่างจากความรักของนาฬิกาทรายเลย ความรักที่ทำได้แค่รอแม้ตัวเองจะต้องเจ็บปวดและสูญสลายไปก็ตาม ความรักที่ได้รับเพียงความเย็นชาจากน้ำแข็งตอบกลับมาซ้ำๆ โดยที่น้ำแข็งไม่เคยสนใจใยดีเลย


ถ้าเปรียบฉันเป็นนาฬิกาทราย นาฑีก็คงจะเป็นน้ำแข็ง


หากทว่าความเศร้าของฉันกลับถูกหยุดลงด้วยฝ่ามืออบอุ่นของผู้ชายข้างกายที่ยื่นเข้ามาสัมผัสเส้นผมกันอย่างแผ่วเบา เวฬากำลังลูบหัวฉันด้วยความอ่อนโยน ทั้งสีหน้า แววตา และการกระทำของเขามันสั่นคลอนหัวใจอันหนาวเย็นของฉันอย่างมาก โดยเฉพาะคำพูดประโยคต่อมาของเขาที่เปรียบเสมือนสายลมอันอบอุ่นพัดผ่านเข้าโอบล้อมรอบกาย


“สำหรับเฮีย เธอคือน้ำแข็ง”



“น้ำแข็งที่เฮียอยากจะละลายมันด้วยความอบอุ่น ไม่ว่ามันจะยากเย็นแค่ไหนเฮียก็จะพยายาม”


เวฬากำลังทำอะไรกับหัวใจฉันกัน


ฉันตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไร ทำไมอยู่ๆ ถึงรู้สึกหวั่นไหวไปกับคำพูดดีๆ ของผู้ชายคนนี้ ทั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับฉันมาก่อนเลยสักนิด การได้มาเที่ยวกับเวฬาในครั้งนี้มันทำให้ฉันได้รู้และได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในตัวของเขา  ได้สัมผัสบางมุมที่ฉันไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่างเขาจะมี


โดยเฉพาะ ความอบอุ่นอ่อนโยนจากผู้ชายที่ชื่อ เวฬา

 

Loading...35%



หนาวมั้ย?


“มะ ไม่หรอก กลับกันเถอะ” ฉันกระชับเสื้อคลุมหนังตัวโปรดของเวฬาขณะใช้มืออีกข้างจับชายเสื้อด้านหลังเขาเอาไว้ เวฬาเอี้ยวตัวกลับมามองอีกครั้ง สองคิ้วขมวดมุ่นคล้ายขัดใจบางอย่าง


“จับแบบนี้ อยากปลิวหรือไง”


ฉันเม้มปากนิดๆ สายตาหลุบมองมือตัวเองนิ่ง ตอนนี้เราสองคนกลับขึ้นฝั่งมาแล้ว และกำลังจะขี่รถกลับกรุงเทพฯ ความจริงเวฬาตั้งใจจะอยู่ค้างที่นี่อีกสักคืนเพราะเห็นว่านี่มันก็ดึกมากแล้ว แต่ประเด็นคือฉันอยู่ต่อไม่ได้แล้วน่ะสิ พรุ่งนี้ฉันมีขึ้นวอร์ดด้วย และฉันไม่ควรจะขาดอีก ไม่อย่างนั้นปีนี้ฉันไม่จบแน่ๆ


พรึ่บ


“กอดแน่นๆ แบบนี้สิ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยให้ความอบอุ่นกับเฮียบ้าง” มือหนาคว้าข้อมือฉันไปกอดรอบเอวเขา ส่งผลให้ร่างกายฉันเอนตามแรงดึงนั้นไปด้วย กลายเป็นว่าใบหน้าของฉันซบไหล่และแผ่นหลังของเวฬาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนแรกตั้งใจจะดึงมือกลับแต่พอเห็นว่าผู้ชายร่างสูงที่กำลังทำหน้าที่ขี่รถสวมเพียงเสื้อบางๆ ตัวเดียว การกระทำทุกอย่างของฉันก็หยุดลงทันที



“ว่าง่ายๆ แบบนี้โคตรน่ารักเลยว่ะ” เสียงบ่นอุบอิบเบาๆ ดังลอยมาจากผู้ชายตรงหน้า ฉันเอียงคอมองเขาเล็กน้อยเพราะได้ยินไม่ค่อยชัด แต่เวฬากลับอมยิ้มใส่แล้วปิดกระจกหมวกลงก่อนสตาร์ทรถเพื่อขับเคลื่อนออกมาจากตรงนั้นทันที ตอนแรกฉันตกใจมากเพราะกลัวว่าเขาจะขี่เร็วเหมือนอย่างเคยๆ


แต่เปล่าเลย เวฬาขี่รถด้วยความเร็วปานกลาง ไม่ได้น่าหวาดเสียวเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น


นี่เขาคงไม่ได้ขี่ช้าๆ เพื่อฉันหรอกใช่ไหม


 

@คอนโด WX


หลังจากเดินทางจากพัทยามาถึงกรุงเทพฯ ด้วยรถบิ๊กไบค์คู่ใจของเวฬามาชั่วโมงกว่าๆ พวกเราก็กลับมาถึงคอนโดกันโดยสวัสดิภาพ ระหว่างทางเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ฉันเพียงแค่นั่งกอดเอวเขาเงียบๆ แบบนั้นมาตลอดทาง เวฬาก็ไม่ได้ถามหรือเซ้าซี้อะไร เหมือนกับว่าต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง


จนกระทั่ง


“เธอหิวหรือเปล่า” เวฬาเป็นฝ่ายทักขึ้นมาก่อน เมื่อเราทั้งคู่เดินเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว เขาปิดประตูห้องแล้วหันมาเลิกคิ้วถาม ฉันเหลือบมองนาฬิกาบนฝาพนังซึ่งบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนนิดๆ ก่อนจะหันกลับมาสบกับดวงตาคมเข้มอีกครั้ง


“นาย เอ่อ.. เฮียหิวเหรอ” ฉันชะงักสรรพนามคุ้นชินของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนใหม่โดยเลี่ยงสบตากับเขา


มันยังไม่ชินน่ะ อยู่ดีๆ ให้มาเรียกเวฬาว่าเฮียแล้วมันเขินๆ ยังไงไม่รู้ ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มกรุ่มกริ่มของเขาด้วยแล้วฉันยิ่งโคตรอาย!


“หิ๊วหิวอ่ะ ไปหาอะไรกินกัน” เวฬายกมือขึ้นลูบท้องตัวเองแล้วทำท่าจะหันหลังกลับไปทางประตู แต่ฉันรีบคว้าแขนเขาเอาไว้ได้ทัน ใบหน้าหล่อๆ หันกลับมามองกันด้วยความฉงน “ทำไมอ่ะ?”


“ไม่ต้องไปไหนหรอก นี่มันก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวทำบะหมี่ก็ได้” ฉันว่าพลางปล่อยมือออกแล้วรีบหมุนตัวเดินเข้าครัวทันที เวฬาเดินตามมาติดๆ ก่อนจะท้าวสองแขนลงบนเค้าท์เตอร์ สายตาคมจับจ้องกันไม่กระพริบ


“จะทำให้เฮียกินเหรอ” เขาถามขณะที่มือฉันกำลังง่วนแกะซองบะหมี่ใส่ชามสองชาม ฉันเลี่ยงที่จะสนทนาด้วยการเปิดตู้เย็นหาอะไรก็ตามที่สามารถนำมาใส่กับบะหมี่ได้ “นั่นมันชีส? กินกับบะหมี่ได้ด้วยเหรอ?”


“ทำไม ไม่เคยกินเหรอ?” ฉันเหลือบตามองขณะตักชีสใส่ชามตัวเอง เวฬาทำหน้าอเมซิ่งมาก เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มขำออกมา “ปกติฉันกินแบบนี้บ่อยๆ ตอนเข้าเวรน่ะ ดึกๆ ที่โรงพยาบาลไม่ค่อยมีตัวเลือกเยอะนักหรอกนอกจากบะหมี่ซอง”


น้ำร้อนถูกตั้งไฟจนเดือด ฉันปิดแก๊สแล้วทำท่าจะยกหม้อต้มขึ้น แต่กลับถูกร่างสูงเดินเข้ามาซ้อนหลัง มือหนาวางทับมือฉันแล้วจับยกหม้อน้ำร้อนมาเทลงชามทั้งสองแทน ฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าเราไม่ได้อยู่ในระยะประชิดกันขนาดนี้ และเวฬาไม่เข้าถึงตัวฉันจนเร็วเกินไปแบบนี้ด้วย รู้ไหมว่ามันตั้งตัวไม่ทันน่ะ!


“มือก็เล็กแค่เนี้ย ตัวก็นิดเดียว จะเอาแรงที่ไหนมายกน้ำร้อนหะ? เดี๋ยวก็ลวกมือพอดี” น้ำเสียงอบอุ่นบ่นเบาๆ คล้ายกับเอ็นดูกันข้างหู ฉันรีบชักมือออกแล้วถอยตัวห่างจากร่างสูงด้วยหัวใจเต้นรัวแปลกๆ เวฬาผุดยิ้มมุมปากกับท่าทางของฉัน แถมยังจ้องกันไม่วางตาด้วย


ให้ตาย ทำไมร่างกายฉันร้อนขนาดนี้ ใบหน้าก็ด้วย!


“หอมชีสจัง” ฉันหลุดจากอาการบ้าบอของตัวเองแล้วกลับมาสนใจผู้ชายตรงหน้าอีกครั้ง เวฬาก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมจากชามบะหมี่ของฉัน ก่อนจะเลื่อนสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาสบกัน “ขอชิมหน่อยดิ”


อะ อะไรทำไมเวฬาต้องขอด้วยสีหน้าแบบนั้นอ่ะ!


“เฮียหมายถึงขอชิมบะหมี่หน่อย ทำไมต้องทำหน้าคิดลึกด้วย”


“จะ จะบ้าหรอ! ใครคิดลึกกัน ฉันยังไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย” ฉันแว้ดเสียงใส่ด้วยความลืมตัวที่จู่ๆ ก็โดนกล่าวหา เวฬาหัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่เลยอ่ะ นี่เขาสนุกมากหรือไงที่ได้ปั่นป่วนฉันน่ะ มันจะมากเกินไปแล้วนะ!


กึง!


“ไม่ให้ชิม! อยากกินก็ไปใส่ชีสเองเลย! ชิ!


แล้วฉันก็คว้าตะเกียบกับชามบะหมี่ขึ้นมาถือพร้อมกับสะบัดหน้าใส่เวฬาก่อนจะเดินหนีมาที่โซฟาแทน ตอนแรกว่าจะนั่งกินที่โต๊ะเป็นเพื่อนเขาสักหน่อย อยากป่วนฉันดีนักก็นั่งกินไปคนเดียวแล้วกัน!


“โหยอย่าเพิ่งงอนสิ เฮียทำอะไรผิดอ่ะ” 


แต่ดูเหมือนว่าเวฬาจะไม่ยอมนั่งกินที่โต๊ะคนเดียว เพราะเขายกชามบะหมี่เดินตามมานั่งที่โซฟาด้านข้างฉันด้วย แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนฉันกระเถิบหนีแทบไม่ทัน


“นี่ เขยิบไปหน่อยสิ ฉันนั่งไม่ถนัดนะ”


“ก็ตอบก่อนสิว่าเฮียทำอะไรผิด?” เวฬาทู่ซี้อยู่นั่น ฉันได้แต่นั่งกัดริมฝีปากอย่างชังใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของเขา ลองคิดดูสิว่าก่อนหน้าที่เราจะไปเที่ยวทะเลกัน เวฬาร้ายกาจใส่ฉันขนาดไหน แต่พอหลังจากกลับมามันเหมือนกับว่าเขาเป็นคนละคนกันเลย


เวฬาดูซอฟลงมาก เขาดูละมุน ดูมุ้งมิ้งอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งพอเปลี่ยนสรรพนามการเรียกด้วยแล้ว เขายิ่งดูน่ารักจนฉันไม่อยากจะยอมรับเลยว่าคนคนนี้คือเวฬาที่ฉันเคยรู้จักจริงๆ


อ่าถ้าถามว่าฉันโอเคกับเวฬาในเวอร์ชั่นไหนมากกว่ากัน ฉันขอเลือกเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้แทนได้ไหม?


เพราะเวอร์ชั่นตรงหน้าฉันตอนนี้มันโคตรไม่ดีต่อใจฉันเลยอ่ะ! บีลีฟไม่ไหวจะเคลียร์นะพูดเลย! ฮือออ!



Loading... 55%


@โรงพยาบาล HR


“ส่งแค่นี้ก็พอมั้ง ไม่ต้องตามเข้าไปหรอก”


ฉันหยุดยืนหน้าทางเข้าโรงพยาบาลก่อนหันกลับมาหาร่างสูงด้านหลัง เขากำลังจะเดินตามฉันอยู่ ตอนแรกคิดว่าแค่จะมาส่งเฉยๆ แต่ไหงจอดรถแล้วลงมาเดินตามเป็นลูกหมาหลงทางแบบนี้ล่ะ แล้วดูสายตาของบรรดาพยาบาลสาวๆ รอบตัวพวกเราสิ พากันส่งตาเล็กตาน้อยให้เขากันใหญ่


“ไม่เอาอ่ะ อยากเดินไปส่ง” เวฬายืนล้วงกระเป๋าท่าทางเท่ๆ พลางใช้ลิ้นดุนกระพุงแก้มจนมันป่องนิดๆ สีหน้านี่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ยอมกลับง่ายๆ แน่ ฉันกรอกตาใส่เขาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินหนีเข้าโรงพยาบาล


ตามใจแล้วกัน อยากทำอะไรก็ทำเลย


“เลิกเวรกี่โมงอ่ะ เดี๋ยวเฮียมารับ” เวฬาเดินเร็วๆ เข้ามาขนานข้างกับฉัน ซึ่งการกระทำของเขาเรียกความสนใจจากคนรอบข้างอย่างมาก ก็เล่นแต่งตัวเท่ขาดใจซะขนาดนี้ ใครบ้างจะไม่มองอ่ะ ชุดหนังของพวกไบค์เกอร์นั่นแหละสไตล์เขาเลย


“ไม่ต้อง กลับเองได้น่า ว่างนักหรือไง” ฉันเหลือบตามองเขานิดๆ ก่อนจะพูดต่อ “อ้อลืมไปว่าเฮียเป็นพวกว่างงาน”


“โหยแรง ว่างงงว่างงานอะไร เฮียมีธุรกิจเป็นของตัวเองนะ ไหนจะบาร์ ไหนจะอู่”


จริงสินะ ฉันลืมไปว่าเวฬาทำธุรกิจบาร์เหล้ากับอู่ซ่อมรถด้วย เหมือนว่าบาร์เขาจะเป็นเจ้าของเอง ส่วนอู่เป็นแค่หุ้นส่วนร่วมกับเพื่อนๆ เขา ฉันเคยได้ยินแม่พูดถึงอยู่ครั้งสองครั้งแต่ตอนนั้นไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไหร่น่ะ


“นี่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสามีบ้างไหมครับคุณเมีย?”


กึก


เท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักกึกแทบจะทันที ฉันไม่สะดุดขาตัวเองล้มก็บุญเท่าไหร่แล้วเนี้ย! จู่ๆ เวฬาก็พูดแบบนั้นออกมาอย่างไม่อายใคร ไม่แคร์ว่าใครจะได้ยินเลย พาลให้ฉันทำตัวไม่ถูกไปด้วย ยิ่งเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นจากคนรอบข้างที่มองมาทางเราแล้วแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน ฉันก็ยิ่งอาย!


“พะ พูดบ้าอะไรน่ะ อายคนบ้างไหม!


“อายทำไมความจริง” เขาลอยหน้าลอยตาตอบ แถมยังดุนกระพุงแก้มใส่อีก คิดว่าทำแบบนั้นแล้วน่ารักเหรอ!


“กลับไปเลยไป แล้วไม่ต้องมารับด้วย” ฉันสะบัดหน้าใส่เวฬาแล้วเดินฉับๆ มาจนถึงทางเข้าห้องพักนักเรียนแพทย์ เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินตามมาติดๆ เขามันขี้ตื้อที่สุดในโลกอ่ะ!


“ไม่เอา บอกก่อนเลิกเวรกี่โมง ไม่งั้นเฮียนั่งเฝ้าเลยนะ” ฉันรีบหันขวับทันที เขาพูดจริงดิ? นี่ถึงกับจะนั่งเฝ้าฉันเลยเหรอ เราตัวติดกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย ไม่ยักรู้แฮะ!


“บอกแล้วจะกลับเลยใช่ป่ะ”


“อาหะ ทันทีเลยครับ” ตอบอย่างเดียวก็ได้ ไม่ต้องมายิ้มทะเล้นใส่ได้ไหมล่ะ


“ตีหนึ่ง” ฉันกัดฟันตอบไปตามความจริงอย่างไม่เต็มใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่โกหกเขา “รู้แล้วก็กลับไปสิ แล้วไม่ต้องมารับด้วยนะ จะกลับเอง”


“โหย ไม่เอาดิ อ้าว ไงไอ้หมอ” เวฬาคว้าท่อนแขนเล็กเอาไว้ก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางด้านหลังฉัน เขาเอ่ยทักใครบางคนซึ่งฉันยังไม่พร้อมจะเจอในตอนนี้ และไม่กี่วินาทีต่อมาผู้ชายร่างสูงที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับผู้ชายตรงหน้าฉันอย่างกับแกะก็เดินเข้ามาหยุดยืนด้านข้างกัน


“กลับมากันแล้วเหรอ”


ไม่รู้ว่าตอนนี้คนพูดกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่ เพราะฉันไม่ได้มองเขาเลย สายตามันเอาแต่จดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเวฬาราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากตรงนั้น ซึ่งฉันไม่ต้องการแบบนั้น ฉันไม่อยากอยู่กับเขาคนนั้นสองต่อสอง ฉันยังไม่พร้อม


“อือ ไม่อยากกลับเลยเนอะ ฮันนีมูนกันกำลังฟินๆ เสียดายที่บีลีฟโดดเรียนหลายวันไม่ได้”


เวฬาพูดบ้าอะไรไม่รู้ยาวเหยียด ฉันแทบไม่ได้ฟังเขาเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่นาฑีเดินเข้ามา หัวใจมันก็ทำงานช้าลง สมองก็ด้วย


“ถ้างั้นกูกลับก่อนนะไอ้หมอ ส่วนเธอ บีลีฟ” ฉันเงยหน้าขึ้นนิดๆ เมื่อถูกเวฬาเรียกชื่อ เขาส่งยิ้มมุมปากให้กันก่อนจะวางมือลงบนหัวฉันเบาๆ “เลิกเวรแล้วเฮียมารับนะ รอด้วยรู้ป่ะ”


“อะ อืม” ฉันตอบรับโดยไม่รู้ตัว เวฬาเปลี่ยนจากลูบหัวเป็นหยิกแก้มฉันเบาๆ ราวกับหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่กับนาฑีสองต่อสองท่ามกลางความเงียบ


บรรยากาศรอบตัวกดดันขึ้นมาแปลกๆ ฉันเม้มปากอย่างทำตัวไม่ถูก รู้สึกอยากจะเดินหนีไป ในขณะที่อีกใจก็อยากจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อ ราวกับต้องการรออะไรบางอย่างเหมือนคนโง่อย่างที่เคยเป็น และเมื่อเห็นว่าสิ่งที่รอมันไร้ประโยชน์สิ้นดี ฉันเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าห้องพักโดยไม่สนใจคนข้างหลังอีกเลย


หากทว่าจังหวะที่กำลังจะปิดประตู อยู่ๆ ก็ถูกมือหนาจับบานประตูเอาไว้แล้วผลักเบาๆ จนต้องปล่อยมือออก ร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องที่ไร้ผู้คน มีเพียงแค่ฉันกับเขาเท่านั้นที่ยืนอยู่ในห้องๆ นี้


“เฮียงั้นเหรอ” จู่ๆ นาฑีก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะ สีหน้าเขานิ่งเรียบเกินจะคาดเดาได้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ฉันสบตากับเขา ความรู้สึกเจ็บเจียนตายแล่นเข้ามาทำร้ายกันอีกแล้ว


ทำไมกันนะ ฉันอุตสาห์พยายามจะลืมทุกอย่างที่เกี่ยวกับนาฑีไปแล้วแท้ๆ ฉันพยายามอยู่ แล้วทำไมเขาต้องมาสนใจกันแบบนี้ด้วย


“ขอทางด้วย ฉันมีตรวจ” ฉันเลี่ยงเดินจะออกจากห้อง แต่นาฑีใช้ร่างสูงใหญ่มาขวางทางเอาไว้ ดวงตาหวานเลื่อนขึ้นสบกับเขานิ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นช้าลงเรื่อยๆ


“หายไปด้วยกันแค่วันสองวันความสัมพันธ์ก้าวหน้าขึ้นมากนะ” ฉันจ้องตานาฑีด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เขากำลังหมายถึงอะไร เขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่!


“รักมันแล้วหรือไง เวฬาน่ะ”


ฉันสตั้นไปกับคำถามตรงๆ ของผู้ชายตรงหน้ามาก ราวกับโดนน้ำเย็นๆ สาดใส่หน้าด้วยมือของคนที่ตัวเองรัก ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้นาฑีถามออกมาแบบนั้น และไม่รู้ด้วยว่าเขากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน ฉันรู้แค่ว่าสิ่งที่เขาถามนั้น  มันช่างไร้หัวใจสิ้นดี!


รักอย่างนั้นเหรอ ถามว่าฉันรักเวฬาไหมอย่างนั้นเหรอ ถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าหัวใจฉันอยู่ที่ใครเนี้ยนะ


“ก็ไม่ผิดอะไร ถ้าฉันจะรักสามีตัวเอง”


นี่ใช่ไหมคือคำตอบที่เขาอยากได้ยิน


ฉันแค่นยิ้มพลางสบตาเขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหันไปคว้าเสื้อกราวน์มาถือ พยายามกรอกตาขึ้นเพื่อกั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาประจานความน่าสมเพชของตัวเอง ก่อนเดินออกจากห้องพักนั้นมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูอย่างกั้นไม่ไหว


เจ็บชะมัดเลย ฉันเกลียดความรู้สึกนี้ชะมัด!


พอกันที ต่อไปนี้ฉันจะลบผู้ชายคนนี้ออกไปจากหัวใจให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด หรือต้องใช้ใครเป็นเครื่องมือก็ตาม ฉันก็จะทำ!



Loading... 85%



00.45 am


“ออกเวรแล้วแกไปไหนต่อป่ะบี”


“ทำไม จะชวนไปไหนอีกล่ะ” ฉันถามขณะถอดชุดกราวน์มาแขวนเอาไว้ที่เดิม พวกเราเพิ่งจะออกเวรกันน่ะ แล้วทุกครั้งที่ออกเวรเร็วยัยเพื่อนรักก็มักจะชวนไปนั่งดื่มต่อเสมอ ซึ่งฉันก็ไปแทบจะทุกครั้งไม่เคยปฏิเสธ เพราะฉันเองก็ชอบนั่งจิบเหล้าชิลๆ เหมือนกัน ยิ่งถ้าวันไหนมึนๆ กรึ่มๆ ได้ที่นะมีลุกขึ้นมาแดนซ์ตลอดอ่ะ


“จะชวนไปร้านเดิมอ่ะ วันนี้ว่าจะดื่มให้เต็มที่สักหน่อย อยากเมามาหลายวันแล้ว”


“จะบ้าเหรอ ฉันไม่แบกแกกลับหรอกนะยัยอิง ขอบาย” ฉันโบกมือทันที


“โหยไม่ต้องแบกเลย เพราะฉันจะชวนแกเมาเป็นเพื่อนด้วย” อิงฟ้าคล้องแขนฉันแล้วพากันเดินออกจากห้องพักมาตามโถงทางเดิน


“ยังไงอ่ะ ถ้าเมาทั้งคู่แล้วจะกลับยังไงยะ”


“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันมีบอดี้การ์ดไปด้วย นู้นไง ยืนรออยู่นั่น” อิงฟ้าพยักพเยิดไปทางใครคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนมองพวกเราอยู่พอดี พอเห็นหน้าใสๆ บวกกับรอยยิ้มละลายใจนั่นแล้วฉันก็จำเขาได้ในทันที


“แอล? แกจะให้แอลไปคอยแบกเรากลับเหรอ?”


“เยส! หมอนั่นเต็มใจมากๆ อ่ะ ดูกระดี๊กระด๊าเหลือเกินตอนฉันชวนไปด้วย”


ฉันมองอิงฟ้าตาปริบๆ อย่างไม่รู้จะพูดอะไร ก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรแอลหรอกนะ แต่แบบว่ามันจะดีเหรอที่ให้เขาไปนั่งเฝ้าพวกเราดื่มกันน่ะ แถมยัยนี่ยังคิดจะชวนฉันเมาอีกด้วย เวลาฉันเมาแล้วไม่ค่อยเหมือนใครนะ มันจะดีเหรอ


“หวัดดีฮะเจ้” แอลโบกมือทักทายฉัน รอยยิ้มกระชากใจยังฉายอยู่บนหน้าเขา นี่ถ้าคิดแบบคนหลงตัวเอง ฉันคงจะคิดว่าแอลพยายามอ่อยฉันนะ ยิ้มอ่อยบ่อยเหลือเกิน


“หวัดดี เอ่อ นายจะไปด้วยเหรอ”


“อ่าหะ ทำไมครับ ไปด้วยไม่ได้เหรอ”


“เห้ยบ้า ไปได้ดิ แค่ถามเฉยๆ” ฉันยิ้มนิดๆ พลางเหลือบมองยัยเพื่อนรัก อิงฟ้ามองหน้าฉันสลับกับแอลไปมาเหมือนกำลังคิดอะไรในใจ “มองอะไรของแกเนี้ย”


“ก็แปลกใจอ่ะ ทำไมแกกับแอลดูสนิทกันจังวะ” คำถามของอิงฟ้าเรียกรอยยิ้มจากผู้เป็นน้องชายทันที แอลมองฉันนิดหนึ่งแล้วหันไปตอบคำถามแทน


“เราเคยไฝว้กันไง ดุเดือดเลือดสาดเลยด้วย”


“จริงดิ? ตอนไหน อะไร ยังไง แล้วไปไฝว้กันได้ไงอ่ะ” คราวนี้ยัยอิงฟ้าถามรัวๆ เลย สีหน้านี่อยากรู้หนักมาก คงจะคิดว่าตัวเองไปตกข่าวสำคัญตอนไหนสินะ


“แกก็บ้ายัยอิง แอลหมายถึงในเกมยะ! ฉันเคยเล่นเกมกับแอลที่ห้องแกไง ตอนที่มียัยตัวดีบางคนแอบขโมยรถฉันไปขับอ่ะ” ฉันอธิบายขยายความในบันดล ไม่อยากให้ยัยนี่คิดไปไกลแล้วเซ้าซี้ไม่เลิกแบบนี้ มันเสียเวลามากอ่ะพูดเลย


“อย่าเรียกว่าขโมย เขาเรียกว่ายืมย่ะ!


เออนั่นแหละ ไม่ต่างกันหรอก!


“อุ้ย นั่นหมอฑีนี่ กำลังมองมาทางแกอ่ะยัยบี!


และในระหว่างที่เราสามคนกำลังเดินออกมาหน้าโรงพยาบาล อยู่ๆ อิงฟ้าก็พูดขึ้น ซึ่งฉันจะไม่สนใจเลยถ้ายัยนั่นไม่เอ่ยชื่อของเขาคนนั้นขึ้นมา สายตาจึงเหลือบมองโดยอัตโนมัติทันที


นาฑีกำลังมองมาทางนี้จริงๆ ด้วย เมื่อเราสบตากันเขาก็เลื่อนสายตาดุๆ ไปทางแอล สายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่เป็นมิตรมากๆ


“นั่นใช่สามีเจ้หรือเปล่า สายตาแบบนี้โคตรคุ้นเลย” แอลหันมาถาม เขาเดินอยู่ใกล้ฉันพอสมควร จริงสิ แอลเคยเจอสายตาหาเรื่องของเวฬามาแล้วครั้งหนึ่ง มันคงไม่แปลกถ้าเขาจะคิดว่านาฑีเป็นเวฬาน่ะ


“ไม่ใช่ยะ นั่นเป็นพี่ชายฝาแฝดของสามียัยบีต่างหากล่ะ”


“พี่ชายฝาแฝด? แล้วทำไมต้องมองฉันเหมือนอยากจะเข้ามาซัดหน้ากันขนาดนั้นด้วยวะ” ฟังจากน้ำเสียงแอลดูจะหงุดหงิดเล็กๆ แต่ก็นะ สายตาที่นาฑีใช้มองแอลมันแสดงออกชัดแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรอีก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะเคยสนใจใครเลย


“อย่าไปสนเลย รีบไปกันเถอะ” ฉันตัดบทแล้วคว้าแขนแอลกับอิงฟ้าให้เดินตามมา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวมือข้างที่จับแขนแอลอยู่ก็ถูกมือหนาตรงเข้ามากระชากออกด้วยความรวดเร็ว พวกเราสามคนชะงักฝีเท้าทันที ก่อนจะหันไปมองเจ้าของมือข้างนั้นพร้อมกัน


สิ่งแรกที่เห็นก็คือสายตาเคืองๆ ที่กำลังมองมาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนริมฝีปากหนาจะขยับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ฟังแล้วชวนขนลุกเลยทีเดียว


“ไม่รอไม่ว่า แต่อย่าไปกับผู้ชายคนอื่นได้มะ หวง!


TO BE CONTINUED

รักเรื่องนี้จิ้มเลย
V
V
ADD ME
 




TALK
โง้ยย น้ำเสียงแบบนี้ไม่ใช่แค่หวงแล้วเฮีย หึงแรงเลยล่ะ อิๆ
ดูเหมือนเจ้บีจะรถไฟชนกันหลายขบวนเลยนะเนี้ย
มาลุ้นกัน EP หน้าว่าเจ้จะทำไงต่อไป
ไหนตอบหน่อย มีใครอยากอ่าน NC ของคู่นี้แล้วบ้าง ยกมือ 0/

อ่านแล้วเม้นด้วย 1 เม้น 1 โหวต 100% นะคะ
วางจำหน่าย E-Book แล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3537 pcjy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:55
    อ่านนิทานแล้วเศร้าตาม
    #3,537
    0
  2. วันที่ 9 มกราคม 2560 / 11:42
    ยกมือรัวๆ
    #1,584
    0
  3. #1563 bomos (@bomos) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 10:41
    รอ nc อิอิ
    #1,563
    0
  4. #1560 Fanatic-fanfan (@fuse-elfs) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 02:47
    me ^O^/
    #1,560
    0
  5. #1559 SopapornPogpoon (@SopapornPogpoon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:53
    รอจ้าาาา
    #1,559
    0
  6. วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:40
    ~NC~NC~NC~NC~
    รออ่านจ้าาาาาาาาาา
    #1,558
    0
  7. #1557 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 01:00
    รออออค่ะรอออออออ
    #1,557
    0
  8. #1556 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:59
    รออออออออออออ
    #1,556
    0
  9. #1555 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:59
    มาต่อไวๆนะคะ
    #1,555
    0
  10. #1554 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:59
    รอออออออนะคะ
    #1,554
    0
  11. #1553 bigbiggirlinthebigbigworld (@pornsineetcb) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:59
    กี๊สสสสสสสสสสสวเฮียเวแน่นอล
    #1,553
    0
  12. #1552 mayyzii777 (@mayyzii777) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 00:50
    โอ๊ยไม่ไหวๆๆๆๆๆยิ่งอ่านยิ่งหลงเวฬา
    #1,552
    0
  13. #1551 เรายังมีใจ ตรงกัน อยู่ไหม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 23:10
    โห้!หวงไม่ดูคนข้างๆเลย ไปกับผชคนเดียวซะทีไหนย่ะ! อิงฟ้าก็ไปด้วยน่ะ อย่ามาๆ.........#อินอ่ะค่ะ ^~^
    #1,551
    0
  14. #1550 chalisa_ab (@chalisa_ab) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:51
    มาต่อด่วนนน
    #1,550
    0
  15. #1549 Assembled (@Assembled) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:37
    เอา NC
    #1,549
    0
  16. #1548 namtanza1 (@namtanza1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 22:17
    อะไรของนาฑี เป็นอะไร๊
    #1,548
    0
  17. #1547 kliew81133 (@kliew81133) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:56
    งง ปมในใจนาฑีอ่ะ แล้วก่อนหน้านี้ทำไมไม่พยายามหมั้นอะ หรือรู้ว่าน้องชอบเจ้บี
    แล้วมาหวงตอนนี้ช้าไปม่ะ หวงก้างจุง
    #1,547
    0
  18. #1546 kruemee (@krue1980) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:51
    เฮียเวมาอ่ะ หึงโหดอีกป่าว แล้วนาฑีคือหึงด้วยใช่ป่าว งง นาฑีคือชอบบีลีฟใช่ไหม
    #1,546
    0
  19. #1545 miwza96 (@miwza96) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:49
    บทจะมาก็มาเลยอ่ะ เฮียยน่าร๊าก อร๊ายย
    #1,545
    0
  20. #1544 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:45
    อ้ากกกกกก เฮียน่าร้ากกกกก
    #1,544
    0
  21. #1543 OilNarakon (@OilNarakon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:18
    nc  ✋✋✋👄👄
    #1,543
    0
  22. #1542 zetiana (@zetiana) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:06
    ???????
    #1,542
    0
  23. #1541 P-phakbung (@B_bung) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:46
    นั่นไงเฮียเวฬามาแว้วว
    #1,541
    0
  24. #1540 Foey (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:40
    NC จงมาๆๆ เพี้ยง!!
    #1,540
    0
  25. #1539 fangchada (@fangchada) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 20:34
    มีความหวงเว้ยยยย
    อยากได้ newyork citi แรงมากกก
    #1,539
    0