SAVAGE WIFE #เมียใจมาร

ตอนที่ 13 : ll BATTLE 10 ll #ก้าวผ่านความกลัว 120 Per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    30 พ.ย. 60

 
Devil Smiley
 
    
 
 

 
 
ll BATTLE 10 ll
 
 
#ก้าวผ่านความกลัว
  
 
Don’t you give up, nah-nah-nah
I won’t give up, nah-nah-nah
Let me love you
Let me love you
 
 
 
 
 

ความรู้สึกแรกหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาคืออาการปวดหัวราวกับมันจะระเบิดออกมา ฉันค่อยๆ ขยับตัว สายตากระพริบถี่เพื่อปรับการมองเห็นก่อนจะหยุดลงตรงที่ใบหน้าของใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ในระยะประชิด ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดชะงักแทบจะทันที สองตาเบิกกว้างตามมาด้วยเสียงหัวใจเต้นตึกตักๆ ผิดปกติ

 

อะ อะไร นี่มันอะไรกันเนี้ย

 

ฉันตะโกนถามตัวเองในใจขณะยังคงจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของเวฬา สมองฉันเบลอไปหมด จำไม่ได้ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วทำไมฉันถึงตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้อีกแล้ว  แถมเขายังนอนกอดฉันแน่น ริมฝีปากหนาพ่นลมหายใจกรุ่นร้อนมากระทบหน้าผากกันอย่างสม่ำเสมอ

 

เขายังหลับอยู่สินะ

 

เมื่อเห็นว่าเวฬายังคงหลับสนิท ฉันจึงสบโอกาสเฟดตัวเองออกจากวงแขนของเขาอย่างช้าๆ พยายามเคลื่อนไหวให้เบามือที่สุด เพื่อไม่ให้เขาตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นฉันได้มุดแผ่นดินหนีแน่ๆ พอหลุดจากวงแขนอบอุ่นนั่นมาได้ก็ถึงคราวหันมองรอบตัวบ้าง ทำให้รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ห้องนอนของเวฬา มันไม่คุ้นตาเลยสำหรับฉัน

 

ที่ไหนกันเนี้ย

 

“นั่นเธอจะไปไหน?”

 

เฮือก!

 

ฉันสะดุ้งโหยงพร้อมกับรีบหมุนตัวกลับมาหาต้นเสียงด้านหลังทันที เวฬาลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนแล้ว และนั่นมันโคตรกระตุกหัวใจฉันอย่างแรงเลย มีใครเคยบอกหมอนี่ไหมว่าเวลานอนกับคนอื่นไม่ควรถอดเสื้ออ่ะ!

 

“เอ่อ

 

ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังอึกขณะสายตาเจ้ากรรมเผลอกวาดมองเรือนร่างเปล่าเปลือยท่อนบนของร่างกำยำตรงหน้า ลวดลายของรอยสักสวยงามพาดผ่านไปทั้งลำตัว ซิคแพคแน่นๆ ที่ไม่คิดว่าคนหุ่นแบบเขาจะมีด้วย ฉันรีบเลื่อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาเรียวคมดุจมังกรที่กำลังหรี่มองกันอย่างจับผิด สีหน้างัวเงียบวกกับทรงผมที่ไม่เป็นทรงมันโคตรขับให้ลุคนี้ของเวฬาดูเซ็กซี่อย่างไม่น่าให้อภัยเลย!

 

“สายตาเธอกำลังเชิญชวนฉันอยู่นะ รู้ตัวป่ะ?”

 

“หะ?” ฉันเหวอไปกับคำพูดยิ้มๆ ของเวฬา ก่อนจะรีบหันหน้าหนีไปอีกทาง ทำไมอยู่ๆ ฉันถึงรู้สึกแปลกๆ กับหมอนี่ขึ้นมานะ ทั้งที่ปกติแล้วไม่เคยสนใจอะไรเขาขนาดนี้นี่ เวฬาไม่เคยมีอิทธิพลต่อฉันเลยสักนิด แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี้ย!

 

และในขณะที่ฉันกำลังยืนสับสนกับชีวิต จู่ๆ ร่างสูงที่เคยนั่งอยู่บนที่นอนก็เดินเข้ามาในระยะประชิด ฉันเผลอตกใจถอยหลังจนสะดุดขาตัวเองแล้วจะหงายหลัง โชคดีที่มีวงแขนแกร่งช้อนเอวเอาไว้ได้ทัน แต่ในความโชคดีนั่นกลับแฝงไว้ด้วยความโชคร้ายเมื่อร่างกายของเราสองคนกลับมาแนบชิดกันอีกครั้ง

 

 

สองตาสบกันนิ่งงัน ใบหน้าหล่อร้ายกาจอยู่ใกล้เพียงปลายจมูกชนกัน ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มมุมปากพาหัวใจดวงน้อยสั่นไหวแปลกๆ แล้วภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายวาบเข้ามาในโสตประสาทพร้อมกับความร้อนผ่าวบริเวณริมฝีปากลามไปทั่วใบหน้าทันที

 

บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องไปนึกถึงฉากจูบนั่นด้วย! อ๊ากกก! แกบ้าไปแล้วเหรอบีลีฟ!

 

“หน้าเธอแดงใหญ่แล้วนะ เชิญชวนกันขนาดนี้เลย?”

 

“บะ บ้าเหรอ! ไม่ได้เชิญชวนอะไรสักหน่อย ฉะ ฉันร้อนต่างหากเล่า! ปล่อยเลย!” ฉันรีบแก้ตัวเสียงสูงพร้อมกับยกสองมือขึ้นผลักร่างสูงออก เวฬายอมปล่อยโดยง่ายแต่ก็ยังไม่วายส่งยิ้มเหมือนจะรู้ทันมาให้ “ยิ้มบ้าอะไรของนาย!

 

“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” ถึงปากจะพูดงั้น แต่สายตานี่มันเจ้าเล่ห์เกินคนจริงนะ!

 

“แล้วนี่ นี่ที่ไหนอ่ะ ไม่ใช่ที่คอนโดนายนิ” ฉันถามเปลี่ยนเรื่องพลางกวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้ง สองเท้าเดินไปทางหน้าต่างเพื่อเปิดม่านดู และก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “ทะเล?! นี่เรายังอยู่ที่ทะเลหรอกเหรอ?!

 

“แหงสิ ก็ที่นี่มันโรงแรม”

 

“โรงแรม?!!

 

“อือ เมื่อคืนหลังจากเราจูบกันเธอก็เมาหลับไป แล้วฉันพาเธอกลับกรุงเทพฯ ด้วยสภาพนั้นไม่ไหวก็เลยพาเข้าโรงแรมเนี้ยแหละ” เวฬาเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงปกติ หากทว่าดั่งคมมีดปักเข้าหัวใจฉันดังปึกๆ เลย

 

โง้ยยยย! นี่เขากล้าพูดเรื่องจูบนั่นด้วยสีหน้าเฉยๆ แบบนั้นได้ยังไงอ่ะ! แค่ได้ฟังตัวฉันก็จะระเบิดตายอยู่แล้วนะ!

 

แต่เดี๋ยวก่อนนะ ฉันควรจะพักเรื่องบ้าบอนั่นไว้ก่อนสิ เพราะฉันมีเรื่องใหญ่ที่ต้องคิดมากกว่า!

 

“งั้นแสดงว่าเรายังอยู่พัทยางั้นเหรอ?” คำถามของฉันได้รับการพยักหน้าตอบกลับมา สายตาเลื่อนมองนาฬิกาบนหัวเตียงทันที ก่อนจะแดดิ้นออกมาด้วยความอยากตายสุดๆ “โอ้ยๆๆๆ แย่แล้ววว! ฉันโดนม๊าฆ่าตายแน่ๆ เลย!

 

ฉันรีบวิ่งไปที่กระเป๋าแล้วควานหาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเปิดเครื่องและพบมิสคอลเกือบสามสิบสาย โดยมาจากแม่และอิงฟ้าที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงจะโทรมาจิกฉันทั้งคู่นั่นแหละ

 

Rrr…

 

“ฮือออ ม๊าโทรมาอีกแล้วๆๆ ทำไงดีๆๆ”

 

ฉันสติแตกไปแล้วตอนนี้ ร่างเล็กๆ วิ่งพล่านไปมาพร้อมกับจ้องหน้าปัดโทรศัพท์ เวฬามองฉันด้วยสายตางุนงง ฉันเลยหันไปโวยวายใส่เขาเพื่อระบายอารมณ์

 

“เพราะนายคนเดียวเลย งือออ! ฉันต้องโดนม๊าฆ่าแน่ๆ เมื่อคืนโดดเวรก็ว่าแย่แล้วนะ แต่โดดเคสผ่าตัดวันนี้ด้วยฉันต้องโดนม๊าจับผ่าตัดแทนคนไข้แน่ๆ เลยอ่า!” ว่าแล้วก็ทึ้งหัวตัวเองแรงๆ สักที ก่อนจะรวบรวมสติแล้วกดรับสายเรียกเข้าที่ดังขึ้นอีกครั้ง “ค่ะม๊า

 

[บีลีฟ! นี่ลูกอยู่ไหนเนี้ย! ทำไมโทรหาไม่รับหะ! เมื่อคืนก็โดดเวรแล้วตอนนี้ก็ยังไม่มาอีก…] ฉันดึงโทรศัพท์ออกจากหูด้วยสีหน้าอยากจะร้องไห้ แม่ฉันดุแบบนี้เสมอถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรงพยาบาล เพราะท่านเป็นถึงผู้อำนวยการแถมยังคาดหวังจากฉันค่อนข้างสูง เพราะท่านไม่อยากให้ใครเอาไปเม้าส์ได้ว่าฉันเป็นลูก ผอ. แต่กลับทำตัวเหลวไหล

 

บีขอโทษนะม๊า บีผิดไปแล้วฮือออ!

 

พรึ่บ

 

“อ๊ะ!” ฉันอ้าปากพลางมองตามโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกแย่งไปตาค้าง เวฬาคว้ามันไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวก่อนจะจับมันแนบหูพร้อมกับจ้องตาฉันไปด้วย

 

“ผมเองนะฮะน้าเม ครับ เราอยู่ด้วยกัน

 

ฉันยืนมองเวฬาคุยสายกับแม่ตาปริบๆ คาดเดาไม่ถูกว่าผู้ชายคนนี้จะทำอะไร เขาคงจะฟ้องแม่แน่ๆ เลยว่าเมื่อคืนฉันโดดเวรไปเที่ยวจนเมาแล้วตื่นไปโรงพยาบาลไม่ไหว เขาต้องทำแบบนั้นแน่ๆ เพราะแม่สั่งให้เขาคอยจับตาดูฉันตลอดเวลาอยู่แล้วนี่!

 

“พอดีเมื่อคืนบีลีฟไม่สบายน่ะครับ คิดว่าวันนี้ก็คงไปโรงพยาบาลไม่ไหว น้าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลเธออย่างดีเลย”

 

เดี๋ยวนะ นั่นเวฬากำลังโกหกแม่เพื่อช่วยฉันอยู่เหรอเขาทำ แบบนั้นไปทำไมกัน? 

 
Loading...35%
 


นายทำอะไรน่ะ?” ฉันถามเมื่อเห็นว่าเขากดตัดสายแม่ไปแล้ว เวฬากดปิดเครื่องอย่างหน้าตาเฉยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกัน


“ก็ลาป่วยให้เธอไง”


“ลาป่วย? ลาทำไม?” จะด่าว่าโง่ก็ได้นะ แต่ตอนนี้เดาอารมณ์หมอนี่ไม่ออกเลยอ่ะ จู่ๆ เขาเป็นบ้าอะไรไป ทำไมถึงมาช่วยฉันล่ะ?


“แฮงค์อยู่ไม่ใช่? คงไม่คิดจะไปผ่าตัดคนไข้ในสภาพแบบนี้หรอกนะ” เขามองฉันนิดนึงแล้วเดินออกจากห้องไป ฉันอ้าปากค้างสายตามองตามร่างสูงอย่างพูดอะไรไม่ออก สักพักเวฬาก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมกับชุดตัวเมื่อวานของฉันในมือ


เห้ย เดี๋ยวนะ! นั่นมันชุดฉันไม่ใช่เหรอ?!


“นะ นี่” ฉันชี้ไปที่ชุดก่อนจะก้มลงมองร่างกายตัวเอง ความร้อนแล่นวาบไปทั่วใบหน้าทันทีที่เห็นว่าตอนนี้ฉันกำลังสวมชุดนอนตัวบางอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร และใคร เป็นคนสวมให้!


“ไปอาบน้ำแต่งตัวซะสิ ฉันให้แม่บ้านเอาชุดเธอไปซักแห้งให้แล้ว” เวฬายัดชุดเดรสตัวเดิมใส่มือฉันก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง แต่ฉันคว้าแขนเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องคาใจผ่านไปง่ายๆ


“ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าฉัน


“ถามทำไม?”


“ตอบมาเถอะ!” ฉันโคตรลุ้นเลยอ่ะ พยายามจะไม่คิดมากและปล่อยให้มันผ่านไปนะ แต่พอเห็นสีหน้ายิ้มเล็กยิ้มน้อยของเขาแล้วมันปล่อยไม่ได้จริงๆ!


“ในห้องนี้ก็มีแค่ฉันกับเธอ คิดเองสิ” 


และนั่นคือคำตอบแบบกวนประสาทของเขาก่อนมือหนาจะปลดมือฉันออกแล้วเดินออกจากห้องไป ยังไม่วายหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ฉันอีกด้วย มันยิ่งตอกย้ำคำตอบที่ฉันไม่อยากจะยอมรับ


“อ๊ายยยยยยย!! ไอ้บ้าเวฬา!!


 


“นี่เธอ โกรธเหรอ”



“บีลีฟ โกรธมากหรือไง?” ฉันยกสองมือขึ้นปิดหูแล้วเดินฉับๆ ออกจากตัวลิฟต์หนีผู้ชายร่างสูงที่เอาแต่ถามเรื่องเดิมๆ มาตลอดเวลาที่อยู่ในนั้น


เขามันบ้ามาก! เวฬาน่ะ เขากล้าดียังไงถึงฉวยโอกาสเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันตอนเมา มันโคตรน่าอายเลยนะ แถมยังมาอ้างว่าชุดฉันเหม็นเหล้าเลยจะเอาไปซัก เหตุผลบ้าบอที่สุด!


“เออๆ ฉันขอโทษก็ได้” ฉันชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอโทษจากปากของเขา ตอนนี้เราสองคนเดินมาถึงหน้าโรงแรมแล้ว และฉันก็เตรียมจะเรียกแท็กซี่แล้วด้วย แต่ถูกมือหนารั้งแขนเอาไว้เสียก่อน เวฬาดึงฉันให้หันกลับไปหา ใบหน้าหล่อแสนร้ายดูสลดลงนิดๆ “เธอจะโกรธฉันก็ได้ แต่ฉันไม่ยอมให้เธอกลับเองหรอกนะ”


“นายมีสิทธิ์อะไรมาห้าม?”


“ทะเบียนสมรสก็มี จะดูไหม?”


“คิดว่าฉันสนเหรอ!” ฉันเถียงด้วยความเหนือกว่า เวฬาเอาเรื่องนั้นมาบังคับฉันไม่ได้หรอก เขาก็น่าจะรู้ดีนี่


“โอเค งั้นฉันจะโทรหาน้าเมแล้วบอกท่านว่าเรื่องเมื่อกี้ฉันโกหก จริงๆ แล้วลูกสาวสุดที่รักของท่านโดดเวรไปเที่ยวจนเมาแล้วไปเรียนไม่ได้”


ฉันงับปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถเถียงเขาในเรื่องนี้ได้ เวฬากระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขามันนิสัยเสียสุดๆ! กะแล้วเชียวว่าคนอย่างหมอนี่ไม่มีทางช่วยฉันง่ายๆ หรอก! คิดจะเอาเรื่องนี้มาแบล็คเมลฉันเหรอ ร้ายเกินไปแล้วนะ!


“เอ๊ะ เบอร์น้าเมเบอร์อะไรน้า” เขาปล่อยมืออกจากแขนฉันแล้วหันไปสนใจโทรศัพท์แทน ฉันเม้มริมฝีปากอย่างคิดหนักสุดๆ รู้สึกอยากจะหนีขึ้นแท็กซี่กลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ แต่มันติดตรงที่ทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ!


“เออๆ ฉันกลับกับนายก็ได้! พอใจยัง!” ฉันกัดฟันพูดพลางจ้องหน้าเขาอย่างไม่เต็มใจสุดๆ เวฬาเดาะลิ้นด้วยท่าทางกวนประสาทขณะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเช่นเดิม


“ยังไม่พอ เพราะฉันยังไม่อยากกลับตอนนี้” มือหนาคว้ามือฉันไปจับก่อนจะดึงให้เดินตามไปทางลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ ฉันเดินตามเขาไปอย่างช่วยไม่ได้ ปากก็ตะโกนถามตลอดทาง


“เดี๋ยวสิ! หมายความว่ายังไงอ่ะ! ทำไมยังกลับไม่ได้?!” เขาลากฉันมาถึงรถบิ๊กไบค์คู่ใจก่อนจะหยิบหมวกกันน๊อคขึ้นมาสวมใส่ให้ฉัน เราสบตากันชั่วขณะ ดวงตามังกรพราวระยับเล็กน้อยพร้อมผุดรอยยิ้มเล็กๆ มุมปาก


“เพราะวันนี้เราจะไปฮันนีมูนกัน”


อะ อะไรนะ?? ฮันนีมูนงั้นเหรอ?!!

 


“ทำหน้าให้ดูเต็มใจหน่อยได้มั้ยบีลีฟ ฉันไม่ได้บังคับเธอมานะ”


เวฬาหันมาขมวดคิ้วใส่ฉัน แต่มุมปากยังไม่ยอมหยุดยิ้มเลยนะ ไม่รู้วันนี้เขามีความสุขอะไรนักหนา คงจะสุขมากสินะที่ได้แกล้งฉันแบบนี้อ่ะ แล้วดูสิ เขาพาฉันไปทานข้าวเช้าเสร็จก็พามานั่งเรือไปไหนไม่รู้ ฉันบอกว่าไม่อยากไปเขาก็เอาเรื่องจะฟ้องแม่มาอ้าง ผลสุดท้ายฉันก็ต้องมานั่งทำหน้างออยู่บนเรือจนได้


“ว้า สงสัยต้องโทรหา


“นี่! เลิกขู่ฉันสักทีได้มั้ยไอ้เวฬาบ้า!” ฉันอยากจะด่าเขาให้เจ็บแสบกว่านี้นะ แต่ทำอะไรมากไม่ได้ไง เขาถือไพ่เหนือกว่านี่!


“โห เดี๋ยวนี้ขึ้นไอ้เหรอ?” เวฬาเก็บโทรศัพท์แล้วเดินเข้ามาประชิดตัวฉันซึ่งยืนพิงราวระเบียงของเรืออยู่ บริเวณที่เรายืนอยู่เป็นส่วนท้ายเรือที่บรรยากาศเงียบสงบสุดๆ และมันจะสงบมากกว่านี้ถ้าเขาไม่ได้ตามฉันมา


“จะทำบ้าอะไร ถอยไปนะ อึดอัด” ฉันถอยหลังหนีจนสะโพกชิดกับราวระเบียง เวฬาท้าวสองแขนคร่อมลงบนนั้นโดยมีฉันยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าหล่อร้ายกาจยื่นเข้ามาใกล้ รู้สึกได้เลยว่าระยะห่างของเราตอนนี้มันเหลือน้อยลงทุกที


“เรียกเฮียก่อนสิ แล้วจะถอย”


ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังอึก สองตาสบกับแววตาพราวระยับนิ่ง เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมาเลยมั้งที่เวฬาเรียกร้องให้ฉันเรียกเขาแบบนั้น ทั้งที่ผ่านมาเขาไม่เห็นจะสนใจเลยแม้ว่าเราจะอายุห่างกันหนึ่งปีก็เถอะ


อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเรียกเวฬาแบบนั้นนะ แต่เพราะเขาไม่ต้องการให้เรียกไง เพราะเขาไม่ชอบ ฉันเลยไม่เคยเรียกเขาว่าเฮียอีกเลย


“ว่าไง ไหนลองเรียก เฮียเว หน่อยซิ”


Loading...55%




คราวนี้คนตัวสูงยื่นใบหน้าหล่อๆ มาใกล้ ริมฝีปากผุดรอยยิ้มกระชากใจ ดวงตาแพรวพราวจนต้องหลบสายตาหนี ฉันเม้มปากอย่างคิดหนัก ไม่ใช่ว่าเรียกไม่ได้นะ แต่ไม่รู้อ่า ทำไมฉันรู้สึกเขินอ่ะ!


“หนึ่ง” 


แล้วอยู่ดีๆ เวฬาก็นับเลขขึ้นมาเหมือนต้องการกดดันกัน ปรายนิ้วเรียวยกขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมของฉันที่ถูกสายลมพัดกระทบใบหน้า ฉันเผลอสบตากับเขานิ่งงัน หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ฉันไม่เคยรู้สึกรุนแรงกับเวฬาเท่านี้เลย ปกติแล้วคนที่จะทำให้หัวใจฉันเต้นรัวเร็วได้ก็คือ นาฑี


แปลก น่าแปลกที่สุด


“สอง


“ดะ เดี๋ยวสิ” ฉันเบี่ยงหน้าหนีด้วยความร้อนรน ไม่รู้ว่าเวฬาคิดจะทำอะไรถ้าเขานับถึงสาม แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่เรื่องดีชัวร์ แล้วดูสีหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาสิ จะยื่นเข้ามาใกล้ทำไมนักหนา ฉันเอนตัวหนีจนจะตกเรืออยู่แล้วนะ!


“สาม


“เฮีย อื้อ!” ฉันเรียกเฮียออกมาพร้อมกับคำว่าสามของเวฬา แต่เหมือนมันจะช้าเกินไปเพราะเรียกยังไม่ทันจบก็ถูกริมฝีปากกรุ่นร้อนทาบทับลงมาด้วยความรวดเร็ว เวฬาฉวยโอกาสกับฉันอีกแล้วนะ! เขารั้งท้ายทอยฉันเข้าแนบชิดเพื่อบดจูบร้อนแรง มืออีกข้างเคล้นคลึงแผ่นหลังฉันแน่น ฉันไม่อาจต้านทานอะไรเขาได้เลย


เวฬารุกฉันหนักมาก ทั้งมือปลาหมึกและเรียวลิ้นร้ายกาจของเขาปั่นป่วนสติของฉันจนแทบจะไม่เหลือแล้ว สมองมันขาวโพลนไปหมด แถมร่างกายก็ดันทรยศกันเสียนี่!


“หวานจัง” หน้าฉันร้อนเห่อไปหมดเมื่อเวฬาถอนจูบออกพร้อมกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบหรี่มอง รอยยิ้มกริ่มผุดขึ้นมุมปาก ฉันที่กำลังสมองเบลอไปชั่วขณะทำได้เพียงกระพริบตาปริบๆ ใส่เขา ก่อนจะถูกคนนิสัยเสียก้มลงมาจุ๊บปากอีกรอบ ฉันถึงได้สติกลับคืนมา


“นะ นี่ ทำบ้าอะไรของนาย!” ฉันผลักร่างสูงออกพลางยกหลังมือขึ้นเช็ดปากตัวเองลวกๆ เวฬายอมถอยหลังไปโดยง่าย แต่ปากนี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หยุด


“ก็เธอช้า”


“ช้าบ้าอะไรล่ะ ฉันกำลังจะเรียกไง! แล้วนายมาจูบหึ้ย!” ฉันชะงักคำว่าจูบก่อนจะมองแรงใส่เขาทีหนึ่งแล้วเดินหนีออกมา มันร้อนหน้าไปหมด อยู่ๆ ก็ไม่กล้าสบตาเขาขึ้นมา บ้าชะมัดเลย! นี่มันไม่ปกติแล้วนะ!


“จะหนีไปไหนล่ะ รอเฮียด้วยสิ”


สองเท้าฉันชะงักกึกเมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไปของเวฬา พอหันกลับมาก็พบกับรอยยิ้มบ้าบอนั่นอีกแล้ว เขายิ้มทั้งวันเลยนะวันนี้อ่ะ ไม่รู้ว่ามีความสุขอะไรนักหนา แล้วดูสายตาที่ใช้มองกันสิ หมายความว่ายังไงกันนะ


“นายนี่มัน


“อ่ะๆ บอกให้เรียกเฮียไง หรืออยากโดนแบบเมื่อกี้อีก”


ฉันงับปากตัวเองอย่างพยายามอดกลั้น สองตาจ้องเขาไม่กระพริบก่อนจะสะบัดหน้าใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม เวฬาเดินตามมาทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างแถมยังพาดแขนไปทางพนักพิงด้านหลังฉันเหมือนกำลังโอบไหล่กัน


เขามันบ้า แต่ฉันสิบ้ากว่า! ทำไมต้องใจเต้นด้วย!

 


“เดี๋ยวนะนี่จะพาฉันมาดำน้ำงั้นเหรอ?” ฉันหันหน้าไปถามคนข้างกายที่กำลังสวมชุดดำน้ำด้วยท่าทางทะมัดทะแมง เมื่อเขาจัดการตัวเองเสร็จ เวฬาก็เดินมาหาฉันเพื่อจะสวมชุดให้ แต่ฉันผลักมือเขาออกพร้อมกับเงยหน้าถามอีกครั้ง “ดำน้ำ?”


“ใช่ รีบใส่สิ” เวฬาสวมชุดให้ฉันที่ยืนอึ้งไปหลายวินาที รู้สึกตัวอีกทีเขาก็กำลังสวมอุปกรณ์ดำน้ำให้ฉันแล้ว แต่เดี๋ยวก่อนนะ นี่เขาคิดจะทำอะไรน่ะ ทำไมอยู่ๆ พาฉันมาดำน้ำล่ะ? เขาลืมไปหรือเปล่าว่าฉันน่ะ


ว่ายน้ำไม่เป็น!


“เดี๋ยวสิเวฬา! ล้อเล่นหรือไง ฉันดำน้ำไม่ได้นะ” ฉันพยายามขืนตัวเองที่กำลังถูกเขาลากไปทางลงของเรือ เวฬาหันมาสบตากับฉัน สีหน้าเขาบ่งบอกชัดเจนว่าเอาจริงแน่ๆ


“บอกให้เรียกเฮียไง ทำไมดื้อ!” ฉันอ้าปากจะเถียงเขากลับ แต่พอเห็นผิวน้ำทะเลเบื้องล่างแล้วจำต้องกลืนคำพวกนั้นลงไป


“ฮะ เฮีย ฉันดำน้ำไม่ได้”


ในที่สุดฉันก็ต้องยอมเรียกเขาว่าเฮีย เวฬายิ้มพอใจ แววตาพราวระยับขึ้นมาทันที ก่อนจะดึงตัวฉันเข้าไปยืนด้านหน้าเขา สองมือเลื่อนลงมาจับเอวฉันแน่น


“เธอว่ายน้ำไม่เป็น ฉันรู้”


“รู้? รู้แล้วพามาดำน้ำทำไม?! คิดจะฆ่าฉันหรือไงหะ!” ฉันเบี่ยงหน้ากลับไปต่อว่าเขา มันเป็นการกระทำที่ผิดพลาดมาก เพราะใบหน้าเราสองคนอยู่ใกล้กันมาก คล้ายกับเวฬาจงใจก้มลงมาให้ระยะเราแนบชิดกัน


“เปล่า ไม่ได้จะฆ่า แค่อยากทำให้ประทับใจ”


“ประทับใจบ้า อ๊ะ! กรี๊ด!!


ตู้ม!!


ความเย็นเฉียบของน้ำทะเลกระทบลำตัวและใบหน้าของฉันอย่างแรงเมื่อถูกแรงกระชากจากด้านหลัง ทันทีที่ร่างกายดิ่งลงสู่กลางทะเลฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย สองแขนสองขาพยายามตะเกียกตะกายเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้ และในขณะที่ฉันกำลังดิ้นรนอยู่นั่น ภาพความทรงจำในวัยเด็กก็ผุดเข้ามาในหัว


มันเป็นภาพของฉันเมื่อตอนอายุสิบขวบกำลังตะเกียกตะกายในสระว่ายน้ำ เนื่องจากถูกใครสักคนพุ่งเข้าชนจนตกลงไป ฉันพยายามว่ายน้ำทั้งที่ว่ายไม่เป็น สองตาแสบไปหมดเพราะฝืนลืมตาในน้ำ และในขณะที่ร่างเล็กๆ ของฉันกำลังจะจมดิ่งลงสู่ใต้สระ เสียงตู้มเบาๆ จากที่ไกลๆ ดังขึ้นพร้อมกับมืออบอุ่นของใครคนหนึ่งคว้าตัวฉันขึ้นมา


ตอนนั้นฉันหายใจไม่ออก มันอึดอัดไปหมด แม้จะถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำแล้วก็ตาม สองตาพยายามจะลืมขึ้นเพื่อมองหน้าคนช่วย แต่มันทำได้ยากลำบากเหลือเกิน ฉันเห็นเพียงดวงตาคมเข้มจ้องมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะดับมืดลงไปพร้อมกับดวงตาที่ฉันจำได้ว่าเป็นของเขาคนนั้น


หมับ!


เฮือก!


ภวังค์ความคิดของฉันถูกทำลายลงพร้อมกับลมหายใจที่สูดเข้าปอดทันทีที่ถูกใครบางคนคว้าตัวขึ้นมาเหนือน้ำ สองแขนผวาเข้ากอดร่างสูงแน่นด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนช่วยฉันจากใต้ท้องทะเลนั่น รู้แต่ว่าฉันจะไม่ปล่อยมือจากเขาเด็ดขาดเลย


“ไม่ต้องกลัวนะบี เฮียไม่มีทางปล่อยเธอเด็ดขาด...”



Loading...85%



“ฮะ เฮีย ฉันผวากอดเวฬาด้วยความลืมตัว ความหวาดกลัวอยู่เหนือทุกสิ่งแล้วตอนนี้ ฉันว่ายน้ำไม่เป็นและค่อนข้างจะเข็ดขยาดกับการอยู่ในน้ำแบบนี้ด้วย ฉันเคยจมน้ำมาก่อนนะ มันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายมาก โคตรไม่อยากจะนึกถึงมันเลย เพราะถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้เขาคนนั้นช่วยขึ้นมาจากสระละก็ ป่านนี้ฉันคงจะตายไปนานแล้ว


“หายใจเข้าลึกๆ นะบี มองเฮียสิ” ฝ่ามืออบอุ่นประคองข้างแก้มเพื่อปลอบประโลมฉันที่กำลังตื่นตระหนก สองขาพยายามถีบรนรานใต้น้ำตลอดเวลา สองมือก็คว้าไหล่หนาไม่ยอมปล่อย เวฬาใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดรอบเอวของฉัน และมันเป็นเพราะมีเขาช่วยพยุงฉันถึงลอยอยู่เหนือน้ำแบบนี้ได้


“ฉันทำไม่ได้


“ได้สิ เชื่อใจเฮีย แล้วทำตามที่เฮียบอกนะ” สีหน้าของเวฬาจริงจังมาก เขาจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน และไม่รู้ว่าอะไรทำให้ฉันยอมพยักหน้ารับความเชื่อใจนั้นจากเขา อยู่ๆ ร่างกายมันก็ทำตามความรู้สึกไปเองโดยที่ฉันไม่รู้ตัว


นี่ฉันบ้าไปแล้วเหรอ


“โอเค สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วสวมนี้ไว้” เวฬาอธิบายช้าๆ ขณะสวมหน้ากากดำน้ำให้ฉัน การกระทำของเขาดูอ่อนโยนมาก มากจนหัวใจฉันสั่นไหวแปลกๆ เขาไม่เหมือนกับเวฬาคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักเลยสักนิด “เดี๋ยวเฮียนับหนึ่งถึงสามนะ แล้วเราจะดำลงไปใต้น้ำด้วยกัน”


“อะ อะไรนะ ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้” ฉันพูดเสียงอู้อี้ผ่านหน้ากากดำน้ำ ความตื่นกลัวผุดขึ้นมาอีกครั้ง หากทว่ากลับถูกสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาทำลายลงไปพร้อมกับคำพูดที่เปรียบเสมือนมนต์สะกดบางอย่าง


“เธอทำได้บีลีฟ แค่จับมือเฮียเอาไว้และเชื่อใจเฮีย



“เฮียจะพาเธอก้าวผ่านความกลัวนั้นเอง”


หลังจากประโยคนั้นจบลง ฉันก็เหมือนกับคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ ความหวาดกลัวในจิตใจค่อยๆ มลายหายไปช้าๆ เพียงเพราะได้สัมผัสฝ่ามืออบอุ่นท่ามกลางสายน้ำเย็นเฉียบและได้สบตากับดวงตาคมเข้มแสนจริงจังคู่นั้น ความรู้สึกที่ว่าฉันพร้อมจะเชื่อใจเวฬานั้นมันพุ่งเข้ามากลางใจทันที


เวฬานับหนึ่งถึงสามช้าๆ ก่อนจะพาฉันดำลงใต้ผืนน้ำทะเลสีครามอันแสนเย็นเฉียบ วินาทีแรกที่ใบหน้าสัมผัสกับสายน้ำฉันหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัว ทว่ากลับถูกสัมผัสอบอุ่นทาบลงข้างแก้มคล้ายต้องการเรียกให้ฉันลืมตาขึ้น สองตาค่อยๆ ปรือมองทีละนิด จนกระทั่งมองภาพตรงหน้าได้อย่างชัดเจนผ่านหน้ากากดำน้ำที่แสนมหัศจรรย์มากสำหรับฉัน


ว้าว นี่มันสุดยอดไปเลยแฮะ


ฉันเผลอยิ้มออกมาเมื่อพบว่าตัวเองสามารถลืมตาและหายใจใต้น้ำได้โดยไม่ต้องทรมานอะไรสักนิด แถมยังสามารถลอยตัวได้ด้วยแรงพยุงของน้ำอีกต่างหาก เวฬายกนิ้วโป้งขึ้นเป็นเชิงชื่นชมกันขณะมืออีกข้างยังจับกุมมือฉันแน่น ฉันหลุบตามองมือของเราสองคนด้วยหัวใจเต้นรัวแปลกๆ ก่อนจะถูกกระตุกมือเบาๆ พร้อมกับแรงกระชากนิดๆ เพื่อนำพาให้ว่ายตามเขาไปที่ไหนสักแห่ง


เวฬาพาฉันดำน้ำมาตามแนวปะการังเรื่อยๆ มันเป็นภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้มาเห็นภาพพวกนี้ใกล้ๆ เพราะฉันกลัวการอยู่ในน้ำมาก แม้จะพยายามลองลงสระว่ายน้ำหลายต่อหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ไม่สามารถเอาชนะความกลัวนั้นได้เลยสักครั้ง จนพ่อกับแม่ถอดใจที่จะสอนฉันไปแล้ว


ไม่คิดเลย ว่าเวฬาจะสามารถทำลายความหวาดกลัวของฉันลงได้


หลับตาสิ


เวฬาดึงฉันเข้าไปใกล้แล้วขยับปากช้าๆ เพื่อให้ฉันอ่านปากเขาออก เขาบอกให้ฉันหลับตาเมื่อเราสองคนดำน้ำมาถึงจุดสิ้นสุดของแนวปะการัง ฉันสบตากับเขาชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงตามที่เขาบอก จากนั้นก็รับรู้ได้ถึงแรงหมุนรอบตัวคล้ายกับว่าร่างสูงจับตัวฉันให้หมุนกลับไปด้านหลัง โดยแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับแผงอกของเขาแทน กลายเป็นว่าฉันกำลังถูกเวฬาโอบกอดจากทางด้านหลังใต้ผืนน้ำ


ตึกตัก ตึกตัก


เสียงหัวใจเต้นรัวราวกับมีคนตีกลองอยู่ในนั้น ก่อนแรงกระตุกเบาๆ ตรงข้อมือจะทำให้ฉันรู้สึกตัวและค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่สายตาโฟกัสเห็นก็คือภาพของฝูงปลาจำนวนมากกำลังแหวกว่ายอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเราอยู่มากนัก แต่สิ่งที่มันพีคกว่านั้นก็คือบริเวณพื้นทะเลใต้ฝูงปลานานาชนิดพวกนั้นมีก้อนหินก้อนใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่ตรงนั้น ซึ่งฉันจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าก้อนหินนั่นมันไม่ได้มีรูปร่างเป็นรูป หัวใจ


ใช่ มันน่าทึ่งมาก!


ธรรมชาติสรรสร้างให้ก้อนหินใหญ่ก้อนนั้นมีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจแสนสวยงาม ยิ่งมองจากมุมนี้ยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจน มันเป็นภาพที่น่าประทับใจมากจริงๆ ฉันไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้มาเห็นสิ่งที่สวยงามด้วยตาตัวเองแบบนี้ มันมีค่าในความทรงจำของฉันอย่างมาก มากที่สุด


และเวฬา ก็คือส่วนหนึ่งในความทรงจำครั้งนี้เช่นกัน


ขอบคุณนะ


 

หลังจากเวฬาพาฉันดำน้ำดูปะการังได้ไม่นาน เราสองคนขึ้นจากน้ำเพื่อแยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในเวลาต่อมา ฉันสนุกมากเลยนะ ยังไม่อยากจะขึ้นเรือเลยด้วยซ้ำ แต่ทางครูฝึกที่มาด้วยกันแจ้งว่าจะมีพายุเข้าและอาจมีคลื่นใต้น้ำกะทันหันทำให้เสี่ยงและเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ฉันเลยต้องยอมทำตามกฎอย่างช่วยไม่ได้อะนะ


“เป็นไง เอาชนะความกลัวได้แล้วล่ะสิ”


ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะละสายตาจากผืนทะเลเบื้องหน้ากลับมาหาร่างสูงที่เดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงด้านข้างกันซึ่งเป็นส่วนท้ายของเรือเช่นเดิม เวฬามาในลุคผมเปียกๆ ที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จไม่ต่างจากฉัน เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมสีดาร์กช๊อคโกแลตลวกๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่ฉันพร้อมยกยิ้มมุมปาก


อ่า ทำไมอยู่ๆ ฉันถึงไม่กล้าสบตาเขาล่ะ ทำไมต้องหน้าร้อนด้วยล่ะ บ้าจัง


“อ้าว ถามไม่ตอบอีก หรือว่าโกรธที่โดนเฮียจับอุ้มลงทะเลเมื่อกี้?” เวฬาเอียงหน้ามาถาม สีหน้าเขาดูเจื่อนๆ เหมือนกลัวว่าฉันจะโกรธจริงๆ


แต่ก็นะ ยอมรับว่าตอนนั้นฉันโกรธเขาจริงๆ แหละ แต่พอได้เห็นในสิ่งที่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้เห็นจากใต้ท้องทะเลนั่น ความโกรธพวกนั้นมันก็มลายหายไปจนหมดแล้วน่ะ


“นี่โกรธจริงเหรอ


“เปล่า” ฉันตอบด้วยวลีสั้นๆ จริงๆ คือยังตั้งตัวกับอะไรหลายๆ อย่างไม่ค่อยทันน่ะ ปกติฉันกับเวฬาไม่ค่อยมีโมเม้นพูดจากันดีๆ แบบนี้นี่ แล้วอยู่ๆ บรรยากาศระหว่างเรามันดันเปลี่ยนไป ฉันเลยปรับตัวไม่ค่อยทัน


“อืมม ถ้าไม่โกรธงั้นก็แสดงว่าชอบสินะ” ฉันหันมองผู้ชายข้างกายที่นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว ดวงตาคมเหลือบมองกันนิดๆ ก่อนพูดต่อ “หมายถึงเรื่องดำน้ำอ่ะ ชอบใช่มั้ย?”


“อืม” ฉันหลบสายตากลับมาแล้วพยักหน้ารับ ฉันไม่อยากโกหกน่ะ เพราะสิ่งที่เวฬาทำให้ฉันวันนี้มันวิเศษจริงๆ เขาทำให้ฉันเอาชนะความหวาดกลัวในจิตใจตัวเองได้ และยังทำให้ฉันได้เห็นภาพสวยงามใต้ท้องทะเลนั่นด้วย


ผลของการทำความดีก็ต้องได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทนสิ จริงไหม?


ในเมื่อเวฬาทำดีกับฉัน ฉันก็ควรทำดีกับเขาเพื่อเป็นการตอบแทนเช่นกัน เอาเป็นว่าจากนี้ไปฉันจะลองมองผู้ชายคนนี้ใหม่ ที่ผ่านมาฉันอาจจะมองเห็นเขาเพียงแค่ด้านเดียวก็เป็นได้ เพราะลึกๆ แล้วฉันก็แอบคิดว่าเวฬาน่ะ อาจจะดีกว่าที่เห็น มั้ง


ฉันควรเปิดใจมองเวฬาใหม่ใช่ไหม ควรดีไหมนะ… 


TO BE CONTINUED



รักเรื่องนี้จิ้มเลย
V
V
ADD ME
 
 

TALK
มาอัพแล้วค่าาาา หลังจากหยุดไปเที่ยวหลายวัน ฮี่ๆ
เฮียเวยังหวานเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเจ้เริ่มเปิดใจอ่าาา >///<
ไม่อยากให้กลับบ้านเลยยย อยากให้คู่นี้อยู่กันแบบนี้นานๆ เนอะ อิๆ
โมเม้นดีๆ กำลังมาเรื่อยๆ เรากลับมาเข้าหมวดนิยายรักหวานแหววแล้ว ฮา!
ปีใหม่ไปเที่ยวไหนกันบ้างงง เค้าท์ดาวน์ที่ไหนบอกด้วยย
อ่านแล้วเม้นด้วย 1 เม้น 1 โหวต 100% นะคะ

วางจำหน่าย E-Book แล้วนะคะ
เหล่าสาวกนิยายอิเลคทรอนิคเชิญสอยเฮียเวฬากันได้แล้วค่าา
 
  
________________
LIKE PAGE "พันเก้า
[ติดตามนิยาย
+เข้ากลุ่มลับ]

+++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,543 ความคิดเห็น

  1. #3536 pcjy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:41
    ep.นี้น่ารัก
    #3,536
    0
  2. วันที่ 5 มกราคม 2560 / 08:34
    ลองดูสิแล้วจะได้เจออะไรที่ดีกว่านี้เยอะ
    #1,425
    0
  3. #1408 Peawa_pikky (@Peawa_pikky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 00:42
    ขอแบบเฮียที่นึงคร่า
    #1,408
    0
  4. #1407 2303tum (@2303tum) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 23:44
    เฮียน่ารักจัง
    #1,407
    0
  5. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 23:22
    ดีต่อใจ
    #1,406
    0
  6. #1405 พลอย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 23:09
    โอ้ยยยชอบบบเขินอ่าาเฮียเวเก่งแปปเดียวทำให้เจ๊บี้ปิดใจได้
    #1,405
    0
  7. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:53
    ทำดี้ดี มองใหม่นะะ
    #1,404
    0
  8. #1403 Nam_whan44 (@Nam_whan44) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:41
    ควร เธอควรเปิอใจให้เฮียเขาบ้าง
    #1,403
    0
  9. #1402 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:34
    ดีต่อใจมากกกกกก
    #1,402
    0
  10. #1401 FearPhoebe (@lovethehope99) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 21:08
    เวฬาน่าร๊ากกกก 
    #1,401
    0
  11. #1400 ice1998paka (@ice1998paka) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 20:23
    ยินดีกับเฮียเวด้วย
    #1,400
    0
  12. #1399 35898446 (@35898446) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 19:57
    น่ารักได้อีก
    #1,399
    0
  13. วันที่ 4 มกราคม 2560 / 19:38
    ไรท์ขา อยากให้แต่งเรื่องของนาฑี
    #1,398
    0
  14. #1397 pineapple (@pine12345) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 18:06
    เจ้เปิดใจแล้วนะ เฮียอย่าทำให้ผิดหวังวะ 5555
    #1,397
    0
  15. #1396 espeve (@espeve) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 18:05
    โอ๊ยเฮียเวววว
    #1,396
    0
  16. #1395 jjalaxy (@achalaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:58
    ใช่ค่ะเจ้บีข๋าเจ้เปิดใจรับเฮียเวนะคะ. ฮือออออิ่มเอมใจจังตอนนี้
    #1,395
    0
  17. #1394 Pvl6ic (@kykth) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:56
    เปิดใจเลยบีลีฟฟฟฟฟ
    #1,394
    0
  18. #1393 sweet1997 (@sweet1997) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:49
    เจ้เปิดใจแล้ววว
    #1,393
    0
  19. #1392 memyname2 (@memyname) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:35
    รอออออ
    #1,392
    0
  20. #1391 Nui_MinMIn (@nuiminminloves) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 17:31
    ได้ใจมากอ่ะเจ๊บีลิฟ
    #1,391
    0
  21. #1389 My_babyboy (@baby_boo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 12:37
    คิดถึงมากกกกกกกกก
    #1,389
    0
  22. #1388 35898446 (@35898446) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 10:34
    lingnoi ก็ว่ายน้ำไม่เป็นนะเฮีย..อิอิ .....
    #1,388
    0
  23. #1387 TeddyBear_AB (@TeddyBear_AB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 05:55
    ต่อเถอะค่ะ
    #1,387
    0
  24. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 10:51
    ต่อออออออ
    #1,386
    0
  25. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 10:51
    ต่อออออออ
    #1,385
    0