หนุ่มห้าวหน้าใส คว้าหัวใจยัยตัวแสบ

ตอนที่ 9 : Chapter 8 [อัพ100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ม.ค. 58

 

8

คิดถึงฉันไหม เวลาที่เธอ.....

            

สองสามวันต่อมา.....

            ...ป

            “....ไปป์

            “ไอ้เหยินโว้ยยยยยยยย!!”

            พลั่ก!! ตุ้บ~

            “โอ๊ยยย! นี่แกศอกฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะโว้ย T^T”

            “อ่ะ อ้าว! โทษทีว่ะโจ้ ก็ใครใช้ให้แกมาตะโกนใส่หูฉันล่ะ คนมันตกใจนี่

            “ฉันเรียกแกตั้งหลายรอบแล้วเหอะ ไม่รู้ว่าเหม่ออะไรอยู่ หรือว่ากำลังคิดถึงไอ้หน่ออ่อนนั่นอยู่ล่ะ -_-^”

            “ใครมีหน่อ?”

            “แกไง ^^”

            ป้าบบบบ!!

            “โอ๊ยยยยย!! แกจะตีฉันทำไมเนี่ย TOT”

            “ใครหน่ออ่อน -_-”

            “ก็ไอ้เจไดไง T^T”

            “เกี่ยวไรกับหมอนั่น

            “ก็แกกับมันกำลังกิ๊กกันอยู่ไม่ใช่รึไง

            “แกจะบ้าเรอะ! ใครอยากจะกิ๊กกับหมอนั่น

            “อ้าว....ก็วันก่อนตอนที่มันพาแกมาส่งบ้าน หลังจากที่หายกันไปตั้งนาน มันบอกกับฉันตอนแกขึ้นเอาของไปเก็บบนห้อง ว่าพาแกไปเดตมาอ่ะ แล้วนี่มันไม่มาโรงเรียนเพราะถูกพักการเรียนอยู่ แกคงคิดถึงมันใช่มั้ยล่ะ ^o^”

            “ฉันไม่ได้กิ๊กกับหมอนั่นเว้ย -*- แกก็รู้นี่ว่าหมอนั่นกิ๊กกับยัยลูกหว้าจนเกิดเรื่องขึ้นน่ะ

            “อ้าววว...แล้วแกไม่ใช่กิ๊กมันอีกคนเหรอ

            “ไม่ใช่โว้ยยยยย! ฉันไม่ได้อยากเป็นกิ๊กกับใครนะไอ้บ้านี่ -*-”

            “ฮ่าๆๆ ล้อเล่นเว้ย ฉันรู้...ฉันเข้าใจแกน่ะไอ้เหยิน ^_^”

            เหอะๆ...บทมันจะกวนมันก็กวน บทมันจะดีมันก็ดี ไอ้เพื่อนบ้านี่ =_=^

            ตอนนี้ฉันกับไอ้โจ้กำลังนั่งเขียนรายงานไปพลางๆเพื่อรอยัยเพื่อนสี่สาว อยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนตัวยาวหน้าตึกเรียนชั้นม.6 เพราะชั่วโมงนี้อาจารย์ใจดีปล่อยให้มานั่งทำงานตามอัธยาศัยได้ แล้วทำไมยัยสี่สหายนั่นยังไม่ลงมาจากห้องอีกนะ ให้ฉันกับไอ้โจ้มาจองโต๊ะไว้นานแล้วนะเนี่ย เก็บของ...หรือว่าโดนของทับตายไปแล้วก็ไม่รู้ =_=^

            ตื๊ด....ตื๊ด....

          ใครส่งข้อความมากันนะ -_-‘’ ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู.....

            ‘J-Dai: ทำไรอยู่ ยัยแสบ :P ‘

          ไอ้หมอนี่ =_=” บ่นถึงปุ๊บ โผล่มาปั๊บเลยนะ

            ‘Pipe: นั่งเขียนรายงาน -_-’

          ‘J-Dai: หิวข้าววววว >o<’

          ‘Pipe: บอกฉันแล้วนายหายหิวมั้ย ไปหาอะไรกินเซ่

          ‘J-Dai: เธอกินข้าวรึยัง ^^’

          ‘Pipe: จะกินได้ไงยังไม่พักเที่ยงเลย เหลืออีกตั้งชั่วโมงนึง นายนี่...ว่างนักหรือไง

          ‘J-Dai: นอนอยู่บ้านเฉยๆแล้วมันเบื่ออ่ะ >_<’

          ‘Pipe: เบื่อก็ไปหาไรทำสิ -_-’

          ‘J-Dai: ก็คุยกับเธออยู่นี่ไง หายเบื่อเลย J

          ‘Pipe: นายคุยกับฉันทุกวัน ไม่เบื่อรึไง

          ใช่...หมอนี่ส่งข้อความมาคุยกับฉันทุกวัน ตั้งแต่หยุดพักการเรียนไป บางทีก็มีโทรมาป่วนบ้างตอนพัก ก่อนนอนก็โทรมาหา สงสัยจะมีเวลาว่างมากจริงๆนั่นแหล่ะ =_=

            ‘J-Dai: ไม่ได้คุยกับเธอดิ ฉันเบื่อแน่ L

         

            ยิ้มไรของแกวะไอ้เหยิน ฉันเห็นตั้งแต่แกเล่นโทรศัพท์ละ แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยน่ะ -_-”

            หะ...หา เปล่าๆ ไม่มีไร ฉันก็ยิ้มไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหล่ะ ที่หน้าแดงคงเพราะอากาศมันร้อนม้างง

            “เหรอออ...แกนี่ท่าจะบ้า....ยิ้มอยู่คนเดียว =_=”

            เออน่า...แล้วนี่แกโทรหายัยเฟิร์สยัง ทำไมพวกนั้นยังไม่ลงมากันอีก

            “ยัง...โทรศัพท์ตังค์หมด ^^”

            “แกนี่นะ... -*-”

            ตื๊ด...ตื๊ด... ข้อความเข้าอีกแล้ว

            ‘J-Dai: อาจารย์สอนอยู่ป่ะ?’

          คุยมาตั้งนาน...เพิ่งมาถามนะว่าอาจารย์อยู่มั้ย ถ้าสอนอยู่ฉันจะคุยกับนายได้มั้ยเล่า -_-!

            ‘Pipe: ไม่สอน จารย์ปล่อยว่าง

          ‘J-Dai: งั้นฉันก็โทรหาเธอได้อ่ะดิ ^^’

          ครืดดดด....ครืดดดด.... (เปิดระบบสั่นไว้)

          ฉันกำลังจะส่งข้อความตอบกลับไปว่าจะโทรมาทำไม แต่อีตาเจไดก็โทรเข้ามาซะก่อน ฉันเลยต้องกดรับสาย ซึ่งไอ้โจ้ที่นั่งอยู่ข้างๆก็รีบหันขวับมามองฉันทันที ยัยเฟิร์สไม่ได้โทรมาโว้ยยย....

            ฮัลโหล...

            (ทำไรอยู่?)

            “นายถามฉันไปแล้วไม่ใช่เหรอ -_-”

            (งั้น...อยู่กับใคร)

            “ไอ้โจ้ ทำไม

            พอไอ้โจ้ได้ยินว่ามีชื่อมันอยู่ในประโยคด้วย มันหันมาจ้องหน้าฉันใหญ่ แล้วทำปากพะงาบๆถามว่าใคร ฉันเลยทำปากพะงาบตอบกลับไปว่าเป็นเจไดที่โทรเข้ามา มันถึงกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ฉันเลยถลึงตาใส่มันทันที แล้วมันก็หันไปเขียนรายงานของมันต่อ -_-#

            (แล้วพวกยัยเจเจล่ะ)

            “ฉันนั่งรอยัยพวกนั้นมาเป็นชาติละ ยังไม่ลงมาจากห้องเรียนกันซักทีอ่ะดิ

            (เหรอ...แล้วทำงานเสร็จยังน่ะ)

            “จะไม่เสร็จก็เพราะนายชวนฉันคุยนั่นแหล่ะ

            (ฮ่าๆๆ...)

            “หัวเราะไรยะ

            (ฉันก็จะกวนเธออยู่แบบนี้แหล่ะ ไม่ได้แกล้งเธอเลยตั้งหลายวัน มันเหงา...)

            ตึกตัก...ตึกตัก....

            จังหวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอีกแล้วววว ไอ้บ้านี่ชอบทำให้ฉันใจเต้นอยู่เรื่อยเลย >_<

            “ถ้าฉันเจอนาย โดนดีแน่ เชอะ ><”

            (ฮ่าๆๆๆ ^_^)

            “ไอ้บะ.....

            “เฮ้ย! เฟิร์สโทรมาว่ะเหยิน

            “แกก็รับสิ บอกฉันทำไมเล่า -_-” ฉันกำลังจะเอ่ยปากว่านายเจได แต่ไอ้โจ้ก็ร้องทักขึ้นมาซะก่อน

            “รับแล้ว แต่ไอ้เจเจเป็นคนพูด -_-”

            “=_=^” แล้วแกจะบอกฉันทำไมฟะ

            ไอ้เหยิน เกิดเรื่องแล้ว!!” พอได้ยินดังนั้นฉันเลยหันไปให้ความสนใจไอ้โจ้ทันที

            เรื่องไรวะ?”

            (………)

            “ขึ้นไปบนห้องเร็ว!”

            พอไอ้โจ้บอกมาแค่นั้น ฉันกับมันก็รีบวิ่งขึ้นไปยังห้องเรียนของพวกเราทันที

โห่...ชั้นห้าเลยนะคร้าบบ TT

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

พอมาถึงห้องม.6/5 ซึ่งเป็นห้องเรียนของพวกฉัน ภายในห้องมียัยเพื่อนสี่สหายและกลุ่มเพื่อนของยัยลูกหว้าอีกสามคน แน่นอนว่าไม่มียัยลูกหว้าเพราะยัยนั่นถูกพักการเรียนอยู่ ทั้งหมดกำลังยืนประจัญหน้าเขม่นเข่นเขี้ยวกันอยู่เลย =0=!

เกิดอะไรขึ้นกันนะ??.....เปิดศึกแย่งชิงแปลงลบกระดานกันรึไง (-_-^)

มีอะไรกันน่ะ!” ไอ้โจ้ ที่เดินนำเข้าไปก่อนเอ่ยถามขึ้น

พวกเรารู้แล้วนะว่าใครเป็นคนถ่ายรูปเจไดกับลูกหว้าตอนจูบกัน แล้วส่งไปให้ไอ้พี่เอ็มน่ะ!” ยัยเฟิร์ส ที่กำลังยืนจิกตาใส่ยัยจอยหนึ่งในแก๊งค์เพื่อนยัยลูกหว้า หันมาบอกพวกเรา นี่ถ้ายัยน้ำมนต์ไม่จับแขนไว้ ยัยเฟิร์สคงจะกระโจนใส่ยัยจอยแน่เลย =0=!

ใครฟะ -_-?” ฉันเอ่ยถามอย่างสงสัย จริงๆก็คืออยากรู้นั่นแหล่ะ

ก็ยัยจอยนี่ไงยัยเฟิร์สพูดขึ้น พร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางยัยจอย ซึ่งยัยนั่นก็ทำหน้าอไม่พอใจใส่

แล้วเฟิร์สรู้ได้ไงว่าเป็นจอยไอ้โจ้หันไปถามยัยเฟิร์สต่อ

ก็พวกเค้าเก็บของเสร็จและกำลังจะเดินไปข้างล่างหาโจ้นั่นแหล่ะ แต่เค้าลืมหนังสือ ก็เลยเดินกลับมาเอาที่ห้องอีกรอบ แล้วก็ได้ยินยัยพวกนี้คุยกันพอดี ว่ายัยจอยเนี่ยไปแอบถ่ายรูปเจไดกับลูกหว้าตอนจูบกันที่ดาดฟ้านั่นพอดี แล้วก็เป็นคนส่งรูปให้พี่เอ็มแฟนของลูกหว้าด้วย เพราะบอกว่าหมั่นไส้ยัยนั่น

ใช่ๆ...พวกฉันสามคนก็ได้ยินเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันแท้ๆทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้ยัยเจเจพูดเสริมขึ้นมาบ้าง พร้อมกับหันไปมองหน้ากลุ่มยัยจอยด้วย

พวกฉันทำแบบนี้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเธอด้วยยัยจอยที่ยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่นานพูดขึ้น

เพราะยัยลูกหว้านั่นก็เป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งเหมือนกันไงยัยเฟิร์สตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดนิดๆ

ใช่ อีกอย่างพวกเธอน่ะก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันแท้ๆนะ ทำไมต้องทำกับลูกหว้าแบบนั้นล่ะยัยซิมมี่ พูดขึ้นด้วยอารมณ์ไม่ต่างจากยัยเฟิร์ส

ที่พวกเราเป็นห่วงยัยลูกหว้ากันขนาดนี้ ก็เพราะว่าจริงๆแล้วยัยนั่นน่ะเคยอยู่กลุ่มเดียวกับพวกเราตอนม.4 ถือได้ว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ คอยช่วยเหลือพวกเราตลอด ทำการบ้านมาก็ให้ลอกอยู่เรื่อย แบ่งขนมฉันกินประจำ แต่พอขึ้นม.5 ยัยลูกหว้าก็เริ่มไปสนิทกับกลุ่มยัยจอยมากกว่าและอยู่ด้วยกันตลอด ประมาณว่า....ได้เพื่อนที่สนิทจริงๆล่ะมั้ง พวกฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ยังคุยและเป็นเพื่อนร่วมห้องกันตามปกตินั่นแหล่ะ

เพราะพวกฉันหมั่นไส้ยัยนั่นยังไงล่ะยัยมะนาวเพื่อนยัยจอยที่ยืนฟังเงียบๆมานานเอ่ยขึ้นมา

หมั่นไส้มาตั้งนานแล้ว ที่พวกฉันให้อยู่กลุ่มด้วยเพราะเห็นว่ายัยนั่นสวยหรอกนะ อย่างน้อยก็มีไว้ดึงดูดพวกผู้ชายที่เข้ามาจีบนั่นแหล่ะ พวกฉันก็จะพลอยได้ไปด้วยไง แต่ที่มันน่าเจ็บใจที่สุดคือ ฉันแอบชอบพี่เอ็มมาตั้งแต่เข้าม.4 ใหม่ๆ  แต่จู่ๆยัยลูกหว้าก็ได้เป็นแฟนกับพี่เขาเฉยเลย แล้วจะให้ฉันทำยังไง ที่ฉันสนิทกับลูกหว้าก็เพื่อจะอยากรู้ความเป็นไปของพี่เอ็มบ้างก็เท่านั้น ฉันผิดหรือไง!”  

ยัยจอยที่พูดไปน้ำตาไหลไป คงจะเก็บความรู้สึกนี้มานานสินะ......

และพอฉันรู้ว่ายัยลูกหว้าแอบกิ๊กกับเจไดที่เป็นเด็กเข้าใหม่นั่น ฉันก็ไม่อยากให้พี่เอ็มต้องเสียใจ ฉันถึงต้องทำแบบนี้ ฉันไม่อยากให้พี่เอ็มต้องถูกหลอก ถูกสวมเขาว่าแฟนตัวเองมีผู้ชายคนอื่น ฉันถึงต้องหาวิธีที่ทำให้เขาตาสว่างซักทีไง จะได้ไม่โดนยัยนั่นหลอกเอาน่ะ...ฮึก...ฮืออ.

พวกเราทุกคนต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย มีแต่เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของยัยจอยเท่านั้น

ดีนะ...ที่ห้องเรียนข้างๆไม่มีนักเรียนอยู่เหมือนกัน ไม่งั้นเดี๋ยวได้แห่กันมาดูแน่ว่ามีใครตายรึเปล่า =_=^

พวกเธอจะว่าฉันยังไงก็ได้นะ จะเอาไปฟ้องยัยลูกหว้าก็เชิญเลย เพราะยังไงซะ....ยัยนั่นก็จะย้ายโรงเรียนอยู่แล้ว!”

ว่าไงนะ!!” คราวนี้พวกเราทุกคนต่างตะโกนเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ

ลูกหว้าจะย้ายโรงเรียนงั้นเหรอ!!

 

(……แสบ...)

(……ยัยแสบ!)

(.......ยัยไปป์ตัวแสบโว้ยยยยย!!!)

อ๊ะ! ฮัลโหล!! เจได...นี่นายยังไม่ได้วางสายฉันไปอีกเหรอ =0=”

ฉันหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดู และก็ได้ยินเสียงเจไดจากทางปลายสายดังลอดออกมา อีตานี่ยังไม่ได้กดวางสายไปตั้งแต่แรกเลยสินะ ให้ตายเถอะ....แต่ก็ดีแล้ว!

พอฉันส่งเสียงใส่โทรศัพท์ เพื่อนๆทุกคนต่างหันมามองฉันเป็นตาเดียว ฉันเลยต้องหลบมุมออกมาคุยอีกด้านหนึ่งของห้องแทน ปล่อยให้พวกนั้นคุยกันต่อไป....

(เป็นยังไงบ้าง)

นายได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้วใช่มั้ย?”

(อืมมม...)

งั้นก็ดี...เย็นนี้นายมาหาฉันด้วย!”

ปิ๊ป!

ฉันพูดแค่นั้นแหล่ะ แล้วก็กดตัดสายไปเลย โดยที่ไม่รอฟังคำพูดจากเจไดด้วยว่าจะมาได้หรือมาไม่ได้ เพราะถึงมาไม่ได้...ฉันก็จะไปลากตัวเขามาเอง

 

เลิกเรียน......

เจไดที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวคอวีที่ใส่แล้วแนบเนื้อกับกางเกงยีนส์สีเข้ม ขาดตรงหัวเข่านิดๆ สวมรองเท้าผ้าใบให้ลุคเซอร์สุดๆ กับแว่นกันแดดสีชาที่เขาใส่แล้วเท่สะบัด กำลังยืนพิงรถมอเตอร์ไซต์ SR สีขาว คันคู่ใจของเขาอยู่หน้าโรงเรียน บรรดาเด็กนักเรียนผู้หญิงต่างกรี๊ดกร๊าดกันเกรียวกราวเมื่อเห็นอีตานั่น ฉันเลยรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที

คิดถึงฉันเหรอ ถึงให้มาหาอ่ะ ^^” แล้วหมอนี่ก็ยิ้มจนแก้มบุ๋มอีกตามเคย ฉันแพ้ผู้ชายมีลักยิ้ม โฮ... T^T

เลิกเต๊ะท่าได้ละ ฉันมีธุระจะคุยกับนาย -_-” พอฉันยืนคุยกับเจไดไป เด็กสาวๆบางคนก็ส่งสายตาอิจฉาอาฆาตมาให้ฉันใหญ่เลย =_=^ แค่ยืนคุยเฉยๆเองนะ....

ธุระอะไร....แล้วนี่เพื่อนปัญญาอ่อนของเธอไปไหนแล้วอ่ะ ไม่ตามติดชีวิตเธออีกเหรอ

เดี๋ยวไอ้โจ้ก็ออกมา รอแป๊ป....

แล้วจู่ๆอีตาเจไดก็เอามือใหญ่ๆของเขามาวางทับลงบนหัวฉัน จากนั้นก็ขยี้ผมเล่นเบาๆ ฉันกำลังจะปัดมือหมอนั่นลง เพราะเห็นสายตาอาฆาตจากเหล่าสาวๆที่คอยส่งมาให้อยู่ตลอดเวลา T^T แต่เจไดก็พูดขึ้นมาซะก่อน

คิดถึงฉันไหม ^^”

ฮะ!! =[]=!!”

ไม่คิดถึงฉันเหรอ....ไม่ได้เจอตั้งหลายวัน ^^”

ใครจะไปคิดถึงนาย ไม่ได้เป็นไรกันซักหน่อย -_-” พอฉันพูดได้แค่นั้น เจไดก็ทำหน้าสลดลงนิดหน่อย เอ้า...ฉันพูดไรผิด ก็ไม่ได้เป็นไรกันจริงๆนี่ ทำหน้าเป็นหมาหงอยไปได้ =_=’

แต่ฉันคิดถึงเธอจริงๆนะ เสียงอันแผ่วเบาดังลอดออกมาจากริมฝีปากรอยหยักนั่น และถึงแม้ว่าจะเป็นเสียงที่เบาแต่ฉันกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน เจไดจ้องลึกลงมาในตาฉัน เราสองคนสบตากัน พร้อมกับอาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะของฉันมันเกิดขึ้นอีกแล้ว......

ตึกตัก....ตึกตัก....

เฮ้ยๆๆๆ!!! มากันครบแล้วก็ไปกันได้แล้วโว้ย มัวแต่สวีทกันอยู่ได้!!”

เสียงไอ้โจ้นั่นเอง....ตะโกนออกมาซะเสียงดังเชียว ทำให้คนรอบข้างหันมามองพวกเรากันใหญ่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันฟะ =_=!

ครบบ้าอะไร แฟนฉันยังมาไม่ถึงเลยเว้ยแล้วยัยเจเจก็หันไปแว๊ดใส่ไอ้โจ้ทันที

สักพัก...รถเก๋งคันสีดำเงาวับ ก็ขับมาจอดเทียบริมฟุตปาตที่ๆยัยเจเจยืนอยู่พอดี

พี่ไมค์มาแล้วววว >_<” ยัยเจเจที่เห็นรถแฟนตัวเองมารับทำหน้าดี๊ด๊าดีใจใหญ่ =_=^ มีแฟนเรียนมหาลัยมันดีอย่างนี้สินะ มีรถเก๋งให้นั่งสบายๆ (-_-#) ชักอิจฉาแล้วสิ....แต่ฉันก็ชอบซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์มากกว่านะ เอ่อ....ซ้อนรถไอ้โจ้ไง

เฟิร์สไปกับเค้านะ รถเฮียไมค์นั่งไปก็เต็มไอ้โจ้ที่นั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซต์ของมันอยู่ หันไปพูดกับยัยเฟิร์ส

แต่เค้าอยากนั่งรถเก๋งแอร์เย็นๆอ่ะโจ้ ซ้อนมอไซต์ไป ลมพัดหัวเค้าก็ฟูอ่ะดิ T^T”

“…………”

ให้เค้าไปรถพี่ไมค์น้า นะคะ...เบาะหลังมันนั่งได้อยู่แล้วอ่ะสามคน ^^”

อืม...งั้นก็ตามใจแล้วยัยเฟิร์สก็รีบกระโดดขึ้นรถพี่ไมค์ทันที พร้อมด้วยยัยซิมมี่และน้ำมนต์ที่นั่งกันอยู่เบาะด้านหลังของรถเก๋งคันงาม ส่วนยัยเจเจก็กระโดดนั่งหน้าเป็นตุ๊กตาหน้ารถนั่น

แล้วฉันล่ะ.... (=_=??)

ไอ้เหยิน แกมากับฉัน....ในรถมันเต็มแกจะไปนั่งเบียดรึไงไอ้โจ้ที่ตอนนี้หน้าตาบูดเป็นตูดลิงกวักมือเรียกฉันยิกๆ เพื่อที่จะให้ไปนั่งซ้อนรถกับมัน

เฮ้....แล้วใครจะไปกับฉันล่ะ เธอเป็นคนเรียกฉันออกมานะยัยแสบ แถมจะไปไหนกันก็ไม่เห็นบอกฉันเลยด้วยเจไดที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันร้องทักขึ้น

แกก็ขี่รถตามพวกฉันมาสิยะไอ้เจ โง่จังเลย....พาไปไหนเดี๋ยวก็รู้เองแหล่ะ เอ้า! เร็วๆเว้ย ชักช้าลีลากันอยู่ได้พวกแกนี่ -*- ” ยัยเจเจที่ลดกระจกรถเก๋งลงแล้วโผล่หน้ามาแว๊ดๆใส่พวกเราอย่างรีบเร่ง

แหม่....ถ้าไม่เกรงใจพี่ไมค์นะ ยัยนี่โดนโบกกะโหลกหัวทิ่มไปแล้ว =_=’’

ฉันจะไปกับไอ้โจ้ นายก็ขี่รถตามพวกเราไปละกัน โอเคนะ...ขี่รถดีๆล่ะฉันหันมาบอกเจได แล้วก็รีบเดินมาซ้อนรถไอ้โจ้ทันที เจไดได้แต่ทำหน้าไม่พอใจ คิ้วขมวดพันกันไปหมด (-o-‘’) แต่สุดท้ายเขาก็ยอมหยิบหมวกกันน็อคสีดำขึ้นมาสวมและสตาร์ทรถ ขี่ตามพวกเรามาติดๆ

ทำไมเฟิร์สไม่เข้าใจฉันเหมือนแกบ้างวะไอ้โจ้พูดขึ้น ในขณะที่กำลังขี่รถตามหลังรถเก๋งคันงามของพี่ไมค์ไป

ก็ฉันบอกแกแล้วให้ขับรถเก๋งมาบ้างยังไงล่ะ แกก็รู้ว่าเฟิร์สมันไม่ชอบซ้อนมอไซต์

ก็ฉันชอบของฉันแบบนี้นี่หว่า....เหอะ แล้วแกไม่ชอบนั่งรถเก๋งแอร์เย็นๆบ้างรึไง หัวจะได้ไม่ฟู

ไม่อ่ะ ฉันชอบนั่งรถตากลมมากกว่า ^^ ”

เพราะแกนั่งฟรีตลอดน่ะสิ ค่าน้ำมันก็ไม่ต้องเสีย เฮอะ ><”

นั่นแหล่ะเหตุผล ฮ่าๆๆ >o<”

ไอ้ขี้งก รถบ้านตัวเองก็มีไม่ขี่มาหรอก =_=”

ไม่อ่ะ เดี๋ยวแกไม่มีคนช่วยเข็นรถตอนรถเสียกลางทาง ฮ่าๆๆ ^_^”

หึหึ...ก็มีแต่แกนี่แหล่ะไอ้เหยิน ที่เข้าใจฉัน ^^”

เพราะฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งแต่ป.1 ไง วะฮ่าๆๆๆ

ไอ้ต๊องเอ๊ยยยย =_=^”

ปิ๊นนน ปิ๊นนนน ปิ๊นนนนนนนนนนน!!!!

แม่เจ้า!! ฉันตกใจกับเสียงบีบแตรที่ดั่งสนั่นไปทั่วท้องถนนนั่น เลยหันไปดูด้านหลัง ก็พบกับรถมอเตอร์ไซต์คันเก่งพร้อมเสียงเครื่องยนต์สุดแรงของรถSR สีขาว พร้อมด้วยคนขับที่สวมใส่หมวกกันน็อคสีดำ กำลังขี่รถตามหลังพวกเรามาติดๆ และ.....บีบแตรใส่พวกฉันตลอดทาง =_=’’

ไอ้บ้าเจไดเอ๊ย....ทำอะไรฟะ คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองพวกเรากันใหญ่แล้วนะ เกิดบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้เนี่ยยยย (>****<)

และหมอนั่นก็แกล้งบีบแตรรถใส่พวกฉันตลอดการเดินทางเลยด้วย =_=^

 

ที่นี่คือ.....???”

เจไดหันมาถามฉันพร้อมทำหน้าสงสัย หลังจากพวกเราพากันขับรถมาจอดอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้านหลังหนึ่ง  

บ้านของลูกหว้า...

พวกเราทุกคนยืนพร้อมเพรียงกันอยู่ที่ประตูรั้วเหล็กบานใหญ่ แล้วยัยเฟิร์สก็กดกริ่งเรียกเพื่อให้คนในบ้านออกมาเปิดประตู้รั้วให้

สักพักก็มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมาเปิดประตูให้พวกเรา

สวัสดีค่ะ คุณแม่ พวกเราเป็นเพื่อนของลูกหว้าค่ะ ลูกหว้าอยู่มั้ยคะพวกเราทุกคนยกมือไหว้พร้อมกล่าวทักทายแม่ของลูกหว้าทันที

สวัสดีจ้ะ หนูเฟิร์ส^^ พาเพื่อนๆมากันเยอะเลย มาๆเข้าบ้านกันก่อนเร้ว ไม่เห็นหน้าตั้งนานแน่ะ ลูกหว้าอยู่ในบ้านแหล่ะจ้า

แม่ของลูกหว้ายิ้มต้อนรับพวกเรา แล้วก็เดินนำเข้าไปในห้องรับแขกภายในตัวบ้าน จากนั้นท่านก็ให้เด็กรับใช้คนหนึ่งไปเรียกลูกหว้าลงมาจากห้องของเธอ จากนั้นท่านก็ขอตัวเข้าไปทำธุระในครัวต่อ

ที่บ้านก็มีคนใช้....แล้วทำไมคุณแม่ถึงไปเปิดประตูรับแขกอ่ะ =_=?

 

สักพัก ยัยลูกหว้าก็โผล่หน้าสวยๆเข้ามาในห้องรับแขกที่พวกเรานั่งรอกันอยู่

ไง ลูกหว้า...ยัยเฟิร์สเป็นคนเอ่ยทักขึ้นก่อน

วะ...หวัดดี ทุกคน^^ พี่ไมค์ แล้วก็....เจได

ท้ายประโยคทักทาย คำว่า เจได ทำไมมันแผ่วเบาจัง =_=^

ทำไมวันนี้ทุกคนดูพร้อมใจมาบ้านฉันกันเยอะจัง ฮ่าๆ ^^” ลูกหว้าพูดไปแล้วก็หัวเราะไปด้วย จากนั้นก็เดินมานั่งยังโซฟาตัวที่ว่างอยู่

เธอจะย้ายโรงเรียนเหรอ?” ซิมมี่เอ่ยถามโดยไม่อ้อมค้อมทันที

อื้ม^^ จอยบอกพวกเธอแล้วเหรอลูกหว้าว่าพลางเหลือบมองเจไดไปด้วย (= =*) หมอนั่นก็ส่งสายตาหวานฉ่ำกลับไปให้.....

ซะที่ไหนเล่า.....ฉันเห็นแค่มองเฉยๆน่ะ =_= รู้สึกตัวเองมโนเก่งจัง

ทำไมถึงจะย้ายล่ะ อีกแค่เทอมกว่าๆก็จะจบม.6 แล้วนะ แล้วเธอจะย้ายไปไหน T^T” ยัยน้ำมนต์พูดขึ้นแล้วก็ทำท่าปาดน้ำตาออกจากเบ้าหน้า -_- ที่ไม่มีน้ำตาไหลซักหยด

ฉันจะไปญี่ปุ่น ^^ อ๊ะ! ไม่ต้องตกใจไปกันนะ พอดีฉันสอบชิงทุนได้น่ะ

เธอไปสอบชิงทุนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน -_-?” ฉันถามด้วยความสงสัยปนใจหายนิดๆ

ลูกหว้าจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น!

มันเป็นโครงการแลกเปลี่ยนน่ะ ไปสอบเมื่อปิดเทอมที่ผ่านมา แล้วฉันก็สอบได้ด้วย ^^”

งั้น...พวกเราก็ดีใจกับเธอด้วยนะลูกหว้า ถ้าไปอยู่โน่นแล้วก็ส่งอีเมลล์มาหาพวกเราบ้างนะยัยเจเจพูดพร้อมกับส่งยิ้มน้อยๆไปให้

ใช่ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอโทษในบางเรื่องที่ทำไม่ดีด้วยเฟิร์ส

ที่พวกเรามาหาเธอ เพราะเป็นห่วงเธอน้ำมนต์

ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว แล้วก็เรื่องรูปนั่น...ที่จริงฉันก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นคนทำน่ะ

เธอรู้เหรอ??” ซิมมี่เอ่ยถามอย่างสงสัย

อื้ม พี่เอ็มบอกน่ะ แต่ฉันก็ไม่โกรธพวกจอยหรอกนะ เพราะฉันก็ผิดด้วยนั่นแหล่ะ

ลูกหว้า....ถ้าไปอยู่ญี่ปุ่นแล้ว ก็ดูแลตัวเองดีๆนะฉันบอกพร้อมกับยิ้มจนเห็นฟันเหล็ก

ขอบใจนะทุกคน ^_^”

แล้วพวกเราก็อยู่ในความเงียบกันไปพักหนึ่ง...... แบบว่า ไม่มีอะไรจะพูด =_=”

อ๊ะ! อ้อ! ลูกหว้า เนี่ย...เจไดเค้ามีอะไรจะคุยกับเธอด้วยอ่ะ

ฮะ??”

ฉันพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบพร้อมกับเขย่าแขนนายเจไดที่นั่งอยู่ข้างๆไปด้วย หมอนั่นทำหน้าเหวอไปทีเดียว

ก็นี่คือจุดประสงค์ที่ฉันอยากให้นายมานี่....

อ้อ...นายคงจะไม่สะดวกที่พวกเราอยู่ด้วยสินะ เอ้าๆ งั้นเดี๋ยวพวกเราไปรอกันข้างนอกนะ^^”

เอ๊ะ...เดี๋ยว ฉัน ไม่...

ยังไม่ทันที่เจไดจะได้พูดจบประโยค ฉันและเพื่อนๆรวมถึงพี่ไมค์ก็รีบทยอยกันเดินออกจากห้องรับแขกนี้ไปอย่างรู้งานทันที

 

มีอะไรรึเปล่า เจได ^^” ลูกหว้าถาม เมื่อเจไดเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมาพักหนึ่ง

เธอสบายดีมั้ย?” ในที่สุด เขาก็เริ่มเปิดปากพูดบ้าง

หาาา...กะ ก็สบายดี นายล่ะ ^^”

อืม ก็ดีมันใช่เหรอวะเจได =_=’ ที่จะพูดมันไม่ใช่คำถามงี่เง่าอะไรพันธ์นี้ซักหน่อยนี่

“……………”

อ่ะ เอ่อ...แล้วแฟนเธอล่ะ?”

พี่เอ็มอ่ะเหรอ ตอนนี้ก็เริ่มหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะ

ฉันขอโทษนะ

หือ??”

กับแฟนเธอ แล้วก็เธอด้วย

“………….”

ฉันรู้ว่าฉันผิด ทั้งหมด.......ฉันขอโทษ

อื้ม ฉันให้อภัย เพราะฉันเองก็ผิด ที่แอบหวั่นไหวไปกับนาย ^^ ”

แน่ล่ะ เพราะฉันมันหล่อไง พูดพร้อมกับยักคิ้วไปหนึ่งที

ฮ่าๆๆ นายนี่....ทำให้ฉันหวั่นไหวได้อยู่เรื่อยเลยนะ

แต่ตอนนี้เธอจะมาหวั่นไหวกับฉันไม่ได้แล้วนะ ฉันสงสารแฟนเธอ

เอ๋ ทำไมล่ะ

เดี๋ยวแฟนเธอก็จะแพ้ฉันอีกตามเคยน่ะสิ ฮ่าๆๆ แล้วอีกอย่าง...ฉันไม่อยากให้ใครบางคนต้องมาเดือดร้อนเพราะฉันอีก

ใครบางคนที่ว่า...เป็นคนที่พานายมาหาฉันใช่มั้ยล่ะ ฮิฮิ : )”

ก็คงงั้น ^^”

................

 

ที่ฉันพานายมาหาลูกหว้า เพราะอยากให้เคลียร์ปัญหากันให้จบ ก่อนที่ลูกหว้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้สำเร็จนะ เจได.....


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น