หนุ่มห้าวหน้าใส คว้าหัวใจยัยตัวแสบ

ตอนที่ 8 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ส.ค. 57

7

 

            เฮ้ ส่งมาทางนี้...

            “เตรียมรับดีๆนะเว้ย

            “กรี๊ดดดดดดดด!! พี่คิมหันต์ >_< วันนี้ก็ยังเท่เหมือนเดิมนะคะ

           เสียงกรี๊ดกร๊าดจากข้างสนามฟุตบอล ทำเอาฉันหูแทบแตก เหล่าบรรดาเด็กผู้หญิงที่มายืนดูการซ้อมของชมรมฟุตบอล ต่างกรีดร้อง ส่งเสียงเชียร์นายนักฟุตบอลเบอร์ 7 ที่กำลังเลี้ยงลูกไปมาอยู่ในสนามนั่น......

            แต่ฉันไม่ได้มาตามกรี๊ดอะไรแบบรุ่นน้องพวกนี้หรอกนะ ฉันแค่เดินผ่านมาน่ะ -_- หลังจากทำกิจกรรมที่ชมรมเสร็จแล้ว ฉันเดินผ่านมาทางสนามบอลนี้พอดี และกำลังจะเดินไปหน้าโรงเรียน เพื่อรอกลับบ้านกับไอ้โจ้ เพราะนี่มันก็เวลาเลิกเรียนแล้วด้วย

            ฉันหยุดยืนดูพวกนักฟุตบอลซ้อมกัน อยู่ตรงข้างสนามพักหนึ่ง พลางนึกคิดไปด้วย.... ความทรงจำเก่าๆหวนกลับมาในความคิด เมื่อหลายเดือนก่อน....ฉันก็เคยนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ที่อยู่ข้างสนามฟุตบอล แล้วคอยนั่งมองดูใครบางคนซ้อมฟุตบอลไปด้วย ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจคนๆนั้นตลอด แล้วเขาก็มักจะโบกมือส่งกลับมาให้ฉันเสมอ แต่นั่นมันก็แค่ อดีต......

            เฮ้ย! ระวังบอล!!”

            ฉันตื่นจากภวังค์ความคิดนั้นทันที เมื่อได้ยินเสียงใครซักคนตะโกนมาจากในสนามฟุตบอล และ......

            พลั่ก !!!

           

            “โอ๊ยยยย!! ใครมันเตะบอลมาโดนหัวฉัน บอกมานะเฟ้ย!”

            ฉันรีบร้องตะโกนออกมาทันที พลางเอามือจับหัวของตัวเองไปด้วย หลังลูกบอลนั่นพุ่งมาโดนหัวฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว หรือใครมันตั้งใจแกล้งฉันฟะ ซักพัก....ก็มีนักฟุตบอลในสนามคนหนึ่งวิ่งออกมาและตรงมาทางฉัน และเมื่อหมอนั่นวิ่งมายืนอยู่หน้าฉัน ทำให้ฉันเห็นหน้าเขาชัดเจนยิ่งขึ้น นายคิมหันต์ นักฟุตบอลเบอร์ 7 ที่สาวๆต่างพากันกรี๊ดๆเชียร์อยู่นั่นเอง หมอนี่เป็นคนดังของชมรมฟุตบอล เพราะหน้าตาดี แต่ขี้แอ๊คไปหน่อย -_- (ในความคิดฉันนะ) และหมอนี่ก็เป็นเพื่อนของไอ้บ้าเคนด้วย 

            “เป็นไรมากรึเปล่าครับ เจ๊ไปป์

            หมอนั่นถามฉัน พลางยืนหอบหายใจแฮ่กๆ ไปด้วย   ใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากการเตะบอล

            “ก็เจ็บน่ะสิ ถามได้ ลองโดนมั่งมั้ยล่ะ -*- ” ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ

            ขอโทษด้วยนะครับ ^^”

            “เออ ช่างเหอะ ไปล่ะ....ฉันบอกและทำท่าจะเดินออกมา แต่หมอนั่นก็เรียกฉันไว้ซะก่อน

            เดี๋ยวครับ !”

            “มีอะไรอีกล่ะ? -*-”

            “เอ่อ...คือ...เจ๊ไปป์ครับ...ผมขอเบอร์เจ๊ได้มั้ย ^^” จู่ๆคิมหันต์ก็โพล่งออกมาดื้อๆ ฉันถึงกับตกใจ ทำตาโตเท่าไข่หานใส่คิมหันต์....

            นายว่าไงนะ คิมหันต์? O.O!” หูฉันฝาดไปหรือเปล่าวะ คิมหันต์ขอเบอร์ฉันเนี่ยนะ!?

            โอ...บ้าไปแล้วแน่ๆ!

            “ผมบอกว่า ขอเบอร์เจ๊ไง ^_^”

            แล้วหมอนั่นก็ส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน มันกำลังคิดอะไรอยู่วะ? มาขอเบอร์ฉันเนี่ยนะ!!O_O หรือหมอนี่คิดพิศวาสอะไรกับฉัน (หรือเปล่า?) O_o? (ฉันไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่ความรู้สึกมันบอกยังไงไม่รู้ -_-^) อะไรมันจะกระทันหันและรวดเร็วปานนี้ แทบไม่ได้ตั้งตัวเลย =_=’

            โอ้! ไม่นะ...คนสวยในโรงเรียนมีตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ไปจีบ ฉันออกจะหน้าตาบ้านๆ แล้วพวกชะนีที่ตามกรี๊ดๆนายนั่นล่ะ พวกนั้นยืนจ้องฉันตาเขม็ง แทบอยากจะเอาเล็บมาข่วนหน้าใสๆของฉันอยู่แน่เลย....เหอๆๆ ฉันยังไม่อยากมีศัตรูนะ

            บะ บ้าเรอะ จะเอาไปทำไมต้องถามเพื่อความชัวร์ -3-^ เพราะอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดก็ได้

            “เอาไปซื้อหวยมั้งครับ -_- โธ่!ถามแปลกๆ ก็ผม....ชะ...

           

            “ไอ้คิม!! กลับมาซ้อมได้แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของคิมหันต์ ทำให้ฉันและหมอนี่ต่างหันไปมองยังที่มาของเสียงทันที เสียงที่ฉันคุ้นเคย มาแล้วสินะ....คนที่ฉันเกลียดที่สุด!

            “พี่ไอซ์....คิมหันต์เรียกชื่อคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ๆออกมาเบาๆ หมอนั่นเดินเข้ามาหาตรงที่พวกเรากำลังยืนอยู่

            งั้น ฉันไปก่อนล่ะ... กัปตันทีมนายเรียกแล้วนะคิมหันต์ ไปซ้อมต่อเถอะ...

            ฉันว่า พลางเหลือบมองไปที่ไอซ์ แต่หมอนั่นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาอันว่างเปล่า

            ถูกมองแบบนั้น...ลึกๆแล้ว มันเจ็บปวดดีนะ

            แต่ เจ๊ยังไม่ได้ให้เบอร์ผมเลยนะ...

            ฉันไม่สนใจคำพูดของคิมหันต์ รีบสาวเท้าตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ฉันไม่อยากยืนอยู่ที่ตรงนั้นนานๆ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนๆนั้น คนที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันมีความสุขเวลาที่ได้มองเขาเล่นฟุตบอลอยู่ในสนาม และฉันมักจะส่งเสียงเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์นั่น และเป็นคนที่ทำให้ฉันเจ็บปวดใจถึงที่สุด เมื่อเห็นหน้าในเวลานี้ด้วยเช่นกัน.....

 

…~ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ตะลุงตุ้งแช่ ~…..

ใครโทรมาฟะ!? (-*-) หรือว่าจะเป็นไอ้โจ้ คงโทรมาตามแน่ๆเลย เพราะไม่เห็นฉันอยู่หน้าโรงเรียนสินะ....

ฉันเลยรีบล้วงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากระโปรงออกมาดู อ้าว! ยัยเจเจนั่นเอง ฉันเลยกดรับสายทันที

            เออ ว่าไง?”

            (ไอ้ไปป์! แกอยู่ไหนวะ?)

            กำลังจะเดินออกไปหน้าโรงเรียน มีไรเปล่า?”

            (เออ รีบออกมาเร็วๆเลยเว้ย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!)

            “เรื่องไรวะ เกิดไรขึ้น ใครตายเหรอ!”

            (ยังไม่ตายเว้ย แต่อีกไม่นาน อาจจะตายก็ได้ -_- ไอ้เจไดน่ะ...)

            “เจได ทำไม!?”

            ฉันไม่ทันได้ฟังที่เจเจพูดอะไรต่อ ก็รีบวิ่งออกมาที่หน้าโรงเรียน ซะแล้ว นายจะตายเหรอ เจได! ไม่นะ ฉันยังไม่ได้เอาแมลงสาบให้นายกินเลย อย่าเพิ่งตายเซ่....

            เมื่อฉันวิ่งมาหาเจเจที่ยืนคอยอยู่แล้วกับพวกเพื่อนๆของฉันรวมถึงไอ้โจ้ด้วย ฉันก็เห็นเจไดกำลังยืนคุยอะไรซักอย่างกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาอยู่ในชุดนักศึกษา และก็มียัยลูกหว้ายืนอยู่ข้างๆไอ้รุ่นพี่มหาลัยนั่นด้วย อย่าบอกนะ ว่านั่น!!!....

            นั่น แฟนของยัยลูกหว้าใช่มั้ยฉันหันไปถามเจเจอย่างร้อนรน

            อืม ใช่ สงสัยแฟนยัยลูกหว้าจะรู้เรื่องที่ยัยนั่นกิ๊กกับเจไดแน่เลยอ่ะ เลยตามมาเอาเรื่อง

            “งานนี้มีมวยแน่เลยว่ะ ^^” ไอ้โจ้เสริมขึ้นมา -_-^

            “เฮ้ย แล้วแบบนี้เจไดจะเป็นไรเปล่าอ่ะน้ำมนต์ถามขึ้นบ้าง

            พวกเราพูดคุยกันนิดหน่อย แล้วก็ได้แต่ยืนดูสถานการณ์นี้อย่างเงียบๆ เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ ที่กำลังยืนดูเหตุการณ์รักสามเศร้า เราสองสามคนนี่ด้วย -_-

           

            “แกมายุ่งกับแฟนฉันทำไมวะ ไอ้หน้าอ่อน!”

            แฟนยัยลูกหว้าที่ชื่อเอ็ม (ซิมมี่มันบอก เพราะพี่แกเคยมาจีบมันสมัยตอนอยู่ม.4 -_-) ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ อย่างไม่พอใจ

            ก็แค่คุยเฉยๆ ไม่ได้คบซักหน่อยนายยังจะทำหน้ากวนประสาทใส่พี่เขาอีกนะ เจได =_=^

            “แค่คุยเหรอ แล้วไอ้รูปที่แกจูบแฟนฉันล่ะ จะว่ายังไงวะ ฮะ!” ไอ้พี่เอ็มว่า พลางเอาโทรศัพท์ของตัวเองยกโชว์ขึ้นให้เจไดเห็น….

            จูบ!! Oxo เจได นายจูบกับยัยลูกหว้านั่นเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลย....

            “เหอะ ก็ยินยอมพร้อมใจนี่นา...เจไดตอบกลับเสียงเรียบ พร้อมกับยืนเต๊ะท่าเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงไปด้วย

            “ไม่ใช่นะ!! พี่เอ็ม เอ่อ คือ...นายนี่น่ะ...บังคับให้ฉันจูบกับเขา แต่ฉันไม่ยอม เขาก็เลย....

            ยัยลูกหว้ารีบพูดขึ้นมาทันที เหมือนร้อนตัวเวลาตัวเองทำผิดแล้วมีคนจับได้ พลางทำท่าจะร้องไห้ไปด้วย อะไรกันเนี่ย? ฉันงงไปหมดแล้ว.....

            มึงกล้ามากนะที่มาทำกับแฟนกูแบบนี้น่ะ ไอ้เวรเอ๊ย!!”

            พลั่ก !!

            เสียงหมัดหนักๆกระทบเข้าที่ใบหน้าหล่อๆนั่น เจไดโดนหมัดของไอ้พี่เอ็มกระแทกเข้าที่หน้าอย่างจัง เขาเซถอยหลังเกือบล้มลงไปอยู่ที่พื้น แต่ก็พยุงตัวเองไว้ได้ เจไดใช้มือข้างหนึ่งเช็ดเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากออก พลางจ้องมองไปที่ไอ้พี่เอ็มด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ฉันเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งเข้าไปขวางระหว่างเจไดกับพี่เอ็มเอาไว้ แล้วก็ได้ยินเสียงพวกเพื่อนๆของฉันร้องตะโกนห้ามตามหลังมาด้วย แต่ฉันกลับไม่ได้สนใจเสียงเหล่านั้นแม้แต่น้อย

            ฉันก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องวิ่งมาขวางไว้ด้วย หรือเพราะความสำนึกผิด ที่ตัวเองเป็นคนให้เบอร์ลูกหว้ากับเจไดไปหรือเปล่า -_-

            “อ่ะ เอ่อ...พี่คะ ค่อยๆคุยกันก็ได้ อย่าลงไม้ลงมือกันเลย ที่นี่หน้าโรงเรียนนะ มันไม่ดีแน่ ถ้าอาจารย์ออกมาเห็นน่ะค่ะ

            โอ๊ยยย....นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย!!! คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกนิยายน้ำเน่าที่คอยห้ามศึกระหว่างรักสามเศร้าอยู่รึไง T^T

            “เธอเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย ไปให้พ้น!”

             ว่าแล้วไอ้พี่เอ็มมันก็ผลักฉันออกมาจากตรงกลางระหว่างเขากับเจได ฉันล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจัง เจ็บชะมัด T^T พวกยัยเจเจแล้วก็เพื่อนคนอื่นๆของฉันรีบวิ่งมาพยุงให้ฉันลุกขึ้นทันที ไอ้โจ้ที่วิ่งมาจับตัวฉันให้ไปยืนอยู่ข้างหลังมันสบถด่าไอ้พี่เอ็มอย่างไม่พอใจ จนไอ้รุ่นพี่เฮงซวยนั่นจะถลาเข้ามาต่อยไอ้เพื่อนรักฉันอีกคน แต่ยัยลูกหว้ากลับดึงแขนเขาไว้ก่อน คงเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนห้องเดียวกัน แล้วเจไดก็หันมามองฉันแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันกลับไปมองหน้าไอ้พี่เอ็มทันที

            “F*ck!!”

             เจไดสบถออกมาแค่นั้นแหล่ะ พี่เอ็มก็ทำท่าจะปล่อยหมัดมาใส่เจไดอีกครั้ง แต่คราวนี้เจไดเบี่ยงตัวหลบ และใช้กำปั้นชกไปที่ท้องของพี่เอ็มอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระชากคอเสื้อเขา ปล่อยหมัดใส่หน้าไอ้พี่เอ็มอย่างไม่ยั้ง จนพี่แกทรุดลงไปกองกับพื้นยืนแทบไม่ไหว หน้าของพี่เอ็มเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากทางจมูก ปาก และคิ้วก็น่าจะแตกด้วย พวกนักเรียนที่ยืนดูเหตุการณ์นี้ต่างก็พูดคุยกันอย่างตื่นเต้น บ้างก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเพราะตกใจที่เห็นผู้ชายสองคนกำลังฟัดกันอย่างน่ากลัว จากนั้นเจไดก็กระชากผมพี่เอ็ม ให้โงหัวขึ้นมา แล้วก็พูดว่า...

            จะบอกอะไรให้นะ ไอ้เบื๊อก! แฟนแกน่ะเต็มใจที่จะจูบกับฉันเองเว้ย ไม่มีการบังคับ ไม่มีการข่มขู่ เรื่องแบบนี้ฉันไม่เคยบังคับใครถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจโว้ย! เข้าใจไว้ซะ!” พูดจบเขาก็ผลักหัวพี่เอ็มลงไปกระแทกกับพื้น จากนั้นก็เตะเข้าที่ลำตัวของพี่เอ็มอีกสองสามที

            นายดูน่ากลัวไปเลยนะเจได T^T ยัยลูกหว้าที่ตอนแรกได้แต่ยืนเอามือปิดปากดูอย่างเงียบๆ พอเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปดูแฟนตัวเองทันที เจไดไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าของลูกหว้าเลย แต่เขากลับเดินมาหาฉันแทน

            เจ็บมั้ย ยัยแสบ...

            เจไดเอ่ยถามฉันพร้อมกับเอาฝ่ามือใหญ่ๆของเขามาลูบหัวฉันเบาๆ ฉันมองไปที่ใบหน้าหล่อๆของเขาที่ตอนนี้มีเลือดออกอยู่ที่มุมปากนิดๆ ฉันคิดไปเองรึเปล่านะ....ที่สายตาของเขาบ่งบอกว่าเป็นห่วงฉัน...

            ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตัก....

            แล้วไอ้อาการหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะจนแทบจะระเบิดออกมานอกอกนี่ล่ะ....มันอะไรกัน ให้ตายเถอะ...

           

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!”

            เสียงที่คุ้นหูสุดๆ ดังมาจากประตูทางเข้าของโรงเรียน พวกเราทุกคนต่างหันไปมองยังบุคคลที่กำลังเดินใกล้เข้ามา พวกนักเรียนคนอื่นๆที่ยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ต่างแยกย้ายหนีหายกันไปหมด

            ยัยป้าจอมโหด! O.O” พวกฉันทุกคนต่างร้องขึ้นด้วยความตกใจ เหมือนเห็นผีเลยล่ะ ><

            ป้า!! O_o”

            ป้าบบบ!! แล้วเจไดก็โดนฝ่ามือพิฆาตตีเข้าใส่แขนตัวเองอย่างจัง เมื่อบุคคลที่เราพูดถึงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมจนน่ากลัว >_<’’

            อยู่โรงเรียนอย่าเรียกฉันว่าป้าสิ แล้วเมื่อกี้...เหมือนฉันได้ยินใครเรียกป้าจอมโหด ฮะ! บอกมานะ!”

            “ไม่มีอะไรค่ะ/ครับ O_<” พวกเราทุกคนต่างประสานเสียงตอบกลับอย่างพร้อมเพียงกัน แต่อาจารย์แกก็ยังทำหน้าเหมือนไม่เชื่ออยู่ดี

            จริงๆนะคะ อาจารย์อาจจะหูฝาดไปก็ได้ค่ะ^^” ยัยซิมมี่ยังคงแถต่อไป -_-^

            “แล้วนี่ เกิดอะไรขึ้น แกก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว นายพชร คราวนี้อาจารย์ป้าจอมโหดนามว่าวรัญญา ก็หันไปหาเรื่องเจไดแทน

            “ผมเปล่าก่อเรื่องนะป้า T^T”

            “ไม่ต้องพูดมาก ตามฉันไปที่ห้องปกครองกันให้หมดนี่แหล่ะ เธอด้วย นัฐนันท์

            แล้วอาจารย์วรัญญาก็หันไปบอกยัยลูกหว้า ที่กำลังนั่งปาดน้ำตากอดศพ...เอ่อ ไม่สิ(-_-^) ร่างที่นอนแน่นิ่งของไอ้พี่เอ็มอยู่ ไม่รู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่รึเปล่านะ จากนั้นอาจารย์ก็เดินนำพวกเราไปที่ห้องปกครองในโรงเรียนทันที.....

หลังจากที่อาจารย์ป้าจอมโหดนั่นรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว อาจารย์ก็ปล่อยพวกฉันออกมาก่อนเพราะไม่ค่อยจะมีส่วนเกี่ยวซักเท่าไหร่ ส่วนเจไดกับยัยลูกหว้ายังคงโดนเทศอยู่ในห้องปกครองนั่น ฉันแอบเห็นนายเจไดโดนไม้เรียวฟาดไปตั้งหลายทีแน่ะ...

            พอเจไดออกมาจากห้องปกครอง พวกเราก็ยิงคำถามใส่ทันทีว่าเป็นยังไงบ้าง นายนั่นก็บอกว่าโดนหักคะแนนความประพฤติและพักการเรียนหนึ่งอาทิตย์ โทษฐานทะเลาะวิวาทและเรื่องชู้สาว ส่วนยัยลูกหว้าก็โดนทำโทษเช่นเดียวกันแต่โดนพักการเรียนแค่สามวัน

            การมีเรื่องชู้สาวในโรงเรียนและถูกจับได้ ถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว โทษก็เลยหนักถึงขั้นพักการเรียนหรือหนักกว่านั้นอาจจะโดนไล่ออกเลยก็ได้

            แล้วทำไมนักเรียนบางส่วนถึงชอบเข้าไปจู๋จี๋กันในสวนหลังโรงเรียน ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าการถูกทำโทษนั้นจะหนักขนาดไหน หรือเพราะยังไม่ถูกจับได้กันนะ (-_-?)  

            แล้วอีตาเจไดนี่ไปจูบกับยัยลูกหว้านั่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฮึ! (-‘’-)

 

            “โดนพักการเรียนยังไม่พอ ทำไมฉันต้องไปเข้าค่ายใช้แรงงานนั่นอีกวะเจไดเดินไปบ่นไป ในขณะที่พวกเรากำลังเดินออกไปที่หน้าโรงเรียนกัน ส่วนยัยลูกหว้านั้นหลังจากออกมาจากห้องปกครองก็รีบกลับไปแล้ว สงสัยจะรีบกลับไปดูศพไอ้พี่เอ็มนั่นแน่เลย (-_-)

            ค่ายอะไรของแกไอ้เจยัยเจเจหันไปถามเจไดอย่างสงสัยในขณะที่กำลังเดินไปด้วย

            ก็ไอ้ค่ายอาสาพัฒนาบ้าบอของพวกคณะกรรมการนักเรียนนั่นแหล่ะ ป้าญาบอกว่าฉันต้องไปทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง และถ้าฉันไม่ไป เค้าจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปฟ้องป๊าฉัน และแน่นอนว่าฉันต้อง(จำใจ)ไป เพราะถ้าป๊ารู้เรื่องเข้า ฉันโดนเอาตายแน่ ดีนะ...ที่ตอนนี้ป๊าอยู่เชียงใหม่น่ะเจไดบ่นไปพลางถอนหายเฮือกใหญ่ออกมา

            แล้วแกจะบอกที่บ้านยังไงว่าโดนพักการเรียน ป้าอิงอรจะว่ายังไงยัยเจเจว่าต่อ

            เรื่องนั้น....ฉันโกหกแกล้งป่วยดีป่ะ ^^” พูดไปแล้วก็ทำหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ไปด้วย นายเอาความคิดบ้าๆนี่มาจากไหนกัน ไอ้ตัวแสบเอ๊ย...

            แกล้งป่วยเป็นอาทิตย์อ่ะนะ ใครจะเชื่อ ดูนายแข็งแรงออกขนาดนี้ฉันพูดพร้อมกับทำหน้าเอือมๆใส่ การโกหกเป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบเอาซะเลย....

            เจไดมองหน้าฉันพักหนึ่ง ก่อนจะเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ละลายใจออกมา

            งั้น...เธอก็มาเป็นพยาบาลส่วนตัวช่วยฉันสิ ^^”

            “ให้ฉันหยุดเรียนเพื่อไปเฝ้าไข้คนแกล้งป่วยอย่างนายอ่ะนะ ไม่-มี-ทาง!” ฉันตอบกลับไปโดยเน้นประโยคหลังอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำให้เจไดทำหน้าบูดบึ้งทันทีเหมือนเด็กๆที่โดนขัดใจ

            พวกเราทั้งหมดเดินมาถึงหน้าโรงเรียน ยัยซิมมี่ขอตัวกลับก่อนเพราะแฟนมารอรับอยู่นานแล้ว ยัยน้ำมนต์ก็กลับทันทีเมื่อรถเมล์สายที่ผ่านทางกลับบ้านมาจอดเทียบป้ายรถเมล์ ตอนนี้เลยเหลือแต่ฉัน ยัยเจเจ ยัยเฟิร์ส ไอ้โจ้ แล้วก็เจได

            วันนี้แฟนฉันมารับไม่ได้ งั้น...ฉันกลับกับแกนะไอ้เจยัยเจเจหันไปบอกเจไดเมื่ออีตานั่นเดินไปหยุดอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์SR สีขาว ของเขาที่จอดอยู่ข้างถนนริมฟุตปาธ เจไดเลยหันกลับมายังยัยเจเจที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน แล้วก็เดินเข้ามาหาเราทั้งสองคน ก่อนจะพูดว่า...

            โทษทีนะเจเจ วันนี้...ฉันต้องไปส่งยัยนี่...พูดจบ เจไดก็จับมือฉันให้เดินตามเขาไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ท่ามกลางสายตางุนงงของเหล่าเพื่อนๆที่ได้แต่ทำหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            เฮ้ย! แต่ยัยนั่นกลับกับฉันนะไอ้โจ้ที่ตั้งสติได้หน่อยนึงก็รีบตะโกนขึ้นมา

            แฟนนายก็มี นายก็ไปส่งแฟนนายสิเจไดตอบกลับไปโดยไม่ค่อยสนใจนัก แล้วก็หันมาจับหมวกกันน็อคยัดใส่หัวฉันโดยไม่ถามฉันซักคำว่าต้องการมั๊ย (=_=’’)

            “ฉันไม่....

            “ไม่ต้องบอก ว่าไม่อยากกลับกับฉัน ยังไงฉันก็จะไปส่งเธอ

            ฉันที่เอ่ยออกมาได้แค่นั้นก็ต้องถูกเจไดพูดตัดบทออกมาซะก่อน แล้วเขาก็อุ้มฉันให้นั่งอยู่บนเบาะรถมอเตอร์ไซค์โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว นี่ฉันไม่ใช่เด็กๆนะที่ต้องให้ผู้ใหญ่จับนั่งขึ้นรถน่ะ จากนั้นเขาก็คร่อมรถตามพร้อมกับสต๊าทรถทันที

            ให้ตายเถอะ....แล้วดูสีหน้าเพื่อนๆของฉันสิ ทั้งตกใจทั้งอึ้งกับการกระทำของไอ้บ้ากามนี่จนทำอะไรไม่ถูกกันแล้ว ไอ้โจ้ที่ได้แต่ทำปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองตามฉันที่กำลังนั่งซ้อนเจไดไกลออกมาเรื่อยๆ แล้วก็ได้ยินเสียงตะโกนของยัยเจเจดังตามมาด้วย

            ไอ้เจได!! ไอ้เพื่อนทรยศ แล้วฉันจะกลับบ้านกับใคร ฮือ..>_<!”   

 

            ท่ามกลางบรรยากาศใกล้จะพลบค่ำ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม บนถนนลาดยางที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านนัก เพราะเป็นย่านชานเมือง มอเตอร์ไซค์ SR สีขาว กำลังวิ่งอยู่บนถนนไปเรื่อยๆ เสียงเครื่องของรถดังไม่หยุดเมื่อวิ่งไปตามทางลาดยางที่ขึ้นไปตามแนวเนินสูง มีสายลมเบาๆพัดผ่านร่างกายของฉันและเจไดไปเรื่อยๆในขณะที่กำลังขี่รถ

            เจไดพาฉันขี่รถออกมาย่านชานเมือง ที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านฉันเลย (=_=’’) เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาซักคำหลังจากที่ออกมาจากหน้าโรงเรียน ฉันได้แต่จับชายเสื้อตรงเอวเขาไว้เบาๆ วันนี้เจไดขี่รถไม่เร็วนักเลยทำให้ฉันไม่โวยวายใส่ไป

            สักพักเจไดก็จอดรถข้างๆริมฟุตปาตบนเนินสูง ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองได้ทั้งหมด แสงอาทิตย์ยามเย็นทำให้เห็นหลังคาบ้านช่อง หรือตึกสูงๆฉาบไปด้วยสีแดง ฉันยืนเกาะขอบรั้วที่เป็นแนวกั้นข้างทางแล้วมองออกไปยังเบื้องหน้า ที่มีบ้านหลังเล็กๆเต็มไปหมดเมื่อมองจากมุมที่ฉันกำลังยืนอยู่ สายลมเอื่อยๆพัดกระทบกับใบหน้าฉันเบาๆ ทำให้ฉันรู้สึกสงบลงแทนที่จะหันไปด่าเจไดกลับว่าพามาที่นี่ทำไม -_-‘’

            ฉันแอบมองใบหน้าด้านข้างของเจไดไปด้วยในขณะที่เขายืนอยู่ข้างๆฉัน โดยที่เขาไม่รู้ตัว คิ้วเข้มหนา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป และเมื่อแสงอาทิตย์กระทบเข้ากับใบหน้าเขานั้นมันทำให้ดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลอะไรอย่างนี้นะ ฉันเผลอใจเต้นอีกแล้วอ่ะ ให้ตายสิ...

             เขา...ที่กำลังยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง แล้วทอดสายตาออกไปไกลยังเบื้องหน้าเหม่อมองไปเรื่อยๆ ฉันเห็นสายตาเขาเหมือนกำลังคิดอะไรซักอย่างและบวกกับที่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยตั้งแต่มาที่นี่ ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดนิดๆ

            ฉันไม่ชอบที่นายทำตัวเงียบๆแบบนี้เลย...

            นายเครียดเหรอ?” ฉันเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนให้น่าอึดอัดนี่

            ขอโทษนะ ที่ฉันไม่ได้พาเธอไปส่งบ้านอย่างที่บอกเขาหันมาตอบพร้อมกับยิ้มจางๆมาให้

            นายกังวลใช่มั๊ย กลัวแม่นายจะรู้ใช่มั๊ยเรื่องโดนพักการเรียนฉันยังคงถามต่อไป

            นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันว่าเรากลับกันดีกว่านะเจไดไม่สนใจคำถามของฉัน เขาเตรียมจะหมุนตัวเดินกลับไปที่รถ แต่ฉันก็จับมือเขาไว้ซะก่อน...

            เจ...

            “……….”

            “ถ้านายไม่พูด ฉันจะอัดนายให้เละแล้วโยนศพลงไปข้างล่างนี่ซะฉันเอ่ยขู่เขาด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ด้านล่างนอกแนวรั้วกั้นนั่น

            โอเคคร้าบบบ...ผมยอมแล้วก็ได้ ยัยตัวแสบ ^^” เขาพูดพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นเป็นการยอมแพ้ แล้วก็ยิ้มน้อยๆมาให้ฉัน...

            ชิ...ฉันได้แต่เสียงจิ๊จ๊ะใส่ด้วยความหมั่นไส้

            “ฉันไม่ควรทำแบบนั้นเลยใช่มั้ยเจไดเริ่มพูดขึ้น พร้อมกับมองออกไปยังเบื้องหน้าที่มีพระอาทิตย์สีแดงนั่นอีกครั้ง

            ใช่ ไม่ควรเป็นอย่างมากฉันตอบพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง หมั่นไส้นิดๆด้วยนายไม่ควรจะไปจีบยัยลูกหว้าตั้งแต่แรกจนเรื่องทั้งหมดมันต้องเป็นแบบนี้เลย

            ฉันไม่ควรทำให้เธอเดือดร้อนเลย

            “หะ...หา !?”

            “ฉันยอมรับว่าฉันมันไม่ดี....เมื่อก่อน ฉันก็เคยแย่งแฟนไอ้พวกคู่อริต่างโรงเรียนเหมือนกัน แต่ส่วนมากผู้หญิงก็เต็มใจที่จะมาหาฉันด้วย แต่นั่นมันก็คือวิธีแก้แค้นอย่างหนึ่งนะ ที่ทำให้พวกที่ชอบมาท้าต่อยกับฉันมันเจ็บใจเล่นๆน่ะ ผู้หญิงพวกนั้น....พอฉันได้มาแล้วก็ทิ้ง

            เลวมากกกก...ฉันด่าออกไปอย่างไม่เกรงใจ เจไดเลยหันมามองหน้าฉันแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปทางเดิม โดยไม่ได้ว่าอะไร

            อืม...ฉันรู้ว่าฉันมันเลว

            “………”

            “ฉันยอมรับว่าฉันมันเจ้าชู้ จีบผู้หญิงทั้งๆที่รู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่แล้ว แต่ก่อนฉันไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะเป็นยังไง บางครั้งก็มีเรื่องชกต่อยอยู่เสมอ จนป๊าฉันเอือมและสั่งห้ามไม่ให้มีเรื่องอีก ไม่งั้นจะตัดฉันออกจากกองมรดกแน่ะ

            “นายก็เลยไม่อยากให้อาจารย์วรัญญาเอาเรื่องนี้ไปฟ้องป๊านายงั้นสิ

            “ก็ฉันยังไม่อยากโดนถีบส่งนี่นา

            “แล้วแม่นายกับเฮียอาร์ตล่ะ จะว่ายังไง

            “ฉันก็คงต้องบอกแม่ไปตรงๆอ่ะนะว่าโดนพักการเรียน ถึงจะโดนบ่นจนหูชา แต่ท่านก็ไม่ใจดำตัดฉันออกจากกองมรดกหรอกน่า ก็เพราะฉันเป็นลูกคนสุดท้องไง ^^”

            ลูกคนสุดท้อง...ที่พ่อแม่ชอบโอ๋สินะ =_=

            “ไปป์...จู่ๆ เจไดก็เรียกชื่อฉันออกมาเบาๆ แล้วก็หันหน้ามาสบตากับฉัน เป็นครั้งแรกเลยนะที่หมอนี่เรียกชื่อฉันน่ะ...

            หืม?”

            “ฉันขอโทษนะ...ที่ทำให้เธอเดือดร้อน ถ้าไอ้เวรนั่นมันทำร้ายแค่ฉันคนเดียวฉันจะไม่ว่าอะไรซักคำ แต่นี่...มันทำร้ายเธอ ฉันยอมไม่ได้น้ำเสียงของเจไดฟังดูจริงจังมาก ทำให้ฉันอดใจเต้นกับคำพูดของเขาไม่ได้

            โอ้ยยย....ใจหนอใจ อย่าได้ดีใจไปน่า T^T

            ฉัน....

            เธอจะโกรธฉันก็ได้นะ ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ แต่ฉันก็คงพูดได้แค่ว่า ฉันเสียใจ ฉันขอโทษจริงๆน้ำเสียงของเขาอ่อนลง เหมือนคนสำนึกผิดจริงๆ

            “ฉันยอมรับคำขอโทษจากนาย....

            “……….”

            “แทนการบอกว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าฉันบอกว่าไม่เป็นไร นั่นหมายถึง นายจะทำให้ฉันเสียใจอีก

            เจไดสบตาฉันแล้วนิ่งเงียบไป ก่อนจะเผยยิ้มน้อยๆออกมา

            เธอน่ารักจัง ยัยแสบ ^_^”

            “พูดบ้าอะไรของนาย -///-” ฉันเขินนะ...

            ฉันล้อเล่นต่างหาก

            “อ๊ะ...นายนี่มัน...หลอกให้ฉันดีใจทำไม (-///-)

            ฉันจะเถียงก็เถียงไม่ออก เพราะตอนนี้เจไดกำลังยืนจ้องหน้าฉันอย่างไม่วางตา ฉันไม่อาจละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลา ที่มีเสน่ห์เวลายิ้มนี้ได้ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเมื่อเจไดกำลังโน้มใบหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ที่ใกล้จะลับขอบฟ้า มันช่างดูโรแมนติก และสวยงามมาก หากมีคู่รักกำลังจะจูบกันในเวลานี้...

            แต่...ฉันกับเจไดไม่ใช่คู่รักกัน

            แล้วเขาก็กำลังจะจูบฉันแล้วโว้ยยยยยยยย......

            ฉันได้แต่ยืนตัวเกร็ง หลับตาปี๋ ตัวเริ่มสั่นนิดๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าเจไดกำลังโน้มหน้าเขาเข้ามาใกล้หน้าฉัน หากแต่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นเอง แล้วก็....

            ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตุ้งแช่ ตะลุงตุ้งแช่~!!!!

            พรึ่บ!! O_O!

            เหมือนมีคนมาเปิดสวิตช์ไฟในตัวฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น เจไดก็คงตกใจไม่แพ้กัน รีบชักหน้าตัวเองออกทันทีแล้วแกล้งหันมองไปอีกทางแก้เก้ออย่างเขินอาย เขาเกาหัวตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก หน้าของเขามีสีแดงระเรื่อด้วย

            เมื่อกี้....เขาจะจูบฉันใช่มั้ยยยย!? (>//<’’)

            ฉันล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากระโปรง แล้วกดรับสายทันที และก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไร ปลายสายก็แว้ดออกมาซะแล้ว

            (ไอ้เหยินนนน!! แกอยู่ที่ไหน ทำไมฉันไม่เห็นแกอยู่ที่บ้าน นี่ฉันมารอแกอยู่นานแล้วนะโว้ย บอกมานะ ว่าแกไปไหนกับไอ้เบื๊อกนั่นน่ะ บอกมาๆๆๆ)

            โอ้ยยย ใจเย็นสิวะ ไอ้โจ้ จะแหกปากทำไมเนี่ย รำคาญโว้ยพอฉันเอ่ยชื่อไอ้โจ้ออกมาแค่นั้นแหล่ะ เจไดก็หันขวับมามองหน้าฉันทันที จากนั้นเขาก็แย่งโทรศัพท์ที่อยู่ในมือฉันไปคุยแทน

            นายไปส่งแฟนนายกลับบ้านแล้วเรอะเจไดกรอกเสียงลงไป

            (ส่งไม่ส่งแล้วมันเกี่ยวอะไรกับแกวะ)

            แล้วฉันกับยัยแสบอยู่ที่ไหน นายเกี่ยวไรด้วยวาจาร้ายกาจ ช่างยอกย้อน... =_=’’

            (ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจยอกย้อนฉันเรอะ แก แก แก๊....)

            ปิ๊บ!

            แล้วเจไดก็กดตัดสายทิ้งไป จากนั้นก็โยนโทรศัพท์มาให้ฉัน แต่ไอ้โจ้ก็โทรกลับมาอีกฉันเลยกดรับสายอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เจไดก็แย่งโทรศัพท์ฉันไปอีกรอบแล้วก็กรอกเสียงลงไปใหม่

            “มีอะไรอีก

            (ไอ้หน่ออ่อน แกพาเพื่อนฉันไปไหน พามันกลับมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย ไม่งั้นฉันจะฟ้องเฮียติณห์แน่)

            ทำไมนายดูหวงเพื่อนคนนี้จังวะ ทั้งๆที่นายก็มีแฟนอยู่แล้วคำถามตรงๆจากเจไดทำให้ฉันหันไปจ้องหน้าเขาทันที

            (ฉันไม่ได้หวง ฉันแค่เป็นห่วงมันที่ออกไปกับตัวอันตรายแบบแกไงไอ้หน่ออ่อน แล้วนี่มันก็ใกล้จะค่ำแล้วโว้ย ฉันยังไม่ได้ลอกการบ้านจากไอ้เหยินเลย แกรีบพามันกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นการบ้านฉันไม่เสร็จแน่!!)

            นี่สินะ ประเด็นสำคัญ หึหึ...

            (เอออออ! เอามันกลับมาซักที ฉันรอลอกการบ้านอยู่โว้ย)

            เจไดเปิดสปีกเกอร์โฟนทำให้ฉันได้ยินทุกประโยคที่เขาคุยกับไอ้โจ้ ที่แท้...ที่ไอ้โจ้เพื่อนรักโทรมาตามฉัน ก็เพราะจะรอลอกการบ้านจากฉันอยู่สินะ รักฉันจังเลย ไอ้เพื่อนเวรเอ๊ย.... (=_=’’) แต่ฉันก็รู้นะ ว่าลึกๆแล้วมันเป็นห่วงฉันอยู่เหมือนกัน ^_^”

            “ยิ้มอะไรเจไดเอ่ยถามฉัน หลังจากกดวางสายจากไอ้โจ้ไปแล้ว

            เปล่านี่ ^^”

            “ชิ...เจไดทำเสียงจิ๊จ๊ะเหมือนหมั่นไส้ฉัน แล้วก็เอามือมาผลักหัวฉันเล่นเบาๆ

            ......

            “กลับกันเถอะ ใกล้จะมืดแล้วด้วยเจไดบอก พร้อมกับเดินนำไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขา ฉันได้แต่เดินตามเขาไปเงียบๆ และเก็บซ่อนความเขินอายเอาไว้จากการสัมผัสของเขาเมื่อครู่

            แต่ก่อนที่เจไดจะสต๊าทรถ ฉันก็พูดขึ้นมาซะก่อน คำถามที่มันค้างคาอยู่ในใจฉัน

            เจได....นายไปจูบกับยัยลูกหว้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันทั้งๆที่ตอนแรกเจไดจะทำอะไร หรือไปจูบกับใคร ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพวกนั้นเลย แต่ตอนนี้....

            มันไม่ใช่.....     

            เจไดสบตากับฉันและเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา

            เมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะ

            “แล้วเรื่องรูปนั่นล่ะ นายรู้มั้ยว่าใครเป็นคนถ่ายแล้วส่งไปให้ไอ้พี่เอ็มฉันยังคงถามต่อไปด้วยความสงสัย ว่าใครกันที่เป็นคนทำ

            ไม่รู้....ก็ตอนที่ฉันจูบกับยัยนั่นบนดาดฟ้ามันไม่มีคนอยู่นี่

            ออ...ไปจูบกันบนดาดฟ้าสินะ... หึหึ (=_=*)

            “แล้ว....

            จะกลับกันได้รึยัง เดี๋ยวไอ้เพื่อนปัญญาอ่อนของเธอก็โทรมาตามอีกหรอก

            นายว่าไอ้โจ้ปัญญาอ่อนเหรอเจได =_=’’

            “กลับก็กลับสิที่จริงมันก็อยากรู้แค่นั้นนั่นแหล่ะ -_-

            เจไดสต๊าทรถมอเตอร์ไซค์ของเขาและออกตัวไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ฉันตกใจเผลอกอดเอวเขาไว้แน่นอีกแล้ว และดูท่าว่าเขาจะไม่ลดความเร็วลงเลยตลอดระยะเวลาในการเดินทาง

            ให้ตายเถอะ....บ้านฉันมันไม่หนีไปไหนหรอกนะ

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น